Love Complex ข้ามวัยรักพิทักษ์หัวใจ

ตอนที่ 7 : Love Complex 3: Love Chic

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 มี.ค. 54





The Moffatts : Don't Walk Away
เพลงนี้สำหรับลูน่าให้อีวาน
อยากร้องไห้ค่ะ ช่วงนี้นาต Senseน่าถีบมาก
เอ้ย Sensitive TOT มากเลย ซึ้งอะไรก็น้ำตาไหล
ปลื้มก็น้ำตาไหล ตั้งแต่แต่งนิยายมาเนี่ยอ่อนไหวไวมาก 55
แต่เวลาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงสีหน้า She จะเย็นชามาก
เหมือนไม่รู้สึกอะไร 555 ดูหนังอ่านหนังสือ เขียนนิยาย
She cries เป็นบ้าเป็นหลัง 5555
ทั้งที่ She หน้าโหดน่ากลัว
มาก
และเกือบจะดูไม่เหมือนหญิง555
แต่ก็นะ She is just a woman



 

 

I go back to December all the time… [Luna]

I’ll go to Neverland [นาตผีบ้า] <-- จะได้คล้องจองกับลูน่า 555 >O< ตรงไหน ท่าจะเพี้ยน ป่วยๆๆๆ (น้ำตาจะไหล...ลบลูซิเฟอร์แล้วปวดใจ)

 

 

Love Complex 3: Love Chic

หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ อาร์วิน อาร์เวล ชวนผมออกมาเล่นในสวนร่วมกับภรรยาและลูกๆ ของพวกเขา สองสาวนั่งคุยอยู่ในศาลา เปิดโอกาสให้สองแฝดทำหน้าที่คุณพ่อที่ดีและถือเป็นการพักผ่อนสำหรับพวกเธอไปในตัว

ตอนนี้พวกเรากำลังเล่นวิ่งไล่จับกับแอนโทนี่ลูกชายวัยสี่ขวบของอาร์เวล โดยที่อาร์วินอุ้มเอลวินลูกชายวัยหนึ่งขวบครึ่งของเขาเอาไว้ในท่าเตรียมเผ่น เช่นเดียวกันกับผมและอาร์เวล เด็กชายตัวเล็กเริ่มนับหนึ่งไปจนถึงสิบ จากนั้นพวกเราก็ต้องออกวิ่งด้วยอัตราความเร็วที่ถูกบังคับแต่ก่อนเล่นเกมอย่างชัดเจนแล้วว่า ห้ามอยู่เหนือความเร็วของแอนโทนี่มากเกินไปเป็นอันขาด เราทำได้แค่สามารถวิ่งหนีได้ในจังหวะที่เด็กชายจะต้องคิดว่า เขาจะตามจับเราทัน ไม่มากไปกว่านั้น

อาร์เวลบอกว่าวิธีนี้จะทำให้แอนโทนี่กระตือรือร้นมากกว่าการที่เขาเห็นว่าเราอยู่ห่างไกลเขาไปอีกสักร้อยเมตร เด็กชายจะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองอยู่ไกลแล้วหยุดเล่นทันที เขาคิดว่าจะใช้วิธีนี้ฝึกความอดทนของลูกชายไปในตัว

ลูกของอาร์วินหัวเราะคิกในอ้อมกอดของพ่อ ขณะที่มองแอนโทนี่อย่างอยากรู้อยากเห็น พวกเขาเป็นเด็กที่ร่าเริงและน่ารักมาก ผมมองเห็นแววตาที่สนุกสนานภาคภูมิใจในสายตาของอาร์เวล อาร์วินและภรรยาของพวกเขา ช่างเป็นภาพครอบครัวที่น่าประทับใจเลยทีเดียว การได้มองพวกเขาอยู่ในฐานะหัวหน้าครอบครัวยังเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผมมากนัก นั่นอาจเป็นเพราะว่าผมยังไม่เคยใช้ชีวิตแบบนั้นอย่างจริงจังสักที แต่อีกไม่นานเท่าไหร่นักผมก็จะได้เรียนรู้จักรสชาติของวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากคนโสดเหมือนอย่างพวกเขาเช่นกัน

โคร่ม!

เสียงดังโครมครามดังขึ้นอีกครั้ง พวกเราทุกคนหยุดเล่นทันที

“เกิดอะไรขึ้น” อาร์วินขมวดคิ้วถาม

“ฉันว่าคราวนี้ลูน่าพังรถคุณพ่อแล้วล่ะ” อาร์เวลตอบ กุมมือลูกชายของเขาเอาไว้แล้วมองไปยังทิศทางที่มาของเสียง

“เธอยังฝึกขับรถอยู่เหรอ” ผมถามขึ้น

“เธอมีความจำเป็นต้องฝึกมันให้ได้ก่อนจะต้องย้ายไปลอนดอน” สีหน้าของอาร์วินไม่ได้ดูดีและเชื่อมั่นเท่าไหร่นัก

“นายก็รู้อยู่ว่าอะไรก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่ารถแล้ว น้องฉันมักจะล้าหลังกว่าชาวบ้านเขาเสมอ อีกไม่กี่วันก็จะถึงกำหนดสอบใบขับขี่แล้วด้วย ถ้าเธอขับรถไม่ได้ นั่นหมายความว่ารถของเธอก็จะถูกทิ้งไว้ในโรงจอดรถ หรือไม่คุณพ่อก็จะขายรถเธอซะ” อาร์เวลอธิบาย

“ลูน่าคงเริ่มรู้สึกลนลานมากแน่ๆ” อาร์วินบอก

“แต่ดูจากท่าทางของเธอแล้ว น้องของพวกนายดูสงบดีอยู่นะ” ผมออกความเห็น

“เวลาที่เธอโกรธหรือร้อนใจนายจะไม่เห็นมันหรอก แต่ถ้าเธอโกรธมากเกินสองร้อยเปอร์เซ็นต์ล่ะก็ นายจะเห็นผลลัพธ์ของมันอย่างแจ่มแจ้ง อย่างกรณีแฟนคนล่าสุดของเธอยังไงล่ะ” อาร์เวลส่ายหน้า

“เธอบอกเลิกเลยเหรอถ้าโกรธถึงขั้นนั้น” ผมถามพลางเลิกคิ้วสูง “แต่เธอ...คงไม่ใช่คนโกรธง่ายหรอกใช่ไหม เพราะตอนเด็กๆ เธอไม่ได้เป็นแบบนั้น”

“กับพวกเราน่ะไม่ง่ายหรอก แต่กับคนอื่นพวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน” อาร์เวลอธิบาย

“เธอเรียนอยู่คนเดียวรึเปล่า” ผมโพล่งออกมา

“คุณพ่อเป็นคนสอนน่ะ” อาร์วินบอกขณะลูบแก้มลูกชายเขาเบาๆ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา “เขาคงจะง่วงแล้ว เดี๋ยวฉันพาเขาไปหาแม่ก่อนนะ”

อาร์วินเดินตรงไปที่ศาลา ภรรยาของเขาที่นั่งอยู่บนพื้นซึ่งถูกปูด้วยผ้ารองนั่งอ้าแขนรอรับลูกชายจากเขา อาร์วินโน้มตัวเพื่อจูบหน้าผากเธอและลูกเบาๆ ก่อนหยอกล้อเจ้าตัวเล็กอีกนิดหน่อย ดูเหมือนเขาจะลืมพวกเราไปแล้ว

“แด๊ด ปวดฉี่” เสียงเล็กของแอนโทนี่ดังขึ้น อาร์เวลเงยหน้าขึ้นมามองผมสีหน้าเหยเก

“เดี๋ยวฉันพาลูกไปเข้าห้องน้ำก่อน นายเล่นวิ่งไล่จับกับเงาตัวเองรอไปก่อนนะ” เขาบอกผม ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ

เมื่อพวกเขาจากไปแล้วผมก็มองไปรอบๆ รู้สึกได้ว่ารอยยิ้มกำลังปรากฏขึ้นบนใบหน้าของตัวเอง จากนั้นขาของผมก็พาร่างเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งออกจากสวนมา สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กสาวในชุดเกาะอกสีเหลืองนั่งเอาขาออกมานอกรถ กระโปรงลูกไม้ของเธอถลกขึ้นสูงเผยให้เห็นหัวเข่าและเรียวขาสวยเด่นชัด โดยที่สายตาของเจ้าตัวมองไปทางคฤหาสน์อย่างใจจดจ่อ ก่อนจะหันกลับมาทางผมเมื่อรู้ว่าถูกจ้องอยู่ ดวงตากลมโตของเธอจ้องผมแน่นิ่งและสงบ

ผมจ้องตอบกลับไปด้วยสีหน้าสงบนิ่งเรียบเช่นกันแล้วค่อยๆ ก้าวขาเดินตรงเข้าไปหาเธอที่นั่น

“คุณแอบดูฉันอยู่รึเปล่า” เด็กสาวถามด้วยน้ำเสียงโทนปรกติแต่มันฟังดูอ่อนหวานเป็นธรรมชาติในตัวมันเองอยู่แล้ว

ผมยิ้มที่มุมปากให้กับคำถามของเธอ “เปล่า ผมกำลังเดินเล่นเลยเห็นคุณนั่งอยู่ที่นี่พอดี”

“คุณคงได้ยินเสียงเมื่อก่อนหน้านี้สินะ”

“ผมได้ยิน แต่ผมไม่ได้มาเพราะเสียง” ผมแค่รู้สึกอยากเดินมาทางนี้ โดยที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

“ฉันไม่เอาไหนเรื่องรถเอาเสียเลย” เธอตัดพ้อด้วยน้ำเสียงปรกติมากเสียจนผมเองต้องยิ้มออกมา เพราะมันทำให้ผมนึกถึงวันที่จักรยานของเธอล้ม วันแรกที่เราเจอกัน เธอเคยบอกผมเรื่องนี้แล้ว

“ผมเชื่อว่าคุณต้องทำได้แน่ คุณเก่งอยู่แล้ว” ผมกล่าวอย่างอ่อนโยน มองเข้าไปในดวงตาคู่สีฟ้าอย่างเอ็นดู

“ครั้งหนึ่งคุณเองก็เคยคิดว่าตัวเองคงไม่มีวันปั่นจักรยานได้แน่ๆ คุณยังสามารถปั่นได้เลย”

“ได้...ด้วยความช่วยเหลือจากคุณ” เธอบอกผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาของเธอทอประกาย

“หากตอนนั้นคุณทำได้ ตอนนี้คุณก็ต้องทำได้เช่นกัน” ผมพยายามที่จะไม่หันไปมองท้ายรถที่ยุบบู้บี้ เกรงว่าจะทำให้เธอรู้สึกหดหู่ใจเสียเปล่า แม้จะอยากดูสภาพมันมากก็ตาม

“คุณหัวสิงโต” น้ำเสียงลูน่าแผ่วเบาและนุ่มนวล “ช่วยสอนฉันขับรถหน่อยสิคะ”

“ให้ผมสอนเหรอ” ผมเลิกคิ้วสูง “นั่นเป็นสัญญาที่ตกค้างระหว่างเราสองคนรึเปล่าครับ”

“เปล่าค่ะ คุณไม่เคยตกค้างสัญญาอะไรกับฉันเลยแม้แต่นิดเดียว” เธอยิ้มน้อยๆ สายตาอ่อนหวาน น้ำเสียงอ่อนโยน “ฉันกำลังขอร้องให้คุณช่วยสอนต่างหาก”

ผมมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา เธอเองก็ไม่ยอมละสายตาไปจากผมเช่นกัน ไม่รู้ว่ามีมนต์สะกดผมเอาไว้ให้นิ่งอยู่อย่างนั้นหรือเปล่า แล้วการที่ผมรู้สึกได้ว่าร่างบางกำลังลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ และขยับเข้ามาใกล้ผมนั้นเป็นภาพลวงตาใช่ไหม

เมื่อเด็กสาวตรงหน้าเผลอเม้มริมฝีปากอยู่เสี้ยววินาทีหนึ่ง ผมจึงรู้ว่ามันคือความจริง จึงได้เอื้อมมือเข้าไปคว้าร่างเธอเอาไว้เมื่อเจ้าตัวกำลังจะทรุดลง มือเล็กเกาะแขนผมแน่น

“เป็นอะไรรึเปล่า” ผมอดห่วงไม่ได้ ปรายตามองดูหน้าผากเพื่อให้มั่นใจว่าตนไม่ได้มองข้ามบาดแผลอะไรไป เพราะดูจากสภาพท้ายรถที่บุบแล้วมันคงกระแทกกับต้นไม้ไม่เบาเลยทีเดียว

“สบายมากค่ะ” เธอยืนตัวตรง “ไม่มีอะไรเลยจริงๆ”

เมื่อนึกย้อนไปถึงอดีตและช่วงเวลาที่ผมเคยอยู่กับเธอตอนเจ้าตัวอายุได้เจ็ดขวบดูแล้ว การที่เธอเอ่ยปากบอกว่า ไม่มีอะไร หรือ ไม่เป็นอะไร มันหมายความว่ามีอะไรผิดปรกติกับร่างกายของเธอแน่ๆ ถ้าไม่ใช่ที่หัว ก็คงจะเป็นขา

ผมก้มหน้าลงมองต่ำ คราบสีแดงติดชายกระโปรงเธออยู่จำนวนน้อยนิด “ถ้าหากไม่บอกความจริง ผมคงสอนคุณไม่ได้”

“โอเคค่ะ ฉันเจ็บขา แค่นิดเดียวเท่านั้น” เธอโพล่งออกมาก่อนย้ำอีกรอบ “นิดเดียวจริงๆ นะ”

“ตรงไหน” ผมจัดให้เธอนั่งอยู่ที่เดิม

“ก็...ข้อเท้า” เธอกำลังเล่นบทเด็กเลี้ยงแกะกับผม

ผมมองดูคราบเลือดที่กำลังซึมออกมาตามจุดที่น่าจะเป็นหัวเข่าอย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินดึงกระโปรงเธอขึ้น ลูน่ากำลังจะชักขากลับแต่ถูกผมดึงไว้ เธอจึงได้แต่นั่งนิ่งๆ

“มันไม่ร้ายแรงอะไรจริงๆ นะ” เธอบอก

“ถ้าหากยอมไปรักษาตัวให้หาย สัญญาว่าจะช่วยสอน”

“หัวสิงโต” เสียงหวานเอ่ยจริงจัง “ฉันอายุสิบเจ็ดแล้วนะคะ คุณจะใช้ไม้นี้กับฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันจะไม่ฟังคุณ”

ดื้อจริง...แต่ทำไมผมถึงนึกตลกสีหน้าเธอขึ้นมาแบบนี้นะ

“ลูกศิษย์ไม่ฟังอาจารย์ แล้วแบบนี้เราจะเรียนได้ไง”

“ฉันสัญญาว่าจะเชื่อฟังคุณทุกอย่างเรื่องขับรถ แต่อีวานคะ ฉันมีเวลาอีกไม่กี่วันจะถึงวันสอบ และถ้าหากฉันไม่ได้ใบขับขี่ภายในเดือนนี้ ฉันจะต้องรออีกสามเดือนกว่าจะได้รับอนุญาตให้สอบได้ ซึ่งทำแบบนั้นไม่ได้เลย เพราะฉันจะต้องเดินทางภายในสิ้นเดือนนี้นะคะ” เธออธิบาย “ทำเพื่อฉันอีกสักครั้งได้ไหม ก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกันแบบนี้อีก” มือบางลูบหัวผมเบาๆ กลิ่นหอมเพียงน้อยนิดจากข้อมือเธอสะกดผมให้รู้สึกลุ่มหลงไปชั่วขณะ

ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่าที่รู้สึกเหมือนกับว่าครู่หนึ่งในน้ำเสียงหวานฉายแววเศร้าระหว่างที่เอ่ยประโยคว่า ก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกันแบบนี้อีกราวกับเธอปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ผมตลอดเวลา ทั้งนัยน์ตาคู่สีฟ้ายังฉายแววอาทรโหยหาอีกด้วย เธอคงรู้สึกผูกพันกับผมเหมือนอย่างน้องสาวที่กำลังจะสูญเสียพี่ชายคนหนึ่ง เพราะต้องยอมรับว่าครั้งหนึ่งผมเคยปฏิบัติต่อเธอประหนึ่งบุคคลในครอบครัวเธอจริงๆ แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่าความรู้สึกแบบนี้จะยังคงอยู่หลังจากสิบปีผ่านไป

“นายคิดมากไปเอง”

“คุณคิดอะไรคะ”

“ผมแค่คิดว่า” เธอเพียงแค่มีแววตาอ่อนโยนอันถูกอาบไปด้วยความอาทรอบอุ่นเท่านั้น “ตัวเองไม่ควรจะขัดขวางความมุ่งมั่นของเด็กสาวที่พยายามจะต่อสู้เอาชนะตัวเองเพื่อนำตนไปถึงจุดหมายปลายทางที่เธอปรารถนา”

ผมย่อเข่าลง ถอดเน็กไทออกมากลับผ้าด้านในออกมาข้างนอก จากนั้นก็สอดมันเข้าไปใต้ขาพับของลูน่า พันเน็กไทกับหัวเขาเธอเบาๆ ผมแอบชำเลืองตามองดูสีหน้ามุ่ยแสดงความเจ็บปวดของเด็กสาว เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นนิ่งเฉยทันทีที่เห็นผมมอง เชื่อผมเถอะว่าเจ้าตัวคงรู้สึกเจ็บไม่น้อย แต่ในเมื่อเธอมุ่งมั่นที่จะฝึกต่อ ผมคงขัดใจเธอไม่ได้

“คุณคิดว่าตัวคุณจะไม่ขัดขวางความปรารถนาของฉันได้ทุกอย่างรึเปล่าคะคุณหัวสิงโต” ลูน่าเอ่ยขึ้นจังหวะที่ผมปิดแผลเธอเสร็จพอดี

“ทุกอย่าง...” ผมทอดมองเธอยิ้มๆ หรี่ตาลงอย่างสงสัย “คุณหมายถึงอะไร”

“ฉันก็พูดลอยๆ ไปอย่างนั้นแหละค่ะ” เธอก้มหน้าลง ใช้มือลูบบนเน็กไทที่ปิดหัวเข่าบริเวณที่มีบาดแผลเอาไว้

“ผมอาจจะหาอะไรที่ดีกว่านี้ได้สำหรับปิดแผลให้คุณ หากคุณยอมเข้าไปในบ้านกับผม”

“อันที่จริงคุณพ่อก็ไปเอาอุปกรณ์ทำแผลอยู่ แต่ในเมื่อเราได้เน็กไทของคุณมาปิดแผลแล้ว ฉันคิดว่าการเรียนขับรถก็สมควรที่จะดำเนินต่อไปเลยจะดีเสียกว่า” เธอยกขาเข้าไปประจำที่ “คุณกล้าที่จะขึ้นรถกับฉันไหมคะ” ดวงตากลมโตของเธอมองผมนิ่ง ไม่มีแววคาดหวัง ไม่มีแววหมิ่นประมาท แค่ดวงตาที่ฉายแววบริสุทธิ์ใจ แววตาที่ผมไม่มีวันปฏิเสธเธอได้อย่างแน่นอน

“ถ้าหากผมบอกว่าไม่กล้าล่ะ” ผมยิ้มที่มุมปาก

“คุณคิดว่าฉันจะเชื่อคุณเหรอ” เธอเอนหลังพิงเบาะท่าทางสบาย ก่อนจะเอี้ยวตัวคาดเข็มขัดนิรภัย “เริ่มจากที่...สตาร์ทรถ”

เสียงเครื่องยนต์ติดขึ้น ผมเดินอ้อมไปประจำที่ยังเบาะนั่งข้างคนขับ จัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยแล้วมองดูเธอพึมพำกับตัวเอง

“มองกระจกข้าง” เธอหันมามองกระจกข้างฝั่งของผมแล้วก็ฝั่งของเธอเอง “เข้าเกียร์ แล้วเหยียบคันเร่ง”

จากนั้นเครื่องก็ดับ

“คุณปล่อยคลัตช์เร็วเกินไป ที่สำคัญคุณลืมมองกระจกหลังและก็มองข้ามหัวไหล่ด้วย นั่นถือว่าจำเป็นมากสำหรับการสอบ หากเจอผู้ตรวจสอบที่เข้มงวดมาก ผมบอกคุณได้เลยว่าคุณสอบตกตั้งแต่ตั้งท่าจะออกรถแล้ว” ผมบอก ลูน่าหันมามองผมหน้านิ่งเหมือนอย่างเคย วินาทีนั้นผมเริ่มคิดได้ว่าการเอ่ยของผมเมื่อครู่นั้นจริงจังและไร้ความอ่อนโยนมาก มันช่างไม่เหมาะจะนำมาใช้กับเด็กสาวเลย

“คุณเป็นครูที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย” เธอยิ้มแล้วปลดเกียร์ว่าง จากนั้นก็เริ่มสตาร์ทรถอีกครั้ง ทำตามขั้นตอนทุกอย่างจนครบถ้วน

“คุณไม่ควรปล่อยคลัตซ์เร็วนักเวลาเหยียบคันเร่ง แน่นอนว่าคุณต้องเหยียบคันเร่งอย่างช้าๆ เช่นกัน” ผมเตือน

“ปล่อยช้าๆ เหยียบช้าๆ ฟังดูน่าเบื่อจังหากอะไรจะต้องดำเนินไปอย่างช้าๆ” ปากเธอบ่นไปอย่างนั้นแต่ผมเห็นว่าเธอเองก็พยายามสุดความสามารถ

“อะไรที่ดำเนินเร็วเกินไปก็ใช่ว่าจะให้ผลที่วิเศษเสมอไป” ผมบอก รอดูว่าเมื่อไหร่รถจะเคลื่อน แต่มันกลับนิ่งอยู่กับที่ มีเพียงเสียงดังกระหึ่มจากการเร่งเครื่อง

“ฉันลืมเข้าเกียร์” เด็กสาวหันมาบอกผมแล้วปล่อยให้รถดับอีกครั้ง

“เอาใหม่อีกรอบ ดูมือผมนะ” ผมยกมือขึ้นมาสองข้างตั้งอยู่ในแนวเฉียงประมาณสามสิบถึงสี่สิบห้าองศา โดยที่มือซ้ายอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่ามือขวา “มือซ้ายของผมคือเท้าของคุณที่เหยียบคลัตซ์อยู่ ส่วนมือขวาคือเท้าของคุณที่วางอยู่บนคันเร่ง หลังจากที่คุณเข้าเกียร์หนึ่งแล้ว คุณจะต้องออกแรงที่เท้าขวาอย่างช้าๆ และยกเท้าซ้ายขึ้นมาจากคลัตซ์อย่างเชื่องช้าเช่นกันตามนี้” ผมแสดงให้เธอดูโดยใช้ฝ่ามือจำลองภาพ

ลูน่ามองดูผมอย่างใจจดจ่อ ผมหมายถึง เธอมองหน้าผมไม่ใช่มือของผม ผมจึงหันไปมองเธออย่างไร้คำพูดอยู่ครู่หนึ่ง

“คุณไม่ได้ฟังที่ผมบอก”

“ฉันฟังนะ” เธอประท้วง ก่อนอธิบายต่อไปว่า “ฉันฟัง แค่มองหน้าคุณ ฉันไม่เคยชินกับการรับฟังอะไรโดยไม่มองหน้าผู้พูด”

เมื่อเข้าใจแล้วผมจึงหันหน้าเข้าหาเธอแล้วอธิบายใหม่อีกรอบ และรู้สึกได้อีกครั้งว่าเธอมองดูผมอย่างจงใจมากกว่าจะสนว่ามือผมกำลังทำอะไรอยู่

“คุณคิดอะไรอยู่ ขณะที่มองหน้าผม”

“ฉันแค่สงสัยว่าคุณรักเธอมากแค่ไหนกัน”

ผมเลิกคิ้วสูง “คุณกำลังหมายถึง...”

“ผู้หญิงที่คุณจะแต่งงานด้วย คุณรักเธอมากขนาดไหนคะ”

ผมกับซานดร้าคบกันมาหลายปี พวกเราเข้าใจกันและรู้จักครอบครัวของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างดีด้วย แม้ในบางครั้งเราสองคนจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกันบ้างแต่เราก็สามาถสะสางมันออกไปจากใจโดยไม่มีใครนำกลับมาคิดหรือหยิบยกขึ้นมาเถียงกันอีกในกรณีมีเรื่องบาดหมางใจระหว่างเราสองคน ซานดร้าเป็นผู้หญิงที่ความเป็นผู้นำและเป็นผู้ฟัง ผู้ให้คำปรึกษาที่ดี เธอเป็นผู้หญิงที่น่ายกย่องคนหนึ่ง

“ผมคิดว่าเธอเหมาะสมและคู่ควรที่จะเป็นแม่ของลูกในอนาคต” และนั่นก็คือสิ่งที่ผมตอบลูน่าออกไป นอกประเด็นไปเยอะเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงบอกเธอไม่ได้ว่าผมรักซานดร้าขนาดไหน มันแค่...ไม่ออกมา มันไม่ได้ออกมาจากใจ แน่นอนผมต้องรักเธอแต่ไม่ใช่เวลานี้ที่ผมจะเอ่ยได้แบบนั้น

“ฉันเคยถามพี่อาร์วิน อาร์เวล และคุณพ่อ ว่าพวกเขารักภรรยาของตัวเองมากขนาดไหนกัน พวกเขาบอกว่ารักมากพอที่จะรู้สึกได้ว่าโลกของพวกเขาไร้น้ำหนักเวลาที่ภรรยาของพวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้ๆ คุณคิดยังไงกับประโยคนี้คะ” เธอหรี่ตามองผม

“ถ้าหากเราเข้าใจในเหตุผลที่ต้องอยู่ไกลจากคนรักเราย่อมไม่รู้สึกไร้น้ำหนักอยู่แล้ว” ผมบอก เหมือนอย่างที่ผมรู้สึกในตอนนี้ไง หรือจะว่าไปแล้วผมไม่เคยรู้สึกแบบนั้นกับซานดร้า เราให้เหตุผลต่อกันและกันตลอด หากอีกฝ่ายจะต้องจากไปไหนไกลๆ และผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในแบบเดียวกันนี้ ผมคิดว่านี่ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคู่รักที่มีความเข้าใจกัน

“เหรอคะ ทำไมฉันที่มีความเข้าใจถึงยังได้รู้สึกเหมือนพวกเขาเลยล่ะ”

“ผมเสียใจเรื่องแฟนคนล่าสุดของคุณ คุณคงรักเขามากอยู่สินะ” ผมทาบมือลงบนหน้าเด็กสาว

“ไม่ใช่เขาหรอกที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้น คนๆ นั้นเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าฉันรู้สึกยังไง บางทีเขาอาจจะมองฉันเป็นแค่น้องสาวเสียด้วยซ้ำ”

นั่นอาจเป็นเหตุผล...ที่ลูน่าไม่สามารถรักแฟนคนไหนของเธอได้เลย และยังสามารถตัดขาดจากพวกเขาได้อย่างไม่รู้สึกอะไร เพราะเธอมีคนอื่นอยู่ในใจก่อนแล้ว

“ฉันต้องยกขาซ้ายขึ้นช้าๆ ใช่ไหมคะ” เธอหันไปให้ความสนใจกับการขับรถ “แล้วก็ออกแรงดันคันเร่งด้วยเท้าขวาอย่างอ่อนโยนที่สุด”

“คุณลืมมองกระจกหลัง” ผมบอกเธอ

“ใครกันน้าที่บอกว่าการมองไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวคือสิ่งที่ดีที่สุด ฉันไม่เห็นว่ามันจะแมทช์กับการขับรถเท่าไหร่เลย” เธอบ่น แต่อย่างน้อยเธอก็ออกรถได้

ลูน่าเกือบจะขับรถชนน้ำพุหน้าคฤหาสน์พ่อแม่เธอแต่นับเป็นโชคดีที่เธอเลี้ยวรถเฉียดรั้วไปได้สำเร็จ แล้วมุ่งตรงไปยังประตู ผมมองเข้าไปในกระจกหลังเห็นเงาพ่อเธอและอาร์วินกับอาร์เวลยืนมองตามเราอยู่ จากนั้นลูน่าก็ขับรถออกจากบ้านเธอมาโดยทิ้งพวกเขาไว้ด้านหลัง ผมไม่ได้ถามเธอว่าจะไปที่ไหน แค่เห็นว่าเธอกำลังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีจึงไม่ขัดจังหวะ แล้วปล่อยให้เด็กสาวขับรถต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่ผมกำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่า...

ผมรักซานดร้ามากแค่ไหนกันนะ?

 

 

 































































I Love You my Luna
รักลูน่ามากๆ นะคะ




ß
จิ้งจกน่ารักดี 555 เท้าสวย ประดับโคมไฟหน้า
บ้านพักนาตกับเพื่อนตอนไปปาย แพทบอกว่าสวย
สามสาวเลยล่าถ่ายรูปจิ้งจกกันทั้งคืน 5555


เจ้าชายอัศวิน
:::

 

ลูน่าๆ น่าสงสารจังเลย รักลูน่าจังเลย เป็นเด็กที่น่ารักอะไรอย่างนี้ น่ารักและมั่นใจ (ดูเธอชมเด็กสาวลูน่าเข้า) ยังไม่เคยแต่งนิยายที่นางเอกมีนิสัยแบบลูน่า

ช่วยอวยพรให้ดำเนินเรื่องไปตลอดรอดฝั่ง จริงๆ แล้วเรื่องนี้ชอบลูน่ามากกว่าพระเอกเสียอีก รักเลยก็ว่าได้ หลานสาวเนาะ รักมากค่า (เว่อร์ละ)

แต่รู้สึกหดหู่ชะมัดเลย TOT สงสารลูนี่ผู้น่ารักจริงๆ เอาเถอะ รักลูนะคะ

ไม่รู้จะบ่นอะไรแหะ 5555

อยากบอกว่า...

อย่าลืมคอมเม้นต์กันมาเยอะๆ นะ

 

ป.ล. นอกจากนั้นแล้ว เรื่องนี้อาจจะดูเป็นแนวผู้ใหญ่กว่าเรื่อง Love Acid และ Love Maze รวมไปจนถึง Love Fairy หน่อยนะคะ ได้แต่หวังว่าทุกคนจะชอบและอ่านได้ บางครั้งก็จะบรรยายเยอะกว่าพูด อาจจะเป็นเพราะว่านาตเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว (จริงเหรอ 555 กร๊ากก) เลยเหมือนการแปรผันแนวนิดหน่อย จริงๆ แล้วยังแต่งได้อยู่ค่ะ เพียงแค่ว่าความรักแบบเด็กๆ มันไม่มีอยู่ในหัวใจอีกแล้ว (พูดให้ฟังดูยิ่งใหญ่) 555 (นาตยาผู้ยิ่งใหญ่ --- โคตรเชื่อเลยว่ายัยนี่โตแล้ว 555) อ้าว...อารมณ์มันมาเป็นพรรคๆ (เขียนถูกรึเปล่า555) เกือบตกภาษาไทย ถ้าไม่เขียนนิยายจะตกได้กว่านี้ ขอบคุณนิยายเถอะสวรรค์ (เขียนถูกค่ะคำหลังจำได้)

ตอนนี้นาตไม่ค่อยหื่นเลย เป็นอะไรรึเปล่าไม่รู้ (น่าเป็นห่วงจังเลย) อะไรของมัน 5555  เดี๋ยวนี้เป็นคนดีของสังคม (แหวะ...หมั่นไส้ 555) อึ๋ย...อ่านะ กำลังเตรียมตัว...จะไปขัดขาหนุ่มอังกฤษอยู่ 555 (อีกตั้งสองเดือน) ก่อนจะไปขัดขาใครก็ต้องทำให้ตัวเองดูสวยเสียก่อน เวลาหนุ่มผู้โชคร้ายตื่นขึ้นมาระหว่างประกอบพิธีจะได้ไม่ต้องตกใจมาก 555 ให้มีความสวยหลงเหลือให้ประทับใจอยู่บ้าง (ด้านบนเพิ่งบอกว่าหล่อนหื่นน้อยลง แต่ความโหดร้ายเพิ่มเป็นกอง) อื่น...ก็ไม่รู้แหะ จริงๆ ตอนนี้กำลังคิดหนักเรื่องจะแบกคอมไปเก็บรูปดีหรือว่าจะซื้อ XD-Card ดี แบกคอมก็ดีสามารถดูรูปในคอมได้แต่หนัก เอาแต่การ์ดไปเวลาดูรูปในจอกล้องบางทีเราไม่รู้ว่าชัดไม่ชัดและก็ไม่แน่ใจว่าจะถ่ายใหม่อีกดีไหม กับกำลังคิดหนักว่าจะซื้อแบ็ตเพิ่มดีรึเปล่าเพราะแบ็ตนาตเปิดปิดกล้องบ่อยๆ จะทำให้หมดเร็ว

แต่ช่างมันไปก่อน จะคิดให้ปวดหัวทำไมเนี่ย (มินาสอง >O< มินาที่ปราศจากอีรอส 555) อ้าย...อยากกระโดดด้วยความสงสาร

 

ป.ล. 2 กำลังหัดเล่นคีย์บอร์ด If A Song Could Get Me You แบบง่ายๆ อยู่ อ้าย...แล้วจะหัดเล่นกีตาร์หากประสบความสำเร็จกับคีย์บอร์ดแล้ว

 

ป.ล. 3 ที่บ่นเยอะเพราะว่า... ตอนนี้มันน้อย แต่งนิยายได้น้อยเพราะสมองมีแต่เรื่องเรืยน

 

ป.ล. 4 ใครชอบปายหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับ Coffee in Love ร้านกาแฟมีชื่อในปาย สามารถแวะเวียนไปดูไดอารี่นาตได้ อัพเดทรูปร้าน Coffee in Love ไว้ค่ะ ที่จริงมีเยอะกว่านั้นแต่ลงแค่นั้น ส่วนปายในส่วนอื่นๆ จะอัพเมื่อมีโอกาสแล้วจะประกาศบอกอีกทีละกัน

 

 

[ลบแล้วค่ะ]

 

ในที่สุดก็ได้ไฟล์กลับมา พ่อแก้ให้จนได้ TOT ซาบซึ้ง โชคดีที่พ่อเป็นคนใจเย็นและชอบทำตัวยุ่งเหยิงอยู่กับคอมแถมไม่ค่อยขี้บ่นเลยไม่มีปัญหา นาตเป็นผู้หญิงที่สติแตกเข้าขั้นเวลาคอมพังทีนี่แทบบ้า แม้จะนั่งนิ่งก็เถอะแต่หัวอ่ะคิดไปไกลแล้ว เวลามีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับนิยายจะพารานอยได้ที่เลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าตัวเองพัฒนาไปมากเข้าขั้น 555 ที่ยังสามารถทำอะไรอยู่ได้

แต่รู้สึกว่าน้องเตยเก่งกว่าทำงานที่เคยทำในสามวันให้เสร็จภายในคืนเดียวและไปเรียนต่อ นาตเคยไม่นอนแล้วไปเรียนเช้าวันต่อมาป่วยเลย ขนาดวันจันทร์ที่ผ่านมานี้โดนโรคผู้หญิงทำพิษปวดท้องมากเลยนอนอยู่บ้านสองคาปแรกเตรียมไปสอบ สรุปตกรถต้องเดินจากบ้านไปโรงเรียนประมาณ 5 กิโล ลื่นน้ำแข็งตั้งหลายหน ฮามากแต่ล่อแล่เต็มทน สอบไม่รู้เรื่องเลยเหนื่อยจัดและก็ปวดท้องด้วย แต่ผลเกรดคละๆ กันก็ผ่านพอดี 55 (เก่งอะไรอย่างนี้ -> ชมตัวเอง) ป่วยเลย แล้วก็ยังเสนอหน้าไปสอบวันพฤหัสต่ออีก ตอนนี้ยังป่วยอยู่เลย อากาศหนาวตามปรกติ หิมะยังกองอยู่สองข้างทาง ไม่มีหิมะตกเพิ่ม

ดีใจที่ได้ไฟล์นิยายและงานเกี่ยวกับ Charles xens กลับคืนมา วันนี้บ่นอะไรมีสาระ ซึ่งปรกติไม่ค่อยมี ตั้งแต่เรียนหนักมานี้ความหื่นลดเหลือเป็น 0 เลย เวลาเห็นหน้าคนหล่อไม่อยากกระโดดงับอีกแล้ว 555 (เสียดายความรู้สึกแบบนั้นจัง -> อ้าวยัยนี่) 5555

I was standing in the dark…

There was not anything at the sky…

…have got no star…and no moonshine

But I thought “I’m gonna be fine”…

So…I am fine now

Without the sunshine I’m still be fine.

That why I still keep believing on “Positive Thinking”.

 

I don’t know what I want to write, lol I’m glad to get my novels back.

 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

624 ความคิดเห็น

  1. #589 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 / 18:02
    อีวานใจดีจัง ^^
    #589
    0
  2. #346 Orday (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มีนาคม 2554 / 19:02

    คุณพี่ผู้แต่งตลกมากๆค่ะ

    #346
    0
  3. #268 Flower Princess (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มกราคม 2554 / 17:40
    The change won't visit her that often...

    And she use this chance to be with him.

    But reality won't let her do this that long as she really wants.
    #268
    0
  4. #238 สาวน้อยฤดูร้อน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2554 / 15:37

    จะร้องTOT

    #238
    0
  5. #220 ob9ik (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 19:30
    น่าสงสารมากกกกๆๆเลยอ่ะพี่นาต ToT
    #220
    0
  6. #216 ~L'obscurit~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กันยายน 2553 / 22:34

    หนุกมากๆ  >O

    #216
    0
  7. #215 Love Actually (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2553 / 13:01



    อุเฮะ อุเฮะ

    อีวานจ๋าาาาา ทำไมแกสมองช้าอย่างนี้ (วะ) ไม่ทันความคิดของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดเล๊ยยยยยยย

    แกไม่รู้เหรอ ว่าการที่ลูน่าเอาเลื้อแกมาคลุมตัวเองน่ะ มันหมายความว่ายังไง 

    คิดให้ดี ๆ มันมีความหมายแอบแฝงอยู่นะเฟ้ยยยย

    เพราะว่า...เพราะว่า...เพราะว่า มันเหมือนกับว่า แกกับลูน่าได้กอดกันทางอ้อมยังไงเล่าาาาา

    แค่นี้ก็ไม่เก็ท ชิ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

    เพราะลูน่ารู้อยู่แล้วว่า อ้อมกอดของแกจะไม่ได้มีไว้ให้เธอในฐานะน้องสาวหรือฐานะอื่นอีกต่อไปแล้ว

    เพราะอีกไม่นาน แกก็จะต้องแต่งงานกับคู่หมั้น ที่แกเองก็ยังไม่รู้เลย ว่าแกรักเธอหรือเปล่า

    ฮ่วย ๆ ๆ ๆ ๆ

    จริง ๆ แล้วน่ะ ความรักที่แกกับเธอมีให้กัน มันหมดไปตั้งนานแล้ว

    อาจจะหมดไปตั้งแต่ที่แกได้เจอกับลูน่าเมื่อสิบปีก่อนแล้วด้วยซ้ำ

    ทุกวันนี้แกกับซานดร้าคบกันในฐานะเพื่อนเท่านั้นแหละ ไม่ใข่คนรัก

    โอ๊ยยย โว้ยยย ลองกลับไปค้นใจตัวเองดูให้ดี ๆ นะ ว่าแกน่ะ รักใครกันแน่ อีวาน ลูน่าหรือว่าซานดร้า

    แล้วก็คิดให้ดี ๆ นะ ว่าแกไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าขาดใครไปจากชีวิตแกน่ะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กันยายน 2553 / 15:21
    #215
    0
  8. วันที่ 31 สิงหาคม 2553 / 20:59
    โอ้ย กรี๊ดกร๊าดอีวานมากมาย น่ารักจัง
    ลูน่าที่รัก เจ็บปวดใช่ไหม
    คนอ่านก็เจ็บปวดนะ>_<
    เรื่องนี้เศร้าหรืเปล่าเนี่ย

    #203
    0
  9. #202 Queen of light (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 15:16
    รักแรกตอนอายุเจ็ดขวบนี่ น่านับถือจริง แถมยังไม่ลืมด้วย~~~~~~~~~~
    #202
    0
  10. #198 airoil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 14:41
    กีสสสส  อิจฉาลูน่าอย่างแรง  ได้นั่งตัก  ได้อิงไหล่ด้วยง่า T^T
    #198
    0
  11. #193 boongkee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2553 / 15:43

    ได้อ่านมุมของลูน่า เศร้าจังอ่ะ TOT แต่อเมซลูน่ามาก มีรักแรกตอนเจ็ดขวบ O.O!

    แถมลืมไม่ได้อีกต่างหาก เจ็บแทนอ่ะ รักแรกกำลังจะหลุดลอยไปแล้ว ว อ้ากกก ไม่ได้ ไม่ย๊อมมม สู้เพื่อเธอลูน่า 55

    หวานหยดมดไต่สุดๆ นั่งตัก กอด กรี๊ดดด นึกถึงตอนนั่งตักแล้วหน้าอยู่เสมอกันลูน่ามองหน้าอีวาน อ๊ายยย มันเขิล >///<

    อีวานทำไมยอมให้ลูน่านั่งตัก เพราะใจมันเรียกร้องหรือเพราะเห็นลูน่าเป็นแค่น้องสาวยะ =[]=!

    พี่นาตอย่าบิ๊วอารมณ์เศร้ามาก ให้เค้าเริ่มแสดงอาการหวานๆกันบ้าง 5555 (พี่นาต:ตอนนี้ยังได้แค่นี้ย่ะยัยกี๋  ไม่พอหรอ = =) (กี๋:ไม่พอ เอาอีกๆๆๆๆๆ!!!)

    โอ๊ยยย หิว 55

    #193
    0
  12. #179 เร็ทแท็ป (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 / 06:28
    อัพเร็วๆๆๆๆนะค้า
    #179
    0
  13. #178 เร็ทแท็ป (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 / 06:27
    สงสารนางเอกจังเลยคะ
    มันคงเปนความักที่ขมขื่นมากเลยนะคะที่ต้องมาแอบรักคนที่มีเจ้าของอะ
    ก้อไม่คยรุ้สึกอะนะ ก้อก้อเข้าใจ และ อินไปกับบทนะ

    เฮ้ออออ
    #178
    0
  14. #174 fene_sun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 / 02:57
    มาตามเก็บจนเรื่องสุดท้าย
    เฮ้อ...ความคิดของลูน่าแลดูคิดมาก + น่าสงสารเน๊อะ...

    ยังไงก็สู้ๆต่อไปล่ะกันนะ ลูน่า ^^
    พี่นาตด้วย

    ไปนอนจริงๆล่ะค่ะ
    #174
    0
  15. #165 -yu...♥™- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2553 / 20:05
    กร๊ากกกก เอาแล้วไง ลูน่าของเราจะบอกรักลุงอีวานเร็วๆนีรือเปล่านะ 55555

    เจ้ลูน่า  น่ารักอ่ะ ไม่ไหวแล้ว 55555
    อัพอีกนะ เพราะว่า อยากจะดูว่า อีวานจะสอนลูน่าขับรถไหวหรือเปล่าถ้าลูน่าเจ็บเข่า =w=
    คู่นี้เหมากันดีนะ แต่เพียงอีวานคิดว่า ลูน่าเป็นน้องสาวในสายตา ทุกอย่างคงจะลงเอยดี๊ ดีนะ 55555

    จ๊วฟๆ คิดถึงเจ้จจริงๆ เฮ้ๆๆๆ ลื่นน้ำแข็งเหมือนกันหรอเนี่ย 5555 แต่โชคร้ายที่เจ้ล้มไปเลย ของยูยังมี
    ผู้ชายตัวโตสองคนรับทัน ส่วนหญิงหนึ่งก็คอยควงแขนไม่ให้ล้มอีก 5555
    (พูดให้เจ้อิจฉา จะได้ลงจากคานสะทีเนอะ =w=) ดูมันพูด =_=
    #165
    0
  16. #164 The Marshmallow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2553 / 18:20
    ohhh poor Luna T^T

    รักข้างเดียวนี่มันเจ็บนะ ฮึกๆๆๆ T.T

    อีวานก็รีบนอกใจแฟนมาหาลูน่าไวๆๆล่ะ (เฮ้ย!ไม่ใช่! 555+)
    #164
    0
  17. #162 กาแฟ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2553 / 23:06
    ลูน่าน้อยน่าสงสารมากมายค่ะ  TT~
    คำว่า  " น้องสาว " กระแทกใจอย่างแรง  U.U
    คอยเชียร์อยู่เสมอนะคะ  อย่ายอมแพ้  
    เดี๋ยวกาแฟจัดการซานดร้าเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า  =^=  หึๆ   (จะโดนจัดการก่อนสิไม่ว่า - -*) 

    แต่ที่ชอบทำตัวเองบาดเจ็บให้อีวานช่วยรักษานี่ขำจริงๆนะคะ  ><
    ทำให้กาแฟนึกถึงที่คุณครูเคยสอนวิชาสุขศึกษาว่า  
    " พวกทำร้ายตัวเองคือซาดิสค่ะ "  55+    ล้อเล่นนะ  :)  อิๆ

    ปล. จิ้งจกข้างบนดูเหมือนจะน่ารักนะคะ แต่ก็น่ากลัวค่ะ  TT  พอดีกาแฟเพิ่งมีประสบการณ์เลวร้ายกับจิ้งจกมาเมื่อไม่นาน  UU  ช่างติดตาติดใจเหลือเกิน
    #162
    0
  18. #159 bunbun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 21:25


    สงสารลูน่าจัง



    อีวานก้แอบหวั่นไหวน่า



    55555. สู้สู้
    #159
    0
  19. #157 แมวเหมียว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 13:00
    สงสารลูน่าจังค่ะ TOT 
    อ่านไปปวดใจจี๊ดๆ ..แง้..อีวาน รีบเลิกกับซานดร้าแล้วหันมาหาลูน่าเถอะ TT
    เห็นนางเอกเป็นน้องสาว ง่า..ก็นะ ..อายุห่างกันขนาดนั้น 

    อ่านอีวานแล้วให้ความรู้สึกเหมือนท่านเซอร์คัสเลยค่ะ >///< ท่านเซอร์ ~ ท่านเซอร์~ เพ้อ *~*
    สงสัยพระเอกต้องคิดหนักแน่เลยอ่า...เพราะได้ตัดสินใจแต่งงานกับซานดร้าไปแล้ว
    ..ฮือ..แอบสงสารซานดร้านิดๆ (ถ้าหล่อนยอมเสียสละอีวานนะ) 

    ฉากใต้ต้นไม้เนี่ยโรแมนติกมากเลย..หนูอยากนั่งเป็น ก ข ค แถวนั้นบ้างจัง 
    โหะๆๆ บรรยากาศบริเวณนั้นคงหวานพิลึก อิอิ
    ........................
    ไ อ้ที่ทำเตยทำได้ภายในคืนเดียวเนี่ย ..ไม่ได้เป็นไซบอร์กเกิร์ลแต่ประการใดค่ะเจ๊พี่นาต ฮ่าๆๆ
    คือ..เพราะว่าเตยมีแบบของเว็บเพจไว้ในหัวแล้วไง หนูเลยทำได้แบบไม่ติดขัด
    ที่ทำนานหลายวัน เพราะเสียเวลาไปกับการนั่งออกแบบหน้าเว็บแต่ละหน้าอ่ะค่ะ
    อิอิ เจ๊ก็...เด๋วคนอื่นก็คิดว่าเตยถึกซะหรอก..
    ฮ่าๆๆ

    รักเจ๊ ม๊วฟฟๆๆ ขอบคุณคุณพ่อของพี่นาตด้วยนะคะ ที่ช่วยดึงไฟล์อีวาน (สุดหล่อ) ออกมาได้
    อิอิ
    #157
    0
  20. #156 แมวเหมียว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 12:40

    อีกนิดก่อนอ่าน ...
    ชอบภาพจิ้งจก? เอ๊ะ หรือตุ๊กแก? (เห็นตัวเล็กๆ สงสัยจิ้งจก) จังค่ะ ..
    อาร์ตได้อีก..ฮ่าๆๆ
    ชอบค่ะชอบ ..เหมือนดอกไม้เลย ^^

    คราวนี้ไปอ่านจริงๆ แล้วค่ะ แฮ่ๆ

    #156
    0
  21. #155 แมวเหมียว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 12:38
    อะไรอ่าเจ๊ =O= 
    เตยยังไม่ได้มาอ่านนะคะ นึกว่าอ่านบทนี้จบแล้วซะอีก
    ฮ่าๆๆ
    เห็นพี่นาตไปบอกในไอดีเลยรีบเปิดเข้ามาเรื่องนี้แบบรวดเร็ว

    โหะๆๆ ขอตัวไปอ่านก่อนนะคะ
    แล้วจะกลับมากรีดร้อง..โว้ววววๆๆ
    #155
    0
  22. #154 popoja (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2553 / 22:39

    อ้ากกพี่นาต

    ตอนนี้ออกเเนวซึ้งๆ(สงสัยรู้สึกไปเองง)55

    รักษาสุขภาพพี่นาตเช้าจายม่ะ

    หุหุ

    อัพเน้อ

    #154
    0
  23. วันที่ 23 มกราคม 2553 / 17:18



    Welcome back
    my love novel >_<


    I'm glad to have you by my side

    (ยัยป้านี่พล่ามอะไร หือ...ซาบซึ้งดีใจ 5555)
    #152
    0
  24. #150 กาแฟ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2553 / 18:44
    ดีแล้วล่ะที่หนูลูน่าไม่พาลุงเค้าลงข้างทาง  55+

    เพียง 1 เดือนรักเลยค่ะ  = =;  โอ้ !  ช่างเป็นเวลาที่ดูแลสั้นแต่คงเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลยค่ะ  ลูน่าน้อยถึงกล้าคอนเฟิร์ม  *0*  
    แต่รักลุงเค้าตอนกี่ขวบน่ะ   ได้ยินแว่วๆว่า 7 ขวบ  -0-   ทำกาแฟอึ้งค่ะ 

    ยังไงก็สู้ๆนะคะ  ลูน่า  ^^~ 
    เดี๋ยวลักพาตัวซานดร้าให้ค่ะ  *0*  55+  (แผนการชั่วร้าย)
    #150
    0
  25. #148 popoja (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2553 / 20:36

    อ้ายยยยยยยยย

    ลูน่า

    พี่นาตรังแกลูน่าไปป่าววววว

    น่าสงสาร

    อัพๆๆ

    #148
    0