(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 21 : FINAL

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    4 พ.ค. 59

             

7 SINS

ENVY & PRIDE

FINAL

 



 

 

หรือว่าคุณ..? จะชอบผมจริงๆ”

 

แจบอมทวนคำพูดของจินยองอยู่ในห้องคนเดียว ก่อนจะถอนหายใจกับตัวเองทุกครั้งที่นึกถึงคำพูดนั้น  

 

จนตอนนี้มันก็ผ่านมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว คำพูดนี้คอยตามหลอกหลอนเขาไม่ยอมปล่อย และถ้าใครสงสัยว่าเขาตอบไปยังไง.. คำตอบก็คือเขาเงียบ หัวใจมันเต้นแรงจนแทบระเบิด แจบอมยืนนิ่งและพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะรีบเดินไปยังรถแล้วพาตัวเองไปโรงพยาบาลต่อจากนั้น

 

น่าแปลกที่หมอบอกว่าไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ ทีแรกเขาก็ไม่กล้าเล่าเรื่องทั้งหมดให้หมอฟัง แต่ในเมื่อกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อตัวเองก็เลยตัดสินใจถาม

 

พอเล่าจนหมดเท่านั้นแหละ..

 

หมอบอกว่าเป็นอาการปกติของคนที่กำลังตื่นเต้นเกี่ยวกับอะไรสักอย่าง ยิ่งเวลาคุยกับใครแล้วเป็นตลอดๆก็แปลว่าเราชอบเขาด้วย

 

ชอบ

 

 ซึ่งคำนี้แหละที่ทำให้เขาหลบหน้าจินยองมาตลอด ไม่ยอมเจอ ไม่ยอมคุย เขาไม่เข้าเรียนเพราะไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้า แน่นอนว่ามันไม่มีปัญหากับคนที่หัวสมองระดับเขาหรอก ส่วนจินยองนั้นก็กลับไปอยู่บ้านหลังใหม่กับครอบครัวตามเดิมแล้ว

 

ทั้งสัปดาห์เขาเอาแต่นั่งค้นคว้าข้อมูลหาความหมายของคำว่า ชอบ ในที่นี้หมายถึงอะไร แล้วต้องปฎิบัติยังไงถึงจะแปลว่าชอบกันได้

 

มันคือความอัปยศอย่างหนึ่งที่ไม่น่าให้อภัยตัวเอง คนฉลาดๆอย่างเขากลับไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคำว่าชอบเลยสักอย่าง จะย้ำอีกครั้งว่าการค้นคว้าเรื่องนี้มันยากกว่าทำข้อสอบเป็นร้อยล้านเท่า เขาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตัวเองกระทำไปทุกอย่างนั้นเรียกว่าอะไรทำไมอีกฝ่ายถึงตีความออกมาว่ามันคือการชอบกัน ซึ่งเขาไม่ได้เข้าใจมันเลยสักนิด?

 

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเขา...

แจบอมที่ไม่สามารถหาคำตอบด้วยตัวเองได้ ก็ตัดสินใจคว้ามือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออกในหมายเลขที่ถูกบันทึกไว้ว่า แม่หรือมารดาผู้เป็นที่รัก ถ้าเวลามีเรื่องเครียดหรือกลุ้มใจอะไรอยู่เขามักจะโทรหาแม่เสมอ ซึ่งท่านก็มีคำตอบและให้คำแนะนำแก่เขาได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร

 

คุณนายอิมผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานอยู่เสมอ แค่ได้ยินเสียงก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว  เป็นบุคคลที่อิมแจบอมนั้นรักมากยิ่งกว่าสิ่งใดบนโลกใบนี้....

 

ถือสายรอเพียงไม่นานคนเป็นแม่ก็ตอบรับกลับมาอย่างอย่างอารมณ์ดี

 

(ว่าไงลูก ลมอะไรหอบให้โทรมาหาแม่กันล่ะจ้ะ)

 

“คือ..” ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยเพื่อคิดทบทวนว่าควรจะปรึกษาเรื่องแบบนี้กับคนเป็นแม่ดีรึเปล่า

 

มัน.. รู้สึกอายๆยังไงก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ความจริงเขาอยากขอคำปรึกษาจากคนอื่นมากกว่า หมายถึงคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่พอนึกถึงหน้าของซึงยูนแล้วก็เลิกล้มความคิดแบบนั้นไปซะ ส่วนเพื่อนคนอื่นๆก็อย่าหวังเลยเพราะเขาไม่มี

 

สุดท้ายแล้วทางเลือกเดียวก็คือแม่นี่แหละ

 

(เป็นอะไรหืม? บอกแม่มาเลยนะ ปกติไม่เคยชั่งใจนานขนาดนี้)

 

“ก็คือ.. แม่ครับ ถ้าเราชอบคนที่จนกว่านี่จะเสียศักดิ์ศรีมากหรือเปล่า” แจบอมสูดหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนจะพูดออกไปเร็วๆทีเดียว  

 

แต่แล้วเมื่อคนเป็นแม่เจอคำถามที่ไม่คาดคิดมาก่อนนั้น เธอก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังจนฝ่ายที่ถือสายรอคำตอบรู้สึกหน้าร้อนวูบแปลกๆพร้อมกับผ่อนลมหายใจราวกับจะพูดว่านี้มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ

 

ให้ตายเถอะ.. แม่ไม่เห็นจะต้องขำกันจริงจังขนาดนี้เลย

 

(แหม... ถามแบบนี้ไปหลงรักใครกันน้า)

 

“แม่ครับ ไม่เอาสิ ผมอยากได้คำตอบ”

 

(โอเคๆ ไม่หรอกจ้ะ ขนาดพ่อของลูกยังมาชอบแม่ได้เลย)

 

“แม่ไม่ได้จนขนาดที่อยู่ในรูหนู..”

 

(แต่แม่ก็ถือว่าจนกว่าพ่อของเราใช่มั้ยล่ะ? ตัวแม่เองก็ยังเป็นคนไม่มีฐานะเท่าพ่อเขาเลย คนเราจะรักใครชอบใคร มันขึ้นอยู่ที่จิตใจและนิสัย ถ้าคนๆนั้นเขาทำดีกับเรา เราก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ชอบเขานี่จ้ะ)

 

ชายหนุ่มเงียบไปและครุ่นคิดอยู่กับตัวเองไปซักพักหนึ่ง ถึงจะแย้งในใจก็เถอะว่าพ่อทำดีกับแม่ด้วยเหรอ ให้เป็นเมียคนที่สามแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมายเนี่ยนะ?

 

แต่เอาเถอะ เขาไม่มีเวลาจะแย้งอะไรหรอก เพราะแค่เรื่องของตัวเองก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้แล้วไงล่ะ

 

ฐานะไม่สำคัญแต่ขึ้นอยู่ที่จิตใจของคนๆนั้นงั้นเหรอ? จะว่าไปแล้วที่ผ่านมาคนเป็นทาสก็ไม่เคยทำตัวไม่ดีกับเขาเลยสักครั้ง มีแต่เขาเองที่คอยบังคับข่มขู่อยู่ฝ่ายเดียว เขาชอบที่ทาสคนนี้เชื่อฟังเขา แม้บางครั้งจะมีโต้แย้งกันบ้าง แต่มันก็คือความหวังดีที่อีกฝ่ายมอบให้ เขาเคยคิดเอาไว้ว่านอกจากแม่ก็ไม่มีใครดีกับเขาได้อีกแล้ว

 

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไป.. นอกจากแม่แล้วก็มีจินยองที่เป็นห่วงเขาด้วยใจจริงเหมือนกัน 

 

ใช่... มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ชอบเลยสินะ?

 

(แม่น่ะเป็นห่วงลูกนะ เรื่องที่มองแต่หนทางสูงๆ บางทีเราก็ต้องย้อนกลับลงมาดูว่ามีใครที่อยู่ต่ำกว่าเราบ้าง และเขาดีกับเราขนาดไหนกัน)

 

“จำเป็นด้วยเหรอครับ?”

 

(แน่นอนสิ ถ้าไม่มีฐานอยู่ด้านล่าง เราจะไต่ขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดได้ยังไงกันล่ะ?)

 

“...”

 

(แม่ไม่ได้สอนให้เหยียบคนอื่นนะ แต่หมายถึง.. ถ้าเราจะลดตัวลงมาคบกับคนที่ฐานะต่ำกว่าเราบ้าง บางทีมันก็ทำให้เราไม่ติดสูงจนเกินไป เราจะได้มองเห็นโลกหลายๆมุม แล้วเขานี่แหละที่จะเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้าได้ คนเราต้องอยู่ได้ด้วยกำลังใจนะแจบอม)

 

เราต้องคบคนที่ต่ำกว่าบ้างเพื่อที่จะได้มองโลกหลายๆมุม..

 

พูดถึงประโยคนี้ เหตุการณ์อะไรหลายๆอย่างก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง เป็นเรื่องที่เขาได้เห็นโลกอีกด้านตั้งแต่คนที่ชื่อว่าจินยองก้าวเข้ามาในชีวิต ทั้งๆที่เมื่อก่อนเขาคิดว่าตัวเองรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่สำคัญไปหมดแล้วแท้ๆ แต่ไม่เลย..

 

แม้กระทั่งวิธีการทำข้าวต้มจนๆเขายังทำไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ ยังมีอีกหลายเรื่องเลยล่ะมั้งที่ต้องให้จินยองคอยเปิดโลกทัศน์

 

(เข้าใจที่แม่พูดรึเปล่าหื้ม วันนี้เงียบไปนานจังเลย)

 

“กำลังใช้สมองคิดน่ะครับ ผมคิดไปพูดไปไม่ค่อยได้แม่ก็รู้”

 

(ใช่สมองมากไปก็เหนื่อยนะรู้มั้ย บางเรื่องสมองก็หาคำตอบไม่ได้หรอก)

 

“หืม? สมองของผมตอบได้ทุกคำถามนะครับ”

 

(ยกเว้นเรื่องนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นลูกจะโทรมาถามแม่ทำไมจริงมั้ย?)

 

คำถามนั้นทำให้แจบอมถึงกับเงียบไป มือหนายกขึ้นมากุมขมับของตัวเองในตอนที่รู้สึกว่าใช้หัวคิดจนมันตื้อไปหมด แต่สุดท้ายก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ

 

คิดไม่ออก

 

(บางเรื่องลูกก็ต้องใช้ใจสัมผัส ไม่ต้องเอาสมองตัดสินว่ามันผิดหรือถูก แค่ทำตามที่ใจต้องการ แล้วลูกก็จะได้คำตอบเองว่าควรทำแบบไหนกันแน่)

 

ใช้ใจสัมผัส?

 

ให้ใจคิดแทนอย่างนั้นเหรอ?

 

(ลองหลับตานึกสิ ว่าตอนนี้ลูกต้องการอะไรมากที่สุด)

 

แจบอมทำตามที่แม่บอก และเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่น่าแปลกใจมากๆสำหรับเขา เพราะเพียงแค่เปลือกตาปิดลงเท่านั้น ภาพใบหน้าที่คุ้นเคยก็ลอยเข้ามา ตามด้วยภาพของบ้านหลังใหม่ที่เขาเพิ่งจะรีโนเวทไปให้แบบหมาดๆ

 

หมายความว่ายังไงกัน..

 

เขาต้องการอะไร?

 

หมายความว่าเขาต้องการเจอจินยอง เขาต้องไปที่บ้านหลังนั้นอย่างเร็วที่สุดใช่มั้ย?

 

(หืม ลูกเห็นอะไรจ้ะ?)

 

“ผมพอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาได้แล้วละ ขอบคุณนะครับแม่”  ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณเมื่อได้ยินเสียงแม่ถามซ้ำ ในขณะที่ขาทั้งสองข้างก็เดินไปหยิบกุญแจรถแล้วมุ่งหน้าออกไปนอกประตูอย่างไม่รอช้าในทันที

 

งานนี้ต้องขอขอบคุณคนเป็นแม่อย่างสุดซึ้งเลยจริงๆที่ช่วยให้คำแนะนำในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจและคอยชี้ทางออกที่ถูกต้องให้กับเขาเสมอมา แจบอมเอ่ยบอกรักแม่เหมือนที่เขาทำอยู่เสมอก่อนจะขอวางสายเพื่อเตรียมตัวออกจากบ้านมุ่งไปยังสถานที่หนึ่งที่เขาไม่ได้ไปมาแล้วเกือบหลายอาทิตย์

 

บ้านที่อยู่ในความคิด..

 

มีรถที่เร็วกว่านี้ไหมนะเขาจะขอพ่อซื้อ ทำไมมันถึงได้ช้าขนาดนี้ก็ไม่รู้

 

หรือเป็นเพราะใจของเขาลอยไปอยู่ตรงนั้นแล้วกันแน่

 

 

 


 

                                              ENVY & PRIDE

                                                ✡

 

 

แจบอมยืนอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่เขาเป็นคนออกแบบดีไซน์ขึ้นมากับมือ เพียงแค่หยุดอยู่ตรงนี้แล้วมองเข้าไปก็ทำให้นึกถึงใบหน้าของเจ้าบ้านผู้น่ารักขึ้นมาซะได้ ก่อนเขาจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ที่มีอยู่ในอก ก็ไม่รู้หรอกนะว่าตัวเองกำลังประหม่าอะไรอยู่ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ออกจะเจอหน้ากันบ่อยมากด้วยซ้ำ

 

แต่ตอนนี้เขาก็แค่ตัดสินใจบางอย่างที่สำคัญเอาไว้ เลยลงทุนถ่อมาถึงที่นี่เพื่อที่จะมาบอกกับเจ้าตัวด้วยตัวเองให้ได้ก็เท่านั้นเองแหละนะ..

 

 ร่างสูงเดินไปกดออดและรออยู่สักพักจนกระทั่งมีใครบางคนเดินออกมาเปิดประตู คราวนี้เป็นแม่ของจินยองนั่นเอง อีกฝ่ายดูจะตกใจมากเมื่อเห็นว่าลูกชายของตระกูลใหญ่ที่หายหน้าไปร่วมอาทิตย์กลับมาเจอกันแบบนี้ ชายหนุ่มจึงโค้งให้และกล่าวสวัสดีตามมารยาท แน่นอนว่าเขาต้องได้การต้อนรับเขาด้วยความยินดีอยู่แล้ว เป็นเหตุทำให้ร่างสูงมาหยุดอยู่ตรงใจกลางบ้านได้อย่างง่ายดาย

 

ใบหน้าคมคายเงยมองไปรอบๆ เขายิ่งประทับใจในตัวของจินยองและครอบครัวนี้มากขึ้นอีกหลายเท่า เพราะในระหว่างที่ก่อสร้างอยู่เขาได้เสนอให้ว่าจะจ้างแม่บ้านมาประจำอยู่ที่นี่สัก 2 คนเพื่อทำความสะอาด เนื่องจากบ้านหลังใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ แต่ร่างเล็กกลับปฏิเสธแล้วบอกว่าจะเป็นฝ่ายทำเองทั้งหมด

 

ซึ่งตอนนี้..มันก็ยังสะอาดเหมือนใหม่ เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วราวกับมีคนคอยทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา

 

เป็นคนที่ดูแลของทุกอย่างได้ดีจริงๆเลยสินะ

 

“ผมมาเจอจินยองครับ”

 

“เดี๋ยวดิฉันจะไปเรียกให้นะคะ คุณแจบอมนั่งรอ..”

 

แจบอมยกมือขึ้นห้ามก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร เขาอาสาขอเป็นฝ่ายขึ้นไปคุยเองดีกว่าเพราะคิดว่าในที่แบบนี้คงจะไม่สะดวกเท่าไหร่นัก คุณแม่ของจินยองเองก็ทำหน้างงๆอยู่ซักพัก แต่ถึงอย่างนั้นเธอเองก็ไม่ได้ขัดข้องใจอะไร จึงปล่อยให้ผมขึ้นไปหาลูกชายของเธอที่อาศัยอยู่ห้องบนชั้นสองแต่โดยดี

 

ก๊อกๆ !

 

“ครับผม แป๊บนะครับ”

 

เขาได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังออกมาจากประตูห้อง ตามด้วยเสียงปลายเท้าที่วิ่งมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าอันแสนจะน่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

 

“อ่าวคุณ..”  เด็กหนุ่มเบิกตากว้างขึ้นอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นว่าคนที่มาเคาะประตูไม่ใช่พ่อหรือแม่อย่างที่คิด หากแต่เป็นผู้ชายจอมเผด็จการที่หายหน้าหายตาไปเกือบหลายอาทิตย์ โรงเรียนก็ไม่ไป เขาโทรหาก็ติดต่อไม่ได้ ครั้นจะให้ไปตามถึงคฤหาสน์ซงก็ไม่มีความกล้าพอ

 

...แต่จู่ๆก็กลับมาเคาะประตูถึงห้องนอนเขาเลยเนี่ยนะ แล้วอีกอย่าง.. ทำไมถึงไม่บอกกันล่วงหน้าก่อนล่ะว่าจะมา

 

คิดจะทำอะไรกันแน่นะ?

 

"วันนั้นนายถามฉันว่า หรือว่าคุณจะชอบผมจริงๆใช่ไหม?"  

 

สติของจินยองกลับเข้าสู่โลกปัจจุบันเมื่อแจบอมส่งคำถามให้อย่างไม่อ้อมค้อม ตาคู่คมกะพริบปริบๆแล้วถามตัวเองในใจว่าแจบอมหมายความว่ายังไงกัน ทำไมจู่ๆถึงได้เปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ?

 

“...”

 

“ใช่มั้ย?” คนตัวสูงถามซ้ำเมื่อพบว่าร่างเล็กไม่ยอมตอบ ทำเอาจินยองอึกอักเพราะทำตัวไม่ถูกก่อนจะพยักหน้าลงช้าๆ เนื่องจากกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจกันเสียก่อน

 

อารมณ์ไหนก็ไม่รู้นะ

 

“ค..ครับ ทำไมเหรอ?”

 

“แล้วถ้าฉันชอบนายขึ้นมาจริงๆละ มันจะเป็นยังไง?”  แจบอมถามขึ้นพร้อมส่งสายตามาทางผมราวกับต้องการยืนยันคำตอบ พอดวงตาคมเรียวหรี่ลงเล็กน้อยก็ทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะด้วยความตื่นเกร็งเสียจนจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก

 

เป็นคำถามที่จู่โจมคนฟังซะเสียหลักเกือบหน้าหงายเพราะไม่ทันได้ตั้งหลักอะไรเลยสักอย่าง          ไม่ใช่อึ้งที่เขากล้ามาสารภาพต่อหน้าหรอก ที่น่าตกใจมากกว่านั้นเป็นเพราะเขาคือคนที่มักจะทำอะไรตรงข้ามกับคำพูดตัวเองเสมอ อยู่มาวันนี้ก็ดันมายอมรับว่าชอบผมขึ้นมาจริงๆซะได้

 

เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นความซื่อตรงของเขา...  

แต่มันก็แอบคิดไม่ได้จริงๆ ว่าก่อนหน้านี้สมองของเขาได้รับกระทบกระเทือนมาอย่างรุนแรงรึเปล่านะ ทำไมวันนี้ถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ละ

 

“คือ...คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ?” จินยองถามด้วยความไม่แน่ใจก่อนจะยกมือขึ้นเกาแก้มแบบงงๆ

 

“ตอบฉันสิ มันจะเป็นยังไง?”

 

“นี่คือสถานการณ์สมมุติรึเปล่า?”

 

“ฉันเริ่มจะโมโหแล้วนะ ทำไมนายถึงไม่ตอบคำถามของฉันล่ะ” แจบอมขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กมากขึ้น อะไรบางอย่างทำให้ผมถดถอยไปด้านหลังช้าๆเช่นกัน

 

“คือ.. ก็คุณน่ะเหรอที่จะมาชอบผม ?” ผมถามคนตรงหน้าในขณะที่เหลือบตาขึ้นช้าๆสบตากับอีกฝ่าย โดยที่ผมเองไม่อาจจะจับความรู้สึกใดๆจากแววตาไร้อารมณ์ที่จ้องมาได้

 

ร่างสูงเคลื่อนตัวเข้ามาชิดแล้วชะเง้อมองหน้าผม ดวงตาคู่คมสีดำสนิทกำลังจ้องมองมาไม่วางตา พอโดนมองด้วยระยะใกล้ๆ ความร้อนเบาบางก็แล่นไปทั่วสองแก้ม แถมยังไม่กล้าสู้หน้าจนต้องเอียงหลบไปทางอื่นอีกต่างหาก

 

“ทำไม? ไม่ได้เหรอ?”

 

“คือมันไม่เหมาะหรอกมั้งครับ หมายถึง.. ผมกับคุณ”

 

“นายกำลังปฏิเสธฉัน?”

 

“เปล่านะ คือผม..”

 

“คนจนๆแบบนายมีสิทธิ์อะไรมาปฎิเสธฉัน ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยชอบใครเลยนะ นายเป็นคนแรกเพราะฉะนั้นนายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ถ้าไม่งั้นผลวิจัยในการชอบใครสักคนของฉันมันก็จะพินาศน่ะสิ”

 

แต่ยังไง อิม แจบอม ก็คือ อิม แจบอม เขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด...

 

ผมแทบจะตบหน้าผากตัวเองแรงๆด้วยความเหนื่อยใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพูดจบก็ยื่นเอกสารที่ระบุถึงสัญญาต่างๆในการคบหากันมาให้ผม มันไม่ต่างกับสัญญาชดใช้หนี้อะไรในตอนแรกเลย แถมสายตาที่เขามองนั่นก็เหมือนกับว่าจะบังคับให้เซ็นยินยอมข้อตกลงพวกนี้ในทันที แน่นอนว่าผมไม่อาจจะเซ็นมันได้และต้องรีบอธิบายถึงเหตุผลให้ฟังก่อนเพื่อไม่ให้เขาโมโห

 

“คุณครับ การที่จะคบหาดูใจกับใครซักคน มันต้องคบที่จิตใจนะ สัญญาผูกมัดอะไรแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับทาสหรอกนะครับ”

 

“แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่านายไม่หักหลังฉัน” เขาถามด้วยหน้าตาที่บูดบึ้ง แจบอมอาจจะอยากด่าผมว่าเรื่องมากก็ได้ พร้อมกันนั้นตาคู่คมก็หรี่ลงอย่างจับผิดอีกต่างหาก

 

“หักหลังยังไงล่ะครับ?”

 

“นายอาจจะขี้โกงด้วยการไม่ชอบฉันกลับไง เพราะฉะนั้นต้องเซ็นสัญญาไว้ก่อน”

 

แล้วประโยคนั้นก็ทำให้ผมถึงกับต้องถอนหายใจและแอบกลอกตา นี่เขาเป็นคนที่เรียนได้ที่หนึ่งของโรงเรียนแถมยังไปแข่งขันตอบปัญหาได้รางวัลอะไรมากมายจริงๆเหรอเนี่ย ทำไมเรื่องนี้ถึงได้ทำตัวราวกับเด็กเลยนะ..

 

“ถึงเซ็นสัญญา ผมก็เบี้ยวได้ครับ เพราะการคบกันมันต้องใช้ใจนะ”

 

“อะไรของนาย แปลว่านายจะขี้โกงเหรอ?”

 

“เปล่าครับ ผมแค่บอกว่าไอ้กระดาษแผ่นนี้ไม่ได้มีค่าอะไรเลย  การคบใครสักคนไม่ต้องใช้มันเป็นสื่อกลางหรอก”

 

แจบอมขมวดคิ้วเมื่อผมดึงใบสัญญานั้นมาถือก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วตัดสินใจฉีกมันออก แจบอมถึงกับถลึงตาใส่ เขาเตรียมจะอ้าปากด่าแล้วแต่ผมยกมือค้านไว้ก่อน แม้จะเป็นการกระทำที่รุนแรงก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้ผมต้องอธิบายให้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ ผมไม่อยากให้เขาเข้าใจอะไรผิดๆ ในตอนนี้ผมมองว่ามีอีกหลายเรื่องเลยล่ะที่ผมต้องสอนเขา

 

หมายถึง.. ถ้าเขาชอบผมจริงๆ

 

“นี้ไม่ใช่ธุรกิจนะครับ ถ้าอยากจะคบกัน ก็คบได้นะครับเพราะเอาจริงๆผมเองก็ไม่รู้สึกแย่กับคุณ”

 

“หึ นายกล้าดียังไงจะรู้สึกแย่กับฉัน”

 

“มันก็ต้องมีบ้างนะครับ”

 

“ฉันรวยกว่านายนะ”

 

“ถ้าหากคุณคิดจะมีแฟน คุณต้องตัดเรื่องฐานะออกไปก่อนรู้มั้ย อย่าหาว่าผมสั่งสอนเลยนะครับ คิดเสียว่าตอนนี้เรากำลังโต้วาทีกันก็ได้” ผมพยายามยกอะไรขึ้นมาพูดให้มันดูสมเหตุสมผล เพราะกลัวว่าจะโดนโกรธเหมือนตอนที่คุยเรื่องพ่อในวันนั้น

 

แต่น่าแปลกที่พอเป็นแบบนี้แจบอมกลับเริ่มสงบลง นัยน์ตาที่ฉายแววหยิ่งผยองในตอนแรกนั้นกลับเข้าสู่สภาวะเดิมและจ้องหน้าผมราวกับจะบอกว่าให้พูดต่อไป

 

“นายพูดเหมือนแม่ฉัน”

 

อ่า.. เขาไปปรึกษาคุณนายอิมมาก่อนจะมาหาผมอีกหรอเนี่ย

 

“ครับ คนคบกันจะดูกันที่นิสัย ใช้ใจเป็นใบสัญญา คุณไม่จำเป็นต้องเอาปากกาอะไรมาให้ผมเซ็นเลย เพราะถ้ามีใครสักคนหักหลัง เส้นใยบางๆที่ผูกใจของทั้งสองคนเอาไว้ก็จะขาดลงเอง”

 

แจบอมทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเข้าใจ พนันได้ว่าเรื่องแบบนี้ต้องใหม่สำหรับเขาแน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ไม่ได้ดูจะมีน้ำโหเหมือนเดิมแล้ว จนคนที่มองอยู่สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายก็พยายามทำความเข้าใจกับเรื่องแบบนี้อย่างสุดๆเหมือนกัน

 

“แปลว่าถ้านายไม่ชอบนิสัยของฉัน นายก็จะไม่ชอบฉัน?”

 

“แน่สิครับ แต่ก็นะ..ไม่มีใครชอบนิสัยของกันและกันตั้งแต่แรกหรอก คนเราก็ต้องมีข้อดีข้อเสียกันทั้งนั้นจริงมั้ย?”

 

“แล้วฉันต้องทำไง?”

 

“การคบกัน คุณต้องยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อแฟนนะครับ อะไรที่มันไม่ดีก็ต้องเลิกเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้สบายใจ ส่วนคนเป็นแฟนก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน ถ้ามีปัญหาอะไรก็ค่อยๆคุยกัน เคลียร์กันให้รู้เรื่อง แบบนี้ก็จะอยู่กันได้นานเลยล่ะ”

 

“นี้นายกล้าสั่งให้ฉันเปลี่ยนตัวเองเพื่อนายเลยหรอ”  ใบหน้าของแจบอมบิดไปเล็กน้อยเพราะรู้สึกไม่พอใจในคำพูดผมขึ้นมาซะงั้น  ทำเอาผมเหวอไปชั่วขณะหนึ่ง เพราะคิดว่าประโยคที่พูดเป็นอะไรที่เบาๆแล้วนะ

 

ก็ในเมื่อนี้มันคือความเป็นจริง ถ้ายังไม่เข้าใจจุดๆนี้ต่อให้คบกันไปก็ไม่มีทางมีความสุขได้หรอก ถ้าอีกฝ่ายไม่พยายามคิดจะปรับตัวเข้าหากันเลย แบบนี้มันจะยิ่งบั่นทอนทำให้ความสัมพันธ์ของคนสองคนต้องจบลงอย่างรวดเร็วและเขาก็ไม่อยากให้มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับตัวเอง

 

แจบอมเป็นคนอีโก้สูงถ้ายอมปรับปรุงตัวเองหรือรู้จักปล่อยวางซะบ้าง ก็จะกลายเป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่งเลยทีเดียว ผมเชื่อว่าเขาก็ไม่ได้แย่ไปซะทุกเรื่องหรอก จากการที่อยู่ด้วยกันมาซักระยะทำให้ผมมั่นใจในข้อนี้บ้าง

 

เขาแค่ต้องปรับบางอย่าง.. ไม่ถึงกับต้องเปลี่ยนทุกอย่าง

 

“ผมแค่บอกวิธีที่เราจะคบกันได้น่ะ แต่ถ้าคุณไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะครับ”

 

เมื่อผมบอกไปเช่นนั้น เขาก็เงียบไปชั่วครูหนึ่งราวกับจะใช้เวลาในการครุ่นคิดเพื่อตัดสินใจ บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงียบ ผมล่ะลุ้นเหลือเกินว่าเขาจะไม่พอใจกันจนเพิ่มหนี้ที่มีอยู่ให้มากขึ้น ก่อนที่เขาจะกระแอมออกมาหนึ่งครั้งราวกับจะสงบจิตสงบใจของตนเอง

 

“ถ้าอย่างนั้นนายมาเป็นแฟนของฉันไหมละ?” พอกล่าวจบแจบอมก็เบือนหน้าหนีผมสุดแรงก่อนเขาจะหลุบตามองพื้นแล้วบ่นพึมพำขึ้นต่อ

 

“ให้ตายสิ.. นี้ฉันต้องเรียนรู้ชีวิตของรากหญ้าอีกเยอะเลยสินะ” เขาทำหน้าปั้นยากในขณะที่แก้มกลายเป็นสีแดง ผมรู้สึกว่าหูของเขาแดงกำลังเถือกด้วยยังไงไม่รู้สิ พอเห็นว่าเขามีอาการทำอะไรไม่ถูกเป็นครั้งแรกอย่างนี้แล้ว มันก็อดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้

 

จริงๆ เขาก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ...

 

“หัวเราะบ้าอะไรน่ะ ฉันไม่ใช่ตัวตลกนะ นายควรจะตอบคำถามของฉันได้แล้ว!

 

“สิ่งแรกที่คุณต้องทำน่ะ คือลดความใจร้อนลงบ้างนะครับ คนเป็นแฟนกันเขาต้องพูดกันดีๆนะรู้มั้ย ไม่งั้นก็จะเหมือนทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลาสิ”

 

แจบอมหน้าบึ้งมากขึ้นเมื่อได้ยินผมบอกแบบนั้น เขาต้องไม่พอใจแน่ สังเกตจากปากที่อ้าออกเพื่อค้านเถียง แต่เหมือนว่าครั้งนี้ร่างสูงจะคิดได้ค่อนข้างไวเหมือนกัน เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ แล้วขมวดคิ้วเข้าหากันจนมันแทบมัดเป็นปม

 

“งั้นนาย.. ก็ตอบคำถามของฉันสิ”

 

อดไม่ได้ที่คนฟังจะยิ้มออกมาอีกครั้ง แจบอมอ้าปากเหวอเตรียมจะถามแล้วว่าขำบ้าอะไรกันนักหนา แต่เขาก็คิดได้ว่าคนเป็นแฟนควรจะต้องพูดกันดีๆ เพราะฉะนั้นร่างสูงจึงกดอารมณ์ของตัวเองให้ต่ำลง

 

ยากจริงๆ

 

ยากมากๆ

 

ทำไมเขาต้องพยายามทำเพื่อคนจนๆแบบจินยองด้วยก็ไม่รู้!

 

“แบบนี้ถือว่าพูดดีรึยังล่ะ ตอบคำถามของฉันสิ”

 

ตาคมจ้องหน้าของร่างเล็กแบบนิ่งๆ แต่ถึงอย่างนั้นจินยองกลับสัมผัสได้ว่าความหยิ่งยะโสเหมือนในตอนแรกค่อยๆจางหายไปแล้ว ถึงจะไม่หมดเกลี้ยงแต่เขาก็เข้าใจดีว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลา เพียงแค่ในระยะสั้นๆที่แจบอมทำให้เขาขนาดนี้.. ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆเลยจริงๆ

 

“ครับ คนคบกันน่ะ ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผมก็คงต้องเรียนรู้เรื่องของคุณอีกเยอะเลยละครับ” เขาตัดสินใจตอบตกลงพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง หารู้ไม่ว่าการกระทำนั้นยิ่งทำให้หูของอีกฝ่ายแดงขึ้นมากจนเป็นเท่าตัว ทำเอาคนมองอยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เสียจริงๆ แต่รู้ดีว่าถ้าเป็นแบบนั้นเรื่องทั้งหมดอาจจะจบด้วยการทะเลาะกันตั้งแต่วันแรกก็ได้

 

เฮ้ออ... แปลว่าเขาจะต้องรับมือกับคนดื้ออย่างแจบอมไปอีกนานเลยสินะ

 

ก็ไม่รู้อะไรกันแน่ที่ดลใจให้เขามาชอบผม ถึงแม้เราสองคนจะเริ่มต้นกันแบบไม่ค่อยดี แต่ถ้าบทสุดท้ายจะแฮปปี้อย่างนี้ผมก็คงไม่คิดปฏิเสธอะไร

 

จินยองก็ยอมรับความรู้สึกของแจบอมเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม  ซึ่งต่อจากนี้ไปเขาจะไม่ได้อยู่ในฐานะทาสรับใช้อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนที่เต็มใจจะปรับตัวเข้าหากันเพื่อที่จะเรียนรู้เข้าใจและสามารถรักกันได้ นั่นแหละที่เรียกว่าคนเป็นแฟนกัน..

 


ผู้ชายเย็นชาคนนี้แหละ คือแฟนของผม J

 




 

 

                                                                ENVY & PRIDE



                                   

 

เช้าวันใหม่ก็ยังเป็นเหมือนเดิมเสมอ กิจวัตรประจำวันของเขาก็ไม่มีอะไรมาก ในเมื่ออยู่ตัวคนเดียวก็ทำแค่เพียงตื่นเช้ามาอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน หลังจากนั้นก็กินข้าวแล้วมาโรงเรียนเหมือนวันก่อนๆ

 

เด็กน้อยก็เดินก้มหน้าไปเรื่อยๆ ก่อนจะกระชับเสื้อโค้ทเข้ามาหาตัวเพราะตอนนี้อากาศเริ่มจะหนาวมากๆแล้ว แบมแบมเป่าลมออกจากริมฝีปากเพื่อไล่ความรู้สึกเนือยๆให้ออกไป เขาเป็นแบบนี้มาได้สักช่วงหน่วงละล่ะ จู่ๆความร่าเริงและสนุกสนานก็ค่อยๆจางหายไป กลายเป็นคนที่เงียบมากขึ้นและเลือกที่จะมุ่งเป้าหมายไปตั้งใจเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

เพราะคิดว่ามันน่าจะทำให้ชีวิตที่น่าเบื่อแบบนี้ดีขึ้นบ้าง แล้วก็..เวลาตั้งใจใช้สมองทำโจทย์ยากๆ มันก็ทำให้เขาลืมเรื่องบ้าๆที่วนเวียนอยู่ในหัวได้ซักพัก

 

ร่างเล็กเดินมาจนใกล้จะถึงตึกเรียน ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะต้องชะงักเมื่อปลายสายตาเห็นแผ่นหลังของใครบางคน ความคุ้นเคยทำให้แบมแบมเลือกที่จะหันไปมองด้วยความรวดเร็ว คิ้วทั้งสองข้างเลิกขึ้นเล็กน้อยเพราะจำได้ดีว่าคนๆนั้นคือ 'พี่แจ็คสัน' อย่างไม่ผิดแน่ๆ

 

และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้น คือพี่เขากำลังเดินจับมือกับใครบางคน ใบหน้าคมยิ้มแย้มในขณะที่พูดหยอกล้อ ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็ส่งไปหยิกแก้มขาวๆเล่น

 

มีแฟนใหม่ไปแล้วสินะ?

 

ยอมรับว่าแย่เหมือนกันที่เห็นแบบนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากบอกตัวเองว่าช่างเถอะ ปล่อยให้พี่เขาไปเจอคนที่ดีกว่าเราน่ะดีแล้ว ส่วนผมคงต้องเดินไปตามทางของตัวเองเช่นกัน เป็นอันว่าตอนนี้เราเดินคนละทางแล้ว คงจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก

 

ผมเปลี่ยนเส้นทางเดินตรงไปยังพาร์เธนอนเพื่อหาของหวานกินให้สดชื่นขึ้น ระหว่างนั้นเองก็ต้องเดินกอดตัวเองไว้แน่น เพราะมีลมหนาวพัดโชยผ่านมา ดูข่าวในตอนเช้าเขาบอกว่าตอนนี้อุณหภูมิกำลังติดลบ พื้นที่บางแห่งมีหิมะตกแล้วด้วย แน่นอนว่าช่วงเวลาแบบนี้โรงเรียนซงก็ได้ทำการเปลี่ยนเครื่องแบบของนักเรียนเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นมากขึ้น

 

แต่ถ้าเดินอยู่คนเดียวในตอนนี้เกรงว่าแม้จะเป็นเสื้อผ้าราคาดีขนาดไหนก็คงจะเอาไม่อยู่เช่นกัน

 

สงสัยว่าต้องหาโกโก้ร้อนดื่มเพิ่มความอบอุ่นในร่างกายซะแล้ว

 

เมื่อเลือกอะไรตามที่ต้องการเสร็จ ผมก็ยืนถือถาดที่เต็มไปด้วยของทานเล่นเพื่อมองหาที่นั่งใหม่ ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับร่างสูงที่มีออร่าเด่นเป็นสง่า ไม่ว่าใครที่ยืนอยู่ในห้องนี้ล้วนแต่จับตามองพี่เขาอยู่ทั้งนั้น แบมแบมเหลือบตามองเข้าไปยังห้องทานอาหารที่จัดไว้สำหรับคนในตระกูลซงก่อนจะร้องอ้อ เมื่อเห็นว่าที่ตรงนั้นมีชานอูนั่งอยู่ก่อนแล้ว

 

นี่คือสาเหตุที่ปลีกตัวมานั่งอยู่คนเดียวสินะ..

 

ทุกครั้งที่เขาเห็นมาร์ค เขามักจะสัมผัสได้ว่าร่างสูงมีสิ่งที่เรียกว่า ความเหงา คอยติดตามตัวอยู่ตลอดเวลา แล้วยิ่งพบว่าตอนนี้มันแทบจะกลืนกินอีกฝ่ายอยู่แล้ว เพราะสายตาที่หม่นหมองและท่าทางการทานอาหารที่แสนจะเลื่อนลอยนั่นทำให้เขาเองก็ไม่สบายใจไปด้วย

 

รู้ตัวอีกทีแบมแบมก็จับถาดอาหารในมือแน่น ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วตัดสินใจเดินเข้าไปหา ทุกสิ่งรอบกายพลันเงียบลงจนเขาได้ยินแค่เพียงเสียงรองเท้ากระทบพื้น แต่พอคิดที่จะหันหลังกลับก็ไม่ทันเสียแล้ว

 

เขามาหยุดอยู่ตรงหน้าของมาร์คแล้ว

 

เอาเถอะ.. ถึงขนาดนี้แล้วก็ เป็นไงเป็นกันก็แล้วกัน

 

ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอีกหนเพื่อเตรียมความพร้อม และในขณะที่เจ้าตัวกำลังเงยหน้าขึ้นมามอง ริมฝีปากก็เอื้อนเอ่ยคำขอออกไปเบาๆ

 

“ขอนั่งด้วยคนนะครับ”

 

ไม่รอให้เจ้าตัวอนุญาต เด็กน้อยก็ทิ้งตัวนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม การกระทำนั้นสร้างความงุนงงให้แก่มาร์คเป็นอย่างมาก ไม่มีคำทักทายอื่นใด แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามานั่งก่อนก็เถอะ คนที่นั่งมานานก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงเหมือนกัน ทำให้ความเงียบครอบคลุมไปทั่วและใช้เวลากับอาหารเช้าของตัวเองไปซักพัก

 

มาร์คลอบมองอีกฝ่ายที่กำลังเพลิดเพลินกับการจิบโกโก้ร้อนพร้อมกับก้มเล่นมือถือไปด้วย แบมแบมพยายามทำตัวสบายๆและเป็นปกติที่สุดแม้ในใจจะค่อนข้างหวั่นๆ แต่นั่นก็เพราะไม่อยากให้มาร์คอึดอัดจนเกิดลุกเดินหนีไป หรืออะไรก็ช่างที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี

 

ร่างสูงหยุดการกระทำทุกอย่างก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาเองในตอนแรกก็ไม่ได้ชอบใจหรอกที่ร่างเล็กเข้ามาหาแบบนี้ เพราะครั้งล่าสุดที่คุยกันนั่นก็ได้รับการปฏิเสธที่แสนเจ็บปวด เขาน่ะอยากจะเอาคืนแบมแบมให้สาสมกับที่ร่างเล็กทำกันเอาไว้ แต่ก็นะ..

 

พอเห็นหน้าใกล้ๆ ก็ทำอะไรไม่ลง แม้คิดอยากจะเดินหนีแต่ขามันกลับก้าวไม่ออก ส่วนสายตาก็หยุดจ้องใบหน้าเนียนไม่ได้เช่นกัน ตัวเขาเองโหยหาความอบอุ่นที่แบมแบมมีให้ แม้ในตอนที่อากาศหนาวขนาดนี้เพียงแค่เห็นหน้ายังรู้สึกอบอุ่นในก้นบึ้งหัวใจ อีกทั้งความเข้าใจที่ไม่เคยได้สัมผัส เขาอยากพบเจอกับมันอีกครั้งจริงๆ

 

ชายหนุ่มก็สอดมือเข้ากระเป๋าเพื่อทำให้สร้างความอบอุ่นให้ฝ่ามือก่อนจะตัดสินใจเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาเมื่อพบว่าแบมแบมก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เหมือนเดิม

 

“เป็นไงบ้างไม่ได้คุยกันเลย”

 

คำถามนั้นเรียกให้คนที่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์เมื่อครู่เงยขึ้นมามอง การเริ่มคุยก่อนของมาร์คทำให้ใจของเขาเต้นแรงได้ไม่น้อย แต่แทนที่จะนั่งอึ้งแบมแบมก็รีบยิ้มรับในทันใด เพราะไม่อยากให้บรรยากาศที่ดีๆต้องจางหายไป

 

“ก็ดีครับ ช่วงนี้ตั้งใจเรียนน่ะ แล้วพี่ล่ะครับ?”

 

มาร์คพยักหน้าลงช้าๆเป็นเชิงบอกว่าตัวเองก็สบายดีเหมือนกัน เขาเองที่เริ่มจะทำตัวไม่ถูกแม้จะเป็นฝ่ายเริ่มถามเองก่อน มันกระอักกระอ่วนแปลกๆ อาจเป็นเพราะไม่ได้คุยกันนานจึงค่อนข้างประหม่าล่ะมั้ง

 

“พี่เองก็ต้องตั้งใจขึ้นมากๆเลยล่ะสิ เพราะจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว”

 

“ก็สบายๆนะ”

 

อ่า.. เป็นเพราะว่าเขาเป็นถึงบุตรชายของตระกูลซงสินะ แต่ถึงอย่างนั้นแบมแบมก็รู้ดีอยู่แต่ใจว่ามาร์คก็เรียนเก่งใช่ย่อยเหมือนกัน ที่ตอบแบบนี้อาจจะแปลว่าไม่ได้เคร่งอะไรกับบทเรียนมากก็ได้

 

“แล้วนี่.. ไอ้แจ็คมันมีแฟนใหม่แล้วหรอ?” ก่อนที่คำถามนั้นจะดังออกมาจากปากของคนตัวสูง เป็นเพราะว่าเขานึกเรื่องอื่นที่จะชวนคุยไม่ออก แล้วในตอนที่มาโรงเรียนก็บังเอิญได้ยินคนอื่นๆเขาพูดกันพอดี ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่น่าหยิบยกมาคุยหรอก แต่สาเหตุที่เขาถามเป็นเพราะต้องการรู้ว่าแบมแบมน่ะโอเคหรือไม่

 

ยังไงในใจก็ยังเป็นห่วง

 

“อ่า เหมือนจะเป็นแบบนั้นนะครับ”

 

มาร์คพยักหน้าลง เขามองไม่ผิดที่ว่าเรื่องนี้กระทบกระเทือนต่อจิตใจของแบมแบมมากจริงๆ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะชวนคุยเรื่องไร้สาระอย่างเช่นโกโก้อร่อยมั้ยมันคงจะดีซะกว่า

 

“ขอโทษนะ”

 

แต่พอร่างสูงพูดแบบนั้นร่างเล็กก็รีบวางแก้วโกโก้ลงและพยักหน้า สายตาที่หมองลงไปเมื่อครู่กลับมาร่าเริงเหมือนเดิมเพราะไม่ต้องการให้ร่างสูงเครียดตาม

 

ซึ่งความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้เครียดกับเรื่องอะไรแบบนี้หรอก ออกจะดีใจด้วยด้วยซ้ำที่พี่แจ็คสันทำใจได้และยอมเปิดใจให้ใครคนใหม่เสียที แต่ที่สำหน้าสลดไปเมื่อกี๊ก็เพราะความรู้สึกผิดมากกว่า จู่ๆเหตุการณ์ในอดีตที่เคยทำก็ย้อนเข้ามาในหัว เขาสาบานเลยว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก ไม่ว่ากับใครอีกแล้ว

 

“ผมโอเคเรื่องพี่แจ็คสันครับ พี่จะขอโทษทำไมล่ะ”

 

“ก็นึกว่านายยังลืมมันไม่ได้"

 

“เปล่าหรอกครับ มันอาจจะฟังดูแย่นะ แต่ใจของผมไปจากพี่เขานานแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นผมคงไม่..”

 

“พอเถอะ” มาร์คเป็นฝ่ายตัดบทสนทนา เพราะคิดว่ามันจะต้องจบด้วยการพูดถึงเรื่องที่พวกเขาแอบทำลับหลังแจ็คสัน และบรรยากาศรอบตัวจะต้องหมองลงกว่าเดิมแน่ๆ

 

แบมแบมเลือกที่จะยกโกโก้ขึ้นจิบอีกหนในตอนที่โดนเบรกกะทันหัน เขาเองก็โล่งใจเหมือนกันที่ไม่ต้องพูดย้อนอดีต ดูเหมือนว่าไม่ใช่เขาคนเดียวแล้วล่ะมั้งที่จะเข้าใจความรู้สึกของมาร์ค แต่จากเหตุการณ์นี้ก็พบว่ามาร์คเองเหมือนกันที่เข้าใจเขาด้วย

 

“แล้วพี่ก็ยังไม่ได้หาเพื่อนใหม่เหรอครับ? หมายถึง.. ชีวิตในโรงเรียนเราก็ต้องมีใครสักคนที่สนิท..”

 

“อ่า..ก็ใช่ แต่ยังไม่ได้หา.. อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆคงจะดีกว่า เหงาหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไร”

 

“อ้าว..”

 

“คนในห้องไม่คิดจะคบฉันอยู่แล้ว แม้ตอนแรกจะเป็นคนเดียวในตระกูลซงที่คนนอกกล้าเข้าหา แต่เหมือนตอนนี้ทุกคนจะไม่ค่อยอยากคุยกับฉันเท่าไหร่ สาเหตุที่ไปแย่งแฟนเพื่อนสนิทน่ะ ทุกคนเหมือนจะคอยให้กำลังใจไอ้แจ็คเสียมากกว่า”  เมื่อพูดจบมาร์คก็ก่อนถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เมื่อนึกถึงหน้าเพื่อนร่วมห้องที่แทบจะไม่มองเขาเลยด้วยซ้ำ เอาตีตัวออกห่างกันไปซะหมด

 

ทำอย่างกับว่าเขาเป็นตัวประหลาดอย่างนั้นล่ะ..

 

แต่ก็นะ.. เรื่องแบบนี้ดูเหมือนจะชินซะแล้ว เพราะที่ผ่านมาก็โดนทำอยู่ตลอด ไอ้ตำแหน่งหมาหัวเน่าไม่มีใครสนใจน่ะ คนเป็นพ่อมอบให้เขาเลยเสียด้วยซ้ำไป

 

“ไม่หรอกครับ เราสองคนก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าว่าพี่ไม่ได้แย่งผม เรื่องแบบนี้มันผิดที่ผมต่างหากที่โลเล จะว่าไปแล้วคนรอบข้างก็ไม่คุยกับผมเหมือนกันนะ เหมือนเป็นพวกจับปลาสองมือน่ะ”

 

เด็กน้อยว่าก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แม้จะจึกอยู่บ้างพอเป็นแบบนั้น แต่แบมแบมอยากจะแสดงความเข้มแข็งให้อีกฝ่ายได้เห็น แล้วก็อยากส่งกำลังใจไปให้มาร์คได้รับรู้ด้วยว่าไม่ได้ประหลาดอยู่คนเดียวในโลก

 

หลังจากคำพูดนั้นทั้งคู่ก็เงียบไป ก่อนจะสบตากันอย่างเข้าใจราวกับจะบอกว่าพวกเขานี้มีอะไรบางอย่างที่คล้ายกันมากเหลือเกิน และนั่นเองมันทำให้แบมแบมคิดว่าเขาควรจะเปิดใจให้อีกฝ่ายรึเปล่า ในเมื่อไม่มีอะไรมาทำให้ติดค้างใจแล้ว

 

เราน่ะมีอะไรคล้ายๆกัน แถมตอนนี้ก็ยังโสดเหมือนกันอีกด้วย..

 

“นายน่ะ” / “พี่ครับ”

 

ก่อนที่อะไรบางอย่างจะดลใจให้ทั้งคู่นั้นเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน แบมแบมหัวเราะก่อนจะเป็นฝ่ายบอกให้มาร์คพูดก่อน ส่วนมาร์คก็ส่ายหน้าแล้วบอกให้แบมแบมพูดก่อน ทั้งคู่เกี่ยงกันอยู่นานจนสุดท้ายมาร์คเป็นคนยอมความ ในเมื่อแบมแบมเองก็ดื้อเสียจนไม่ยอมพูดเสียที

 

“ฉันแค่อยากจะถามน่ะ”

 

“ครับ?”

 

“ว่าที่นายบอกจะคิดดูอีกที ตอนนี้นายคิดได้รึยัง?”

 

แล้วก็เป็นอีกเรื่องที่แบมแบมต้องอึ้งไป ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พวกเขาใจตรงกันมากขนาดนี้ เพราะสิ่งที่แบมแบมจะถามมันก็เป็นทำนองเดียวกันนี่ล่ะ

 

คำตอบของผม พี่ยังอยากได้อยู่มั้ยครับ?

 

ที่เขาคิดเอาไว้ ไม่มีโอกาสได้พูดออกไปอีกแล้ว เพราะในตอนนี้เขาต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามของมาร์คแทน

 

“สรุปยังไงละ เปิดโอกาสให้ฉันได้ไหม?” มาร์คถามซ้ำในตอนที่เห็นว่าร่างเล็กเงียบไปเสียดื้อๆ เรียกให้แบมแบมมองกลับมาก่อนจะยกยิ้มอย่างน่ารักเหมือนที่ชอบทำบ่อยๆ มือบางประสานเข้าหากันแล้วยืนตัวไปข้างหน้าเพื่อคลายความเกร็งที่มีอยู่ให้หมดไป

 

 “จะไม่เป็นไรใช่ไหมครับ.. ถ้าผมคบกับพี่”  เด็กน้อยถามเสียงแผ่วเบาเพราะรู้สึกกังวลอยู่เล็กๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบมาร์คหรอกนะ แต่.. ถ้าเป็นใครลองได้ยืนอยู่ในจุดที่ลูกเจ้าของโรงเรียนมาขอคบแบบนี้มันก็..

 

ทำให้ประหม่าไม่น้อยเลยทีเดียว

 


“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง แต่ถ้าตอนนี้ในใจของเราตรงกัน แถมยังโสดเหมือนกัน... ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้เหรอ?” มาร์คบอกด้วยท่าทีไร้กังวลพลางส่งสายตาหยอกเย้ามาให้ ซึ่งสร้างรอยยิ้มเล็กๆให้แก่เด็กน้อยได้เป็นอย่างดี

 


นั่นสินะ... เรายังไม่รู้สักหน่อยแล้วจะต้องกลัวอะไรอีกละ


 

“ก็ได้ครับ”  คำตอบของแบมแบมทำให้หัวใจของมาร์คพองโตจนต้องหลุดมาดขรึมแล้วเผยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนทั้งคู่จะเริ่มเปิดบทสนทนาคุยกันอย่างจริงจังและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แบมแบมย้ายมานั่งข้างๆมาร์ค ความหนาวทำให้ทั้งคู่เขยิบเข้ามาชิดกันในที่สุด พวกเขาไม่ได้สนใจสายตาคนอื่นๆที่มองมาเลย เพราะตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะพี่น้องกันอีกแล้ว หากแต่เป็นสถานะของคนสองคนที่รักกันจริงๆ

 


และแล้วเส้นทางใหม่ของทั้งคู่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น หลังจากที่ต้องสูญเสียทั้งน้ำตา สูญเสียคนที่เคยรัก และสูญเสียเพื่อนที่รักที่สุดไป เพียงเพราะความผิดบาปของตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเอาไว้.. แต่ไม่ว่าอย่างไร ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

 


สิ่งที่จะต้องเผชิญหลังจากนี้ต่างหากถึงจะเป็นตัวพิสูจน์ให้ได้เห็นเองว่าพวกเขาจะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปด้วยกันได้ไหมและจะยังรักกันได้อยู่รึเปล่า แต่ถ้าพวกเขาคือคู่แท้ของกันและกันจริงๆก็จะสามารถพังทลายกำแพงบททดสอบลงได้และก้าวผ่านมันไปในที่สุด...

 



 

 



                                                                                 -END-












#เจบีบ้าอำนาจ #พี่มาร์คขี้อิจฉา  จบจริงๆแล้วม่ายยยยยยยยยยฟหกฟหกฟหกฟห T_T  แต่ว่าแฮปปี้ทุกคู่นะ ขอบคุณจริงๆที่ติดตามโปรเจคนี้ของพวกเรามาโดยตลอดหนึ่งปีนี้ ในที่สุดมันก็จบลงแล้ว  เรารักฟิคเรื่องนี้และตัวละครเรื่องนี้มาก ขอบคุณจริงๆ TT ที่ทุกคนก็รักฟิคเรื่องนี้เหมือนกัน แม้จะจบลงแล้วแต่ขอให้มันเป็นฟิคที่อยู่ในความทรงจำที่ดีของทุกคนตลอดไปเลยนะ เบื่อๆก็ย้อนอ่านกันได้นะ ขอบคุณจริงๆจ้า ^^  


ส่วนเรื่องnc บีเนียร์น่ะหรอ อยู่ในเล่มไงแก หึหึหึหึหึหึหึหึหึ 555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1432 Wattson (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 12:29
    แจบอมน่ารักม้ากกกกก
    #1,432
    0
  2. #1425 mAjjcs (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 06:57
    งื้อออออ นี่คือสไตล์การขอเป็นแฟนของอิมแจบอมสินะ 555555 ขอให้ความสัมพันธ์พัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆนะ ขอบคุณไรท์สำหรับฟิคดีงามนะงับบบ ชอบบบ
    #1,425
    0
  3. #1403 E0909145803 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 04:16
    ไรท์เก่งมากสุดยอดเลยเป็นฟิคที่สนุกมากๆอ่านไปมาคิดว่าอ่านบทละครอยู่
    (มาร์คแบม)# มาร์ขี้อิจฉาจบได้สวย อ่านแล้วยิ้มปากฉีกแล้ว
    (บีเนียร์)#แจบอมบ้าอำนาจ จบได้ฟินเขินกันทุกตอน
    ขอให้ความแข็งแรงนะค่ะ
    #1,403
    0
  4. #1380 Aely (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 17:44
    ในที่สุดบีก็ยอมรับหัวใจตัวเอง



    มาร์คแบมก็ปล่อยไปตามความรู้สึก



    ช่างเป็นบทจบที่สวยงามมากค่ะไรท์
    #1,380
    0
  5. #1334 Night sky★ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 09:46
    ฟิคเรื่องนี้ดีอ่ะ ชอบมากๆเลยค่ะ แต่น่าเสียดาย ที่ปมเรื่องครอบครัวยังคงมีต่อไป ถ้ายังเป็นแบบแบบนี้ ยังคงปมปัญหาครอบครัวไว้ ในอนาคตต้องมีปัญหาอีกแน่เลยอ่ะ เสียดาย บางทีก็อยากเห็นมาร์คมีความสุขกับครอบครัวบ้าง
    #1,334
    0
  6. #1333 Tam Jenjira (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 09:04
    แบมตัดสินใจถูกแล้วนะ คบกับพี่มาร์ค ดูแลกัน แบมกับมาร์คเป็นคนที่้เหมาะสมกันที่สุดแล้ว สร้างความอบอุ่นให้แก่กันนะ ส่วนเจบีก็คบกับเนียร์ คนรักกันไม่ได้ดูที่ฐานะ และพี่บีก็ควรปรับนิสัยให้เข้ากับเนียร์ด้วยนะ ขอบคุณไรต์ทีแต่งเรื่องนี้ให้อ่านค่ะ เป็นเรื่องที่ดีมาก เข้าใจความรู้สึกของทุกตัวละคร
    #1,333
    0
  7. #1318 mclub (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 15:37
    (เต้นระบำรอบบ้าน) ชั้นจะได้บ๊อกเซตแล้ววววววววววววววว
    #1,318
    0
  8. #1315 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 05:17
    มาร์คแบมสั้นมากกกกกกกกก แต่บีเนียร์ ไหนจูบ ไหนจูบบบบบบบบบบบบ อ้ากกกกก ไม่ยอม จุนเน่ยังได้ดีพคิสพี่จีนานตอนจบเลย ทำไมเจเบไม่จับจินยองจูบบบบบบ คืออ่านไปฮาไป นางใจเต้นแรงเลยไปหาหมอ 5555555 หมอคงโครตขำอ่ะ กลายเป็นว่าแทนที่จะได้รักษาคนไข้ต้องมานั่งให้คำปรึกษาด้านหัวใจกับคุณชาย แต่แจบอมนางน่ารักนะ แต่โครตฮา มันจะเข้ากันได้เหรอสองคนนี้ จินยองต้องคอยระวังคำพูดตลอด เจบีก็ทิฐิสูงเหล่อเกิน อยากอ่านnc มาก อยากรู้ว่าเป็นยังไง แต่ดีมากๆ เราชอบมาก รักแจบอมที่กากกว่าจุนเน่ จริงๆนะ จบแล้วได้มากสุดแค่จับมือ ถถถถถถถถถถถ รอติดตามผลงานต่อไปน้าาาาา สู้ๆ
    #1,315
    0
  9. #1314 l_lilac (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 02:19
    NC บีเนียร์น่ะเหรอ อยู่ในเล่มไงแก นั่งขำประโยคนี้นานมาก 55555555555556
    #1,314
    0
  10. #1313 zeyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 23:33
    ชิบเจบีอะน่ารักดี5555อ่านไปหัวเราะไปเลย
    #1,313
    0
  11. #1310 หยกๆ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 14:57
    เราเสียใจมากที่เจบีผู้ใสๆ ไม่มีเเม้เเต่การกอดกะจูเนียร์ 55555ฮาเว้ยเห้ย เก่งทุกอย่างเเต่ไม่รู้ใจตัวเอง
    #1,310
    0
  12. #1309 zmgebob (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 14:37
    ฮืออออออออออ จบแล้วในที่สุดก็แฮปปี้ ดีใจกับแจ็คสันด้วยนะที่เจอคนใหม่ ขอบคุณที่เปิดทางให้ T______T

    บีเนียร์น่ารักมากกกกก อ่านทีไรตลกตลอดได้แต่คิดว่าอิคนแบบนี้มันมีอยู่จริงมั้ยวะ ฉลาดจนแบบอะไรก็สัญญา อะไรก็การวิจัย 555555555555555 
    #1,309
    0
  13. #1307 ซงพิมมิ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 12:27
    แง้งงงงกำลังครวญคราวกับบีเนียร์
    มากสุดแค่จับมือ !!
    อยู่ในเล่มหรออออรีปริ้นไหมคะ ;---;
    แบมดูมัคดีๆน้าาอย่าปล่อยให้เขาเหงา555
    จบแล้งงงขอบคุณที่แต่งฟิคดีดีมาให้อ่าน
    รักไรท์นะค้าาาา
    #1,307
    0
  14. #1306 JANE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 11:37
    น่ารักมากๆเลย อยากให้มีspecialค่ะไรท์
    #1,306
    0
  15. #1305 PraYYYYY (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 11:16
    สู้ไปด้วยยยกันนะ มาร์คเเบมมม ไรท์ก็สู้ๆนะะะ ?
    #1,305
    0
  16. #1303 Kitiyagonr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 00:58
    ติดตามฟิคเรื่องนี้มาถึงตอนสุดท้ายเลย ขอบคุณไรท์เตอร์มากนะที่แต่งนิยายดีๆ แบบนี้มาให้ได้อ่านกัน เป็นกำลังใจให้นะครับ
    #1,303
    0
  17. #1301 therip time (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 23:18
    ฮืออออ ขอบคุณนะคะ น่ารักมากๆเลย
    #1,301
    0
  18. #1300 Noey No Ey (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 20:31
    บีเนียนี่ยังไงห่ะจบได้สมกะเปนแจบอมมาก
    #1,300
    0
  19. #1299 BF'EYE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 19:25
    ทำไมถึงจบล่ะ ฮรืออออออออออออ น่าจะมีช่วงเปนแฟนกันอีกเนอะๆๆ 
    #1,299
    0
  20. #1295 MBKY; (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 17:04
    กรี๊ดดดดด ก็ได้ครับ ฮือออออ คำนี้มันดีต่อใจจริง ๆ ก็ลอง ๆ กันดูเนอะ ยังไงก็ต้องลองสักตั้ง
    มาร์คก็คงไม่เหงาอีกแล้วละ
    #1,295
    0
  21. #1294 iiprd (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 16:28
    ตอนอ่านนี่กลัวใจคู่มัคแบมจริงๆ ;_____;
    #1,294
    0
  22. #1293 tuan0604 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 13:44
    ในที่สุดก็แฮปปี้เอนดิ้งงงงงงงงง!! นี่ลุ้นสองคู่นี้มากที่สุดในโปรเจ็คละ
    คนนึงก็บ้าอำนาจ คนนึงก็ขี้อิจฉา+น่าสงสาร 
    ในที่สุดก็สมหวังสักที5555

    ขอบคุณไรท์มากๆ นะคะที่แต่งนิยายสนุกๆ มาให้ได้อ่าน^^
    #1,293
    0
  23. #1292 whity Min (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 12:50
    จบแล้วอ่าาา ฮรืออออ พี่บี๋น่ารักจัง มีเขินด้วย5555
    #1,292
    0
  24. #1291 sjyRPzz (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 12:06
    โอ้ยยย แฮปปี้ทุกคู่ชอบบบบบบ
    จะรักเรื่องนี้ตลอดไป จุ๊บๆ
    ไรท์สู้ๆๆๆ
    #1,291
    0
  25. #1289 AMTHEN (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 11:33
    อิมแจบอมนี่มันอิมแจบอมจริงๆ จะจบหนูก้ยังวิจัยการชอบใครสักคนเอามาเป็นข้ออ้างตลอด55555น่ารัก ส่วน มบ ก็ได้คบกัน แฮปปี้ ~
    #1,289
    0