ตอนที่ 61 : ตอนที่ ๕๔ ความลับของมุกตาภา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    15 ก.ย. 60


ตอนที่ ๕๔ ความลับของมุกตาภา



                ตุลย์ไม่เคยรู้สึกอยากล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปยาวๆ มากเท่านี้มาก่อนเลยจริงๆ

             


        ทว่าถึงจะอ่อนล้ามากแค่ไหนก็มีสิ่งหนึ่งที่เขาต้องทำให้ได้ก่อนจะลากสังขารและถ้วยรางวัลกลับไปอวดคนที่บ้าน แฝดเตโชเดินตรงไปหาร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงจากสกุลอาโปลำดับสองที่กำลังนั่งพักดื่มน้ำอยู่ตรงอัฒจรรย์ชั้นล่างสุด ทั้งมุกตาภาและเขาต่างได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาแล้ว ตามตัวจึงเต็มไปด้วยผ้าพันแผลและกลิ่นเหม็นเขียวของยา ผู้คนต่างเริ่มทยอยเดินกลับบ้านกันมากขึ้นเรื่อยๆ

  


              “ตามสัญญานะยัยเปี๊ยก...” ตุลย์กล่าวพลางแสยะยิ้มเป็นการเยาะเย้ยอย่างไม่คิดไว้หน้าอีกฝ่าย “ก้มหัวขอโทษฉันซะข้อหาที่บังอาจมาปากเสียใส่และทำตัวไม่มีมารยาท”



                เขาเห็นแผ่นหลังเล็กเหยียดเกร็งและมือบางกำแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ตอนแรกตุลย์นึกว่ามุกตาภาจะกระทืบเท้าโวยวายและเบี้ยวไม่ยอมทำตามที่ตกลงกันไว้เสียแล้ว ทว่าช่างผิดคาด เธอลุกพรึ่บแล้วหันมาทางเขา ริมฝีปากเม้มเข้าหากันก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกอย่างสะกดกลั้นแล้วค่อมกายลง



                “ฉัน...ขอโทษ...สำหรับทุกอย่างที่ทำลงไป” เธอเอ่ยกะท่อนกะแท่น บ่งบอกชัดเจนว่าไม่เต็มใจ ในหัวของตุลย์คิดได้อย่างน้อยห้าถึงหกวิธีในการกวนประสาทเด็กหญิงไปเรื่อยๆ เพื่อบังคับให้เธอกล่าวขอโทษอย่างจริงใจกว่านี้ อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะพอใจ ทว่าวัตถุประสงค์หลักที่เขายอมทำข้อตกลงด้วยไม่ได้อยู่ตรงนั้น เขาจึงยอมปล่อยผ่านความขอไปทีของอีกฝ่ายไปง่ายๆ และกล่าวว่า



                “ดี และพรุ่งนี้เธอต้องมาขอโทษติณห์อีกรอบหนึ่งด้วย”



                “อะไรนะ!!” ตามคาดมุกตาภาโวยวายขึ้นมาในทันทีเพราะไม่ได้คาดคิดว่าต้องมาทำเรื่องเช่นนี้ซ้ำสอง “ฉันไม่...”



                “ไม่มีแต่ทั้งนั้น” ตุลย์ยกมือขึ้นแทบจะจ่อติดใบหน้าเล็กเพื่อหยุดคำปฏิเสธ ทั้งยั้งกล่าวรัวเร็วไม่เปิดโอกาสให้แทรก “เราตกลงกันแล้วว่าเธอจะต้องก้มหัวให้ฉันทั้งและคู่แฝด ต้องขอบคุณความป่าเถื่อนของเธอ ติณห์บาดเจ็บหนักจนถูกส่งกลับบ้านไปก่อนเลยยังไม่ทันได้ฟังคำขอโทษเพราะๆ สักคำ แต่ไม่เป็นไรฉันไม่รีบและฉันว่าคู่แฝดฉันคงคิดเหมือนกัน จะพรุ่งนี้หรือมะรืนก็ได้ทั้งนั้น เพียงแต่ยิ่งนานคนช่วยฟังจะยิ่งเยอะนะจ้ะ เพราะฉะนั้นอย่าชักช้าละ”



                “นายมัน!!” มุกตาภากำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ ตุลย์เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดีเลยทีเดียว นอกจากจะเสียตำแหน่งให้หน้าใหม่อย่างเขาแล้วยังต้องลดศักดิ์ศรีมาค้อมหัวให้พวกนอกคอกเลือดผสมจากสองสกุลอย่างเขาและคู่แฝดอีก



แต่ขอโทษเถอะ อย่าหวังเลยว่าเขาจะสงสาร เพราะยิ่งเห็นท่าทางเหมือนจะอกแตกตายได้ทุกเมื่อของร่างเล็กมากเท่าไรเขาก็ยิ่งสาแก่ใจมากเท่านั้น สมน้ำหน้าแล้ว อยากมาทำร้ายคู่แฝดของเขาก่อนทำไม



                เด็กชายคิดอย่างเอาแต่ใจพร้อมกอดอกมองด้วยสายตาที่สื่อความนัยได้ว่า อย่าบอกนะว่าจะผิดสัญญาเป็นถึงสมาชิกสกุลเก่าแก่แท้ๆ ช่างน่าผิดหวังจริงๆ



                ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้วางมวยเป็นยกที่สอง...



                “ตุลย์!! เป็นยังไงบ้าง? พี่แวะไปส่งติณห์มาเลยกลับมาไม่ทันนัดชิง ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม” รักษ์นาราก็ยังคงเป็นรักษ์นาราอยู่วันยันค่ำ เธอเลือกจะถามถึงอาการบาดเจ็บของเขามากกว่าจะสนใจในชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ เพราะแบบนั้นตุลย์เลยหันไปยิ้มแฉ่งให้คนที่กำลังเดินมาหาแล้วชูถ้วยรางวัลสีทองซึ่งมีชื่อของเขาสลักอยู่ให้ดู



                “ผมได้ที่หนึ่งแหละพี่รักษ์ และก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกแค่ฟกช้ำนิดหน่อย”



                รักษ์นารายิ้มกว้างกลับมาให้เช่นกัน และตอนนั้นเองที่เด็กสาวสังเกตเห็นว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ด้วย ทว่าพอสบตากัน เจ้าของดวงตาสีท้องทะเลกลับหลุบตาลงมองปลายเท้าเสียอย่างนั้น ซ้ำยังดึงๆ ลูบๆ กลุ่มผมหยิกขอดของตนให้ลงมาปิดซีกหน้าที่ยังคงแดงเถือกเพราะถูกไฟลวกอีกด้วย



กริยานั้นทำเอาตุลย์เลิกคิ้วอย่างสงสัย เป็นจังหวะเดียวกับที่รักษ์นาราถามขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี



“อ้าว? กลายเป็นเพื่อนกันไปแล้วเหรอจ๊ะ ไวดีจัง”



                “ไม่ใช่นะครับ!! ไม่ใช่ๆ” ตุลย์ย้ำคำปฏิเสธซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจว่าคนสำคัญของเขาจะไม่ได้เข้าใจอะไรผิด อย่าว่าแต่จะเป็นเพื่อนกันเลย เขาไม่มีทางญาติดีกับยัยเปี๊ยกปากเสียนี้ได้แน่ๆ



                รักษ์นาราอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่ามุกตาภาแทรกขึ้นเสียก่อน



                “ฉันจะยอมขอโทษเจ้าหน้ายู่นั่นต่อหน้าพวกของนายก็ได้!! ถ้าเธอคนนี้ยอมตกลงที่จะอยู่ให้ห่างภาคินทร์!!



                “เฮ้ย” ตุลย์กดเสียงต่ำในเชิงปราม แม้ว่าจะเห็นด้วยกับข้อเสนอของมุกตาภาสุดๆ จนเกือบตอบตกลงแบบไม่คิดไปแล้ว แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้พอดีว่าการยอมเช่นนั้นย่อมไม่ต่างอะไรจากการอ่อนข้อให้ เขายังมีเวลาอีกเยอะในการเขี่ยภาคินทร์ไปให้พ้นทาง แต่ตอนนี้ขอจัดการดัดนิสัยยัยจอมเอาแต่ใจคนนี้ก่อน



                “คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรมาต่อรองไม่ทราบ แพ้แล้วยังจะปากดี...”



                “ตุลย์...”



รักษ์นาราปรามบ้าง น้ำเสียงแค่เรียบนิ่ง ไม่ได้ดุหรือขุ่นมัวแต่แค่นั้นก็มากพอจะทำให้ตุลย์เงียบปากและกอดอกด้วยกริยาฟึดฟัดแทนแล้ว หลังจากนั้นรักษ์นาราก็หันไปพูดกับมุกตาภาต่อ



“พี่พอจะเข้าใจความรู้สึกและสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อนะ เพราะคงไม่มีใครอยากให้คู่หมั้นไปเออ...สนิทกับผู้หญิงคนอื่นหรอก” เธอเลือกคำอย่างระมัดระวัง ตรงประเด็นแต่ไม่ชี้ชัด รวมทั้งไม่เป็นการเข้าข้างตนเองจนเกินไปด้วย “แต่ว่าเราอยู่โรงเรียนเดียวกันแล้วยังเรียนห้องเดียวกัน ยังไงก็ต้องเจอกันทุกวันอยู่ดีแหละจ้ะ เพราะฉะนั้น...”



                “แบบนี้มันเรียกว่าเข้าใจตรงไหนกัน!!” อีกครั้งที่มุกตาภาแทรกคำของรักษ์นารากลางปล้อง น้ำเสียงแผดลั่นและร้อนรน ตุลย์นิ่วหน้ากำลังจะดุเด็กหญิงข้อหาไม่มีมารยาทมาทำตัวขึ้นเสียงใส่คนสำคัญของเขา ทว่า...



“คนที่ฉันไม่อยากให้ไปสนิทกับใครอื่นคือเธอต่างหากเล่า!!!




...หา?...



               

                ตุลย์ร้องอุทานอยู่ในใจ ตาขวากระตุกยิกๆ บ่งบอกลางร้ายและเรื่องวุ่นวายที่เขาไม่ต้องการให้เกิด สองแก้มของมุกตาภาขึ้นสีก่ำประหนึ่งผลไม้ที่สุกงอม เด็กหญิงยกมือขึ้นปิดปากด้วยกริยาที่บ่งบอกชัดว่าประโยคเมื่อครู่คือความเผลอเรอและไม่ได้ตั้งใจจะให้ใครอื่นมารับรู้เลยแม้แต่น้อย



อย่าบอกนะว่ายัยเปี๊ยกนี่...ไม่สิ...จะใช่หรือ?



ยัยนี่เป็นคู่หมั้นของพี่ชายนักเลงนะ แล้วทำไม...



จะว่าไปตั้งแต่ตอนอยู่บนเวที มุกตาภาก็เอาแต่เรียกชื่อเต็มๆ ของภาคินทร์อย่างห่างเหินมาตลอด นอกจากจะไม่เรียกชื่อเล่นอย่างที่คนเป็นคู่หมายกันควรจะทำแล้ว ยังไม่มีแม้กระทั่งคำว่าพี่นำหน้า ถึงจะเรียกรักษ์นาราว่าเธออย่างนั้นเธออย่างนี้โดยไม่สนความอาวุโสเช่นกัน ทว่าทั้งน้ำเสียงและท่าทางก็แตกต่างกันเกินไป



                มันเหมือนกับว่ามุกตาภาไม่กล้าเรียกชื่อรักษ์นาราออกมาตรงๆ เพราะความขวยเขินมากกว่า



                นิวารินอาจจะกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ทว่าความรักระหว่างเพศเดียวกันยังคงเป็นสิ่งต้องห้ามจนค่อนไปทางน่าขยะแขยงในสายตาคนทั่วไปอยู่ดี หากมีคนอื่นมาได้ยินความในใจเหล่านี้คงมองว่าเด็กหญิงเป็นพวกวิปลาสและอาจถูกลากไปรักษาในโรงหมอเลยก็เป็นได้



                คงเพราะแบบนั้นมุกตาภาภเลยเริ่มถอยเท้าหนีทีละนิด



                “ละ...ลืมมันไปซะ ไอ้ที่พูดเมื่อกี้น่ะ มันก็แค่ประโยคกำกวนชวนเข้าใจผิดเท่านั้น ลืมๆ มันไปซะเดี๋ยวนี้เลยนะ!!



                หลังจากตะโกนสั่งสุดเสียง เด็กหญิงจากสกุลอาโปลำดับสองก็วิ่งลับหายไปท่ามกลางฝูงชนอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ตุลย์ได้แต่ยืนอึ้งและไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง แล้วช่วงเวลาแห่งการเย้ยหยันของเขาละ ความอิ่มเอมจากการได้ถากถางผู้แพ้มันปลิวหายไปไหนแล้ว ทำไมถึงกลายเป็นการสารภาพความในใจของยัยเปี๊ยกนี่กับคนสำคัญของเขาไปได้กัน!!?



                รักษ์นาราก็อีกคน แม้จากสีหน้าและท่าทางจะเหมือนกำลังตกใจอยู่ แต่ก็เรียกได้ว่าน้อยกว่าที่ควรจะเป็นไปมากโข



                “พี่ว่าเรากลับบ้านกันเถอะจ้ะ นี่ก็เริ่มจะเย็นมากแล้ว”



                ซ้ำยังกลับมาเป็นปกติได้ในเวลาอันรวดเร็วอีกต่างหาก!!









 

                ชวินทร์กำลังยุ่งอยู่กับตำราเล่มหนาที่ยืมแบบไม่บอกมาจากอาจารย์ตอนที่...



                ก๊อก ก๊อก



                เสียงเคาะดังก้องในความเงียบเรียกให้ดวงตาสีวังน้ำวนเงยขึ้นมองก่อนจะพบเข้ากับติณห์กำลังยืนอยู่ข้างประตูเรือนซึ่งเปิดอ้าไว้อยู่แล้ว อีกฝ่ายคงแค่อยากจะส่งสัญญาณบอกการมาเยือนมากกว่าจะทำเพื่อขออนุญาตเข้ามาในห้อง พูดตามตรงระหว่างชวินทร์และฝาแฝดไม่เคยมีคำว่ามารยาทมาตั้งแต่แรกแล้ว



                ชวินทร์รู้ว่านี่คือติณห์เพราะว่า...ไม่สิ มันไม่มีเหตุผลว่าทำไมอีกแล้วเนื่องจากเขาก็แค่รู้ แม้ในช่วงแรกเด็กหนุ่มร่างผอมแยกทั้งคู่ออกจากกันด้วยแหวนนพสินธุ์ ทว่าหลังๆ มานี่เขากลับบอกได้ทันทีว่าใครคือใครโดยไม่ต้องอาศัยการสังเกตเลยแม้แต่น้อยเหมือนที่รักษ์นาราสามารถทำได้ สิ่งนี้ทำเอาพิมายโดนฝาแฝดงอนใส่อยู่หลายสิบวันเลยทีเดียว เพราะแม้จะรู้จักกันมานานเกือบศก เด็กสาวตัวสูงก็ยังแยกฝาแฝดออกจากกันไม่ได้เสียที



                “นายกลับมาเร็วนะ งานประลองจบแล้วเหรอ?” ชวินทร์ตัดสินใจเอ่ยทักก่อนเมื่ออีกฝ่ายยังคงเอาแต่ยืนนิ่งอยู่ข้างประตู ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นแขนซ้ายที่ถูกประกบด้วยแผ่นไม้สองแผ่นซึ่งพันหุ้มด้วยผ้าพันแผลอีกที อาการบาดเจ็บร้ายแรงและสีหน้าหมองเศร้านำไปสู่คำตอบเดียวเท่านั้น



                “สำหรับฉันมันจบไปแล้วแหละ” ติณห์ว่าพร้อมพยายามยิ้มฝืน เห็นแบบนั้นชวินทร์จึงวางหนังสือเล่มหนาลงกับโต๊ะ ฝุ่นลอยฟุ้งขึ้นมาเล็กน้อย ร่างผอมตบมือลงที่เก้าอี้ข้างตัวอย่างเรียบง่ายและไร้คำพูด ติณห์เดินมานั่งอย่างว่าง่ายเช่นกัน เขาเอนพิงพนักเต็มแรงก่อนจะไถลตัวลงไปเล็กน้อยด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยว



ไม่เปิดโอกาสให้ชวินทร์ได้ถาม ติณห์ก็ชิงสารภาพออกมาเสียก่อย



                “ฉันประมาทเองแหละ เห็นว่าอีกฝ่ายตัวกระเปี๊ยกเดียวแถมที่ผ่านๆ มาถึงจะสู้กับคนอายุมากกว่าก็ยังชนะได้มาตลอดเลยคิดว่าคงไม่เท่า...ทำอะไรของนาย”



                ติณห์หันมาถาม เพราะระหว่างที่เล่าๆ ไปนั้น ชวินทร์กลับสอดมือเข้ามาในกลุ่มผมของแฝดปฐวี มันไม่ใช่กริยาในเชิงปลอมประโลม มันเหมือนเขากำลังสำรวจอะไรบางอย่างไม่ก็ทดสอบสมมติฐานของตนเองอยู่มากกว่า และความคิดของติณห์ก็ได้รับการยืนยันว่าถูกต้องเมื่อชวินทร์เอ่ยออกมาว่า



                “ผมนายชื้น เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ชุดเดิม แพ้ผู้ใช้กสิณอาโปมาสินะ”



                ริมฝีปากของแฝดปฐวีบิดคว่ำลงทันที “ฉันละเกลียดนายจริงๆ”



                แต่กลับส่งผลให้มุมปากของคนที่ใช้กสิณไม่ได้ยกขึ้นเสียอย่างนั้น



“มุกตาภาละสิท่า”



                “เฮ้ย! รู้ได้ไง!?” ติณห์อุทานเสียงดัง เด้งตัวขึ้นมาจากพนักพิงแล้วหันขวับมาทางคนข้างตัว “ไม่สิ แล้วนายรู้จักยัยนั่นด้วยเหรอ?”



                “ก็คู่หมั้นพี่คินทร์” ชวินทร์ไหวไหล่ ทว่าก่อนจะดึงมือกลับก็แอบขยี้ผมของแฝดปฐวีไปรอบหนึ่ง “ถึงจะเป็นการหมั้นแบบปากเปล่าไม่เป็นทางการก็เถอะ ยังไงเขาก็เป็นคู่หมั้นของพี่ชายฉันอยู่ดี แถมเขายังได้ที่หนึ่งของรุ่นห้าพันวันมื่องานประลองคราวที่แล้วด้วย ฉันว่าฉันเตือนพวกนายไปแล้วนะว่าให้ระวัง แปลว่าไม่ได้ฟังเลยสิท่า”



                “อย่าตอกย้ำได้มั้ย แค่นี้ศักดิ์ศรีฉันก็ไม่เหลือชิ้นดีแล้ว” ติณห์พ่นลมหายใจออกจมูกอย่างงุ่นง่านก่อนจะเอนกลับไปพิงพนักเก้าอี้ตามเดิม แฝดปฐวีทำท่าจะกอดอก แต่เมื่อนึกขึ้นว่าได้ว่าแขนเจ็บเขาก็ปล่อยมันทิ้งไว้ข้างตัวตามเดิม ชวินทร์ส่ายหน้าช้าๆ อย่างกึ่งระอา มือผอมเอื้อมไปหยิบหนังสือเล่มหนาขึ้นมาอีกครั้ง ขณะพลิกเปิดกระดาษเขาก็กล่าวสวนกลับไป



                “ศักดิ์ศรีนายยังอยู่ดีหรอก แต่ที่หายไปคือความมั่นใจมากกว่า”



                “ฉันพูดไปยังว่าเกลียดนายจริงๆ”



                ลูกศิษย์มหาปราชญ์หัวเราะแผ่ว ยิ่งกว่ารู้ดีว่าคำพูดนี้ไม่จริงแค่ไหน



                “นายอ่านอะไรอยู่?”



                ทันในนั้นคนที่บอกว่าเกลียดก็ชะโงกหน้าเข้ามาเสียใกล้ ชวินทร์เอียงหนังสือเล่มหนาให้ดูปกเอาเองในขณะที่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านต่อจากที่ค้างไว้



                “ปกรณัมน์ ชนเผ่าผู้ถูกขับไล่แห่งนิวาริน...” ติณห์พึมพำอย่างติดจะงุนงงก่อนจะกลายเป็นนิ่วหน้า “ไหนนายว่าจะช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับความทรงจำในวงไม้อะไรนั่นให้พี่รักษ์ไม่ใช่หรือ แล้วเจ้าหนังสือฝุ่นเขรอะเกี่ยวกับพวกคนป่านุ่งใบไม้นี่มันเกี่ยวอะไรด้วย?”



                ชวินทร์เงยหน้าขึ้นมาดีดหน้าผากแฝดปฐวีอย่างไม่เบามือนัก ส่งผลให้ผิวขาวๆ เริ่มแดงเถือกและคนปากเสียต้องยกมือขึ้นข้างที่ไม่ได้เป็นอะไรขึ้นมากุมหน้าผากไว้ทันที ติณห์บ่นงึมงำตามมาเป็นชุด ทว่าเช่นเคยที่ชวินทร์ไม่ใส่ใจ



                “โบราณท่านถึงว่าความรู้เท่านั้นที่จะทำให้กบออกมาจากกะลาได้ และฉันว่าคนป่านุ่งใบไม้ของนายเนี่ยแหละที่อาจจะช่วยไขปริศนาทุกอย่างได้”




###########



               สนทนา : เราเชื่อว่าต้องมีคนกำลังเงิบกับบทนี้อยู่แน่ๆ นึกว่าหนูมุกจะมาเป็นคู่แข่งหนูรักษ์ละสิ ที่ไหนได้กลายเป็นคู่แข่งนุ้งคินทร์เฉย  พระเอกของเราเลยได้ก้างมาเพิ่มอีกหนึ่ง (ทั้งที่แต่เดิมก็เยอะจนแทบจะทิ่มคอตายได้อยู่แล้ว 555) ลองกลับไปอ่านบทที่มุกตาภาปรากฏตัวดูนะคะ แล้วรีดเดอร์จะรู้ว่าฟ็อกซ์ถนัดจงใจใช้คำกำกวมขนาดไหน 555






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1241 Beenarrr (@Beenarrr) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 21:40
    ดาภารู๊กกก แม่ขอโต๊ดดด //คิดไปตั้งไกลสุดท้าย พีคมากกกค่ะ
    #1241
    0
  2. #922 Ayako (@nu_ryako) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 20:16
    เรือมาค่ะ เรือมาาาาาาา
    โอ้ยยยย ชวินทร์ติณห์ กร๊าวใจมาก
    #922
    0
  3. วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 10:19
    ดองเอาไว้นานมาก กลับมาอ่าน ไม่จิ้นใครกับใครทั้งนั้น ขอนอกเรื่องจิ้นเบลคกับอดัมม กรี๊ด! มิตรภาพขของเพื่อนสนิทนี่มันดีต่อใจจริงๆ
    #835
    0
  4. #789 snowhite_applle (@waniizia) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 09:50
    โอยยย จิ้นคู่ ชวินทร์ติณห์
    ทำไมรู้สึกหวาน555555555

    อยากให้ตุลย์กับมึกตาภา เป็นคู่กัดกัน คงน่ารักน่าดูเลย
    #789
    0
  5. #771 Smile (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 18:19
    เงิบจริงค่ะฟ็อก ไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ 5555 และก็สงสารน้องคินทร์มากตอนนี้
    #771
    0
  6. #737 fire_dragon2 (@Fire_Dragon) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 16:57
    ต่อๆๆๆๆ #อยากเจอพี่คิน
    #737
    0
  7. #736 phoenix591 (@wjnm) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 13:10
    ขอให้น้องมุกคู่กับน้องตุลย์เถ้ออ แค่นี้พี่คินทร์ก้างก็เยอะจนแทบจะหาเวลาอยู่กับเมียไม่ได้... เอ้ย!!ผิดๆ อยู่กับนาราต่างหาก //หลบลูกบอลน้ำแป๊บ
    #736
    0
  8. #735 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 06:43
    โอ๊ยตายยยยยยย 55555555 แบบนี้ก็ได้หรืออออออออ แต่ไม่ได้เงิบคนเดียวนะ ทำไมชวินกะแฝดดินก็ดูมีซัมติงอ่ะะะะะะ เง้อออออ ช่วยด้วย นี่มโนอะไรเนี่ย 555555555
    #735
    0
  9. #734 -S!MPLE- (@khimmonsicha) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 15:19
    กรี้ดดด หนูมักน่ารั้กกกก ลืมความหมั่นไส้ตอนก่อนๆไปเลย
    #734
    0
  10. #733 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 06:46
    น่าจะมีย้อนนะว่าไปชอบอะไรตอนไหน
    #733
    0
  11. #732 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 01:26
    ไม่เงิบบบ แค่งง
    ไปติดใจอะไรตอนไหนนนน เจอกันได้ไง
    แหม แต่ถ้าไม่ขอโทษ ก็ไม่ได้เจอนะ
    55555555

    อาจจะไม่ใช่ความรู้สึกแบบนั้น แต่แบบเป็นพี่สาวใจดีหรือเปล่าคะ
    5555 (ขอหัวเราะอีกที)
    ตอนแรกคิดว่าเอาผมปิดรอยแดงเพราะกลัวเสียฟอร์ม
    ที่ไหนได้ กลัวไม่ท็อปฟอร์ม โถโถ

    ชวินทร์ฉลาดดีแท้ 

    หมั้นอย่างไม่ทาง "การ" ค่ะ
    #732
    0
  12. #730 =>black projecter (@aceofheart) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 01:06
    ขอลูกเรือครับ จู่ๆเรือดำน้ำผุดมาทีเดียวสองลำ
    #730
    1
    • #730-1 Casper (จากตอนที่ 61)
      14 พฤศจิกายน 2560 / 15:53
      คิดว่าน่าจะเรือลำเดียวกันนะคะ #ตุลย์มุก กับ #ชวิณทร์ติณห์ ใช่มั้ยคะ??
      #730-1
  13. #729 onumaa (@onumaa) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 00:08
    เงิบเลยไรท์ อย่างนี้เปิดฮาเร็มให้หนูรักษ์ดีไหม หุหุ
    #729
    0
  14. #727 regist (@regenerate919) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 23:01
    โอยหนูมุกน่ารักมากค่ะ //แต่เราก็เริ่มออกพายเรือวินทร์ติณณ์แล้วเช่นกัน /เห้ย!
    #727
    0
  15. #726 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 22:48
    ... โอ้ มาย ก็อดดดดดด
    #726
    0
  16. #725 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 22:38
    โอย พลิกล็อค5555 แลดูมีออร่าความมุ้งมิ้งอ่ะ เหมือนมีพี่คินทร์เวอร์ชั่นผู้หญิงเลย5555555
    #725
    0
  17. #724 por (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 22:16
    โอ๊ะ ช็อคแปป แต่สงสารมุกตาภาเธอเนอะ เฮ้อ
    #724
    0
  18. #723 อสูรไร้ลักษณ์ (@deathorlife) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 22:04
    จะผิดมั้ยถ้าเรารู้สึกจิ้นชวินกับติณห์ 0_0
    #723
    0
  19. #722 ยัยนักคลั่ง (@kingdomofpirates) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 22:00
    ........#หมดคำจะกล่าว
    #722
    0
  20. #721 FrUkค่ะ!!!! (@angelfairy) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 21:45
    โอ้วก้อด =[]=
    #721
    0
  21. #720 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 21:44
    อมกก ช็อคเลยค่ะ555555 /ขอจิ้นติณกับชวินทร์อีกคู่ได้มั้ย55555
    #720
    0
  22. #719 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 21:43
    เดี๋ยววววว อย่างนี้ก็ได้หรอฟ็อกซ์!!!!!!!!!

    มั่นใจว่าคุณฟ็อกซ์คนดีต้องแสยะยิ้มมีความสุขที่หลอกคนอื่นได้ 
    เดี๋ยวนะะะะะ 5555

    คนป่านุ่งใบไม้ น้องติณห์ก็คิดได้เนอะ คำนี่น่ารักสมเป็นเด็กแฝดจริงๆ 
    เรื่องนี้จะสงสารใครได้นอกจากพระเอกผู้มีแบ็คอัพเป็นชวินทร์คนเดียว และพี่เตคนดี งิ้ง
    #719
    0
  23. #718 RedDressGirl (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 21:40
    หักมุมจนเราเอ๋อไปแล้วค่ะไรท์
    #718
    0