คลังเก็บแฟนฟิคของ FoxxTrot

ตอนที่ 9 : Fic Fantastic Beasts [#Newtina] It was Written in the Moon and Star.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    13 เม.ย. 62


Fic Fantastic Beasts : It was Written in the Moon and Star.



 

Pairing : #NewTina

 

Writer : FoxxTrot

 

Omegaverse  Suits AU, PG-15

 

Note : เอยูเดียวกับ GGAD อัลฟ่าอัลฟ่าก่อนหน้านี้แหละค่ะ แต่อยากพูดถึงโอเมก้านิวท์กลิ่นช็อกโกแลตและทีน่าคนแมนมาดอัลฟ่าดูบ้าง ซึ่งในโอเมก้าเวิร์สของฟ็อกซ์ ชายหญิงก็ยังเป็นชายหญิงอยู่ เพียงแต่เพิ่มเรื่องอำนาจสถานะทางสังคมกับกลิ่นตามแบบฉบับABOเข้าไปด้วยเท่านั้น

 








###########

 


ทีน่าเป็นอัลฟ่าลำดับกลางๆ



อัลฟ่าแบบที่ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นแต่กลับไม่ค่อยตระหนักถึงเท่าไร ทั้งห้องไม่ได้สยบให้ตอนที่เธอปรากฏตัว โอเมก้าไม่ได้นิ่งฟังคำสั่งเสมอไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งโอเมก้าอย่างควีนนี่ซึ่งเป็นน้องสาวของเธอเอง



จะว่าเพราะเป็นผู้หญิงก็ไม่ใช่ ความเป็นอัลฟ่าไม่ได้ขึ้นกับเพศมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ถ้าจะให้โทษทีน่าคิดว่าน่าจะเป็นเพราะกลิ่นของเธอมากกว่า



สงบ เรียบง่ายและไม่ก้าวร้าว



นั่นคือนิยามที่ควีนนี่มอบให้เมื่อนานมาแล้ว



ถ้าอัลฟ่าเป็นแบบพี่กันทุกคนฉันคงผูกพันธะกับอัลฟ่าไปแล้ว”



นั่นก็มาจากปากของควีนนี่ผู้คบหากับโอเมก้าด้วยกันเองเหมือนกัน



แต่หลังจากได้งานเป็นนักสืบเอกชนที่มาคูซ่า ทีน่าก็ค้นพบว่ากลิ่นเรียบๆ และความเป็นอัลฟ่าลำดับกลางๆ ของเธอมีประโยชน์มากกว่าที่คิด อัลฟ่าด้วยกันยังเห็นเธอเป็นอัลฟ่าอยู่ แต่โอเมก้าไม่กลัวเธอและเบต้าก็ไม่ได้หลีกเลี่ยง ทีน่าจึงได้ข้อมูลมาอย่างง่ายดายด้วยการพูดคุยและเข้าหา ไม่มีเรื่องดราม่า ไม่ต้องใช้กำลังให้ยุ่งยาก ก็แค่นั่งลงและคุยกัน เท่านั้นก็มากพอแล้วที่จะทำให้คดีของเธอลุล่วงไปได้



ทีน่าโอเคกับตัวเองที่เป็นแบบนั้น



กลางๆ ไม่ได้โดดเด่นแต่ก็พิเศษในแบบของตัวเอง



มันเริ่มจะไม่โอเคก็ตอนที่ต้องไปฮอกวอตส์ลอว์เฟิร์มนี่แหละ



ทีน่าเคยมาสองสามครั้งแล้วเพราะทนายที่นี่ชอบใช้บริการของมาคูซ่าเวลาอยากเล่นนอกกติกา ประมาณว่าสืบเรื่องคาวๆ ไม่ก็แอบถ่ายภาพผู้บริการกำลังนัวเนียกับโอเมก้าที่ไม่ใช่คู่ชีวิตเป็นต้น และไม่ว่าจะมาเยือนกี่ครั้ง ฮอกวอตส์ลอว์เฟิร์มยังคงเข้มข้นด้วยกลิ่นอายอันดุดันเหมือนเคย



กลิ่นฉุนๆ เหมือนควันบุหรี่ กลิ่นแหลมแบบน้ำส้มสายชู กลิ่นคาวของเหล็ก มีกลิ่นหนักๆ แต่เรียบง่ายอย่างดินหรือเครื่องหนังปนอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ถูกกลิ่นสาบสางชวนแยกเขี้ยวกลบจนหมดอยู่ดี ไม่ได้ดิบเถื่อนแบบในบาร์เหล้าที่พวกอัลฟ่าพร้อมจะชกกันได้ทุกเมื่อ แต่เป็นความรู้สึกชวนเสียวสันหลังเสียมากกว่า



คล้ายกับว่าหากไม่ระวัง อาจถูกเขี้ยวเล็บของใครสักคนขย้ำจนจมกองเลือดได้ทุกเมื่อ



ทีน่าพูดได้เต็มปากเลยว่าเธอไม่ชอบสำนักงานทนายความ ต่อให้เป็นอัลฟ่าเหมือนกันก็ยิ่งไม่ชอบ แต่งานก็คืองานเพราะฉะนั้นรีบมาทำให้เสร็จๆ ไปดีกว่า



นักสืบสาวก้าวเข้าไปในลิฟต์ จังหวะเดียวกับที่เสียงโหวกเหวกดังขึ้น



รอด้วยครับ!!”



ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งพรวดเข้ามาก่อนประตูโลหะจะปิดลงพอดี และด้วยนิสัยแบบนักสืบทีน่าจึงอดไม่ได้ที่จะกวาดตาสำรวจเขา สูทสีดำขนาดพอดีตัวแต่เป็นแบบสำเร็จรูป เนื้อผ้าไม่ถึงกับหยาบทว่าก็ไม่ดีเลิศ ถ้าเป็นทนายเขาก็คงเป็นทนายฝึกหัด ประเภทที่พึ่งจบและยังตั้งตัวไม่ได้



เส้นผมของชายหนุ่มเป็นสีน้ำตาลอ่อนหยักศก ดวงตาสีเขียวและใบหน้าตกกระ มือขวาถือกระเป๋าเอกสารทรงเหลี่ยม ส่วนมือซ้ายถือถาดใส่กาแฟสองแก้ว



ทว่าทีน่ากลับได้กลิ่นช็อกโกแลต



หอมหวานและเข้มข้น เจือมาด้วยกลิ่นเครื่องเทศจางๆ ที่ไม่ทำให้ทั้งหมดนั้นเลี่ยนเกินไปนัก



ชายหนุ่มเป็นโอเมก้า



ทีน่าสามารถบอกได้ตั้งแต่เฮือกแรกที่สูดหายใจ คำถามถัดมาคือคิดยังไงกันถึงได้เลือกมาทำงานในบริษัทที่มีแต่อัลฟ่าแบบนี้ แม้จะสงสัยแต่ก็มีมารยาทเกินกว่าจะถาม เพราะแบบนั้นทั้งหมดที่ทีน่าทำจึงเป็นการก้าวไปชิดติดผนังอีกฟาก ถามเขาว่าชั้นไหนก่อนจะกดตัวเลขให้



 ...สี่สิบสาม...



ชั้นเดียวกับเธอ



เธอต้องทนอยู่กับกลิ่นช็อกโกแลตชวนไขว้เขวนี้ไปอีกสี่สิบสามชั้น





 

 

นิวท์เป็นโอเมก้าแบบโคตรจะโอเมก้า



 กลิ่นหวาน รูปลักษณ์ชวนมอง แม้จะไม่ถึงขนาดงดงามเย้ายวน แต่ธีซีอุสพี่ชายของเขาก็พูดเสมอว่าแค่กลิ่นของเขาอย่างเดียวก็ทำอัลฟ่าเหลียวมองจนคอแทบหักได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงช่วงฮีทที่กลิ่นจะแรงขึ้นและดึงดูดขึ้นอีกเป็นเท่าตัว นิวท์เลิกนับไปแล้วว่าธีซีอุสต้องเจ็บตัวเพราะพยายามปกป้องเขาจากอัลฟ่าคนอื่นมากี่ครั้งแล้วกัน



แต่ก็แค่ภายนอกเท่านั้นแหละ



เพราะนิสัยเพียงอย่างเดียวที่สมกับเป็นโอเมก้าของนิวท์คือชอบทำรัง แต่นอกนั้นแล้วไม่ได้มีอะไรที่เป็นโอเมก้าเลยสักนิด



เขาไม่ฟังคำสั่งของอัลฟ่า ไม่จำเป็นต้องฟังและไม่เคยคิดจะฟังด้วย ส่วนหนึ่งนิวท์คิดว่าเป็นเพราะทั้งชีวิตเขารายล้อมได้ด้วยอัลฟ่าแบบทรูอัลฟ่ามาตลอด ไล่ไปตั้งแต่พ่อ พี่ชายจนถึงหัวหน้าของเขาอย่างอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ดังนั้นถ้าไม่ใช่อัลฟ่าระดับยอดพีระมิดจริงๆ ก็ไม่มีทางทำให้เขาสูญเสียความเป็นตัวเองได้เด็ดขาด



นิวท์มั่นใจเช่นนั้นมาตลอด จนกระทั่งได้พบเธอ



สถานที่คับแคบอย่างลิฟต์ทำให้กลิ่นยิ่งอวลชัด



ไม้สนกับละอองน้ำ เป็นกลิ่นคมๆ แต่สดชื่นที่ทำให้รู้สึกสงบยิ่งนัก หญิงสาวเป็นอัลฟ่าอย่างไม่ต้องสงสัย รูปร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังเหยียดตรง ใบหน้าเชิดขึ้น ทว่ากลิ่นอายไปจนถึงบรรยากาศโดยรอบกลับไม่เหมือนอัลฟ่าที่เขาเคยพบมาเลยสักคน



ไม่ได้ดุดันหรือชวนข่มขวัญ แต่กลับ...



นิวท์ลอบสูดหายใจเข้าไปอีกครั้ง ดวงตาสีดำขลับของเธอเหมือนผิวน้ำในความมืดที่สะท้อนแสงไฟอยู่แล้ว ยิ่งรวมเข้ากับกลิ่นสนและน้ำ นิวท์จึงรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ข้างทะเลสาบยังไงอย่างนั้น



เป็นครั้งแรกที่โอเมก้าหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเสียเอง ก้าวเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ความระแวดระวังลดต่ำ ถ้าเธอหันมาและสั่งให้เขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อนิวท์คงไม่มีแรงจะขัดขืนแน่ๆ



ประตูลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นสี่สิบสาม อัลฟ่าสาวก้าวออกไปเป็นคนแรก นิวท์ตามไปติดๆ เว้นระยะห่างเพียงหนึ่งก้าว ใกล้กว่าที่ควรจะเป็นและเคยเป็นมา



ร้อนผ่าวและคันยุบยิบ



บอกไม่ได้ว่าระหว่างต้นคอกับหัวใจอย่างไหนอาการหนักกว่ากัน



ขอโทษนะคะ” เธอหันมา นิวท์นึกว่าจะโดนต่อว่าที่ทำตัวเสียมารยาทเสียแล้วแต่กลายเป็นว่า “คุณรู้มั้ยคะว่าห้องทำงานของนิวท์ สคามันเดอร์ไปทางไหน”



“ครับ?”



นั่นเป็นชื่อเขาไม่ผิดแน่ เพียงแต่ฟังรื่นหูกว่าที่เคยจำได้หลายเท่า



หญิงสาวล้วงมือไปในเสื้อโค้ท หยิบนามบัตรขึ้นมา



อ่า...แม้กระดาษใบจ้อยก็ยังมีกลิ่นของป่าสน



ฉันชื่อทีน่าค่ะ ทีน่า โกลด์สตีน เป็นนักสืบเอกชน มาคูซ่าส่งฉันมาเพราะคุณสคามันเดอร์ติดต่อไปขอรับบริการ”



อ่อ คดีของตระกูลเลสแตรง” นิวท์พยักหน้า นึกขึ้นได้ลางเลาว่าอัลบัสเคยเปรยๆ ไว้เหมือนกันว่าคดีนี้อาจต้องเล่นตุกติกกันสักหน่อย “ตามผมมาทางนี้เลยครับ อ่อแล้วก็ ผมนี่แหละครับนิวท์ สคามันเดอร์ ผมเป็นคนติดต่อไปก็จริงแต่คนที่อยากใช้บริการบริษัทของคุณคืออัลบัส ดัมเบิลดอร์ต่างหาก”



“ระดับพ่อมดแห่งฮอกวอร์ตยังต้องให้นักสืบเอกชนทำงานให้อีกเหรอคะ” หญิงสาวถาม เหมือนเป็นการชวนคุยมากกว่าจะสงสัยจริงจัง



และใช่ กิตติศัพท์ของเจ้านายเขายังนำไปก่อนตัวเหมือนเคย



“งานนี้ค่อนข้างตึงมือ ดัมเบิลดอร์เลยคิดว่าใช้ทางลัดช่วยสักหน่อยคงไม่เสียหาย” นิวท์หัวเราะ เห็นเธอชะงักไปนิดหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร



ทีน่ารับงานเสร็จก็จากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายคมๆ ของป่าสนและกลิ่นสดชื่นของหยดน้ำที่ทำเอานิวท์ไม่มีสมาธิไปตลอดวัน



อยู่มาสามสิบกว่าปีเพิ่งเข้าใจคำว่าเสียอาการมันเป็นยังไงก็วันนี้นี่แหละ



“จะเปิดหน้าต่างก็ได้นะ” อัลบัสกล่าวทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารสัญญา



“ครับ?”



“เวลามีอัลฟ่าแปลกหน้ามาทีไรเธอชอบขอเปิดหน้าต่างระบายกลิ่นตลอดเลยไม่ใช่เหรอ”



ก็เฉพาะกับพวกที่กลิ่นฉุนๆ ไม่ก็ดุดันจนน่ากลัวอย่างจอมมารแห่งนูร์เมนการ์ดเท่านั้นแหละ ซึ่งกลิ่นของทีน่าไม่ได้มีอะไรใกล้เคียงกับที่ว่ามาเลยแม้แต่น้อย



“ไม่ละครับ ผมว่าผมโอเคดี”









 

ผ่านมาสามวันแล้วแต่ทีน่าก็ยังได้กลิ่นช็อคโกแลตกับเครื่องเทศอยู่เลย



เธอบอกตัวเองว่าก็แค่เรื่องบังเอิญ



บังเอิญเป็นกลิ่นที่สัญชาตญาณของเธอชื่นชอบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บังเอิญว่าดวงตาคู่นั้นเป็นสีเขียวปนน้ำตาลเหมือนช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลที่เธอโปรดปราน บังเอิญว่ารอยยิ้มและวิธีก้มหลบสายตาของเขามีอิทธิพลกับหัวใจของเธอเกินไป



ก็แค่เรื่องบังเอิญ



ก็แค่สารเคมีและฮอร์โมนที่บังเอิญกระตุ้นเธอได้พอดีเท่านั้น



วิธีเดียวที่จะทำเป็นลืมๆ ไปได้คือการทำงาน ทีน่าดื่มกาแฟไปเยอะมากและถ่ายภาพมาเยอะมากเช่นกัน นอนรวมกันไม่ถึงห้าชั่วโมง แอบสะกดรอยตามคอร์วัส เลสแตรงอยู่ค่อนคืนและใช้เวลาที่เหลือสืบหาว่าเขาไปพบใครมาบ้าง หญิงสาวไม่รู้รายละเอียดของคดีนี้เท่าไรรวมทั้งไม่อยากรู้ด้วย เธอรู้แค่ว่าต้องจดตารางชีวิตของเป้าหมายอย่างละเอียดและนำส่งข้อมูลนั้นให้กับนายจ้างอย่างอัลบัส ดัมเบิลดอร์



“ผมจะส่งทนายฝึกหัดของผมไปหานะครับคุณโกลด์สตีนจะได้รู้ว่าข้อมูลที่คุณได้มาเพียงพอหรือยังหรือว่าต้องหาเพิ่มอีก”



ทีน่าได้แต่ยืนนิ่ง เธอโหมงานหนักเพื่อที่จะลบเลือนเจ้าของดวงตาสีเขียวกับกลิ่นหอมช็อคโกแลตออกจากห้วงคำนึง แต่กลายเป็นว่านายจ้างกลับส่งเขามาเสิร์ฟให้เธอถึงที่



ไม่ยุติธรรมเลย



“สวัสดีครับ”



ยิ่งเปิดประตูออกไปและพบว่าโอเมก้าหนุ่มกำลังส่งยิ้มกว้างมาให้มันก็ยิ่งไม่ยุติธรรมเข้าไปใหญ่



ไม่ว่าจะกับสัญชาตญาณที่พยายามกดเก็บมาตลอดหรือหัวใจอันด้านชาของเธอก็ตาม



ทีน่าเชิญนิวท์เข้ามานั่ง เสิร์ฟชาพร้อมเอกสารหนาเกือบสองนิ้วและรูปถ่ายอีกเป็นตั้ง เธอมีออฟฟิศที่มาคูซ่าก็จริงแต่ก็ยังชอบทำงานจากที่บ้านมากกว่าอยู่ดี อพาร์เม้นท์สองห้องนอนและหนึ่งห้องน้ำไม่ได้เล็กเลยสักนิดแต่กลิ่นช็อคโกแลตและเครื่องเทศก็ยังเติมเต็มทั้งห้องได้อย่างง่ายดาย



นิวท์เริ่มเอารูปออกมาเรียง พึมพำวิเคราะห์เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่คอร์วัสไปพบคนตระกูลคาม่าอยู่ครู่หนึ่ง บีบนวดสันจมูก ขมวดคิ้ว ถอนหายใจ ทำทุกอย่างติดๆ กันอีกครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา



“ขอโทษนะครับที่ต้องทำตัวเสียมารยาทแต่กลิ่นในห้องคุณทำให้ผมไม่มีสมาธิเอาเสียเลย”



“โอ้” ทีน่าอุทานแผ่ว เข้าใจปัญหาได้ในทันทีเพราะเป็นเรื่องปกติมากที่อาณาเขตของอัลฟ่าแปลกหน้าจะทำให้โอเมก้ากระสับกระส่ายและรู้สึกไม่ปลอดภัย ตอนอัลบัสบอกว่าจะส่งทนายฝึกหัดของเขามาที่นี่ทีน่ายังคิดอยู่เลยว่าพ่อมดแห่งฮอกวอร์ตผู้เฉลียวฉลาดคนนั้นต้องยังไม่มีโอเมก้าเป็นของตัวเองแน่ๆ ถึงได้ไม่เข้าใจธรรมชาติของโอเมก้าเอาเสียเลย



“คุณอยากให้ฉันเปิดหน้าต่างมั้ยคะ หรือว่าจะไปคุยงานกันที่คาเฟ่ใกล้ๆ นี่แทนดี”



แต่ทนายหนุ่มกลับปัดข้อเสนอของเธอทิ้งแล้วเสนอบางอย่างที่น่าตกใจจนเกือบเย้ายวนมากกว่านั้นขึ้นมาแทนที่



“ผมขอดมกลิ่นคุณแทนได้มั้ยครับ”



“อะไรนะคะ?”



“คือโดยปกติแล้วโอเมก้ามักจะระแวงอัลฟ่าแปลกหน้า”



“ฉันพอจะรู้ค่ะ น้องสาวฉันเองก็เป็นโอเมก้าเหมือนกัน”



นิวท์พยักหน้า “มีงานวิจัยมาว่าการสูดกลิ่นใกล้ๆ จะช่วยสร้างความคุ้นเคยได้ดีที่สุด ดับความกระหายใคร่รู้แล้วก็ทำให้รวมงานกันได้ราบรื่นยิ่งขึ้นด้วย คดีของตระกูลเลสแตรงค่อนข้างจะยืดเยื้อและเราอาจจะต้องทำงานด้วยกันอีกนาน ผมเลยคิดว่าคงไม่ดีเท่าไรถ้าจะต้องหาสเปรย์ดับกลิ่นมาใช้หรือซื้อที่อุดจมูกเวลานัดเจอกัน”

              


ท่าทางของเขาดูนิ่งมาก สงบเกินไป จนทีน่าเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ



              ที่จริงเธอไม่สบายใจตั้งแต่เขาปรากฏตัวแล้ว แล้วยังข้อเสนอชวนเสี่ยงคุกนี่อีก



              อัลฟ่าที่พยายามสูดกลิ่นหรือกัดหลังคอโดยที่โอเมก้าไม่ยินยอมอาจถูกตั้งข้อหาอนาจารจนต้องจ่ายค่าปรับได้มากถึงแสนเหรียญ ซึ่งทีน่าไม่มีเงินจ่ายแน่ๆ แม้ว่ามาคูซ่าจะให้เงินเดือนเธอดีแค่ไหนก็ตาม



เหมือนจะอ่านท่าทีลังเลของเธอได้ นิวท์หัวเราะแผ่ว หัวใจของเธอกระตุกอีกครั้ง



              “ผมเป็นคนยื่นข้อเสนอเองดังนั้นผมไม่ฟ้องคุณหรอกครับทีน่า เอาหัวของพ่อมดแห่งฮอกวอร์ตเป็นประกันเลยก็ได้ ผมแค่คิดว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปงานคงไม่ถึงไหนแน่ๆ”



              แล้วโอเมก้าหนุ่มก็คลายเน็คไทพร้อมปลดกระดุมคอเสื้อสองเม็ดบนออก



              กลิ่นช็อคโกแลตกับเครื่องเทศหอมมาก



              ทีน่าคิดอะไรไม่ออก เธอแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังก้าวไปหาเขา



              “ฉันว่าคุณกำลังทำให้มันยุ่งยากมากกว่าจะง่ายนะคะคุณสคามันเดอร์”



              นิวท์นั่งอยู่บนเก้าอี้สตูในส่วนของห้องครัว นั้นจึงทำให้ลำคออยู่สูงพอดิบพอดีกับปลายจมูกของเธอ ทีน่าวางมือลงบนไหล่ของเขา โดยปกติแล้วสรีระของโอเมก้ามักจะบอบบาง แต่ไหล่ของนิวท์กลับกว้าง กล้ามเนื้อแน่นตึงอยู่ภายใต้เสื้อสูทสีเทา เขาอาจจะสูงกว่าเธอไม่มากแต่ก็สูงกว่าอยู่ดี



              ทีน่าเอนตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น สูดหายใจเข้าลึก รู้สึกได้ถึงชีพจรที่เต้นช้าลงอย่างน่าประหลาด สัตว์ร้ายในสัญชาตญาณหยุดเห่าหอนและเก็บกรงเล็บ



              เขาเป็นคนขอดมกลิ่นเธอเองแท้ๆ ทว่ากลับเป็นฝ่ายเอียงคอ เปิดเผยกลิ่นช็อคโกแลตกับเครื่องเทศเข้มข้น แต่ไม่ฉุนและไม่เลี่ยน ไม่เลยสักนิด



ทีน่าก้าวไปใกล้ขึ้นอีก ในช่องว่างและระยะห่างอันน้อยนิดของวงแขน เธอเลื่อนฝ่ามือไปตามลาดไหล่ ลำคอ แล้วจบลงที่ประคองวงหน้าของโอเมก้าหนุ่มไว้



ดื่มด่ำและจมลงในความรู้สึกที่เนิบช้าและวูบไหว



              นิวท์วางมือลงบนแผ่นหลังบอบบาง เป็นฝ่ายขยับเอียงใบหน้าลงมายังโค้งลำคอของอัลฟ่าสาวบ้าง ในบางครั้งบางคราวก็กดแนบจมูกและบางส่วนของริมฝีปากลงมายังผิวเนื้อโดยตรงทำเอาทีน่าเกือบสะกดกลั้นเสียงคำรามต่ำๆ ที่เปล่งออกมาจากส่วนลึกของสัญชาตญาณไว้ไม่ได้



              แต่ถึงอย่างนั้นทีน่าก็ไม่ได้สูญเสียการควบคุม สัตว์ป่าที่พยายามเก็บไว้ไม่ได้วิ่งเตลิดออกจากกรง หัวใจของเธอไม่ได้สั่นระรัว ทีน่ายังเป็นตัวของตัวเองอยู่ เป็นยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาด้วยซ้ำ สงบสุขอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่านี่แหละคือที่ๆ เธอควรจะอยู่



              ถ้อยคำนั้นสะท้อนดังขึ้นมาจากในอก



              ...ที่ของเธอ...



              ...ของเธอ...







 

              นิวท์เสียการควบคุมแต่ไม่ใช่แบบที่เขาคิดไว้



เผลอสัมผัสทีน่าในแบบที่น่าจะผิดกฎหมายซักหกไม่ก็เจ็ดข้อนั่นใช่ ดึงเธอเข้ามาใกล้เพราะหลงทางให้กับกลิ่นของป่าสนก็ด้วย แต่การเอียงคอเปิดเผยพื้นที่ต้องห้ามและปล่อยให้ปลายนิ้วของเธอแตะต้องตามใจชอบคือความตั้งใจของเขาเองล้วนๆ



เขาไม่ได้หมอบราบอย่างหมดทางสู้หรือปลดเปลื้องเสื้อผ้าเพราะขลาดกลัวอย่างที่โอเมก้าส่วนมากยินยอมต่ออำนาจของอัลฟ่า เขาทำเพราะอยากทำ



ทำทั้งที่เคยตั้งไว้ว่าจะไม่แต่ก็ทำไปจนได้



นิวท์เป็นโอเมก้าที่ผยองไม่น้อยไปกว่าอัลฟ่าจนทำเอาธีซีอุสปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง ถือดีว่าตนเองสามารถขัดคำสั่งอัลฟ่าได้เกือบทุกคน ยอมงอแต่ไม่ยอมหัก ไม่เถียงแต่ก็ไม่ทำตาม



เขาเป็นตัวของตัวเองได้มากยิ่งกว่าที่โอเมก้าคนใดเคยทำได้



จนกระทั่งได้พบทีน่า



ไม่ต้องตวาดหรือขู่คำราม แค่มองมาที่เขาด้วยดวงตาดุจทะเลสาบในความมืดและเอ่ยเรียกชื่อของเขา



“คุณสคามันเดอร์”



เท่านั้นนิวท์ก็พ่ายแพ้ ยิ่งกว่ายินดีที่จะทำตามทุกบัญชาของอัลฟ่าสาว ยอมศิโรราบ ให้แตะต้อง ให้ขบกัด จะฝากฝังร่องรอยหรือตีตราเขาก็ยอมได้ทั้งนั้น



หากแต่ทีน่าก็ไม่ทำ



เธอให้เกียรติเขาในฐานะเพื่อนร่วมงาน มากเกือบเทียบเท่าคนที่เป็นนายจ้างอย่างอัลบัส ไม่ได้กดเขาให้ต้อยต่ำเพราะความเป็นโอเมก้าอย่างที่อัลฟ่าคนอื่นพยายามกระทำต่อเขาในโต๊ะเจรจา



แปลกแต่ก็ไม่แปลก



พวกเขาอาจไม่ได้รู้จักกันดีนักแต่นิวท์กลับคิดว่าทั้งหมดนี่ช่างสมกับเป็นทีน่าอย่างยิ่ง



การทำงานรวมกันผ่านไปวันแล้ววันเล่า



ระหว่างนิวท์กับทีน่ามักจะเริ่มคล้ายเดิมทุกครั้ง กล่าวทักทาย ถอดเสื้อโค้ท ปลดกระดุมเม็ดบน ขยับเข้ามาใกล้จนเหลือระยะห่างเพียงน้อยนิดแล้วปล่อยให้ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอของกันและกัน เสมือนวงโคจรของพระจันทร์และดวงดาว เนิบช้าและแน่นอน



แต่ไม่มากไปกว่านั้น



ใครว่าอัลฟ่าเป็นชนชั้นที่ไม่รู้จักพอนิวท์จะขอเถียงขาดใจ เพราะทีน่าเป็นอัลฟ่าที่มักน้อยยิ่งนัก เขารู้ว่าเธอต้องการเขา อยากได้มากกว่านี้แต่กลับไม่ยอมไขว้คว้า



เพราะทีน่าเป็นคนแรกที่ก้าวถอยไปก่อน จัดเสื้อผ้าอย่างเคอะเขิน เรียกชื่อเขาอย่างเป็นทางการแล้วกลับไปทำงานอีกครั้ง



นิวท์อาจจะชอบความสงบสุขและเรียบง่ายระหว่างกันแต่บางครั้ง...ไม่สิ...หลายครั้งเลยแหละที่เขาอยากได้มากกว่านี้ มากกว่าการสัมผัสอย่างแผ่วเผินและกลิ่นอายของต้นสนกับละอองน้ำที่อ้อยอิ่งอยู่แค่บนเสื้อผ้า



มากจนเกือบจินตนาการไม่ได้ จนเกือบสูญเสียความถือดีที่เคยภาคภูมิไป



“นายกำลังมีความรัก”



ธีซีอุสตอบกลับมาอย่างล้อเลียนตอนที่นิวท์เผลอเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง



“ไม่สักหน่อย” โอเมก้าหนุ่มขมวดคิ้ว “ความรักมันควรจะ...”



“วูบวาบ? บ้าคลั่ง? ควบคุมไม่ได้?”



มีหลายคำให้เลือกนิยาม ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไหนก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับทีน่าเลยแม้แต่น้อย



“พี่เล่าให้ผมฟังเองไม่ใช่เหรอว่ามันเป็นยังไงตอนที่ได้เจอคู่ชีวิต โอเมก้าจะฮีทขึ้นมากะทันหัน กระตุ้นให้อัลฟ่าเกิดอาการรัทไปด้วย พวกเขาได้กลิ่นแค่ของกันและกัน มองเห็นแค่กันและกัน แทบจะไม่สนอะไรอย่างอื่นนอกจากกันและกัน”



วงจรฮีทของนิวท์ไม่ได้รวน และทีน่าก็ยังดูเยือกเย็นไม่ต่างจากกลิ่นอายของเธอ พวกเขายังทำงานรวมกันได้อยู่ เป็นพระจันทร์และดวงดาวที่โคจรรอบกันและกัน แต่ก็ยังโคจรรอบโลกไปด้วย



 “นั่นมันกรณีฉันกับลีต้า” ธีซีอุสหัวเราะ



“แล้ว?”



“นายเป็นโอเมก้าที่แหกแทบจะทุกกฎเกณฑ์ที่ธรรมชาติขีดไว้นิวท์ และพนันได้เลยว่าเธอคนนั้นเองก็เป็นอัลฟ่าที่ไม่เหมือนอัลฟ่าทั่วไปแน่ๆ อีกอย่างความรักของแต่ละคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว อาจมีบางอย่างที่คล้ายคลึงแต่ก็ไม่ใช่นิยามตายตัวอยู่ดี นายไม่จำเป็นต้องรักจนลืมโลก อาจจะแค่รู้สึกเป็นสุข แค่ชอบตัวเองมากขึ้นอีกนิด แค่นั้นก็เรียกว่าความรักได้เหมือนกัน เฮ้ ทำไมต้องมองฉันอย่างนั้นด้วย”



“คุณเป็นใครและทำอะไรกับพี่ชายผม ธีซีอุสไม่มีทางพูดอะไรที่คมคายได้ขนาดนี้แน่ๆ”



แทบคำตอบธีซีอุสปาหมอนอิงใส่หน้าน้องชายตนเองทันที



นิวท์เคยคิดมาตลอดว่าความรักคือความคุ้มคลั่งแบบหนึ่ง จำต้องกรีดเฉือนเศษเสี้ยวของตนเองออกมาแล้วมอบให้ใครอีกคนเท่านั้นหัวใจจึงยังสามารถแบกรับน้ำหนักของความรักต่อไปได้



บัดนี้ตระหนักได้แล้วว่าไม่จริง



ความรักซับซ้อนกว่านั้นมาก



เหมือนเขาที่ยังสามารถเป็นตัวของตัวเองแต่กลับไม่ต้องการจะเป็นตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าทีน่า หรือแม้แต่ทีน่าเองที่ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเท่าไรนักแต่ก็ยังไม่ได้สูญเสียตัวตนไปเสียทีเดียว



มันเข้าใจยาก



มันซับซ้อน



แต่นั้นแหละคือความรัก



นิวท์รู้แล้ว หัวใจพองฟูเหลือเกินจากการตระหนักได้ เหลือแค่ต้องทำให้ทีน่าเข้าใจบ้างเท่านั้น



“ไม่เห็นยากเลย” ซีธีอุสเสนออีกตามเคยแล้วชี้ไปยังปฏิทิน กากบาทสีแดงเด่นหรา บ่งบอกความอันตรายและเปราะบางที่ใกล้จะมาถึงในอีกไม่กี่วัน



“แผนนี้มัน...ออกจะเปลืองเนื้อเปลืองตัวเกินไปหน่อยนะผมว่า” นิวท์อยากจะหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมกัน ปกติแล้วอัลฟ่าต้องต่อสู้และห่ำหั่นกันเองเพื่อให้ได้โอเมก้ามาครอง แต่นี่นอกจากจะต้องเสนอตัวให้เองแล้วมันอาจจะยังไม่ได้ผลอีกด้วย ทีน่ามักน้อยและอดทนได้มากเกินไป เกินกว่าวิสัยของอัลฟ่าโดยปกติ



“คุ้มออกถ้ามันจะทำให้ได้เจอคู่ชีวิต”



ธีซีอุสยังคงไหวไหล่และตอบเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายไปเสียหมดเหมือนเคย



นิวท์หวังให้ระหว่างเขากับทีน่าออกมาได้ราบรื่นแบบนี้บ้าง






 

ทีน่าได้รับข้อความจากนิวท์



บอกว่ามีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับคดีเลสแตรงแต่เขามีปัญหายุ่งยากนิดหน่อยทำให้ไม่สามารถออกมาข้างนอกได้ ทีน่าจึงเสนอไปหาเขาที่ห้องให้เอง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร พวกเขามักทำงานที่อพาร์ตเม้นท์ของอีกฝ่ายอยู่แล้ว มันสะดวกกว่า ไม่ต้องขนย้ายรูปภาพและเอกสารมากมายไปข้างนอกแล้วเสี่ยงให้คนอื่นมาเห็น



บ่อยครั้งจนคุ้นชินจนทำให้อาณาเขตที่เคยแบ่งแยกเริ่มที่จะพร่าเลือนมากขึ้นเรื่อยๆ



ห้องนั้นไม่ใช่รังโอเมก้าโดยสมบูรณ์ เหมือนที่ห้องของเธอก็ไม่ใช่พื้นที่อัลฟ่าอย่างแท้จริงเช่นกัน



ยังไงก็ตามวันนี้มีบางอย่างแปลกไป



ทีน่าแทบจะได้กลิ่นของช็อคโกแลตและเครื่องเทศเล็ดลอดร่องประตูออกมา หอมขึ้น เข้มข้นกว่าที่เคย มอมเมาจนกลายเป็นความรู้สึกวูบวาบ



และเมื่อนิวท์มาเปิดประตูให้ทีน่าก็ได้รู้ว่าทำไม



ฮีท...ยังไม่ใช่เสียทีเดียวแต่ก็อีกไม่นานหรอก อีกไม่ถึงวัน อาจจะภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าด้วยซ้ำ



ทีน่าก้าวพรวดเข้าไปทันที ยังไม่ถึงกับหลงลืมตัวตนให้สัตว์ร้ายในหัวใจ เธอควบคุมได้ เธอแค่ไม่อยากควบคุมเท่านั้น ทีน่าผลักให้หลังของนิวท์แนบไปกับผนัง แขนค้ำอยู่ข้างศีรษะแล้วกดแนบใบหน้าลงไปกับซอกคอ สูดกลิ่นอายหอมหวานเข้าไปจนเต็มปอด



โอเมก้าหนุ่มสะดุ้งแต่ไม่ได้ผลักออก ไม่แม้แต่จะขยับตัว ไม่รู้ว่านี่คือความกลัว ประหม่าหรือการยินยอมกันแน่



ทีน่าไม่ได้แตะตัวเขา แต่ก็ใกล้แล้ว ยืนห่างจากปากเหวของสัญชาตญาณอยากครอบครองแบบอัลฟ่าไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ห่างเพียงระยะของลมหายใจคั่นและความรู้สึกที่สั่นไหว



“คุณสคามันเดอร์” ทีน่าเรียก



นิวท์ส่งเสียงรับรู้ในลำคอที่ฟังเกือบคล้ายเสียงครางมากกว่า



แย่แล้ว



“คุณคิดอะไรอยู่ถึงได้ยอมให้ฉันมาในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้”



ทีน่ากดริมฝีปากลงไปที่รอยต่อระหว่างคอและลาดไหล่อย่างอดไม่ได้ นิวท์สวมเสื้อเชิ้ตที่กลัดกระดุมไม่เรียบร้อย นั่นทำให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้นมาก เธอได้ยินเขาสูดหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังรวบรวมเสียงที่กระจัดกระจายไปทั่วให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมก่อนตอบ



“ผมต้องทำงาน จะลาในช่วงฮีทได้ผมต้องรีบทำงานให้เสร็จไม่งั้นดัมเบิลดอร์ไล่ผมออกแน่”



“คุณน่าจะเตือนฉันก่อน”



“แบบนั้นคุณก็ไม่มาน่ะสิครับ”



ทีน่าเบียดเข้าไปใกล้ไออุ่นและกลิ่นหอมหวานยิ่งขึ้น เสื้อผ้าสากระคายจนน่ารำคาญ อยากถอดออก แต่ไม่ได้ ไม่ควร เธอกำหมัดแน่น พยายามควบคุมจังหวะหายใจที่เร็วเกินไปให้กลับมาเป็นปกติ



“ถึงฉันจะทำตัวไม่ค่อยเหมือนอัลฟ่า แต่คุณก็ไม่ควรประมาทแบบนี้นะคะ”



ทีน่าดุแต่นิวท์กลับวางมือลงบนสะโพกของเธอ ดึงเข้ามาจนแนบชิดทั้งช่วงอกและหน้าท้อง เลื่อนแขนเป็นโอบกอดแล้ววางหน้าผากลงมาบนไหล่ของทีน่า



“ผมไม่ได้ประมาณครับ ผมแค่...อยากเจอคุณ”



“ทำไมละคะ”



“ฮีทไม่เคยเป็นเรื่องสนุกเลยสำหรับผม” เขาเริ่มต้นเล่า ความเปราะบางในน้ำเสียงทำให้ทีน่านิ่งฟังแต่ก็ยังเผลอไผล หันไปสูดกลิ่นอายของเขาแนวแนวกรามและขมับ “ทั้งทรมานแล้วก็อึดอัด ค่อยแต่จะย้ำเตือนว่าไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนผมไม่สามารถฝืนสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดไว้ได้อยู่ดี”



“คุณเป็นทนายนะคะนิวท์ ทนายโอเมก้าที่ทำงานในบริษัทที่มีแต่อัลฟ่าด้วย ฉันว่านั้นมันน่าทึ่งมากๆ เลยต่างหาก”



“รู้มั้ยครับตลอดชีวิตที่ผ่านมาอัลฟ่าแปลกหน้ามักปฏิบัติกับผมแค่สองแบบเท่านั้น ไม่ดูแคลนก็แทะโลม”



เขาเงยหน้าขึ้นมา ใกล้จนอันตราย กลิ่นช็อคโกแลตเปลี่ยนไป เหมือนมีกลิ่นของควันไม้จางๆ และกลิ่นเปลือกส้มปนมาด้วย ยังหวานอยู่ แค่ลุ่มลึกมากยิ่งขึ้น



“แต่คุณต่างออกไป คุณไม่ได้ดูถูกผม บอกว่าผมเหมาะหรือไม่เหมาะจะทำอะไร ไม่แม้แต่จะพยายามสั่งผมด้วยซ้ำ”



“ฉันพึ่งบอกอยู่ว่าคุณน่าทึ่งแค่ไหน และอัลฟ่าลำดับอย่างฉันคงไม่มีหน้าไปกล้าสั่งใครหรอกค่ะ” ทีน่าไม่กล้าสบตาเขา อันตรายกับหัวใจเกินไป เธอพยายามล่าถอยแต่นิวท์กลับกอดแน่นขึ้น



“แต่ผมอยากให้คุณสั่งผม”



“นิวท์...” ทีน่าเผลอตัวเรียกชื่อต้น รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าโอเมก้าหนุ่มในทันที



“อยากให้คุณอยู่กับผม”



“คุณเสียสติไปแล้วเหรอ ฉันอาจจะเผลอกัดคุณก็ได้นะ” เธอต้องกัดเขาแน่ๆ แต่ทีน่าแน่ใจว่ามันจะไม่ใช่ความพลั้งเผลอ การกระทำอาจจะเป็นเหมือนสัตว์ป่าทว่าเธอคือผู้ควบคุม เธอเองที่ปรารถนาอยากลิ้มลองรสชาติของเขา



และแทนที่จะกลัวนิวท์กลับยิ้ม ตอบเรียบง่าย



“ก็ดีสิครับ”



“มันไม่ตลกนะคะ ถ้าถูกคนที่ไม่ใช่คู่ชีวิตกัดในช่วงฮีท โอเมก้าอาจตายทั้งเป็นได้เลยนะ”



เพราะนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับควีนนี่



ธรรมชาติกำหนดไว้ว่าหากถูกกัดส่วนหนึ่งของโอเมก้าจะถูกพรากไปตลอดกาล เสี้ยวของหัวใจ เศษของวิญญาณ บางส่วนในตัวตน จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป



และเมื่อหมดฮีท เมื่อรัทสิ้นสุด เมื่อสติแบบมนุษย์กลับมา อัลฟ่าสามารถเดินจากไปได้ในทันทีในขณะที่โอเมก้าจะติดอยู่ที่เดิม ในช่องว่างกลวงเปล่าที่ตัวตนของเขาสูญสลายและถูกเหยียบย่ำ



ควีนนี่ถูกอัลฟ่าที่ไม่ใช่คู่ชีวิตกัดในช่วงฮีท



ทั้งที่มั่นใจแล้วแท้ๆ แต่ก็ไม่ใช่ เข้าใจผิด คาดหวังมากไป คิดน้อยไป ผิดพลาดไปหมด



ทีน่าคิดเสมอว่ากฎเกณฑ์ของธรรมชาติทั้งโหดร้ายและไม่ยุติธรรม ในขณะที่อัลฟ่าอย่างเธอลอยนวลโดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ โอเมก้ากลับ...ทีน่าหลับตาแน่นไม่อยากให้ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นกับนิวท์ ไม่อยากจะคิดว่าถ้าหากจักรวาลไม่ได้กำหนดให้พวกเขาคู่กันเธอจะทำอย่างไรต่อไปดี



แต่นิวท์กลับประคองใบหน้าของเธอไว้ กึ่งบังคับให้สบตาด้วย



“มาหาคำตอบด้วยกันนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าคุณเดินออกไปผมคงตายจริงแน่ เพราะฮีทรอบนี้ผมไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลยนอกจากคุณ”






 

ทั้งที่อ้อนวอนถึงขนาดนั้นแล้วแท้ๆ



ทีน่าก็ยังผละออกจากอ้อมกอดเขาออกแล้วเดินไปทางประตู



เสียงลั่นร้าวดังขึ้นในกกหู มันเปล่งมาจากหัวใจที่เต้นอย่างผิดหวัง



แต่แล้ว...



กริ้ก



ทีน่าไม่ได้เปิดออกไป แค่งับให้ปิดสนิทแล้วลงกลอนเท่านั้น เธอหันมา แผ่นหลังและฝ่ามือแนบอยู่กับบานประตู



“ถอดเสื้อออกค่ะ”



เธอสั่ง แต่ไม่ใช่ในเชิงของอัลฟ่าที่ข่มโอเมก้า เกือบเหมือนเป็นการร้องขอมากกว่าด้วยซ้ำ แสงอาทิตย์ยามเย็นลอดผ่านบานหน้าต่าง กระทบกับดวงตาสีดำขลับที่เหมือนทะเลสาบในความมืด นิวท์รู้มาตลอดว่าเขาจะต้องศิโรราบให้กับคำสั่งของทีน่าแน่ๆ เพียงแต่ไม่นึกว่าจะมากมายและง่ายดายขนาดนี้



ปลายนิ้วเริ่มต้นแกะกระดุม ไม่รีบแต่ก็ไม่ได้ช้า ทีน่าเดินมาหาเขาในที่สุด ฝ่ามือวางลงบนแผ่นอกเปลือยเปล่า เขาสังเกตว่าเธอหายใจแรงขึ้น กลิ่นไม้สนและละอองน้ำเข้มชัด ได้กลิ่นดินชื้นๆ เหมือนช่วงเวลาก่อนฝนตกตามมาด้วยนิดหน่อย



ดูเหมือนทีน่าเองก็ใกล้จะรัทเพราะฮีทของเขาไปด้วยแล้ว



เธอเอื้อมมือมายังหลังคอเขา นิวท์โน้มใบหน้าลงไป  ดวงตาหลุบต่ำ รอคอยเหมือนที่รอมาตลอด



มันยิ่งกว่าคุ้มค่าตอนที่ทีน่าจูบเขา



ดอกไม้ไฟไม่ได้ระเบิดหลังเปลือกตา หัวใจไม่ได้กระเด็นกระดอนออกมานอกช่องอก แค่อ่อนหวานจนเกือบกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่ได้ แค่มีความสุขมากเกินไปจนเกือบทำให้เข่าอ่อน ไม่มีอะไรตรงตามที่ตำราว่าไว้สักอย่าง แต่นั้นแหละคือสิ่งที่เขากับทีน่าเป็น



ทีน่าดันเขาไปทรุดนั่งลงปลายเตียงแล้วขยับขึ้นคร่อม จูบอีกครั้งโดยสองมือประคองกรอบหน้าของเขาไว้ ปลายลิ้นหยอกล้อ ซี่ฟันขบกัด ชักจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว



“คุณสวมเสื้อผ้าหลายชั้นเกินไปแล้ว” นิวท์พึมพำชิดเรียวปากทีน่าผู้ยังสวมทั้งเสื้อโค้ท เสื้อสูท เสื้อตัวในและเหมือนจะมีเสื้อกล้ามด้วยเท่าที่ปลายนิ้วรับรู้ได้ ในขณะที่เชิ้ตของเขาปลดกระดุมทุกเม็ดไปแล้ว



อัลฟ่าของเขาหัวเราะคิกคัก



“คุณก็ถอดให้ฉันสิค่ะ”



ของเขา



และเขาก็เป็นของเธอ



นิวท์ถึงกับคำรามเบาๆ ในลำคอขณะช่วยทีน่าดึงรั้งเสื้อผ้าออกไปจากตัว



ไม่ว่าจะยังไงฮีทก็ยังคงเป็นฮีท ร้อนมากไป วูบวาบเกินไป ควบคุมได้ยากไปอยู่ดี แต่ทีน่าทำให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้น ทำให้หัวใจของเขาเต้นในแบบที่ควรจะเป็น และรู้สึกเหมือนทุกอย่างสมเหตุสมผลยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา



ทีน่าครางสลับคำรามอยู่เหนือร่างของเขา เป็นคนควบคุมจังหวะขยับไหว เธอโน้มลงมาจูบ ทิ้งร่องรอยแดงช้ำราวกับกำลังตีตราไปทั่วแผ่นอก ฟันครูดผ่านต้นคอ ใกล้ตำแหน่งสำหรับผูกพันธะหลายต่อหลายครั้งแต่กลับไม่ยอมฝังเขี้ยวลงมา



นิวท์ฮึมฮัมด้วยความขัดใจ แม้ความสุขสมจะปะทุ แต่กลับไม่เต็มตื้น บางอย่างขาดหาย บางอย่างไม่ถูกต้อง



เพราะทีน่าไม่ยอมกัดเขา ไม่ยอมปล่อยให้สัญชาตญาณได้ทำหน้าที่ ฝืนวงโคจรและเส้นทางของพระจันทร์ จนกลายเป็นความรู้สึกเจ็บแสบที่ผิวหนัง กร่อนแทรกลงมาเกือบถึงหัวใจ



โอเมก้าพังได้ถ้าถูกอัลฟ่าที่ไม่ใช่คู่ชีวิตกัด นั่นคือสิ่งที่ทีน่ากังวล



แต่นิวท์กลับคิดว่าถ้าคู่ชีวิตไม่ยอมกัด ก็อาจจะพังได้ยิ่งกว่า



“ทำไมถึงไม่ยอมกัดผม” เขาถามในระหว่างที่ขดตัวพักผ่อนในอ้อมกอดของเธอ ผิวกายชื้นเหงื่อ กลิ่นผสมผสาน ทีน่าไม่ตอบ แต่จูบหน้าผากเขา จูบเปลือกตา ปลายจมูกและริมฝีปาก ขยับถอยออกมาเพื่อสบตา



ผิวน้ำในความมืดซึ่งสะท้อนภาพดวงดาว นั่นคือดวงตาของทีน่า



เธอเรียกชื่อเขา ชื่อต้น แค่นั้น ไม่ได้ตวาดหรือขู่คำรามตามวิสัยของอัลฟ่า แต่ก็มากพอแล้วที่จะทำให้นิวท์สยบ เลิกถามเริ่มต้นร่วมรักกับเธออีกครั้งและอีกครั้ง



ฮีทรอบนี้สิ้นสุดลงด้วยความรู้สึกหนาวเยือกกว่าที่เคย



เหมือนเติมไม่เต็ม เป็นช่องว่างที่ไม่ได้ใหญ่โตแต่ดิ่งลึกจนน่าใจหาย



นิวท์มีเป็นร้อยคำถามและล้านความกังวลอัดแน่นอยู่ในอก บางทีทีน่าอาจจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับเขา บางทีทั้งโชคชะตาอาจไม่ได้กำหนดให้พวกเขาเป็นคู่ชีวิตกัน บางทีและบางที...



แต่แล้วทีน่ากลับเดินมากอดเขาไว้จากข้างหลัง



ทุกเสียงในหัวของนิวท์เงียบลงอย่างรวดเร็วก่อนจะกลายเป็นกึกก้อง ด้วยเสียงของหัวใจและเสียงของโอเมก้าจากข้างในเมื่อทีน่ากดจูบไล่ขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังของเขา เรื่อยจนถึงฐานคอ เธอเขย่งเท้าขึ้น ทำให้ริมฝีปากเฉียดใกล้ตำแหน่งสำหรับผูกพันธะยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาตลอดหลายวัน คมเขี้ยวครูดผ่าน นิวท์เปล่งเสียงครางอย่างอดไม่ได้ ฮีทสิ้นสุดไปแล้วแต่ทีน่าก็ยังทำให้เขารู้สึกร้อนวาบได้อย่างง่ายดาย



“คุณยังอยากให้ฉันกัดอยู่มั้ยคะ” อัลฟ่าสาวกระซิบถาม กลิ่นป่าสนและละอองน้ำหอมมาก ไม่ได้ทรงอำนาจเหมือนใครอื่น แต่กล่อมเกลาให้เขานิ่งงันและยอมสยบได้อย่างง่ายดาย



“ผมยังยืนยันคำเดิมครับ” นิวท์ตอบ “ผมตายแน่ๆ ถ้าคุณเดินออกประตูไป”



ทีน่ายิ้ม เขารู้สึกได้เลย ก่อนจะฝั่งเขี้ยวลงมาในที่สุด เนิบช้าเหมือนตอนที่รวมรักกัน นิวท์รับรู้ได้ในทุกขั้นตอนและทุกวินาทีที่มันเกิดขึ้น



ผ่านผิวหนัง ผ่านกล้ามเนื้อ จมลงไปสู่แก่นกลางของอะไรสักอย่างที่ไม่มีตัวตนในทางชีวภาพแต่สัญชาตญาณร้องบอกว่ามันอยู่ตรงนั้นมาตลอด เนินนานพอกับการกำเนิดของจักรวาลและสรรพสิ่ง สลักไว้แทบจะในเวลาเดียวกับที่พระจันทร์และดวงดาวเริ่มต้นวงโคจร



ประสาทสัมผัสของนิวท์เหยียดขยาย เร่งถึงขีดสุดของความสามารถ ทว่ากลับจำกัดแคบ รับรู้ได้ในระยะช่วงแขนเท่านั้น



รับรู้ได้เพียงเธอ...



ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับของเขา



              ได้กลิ่นป่าสนและช็อคโกแลตที่หลวมรวมกันอย่างอ่อนหวาน



              ยิ่งกว่าความรัก ยิ่งกว่าโชคชะตา



              เพราะนี่คือคู่ชีวิตของเขา



              นิวท์แทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทรุดลงไปนั่งกับพื้นตั้งแต่เมื่อไร ลมหายใจหอบสะท้านเหมือนเพิ่งมีอากาศทะลักเข้าปอดครั้งแรก ทีน่าคุกเข่าอยู่เบื้องหลัง เปลี่ยนจากการกัดมาเป็นจูบเม้มซึ่งคงสร้างรอยช้ำได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ปกเสื้อไม่มีทางบังได้หมดแต่นิวท์กลับคิดว่าไม่เป็นไร ให้ทั้งโลกรับรู้ไป ว่าเขาเป็นของเธอ



              “ขอโทษนะคะ” ทีน่ากระซิบปนหอบ “ฉันแค่อยากให้แน่ใจว่าจะไม่ได้เสียคุณให้การกระทำชั่ววูบ อยากให้ตัวฉันกัดคุณด้วยสติเต็มร้อย ด้วยความรู้สึกว่านี่คือความต้องการของฉันเองไม่ใช่เพราะด้านอัลฟ่าเอาแต่ได้ที่จ้องจะฉวยโอกาสจากฮีทของคุณ”



เหตุผลของทีน่าทำเอาโอเมก้าหนุ่มแทบสะอึก



“ผมว่าน่าจะเป็นผมมากกว่าที่ฉวยโอกาสจากคุณ”



อาศัยความแปรปรวนของหลักชีวภาพ กึ่งบังคับให้เธอกัดหลังคอ แต่กลายเป็นว่านอกจากจะอดทนได้ดีเกินไปแล้ว ทีน่ายังสามารถรอได้จนหมดรัทแล้วค่อยกัดเขาอีกต่างหาก



ช่างสมกับเป็นอัลฟ่าของเขาจริงๆ



นิวท์หัวเราะ ทีน่าหัวเราะบ้าง ไม่ดังเท่าเขา แค่สุ่มเสียงแผ่วๆ ในลำคอเท่านั้นก่อนจะก้มหน้าลงมาซบกับลาดไหล่ของเขา



“เราจะทำยังไงกันต่อไปดีคะ”



“เตรียมเอกสารมั้งครับ” นิวท์ตอบแบบไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำ สมองแบบทนายก็ทำงานแบบนั้นแหละ “ในเมื่อเราเป็นคู่ชีวิตกันและคุณกัดผมแล้วเราก็ต้องไปจดทะเบียน ยื่นเรื่องตรวจสุขภาพ ร่างสัญญาด้านการเงิน ไม่ต้องห่วงครับผมเคยทำคดีประเภทนี้ให้ดัมเบิลดอร์อยู่บ้างน่าจะลดความยุ่งยากได้เยอะเลยแล้วก็......คุณขำอะไรกันครับ”



เขาหันไปถามเมื่อทีน่าหัวเราะดังขึ้นมากจนสั่นสะเทือนมาถึงเขา



“เปล่าค่ะ”



เธอแนบรอยยิ้มเข้ากับขมับของเขา



“แค่คิดว่าคุณสมกับเป็นโอเมก้าของฉันมากๆ เท่านั้นเอง”



             

 

End.

 

###########

 

Talk : เลายังคงคอนเซปโอเมก้าเวิร์สที่เรทไม่ถึงฉิบแปดบวกเหมือนเคย 555555555555 (หัวเราะทั้งน้ามตา บ้าเจรง ก้าวข้ามลิมิตเตอร์ตัวเองไม่ได้สักที) ฟ็อกซ์น่ะนะอยากเห็นทีน่าคาเบะด้งใส่คุณนิวท์ที่สุดเลย แล้วก็อยากให้โอเมก้านิวท์อ่อยอัลฟ่าทีน่าก่อนด้วย ฟฟฟฟฟ สมใจอยากมาก




ปกติแล้วคู่อัลฟ่าโอเมก้ามันจะสปาร์คเร็วมากใช่มั้ยคะ แบบแปปๆ ไปเตียงๆ แปปๆ กัดหลังคอ นิวท์กับทีน่าน่ะนะยังไงก็ต้องนู้มมมมแล้วก็สโลว์เบิร์นอยู่แล้วค่ะ ต่อให้อยู่ในโอเมก้าเวิร์สก็เถอะ ฟ็อกเลยเอาตรงนี้มาเล่น ให้เป็นความกังวลของทั้งคู่ว่าอ้าวเอ๊ะ ไม่ได้สปาร์คไฟลุกพรึบพรับแบบนี้หรือเราจะไม่ใช่คู่กัน

แต่พวกเขาใช่ค่ะ พวกเขาต้องคู่กานนนนนน /จ้วงไม้พายยยยย




ฟิคนี้จะให้ฟีลต่างจาก GGAD ที่ร้อนแรงและ angst เพราะต้องฝืนธรรมชาติ ของคู่นี้จะออกหวานและเนิบนิดๆ แต่ก็แอบแถมท้ายความฮอตเบาๆในช่วงท้ายที่ต้องกัดคอ หวังว่าจะชอบนะคะ หมดพลังงานแล้ววววว ขอตัวไปนอนขดตามเดิมก่อน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #67 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 02:12
    โอ้ยมันเนิบนาบและนู่มมมมกินใจมาก ครสของสองคนมันค่อยๆซึมมาอย่างช้าๆอ่ะ รู้ตัวอีกทีตอนอ่านจบก็บิดจนตัวจะเป็นเกลียวแล้วเนี่ยเขิน5555555
    #67
    0
  2. #66 Puai244 (@Puai244) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 09:13
    เป็นฟีลเดียวกับตอนนิวท์บอกว่านัยน์ตาคุณเหมือนซาลามันเดอร์
    นิวท์เป็นนิวท์ที่ไม่เก่งเรื่องมนุษย์ แต่น่ากิน
    ส่วนทีน่า ก็อ่อนโยน น่ากอด สมกับที่นิวท์จะทอดสะพานขนาดนี้
    ถ้าควินนี่จะได้เจอเบต้าอย่างเจคอปก็ดี (รู้สึกว่าเจคอปน่าจะเบต้า) เจคอปควินนี่สมกันจริงๆ
    #66
    0
  3. #65 PIERROt (@chlome_d) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 17:05
    โอ้ยฟฟฟฟ ขอกรี๊ดแรงๆตรงนี้เลยค่ะ อ่านไปก็เขินไป ทุกอย่างมันทีน่ามากๆๆๆ ทั้งการเลือกกลิ่นน้ำค้างกับป่าสน ทั้งความเป็นอัลฟ้าที่ไม่ดุดันนั่นอีก ชอบประโยคที่นิวท์คิดว่ายืนอยู่ข้างทะเลสาบ​มากๆเลยค่ะ ;¬; นิวท์ก็สมเป็นนิวท์จริงๆ เราชอบความเป็นโอเมก้าที่ชินกับอัลฟ่าเลยออกมาเป็นคนแบบนิวท์ๆได้อะ ยังไงดีพูดไม่ถูก5555 ประทับใจสำนวนนะคะ ไม่ยาวไม่สั้นกะทัดรัดเข้าใจง่าย แล้วก็ชอบความค่อยเป็นค่อยไปของทั้งสองคนมากเลยค่ะ♡
    #65
    0
  4. #64 mamomew21 (@mamomew173) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 16:37

    เขินมากค่ะ ฟีลเรทนุ่มๆแบบนี้มันทรมาณนัก อ่านไปกรี๊ดไป เขินเอาหมอนปิดหน้า กว่าจะอ่านจบ กรี๊ดจนเหนื่อย5555555 ชอบคุณนิวท์รว้ายๆแอบอ่อยทีน่า ทีน่านี่ก็พระเอ้กพระเอกทนการยั่วของคุณนิว์ได้เก่งมากค่ะ เราคิดฉากเรทคู่นี้ไม่ออกจริงๆจนพอได้มาอ่านของคุณฟ๊อกซ์ มันใช่เลย แบบนี้แหละที่เป็นคู่นี้ ร้อนแบบนุ่มๆคนอ่านละลายแบบไม่รู้ตัว ชอบมากเลยค่ะ ><

    #64
    0
  5. #63 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 10:21
    OMG ละมุนสุดนุ่มนวลสุด เขินมาก เขินไม่ไหวแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
    #63
    0
  6. #62 DaisySelvin (@DaisySelvin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 22:57
    อ่านแล้วเขินตัวแตกมากค่ะ อร๊ายยยย >< มันนู้มมมม ละมุนมากกก สัมผัสได้ถึงความรัก อบอุ่น นุ่มนวลได้เลย มันอิ่มมากค่ะ ชอบอะไรแบบนี้มาก ทำให้เขินหน้าร้อนโดยไม่จำเป็นต้อง 18+ เพราะแค่นี้ก็ร้อนวูบวาบเพราะคุณนิวท์จอมอ่อยแล้วค่ะ He's so damn hot! ละมุนสมเป็น Newtina สุดๆค่ะ อ๊ากกกก ชอบบบบบ
    #62
    0
  7. #61 Anheuser (@anyamanee201421) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 11:27
    เขินตัวแตกแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด คูมฟ็อกซ์งานดีเหมือนเคยเลยค่ะ ไม่ว่าจะฟิคไหนก็ดีต่อใจมาก ฮือออออออ ทีน่านิวท์นี่มันทีน่านิวท์จริงๆ นุ่มๆ ช้า เนิบนาบ แต่มันก็ทำให้ร้อนจนหัวตื๊อ เขินจนตัวแตกตลอด ความสัมพันธ์ของคู่นี้คือความเข้าใจและความลงตัวเหมือนสร้างมาให้คู่กัน ที่ชอบมากที่สุดคือที่บอกว่าทีน่าเป็นอัลฟ่าอันดับกลางๆ มันก็สมกับที่เป็นตัวเธอมากๆเลย โอ้ยยยยยยย ไม่มีอะไรที่ไม่ชอบเลยค่ะฟิคนี้ เลิฟหมดใจเลยยยยยยยยยยยยย

    ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ ประทับใจมาก มีกำลังใจใช้ชีวิตในช่วสงกรานต์แต่ไม่ได้เล่นน้ำแล้วค่ะ

    555555555555555555555
    #61
    0
  8. #60 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 08:16
    เค้าเป็นสาวกสโลวเบิร์นฮะ เราชอบที่มันราบเรียบงี้ง่ะ มันดูลึกซึ้งดี

    ชอบที่คูมฟอกซ์วางคาร์มากค่ะ เพราะส่วนตัวก็คิดว่าทีน่าแมนกว่าคูมนิวท์ 5555555 แต่บางจังหวะคูมนิวท์ก็เป็นผู้ชายอ่ะเนอะ จะนุ่มนิ่มกิ๊งก่องยังไงก็เป็นผู้ชายยยยยย และคนเราไม่ได้มีแค่ด้านเดียววว 5555555 ลงตัวมากกกกกกก ฮือออออออ

    แอบขำพี่ธี พี่ธีผู้ปกป้องน้อง น้องข้าใครอย่าแตะ 55555555
    #60
    0
  9. #59 MSMF_FRP. (@159753fon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 03:40
    เขินมาก อะไรที่มันเนิบนาบงี้แหละโครตเขินน
    #59
    0
  10. #58 Jackalope3305 (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:48
    ไม่เคยอ่านอัลฟ่าหญิงโอเมก้าชายมาก่อน ละมุนมากค่ะ /กุมใจ

    แต่ตอนนึกภาพสองคนมีอะไรกันก็... งงๆนิดนึง มันช่างเป็นเอยูที่ยากสำหรับนอมอลอะไรเช่นนี้ เก่งจังค่ะที่แต่งออกมาได้ละลายเบอร์นี้ แงงงง
    #58
    0