Love Complex ข้ามวัยรักพิทักษ์หัวใจ

ตอนที่ 8 : Love Complex 4: Blind Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ม.ค. 54






 

 

(เจ็บปวด --> ตกราวยิมนาสติกซี่โครงกระแทกแรงๆ ทำไมไม่เปลี่ยนเป็นหลุ่มหล่อมาสะดุดรักแบบกระแทกใจได้วะเนี่ย 555) ไม่มีอะไรจะบ่น (เมื่อคืนหลานๆ หลอน อีรอส อาเบล ลูน่า + ลูกชายคนสุดท้อง ตาดีแลน อยากฟื้นจัด จะงับคอแม่แล้ว) คิดถึงทุกคน(มีใครบ้างให้คิดถึง รายงานด่วน) 555

ป.ล.ไดม่อนสะกิดเสื้อ “แม่ครับ...ผมอยาก...ออทัมจะแย่อยู่แล้วนะ รีบๆ ต่อสิ”

(ส่อได้อีก)

 

 

Love Complex 4: Blind Love

ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ขับรถออกจากเขตรั้วบ้านโดยไม่มีอะไรเสียหาย ทั้งสองเรายังคงปลอดภัยอยู่บนเส้นทางสายเปลี่ยวที่นำพาพวกเราออกห่างจากบ้านมาเรื่อยๆ ฉันขับรถขับผ่านที่ๆ เราเจอกันครั้งแรกหลังจากได้ยินและชื่นชมเรื่องเล่าเกี่ยวกับตัวเขาจากปากพี่ชายทั้งสองมานานหลายปี ฉันยังคงจดจำรอยยิ้มที่ทอดมองฉันราวกับมองเด็กดื้อคนหนึ่งอย่างเอ็นดูได้ขึ้นใจ แน่นอนว่าตอนนั้นเขาหาว่าฉันดื้อด้วย ทว่าเขากลับวางร่างของฉันลงบนเบาะรถอย่างถนอม

ฉันคิดว่านี่อาจเป็นความรู้สึกมั่นใจเวลาที่ฉันมีเขาอยู่ใกล้ๆ เหมือนเมื่อครั้งที่เราฝึกปั่นจักรยาน ไม่มีใครสอนฉันได้เลยนอกจากเขา หรือว่าฉันจะเอาแต่ใจไปเองเท่านั้นว่าทุกอย่างจะต้องสำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลือจากเขา ความช่วยเหลือในแบบเดียวกันกับที่คุณพ่อและพี่ชายทั้งสามคนสามารถหยิบยื่นให้ได้ตลอดเวลา ซึ่งต่างจากเขาที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำแบบนั้นบ่อยนัก แต่ฉันก็ยังนิสัยเสียปรารถนาให้เป็นเขาอยู่ดี ทำไมอะไรๆ เกี่ยวกับการฝึกหัดที่มีส่วนเชื่อมโยงกับรถถึงได้ง่ายดายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากเพียงเพราะมีเขาอยู่ใกล้ๆ ทั้งที่ทฤษฎีเหล่านี้ฉันได้เรียนรู้มากจากบุคคลในครอบครัวและอาจารย์หมดแล้ว

มันคงเหมือนกับความรู้สึกที่ฉันมีให้เขาใช่ไหม ความรู้สึกที่ฉันเองไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แค่รู้ว่าวันที่เขาจะจากไปฉันก็อยากจะร้องไห้เจียนตายและห้ามเขาเอาไว้ อยากบอกเขาว่าอย่าจากฉันไป แต่ฉันก็เข้มแข็งและฉลาดพอที่จะไม่ทำแบบนั้น ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนในอดีตช่างเหมือนกับว่าเขาเคยเป็นทุกอย่างของฉัน หนึ่งเดือนเดียวเท่านั้น หนึ่งเดือนสุดท้ายและทอดทิ้งฉันไปนานถึงสิบปี ไม่น่าเชื่อเลยว่าระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนจะมีอานุภาพมากมาย โดยไม่มีอะไรจะสามารถเปลี่ยนความต้องการของฉันที่มีต่อเขาได้ ภายในหนึ่งเดือนที่ไม่มีใครรู้เลยว่าหัวใจของฉันหลุดลอยหายไปอยู่กับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ และมันยังคงลอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เขาตราบจนทุกวันนี้

มันกำลังจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เขาจะมาพักอยู่กับเราสักระยะ พักอยู่เพื่อให้ฉันรู้สึกถึงการมีตัวตนของเขา พักอยู่ใกล้ๆ แล้วทำให้หัวใจฉันเต้นแรงและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ฉันรู้ว่าตัวเองคงไม่สามารถรั้งเขาเอาไว้ได้ ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันกำลังจะแต่งงานไปกับผู้หญิงที่เขาเห็นควรว่าเหมาะสมที่จะเป็นแม่ที่ดีของลูกได้ เขาอาจจะแค่ไม่อยากบอกฉันเท่านั้นว่ารักเธอมากเท่าไหร่ แต่เขาคงรักเธอมากจริงๆ และนั่นก็ทำให้ฉันเจ็บจนแทบไม่มีสมาธิ ที่ฉันยังสามารถขับรถอยู่ได้ในตอนนี้โดยไม่พาเราทั้งคู่ลงข้างทางนั้น ก็คงต้องขอบคุณกลิ่นกายอันน่าหลงใหลของเขา และจิตวิญญาณของผู้ปกป้อง รวมไปจนถึงร่างกายของเขาที่แผ่ไออุ่นให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ที่ยังสามารถดึงสมาธิของฉันเอาไว้ได้

งี่เง่าจังเลยที่ฉันเป็นแบบนี้ ไม่มีเรื่องไหนเลยที่จะทำให้ฉันเสียสมาธิได้เท่านี้ ฉันอยู่มาได้ตั้งสิบปีโดยปราศจากเขา หรือจะว่าไปแล้วก็คือ ในระยะเวลาสิบเจ็ดปีของการมีชีวิตอยู่บนโลก ฉันเคยมีเขาอยู่กับตัวแค่เสี้ยวหนึ่งของชีวิตเท่านั้น ที่เหลือคือช่วงเวลาที่ฉันใช้ชีวิตโดยปราศจากเขา ทำไมวันที่ฉันยกมือขึ้นแตะพวงมาลัยใจมันจึงต้องโหยหาเขาด้วย มันเป็นเรื่องที่งี่เง่าที่สุดสำหรับผู้หญิงที่จะหาผู้ชายดีๆ แบบไหนก็ได้อย่างฉัน แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ยอมคบใครที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนดีเลยเพียงเพราะไม่อยากผูกมัดตัวเองกับคนเหล่านั้น เพียงเพราะความต้องการที่มีต่ออีวานเพียงคนเดียว

อีวาน อีวาน อีวาน อีวานที่อายุมากกว่าฉันตั้งสิบสี่ปี อีวานที่กำลังจะแต่งงานไปกับซานดร้าคู่หมั้นของเขา ให้ตายเถอะ...ฉันรักเขาเหลือเกิน ฉันควรจะทำยังไงดี งี่เง่าสิ้นดีที่ใจฉันถวิลหาอีวานแค่เพียงคนเดียว เขามีดีอะไรกันนะ แค่ยิ้มแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่น มีผู้ชายอีกตั้งหลายคนบนโลกก็สามารถทำแบบนั้นได้ หรือเพราะความเป็นสุภาพบุรุษ หรือสัมผัสของเขาที่ทำให้ฉันไม่เคยรู้สึกรังเกียจ หรือมันเริ่มต้นจากความประทับใจในวันนั้น วันที่เขาสามารถทำให้ฉันปั่นจักรยานได้ หรือจะมีอะไรที่มากกว่านั้น คำว่า หรือ...ที่ห้อยท้ายด้วยคำถามร้อยแปดพันเก้าลอยวนเวียนอยู่ในหัวฉันไม่จบไม่สิ้น ฉันไม่รู้จริงๆ ว่ามันเริ่มต้นจากตรงไหน ฉันรู้แต่เพียงแค่ว่า ตัวเองไร้ความสามารถที่จะหยุดความรู้สึกแบบนั้นลงได้ ความรู้สึกที่เรียกได้ว่า รักอีวาน

“ดีมากลูน่า” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งสังเกตการณ์และปล่อยให้ฉันจมอยู่ในความคิดมาได้สักระยะแล้ว

“ขอบคุณค่ะ อีวาน”

“เข่าคุณเป็นยังไงบ้าง”

“เหมือนเดิมค่ะ” ฉันเลี่ยงที่จะตอบว่ามันปวดอยู่ หวังว่าคำนี้จะช่วยทำให้เขาเข้าใจผิดไปว่ามัน ดีเหมือนเดิม เพราะที่แน่ๆ ฉันยังไม่เคยเอยปากบอกเขาไปว่าเจ็บมาก เขาจะรู้ว่าฉันเจ็บเพียงนิดเดียว แต่มันแย่มากเลยเพราะตอนนี้ความเจ็บนั้นเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว

“ตอนที่ผมขับรถมาเห็นร้านเค้กพื้นเมืองในหมู่บ้านอยู่ ผมอยากไปนั่งดื่มกาแฟเอาบรรยากาศพื้นบ้านที่นั่นสักหน่อย คุณจะมีปัญหาไหมหากผมจะเสนอให้เราพักรถกันที่นั่นสักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง”

หมายความว่าฉันต้องเดินลงจากรถสินะ

“ฉันอยากฝึกซ้อมต่อสักพัก จนกว่า...” เข่าจะหายเจ็บ ถ้าแบบนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่

“จนกว่า...” อีวานทวนประโยคที่ฉันเอ่ยค้างไว้

ฉันไม่อยากโกหกเขาไปมากกว่านี้ ไม่อยากโกหกเขาเลย

“ขาฉัน มันเจ็บมากเลยค่ะ” ฉันสารภาพออกมา

“นั่นเป็นเหตุผลที่ดีสำหรับการหยุดพัก” ในน้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอมยิ้ม “จะหาที่จอดไหม หรือว่าคุณอยากขับต่อไปจนถึงร้าน”

“ฉันยอมแพ้” ฉันพยายามเทียบรถเข้าข้างทางเกือบจะเสียหลักแต่อีวานเอื้อมมือจับพวงมาลัยไว้ได้ ฉันจัดการส่วนที่เหลืออย่างยากลำบาก ขาเริ่มยกขึ้นยากทุกที กว่ารถจะหยุดอยู่กับที่ฉันเองก็แทบขาดใจ แต่อีวานไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจอะไรเลย ไม่เลยสักนิด

ฉันพาดหัวกับพวงมาลัย ตะแคงหน้ามองดูเขานิ่ง เขาจัดการดึงเบรคมือขึ้นเพราะก่อนหน้านั้นฉันลืม จากนั้นมือใหญ่ก็วางลงบนหลังมือฉัน

“คุณทำดีมาก” จากนั้นเขาก็ลงจากรถ เดินอ้อมมาทางฉัน เปิดประตูออกแล้วส่งมือให้ฉัน “หากคุณหายเจ็บ ผมสัญญาว่าจะช่วยเหลือคุณเรื่องการฝึกขับรถจนถึงที่สุด” อีวานรับมือฉันเอาไว้ โน้มตัวต่ำลงมา

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มออกมาอย่างห้ามใจไม่ไหว ปรารถนาอยากให้เขาอยู่กับฉันนานๆ แต่ได้แค่นี้ก็คงจะดีมากพอแล้ว

“วันนี้คุณฝืนมากเกินไปจริงๆ นะ” เขาวางมือฉันไว้บนไหล่ของตน “ขออนุญาตนะครับ” มือข้างหนึ่งของเขาโอบรอบเอว อีกข้างหนึ่งช้อนไว้ใต้ขาแล้วยกร่างฉันขึ้นอย่างระมัดระวัง

ฉันโอบรอบคออีวานดันตัวเข้าหาเขาอย่างยินยอมให้เขาอุ้ม เพราะเขาเป็นแบบนี้ทุกทีที่ฉันบาดเจ็บ มันเป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้ใกล้ชิดเขา ตอนแรกๆ เมื่อครั้งที่ฉันยังเด็กฉันมักจะมีเรื่องเจ็บตัวอยู่เสมอ แน่นอนว่าไม่ได้ตั้งใจเสียเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อฉันเริ่มรู้สึกพึงพอใจกับการมีเขาอยู่ใกล้ๆ ฉันก็เริ่มจงใจหาเรื่องทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพิ่มอีกสิบเปอร์เซ็นต์ มันน่าขำมากเลยใช่ไหม ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังคิดว่าถ้าแลกกับการได้ใกล้ชิดเขามันก็คุ้มไม่ใช่เหรอ ได้ใกล้ชิด...ได้ถามในสิ่งที่อยากรู้ รอคอยและรับฟังคำตอบจากเขา คือสิ่งที่ฉันชื่นชอบตลอดมา

แต่ถึงฉันจะชอบทำตัวเองให้บาดเจ็บเพียงใดเวลาที่รู้ว่ามีเขาอยู่ใกล้ๆ ได้โปรดเชื่อฉันเถอะ...เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ฉันไม่เคยปรารถนาให้มันเป็นแบบนั้นเลย เพราะฉันต้องการใบขับขี่ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวเพื่อขับไปลอนดอนในเดือนหน้าและเข้าเรียนในโรงเรียนดีไซเนอร์ที่เพิ่งจะติดต่อฉันมาอย่างกระทันหัน ทุกอย่างจึงดูเร่งรีบไปเสียหมดสำหรับฉันในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นฉันอาจจะมีเวลาฝึกมากกว่านี้

“ฉันชอบบรรยากาศที่นี่จัง” ฉันบอกเขาเมื่อถูกอุ้มออกมาจากรถแล้ว “คุณคิดยังไงบ้างคะหากเราจะพักอยู่แถวนี้ หรือว่าคุณอยากไปร้านกาแฟมากคะ”

“ขาคุณเจ็บอยู่ มันคงไม่สะดวกสำหรับคุณสินะ ร้านกาแฟค่อยไปด้วยกันวันหลังก็ได้ คุณอยากนั่งตรงไหน”

“ใต้ร่มไม้ก็ดีค่ะ”

เขามองหาที่เหมาะๆ พาฉันไปที่นั่น เจ้าตัวให้ความสนใจกับการเลือกพื้นที่อย่างเคร่งครัด ขณะที่ฉันให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ ไออุ่นจากตัวของเขา วงแขนอันแข็งแกร่งของเขาที่โอบรัดร่างฉันไว้ ฉันไม่อยากกหลุดออกไปจากวงแขนนี้เลย ไม่อยากอยู่ห่างใบหน้าคมคายไปมากกว่านี้ มีแต่อยากจะขยับเข้าใกล้

“คุณพอจะยืนอยู่ได้สักพักไหม” เขาหันมา ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา นัยน์ตาสีม่วงอมชมพูเหมือนสีตาของคุณแม่ กับแววตาอบอุ่นที่ฉันไม่อยากจะคลาดเลยสักวินาทีเดียว แล้วเขาก็ยิ้ม รอคำตอบจากฉัน “ดูเหมือนคุณจะชอบมองหน้าผมนะ”

“ใช่ค่ะ ฉันชอบมองหน้าคุณ” มากด้วย

“มีคำถามอะไรอีกรึเปล่าครับ” แค่แววเอ็นดู...แววเอ็นดูเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเขา แน่นอนว่าฉันมีคำถาม และคำถามนั้นก็คือ

คุณรักฉันบ้างไหม สักนิดนึง เคยหัวใจเต้นแรงกับฉันบ้างไหม หรือว่ามองเห็นฉันเป็นแค่เด็ก น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหลุดออกมาจากปากฉันได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า เขากำลังจะแต่งงาน

“ไม่มีค่ะ” ฉันตัดใจเบือนหน้ามองไปทางอื่น อีวานยังจ้องฉันอยู่ ฉันรู้สึกได้ “ฉันคิดว่าฉันพอจะยืนอยู่ได้สักพักหากคุณต้องหาอะไรมารองพื้น แต่อันที่จริงแล้วฉันสามารถนั่งแบบนี้ได้เลย”

“คงดูไม่ดีหากกระโปรงสีขาวของคุณเปื้อนเปรอะเลอะเทอะ” ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขา

“เปื้อนบ้างไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงมันก็เปื้อนแล้ว” ฉันบอกขณะอีวานค่อยๆ ปล่อยฉันลงยืนบนพื้น

“เดี๋ยวผมจะไปเลื่อนรถออกจากทาง แล้วจะกลับมาหาคุณ” เขาถอดเสื้อนอกของตัวเองออกแล้ววางกับพื้น เงยหน้าขึ้นมองฉันพร้อมส่งมือให้ “พอจะพับขาเพื่อย่อตัวลงได้ไหม”

“ฉันนั่งได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง” ฉันยิ้มให้เขา ไม่ได้วางมือไว้บนมือใหญ่ ไม่ได้มีเจตนาจะหักหน้าเขา แต่ถ้านั่งลงตอนนี้ก็หมายความว่าฉันจะต้องนั่งบนเสื้อเขาด้วย ซึ่งฉันไม่อยากทำเลย

“อย่าทำร้ายตัวเองอีกล่ะ เดี๋ยวผมกลับมา” อีวานลุกขึ้นแล้วขยี้หัวฉัน

เมื่อเขาหันหลังให้ฉันก็เอามือค้ำต้นไม้แล้วย่อตัวลงช้าๆ แล้วหยิบเสื้อเขาขึ้นมาสะบัดก่อนนั่งลงบนพื้นดินไปทั้งอย่างนั้น อีวานที่อยู่ในรถกำลังชะเง้อคอมองพลางทำตาโต นั่นทำให้ฉันต้องแอบยิ้มออกมา เขาจอดรถเยื้องเข้ามายังพื้นที่ฝั่งที่เรานั่งอยู่โดยหันหน้ากลับไปทางคฤหาสน์ พอเขาลงจากรถและกำลังเดินกลับมาหาฉัน ฉันก็รีบใช้เสื้อของเขาคลุมไหล่เอาไว้ อีวานเลิกคิ้วสูงแล้วหรี่ตาเล็กลง ฉันยิ้มให้ก่อนจะแกล้งเฉมองไปทางอื่นด้วยท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราว สักพักเขาก็ทิ้งกายลงนั่งข้างๆ ฉัน

“เสื้อผมถูกคุณเปลี่ยนเป็นผ้าคลุมเสียแล้ว” น้ำเสียงผ่อนคลายเอ่ยสบายๆ

ฉันหันไปมองดูเขาเอนตัวพิงต้นไม้หลับตาโดยที่ริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างสุขใจ

“ก่อนหน้านั้นคุณก็เปลี่ยนมันให้เป็นที่รองนั่ง”

“ผมอุตส่าห์ถอดเสื้อมารองให้คุณเชียวนะ รู้รึเปล่าว่าผมแปลกใจเหมือนกันตอนเห็นคุณสะบัดเสื้อผมเมื่อก่อนหน้านี้”

“อากาศเริ่มเย็นแล้ว ฉันเลยเปลี่ยนมันเป็นผ้าคลุม ก็ดีเหมือนกันนี่คะ”

“แบบนี้ผมคงโดนแม่บ้านเอ็ดแย่เรื่องกระโปรงของคุณ เมื่อก่อนผมจึงต้องให้คุณนั่งตักอยู่เสมอเพราะไม่อยากให้ชุดของคุณเปื้อน แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่ทันการแล้วสินะ” เขาเบ้ปากกึ่งอมยิ้ม ยังไม่ลืมตาขึ้นมา

“ตอนนี้คุณยังจะอยากให้ฉันนั่งบนตักคุณอยู่รึเปล่าคะ” ฉันจ้องเขาจริงจังลืมเรื่องความเหมาะสมไปเลย

อีวานลืมตาขึ้นมา ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย นัยน์ตาของเขาฉายแววขบขัน “คุณจะยังอยากนั่งตักผมอยู่เหรอ”

“ถามคุณเถอะค่ะ จะยังอยากให้ฉันนั่งตักอยู่เหรอ” ฉันพูดลอยๆ ไม่ได้คาดหวังคำตอบจากเขาแล้วค่อยๆ ชันขาขึ้นมาอย่างลำบากเพราะปวดเข่า แต่ถ้าเหยียดไว้นานไปก็ปวดอยู่ดี

“ผมไม่มีปัญหานะหากคุณจะทำแบบนั้น” คำพูดของเขาเรียกฉันให้หันขวับกลับไปทันที หน้าเขานิ่งแต่ริมฝีปากยังดูเหมือนเจ้าตัวกำลังยิ้มอยู่

“ฉันไม่ได้ตัวเล็กเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะคะ”

“จริงสินะ” เขาว่าแต่ก็ส่งมือให้

ฉันมองดูมือใหญ่อย่างลังเล หัวใจฉันตอบรับไปเรียบร้อยแล้ว แต่สมองยังพยายามยั้งคิด จนกระทั่งในที่สุดหัวใจก็เป็นฝ่ายชนะ ฉันวางมือของตัวเองไว้บนมือเขา ขยับเข้าใกล้อีวานโดยหันหลังให้เขา แล้วเขาก็ยกฉันขึ้นนั่งตัก โอบร่างฉันไว้เหมือนเมื่อตอนเด็กๆ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองหดเล็กลงกลายเป็นเด็กผู้หญิงวัยเจ็ดขวบอีกครั้ง ต่างกันก็ตรงที่หัวของฉันไม่ได้อยู่ในระดับหน้าอกของเขาอีกต่อไปแต่ฉันเกือบจะอยู่ในระดับสายตาของเขาด้วยซ้ำ

“คุณโตแล้วนี่นะ” รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจฉันเต้นแรง ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เขาย้ำเหมือนไม่เชื่อว่าฉันจะสามารถโตได้จริงๆ

ฉันนั่งนิ่งไม่ยอมหลบตาเขา อยากบันทึกภาพของเขาเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เขาไม่ได้ดูแตกต่างจากเมื่อก่อนไปมากนัก แค่ดูผอมลงกว่าเดิมนิดหน่อยซึ่งทำให้โครงหน้าถูกเน้นเข้มมากขึ้น

“ฉันอายุสิบเจ็ดแล้วนะคะ คุณหัวสิงโต...คุณยังเห็นฉันเป็นเด็กอยู่เหรอ” ฉันย้ำคำเดิม เหมือนทุกครั้งที่เขาพูดเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าฉันโต จากนั้นก็เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้เขา

“ผมขอโทษ” มือใหญ่ปัดปอยผมออกจากหน้าให้ฉัน วินาทีนั้นฉันก็อดไม่ได้ที่จะโผกอดเขาอย่างถือวิสาสะ พาดหัวกับไหล่ของเขา

“ฉันคิดถึงคุณ” หัวใจฉันเต้นแรงขณะที่พูด อีวานที่เคยลูบผมฉันเบาๆ หยุดชะงักไป ฉันแทบจะคิดว่าเขาหยุดหายใจไปด้วย ทว่ายังรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขาเต้นแรงพอที่ฉันจะได้ยินหากพวกเราเงียบกันทั้งคู่

“ผมดีใจที่คุณไม่ได้มองเห็นผมเป็นคนแปลกหน้า ทั้งที่เราไม่ได้เจอกันตั้งสิบปี” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด “ผมไม่เคยมีน้องสาว ผมคิดว่าตัวเองคงรู้สึกแย่หากคุณไม่วางตัวสนิทใจกับผมอีกครั้ง”

คำว่าน้องสาวที่ลอยออกมาจากปากของเขากรีดหัวใจฉันอย่างแรง แต่ฉันก็แข็งแกร่งพอที่จะไม่แสดงความรู้สึกเสียใจออกมา เพราะฉันรู้ดีอยู่แล้วว่ามันเป็นแบบนี้มาตลอด ชายหนุ่มวัย 21 ในวันนั้นไม่มีทางสนใจเด็กผู้หญิงวัยเจ็ดขวบเกินคำว่าน้องสาวหรอก

“พี่อาร์วินกับพี่อาร์เวลเล่าเรื่องคุณให้ฉันฟังประจำ ฉันไม่มีวันรู้สึกเหมือนกับว่าคุณเป็นคนแปลกหน้าได้อย่างแน่นอน” ฉันบอก “ที่สำคัญ น้องสาวที่ดีไม่มีวันลืมเพื่อนรักของพี่ชายได้หรอกค่ะ”

ฉันบอกเขาไปอย่างนั้น แต่ใจมันบอกว่า ไม่มีใคร ลืมรักแรกของตัวเองได้ลงหรอก ต่อให้พี่ชายไม่เล่าเรื่องของเขาให้ฉันฟัง ฉันก็ไม่มีวันลืมเขา และไม่คิดจะพยายามลืมเขาด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะต้องแต่งงานไปกับคนอื่นก็ตาม ตอนนี้ฉันแค่พยายามเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ ที่จะสามารถรวบรวมได้ขณะที่เขาอยู่ข้างกายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แม้จะรู้ว่ามันไม่เหมาะสม เพราะถึงอย่างไร ต่อจากนี้ไปเขาก็จะไม่สามารถมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับฉันอยู่แล้ว

น่าเสียดายจัง เขาจะรู้ไหมนะว่าฉันอยากกล่าวคำว่า ฉันรักคุณ กับเขามากมายขนาดไหน

 

 

 




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

624 ความคิดเห็น

  1. #590 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 / 18:13
    อีวานใจดีมากอ่ะ
    #590
    0
  2. #347 Orday (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มีนาคม 2554 / 19:22
    น่ารักมากๆค่ะ
    #347
    0
  3. #267 Flower Princess (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มกราคม 2554 / 17:39
    Fighting with her old feeling...

    Wanting to be with him and knows that it's not allow...

    Makes her own consequence...but breaks it by her own hands...

    Whether she has already know...that love makes she blind.
    #267
    0
  4. #251 Love Actually (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มกราคม 2554 / 21:03

    ตอนนี้ไม่เม้นท์ละกัน กลับไปอ่าน #217 เอาเองเน้อเจ้

    #251
    0
  5. วันที่ 13 มกราคม 2554 / 02:31
    MAC
    อารมณ์เดียวกันเลยค่ะ (สำหรับคนเขียน...หากเครียดมากๆ จะมาแต่งนิยาย)
    เมื่อแต่งเสร็จแล้วก็กลับไปเครียดกับกองงานต่อ เครียดเต็มที่แล้วก็จะมาแต่งนิยาย 555
    บางครั้งก็ไม่มีเวลาให้คลายเค
    รียด แต่พักหลังนี้เริ่มมีช่องว่างแล้วนิดหน่อย ^^
    ขอบคุณๆ MAC มากๆ นะคะที่มาติดตามผลงาน

    #248
    0
  6. #247 MAC (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2554 / 01:49
    น่ารักจังเลย อ่านกี่ทีก็น่ารัก ><



    เเก้เครียดจากการตะลุมบอนกับชีทกองพเนินได้ชะงัดเลยค่ะ เเต่ว่านะ พออ่านจบก็เครียดต่อเพราะไม่ได้อ่านหนังสือ เเง้



    ชอบภาษาเเล้วก็อารมณ์ของเรื่องมากเลยค่ะ ทำให้อมยิ้มได้ตลอด ^^
    #247
    0
  7. #245 แมวเหมียว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 18:34
    ทอร์คของเจ๊ส่อกว่า =___= เตยว่านะ ฮ่าๆๆๆ

    ชอบประโยคของไดม่อนอ่ะเจ๊ ...กร๊ากก
    #245
    0
  8. วันที่ 12 มกราคม 2554 / 16:40

    ต้องกลับมาย้อนอ่านสักหน่อยลืมไปแล้วว่าถึงไหน^^

    เด็กๆ อะน่าหลงนะ แต่อิตาผู้ใหญ่คนนี้กำลังทำให้หนูหลงได้เหมือนกันแฮะ
    กลับมาอ่านรอบนี้ทำไมรู้สึกว่าอีวานกับลูน่า น่ารักขึ้นเป็นกองเลย
    อาจเป็นเพราะคิดถึงละมั้ง555



    #244
    0
  9. #243 ่poidon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 14:10
    อีวานหลอกเด็ก =[]=!!! ลูน่าน่ารักจิง่่ๆ
    #243
    0
  10. #242 แมวบ้าเฉยๆ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 04:59
     TT
    ลูน่า น่ารักจังงงง ง

    #242
    0