Love Complex ข้ามวัยรักพิทักษ์หัวใจ

ตอนที่ 4 : Love Complex 1: The Part of Us

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 มี.ค. 54

กลับมาแรงซ์อีกครั้ง 555 ลูน่า (ขาดคลีฟไม่ได้ จะลงแดงตาย ToT)

 

 

 

Love Complex 1: The Part of Us

เดือนสิงหาคมของฤดูร้อนแห่งความหรรษา

“นายมั่นใจจริงๆ ที่ยอมให้ซานดร้าโกรธเพื่อแลกกับการได้เจอแม่ฉันเนี่ย” อาร์วินตบไหล่ผมดังป๊าบ แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนรถฝั่งคนขับ

“นี่ถ้าหากแม่ฉันอ่อนกว่านี้สัก 10 ปี ซานดร้าต้องเข้าใจผิดว่านายนิยมสาวใหญ่และอยากนอกใจเธออย่างแน่นอน โชคดีที่ท่านอายุปูนนี้แล้ว เลยไม่น่าคิดเท่าไหร่” อาเวลหัวเราะร่า “แต่นายแน่ใจนะว่าจะไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งในพวกฉันนั่งรถไปกับนายด้วยน่ะ”

“ฉันคิดว่าฉันตามทางพวกนายไปถูกก็แล้วกัน แต่หากจนมุมจริงๆ เครื่องบอกทางก็ยังใช้การได้อยู่” ผมโบกมือให้พวกเขา

“ใครจะไปรู้ นายชอบทำให้พวกเรานึกถึงลุงลูคัสอยู่เรื่อย ประเภทเกลียดสิ่งของไฮเทค ไม่จนตรอกจริงๆ คงไม่ใช่อุปกรณ์อำนวนความสะดวก นี่ถ้าสามารถควบม้าจากลอนดอนไปที่นั่นได้ในระยะเวลาที่ไม่แตกต่างกันราวกับฟ้าดิน ฉันคิดว่านายต้องเลือกม้าแน่ๆ” อาร์วินตะโกนออกมาจากรถ

ผมรีบขึ้นรถของตัวเองแล้วปิดประตูลงทันที ก่อนที่ฝาแฝดจะหยิบยกผมไปเปรียบเทียบกับบรรดาลุงและอาของพวกเขา แต่นั่นคงไม่แปลกอะไรหากเราจะมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้างในบางเรื่อง ส่วนหนึ่งที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าพวกเราสืบทอดมาจากต้นขั้วบรรพบุรุษเดียวกัน แม้จะค่อนข้างห่างและมีสายเลือดที่เจือจางมากแล้วก็ตาม แต่ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะปะปนอยู่ หรือไม่ก็วิธีการที่ผมถูกเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมานั้นใกล้เคียงกับลุงและอาของพวกเขา

แม่ของอาร์วินและอาร์เวลเคยเป็นสมาชิกของตระกูลคลีฟมาก่อน ครั้งหนึ่งท่านเคยเป็นแฟนกับพ่อของผมซึ่งเป็นคลีฟเช่นกัน ท่านพ่อเล่าว่าแม่ของอาร์วินอาร์เวล หรือคุณลิลี่เป็นรักแรกของท่าน ซึ่งเคยใช้ระยะเวลาในการจีบอยู่นานถึง 2 ปี พ่อของผมเคยวางแผนจะขอหมั้นแม่ของอาร์วินอาร์เวลอยู่แล้ว แต่ทว่าคู่แท้ของท่านดันปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน นั่นก็คือพ่อของอาร์วินและอาร์เวล หรือเอิร์ลหลุยส์ แคร์โรเวล

การปรากฏตัวของท่านเอิร์ลซึ่งอยู่ในช่วงจัดงานเลี้ยงฉลองในคืนจันทราสีเงินแห่งค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของเหล่าชาวคลีฟ มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นทำให้คุณลิลี่และเอิร์ลหลุยส์ต้องเป็นหนี้ชีวิตต่อกันและกัน อันส่งผลไปถึงหัวใจของทั้งสองฝ่าย พ่อผมเลยไม่ได้แม่ของอาร์วินและอาร์เวลมาเป็นคู่ครองสมใจหมาย

บ้านเกิดของอาร์วินและอาร์เวลตั้งอยู่ในสก็อตแลนด์ ผมขับรถตามพวกเขามาเรื่อยๆ พลางคิดอะไรเพลิน มองสองข้างทางชมวีวที่ประกอบไปด้วยความเขียวขจีจากพรมหญ้าบนทุ่งกว้างตามธรรมชาติ อันมีบรรยากาศใกล้เคียงกับหมู่บ้านต้องคำสาป

ความเพลิดเพลินทำให้ผมเกือบจะขับรถเลยทางเลี้ยว ซึ่งรถของอาร์วินและอาร์เวลขับนำหน้าไป ผมหักพวกมาลัยในนาทีกระชั้นฉิดและเพราะมัวแต่พยายามควบคุมไม่ให้รถพุ่งลงข้างทาง ทำให้ผมสูญเสียพวกเขาจากเลนส์สายตาจนได้ และตอนนี้ผมก็กำลังเผชิญหน้ากับทางแยกสามทางที่ไม่มีป้ายระบุชัดเจนอีกด้วย นาทีนั้นผมจึงต้องรีบมองหาที่จอดรถก่อนจะเอี้ยวตัวไปด้านหลังหยิบแผนที่หมู่บ้านออกมากาง ดึงกระดาษที่จดที่อยู่บ้านสองฝาแฝดออกมาวางเทียบกัน ชี้นิ้วไล่ไปตามถนนบนแผนที่ยังตำแหน่งที่ตนจอดรถอยู่ ในที่สุดผมก็หาตัวเองจนเจอ แล้วมองหาเส้นทางที่จะมุ่งไปยังคฤหาสน์ของพวกเขา

“ด้านหน้าต้องเลี้ยวซ้ายสินะ” ผมมองดูกระจกหลังว่าทางโปร่งรึยังแล้วเอี้ยวตัวมองด้านข้างเพื่อความมั่นใจอีกครั้งว่าสายตาผมไม่ได้มองข้ามอะไรไป จากนั้นผมก็ออกรถแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทาง ดูเหมือนว่าบ้านอาร์เวลและอาร์วินจะได้ขึ้นชื่อว่าแค่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านแค่นามธรรมเพียงเท่านั้น เพราะจากรูปธรรมแล้วตัวบ้านอยู่ห่างจากหมู่บ้านมาอีกหลายกิโลเมตร ซึ่งผมขับรถมาจนถึงป่านนี้แล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววของตัวบ้านเขาเลย ถึงอย่างนั้นผมก็ค่อนข้างมั่นใจมากว่าตัวเองขับรถมาถูกทางอย่างแน่นอน เพราะอาร์วินกับอาร์เวลเคยเล่าให้ผมฟังว่าทางไปบ้านเขาจะมีเขาลูกเล็กๆ อยู่ทางฝั่งขวามือและมีป่าเกิดขึ้นล้อมเขาเหมือนเกาะกลางท้องทุ่งกว้างซึ่งมันอยู่เบื้องหน้าผมนี่เอง

ผมยิ้มให้กับตัวเองขณะทอดมองไปยังเนินเขาที่อาร์วินและอาร์เวลเคยก่อวีระกรรมอันแสนสันแสนซุกซนในวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการนอนอยู่บนสเก็ตบอร์ดแล้วปล่อยให้ไหลลงจากเนินเขา หรือบางครั้งก็ใช้เป็นที่ทดลองสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเอกจนเป็นเหตุให้พวกเขาได้รับบาดแผลมาไม่น้อย

“เท่าที่ฉันได้รู้จักพวกนายมาก็พอเข้าใจแล้วแหละว่าพวกนายในวัยเด็กคงจะอยู่เป็นสุขแบบชาวบ้านชาวเมืองเขาไม่ได้” ผมหัวเราะแล้วกวาดตามองไปข้างทาง และเมื่อหันกลับมาก็ถึงกับตกใจกับสิ่งที่เพิ่งตัดหน้ารถผมไปอย่างเฉียดฉิว

เอี้ยด โคร่ม!

เสียงเบรคดังมาจากรถผม ทว่าเสียงโครมนั้นผมได้ยินผ่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ ซึ่งมาจากสิ่งที่ตัดหน้ารถผมไป ผมรีบกระโดดลงจากรถอย่างรวดเร็วในนาทีต่อมา จึงได้พบกับนักทดลองเนินเขารายใหม่ที่มาทำหน้าที่แทนอาร์วินและอาร์เวล ที่กำลังนอนหน้าคว้ำอยู่กับพื้นโดยข้างกายมีจักรยานคันเล็กนอนเคียงร่างนั้นอยู่ด้วย ผมจ้ำเท้าตรงไปที่นั่น หิ้วปีกคนตัวเล็กขึ้นมา ทำให้หมวกแก็ปที่เคยอยู่บนหัวเล็กร่วงลงบนพื้น ปล่อยให้เรือนผมสีทองทิ้งลาดลงมาตามแผ่นหลัง บอกให้ผมรู้ว่าเด็กน้อยแสนซนคนนั้นเป็นเด็กผู้หญิง

“ฉันไม่เป็นอะไรเลยสักนิด แค่ปั่นจักรยานห่วยแตกไปหน่อย เพราะตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างฝึกฝนปั่นจักรยานแบบสองล้ออยู่ แต่ทุกอย่างเรียบร้อยดี” เสียงเล็กประกาศลั่นทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้มีโอกาสหันหน้ามามองผมเลยด้วยซ้ำ

เมื่อผมต้องการจะปล่อยให้ร่างนั้นยืนบนสองขาของเธอเอง ร่างเล็กกลับสูญเสียการทรงตัว หน้าที่ผมในตอนนั้นก็คือต้องประคองเด็กน้อยต่อไป ขณะที่เธอพยายามหมุนตัวหันมามองผมอย่างยากลำบาก

“ขอบคุณค่ะ คุณ...” เด็กผู้หญิงเจ้าของดวงตากลมโตสีฟ้าสดใสมองผมด้วยสีหน้าปรกติไร้ความเกรงกลัวต่อคนแปลกหน้า ไร้ทีท่าเขินอายที่เด็กเล็กส่วนใหญ่มักมีเวลาต้องเผชิญหน้ากับผู้คนที่ตนไม่รู้จัก

“ฉันชื่ออีวาน” ผมส่งมือให้เธอเกาะ ทว่าเธอกลับยื่นมือมาจับมือผมเพื่อทักทาย

“สภาพฉันในตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความช่วยเหลือ แล้วก็...สวัสดีค่ะอีวาน ฉันชื่อลูน่า”

เมื่อได้ยินชื่อนี้ผมก็ต้องยิ้มออกมา นึกถึงอาร์วินกับอาร์เวลขึ้นมาทันที หากผมจำไม่ผิด หรือจะพูดให้ถูกผมไม่เคยลืมเลยว่าครั้งหนึ่งอาร์วินกับอาร์เวลเคยกล่าวถึงเด็กน้อยเจ้าของชื่อนี้อย่างไร เขาพูดเกี่ยวกับเธอบ่อยจนผมแทบจะคิดว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของคนในครอบครัวผมเสียเอง และลูน่าที่ผมรู้จักจากพวกเขาก็ไม่น่าจะมีอายุแตกต่างไปจากเด็กผู้หญิงตรงหน้ามากนัก ที่สำคัญแถวนี้ก็ไม่มีบ้านใครตั้งอยู่ด้วย สำหรับเด็กผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองปั่นจักรยานห่วยแตก ยิ่งไม่น่ามีความเป็นไปได้ใหญ่เลยว่าเธอจะเดินทางมาจากหมู่บ้านเพื่อมาฝึกปั่นจักรยานอยู่แถวนี้

“ลูน่า แคร์โรเวล” ผมพึมพำชื่อเธอเบาๆ เป็นเหตุให้ดวงตาที่กลมโตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขยายกว้างมากกว่าเดิมอีกหนึ่งเท่า จากนั้นคิ้วเล็กก็ค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน ก่อนจะคลี่ออกแล้วเปลี่ยนเป็นเลิกสูง

“คุณรู้จักชื่อฉันหรือคะ” ร่างเล็กขยับกายขยุกขยิกและกำลังพยายามยืนด้วยสองเท้าไปพร้อมๆ กัน

“ฉันอีวาน คลีฟ เพื่อนของอาร์วินและอาร์เวล พวกเขาเคยเล่าเรื่องเธอให้ฉันฟังบ่อยๆ” ผมยิ้มให้เธอ

“เพื่อนพี่อาร์วินและพี่อาร์เวลเป็นทายาทของตระกูลคลีฟเหรอ ฉันก็เป็นคลีฟเหมือนกัน” เธออธิบายสีหน้ายิ้มแย้มก่อนเบ้ปากเล็กน้อย “แต่แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะคุณพ่อฉันเป็นแคร์โรเวล คุณเป็นคลีฟแท้ 100% รึเปล่า หรือว่าเป็นลูกผสมเหมือนกัน”

“ทั้งพ่อและแม่ของฉันเป็นคลีฟ แต่คุณแม่ฉันไม่ใช่คลีฟแท้ 100%

“งั้นคุณก็เป็นครึ่งค่อนคลีฟสินะ” เธอทำท่าคิด “คุณมีความเป็นคลีฟอยู่ในตัวประมาณ 75% อืม...เยอะกว่าฉัน 25% เชียว”

คำกล่าวของเธอทำให้ผมต้องหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกขำขันกึ่งเอ็นดู

“จะว่าแบบนั้นก็ได้ ครึ่งค่อนคลีฟ ฟังดูแปลกดี”

“ฉันอยากเป็นคลีฟแท้ 100% นะ แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่ถ้าฉันต้องแต่งงาน ฉันจะเลือกว่าที่เจ้าบ่าวที่เป็นทายาทจากตระกูลคลีฟเพียงเท่านั้น ลูกของเราจะได้มีสายเลือดแห่งคลีฟเพิ่มขึ้นมาอีก”

“ทำไม่ถึงอยากเป็นคลีฟนักล่ะ” ผมเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

“ฉันอยากมีเวทมนต์” เธอพูดเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่าใครจะได้ยินพลางโน้มหน้าเข้ามาใกล้ “คุณมีเวทมนต์รึเปล่าอีวาน”

ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ พ่อและแม่ของผมตัดขาดจากความสามารถพิเศษแบบนั้นมานานแล้ว ตอนที่พวกท่านมีผมจึงไม่ได้ถ่ายทอดอะไรมาให้เลย ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร เพราะผมค่อนข้างพึงพอใจกับการใช้ชีวิตแบบนี้ เหมือนอย่างมนุษย์ปรกติธรรมดาทั่วไป

“น่าเสียดายจัง” เธอแสดงสีหน้าตรงกับคำพูด

“เธออยากมีเวทมนต์เพราะอะไร” ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเด็กสาวถึงอยากได้มาซึ่งความสามารถพิเศษที่หลายคนในตระกูลคลีฟพยายามจะตีตัวออกห่างจากมัน

“อยากเอามาเสกให้จักรยานปั่นตัวเองให้ฉันนั่งได้น่ะสิคะ ฉันจะได้ไม่ต้องมาหัดปั่นให้ยุ่งยากจนถึงกับล้มทั้งยังเจ็บข้อแทบยืนไม่ได้แบบนี้ อุ๊ย!” จากที่เคยอธิบายอย่างกระตือรือร้นเด็กน้อยก็รีบยกมือขึ้นมาปิดปากทำตาโตตกอกตกใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นปรกติ “อันที่จริงฉันก็ไม่ได้เจ็บขาถึงขั้นเลวร้ายขนาดนั้น พูดเกินจริงไปได้นะลูน่า”

เหมือนเธอต้องการจะบอกตัวเองมากกว่าพูดกับผม คราวนี้ผมจึงรู้ทันทีว่าเด็กผู้หญิงตรงหน้าไม่อยากให้ผมรู้ว่าแท้จริงแล้ว ขาเล็กนั่นบาดเจ็บและเป็นอุปสรรค์ต่อการยืน ทั้งเจ้าตัวยังฝืนแสดงสีหน้าไร้ความเจ็บปวดราวกับว่าไม่เป็นอะไร

“ฉันกำลังจะกลับไปหาอาร์วินและอาร์เวล” ผมพูดขึ้น เด็กน้อยเลิกคิ้วสูง

“ฉันคิดว่าคุณมาพร้อมกับเขาเสียอีก หากไม่ได้ตาฝาดไป ฉันคิดว่าเห็นรถพี่ชายผ่านตรงนี้ไปก่อนที่คุณจะมาหลายสิบนาทีเลยทีเดียว”

“ผมมาพร้อมกับพวกเขา” นึกขำเด็กตรงหน้าที่จี้จุดผมจนได้ “พอดีผมคลาดสายตาไปจากสองคนนั้นช่วงหนึ่ง เลยตามไม่ทัน ทำให้ต้องพยายามงมหาทางกลับเอง”

“ถ้าคุณขับรถต่อไปเรื่อยๆ จนสุดถนนก็จะเจอกับบ้านพวกเราเองค่ะ” เธอชี้ทางให้ราวกับจะไม่ไปด้วย ทั้งที่แท้จริงแล้วผมอยากจะพาคนเจ็บกลับไปพร้อมกันเลย

“แล้วเราจะอยู่ที่นี่รึไง”

“วันนี้ฉันตั้งปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะต้องหัดปั่นจักรยานให้ได้” เธอบอกท่าทางหนักแน่น

“แต่ฉันคิดว่าคนเจ็บไม่ควรหัดปั่นจักรยานอยู่คนเดียวนะ ต้องกลับบ้านสถานเดียว”

“ถ้าฉันกลับไปตอนนี้คุณแม่จะต้องวิตกกังวลแน่ๆ” เธอมุ่ยหน้า “คุณไปเถอะค่ะ ฉันจะอยู่ที่นี่” มือเล็กปล่อยแขนผมเป็นอิสระ

ผมปล่อยตัวเธอ แต่พอลูน่าเผลอกัดริมฝีปากให้ได้เห็นก็รู้ทันทีว่าเธอนั้นคงรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะพยายามปิดบังความรู้สึกของตนเองสุดฤทธิ์ คนที่มีประสบการณ์มาก่อนอย่างผมมองเห็นว่าไม่ควรปล่อยเธอไว้แบบนี้ แล้วอุ้มร่างเล็กขึ้นมา พาเธอไปที่รถ

“คุณจะทำอะไรน่ะ” เธอทักขึ้นดัง เสียงเล็กที่เคยอ่อนหวานสามารถเปลี่ยนเป็นแหลมสูงได้อย่างไม่ยากจริงๆ โดยเฉพาะในยามที่เจ้าตัวตกใจ

“ก็พาคนหัวดื้อกลับบ้านยังไงล่ะ” ผมบอกพลางยิ้มให้เธอขณะวางร่างเล็กลงบนเบาะข้างคนขับอย่างถนอมมือ ก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดท้ายรถ

“ฉันเปล่าหัวดื้อนะคะ” เธอชะเง้อคอมองตาม แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนเด็กชายที่กุมชัยชนะทั้งหมดทั้งปวงที่สามารถทำให้เธอจนมุมได้ แม้ว่าแท้จริงแล้วจะไม่ได้มีอะไรมากมายเลยก็ตาม

“แล้วเราควรเรียกเด็กผู้หญิงที่ดันทุรังอยากฝึกปั่นจักรยานทั้งที่ขาเจ็บจนยืนไม่ได้ว่าอย่างไรล่ะ” ผมยัดจักรยานของเธอใส่ท้ายรถ แล้วนำกระเป๋าสัมภาระมาวางไว้บนเบาะหลังแทน

“ก็เรียกว่า...” คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันอย่างนึกตรึกตรอง “เรียกว่าคนที่มีความพยายามและอดทน หรือจะเรียกว่าเป็นคนมีมานะมุ่งมั่นก็ได้”

“แต่บางครั้ง ความมีมานะมุ่งมั่นก็ต้องถูกหยุดลง หากสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยอีกต่อไป” ผมย่อเข่าลงนั่งเบื้องหน้าเธอแล้วแตะข้อเท้าเล็กเบาๆ รู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากผิวหนังบอบบาง

ลูน่าพยายามชักขากลับ ทว่าถูกผมยึดข้อเท้าเอาไว้ได้ คนที่แรงน้อยกว่าอย่างชัดเจนเผลอเบ้ปากเมื่อมือผมดันสะกิดถูกจุดเจ็บเข้า

“คุณจะทำอะไรคะ” เธอถามเสียงใส

“ก็ดูว่าข้อเท้าใครบางคนบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นไหน” ผมเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เธอ ลูน่ามองผมตอบกลับมาตาไม่กระพริบ ราวกับว่าเธอตกอยู่ในห้วงวังวนความคิดขณะที่จ้องผมอยู่

“มีอะไรรึเปล่าครับ หรือว่ามีขี้ตาติดอยู่บนหน้าฉัน” แม้จะถูกทัก เด็กหญิงตรงหน้าเพียงโต้ตอบกลับมาแค่การกระพริบตาเพียงหนึ่งหนหลังจากนิ่งเป็นหุ่นมานาน

“ฉันแค่อยากจะดูหน้าบุคคลที่มาขัดขวางการฝึกปั่นจักรยานของฉันให้ชัดๆ เท่านั้น”

“โอ้” ผมอุทานออกมา พยายามเก็บอารมณ์ขำขันเด็กน้อยเอาไว้ “เอาไว้ฉันจะช่วยสอนเป็นการชดเชยที่มาขัดจังหวะ และเกือบจะขับรถชนเธอเมื่อก่อนหน้านั้น แน่นอนว่าหากเธอจะอนุญาตให้ฉันอาศัยอยู่ด้วยระหว่างพักร้อนสัก 1-3 อาทิตย์ ในกรณีอาร์วินและอาร์เวลไม่ได้วางโปรแกรมพาฉันไปที่อื่น”

“อันที่จริงนั่นเป็นความผิดของฉันเองที่ไม่สามารถเบรคจักรยานได้ระหว่างขับลงเขา แต่เมื่อกี้นี้คุณบอกว่าจะมาพักร้อนที่บ้านเราเหรอคะ” เด็กหญิงตัวเล็กทำตาโต ผมพยักหน้าตอบ “คุณจะสอนฉันปั่นจักรยานเหรอ”

“ในกรณีเด็กหญิงตรงหน้ายอมกลับบ้านไปรักษาข้อเท้าจนหายดีแล้วเท่านั้นนะ”

“งั้นฉันอนุญาตให้คุณพักกับพวกเราได้ และอนุญาตให้คุณพาฉันกลับบ้านด้วย” เธอเอ่ยกระตือรือร้น

“แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย” ผมบอกพลางนวดข้อเท้าให้เธออีกสักพัก

“คุณหาว่าฉันหัวดื้อ” ลูน่าเอ่ยยิ้มๆ มือเล็กเอื้อมมาวางไว้บริเวณศีรษะด้านข้างแล้วลูบเรือนผมของผมเบาๆ

“งั้นฉันจะเรียกคุณว่า คุณหัวสิงโต”

“หัวฉันฟูขนาดนั้นเลยรึไง” ผมไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่กับการกระทำของเธอ เพราะเด็กๆ ส่วนใหญ่มักจะชอบเล่นศีรษะผมกันทั้งนั้น แต่เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เมื่อมือเล็กทาบลงมาบนแก้มผมเบาๆ

“คุณสัญญาแล้วนะคุณหัวสิงโต สัญญาแล้วห้ามคืนคำ” มืออุ่นอ่อนนุ่ม อันแสนจะเล็กและบอบบางของเธอกำลังบอก ยินดีต้อนรับ ผมสู่ถิ่นของเธอในเวลาเดียวกัน

ลูน่าไม่ใช่เด็กผู้หญิงขี้อายเลย บางครั้งผมคิดว่าเธอกล้าหาญต่อคนแปลกหน้าอย่างผมมากเกินไปรึเปล่า แม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนพี่ชายก็ตามที ถึงแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นข้อดีสำหรับเธอเสมอไป แต่เป็นข้อดีสำหรับผมเสียส่วนใหญ่ เพราะผมคงไม่สามารถอดทนต่อเด็กที่มีนิสัยเอาแต่ใจหรืองี่เง่าได้ ซึ่งหากต้องเจอเด็กแบบนั้น ผมขอฆ่าตัวตายไปเลยดีกว่า

“ฉันจะทำแบบนั้นได้อย่างไรกัน ก็ในเมื่อฉันรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องพึ่งพาอาศัยใครหลังจากนี้ ไม่อยากโดนเนรเทศออกจากบ้านหรอกนะ”

“ฉันไม่ได้ใจร้ายแบบนั้นสักหน่อย” เด็กหญิงย่นหน้า

“ฉันรู้ แค่ซนไม่แพ้อาร์วินและอาร์เวลเท่านั้น” ผมแซว

“พี่ชายแฉฉันขนาดนั้นเลยเหรอคะ ไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวจับเฆี่ยนให้หลังลาย”

“โอ ฟังคนที่เพิ่งจะบอกว่าตัวเองไม่ได้เลวร้ายพูดเข้าสิ” ผมทำท่ากลัว

ลูน่าหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ก้มลงจูบหน้าผากผมด้วยริมฝีปากอ่อนนุ่มของเธอ

“ขอบคุณมากคุณหัวสิงโต” ว่าแล้วเจ้าตัวก็ผละออก นั่งกอดอกแน่น ก่อนจะยิงคำถามร้อยแปดพันเก้าที่เกี่ยวข้องกับตัวผมใส่อย่างไม่บันยะบันยัง ผลัดกับเล่าเรื่องของตัวเองจนกระทั่งเราเดินทางมาถึงคฤหาสน์ของเธอ

เสียงลมและเสียงคลื่นทะเลบอกยินดีต้อนรับกับพวกเรา เช่นเดียวกับเสียงหวานของเด็กน้อยที่ไม่แสดงออกถึงอาการเจ็บปวดออกมาให้คนในครอบครัวได้รับรู้ เพิ่มความสดใสให้สภาพแวดล้อมรอบด้านได้เป็นอย่างดี นั่นทำให้ผมไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ไม่ให้เอ็นดูเธอไม่ได้เลย

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

624 ความคิดเห็น

  1. #588 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 / 17:40
    ลูน่า อายุเท่าไรเนี่ยยย
    #588
    0
  2. #339 Orday (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2554 / 19:59
    สุดยอดค่ะ...
    #339
    0
  3. #269 Flower Princess (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2554 / 17:42
    Memory...keep them in the part...
    #269
    0
  4. #217 ob9ik (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 18:29
    หนุกกกกกกก
    #217
    0
  5. #209 Love Actually (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2553 / 08:12



    เหอ ๆ ๆ ๆ ๆ

    ตอนที่ป๊ะหน้ากันครั้งแรก อีวานก็คิดกับลูน่าแค่ว่า เธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นน้องสาว

    และเป็นคนในครอบครัว เพราะมีสายเลือดเดียวกัน (แม้มันจะเป็นญาติที่ห่างมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ก็ตาม)

    และที่สำคัญ เธอเป็นเด็กที่ฉลาด ซุกซน แก่นแก้ว ไม่กลัวคนแปลกหน้า ช่างฉอเลาะ ช่างพูดเอาเสียมาก ๆ ด้วย

    แต่พอมาถึงตอนที่สาวน้อยของเราจับผม ลูบผม และจุ๊บหน้าผากของเขา

    ความรู้สึกในคราแรกในยามที่ได้เห็นเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้มันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

    วินาทีนี้ เขารู้สึกเหมือนกับว่า ลูน่าเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง และเขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น

    ซึ่งเขาเองก็คงแปลกใจตัวเองเหมือนกันละมั้ง ว่าทำไมถึงได้คิดกับเธอในทำนองชู้สาว (เหรอ???) แบบนี้

    และในตอนนี้ อีวานก็รับเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้เข้าไปนั่งในใจเรียบร้อยโรงเรียนกินเด็กแล้ว (555+)

    แม้ว่า เขาจะยังไม่รู้แน่แก่ใจตัวเองเท่าใดนัก ว่าความรู้สึกที่มันก่อเกิดอยู่ในใจในขณะนี้คืออะไร

    แต่สักวัน เมื่อเขาได้คำตอบที่แน่ชัด ว่าความรู้สึกนั้น มันคือ "รัก"

    เขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ลูน่ามาอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป

    และนอกจากอีวานจะมีความสุข เพราะสมหวังในรักกับลูน่าแล้ว ลิลี่เองก็จะมีความสุขตามไปด้วย

    เพราะเหมือนกับว่า เธอได้ไถ่บาปให้กับแดเนียลเรียบร้อยแล้ว

    เมื่อวันวาน ในคราที่ลิลี่ตัดสินใจเลือกหลุยส์ มันก็คงทำให้เธอเจ็บปวด และรู้สึกผิดกับแดเนียลมากโขอยู่

    แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป แดเนียลได้แต่งงานกับคนที่ดี และสามารถดูแลเขาแทนเธอได้

    ความรู้สึกผิดที่มันคั่งค้างอยู่ในใจ มันก็บรรเทาเบาบางลงไปได้บ้าง แต่ก็คงไม่หมดเสียทีเดียว

    พอวันหนึ่ง ลูกของแดเนียลกับลูกของเธอมาลงเอยกันได้

    เธอก็เลยรู้สึกเหมือนได้รับการปลดปล่อยจากความรู้สึกผิดนั้นสักที

    (เน่าได้โล่ 555+)

    #209
    0
  6. #190 boongkee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2553 / 14:11

    ลูน่า! =[]=

     

    เธอต้องเป็นเด็กที่มีวิญญาณวัยรุ่นสิงอยู่แน่ๆ 5555  ตอนลูบผมอ่ะ รู้สึกว่าลูน่าไม่ใช่เด็กเลย = =(อยากทำได้บ้าง)

    เธอกล้า มั่นใจจริงๆ ! จูบหน้าผากอ่ะ จูบหน้าผาก!!! ตั้งแต่ตอนแรกเลย โอ๊ยย

    คนอ่านนี่รอแล้วรออีกค่ะ ไม่เคยได้แอ้มพระเอกสักเรื่อง T^T

     

     

    อีวานได้ฉายาส่อสภาพหัวมากนะ 555 หัวสิงโต

    น่ารักจัง พระเอกมีอายุน่ารักแบบนี้อ่ะหรอ ><

    #190
    0
  7. #175 เร็ทแท็ป (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 / 06:09
    โอ้วววววววววววววววววววว
    เด็ก 7 ขวบ กะ พระเอก 21 อะหรออออ
    รึป่าว
    Oh my GoDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDD
    I do not believe
    #175
    0
  8. #139 meliiz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2553 / 03:10
    นางเอกน่ารักอ่ะ. วิดวี๊ว
    #139
    0
  9. #91 popoja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2552 / 00:02
    อัพคร้าพี่นาตตตต

    อัพต้อนรับปีใหม่หน่อยเร้ววววววววว

    หุหุ
    #91
    0
  10. #90 +-[Valiant]-[Aun]-+ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2552 / 11:58
    อั้ย!!!!!!!

    พี่นาตอัพอย่างด่วนๆเลย

    หนุกๆๆ
    #90
    0
  11. #87 popoja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2552 / 23:18
    อัพคร้าพี่นาตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตต
    #87
    0
  12. #85 Love F(x) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2552 / 17:42

    >___
    อีวานน่ารักมาก สุภาพจังเลย =..=

    ลูน่า ทำไม หนูถึง เหมือนผู้ใหญ่จังเลยอ่ะลูก =O=;;

    ว้าวววว โคแก่กินหญ้าอ่อนรึเปล่าเนี่ย 5555+

    สู้ๆ ค่ะ อัพไวๆ น้า

    #85
    0
  13. วันที่ 6 ธันวาคม 2552 / 19:54

    แน่ใจเหรอว่าเด็กเจ็ดขวบ555

    ถ้าจำไม่ผิดตอนโนห์อาเจอมอลลี่เมย์ตอนเจ็ดขวบเหมือนกันใช่ไหม

    โนห็อาหลงรักมอลลี่ตั้งแต่เธอเจ็ดขวบแล้วอีวานละ  คิยังไง ????

    หลุยส์ระวังตัวเเดเนีบลส่งลูกชายมาแก้เเค้นนายเเล้ว555

    #82
    0
  14. #81 fene_sun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2552 / 15:59
    อืม อายุต่างกันเยอะมาก ฮ่าๆๆๆ
    (ขนาดว่าโนอาห์กับมอลลี่ เมย์ห่างกันเยอะแล้ว แต่ก็ต้องชิดซ้ายเมื่อมาเจอกับสองคนนี้)

    สู้ๆนะคะพี่นาต ^^ (แอ๊มว่าพี่นาตอัพให้จบเป็นเรื่องไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวงง แอ๊มรอได้ ^^)

    ดูแลตัวเองด้วยนะคะ
    #81
    0
  15. #80 noname (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2552 / 15:35
    ว้าวววว ลูน่าน่ารักจังทำให้นึกถึงอเล็กนิดๆแต่ก็แค่นิดๆนะค555



    เพราะรายนั้นรั่วกว่านี้เยอะและไม่แค่จุ๊บหน้าผากด้วย555
    #80
    0
  16. #79 กาแฟ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2552 / 00:32
    ลูน่า น่ากลัวแต่เด็กเลยนะค่ะ  =0=  แอบสงสารอีวานค่ะ  

    อายุห่างกันมากมายค่ะ  ><  ระวังพรากผู้เยาว์นะ  ^^~  อิอิๆ
    #79
    0
  17. #76 popoja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2552 / 23:08

    อัพยางเอ่ยยยยยยยยยย

    ^^

    #76
    0
  18. #75 อ้วนกลมขาว_The Marshmallow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2552 / 19:52
    โอ้!!! อีวานเป็นลูกของแดเนียลมั้ง

    แล้วก็ เรื่องนี้แปลกจริงๆ

    แบบว่าอายุมันห่างกัน...=[]=

    กรี๊ดดด ชอบลูน่า ชอบนางเอกนิสัยอย่างนี้แหละ

    ซ่าดี โดนจายยย >__<
    #75
    0
  19. #74 -yu...♥™- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2552 / 18:42

    ไม่ไหวแล้ววว คู่นี้สวีทกันตั้งแต่เด็กเลยอ่ะ ลูน่าร้ายกาจจจจ!!! >O<

    จูบหน้าผากเป็นตั้งแต่ยังเด็กแล้วเรอะ ร้ายมาก 5555555 ตอนโต เธอคงไม่แพ้พ่อเธอ 5555

    เด็กดื้อ กับ คุณหัวสิงโต >..
    และอีวานเด็กกว่านี้สักหน่อย 555555555 เผอิญแก่แล้ววว 5555 (อุ้ยด่าไม่ได้ ที่รักเค้าเลย 555555)

    ลูน่า ทำไมเธอช่างรู้ดี !!! 5555 อยากมีสามีเป็นคลีฟ ฮ่าาาา แต่งกะลุงอีวานไง ได้เป็นแน่เธอ 55555

    แต่ตลกดีอ่ะ มันก็วนเวียนแค่ คลีฟ แคร์โรเวลๆ =O= ผู้หญิงไปเป็นแคร์โรเวล แล้วก็กลับไปเป็นคลีฟ

    ฮานะเนี่ยยย 55555 เอาเถอะ ให้อภัย ลูน่าน่ารักก >..

    #74
    0
  20. #73 -yu...♥™- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2552 / 18:38
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย~!!!!

    ลูน่าน่ารักจังงงงงงง ~!!!! ยูมีน้องสาวอีกคนแล้วว กร๊ากกก 555555

    ลูน่าน่ารักอ่ะ ไม่ไหวแล้ววว เธอไม่กลัวคนแปลกหน้าเลย 55555 สงสัยประมาณว่า ฉันมั่นใจ !!

    เพราะฉันสวย (เหมือนใครเลยวะ 55555) อร๊ายๆๆๆ 5 part จริงๆหรอเจ้ =O=

    2 part ก็น่าจะพอแล้วนะ แป๊ปเดียวเอง เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยและ 555555

    รับไม่ด้ายยยยยยยยยยยยย อีวานแก่กว่าตั้งหลายปี 55555555555 ลุงอีวานนนน

    อีกหน่อย ลูน่าคงจำไม่ได้แล้วมั้ง เรียกคุณหัวสิงโต 55555555 กร๊ากกกก จี้เส้น
    #73
    0
  21. #72 แมวเหมียว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 18:06
    ลูน่า ^O^ หนูแรงมากค่ะ ..กร๊ากก
    พูดเป็นต่อยหอยเชียว นี่ขนาดกับคนแปลกหน้านะเนี่ย
    แถมซนอีกด้วย สงสัยมีลิงทะโมนอาร์วิลกับอาเวลเลี้ยงตอนเด็กๆ ฮ่าๆๆ

    ดื้อแบบนี้ คงเป็นพ่อเอิร์ลหลุยซ์เลี้ยงแหงๆ เลยอ่ะ
    เพราะลิลี่ออกจะเรียบร้อย และต้องสอนลูกว่าไม่ให้ไว้ใจคนแปลกหน้า (เหมือนสมัยตาคุณหลุยซ์มาฉุดลิลี่หนีจากคฤหาสน์คลีฟ) ฮ่าๆๆ ...

    พระเอกอารมณ์ประมาณโนอาห์เลยค่ะ สุขุม นุ่ม ลึก (แรกๆ นะ) อิอิ แต่ไม่รู้ว่าหลังๆ จะแสดงตัวตนที่แท้จริงแบบไหนออกมาบ้าง

    ชอบตอนไล่ลูกครึ่ง ลูกค่อนคลีฟด้วยอ่ะเจ๊ แบบว่า...เจ๊พี่นาตคิดได้ไงอ่า..=O= "ลูกค่อนคลีฟ" "ลูกผสม" ด้วย เหอๆๆ
    มันทำให้เตยคิดถึงถั่วงอกอ่ะพี่นาต ฮ่าๆๆๆ

    อยากรู้จังว่าสองคนนี้ใครจะตกหลุมใครก่อน อิอิ
    รอกันต่อไป ..

    รักพี่นาต จุ๊บๆ ^3^ หอมแก้มซ้าย หอมแก้มขวา ^o^// \\^o^
    #72
    0
  22. #71 popoja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 01:03

    อ้ากกกกกกกก

    อัพเเร้วๆ

    55

    ยังดูเหมือนเป็นพี่ชายก่ะน้องสาวอยู่เร้ยย

    55

    เเต่มีน้องน่ารักเเบบลูน่าพี่อีวานต้องค่อยๆหลงรักแบบเฮียคินหลงอเล็กเเน่เร้ย

    เอิ้กกก

    555

    อยากมีน้องสาวแบบลูน่าจัง

    อิอิ

    #71
    0
  23. #68 popoja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2552 / 23:14
    มาอัพพพพพ

    100 เด้อพี่นาต
    #68
    0
  24. #62 popoja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 / 22:45
    มาต่อสิคร้า

    ขอ100

    อัพพรีสสสสสสส
    #62
    0
  25. #61 เนย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 / 12:06
    อยากอ่านต่อจังเลย



    พี่นาตสู้ๆๆน้าค้า



    เปิดซะหลายเรื่องเลย



    ยังไงก็ไฟท์เติ้ง
    #61
    0