ตอนที่ 60 : ตอนที่ ๕๓ บทเรียนจากสิงขร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    2 ก.ย. 60


ตอนที่ ๕๓ บทเรียนจากสิงขร



“พูดตรงๆ นะ ฉันเองก็ไม่รู้จะสอนอะไรแกเหมือนกัน”



นั่นคือประโยคแรกที่สิงขรเอ่ยกับตุลย์ในวันที่หลักสูตรนรกแตกเริ่มขึ้น สถานที่คือป่าหลังเรือนของรักษ์นาราซึ่งฝาแฝดเคยประลองฝีมือกันเองมาแล้วครั้งหนึ่ง เบื้องหน้าผู้เป็นลุงคือกองไฟที่ถูกก่อขึ้นด้วยกิ่งไม้แห้งและขุยมะพร้าว กลิ่นเหม็นไหม้ของมันออกจะมีกลิ่นหอมเจืออยู่เล็กน้อย ชวนให้นึกถึงขนมของอินทุภรณ์อย่างบอกไม่ถูก



แต่ถึงจะรู้สึกหิวมากแค่ไหน ความตกใจปนงงงันในคำสารภาพอย่างตรงไปตรงมาของผู้เป็นลุงก็มีมากกว่า ส่งผลให้คนเป็นหลานต้องอุทานเฮ้ยออกไปในทันที



“แล้วไหนลุงบอกว่าจะทำให้ผมเก่งขึ้นไง!!” ไม่ปล่อยโอกาสให้สิงขรได้อ้าปากอธิบาย ตุลย์ก็โวยวายอย่างต่อเนื่อ “อย่าบอกนะว่าลุงจะยอมให้พวกวัชริศเป็นคนฝึกผมแทนน่ะ!? ไม่เอานะ ลุงยอมแต่ผมไม่ยอมเด็ดขาด ติณห์ก็ต้องไม่ยอมแน่ๆ น้าอินท์ก็ด้วย ถ้าน้าอินท์รู้ว่าลุงทิ้งผมละก็เขาคงโกรธมากแล้วก็...โอ๊ย!!!



คำพูดขาดหาย กลายไปเป็นเสียงอุทานและกริยาที่ยกมือขึ้นกุมศีรษะตนเอง เมื่อผู้ปกครองได้ตัดสินใจหยุดอาการตีต้นไปก่อนไข้ของเด็กในปกครองด้วยการเขกกะโหลกแรงๆ หนึ่งที



“ฟังคนอื่นพูดให้จบก่อนสิวะ ที่ฉันจะบอกก็คือฉันสอนแกควบคุมพลังไม่ได้เพราะฉันเป็นผู้ใช้กสิณปฐวีไม่ใช่เตโช หลักการเดินพลังมันต่างกันเกินไป แต่สิ่งที่ฉันสอนแกได้...สิ่งที่ฉันบอกได้...คือที่ผ่านๆ มาฉันเอาชนะผู้ใช้กสิณเตโชได้ด้วยวิธีไหน และเมื่อเกิดสถานการณ์แบบนั้นขึ้นอีกจะทำยังเพื่อให้กลายเป็นความพ่ายแพ้ของฉันแทน”



อดีตปัญจราชศาสตราแห่งปฐวีเว้นช่วง ริมฝีปากใต้ไรหนวดบิดโค้งเป็นรอยยิ้มก่อนจะก้มตัวลงไปหยิบท่อนไม้ซึ่งตรงปลายกำลังลุกติดไฟขึ้นมา



“ในบรรดาผู้ใช้กสิณทั้งสี่ธาตุ...เตโชถือเป็นธาตุที่มีท่าโจมตีดุดันและสร้างความเสียหายได้มากที่สุด ยิ่งสู้ต่างธาตุยิ่งได้เปรียบ เพราะคู่ต่อสู้ไม่มีผิวที่ทนไฟเหมือนแก แต่ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นธาตุที่มีพลังป้องกันอ่อนด้วยที่สุดด้วย รู้ไหมว่าทำไม” สิงขรยื่นส่งท่อนไม้ที่ติดไฟมาให้ ตุลย์รับมันมาพิจารณา ดวงตาจ้องมองเปลวเพลิงสีส้มแดงที่ไหวระริก เพียงไม่นานเขาก็ได้คำตอบ



“เพราะเราจับไฟไม่ได้ มันเป็นแค่อากาศที่กำลังลุกไหม้ มันเลยกันอะไรไม่ได้ไปด้วย”



“ถูกต้อง...ถ้าฉันโยนก้อนหินออกไปตอนนี้ มันจะทะลุกสิณธาตุและพุ่งเข้าหาแกทันที สำหรับผู้ใช้กสิณเตโชแล้ว สิ่งที่ทำให้แข็งแกร่งก็คือจุดอ่อนดีๆ นี่เอง”



“แต่ผมบังคับไฟให้ระเบิดกลางอากาศได้นะลุง” ตุลย์แย้งอย่างรวดเร็วพร้อมยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาอังกับเปลวไฟที่ปลายท่อนไม้ เพียงไม่นานเสียงลั่นเปรี้ยะและเสียงตูมก็ดังขึ้น ปลายท่อนไม้ระเบิดหายไปเป็นเพียงเสี้ยนชิ้นเล็กๆ เท่านั้น เด็กชายโยนไม้ที่เหลืออยู่กลับลงกองไฟแล้วไหวไหล่อย่างโอ้อวด “ยังไงก็ไม่มีอะไรมาถึงตัวผมหรอกน่า”



“ระเบิดไฟของแกจะได้ผลก็ต่อเมื่อคู่ต่อสู้โจมตีมาแบบครั้งเดียวเท่านั้น ขืนโดนท่าต่อเนื่องเข้าให้...”



“...ก็หลบสิครับ”



ตุลย์ยิ้มแฉ่ง เหมือนจะบอกว่าไม่เห็นต้องคิดอะไรให้ยุ่งยากเลย สิงขรเลยกระทืบเท้า กำแพงโผล่ขึ้นมาล้อมตุลย์ไว้ถึงสามด้าน และมีดินอีกห้าก้อนที่ถูกบิดปั้นให้มีปลายแหลมเหมือนกระสวยจ่อใบหน้าและลำตัวของแฝดเตโชไว้ด้วย ทำเอาเจ้าเด็กปากดีที่อะไรแค่ตื้นๆ ต้องกลืนน้ำลายเอื้อก



“ฉันจะต้อนให้พวกใช้กสิณเตโชจนมุมก่อนจะเผด็จศึกทุกครั้ง คู่ต่อสู้จะทำแบบนี้กับแกเหมือนกัน ซึ่งถ้าเกิดแบบนี้ขึ้นแกต้องชิงลงมือโจมตีก่อนเพื่อหนีจากมุมอับให้ได้ และสำหรับแกที่ใช้ท่าระเบิดเพลงเป็นอยู่แล้ว ฉันแนะนำให้จุดระเบิดขึ้นข้างกกหูไม่ก็จ่อตาคู่ต่อสู้ไปเลย”



อือหือ สมกับเป็นปัญจราชศาสตราที่ถูกไล่ออกจากตำแหน่งเพราะ ไม่สามารถทำงานรวมกับผู้อื่นได้ ยุทธวิธีของสิงขรนั้นเรียกได้หลักแหลมจนเกือบเป็นการคดโกงเลยทีเดียว ทำน้อยทว่าได้ผลมาก นอกจากจะซื้อเวลาหนีได้แล้วยังอาจกลายเป็นการบั่นกำลังของฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย



“จุดแรกเริ่มของพลังจะปรากฏขึ้นใกล้ตัวผู้ใช้กสิณก็จริง แต่ประโยคนั้นมันใช้ได้สำหรับเด็กอมมืออย่างพวกแกเท่านั้นแหละ ดูให้ดีๆ...”



สิงขรหันไปทางขวา เกร็งฝ่ามือแล้วตวัดกำ หลังจากนั้นพื้นดินที่อยู่ห่างออกไปเกือบสิบวาก็พุ่งขึ้นมา เขาแบมือออกตามเดิม แล้วเหล่าปฐวีธาตุจัดเรียงตนเองเป็นผาหินจำลองหน้าตาคล้ายอันที่อยู่ในลานฝึกของสกุลคีรีรัตน์ ตุลย์ผิวปากหวืดด้วยความรู้สึกทึ่ง ถ้ามีคู่แฝดอยู่ด้วยทั้งคู่คงช่วยพลัดกันตรบมือและพูดต่อประโยคเพื่อยกยอผู้เป็นลุงไปแล้ว



“ถ้าแกควบคุมกสิณได้ชำนาญพอจะบงการธาตุที่อยู่ห่างออกไปแค่ไหนก็ได้ แต่สำหรับเด็กอย่างแกฉันมีทางลัดจะเสนอให้ด้วยการ..”

             


             “ผมมีคำถามครับ!” ตุลย์ยกมือแล้วพูดแทรกโดยไม่รอคำอนุญาต “ถ้าผมหนีจากมุมอับไม่ได้ขึ้นมาจะมีวิธีไหนที่จะช่วยให้ต้านท่าโจมตีต่อเนื่องได้บ้าง?”



“ไม่มีวะ...” สิงขรตอบอย่างรวดเร็ว ไม่เสียเวลาไตร่ตรองหรือทบทวนในประสบการณ์ที่เคยได้พบเจอมาด้วยซ้ำว่าคำถามของหลานชายจะเป็นไปได้หรือไม่ ทว่าไม่ทันที่ตุลย์จะได้ทำหน้าเศร้า อยู่ๆ สิงขรก็พลิกลิ้นเปลี่ยนไปตอบเป็นตรงข้ามเสียอย่างนั้น



“ไม่สิ อันที่จริงก็พอมีอยู่บ้าง ถ้าแกทำให้ไฟคงรูปได้นานพอและเร่งให้มันร้อนได้มากพอจะเผาอากาศทั้งหมดให้สิ้นไป ทำให้น้ำระเหยจนไม่มีเหลือ และแผดหินดินให้เป็นแค่ธุลีได้ แกก็ต้านการโจมตีได้ทุกชนิดน่ะแหละ แต่พูดก็พูดเถอะ ลักษณะของกสิณเตโชไม่เหมาะกับการปะทะนานๆ หรือการปักหลักสู้หรอกนะ ขืนดึงดันไปแกได้นอนลงไปจมกองเลือดตัวเองเสียเปล่า”



“แต่ก็เคยมีคนทำได้ใช่ไหมครับ ไม่งั้นลุงคงไม่พูดขึ้นมาหรอก”



มือหนายกขึ้นลูบต้นคอไปมาพลางเสมองไปทางอื่น ลังเลที่จะพูดจนเกือบคล้ายไม่ต้องการจะเอ่ยถึง แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าดวงตาสีน้ำตาลไหม้กำลังมองมาอย่างรอคอยและคาดหวัง สิงขรก็ถอนหายใจเฮือก



“เออ ฉันเคยเจอผู้ใช้กสิณเตโชคนหนึ่งที่ทำได้ เจ้าหมอนั่นเอาแต่ยืนโง่ตั้งรับการโจมตีที่ฉันส่งไปได้ตั้งนานสองนานแทนที่จะยอมแพ้ไปจบๆ เรื่อง ทำอะไรไม่เข้าท่า โง่แล้วยังไม่เจียมตัวอีก เหอะ!



ตุลย์สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสิงขรไม่ชอบชายคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่ประโยคสั้นๆ ประโยคเดียวก็มีคำว่าโง่ปรากฏขึ้นมาถึงสองครั้งแล้ว หนำซ้ำเขายังตบฝ่ามือไปตามกระเป๋าเสื้อเพื่อหายาเส้นขึ้นมาจุดสูบแก้อารมณ์เสียอย่างลืมตัวอีกต่างหาก แม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้หยิบขึ้นมาสูบจริงๆ ก็ตามที



“ตอนหลังฉันหมดความอดทด เลยดึงก้อนหินที่สูงเท่านี้ได้มั้งขึ้นมาจากดินแล้วซัดใส่” สิงขรยกแขนขึ้นเหนือศีรษะไปเกือบคืบเพื่อแสดงให้เห็นว่าหินก้อนนั้นใหญ่โตแค่ไหน “เชื่อไหมว่าเจ้านั้นปล่อยไฟออกมาต้านก้อนหินของฉันได้นานเกือบสามบาท จนในที่สุดก้อนหินของฉันก็กลายเป็นเสี่ยงๆ ถูกเผาจนแทบกลายเป็นผุยผง”



แล้วฝ่ามือหนาก็เลื่อนไปวางลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลแล้วขยี้ไปมาเบาๆ แทน เหมือนกำลังเอ็นดู แต่อีกนัยหนึ่งก็เหมือนสงสาร ไม่ใช่ในเชิงหมั่นเขี้ยวอย่างทุกที ซึ่งนับว่าเป็นกริยาที่หาได้อย่างยิ่งจากผู้เป็นลุง

             


             ตุลย์จึงได้แต่ยืนนิ่ง รับฟังเรื่องเล่าต่อไปอย่างตั้งอกตั้งใจ



“แตกสลายลงเพราะความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตนเองให้ฉันเห็นว่ามันเป็นคนที่คู่ควรกับมลจริงๆ”

                


               “เอ๋?” ตุลย์อุทาน ทว่าไม่จำเป็นต้องถามต่อสิงขรก็เฉลยให้

 


               “ภาสกร วัชริศ พ่อของพวกแกคือผู้ใช้กสิณเตโชเพียงคนเดียวที่ถึงจะถูกฉันต้อนให้จนมุมก็ยังทนรับการโจมตีต่อเนื่องของฉันได้ ถึงจะไม่รู้ว่ามันทำได้ยังไงก็เถอะ แต่ในเมื่อแกอยากทำแบบนั้นได้บ้าง ฉันก็จะหาวิธีฝึกให้แกเป็นแบบนั้นให้ได้ไม่ว่าต้องทำยังไงก็ตาม”







 

                ตุลย์อาจจะไม่ได้จนมุมจริงๆ แต่ก็เกือบเต็มที



                ด้านหลังของเขาคือขอบเวที ถอยเท้าไปแม้แต่เพียงก้าวเดียวก็จะตกสนาม ร่วงลงสู่คูน้ำที่แห้งขอด ส่วนเบื้องหน้าคือมุกตาภา ลอยอยู่เหนือพื้นได้ด้วยดารพยุงของเกลียวน้ำและเตรียมจะถาโถมอาโปธาตุเข้าใส่เขาเหมือนที่เคยทำกับติณห์



                “บอกเผื่อไว้ในกรณีที่แกฝึกไม่สำเร็จและทำเหมือนเจ้าภาสกรไม่ได้..”



                คำพูดของสิงขรก้องดังขึ้นมาในหู เป็นจังหวะเดียวกับที่มุกตาภาสะบัดมือส่งเกลียวน้ำทั้งสองเข้าใส่



                “แกต้องประยุกต์สนามต่อสู้ให้ประโยชน์ ใช้ระเบิดเพลงของแกทำลายอะไรก็ได้เพื่อดึงมันมาเป็นโล่ นี่ก็เป็นอีกวิธีที่พอจะต้านท่าโจมตีต่อเนื่องได้เหมือนกัน ถึงจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าการใช้กสิณของตัวเองก็เถอะ”



แฝดเตโชไม่รอช้า เขาดึงอัคคีธาตุจากคบเพลิงมาห่อหุ้มฝ่ามือก่อนจะย่อตัวลงประดับฝ่ามือกับพื้นเวทีทันที



ตูม! ตูม! ตูม!



พื้นระเบิดออก แผ่นหินที่ขนาดใหญ่กว่าตัวของตุลย์ประมาณหนึ่งพลิกตั้งขึ้นมากลายเป็นกำแพง มันเอนมาทางเขาเล็กน้อยเมื่อสายน้ำพุ่งเข้ามาปะทะทว่าสุดท้ายก็ยังยืนหยัดอยู่ได้



แปะ!!



หลังจากนั้นตุลย์ก็ประกบฝ่ามือเข้าด้วยกัน ประกายไฟเล็ดรอดร่องนิ้วออกมา เมื่อเขาแยกฝ่ามือออกห่างจากกันก็ปรากฏเปลวไฟเล็กๆ ที่ลุกไหม้อยู่ในช่องว่างระหว่างฝ่ามือ และยิ่งตุลย์แยกมือให้ห่างกันมากเท่าไรไฟลูกนั้นก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นมากเท่านั้น



ในที่สุดตุลย์ก็หยุดมือห่างกันเท่าความกว้างของไหล่ ดวงไฟไหวระริกมีขนาดเท่าศีรษะของเขา สีของมันแดงก่ำยิ่งที่กว่าไฟบนเสาและยิ่งกว่าอันที่เขาเคยซัดใส่มุกตาภาก่อนหน้าเสียอีก



ในจังหวะเดียวกันเมื่อเห็นว่าแฝดเตโชยังคงปักหลักป้องกันได้ มุกตาภาจึงพลิกข้อมือบงการเกลียวคลื่นทั้งสองสายให้วกอ้อมกำแพงหินเหมือนตวัดแส้ พุ่งเข้าหาตุลย์จากทางด้านหลังแทน



“แพ้ไปซะเถอะ!!!” มุกตาภาประกาศกร้าว ตอนนี้แฝดเตโชจนมุมอย่างแท้จริง เหมือนจะสิ้นหวังทว่าเขากำลังรอจังหวะนี้อยู่พอดี แม้จะถ่วงเวลาได้เพียงน้อยนิดแต่ก็มากพอสำหรับการทำในสิ่งที่เขาและลุงเคยทดลองกันมาแล้ว



“...เธอต่างหากที่จะเป็นฝ่ายแพ้”



 วูบ!!



ไฟพวยพุ่งออกมาจากดวงไฟที่ลุกไหม้อยู่ระหว่างสองมือของตุลย์ มันขยายครอบคลุมร่างของแฝดเตโชไว้เหมือนเป็นโดมซึ่งมีรัศมีหนึ่งวา ดวงตาสีน้ำตาลไหม้จับจ้องเกลียวน้ำที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และ....



ฟู่!!!



น้ำระเหยหาย กลายเป็นไอหมอกจำนวนมาก มุกตาภาขยับมืออีกครั้ง บงการให้เกลียวน้ำเลื้อยรัดโอบล้อมปราการไฟของตุลย์ไว้ เสียงฟู่และไอควันปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง



“ไฟน่ะพอปะทะเข้ากับอะไรสักอย่างก็จะหายไปทันที ดังนั้นถ้าคิดจะตั้งรับ สิ่งที่แกต้องทำคือการสร้างไฟเข้าไปทดแทนจุดที่หายไปให้ได้เร็วที่สุด”



ข้อสังเกตจากสิงขรคือรากฐานของการกระทำของตุลย์ในขณะนี้ เขาสร้างดวงไฟขึ้นมาในอุ้งมือเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม ก่อนจะส่งมันออกไปหมุนวนอยู่รอบตัวเป็นเกราะป้องกัน ไม่ว่าน้ำของมุกตาภาจะปะทะเข้ามาจากทางไหน ไฟส่วนที่เหลือก็จะเวียนเข้าไปทดแทนได้เสมอเพราะพวกมันไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว



ฟังเหมือนมีประสิทธิภาพทว่าวิธีนี้สูบกินทั้งกสิณและสมาธิของเขามากเกินไป ต่อให้สิงขรช่วยฝึกให้มากแค่ไหนหรือเคี้ยวเข็ญตนเองหนักเพียงใดแค่ไหนตุลย์ก็คงท่านี้ไว้ได้แค่บาทกว่าๆ เท่านั้น ดังนั้นคงต้องรอดูกันว่าเขาจะหมดแรงก่อนหรือน้ำของมุกตาภาจะหมดก่อนกันแน่



ท่ามกลางไอน้ำที่ลอยคลุ้ง ระดับความสูงของเกลียวคลื่นที่คอยพยุงร่างของมุกตาภาก็เริ่มลดต่ำลงเรื่อยๆ เพราะต้องแบ่งน้ำไปใช้โจมตี สิ่งที่เกิดขึ้นทำเอาบรรดาผู้ชมต่างนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ด้วยความลุ้นระทึก แต่คนที่ลุ้นยิ่งกว่าคงเป็นตุลย์ เพราะเขาแทบจะทรงตัวไว้ไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ



สิงขรพูดถูก จุดเด่นของเตโชธาตุคือการโจมตีไม่ใช่ตั้งรับจริงๆ น่ะแหละ!!



ด้วยเหตุผลนั้นผสมกับความอยากเอาชนะในรูปแบบที่สาแก่ใจเขามากที่สุด ตุลย์ตัดสินใจใช้แรงเฮือกสุดท้ายขยายดวงไฟในอุ้งมือให้ใหญ่ขึ้นอีกรวมทั้งเพิ่มขอบเขตรัศมีของเพลิงที่รายล้อมเขาอยู่ด้วย แฝดเตโชลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เซล้มลงไปเสียก่อน ไฟของเขาพลักดันน้ำของมุกตาภาให้ไกลห่างออกไป รวมกันทำให้กำแพงดินที่เขาระเบิดมันขึ้นมาล้มพลิกไปเช่นกัน



เมื่อลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้งเขาก็กู่ร้องตะโกนสุดเสียง สองมือกำแน่น บ่งการให้เปลวไฟพุ่งแผ่ไปทุกทิศทาง



วูบ!!



เสียงกรีดร้องของมุกตาภาแว่วดัง เมื่อถูกเพลิงของตุลย์ซัดเข้าให้จนตกจากเกลียวคลื่น หยดน้ำระเหยหายไปเกือบหมด เท่าที่เหลืออยู่ก็ซึมหายไปกับพื้นดินอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กกลิ้งตกลงไปบนสนามหญ้านอกเวทีประลอง ตุลย์ที่สิ้นแรงไปมากถึงกับต้องทรุดตัวลงไปนั่งชันเข่า เด็กชายหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อไหล่โทรมกายชุ่มโชกไปทั้งแผ่นหลัง



ความเงียบบังเกิดขึ้นชั่วอึดใจก่อนจะตามมาด้วยเสียงเฮดังลั่นสนาม พิธีกรเริ่มต้นนับถอยหลังแล้ว



“สิบ...เก้า...แปด...”



“ฉันยังไม่แพ้...” มุกตาภายันตัวขึ้นมา เอื้อนเอ่ยอย่างมุ่งมั่นปนขุ่นแค้น ใบหน้าซีกซ้ายแดงเถือกเปื้อนเขม่าควัน ตามแขนขาก็เต็มไปด้วยรอยแดงพอง “ฉันยังสู้ไหว”



ตูม! ตูม!



ตุลย์เสียดสีแหวนนพสินธุ์ด้วยการดีดนิ้ว หลังจากนั้นก็มีระเบิดไฟขนาดเล็กปะทุขึ้นตรงหน้ามุกตาภา เด็กหญิงยกมือขึ้นป้องตามสัญชาตญาณทันที ทว่าการโจมนี้ไม่รุนแรงเลยแม้แต่น้อย มันไม่อาจทำให้เธอบาดเจ็บได้ เธอค้นพบอย่างรวดเร็วว่ามันเป็นเพียงการเตือนเท่านั้น



“เจ็ด...หก...”



และที่ยิ่งไปกว่านั้น...



“นาย...ทำให้ไฟติดขึ้นมาได้ยังไงกัน ทั้งที่อยู่ไกลถึงขนาดนั้นแท้ๆ!!?



เด็กหญิงถามอย่างสับสน เพราะด้วยระยะห่างขนาดนี้มันไม่น่าเป็นไปได้เลยสักนิด



ทว่าความจริงแล้วตุลย์ไม่สามารถจุดไฟให้ห่างจากตัวได้ไกลเกินครึ่งวาด้วยซ้ำ ท่าไม้ตายนี้แท้จริงแล้วเป็นเพียงอีกหนึ่งกลโกงจากสิงขร



วิธีคือสร้างเส้นไฟเล็กๆ เป็นสายยาวต่อเนื่องให้พุ่งไปในทิศทางที่ต้องการ เมื่อไกลพอแล้วก็ค่อยให้มันระเบิดออก แสงและเสียงช่วยแบนความสนใจไม่ให้สังเกตถึงเส้นไฟได้ ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนเห็นจึงมีเพียงเด็กชายเปี่ยมความสามารถคนหนึ่งซึ่งสามารถจุดดระเบิดไฟให้เกิดขึ้นห่างจากตัวเขาได้หลายสิบวาเท่านั้น



แต่แน่นอนว่าตุลย์จะไม่มีวันพูดออกไปเด็ดขาดว่าเขาทำได้อย่างไร แฝดเตโชสะกดกลั้นอาการหอบไว้ขณะยกมือขวาที่เตรียมอยู่ในท่าดีดนิ้วขึ้นมา



“ห้า...สี่...สาม..”



“บอกแล้วไงว่าฉันไม่ใจดีเหมือนคู่แฝดหรอกนะ ครั้งต่อไปฉันลวกหน้าเธอแน่ถ้าขืนยังลุกขึ้นมาอีก”



จากสายตาและท่าทาง นี่ไม่ใช่แค่คำขู่ มุกตาภากัดฟันกรอก กำหญ้าใต้ฝ่ามือแน่นระบายความคับแค้น เธอซ่อนดวงตาสีน้ำเงินที่กำลังไหวระริกด้วยการก้มมองพื้นในขณะที่เสียงของพิธีกรประกาศก้องถึงความพ่ายแพ้ของเธอ



“สอง...หนึ่ง...เราได้ผู้ชนะสำหรับงานประลองผู้ใช้กสิณรุ่นห้าพันวันแล้วครับ ตุลย์แห่งสกุลวัชริศ!!!!






##########

สนทนา : ได้ผู้ชนะแล้วค่าาาา ใจหายใจคว่ำกันมั้ยเอ่ยยย มีแต่คนเดาว่าตุลย์จะแพ้กันทั้งนั้น ฮอลลล ไม่เชื่อใจกันบ้างเล้ย 555



 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #769 Smile (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 18:02
    เจ้าเลห์มาก สมกับเป็นหลานลุงสิง
    #769
    0
  2. #731 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 01:20
    นั่นสิ ถ้าไม่มีจุดเด่นด้านการรับ เปลี่ยนให้เป็นสายรุกล้วนเลยจะดีกว่า
    การรับที่ดีที่สุดก็คือการรุกตรงไปนั่นเองงง

    ดองเอาไว้ 2 ตอนค่อยมาอ่าน โฮะโฮะ
    จริง ๆ ก็คิดว่าตุลย์จะชนะอยู่แล้ว เพราะว่าคู่แฝดแพ้ไปแล้ว
    แต่ก็กลัวไม่จบตอนเดียว เลยรอมีอีกตอนมาย้ำ กลัวจะอ่านแล้วค้าง
    แหม แหม เทรนกันมาดีเชียว ไม่ได้มีแค่วิธีสู้ แต่มีวิธีโกง เอ๊ยย ข่มคู่ต่อสู้ด้วย
    ไม่เสียงแรงที่ฝึกหนัก
    โฮะโฮะ ชนะแล้ว สะใจ

    มีคำถามว่าอย่างถ้าฝึกกสิณไฟมีสิทธิลวกตัวเองได้ไหมคะ
    อย่างในกรณีครอบเป็นโดม ถ้าไฟเป็นโดมแบบนี้ จะมีอากาศหายใจเหรอ
    หรือว่าตรรกะนี้ใช้กับในเรื่องไม่ได้

    มีตรงนึง ผลักกัน "ตบ" มือ หรือ "ปรบ" มือนะคะ
    หรือไม่แน่ใจว่าถูกแล้วหรือเปล่า

    "ไม่มี "ว่ะ" "
    มุก.. ลอยอยู่เหนือพื้นด้วย "การ" ผยุง
    "จุด" ระเบิดไฟ
    #731
    1
    • #731-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 60)
      8 กันยายน 2560 / 07:15
      ผู้ใช้กสิณเตโชจะไม่ถูกไฟของตัวเองลวกค่ะ ยกเว้นตั้งใจ(เหมือนตอนที่สู้กับเตชินทร์ก่อนหน้านี้) โดมไฟแบบนี้อยู่ไปนานๆก็อากาศหมดได้เหมือนกัน เรื่องนี้ยังมีความแอบวิทย์อยู่นะ 555 แต่อย่างที่บอก ตุลย์ไม่ได้ใช่ท่านี้นาน เผลอๆไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำก็ออกมาแล้วค่าา
      #731-1
  3. #717 kik. (@skyandsea) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 17:58
    เก่งมากลูกเอ๊ย ลุ้นจนเหนื่อยเลย 555
    #717
    0
  4. #713 onumaa (@onumaa) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 20:36
    กรี๊ดด ในที่สุดน้องตุลย์ก็ชนะ เก่งมากลูก ทำเอาพี่ใจหายใจคว่ำหมดกลัวน้องแพ้
    #713
    0
  5. #712 por (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 12:50
    ดีใจสุดสุดมุกตาภาแพ้555555
    #712
    0
  6. #711 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 07:02
    ตุลย์คือความภาคภูมิใจของหมู่บ้าน ดีใจเว่อร์ที่มุกตาภาแพ้ ไม่ดีเลยอะ55555555555 ติณก็เก่งไม่ต้องน้อยใจนะลูกกก
    #711
    0
  7. #710 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 06:39
    โฮรวววววว เก่งมากหนู!!! ใจหายใจคว่ำหมด แต่ขุ่นพ่อแฝดนี่สุดยอดจริมๆ
    #710
    0
  8. #708 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 23:49
    น้องตุลย์เก่งมากหนูคือความภูมิใจของพี่จริงๆเลยลูกกกกก///
    #708
    0
  9. #707 +_*MooN_LighT*_+ (@little_piglet) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 23:49
    โอเอมจี~~~~
    #707
    0
  10. #706 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 22:49
    ใครจะเชื่อเล่าว่านุ้งตุลย์จะชนะ ท่าทางหนูมุกดูเก่งซะขนาดนั้นนนน 5555
    แต่คือคู่รุ่นเด็กโตจะมาแล้วหรออ แง่มๆ ยังเลือกไม่ถูกเลยว่าจะเชียร์พี่เตหรือนุ้งคินทร์ดี งื้อออออ รักทั้งคู่ #ลังเลว่าควรถือป้ายไฟใครดี 555
    #706
    0
  11. #705 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 22:49
    ใครจะเชื่อเล่าว่านุ้งตุลย์จะชนะ ท่าทางหนูมุกดูเก่งซะขนาดนั้นนนน 5555
    แต่คือคู่รุ่นเด็กโตจะมาแล้วหรออ แง่มๆ ยังเลือกไม่ถูกเลยว่าจะเชียร์พี่เตหรือนุ้งคินทร์ดี งื้อออออ รักทั้งคู่ #ลังเลว่าควรถือป้ายไฟใครดี 555
    #705
    0
  12. #704 ejesssssssss (@toophom_jk) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 22:39
    OMG!!!!
    #704
    0
  13. #703 ยัยนักคลั่ง (@kingdomofpirates) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 22:21
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!! Yes!!!!!
    #703
    0
  14. #702 Seraris (@jinnylee1-1) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 21:54
    เย้! ตุลย์ชนะอย่างเท่เลย//มารอลุ้นว่าพี่คินทร์แพ้พนันแล้วจะโดนอะไรบ้าง
    #702
    0
  15. #701 Mezidez-Benz (@Mezidez-Benz) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 21:48
    เลิศ // รักษ์นารา เมื่อไหร่เธอจะออกโรง
    #701
    0
  16. #700 ใบไม้เปลี่ยนสี (@beaw_nile) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 21:41
    ในที่สุดก็ชนะ หลังจากใจหายใจคว่ำมาตั้งแต่ตอนที่แล้วๆ ลุงสิงขรนี่เจ๋งจริงๆ อย่าหล่อเลยลุง
    ต่อไปก็เป็นตารุ่นใหญ่กว่านี้สินะ ลุ้นกับนุ้งคินทร์ไปด้วย ว่าจะคุมพลังตัวเองได้หรือเปล่า
    รีบปั่นต่อไปนะคะฟอกซ์ ///ชูป้ายไฟ
    #700
    0