( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 10 : chapter eight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    27 พ.ย. 58


7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 08

 

           

เนื้อครีมสีขาวถูกบีบออกมาบนปลายนิ้วเรียว ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเคลื่อนเข้าไปใกล้กระจกแล้วค่อยๆป้ายมันลงไปตามรอยแผล

วันนี้เป็นวันแรกที่ยุนฮยองลองไปซื้อยาทาแผลเป็นมาทาตามคำยั่วยุของป้าที่ทำความสะอาดอยู่ในโรงงานเดียวกัน ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าความจริงเขาเป็นคนหน้าตาดี สุภาพ มีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ถ้าไม่ติดว่ามีรอยแผลใหญ่ๆนี่ขวางหูขวางตาคงจะดีกว่านี้แน่ๆ

            เขาจึงยอมเจียดเงินค่าข้าวเย็นที่ป้าให้ไปซื้อครีมหลอดนี้มาทาดู..

ไม่ได้หวังหรอกว่ามันจะหายสนิท แต่ก็คิดว่าถ้ามันจางลงไปได้บ้างก็น่าจะดี เพราะถ้าจะให้พูดกันตามตรงก็คงจะต้องยอมรับว่าเขาไม่ชอบมันเลยสักนิด

            แต่จะว่าไปแล้ว.. คงไม่มีใครชอบรอยแผลอันเขื่องที่มาอยู่บนใบหน้าของตัวเองหรอกจริงไหม?

หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้ติดต่อหรือได้ข่าวคราวใดๆเกี่ยวกับชานอูเลย แต่พอนึกเป็นห่วงก็ได้แค่บอกตัวเองว่าในฐานะอะไรกัน? ชานอูเป็นคนของตระกูลซง คงจะได้กินดีอยู่ดีและไม่มีปัญหาใดๆอยู่แล้ว

ส่วนทางด้านชานอูเองก็คงปลงเรื่องของเขาไปแล้วแหละ ดูเหมือนว่ายิ่งออกตามหาจะยิ่งไม่เจอ เพราะฉะนั้นเวลาฟังข่าวจากวิทยุก็เลยไม่ค่อยเจอประกาศหาตัวเขาแล้ว

            ทุกอย่างจะจางหายไปตามกาลเวลา ยุนฮยองเชื่อแบบนั้นมาตลอด

            แต่พอคิดว่าตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายหายไปจากความทรงจำของใครสักคน เขาก็พบว่ามันรู้สึกโหวงๆ ในใจยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน

            เหมือนว่าใจครึ่งหนึ่งของเขาฝากเอาไว้ที่ชานอู แต่พอนึกว่าชานอูจะต้องลืมมันในอนาคต ใจดวงนั้นของเขาก็ไม่สามารถกลับเข้ามาอยู่ที่เดิมของมันได้แล้ว

            ..เพราะมันได้เป็นของชานอูไปแล้ว

            “หึ”

            ยุนฮยองหัวเราะให้กับความน้ำเน่างมงายของตัวเองก่อนจะส่ายหน้า เขาตลกความใจง่ายที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่กลับตัดใจไม่ง่ายเหมือนอย่างตอนแรกเริ่ม

 

            แอด..

 

เสียงเปิดประตูที่ดังมาจากทางด้านหลังเรียกให้ยุนฮยองละความสนใจแล้วหันไปมอง เขาพบว่าเป็นป้าที่ถือตะกร้าหาบเร่เข้ามาในบ้าน หลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ป้าก็เลือกที่จะทำขนมเล็กๆน้อยๆขาย ใช้ความรู้ที่มีอยู่พอประทังยาไส้ไปในวันๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันก็ลำบากมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ

            จากที่เคยตื่นมาเปิดร้านประมาณตี 5 แล้วนั่งรอรับเงินจากลูกค้าเฉยๆ แต่ตอนนี้ป้าเขาต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อมาทำขนมสดๆ ใหม่ๆ แล้วนำออกไปขายตอนประมาณ 7 โมงเช้า กว่าจะได้กลับมากินข้าวก็ประมาณเที่ยงๆ หรือไม่ก็หาของกินแถวๆนั้นเพื่อลูบท้องไปก่อน ไหนจะต้องทนตากแดดตากลมทะเลจนแสบผิวไปหมดอีกต่างหาก

            ดูเหมือนว่าพอย้ายมาที่นี่พวกเขาจะมีชีวิตที่ย่ำแย่กว่าเดิม

            ว่าแล้วยุนฮยองก็ก้มลงไปดูมือของตัวเอง รอยแตกตามปลายนิ้วและรอยด้านที่เพิ่มขึ้นมาสองสามจุดทำให้เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างห้ามไม่ได้

            มันก็เจ็บนะ แต่ก็ต้องทน อเน็จอนารถกับชีวิตของตัวเองจริงๆ ยังไงเขาก็อดเสียดายในเรื่องของซงไม่ได้ เขาเคยคิดว่าตัวเองยังอายุเท่านี้อยู่เลย ควรจะจับปากกานั่งเรียนในห้องมากกว่ามาแบกของยกของอะไรแบบนี้รึเปล่า?

            “ทำอะไรน่ะ?”

ยุนฮยองละออกจากความคิดไร้สาระของตัวเองเมื่อคนเป็นป้าเอ่ยถามขึ้น รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเพราะไม่อยากมีปัญหากัน ก่อนจะส่งยิ้มบางไปให้แล้วส่ายหน้าช้าๆ

            “ผมก็เพิ่งกลับมาจากการรับจ้างแหละครับ”

            “แล้วไปทำอะไรที่กระจก?”

            ป้าถามต่อ ก่อนจะวางมือเอาไว้ตรงเอวแล้วเอนตัวไปด้านหลัง เสียงกระดูกกร๊อบแกร๊บที่ดังลั่นทำให้เธอร้องโอดโอย ดูเหมือนปัญหาสุขภาพเองก็จะรุมเร้ามากขึ้นเพราะต้องนอนน้อยลงและยังต้องแบกของหนักๆ เพื่อไปขายในแต่ละวันอีกต่างหาก

            ทำไมคนเราชอบความลำบากนะ..

            ทั้งๆที่.. ถ้าเขาได้อยู่ซง ก็คงจะทำให้ป้าสบายได้กว่านี้แท้ๆ

ไม่เอาสิ ทำไมถึงเลิกคิดถึงเรื่องของซงไม่ได้เลย ดูเหมือนมันจะกลายเป็นปมในใจขนาดใหญ่ที่ทำให้ยุนฮยองไม่สามารถสลัดมันออกจากหัวได้เสียแล้ว เหมือนปณิธานที่ตั้งเอาไว้แล้วไม่สามารถทำให้มันสำเร็จได้

นี่คงจะเป็นปมด้อยในชีวิตเขาไปอีกนานเลยทีเดียว

            “ก็.. ลองทายาดูครับ มีคนบอกว่าถ้าแผลที่หน้าผมหาย อาจจะมีโอกาสขึ้นเวทีประกวดเล็กๆ น้อยๆ ถ้าหมู่บ้านมีกิจกรรม แล้วเราก็อาจจะได้เงินมา..”

            “อะไร!

            ก่อนที่ยุนฮยองจะต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆป้าก็เอ็ดเสียงดัง นัยน์ตาฉายประกายวาวโรจน์เพียงได้ยินว่าหลานชายจะทำการรักษาแผลเป็นที่อยู่บนหน้า ก่อนที่เธอจะก้าวเดินเข้ามาหาด้วยความรวดเร็วแล้วฉกชิงหลอดยาที่วางอยู่บนโต๊ะไปถือไว้

            “แกไม่รู้ตัวรึไงว่าไม่มีสิทธิ์ทำให้มันหาย!

            “ป้า!

            ยุนฮยองร้องถามด้วยความไม่เข้าใจ

เพียงได้ยินแค่นั้นนัยน์ตาหวานก็เจือไปด้วยน้ำใสๆ เป็นอีกครั้งที่ป้าดับฝันของเขาลงเพียงชั่วพริบตา แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองไม่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตหรือภาพลักษณ์อะไรได้เลย

            นี่มันชีวิตเขาหรือชีวิตป้ากันแน่?

            “แกจะต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิตนั่นแหละยุนฮยอง นั่นคือตัวตนของแกไปแล้ว จำไว้ด้วยว่าตอนนี้ชื่อของแกคือปรินซ์ อย่าเที่ยวไปบอกใครเขาล่ะว่าชื่อยุนฮยอง ถ้าไม่อย่างนั้นแกจะไม่มีโอกาสได้ออกไปไหนอีก!

สิ้นสุดคำนั้นคนเป็นป้าก็เดินจากไปพร้อมกับหลอดยา เป็นอันว่าความฝันที่เขาหวังจะเอารอยแผลแสนน่าเกลียดน่ากลัวนี่ออกไปจากข้างแก้มก็คงไม่มีวันเกิดขึ้นจริง

            ยุนฮยองถอนหายใจอย่างปลงตก ข้างในเขาเจ็บจี๊ดจนอยากจะร้องไห้ออกมารอมร่อ แต่ดูเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมาจะเสียน้ำตาให้หลายเรื่องเกินไปจนตอนนี้กลับเค้นมันออกมาไม่ออกเสียแล้ว

            ก็คงได้แต่ปลง..

            บอกกับตัวเองเพียงแค่นั้น ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปนอกบ้าน เพราะยังไงตอนนี้เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะคุยอะไรกับป้าอยู่ดี

 

GLUTTONY

 

             "สรุปมึงจะไม่ไปเกาะเชจูจริงๆอ่อวะ?"

เสียงจากเพื่อนสนิทเอ่ยถามขึ้นในตอนที่สมาชิกร่วมห้องทุกคนพากันออกไปหมดแล้ว ส่วนชานอูเองก็กำลังเก็บของทุกอย่างเข้ากระเป๋าให้เรียบร้อย 

"อืม" ตอบทั้งๆที่ไม่ได้หันไปมองหน้า แต่ความจริงแล้วนี่ก็เป็นรอบที่ร้อยกว่าๆแล้วมั้งที่ยูคยอมเอ่ยถามคำถามเดิมๆไม่รู้จักจบจักสิ้นสักที

"แล้วกูจะอยู่กะใครวะ" 

นั่นไง

ประโยคที่เหมือนครั้งก่อนๆดังออกมาจากปาก เรียกให้ชานอูหันไปมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง เหมือนอยากจะสื่อกลายๆ ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเริ่มระอากับคำถามนี้เต็มทน

ถ้าบอกว่าไม่ ก็คือไม่

เขาปฏิเสธการเข้าร่วมค่ายที่เกาะเชจูไปแล้ว เป็นเพราะช่วงหลังมานี้ไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไร แน่นอนว่าพอคนของซงไปถึงที่นั่นก็จะต้องมีพิธีต้อนรับมากมาย ชาวบ้านทั้งหลายอาจจะพากันเข้ามาพูดคุยหรือถามไถ่สาระทุกข์สุขกันไปตามความชอบ ซึ่ง ณ วินาทีนั้นเขาก็ต้องยิ้มแย้มและแสดงความเป็นกันเองให้มากที่สุด

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาพี่ๆคนอื่นๆของเขาจะไม่เคยแยแสกลุ่มคนพวกนั้นเลยก็ตาม แต่ก็ยังดีที่พี่มาร์คอยู่คนหนึ่งที่คอยยิ้มรับทุกฝ่าย ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากทำให้คนในตระกูลเสียชื่อเสียงใดๆ จึงคิดว่าควรจะทำแบบเดียวกัน

ติดก็แค่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์อะไรทั้งนั้น

เขายังหาพี่ยุนฮยองไม่เจอ อีกทั้งหน่วยสืบกรองข่าวที่ขอให้พ่อส่งมาช่วยก็เริ่มจะถดถอยไปทำหน้าที่อย่างอื่นเพราะไม่มีร่องรอยอะไรที่จะตามเจอได้เลย

ก็คงจะหมดหวังแล้วล่ะมั้ง...

ทุกวันนี้เขาได้แต่พร่ำถามกับท้องฟ้าว่าพี่ไปอยู่ที่ไหนกันแน่พี่ยุนฮยอง.. ทำไมพี่ต้องทำกับผมถึงขนาดนี้ด้วย?

แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบสำหรับเรื่องนี้ได้

"กูรู้นะว่ามึงเครียด แต่เดี๋ยวก็ตามเจอ" 

ยูคยอมพยายามปลอบ มือหนาตบบ่าคนเป็นเพื่อนเบาๆก่อนจะถอนหายใจตามออกมาแล้วพูดต่อ 

"ว่าแต่เป็นมึงนี่ดีชิบ กูเองก็ไม่ได้อยากไปค่ายอะไรนี่"

ชานอูเลือกที่จะไม่ตอบ เพราะเขาไม่รู้จะตอบอะไรดี 

เป็นอันที่รู้กันอยู่แล้วว่านักเรียนเกรด10ทุกคนต้องได้รับการเข้าค่ายที่เกาะเชจูถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่จบหลักสูตร ยกเว้นคนของตระกูลที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ผ่านอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นชานอูจึงเลือกที่จะปฏิเสธมัน แต่ก็โชคดีที่งานนี้จุนฮเวตกปากรับคำไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ไม่มีปัญหาใดๆตามมาเหมือนอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก

จะว่าเขาทิ้งเพื่อนก็ได้

แต่ก็ถือว่าหายกันไปก็แล้วกัน เพราะที่ผ่านมายูคยอมก็ทิ้งเขาเพื่อไปตามพี่ฮันบินบ่อยๆ

"มึงอยู่ที่นี่ มึงจะช่วยกันพี่ชายมึงออกจากพี่ฮันบินให้กูมั้ย?"

ยูคยอมเอ่ยขึ้นอีกหนท่ามกลางความเงียบ 

คำถามนั้นเรียกให้ชานอูหันไปมองด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วหลับตาลงเหมือนอย่างคนพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ไม่ให้มันแตกทะลักออกไป

ตอนนี้เขารู้สึกหลายอย่าง

ทั้งเบื่อ หงุดหงิด รำคาญใจ และไม่สบายใจ

แค่ปัญหาของตัวเองก็ยังจะเอาไม่รอดแล้ว ตั้งแต่หายุนฮยองไม่เจอเขาก็ไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำอะไรสักอย่าง แต่นี่ยูคยอมกลับอยากให้เขาไปกันพี่จีวอนออกจากพี่ฮันบินอย่างนั้นเหรอ?

ยังไม่ต้องทำก็รู้ว่าทำไม่ได้

ที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ตัวติดกันอย่างกับฝาแฝด พี่จีวอนไม่มีทางปล่อยพี่ฮันบินแน่นอน เขารู้นิสัยของพี่ชายตัวเองดี ส่วนยูคยอม...

ถ้าให้พูดตามความจริง เพื่อนเขาน่าจะเป็นฝ่ายถอยได้แล้ว

"กูไม่อยากยุ่งกับปัญหาใดๆของมึง"

ชานอูตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ หากแต่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกลับฉายแววขอโทษเพื่อนอยู่ลึกๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เป็นห่วงยูคคยอมหรอก แต่ความจริงยังไงก็คือความจริง

คนไม่ใช่ ให้ทำยังไง ให้พยายามแค่ไหน ..มันก็ไม่ใช่อยู่ดี

"มึงคิดว่าพี่ของมึงมีดีกว่ากูตรงไหน?"

"เรื่องของหัวใจมันไม่มีใครดีกว่ากันปะวะ มีแต่ใช่กับไม่ใช่ มึงก็รู้เว้ยไอ้ยูค..."

"..."

"ว่าพี่ฮันบินเค้าไม่ได้รักมึง"

ยูคยอมเม้มริมฝีปาก คำพูดนั้นเหมือนหอกเล่มใหญ่ที่แทงเข้ามากลางใจ แล้วมันก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นเมื่อคนที่แทงเข้ามาคือเพื่อนสนิทของเขาเอง

แปลว่าตอนนี้เขาไม่มีใครอยู่ข้างๆเลยสินะ

"กูเข้าใจแล้ว"

ยูคยอมตอบเสียงเรียบ ใบหน้าคมพยักลงช้าๆเหมือนว่าเข้าใจในสิ่งที่ชานอูพูดเป็นอย่างดี มันสร้างความประหลาดใจให้กับเด็กหนุ่มมากจนเผลอเลิกคิ้วขึ้นในทันที

เพราะที่ผ่านมายูคยอมไม่เคยว่าง่ายขนาดนี้

"มึงโอเคนะ?"

"อื้อ ไม่โอเคก็ต้องโอเคปะวะ"

ยูคยอมตอบกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงดูสบายๆใจตอนแรก ก่อนที่นัยน์ตาสีเทาจะฉายแววแห่งความมุ่งมั่นขึ้นมาในประโยคถัดไป

"ถ้าอย่างนั้นกูก็คงต้องพยายามทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองชนะ ด้วยตัวของกูเอง"

 

GLUTTONY

 


 

"เฮ้ย ป้านายเป็นอะไรมากปะวะ"

แทฮยองหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยินเรื่องราวที่เพิ่งเล่าออกมาจากปากของยุนฮยอง

หลังจากที่ยุนฮยองทนความเอาแต่ใจและไร้เหตุผลของป้าไม่ไหว เขาก็ตัดสินใจออกจากบ้านมาเพื่อสูดอากาศข้างนอก อยากอยู่เงียบๆคนเดียวแล้วทบทวนเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมา ถึงแม้จะรู้ว่าการนั่งตัดพ้อน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองมันเป็นเรื่องไร้สาระก็เถอะ

แต่เขาทนมันต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

โชคดีที่แทฮยองปั่นจักรยานผ่านมาทางนี้พอดี ด้วยความเป็นห่วงเพราะเห็นว่ายุนฮยองมีสีหน้าที่เหมือนจะเซ็งโลกสุดๆ จึงจอดแวะถามไถ่ความเป็นมาแล้วอยู่คุยด้วย

เขาล่ะนับถือความขยันและความมีน้ำใจของเพื่อนใหม่คนนี้จริงๆ เพราะอันที่จริงแล้วแทฮยองจะต้องเอาขนมไปส่งต่อ แต่พอเห็นว่าเขาไม่ค่อยโอเค อีกฝ่ายก็รีบโทรหาเพื่อนเพื่อเรียกให้มารับช่วงต่อแทนด้วยความรวดเร็ว

ยอมเสียสละเงินค่าจ้างครึ่งหนึ่งให้เพื่อนเพื่อรับฟังปัญหาจากเขา มันน่าซึ้งใจจริงๆ

"ฉันก็ไม่รู้นะ เมื่อก่อนป้าไม่เป็นขนาดนี้ แต่พอ.."

ยุนฮยองเว้นจังหวะไว้แทบไม่ทัน เขาเกือบหลุดเล่าเรื่องเกี่ยวกับชานอูออกไปให้คนข้างๆได้รับรู้เสียแล้ว เป็นเพราะเวลาที่ว่างก็จะคิดถึงเรื่องของชานอูอยู่ตลอด ทุกสิ่งที่วนอยู่ในหัวของเขามีแต่เรื่องเกี่ยวกับตระกูลซงทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจึงต้องเตือนตัวเองว่าให้มีสติอยู่ตลอดเวลาถ้าจะพูดอะไรกับใคร

"แต่พออะไร?"

"เปล่า จะบอกว่าแต่พอช่วงหลังที่เริ่มมีโรคมารุมเร้าเยอะขึ้น ป้าก็ห่วงฉันและวิตกมากอย่างที่เห็น"

ข้ออ้างที่คิดขึ้นได้แบบสดๆร้อนๆถูกเอ่ยออกไป โชคดีที่เขาหลบสายตาไม่ได้มองหน้าแทฮยอง อีกฝ่ายจึงจับไม่ได้ว่านี่คือคำโกหก

"ถ้าอย่างนั้นป้านายก็คงเครียดเกี่ยวกับเรื่องตัวเอง แล้วก็พาลมาโมโหใส่นายล่ะมั้ง เขาคงจะเป็นห่วงอะไรหลายๆอย่างตามประสาคนแก่"

"ถ้ามันแค่นั้นก็ดีน่ะสิ"

ยุนฮยองถอนหายใจก่อนจะก้มหน้าลงมองเท้า

ความจริงการได้ระบายอะไรออกไปบ้างก็ทำให้เขาหายอึดอัดไปสักเล็กน้อยเหมือนกัน แต่ดันต้องมารู้สึกผิดนิดๆ ที่ต้องโกหกหรือดัดแปลงเรื่องราวบางอย่างที่ไม่สามารถบอกออกไปได้นี่สิ

ก็หวังว่า..ถ้าวันไหนความแตกขึ้นมา แทฮยองคงจะไม่โกรธเขาล่ะนะ

"เอาน่าไอ้ปรินซ์ นายจะคิดอะไรมากวะ ไอ้แผลที่หน้าเนี่ย หายไม่หาย นายก็ยังเป็นเพื่อนฉัน หรือถึงจะไม่หาย นายก็ยังหน้าตาดีกว่าคนในโรงงานอีกตั้งหลายคน"

แทฮยองพูดต่อ ก่อนจะส่งมือมาตบเบาๆตรงไหล่แล้วจับตัวของเขาโยกไปโยกมาเพื่อให้กำลังใจ

"ขอบคุณนะ"

"ไม่ต้องขอบคุณเลย รีบหายจากการเป็นหมาหงอยได้แล้ว ถ้าไม่สบายใจมากๆคืนนี้มานอนบ้านฉันปะวะ"

ยุนฮยองเลิกคิ้วเมื่อได้ยินแบบนั้น ตาหวานกะพริบปริบๆอย่างไม่อยากเชื่อหูของตัวเองว่าแทฮยองชวนให้ไปนอนบ้านจริงๆ

"ฉันไปได้?"

"เออ เวลาทะเลาะกับแม่ฉันก็ชอบไปนอนบ้านเพื่อนบ่อยๆ แล้วการที่แม่ไม่เจอเราสักพัก ความคิดถึงก็อาจจะทำให้เขาเห็นค่าเรามากขึ้นก็ได้"

ยุนฮยองพยักหน้ารับ เขาเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน อีกอย่างตอนนี้ก็ยังไม่พร้อมที่จะกลับไปเจอหน้าป้าด้วยเพราะอารมณ์โกรธที่ดับไม่ลงมันยังคุกรุ่น ยอมรับแบบอกตัญญูเลยว่าตอนนี้ไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าป้าด้วยซ้ำ 

สายแห่งความสัมพันธ์ที่มีมันเริ่มจะขาดจนต่อไม่ติดแล้วล่ะมั้ง

"ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะ"

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าการที่ไม่กลับบ้านจะทำให้ป้าเห็นค่าของเขารึเปล่า แต่คืนนี้ก็ขอไปทำใจที่อื่นหน่อยก็แล้วกัน ถ้าไม่อย่างนั้นคนที่สุขภาพจิตเสียอาจจะเป็นเขาเอง

"ได้เลยเพื่อน!"

แทฮยองส่งมือมาตบไหล่ ก่อนจะเดินไปจูงจักรยานแล้วเดินนำไปในทางกลับบ้าน เมื่อยุนฮยองเห็นดังนั้นจึงรีบเดินตามไปข้างๆอย่างไม่รอช้า 

"ปรินซ์!"

ก่อนที่ขาของทั้งคู่จะต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนดังมาจากทางด้านหลัง

"พี่ซอกจิน?"

เขาหันไปมองก่อนจะเรียกชื่อของอีกฝ่าย ยิ่งเห็นว่ารุ่นพี่ตรงหน้ารีบวิ่งเข้ามาหาก็ยิ่งแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

คิม ซอกจิน คือรุ่นพี่ที่อายุแก่กว่า 4 ปี มีบ้านอยู่เยื้องๆกับบ้านที่ยุนฮยองอาศัยอยู่กับป้าในตอนนี้ ซึ่งตอนที่เขาและป้าย้ายมาอยู่ใหม่ๆ ก็ได้ซอกจินนี่แหละเป็นเพื่อนบ้านหลังแรก แถมยังใจดีเอาข้าวของเครื่องใช้มาแบ่งให้เพราะเห็นว่ายังขาดอยู่เยอะเนื่องจากย้ายมาแบบกะทันหันอีกด้วย

"มีอะไรเหรอครับ?"

ยุนฮยองเอ่ยถามเมื่อคนตัวสูงมาหยุดอยู่ตรงหน้า คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ นัยน์ตาใสๆฉายแววงุนงงอย่างไม่รู้ตัวว่าได้ทำอะไรผิดไป

ทำเอาคนที่กำลังจะติสั่งสอนหลุดฟอร์มไปหมด จากที่จะทำเป็นดุเพื่อให้อีกฝ่ายกลัว ซอกจินกลับถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เก้อแทน

"ทำไมไม่กลับบ้านล่ะ มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ" 

น้ำเสียงอ่อนโยนถามออกไปเบาๆ ดูใจดีแต่คำถามนั้นก็ทำให้ยุนฮยองเลือกที่จะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

ป้าอีกแล้ว..

"ป้าให้มาตามเหรอครับ?"

"ป้าเขาก็ห่วงน่ะ ตามหานายไม่ยอมนอน พี่ก็ห่วง"

"ผมอยู่กับแทฮยอง ไม่มีปัญหา"

คำตอบนั้นทำให้ซอกจินหันไปมองแทฮยองแวบหนึ่ง อีกฝ่ายยิ้มแหะๆและยกมือขึ้นเกาหัว ก่อนจะยักไหล่เหมือนอยากจะบอกว่า 'สบายมากพี่ ไว้ใจผมได้' อะไรทำนองนั้น แต่มันกลับไม่น่าเชื่อถือเลยในสายตาของซอกจิน

            ร่างสูงหันกลับมามองหน้ายุนฮยองอีกหน นัยน์ตาสีน้ำตาลนั้นบ่งบอกอย่างแท้จริงว่ายังไงก็อยากให้ยุนฮยองกลับบ้านไปเคลียร์กับป้าให้รู้เรื่องอยู่ดี แต่ถึงจะไม่ได้เคลียร์เขาก็คิดว่าการนอนบ้านของตัวเองนั้นดีกว่าไปนอนบ้านของคนอื่นหลายเท่านักด้วย

"กลับบ้านเถอะนะ"

"ไม่ครับ วันนี้ผมไม่พร้อมจะกลับบ้านจริงๆ"

ยุนฮยองปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมกับส่ายหน้า และแม้ว่าซอกจินจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้กลับยังไงร่างเล็กก็ยังยืนยันคำเดิม

"ทะเลาะกับป้าแรงมากเหรอหืม?"

"อื้ม"

ยุนฮยองพยักหน้า พอได้ยินแบบนั้นอีกฝ่ายจึงเลิกคะยั้นคะยอแล้วพยักหน้าลงด้วยความเข้าใจ ซอกจินถอนหายใจหนัก เป็นห่วงก็เป็นห่วง กลัวว่ายุนฮยองจะเถลไถล แถมเมื่อกี้เขาก็เห็นว่าป้าของยุนฮยองแกก็มีท่าทางไม่ค่อยจะโอเคด้วย ถึงจะเพิ่งทะเลาะกันไป แต่หลานทั้งคนใครจะไม่ห่วงล่ะจริงไหม?

"แต่ป้าเขาก็ไม่ได้โกรธเรานะ"

"แต่ผมก็ยังไม่พร้อมเจอครับ"

ซอกจินพยักหน้าช้าๆ แล้วรีบโบกมือเป็นเชิงว่าโอเค..จะไม่ตื๊อต่อแล้ว เขาไม่ได้อยากให้ยุนฮยองโมโหหรือมีปากเสียงกับเขาอีกคน ก่อนจะวางมือลงบนกลุ่มผมนิ่มนั่นแล้วขยี้เบาๆ เพื่อปลอบประโลม

"ถ้าอย่างนั้นดูแลตัวเองดีๆนะ"

"ครับ ผมไม่ใช่เด็กแล้วน่ะ"

ก็เด็กในสายตาของเขาอยู่ดีนั่นแหละ..

คนตัวสูงทำได้แค่เพียงเถียงในใจ ไม่ได้ค้านอะไรกลับไปเพราะกลัวว่ามันจะเป็นการต่อความยาวสาวความยืด ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เขาไม่อยากให้ยุนฮยองมายืนตากยุงเช่นนี้จึงอาสาเดินตามไปส่งที่บ้านของแทฮยองด้วย

“พี่ไม่ต้องมาส่งก็ได้ป้ะ กลัวพวกผมจะไปไหนกัน”

เจ้าของบ้านบ่นอุบเมื่อจู่ๆก็มีผู้ใหญ่เดินตามหลังมา

จากที่คิดว่าจะชวนยุนฮยองคุยโน่นนี่นั่นไปเรื่อยๆเพื่อที่จะได้รู้จักกันไปอีกขั้นดันต้องเดินกลับบ้านเงียบๆ มีแต่เสียงรองเท้าและเสียงจักรยานคันโปรดลากไปตามดินเท่านั้น

“นายมันไม่น่าไว้ใจ รู้ไว้ด้วย”

แทฮยองหันไปขมวดคิ้วใส่เมื่อได้ยินซอกจินตอบกลับบมาแบบนั้น ก่อนที่ทั้งคู่จะเถียงกันไปอีกหลายคำ ปล่อยให้ยุนฮยองได้แต่มองสลับไปสลับมาแล้วหัวเราะ เพราะทั้งคู่ก็เถียงกันแบบไม่มีใครยอมใครจริงๆ

            โดยที่ไม่รู้อะไรเลยสักนิด..

            ว่ารอยยิ้มเล็กๆของตัวเองน่ะ ทำให้คนที่เดินอยู่ข้างๆเผลอใจเต้นแรงไปแล้วไม่รู้กี่รอบ

 

 

 

GLUTTONY

 

เฮ้ย ไอ้ยูค กูคงไปส่งมึงซื้อของไม่ได้แล้วว่ะ พี่กูรถชน

นิ้วแกร่งจิ้มลงไปยังหน้าจอโทรศัพท์เพื่อปิดข้อความเมื่อครู่ลง มันถูกส่งมาจากชานอูเพื่อนสนิทของเขาเอง เพราะความจริงแล้วเขาขอให้ชานอูไปช่วยเลือกซื้อของเข้าค่ายที่เกาะเชจูในวันนี้ แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยกเลิกเพราะเกิดอุบัติเหตุรถชนในตอนประมาณตี 1 ที่ใจกลางเมืองใหญ่เสียก่อน

            อุบัติเหตุ.. ที่เขาอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มแรกจนวินาทีที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยพากันเข้าไปช่วยเหลือ

ยูคยอมรีบปลีกตัวเองออกมาจากสถานที่นั้นเพราะคิดว่ามีคนเยอะเกินไป แต่โชคดีที่ชาวเมืองหลายคนมุ่งประเด็นไปที่รถสปอร์ตคันหรูที่มีสภาพเละไม่ต่างจากกระป๋องน้ำอัดลมที่ถูกบีบเสียมากกว่า แถมยังพุ่งเข้าไปชนกับตัวห้างเอมไพรเสตจจนกระจกทั้งแถบแตกเป็นเสี่ยงๆ

แค่เห็นสภาพมันก็น่าสะเทือนใจมากแล้ว ใครจะไปรู้ว่าร่างที่หน่วยกู้ภัยนำออกมาจากรถนั่นจะเป็น คิม จีวอน บุตรชายคนที่ห้าของตระกูลใหญ่อย่างซงไปได้

ทุกคนต่างตั้งคำถามว่าเพราะอะไรจีวอนถึงต้องขับรถเร็วขนาดนั้น อีกทั้งยังดูเหมือนกำลังแข่งอยู่กับใครสักคน แต่ก็ไม่มีใครหาได้เจอเขาก็ชะลอรถของตัวเองตั้งแต่รู้ว่าไม่มีทางฝ่าไฟแดงนั่นไปได้แล้วด้วย จึงไม่มีใครสังเกตทันว่ารถคันที่จีวอนแข่งด้วยนั้นเป็นของใคร

            ใช่..

            พวกเขาแข่งรถกัน

            จากคำพูดของร่างสูงที่ดังขึ้นภายในเย็นวันนั้น จีวอนนัดเขามาแข่งรถโดยมีเดิมพันว่าถ้าใครแพ้จะต้องเลิกยุ่งกับฮันบินไปตลอดกาล เขาเองก็แฟร์พอและคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้ด้อยอะไรในเรื่องนี้จึงทำการตกปากรับคำไป

            ..โดยที่ไม่ได้หาข้อมูลก่อนว่าจีวอนเองก็เคยแข่งรถในสมัยตอนที่ไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านกับอเมริกาอยู่หลายปี แถมยังได้แชมป์ตั้งหลายสมัยอีกด้วย

เป็นเพราะเพิ่งมารู้ข้อมูลของคู่แข่งทีหลัง จากการที่เขาประเมินจีวอนไว้ต่ำมาก มั่นใจว่ายังไงการแข่งขันนี้ตัวเองก็ต้องเป็นฝ่ายชนะแน่ๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆกลับไม่มีความมั่นใจใดๆเลยสักนิด ยิ่งรู้ว่ารถที่จีวอนนำมาแข่งนั้นได้ผ่านการเปลี่ยนเครื่องยนต์มาใหม่ด้วย ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลมากขึ้นไปใหญ่

แต่สรุปแล้วการแข่งครั้งนี้ก็ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะอยู่ดี

แต่ก็นะ.. สภาพจีวอนเป็นแบบนั้น ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะมาวอแวกับฮันบินได้อยู่รึเปล่า

มือหนาคว้ากุญแจรถที่วางเอาไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปลงไปชั้นล่าง บ้านของเขาทำกิจการเกี่ยวกับเครื่องยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งรถ และเป็นเจ้าของสนามแข่งรถอยู่หลายที่ ด้านล่างจัดเป็นส่วนของหน้าร้าน ส่วนชั้นบนเป็นที่พักอาศัยของคนในครอบครัว

            “ผมออกไปซื้อของเข้าค่ายนะแม่”

            กายสูงเอ่ยบอกเมื่อเดินผ่านคนเป็นแม่ เรียกให้คนที่กำลังนั่งอ่านข่าวอยู่บนโต๊ะหันมามองลอดผ่านแว่นสายตาสีดำสนิท

            “เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้โรงเรียนลูกยังจะจัดค่ายอีกเหรอ?”

            “หืม เรื่องวุ่นวาย?”

            ยูคยอมเลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่ความสงสัยบนใบหน้าจะหายไปเมื่อแม่พูดถึงเรื่องอุบัติเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน

            ก็นึกว่ามีเรื่องอะไรใหญ่โต

            “พี่เขาอยู่เกรด 11 นี่ ไม่ได้เกี่ยวกับพวกเกรด 10 เหมือนผมซะหน่อย ทางโรงเรียนไม่ยกเลิกเรื่องค่ายหรอกแม่ ยังไงพวกผมก็ต้องไป ถ้าไม่อย่างนั้นแม่ลองเช็คดูในเว็บโรงเรียนสิครับ ไม่เห็นจะมีอัพเดทอะไรเลย”

            ยูคยอมพูดติดตลกก่อนจะส่ายหน้า ทำให้คนเป็นพ่อที่นั่งพังอยู่นานเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยเช่นกัน      

            “แต่ค่ายครั้งนี้ก็มีคนของตระกูลซงไปด้วยนี่หว่า คุณซงแกมีลูกอยู่เกรด 10 ไม่ใช่เรอะ”

            “เห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการลอบฆ่าเลยนะยูคยอม คุณซงเขาไม่ห่วงความปลอดภัยของลูกๆเขาเลยเหรอ? เชจูก็ไม่ใช่ใกล้ๆ ถ้าเป็นแม่นะ แม่ไม่ยอมส่งลูกของตัวเองไปไกลหูไกลตาหรอก” แม่เสริมต่อ ส่วนยูคยอมก็เลิกคิ้วขึ้นใหม่

            “ลอบฆ่า?”

            “ในข่าวบอกว่าน้ำมันเบรกโดนเจาะ นี่มันลอบฆ่าชัดๆ อย่างกับในหนังที่พวกคนใหญ่คนโตเขาโดนกัน” ฝ่ายพ่อพูดเสริมขึ้นมา

            “จะว่าไปแล้วคนในตระกูลซงก็น่าจะมีศัตรูทางธุรกิจเยอะ น่าสงสารจริงๆ”

            “การเจาะน้ำมันเบรกนี่เหี้ยมชะมัด เมื่อเราเริ่มขับรถเราจะไม่มีทางรู้เลยเพราะเบรกยังใช้ได้อยู่ จนกระทั่งค่อยๆเหยียบลึกลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันก็เบรกไม่ติดนั่นล่ะ ใครมันเป็นคนทำกัน รถของคุณหนูจีวอนก็น่าจะจอดอยู่ในที่ปลอดภัยแท้ๆ”

ยูคยอมนิ่งไปเมื่อพ่อกับแม่พากันคุยเรื่องเกี่ยวกับจีวอนอย่างออกรส เขาสูดลมหายใจเข้าบอกลึกๆเพราะไม่อยากได้ยินเกี่ยวกับชื่อของบุคคลนี้เท่าไรนัก อีกทั้งในใจยังรู้สึกหวาดหวั่นต่อการกระทำบางอย่างของตัวเองที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมาหยกๆ

            “เห็นในข่าวบอกว่าคุณซงมีคำสั่งให้ตามจับคนทำเรื่องนี้มาให้ได้ด้วยนะ ยังไงก็จะไม่ยอมเด็ดขาด ต้องได้รับบทลงโทษที่สาสมด้วย แต่ก็แน่ล่ะเนอะ ไปทำลูกเขาอาการสาหัสขนาดนั้น จนป่านนี้ยังไม่ออกมาจากห้องผ่าตัดเลยล่ะมั้ง”

            บทลงโทษที่สาสม..

            “อ้าวยูคยอม ยังไม่ไปซื้อของอีกเหรอ?”

            คนเป็นแม่หันมาถามเมื่อเห็นว่าลูกชายตัวสูงยังยืนอยู่ที่เดิม ก่อนจะต้องเรียกซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่ายูคยอมไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากคำพูดใดๆ ของเธอเลย

            “ยูคยอม!!!

            “ห.. หืม?”

            “เป็นอะไรน่ะมัวแต่เหม่อ แม่เรียกเป็นหนที่สามแล้วนะ”

            “อ่อ โทษครับ เดี๋ยวผมไปซื้อของก่อนนะแม่”

            พูดจบยูคยอมก็เดินออกไปจากบ้าน ท่าทีแปลกๆนั้นทำให้พ่อกับแม่ของเขาหันมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ แต่เพราะหาคำตอบไม่ได้เพราะเมื่อครู่ยูคยอมก็ยังดีอยู่ ทั้งคู่จึงตัดสินใจหันไปทำงานตามหน้าที่ของใครของมัน

 

ขาเรียวก้าวเข้าไปนั่งยังรถก่อนจะเอนหลังพิงเบาะแล้วถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก ยูคยอมนั่งแช่อยู่ดีเดิม เขายังไม่ได้ขับรถออกไปไหนเพราะในหัวยังมีแต่เรื่องเดิมวนเวียนอยู่ไม่ยอมหยุด

            ในข่าวบอกว่าคุณซงมีคำสั่งให้ตามจับคนทำเรื่องนี้มาให้ได้ด้วยนะ..

          ‘…ยังไงก็จะไม่ยอมเด็ดขาด ต้องได้รับบทลงโทษที่สาสม

            “ฟู่วว” ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกสติ ในใจพยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่ดูเหมือนว่ายิ่งทำแบบนั้น ภาพเดิมๆก็จะยิ่งลอยเข้ามาในหัว ไม่ว่าจะพยายามหยุดคิดเท่าไหร่แต่ก็ไม่สามารถทำได้

            ภาพที่ตัวเขาเองค่อยๆ เจาะน้ำมันเบรกของรถจีวอนในตอนที่อีกฝ่ายขอตัวไปคุยโทรศัพท์กับพ่อ

มือหนาสั่นระริกเมื่อภาพเดิมฉายตัดไปตัดมาในหัวราวกับกำลังจะตอกย้ำสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ทำลงไป ยูคยอมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมสติเอาไว้ เขาบอกตัวเองว่าจีวอนนั้นเลวกว่าเขาเยอะ พยายามเอาความคิดนี้สะกดกลั้นจิตสำนึกแห่งความเป็นคนที่ทำให้รู้สึกผิดและหวาดกลัวต่อบทลงโทษให้จมลงไป

            ไม่เป็นไร

            เรื่องนี้จะต้องไม่มีใครรู้

          “ใช่.. มันต้องไม่เป็นไร”

 





talk


ครบ100%
คิมยูคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค
ทำไมทำอย่างนั้น! 
เท่ากับว่าเคลียร์ปมของดบบไป1นะคะ ทีนี้พี่ยุนจะได้คนดามใจที่เชจูหรือไง
ชันนูของเราก็ไม่ไปซักที อุปสรรคเรื่องนี้เยอะยิ่ง5555555
แท็ก #พี่ยุนน่ากิน นะคะ

แล้วก็ตอนนี้มีเกมชิงฟิคฟรีอยู่นะคะ
หมดเขต 28/11/2558 เวลา3ทุ่ม ไปเล่นกันนะคะ




(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1254 jun de (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 01:36
    อยากตีป้าว่ะ รำคาญ เป็นบ้าอ่อ
    #1,254
    0
  2. #1241 Wattson (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 09:06
    ป้าาาาาาาา
    #1,241
    0
  3. #1163 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 21:56
    ชีวิตยุนแบบ แกรรร๊ เป็นเราเราว่าเราจะทิ้งป้าไปเลย ไปให้ไกลที่สุด หึ้ยยยย
    เราเข้าใจคิมยูคนะ อารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้ตั้งใจจจ แต่เรื่องนี้ใครก่อก็ต้องรอรับผลอ่ะนะ..
    #1,163
    0
  4. #1112 เป็ดแอม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 13:07
    สงสารทั้งจีวอนทั้งยูค แต่สงสารยุนสุดแงงงงงงงง
    #1,112
    0
  5. #991 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 02:31
    ทั้งไม่ชอบทั้งสงสารยูค แต่เข้าเรื่องคู่หลักก่อน ป้าคะ!! โดยส่วนตัวคิดว่าป้าบ้าไปแล้วเเหง
    #991
    0
  6. #861 gxisimp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:51
    ทั้งป้าทั้งยูคโอยยยยยย
    #861
    0
  7. #851 panika pornprot (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:49
    อ้าว ทำไมเหมือนในตอน ดบบ บอกว่าเจบีทำอะคะ เห็นว่ายูคไม่เกี่ยวไรอะ งง
    #851
    1
    • #851-1 nor 'nanz(จากตอนที่ 10)
      21 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:53
      น้าอันนี้เอาเรื่องที่รถเน่พังกับเรื่องยูคตายมาปนกันรึเปล่าคะ? -O-'' คนละเรื่องน้า
      #851-1
  8. #774 HoneyBabby (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:33
    อ่าว สรุปยูคเป็นคนทำจริงๆใช่มั้ย?
    #774
    0
  9. #601 แม่ยุนฮะยอง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 19:54
    กูเกรียดอิป้า อยากเอาหน้าไปให้ในเตาอบชิบ =_=++++++++++++++++++
    #601
    0
  10. #514 Mo_mo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 20:42
    ยูคไม่แมนเลยว่ะ เฮ้ยแกทำแบบนี้ฮันบินก็ไม่รักแกหรอกเว่ย ผิดหวังว่ะ
    #514
    0
  11. #444 Chutikarn'I (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 22:57
    ยูคยอม!!!!เราผิดหวังในตัวนาย ทำไมทำแบบนั้นเจาะน้ำมันเบรก....อยากเอาชนะจีวอนหรือฮันบิน... ยังรอชานอูเปลี่ยนใจอยู่นะ กลัวมีคนมาชอบตัดหน้าไป ?? ไรท์สู้ๆน้า
    #444
    0
  12. #443 mclub (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 16:33
    อึ๋ยยยยยย ไอยูค ทำดีๆๆ ถ้าเอ็งไม่ทำ คู่ ดบบ.ก็ดราม่ากันไป โคตรน่าเบื่อเลย

    เอ็งทำดีๆๆๆๆๆ
    #443
    0
  13. #441 kawawaiiei (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 16:15
    ยูคยอมแกมั่นชั่วร้ายมาก!! สมควรโดนลงโทษ //พี่ยุนน่าสงสารได้อีกอ่ะ
    รอค่ะ^^'
    #441
    0
  14. #440 kooHoe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 12:56
    ยูคแกโดนแน่!!
    #440
    0
  15. #439 punpay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 12:10
    ชนูม่อนสู้ๆนะลูก5555
    #439
    0
  16. #437 hymnz. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 11:43
    พี่ยุนก็เสน่ห์แรงไม่เบาเลยเนาะ ชนูมีคู่แข่งละนะลูก หนูจะไม่ไปเชจูจริงๆเหรอออ ;3;
    โอ่ยยยยูคคคคคคคคทำไมเลวงี้ ทำกับพี่จีวอนเรางี้ได้ไงงงงฟฟฟฟฟ
    #437
    0
  17. #436 iaaooa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 10:01
    นั่นไงง เาว่าแล้วว่ายูคเจาะ โคตรไม่แฟร์อะไปท้าเค้าแข่งเเล้วทำงี้ได้ไง ฌโว๊ะ จีวอนของเรา
    #436
    0
  18. #435 Patsaawee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 09:04
    พี่ยุนนนนนน เมื่อไหร่ชนูกับพี่ยุนจะได้เจอกันอ่ะ อยากให้เจอกันซะที ยูคเล่นแรงมากอ่ะ เกือบตายเลย มาต่อนะคะ
    #435
    0
  19. #434 STEM1995 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 08:24
    พี่ซอกจินชอบยุนฮยองแน่ๆเลย
    ยูคอ่าาา ทำไมยูคทำอย่างนี้
    #434
    0
  20. #433 BxHb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 08:07
    ถ้าชานอูไม่ไปที่เชจูจริงๆเราจะยกพี่ยุนให้ซอกจินจริงๆด้วย
    #433
    0
  21. #432 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 07:33
    สงสารพี่ยุนอ่ะแง้ ป้าบ้าไปแล้วววว
    แต่พี่ยุนนี่ฮอตฮิตนะคะ -/-
    ส่วนยูค..
    ทำไมทำงั้อ้ะฮืออออ ถ้าบ๊อบตายทำไงแง้
    #ทีมจีวอน
    #432
    0
  22. #431 my word (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 05:31
    สงสารยุนมาก T-T อิป้าเป็นบ้าหรอ! ผีมาก!!
    #431
    0
  23. #430 l_lilac (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 05:27
    โอ้ยยยย ตัยๆๆๆๆ คิมยูลูกแม่ ฮรืออออออออ ทำไมเป็นคนแบบนี้ รู้ทั้งรู้ว่าพี่เขาไม่รักก็ถอยมาเถอะนะ มายก้อดดดด สงสารเด็กยักษ์ความผิดมันร้ายแรงมาก หนูอาจจะไม่รอดได้นะลูก ตาบ๊อบเขาถึงเขาจะเลว เขาก็ยังไม่เคยฆ่าใครรึเปล่า? แต่หนูก็ทำเกินไปนะลูก โอ้ยยยยยยย ปวดเฮ้ด ?? ว่าแต่ป้าของยุนยุนทำไมทำแบบนั้นนะ มีเหตุผลอะไรที่ไม่โอเคกับตระกูลซงรึเปล่า ไม่ยอมให้เข้าใกล้ ไม่ให้เจอ ไม่ให้รู้จักเลย ถึงกับยอมแลกใบหน้าสวยๆของยุนยุนเลยนะเออ โอ้ยยยยยยย จิตใจนี่นี้ ช้ำใจ ฮลึ่กกกกก ยุนยุน หนูต้องได้เจอที่รักของหนูนะ ฮืออออออออออ
    #430
    0
  24. #429 Krisyeol only (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 00:39
    ยุคทำไมเลว...

    โอ้ยนี้ไม่ไหวกับอิป้านะ จะบ้าเหรอเค้าจะรักษาแผลบนหนังหน้าเขาก็ไม่ให้ทำประสาท..-*-
    แล้วอะไรนี่พี่จินหรือน้องวีที่แอบชอบยุนหรือชอบทั้งคู่?หรือจินวีชอบกันเอง? ผิดๆ
    ชนูไปเซจูเถอะT_T พี่ยุนอยู่ที่นั้นนะรีบไปตามกลับมาเถอะเดี๋ยวคนอื่นก็แย่งหรอก
    ขอเถอะ มานะชนู... ToT
    #429
    0
  25. #427 youngkyun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 23:47
    ยูคทำแบบนี้ทำไม เกินไปป่ะ สงสารพี่ยุนจังเมื่อำรจะได้เจอชนู
    #427
    0