คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic One piece] : Little duck [Ace+Luffy (+ASL)]

โดย Z.XiUWEN

วิญญาณของโปรโตกัส ดี เอส ไม่ได้ทำอะไรนอกจากเฝ้ามองน้องชายเงียบๆ...แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว [Ace + Luffy + ASL] เน้นโบรแมนซ์มากกว่าค่ะ

ยอดวิวรวม

2,439

ยอดวิวเดือนนี้

19

ยอดวิวรวม


2,439

ความคิดเห็น


30

คนติดตาม


121
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 มิ.ย. 59 / 21:23 น.
นิยาย [Fic One piece] : Little duck [Ace+Luffy (+ASL)] [Fic One piece] : Little duck [Ace+Luffy (+ASL)] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
วิญญาณของโปรโตกัส ดี เอส ไม่ได้ทำอะไรนอกจากเฝ้ามองน้องชายเงียบๆ...แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว 

[Ace + Luffy + ASL] เน้นความสัมพันธ์พี่น้องค่ะ แต่ถ้าจะจิ้นมากกว่านั้นก็ตามสบายค่า><




แปะๆเพลงคาแร็คเตอร์ซองของคุณพี่ ;w;//







เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 มิ.ย. 59 / 21:23










เอสตายไปได้หลายเดือนแล้ว



หลังจากเหตุการณ์ที่มารีนฟอร์ด ลูฟี่ได้ไปพักรักษาตัวที่เกาะสตรี และได้กลับไปชาบอนดี้ปาร์ค นอกจากจินเบที่คอยพูดคุยเตือนสติเขา ก็ไม่ได้ใครพูดถึงเอสอีก และแน่นอนว่าลูฟี่ก็ไม่ต้องการที่จะพูดถึงด้วย



ลูกเรือกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางก็ไม่ได้เอ่ยถามเขาถึงเรื่องนั้น แม้ว่าอยากจะพูดแค่ไหนก็ตาม อาจเป็นเพราะลูฟี่ดูร่าเริงเป็นปกติดีและดูเหมือนเขาจะทำใจได้แล้ว

     ทุกอย่างปกติดีทุกอย่าง พวกเขาออกจากชาบอนดี้ปาร์ค ค้นหาเส้นทางไปเกาะเงือก ช่วยเหลือเคย์มี่และฮัจจินได้สำเร็จ ผ่านพั้งค์ ฮาซาร์ดและจุดมุ่งหมายต่อไปคือเดรสโรซ่า

     และระหว่างที่ไปเดรสโรซ่านี่เอง ลอว์ก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง จริงๆมันเริ่มตั้งแต่ที่พั้งค์ ฮาซาร์ดแล้ว ไม่ใช่แค่ลอว์คนเดียวที่สังเกตเห็น ดูเหมือนคนอื่นๆก็เริ่มสงสัยเช่นเดียวกัน ตอนแรกช็อปเปอร์ถึงกับกรีดร้องด้วยความกลัว แต่นานเข้าก็เหมือนจะเริ่มชิน จากที่หลบอยู่หลังโรบินก็สามารถเผชิญหน้าและมองได้อย่างเต็มตาแล้ว



          มีสิ่งที่แปลกอยู่อย่างเดียวนั่นก็คือ ลูฟี่มองไม่เห็นอย่างที่พวกเขาเห็นแม้แต่น้อย…


          มองเห็น...วิญญาณของโปรโตกัส ดี เอส
















          “วันนี้คุณพี่ชายเขาจะทำอะไรนะ...” โรบินที่กำลังพักผ่อนจิบชาเอ่ยเบาๆ


     “ก็เหมือนเดิมทุกวันนั่นล่ะนะ” นามิตอบ พลิกหน้าหนังสือพิมพ์ดู เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจก็วางลงบนโต๊ะ เบนสายตามองกัปตันเรือที่นั่งอยู่หัวเรืออันเป็นที่ประจำของเขา ส่วนด้านล่างนั้น มีบุคคลที่เป็นหัวข้อสนทนากำลังนั่งอยู่


     พวกเธอมองเห็นร่างโปร่งแสงของโปรโตกัส ดี เอส เมื่อหลายวันก่อน ตอนแรกนึกว่าทุกคนเห็นภาพหลอน หรืออาจโดนอำนาจของอะไรบางอย่างเข้าไป แต่แฟรงกี้ที่ได้เห็นก็บอกว่า เขาอาจจะคล้ายคราบาวทาแมนที่เป็นเทพสถิตมาดูแลเรือ ส่วนโปรโตกัส ดีเอส ที่เหลือเพียงจิตก็อาจจะอยากมาดูน้องชายบ้างก็เป็นได้...ได้ยินอย่างนั้นทุกคนก็เบาใจลง แต่ก็ยังนับว่าเป็นเรื่องประหลาดในช่วงนี้อยู่ดี


          วิญญาณของเอสไม่ได้ทำอะไรนอกจากเฝ้ามองน้องชายเงียบๆ เขาไม่เคยเปิดปากพูด หรือแสดงท่าทีใดๆต่อลูกเรือ จะมีก็แต่ลูฟี่ ที่เขาจะเข้าไปใกล้ชิดเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้แตะต้องตัวแต่อย่างใด


          จะมีก็ครั้งหนึ่งที่ลูฟี่บาดเจ็บจนผลัดตกน้ำลงไป เอสที่นั่งอยู่ข้างๆถึงกับผุดลุกขึ้น เขาแปลงกายเป็นไฟ เคลื่อนย้ายตัวเองลงไปเหนือทะเล ยื่นมือหมายรอรับร่างที่ร่วงโรยของน้องชายเอาไว้


          แต่...ร่างของลูฟี่กลับทะลุผ่านมือของเอสไป


          นามิจำสีหน้าร้อนรนระคนเจ็บปวดของชายหนุ่มได้ดี เขาเบิกตา เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ดึงมือที่ยื่นรอรับกลับเข้าหาตัว แล้วสุดท้ายร่างกายที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงก็กลับมายืนข้างๆเหล่าลูกเรือหมวกฟาง จ้องมองซันจิที่กระโดดลงน้ำไปช่วยน้องชายของตนด้วยแววตาอ่อนลง


          เจ้าพวกบ้าเอ้ย ทำไมฉันต้องมาเห็นอะไรอย่างนี้ด้วยนะ ไม่ใช่แค่แต่นามิ ลูกเรือโจรสลัดหมวกฟางทุกคนเห็นเหตุการณ์นี้ด้วยกันทั้งนั้น แฟรงกี้ บรู๊คและช็อปเปอร์ถึงกลับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้โฮจนต้องเขกหัวกันไปคนละที…


          จะว่าไป วันนั้นเธอก็รู้สึกสะเทือนใจจนน้ำตาคลอเหมือนกัน


      นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่ลง นามิยังคงจ้องมองไปที่สองคนนั้น แม้จะอยากเบือนสายตาหนี แต่ก็สนใจใคร่รู้เกินกว่าจะทำ


          ลูฟี่กำลังนั่งขัดสมาธิ ประสานมือหลวมๆไว้ที่หน้าตัก สายตายังคงจ้องมองไปที่ปลายทะเลที่เงียบสงบ ไม่บ่อยนักที่ทุกคนจะเห็นเขาทำแบบนี้ แต่ก็นั่นล่ะ ถึงจะไม่บ่อย แต่ก็นับว่ามีบ้าง และวันนี้คงเป็นวันที่เขาต้องการความสงบเพื่อครุ่นคิดอะไรเงียบๆ


          เปลวไฟที่อยู่ปลายนิ้วถูกดับลงก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะวางลงบนหัวของเจ้าซันนี่ ชายหนุ่มยืนอยู่ด้านล่าง เงยหน้ามองน้องชายที่นั่งอยู่ด้านบน นามิไม่เห็นว่าเขาทำสีหน้าเช่นไร แต่เดาได้ว่าเขาน่าจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเฉกเช่นทุกวัน


          ร่างโปร่งแสงนั้นทิ้งตัวลงนั่ง หันหลังให้กับน้องชายของตน ดันหมวกสีส้มใบใหญ่ขึ้น...นั่นไง ยิ้มอยู่จริงๆด้วย นามิเท้าคาง ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นเมื่อเอสเริ่มขยับริมฝีปากพูดอะไรบางอย่าง


          “เขาพูดด้วยล่ะ”


          โรบินหันมามอง ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย “เพิ่งจะเคยเห็นเลยนะ”


          “เอ๊ะ ไม่ใช่แค่พูดนี่” ต้นหนสาวมองเห็นริมฝีปากที่โค้งขึ้นขยับต่อไปเรื่อยๆ เขาไม่ได้แค่กำลังพูด แต่กำลังร้องเพลง


          หญิงสาวหลับตา แม้จะตั้งใจเงี่ยหูฟังเพียงใด เธอก็ไม่อาจได้ยินเสียงของร่างโปร่งใสนั่นได้เลย








“Five little ducks went out one day

(วันหนึ่ง เจ้าลูกเป็ดทั้งห้าตัวออกไปข้างนอก)

Over the hills and far away

(เดินทางผ่านเนินเขา และไกลออกไปเรื่อยๆ)

Mother duck said quack-quack quack-quack

(แม่เป็ดก็ร้องเรียก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก)

But only four little ducks came back

(แต่ลูกเป็ดน้อยก็กลับมาเพียงสี่ตัว)



Four little ducks went out one day

(วันหนึ่ง เจ้าลูกเป็ดทั้งสี่ตัวก็ออกไปข้างนอก)

Over the hills and far away

(เดินผ่านเนินเขา และไกลออกไปเรื่อยๆ)

Mother duck said quack-quack quack-quack

(แม่เป็ดก็ร้องเรียก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก)

But only three little ducks come back

(แต่ลูกเป็ดน้อยก็กลับมาเพียงสามตัว)



Three little ducks went out one day

(วันหนึ่ง เจ้าลูกเป็ดทั้งสามตัวออกไปข้างนอก)

Over the hills and far away

(เดินทางผ่านเนินเขา และไกลออกไปเรื่อยๆ)

Mother duck said quack-quack quack-quack

(แม่เป็ดก็ร้องเรียก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก)

But only two little ducks come back

(แต่ลูกเป็ดน้อยก็กลับมาเพียงสองตัว)



Two little ducks went out one day

(วันหนึ่ง เจ้าลูกเป็ดทั้งสองตัวออกไปข้างนอก)

Over the hills and far away

(เดินทางผ่านเนินเขา และไกลออกไปเรื่อยๆ)

Mother duck said quack-quack quack-quack

(แม่เป็ดก็ร้องเรียก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก)

But only one little duck come back

(แต่ลูกเป็ดน้อยก็กลับมาเพียงตัวเดียว)



One little duck went out one day

(วันหนึ่ง เจ้าลูกเป็ดตัวหนึ่งออกไปข้างนอก)

Over the hills and far away

(เดินทางผ่านเนินเขา และไกลออกไปเรื่อยๆ)

Mother duck said quack-quack quack-quack

(แม่เป็ดก็ร้องเรียก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก)

But none of those little duck come back

(แต่ก็ไม่มีลูกเป็ดตัวไหนกลับมา”...)





“เพลงอะไรอ่ะเอส ประหลาดจั” เด็กน้อยหัวเราะขำ “มีแคว๊ก-แคว๊กด้วย”


โป๊ก โดนเขกหัวเพราะดันไปพูดสบประมาทพี่ชายเข้า ลูฟี่กุมหัวที่ถูกเขก เบะปาก น้ำตาคลอ สุดท้ายก็ได้พี่ชายคนรองเข้ามาไกล่เกลี่ยให้เช่นเคย


“พวกนายนี่น้า” ซาโบหัวเราะ ลูบหัวเด็กชายเบาๆ “ลูฟี่แค่เจ็ดขวบ อย่าไปถือสาน้องมันเลยน่าเอส แล้วก็ลูฟี่ เอสอุตส่าห์ร้องเพลงให้ฟังก็อย่าไปหัวเราะเขาสิ”


“ก็มันมีเสียงประหลาดนี่นา” ลูฟี่ทำปากยื่น “แล้วเนื้อเพลงหมายความว่าไงเหรอ”


“ลูกเป็ดหนีแม่เป็ดไปเที่ยวไง ตอนแรกมีอยู่ห้าตัวก็ค่อยๆหายไป แล้วสุดท้ายก็ไม่มีตัวไหนกลับมาหาแม่เป็ดเลย แม้แม่เป็ดจะร้องเรียกแค่ไหนก็ตาม” ซาโบอธิบาย แต่รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่ดันพูดอย่างนั้นเมื่อเจ้าคนเด็กสุดในนี้เริ่มจะทำตาใสๆเหมือนจะร้องไห้


“แล้วแกจะร้องไห้ทำไมหา” เอสว่าพลางเขกหัวน้องมันไปอีกหนึ่งที กลายเป็นว่าลูฟี่น่าจะปล่อยโฮเพราะหมัดเอสซะแล้ว


“โฮฮฮฮ! บ แบบนั้นมันน่าเศร้า อึ๊ก ม...ไม่ใช่เหรอ?” ใช้มือเช็ดน้ำมูกน้ำตาไม่พอ ก็เอื้อมไปคว้าชายเสื้อของพี่ชายสองคนมาเช็ดๆถูๆด้วย เอสที่ตอนแรกร้องโวยวายก็เริ่มจะเอือม แกะมือเล็กๆนั่นออกจากเสื้อกล้ามของตนแล้วยื่นหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ


“ไม่เศร้าหรอกน่า สุดท้ายแม่เป็ดก็เจอลูกเป็ดครบนั่นแหละ!”


“แล้วทำไมซาโบไม่บอกเล่า! ปล่อยให้ฉันเศร้าอยู่ได้” โบ้ยความผิดไปให้คนอื่นซะงั้น


ซาโบหัวเราะ ติ๊งต๊องชะมัดเจ้าพวกนี้! “ก็เอสไม่ได้ร้องถึงตรงนั้นนี่นา”


“อ้าว” หันไปมองอีกคนพลางสูดน้ำมูกฮึก หยุดร้องไห้แล้วแต่แก้มยังเปื้อนคราบน้ำตาเป็นทาง เอสถอนหายใจ ดึงเสื้อตัวเองขึ้นมาเช็ดแก้มให้ เหมือนจะเป็นพี่ชายที่ดีแต่เพราะเช็ดด้วยความแรงที่ไม่ใช่น้อยทำให้แก้มเด็กน้อยแดงเถือกไปหมด


“เพราะนายหัวเราะขึ้นมาก่อนนั่นแหละ--ไม่เอา ไม่ร้องแล้วเฟ้ย เอาไว้วันหลังค่อยฟังตอนจบแล้วกัน”


“วันหลังจริงๆนะ?”


“เออ”


เมินน้องชายที่กระพริบตาออดอ้อนได้ลงคอ ลูฟี่มองพี่ชายทั้งคู่ทิ้งตัวลงบนที่นอนก็ได้ทีลงไปนอนบ้าง แน่นอนว่าต้องแหวกพี่ชายทั้งสองออกจากกันแล้วนอนตรงกลาง...อืม ตรงนี้อุ่นสบายที่สุดเลย


“มาแทรกคนอื่นเค้าได้ไงฟะเจ้าบ้านี่”


“ชิชิชิ ก็ตรงนี้มันนอนสบายนี่นา” ลูฟี่หัวเราะคิกคัก รู้ดีว่าพี่ชายก็โวยวายไปอย่างนั้นแหละ เพราะปกติพวกเขาก็นอนเรียงกันอย่างนี้ประจำ “แล้วทำไมลูกเป็ดถึงหายไปได้ล่ะ”


“นี่ยังคิดเรื่องนั้นอีกเหรอ?” ถึงจะพูดอย่างนั้น เอสก็ครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยตอบไป “พวกมันคงจะหลงทางกลับไม่ถูกล่ะมั้ง แถมพอจะร้องตอบไป เสียงก็เบาจนแม่เป็ดไม่ได้ยิน”


“...ถ้าเป็นฉันนะ พอแม่เป็ดมาร้องเรียกแคว๊ก แคว๊กล่ะก็จะตะโกนให้สุดเสียงเลยว่า ฉันอยู่ตรงนี้!!!”


“ไม่ต้องตะโกนให้ดูก็ได้!” เอสกับซาโบร้องพร้อมกัน พูดเสร็จซาโบก็ขำหน้าตาจริงจังของลูฟี่จนกลิ้งไปอีกทางของฟูก


เอสถูจมูก เห็นลูฟี่ยังคงลืมตาแป๋วอยู่ก็รีบเบรกจินตนาการอันไร้สาระของน้องชายเอาไว้ “ยังคิดอะไรอีก รีบนอนได้แล้ว”


“...ถ้าฉันเป็นลูกเป็ดล่ะก็ ซาโบกับเอสจะตามหาเจอมั้ยนะ”


“ถามโง่ๆ อย่างนายน่ะหายไปได้แป๊บเดียวก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งเสียงดังลั่นจนฉันกับซาโบหาเจออยู่แล้ว


“อ๊า ใช่เลย” ซาโบพยักหน้าหงึก ไม่สนใจเสียงแย้งของลูฟี่ที่บอกว่าเขาไม่ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งสักหน่อย “เจ้าลูกเป็ดเสียงดังขนาดนี้ พวกฉันไม่ได้ยินก็หูหนวกแล้ว”


“อ่อยเอี๋ยวอี้อ้ะอาโอ (ปล่อยเดี๋ยวนี้นะซาโบ)” ซาโบหัวเราะจนพอใจแล้วก็ปล่อยมือออกจากแก้มเจ้าลูกเป็ดน้อย ลูฟี่กุมแก้ม ถึงจะไม่เจ็บเพราะเป็นยางก็เถอะ ยังไงก็ไม่ชอบให้ใครมายืดตัวอยู่ดี “ซาโบอย่าแกล้งหลับสิ!”


เห็นพี่ชายเงียบแบบแกล้งตาย ลูฟี่ก็ดึงผ้าห่มที่อยู่ปลายเท้ามาคลุมตัวเอง ตวัดส่วนปลายทั้งสองของผ้าเผื่อไปให้พี่ชายตนด้วย...กลายเป็นว่าผ้าห่มผืนน้อยนี่มีคนซุกตัวขอความอบอุ่นถึงสามคน


“ถ้าเอสและซาโบเป็นลูกเป็ดนะ ฉันก็จะหาเจอเหมือนกัน!”


“ถึงจะไม่ได้ยินเสียงร้องเรียก แต่ก็จะพยายามจนกว่าจะหาเจอ จะไม่ปล่อยให้หายไปแน่...” ยังคงพึมพำเรื่องนี้อยู่แม้ตาจะเริ่มปรือๆแล้ว ในที่สุดเด็กน้อยที่ซนมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไป


เอสและซาโบที่ศีรษะโผล่พ้นหมอนหันมาสบตากัน โดยไม่รู้ตัว พวกเขาก้มลงมองน้องชายที่นอนอยู่ระดับอกพวกเขา ใบหน้าของเอสมีรอยยิ้มประดับอยู่ ยิ้มนั้นอ่อนโยนมาก ชนิดว่าถ้าลูฟี่ได้เห็นล่ะก็ จะต้องประหลาดใจมากแน่


“เอส”


“ว่าไง”


“จะทำยังไงกับลูกเป็ดน้อยนี่ดีนะ?”


นัยน์ตากลมโตของเด็กชายทั้งสองสบกันอีกครั้ง แม้ไม่ต้องพูดออกมาก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายต้องคิดอย่างไร


ไม่ต้องให้นายตามหาหรอก เพราะฉันจะไม่หายไปไหน


จะอยู่ตรงนี้นี่ล่ะ ก็นายต้องการล่ะก็ ร้องเรียกได้เลยนะ เจ้าลูกเป็ด
















“...Mother duck said quack-quack quack-quack

But none of those little duck come back…ฮืมมม”


“ร้องเพลงอะไรอยู่เหรอลูฟี่” คุณหมอประจำเรือหันมาถามอย่างสนใจ


“อืมมม ฉันจำชื่อเพลงไม่ได้น่ะ” ลูฟี่กระโดดลงมาจากหัวของซันนี่ ยกมือแตะคาง ทำสีหน้าครุ่นคิด “เนื้อเพลงก็จำได้ลางๆ...เอ ชื่อเพลงอะไรกันนะ”


หลังจากวันนั้นแล้ว เอสก็ร้องเพลงนี่ให้ฟังอีก แต่ก็ร้องไม่จบสักครั้ง เพราะเขาดันหลุดหัวเราะก่อนทุกที แถมชื่อเพลงก็ไม่ได้ถามไว้ด้วย


ช็อปเปอร์เห็นลูฟี่เงียบไปก็กำลังจะขอตัวไปบันทึกตัวยาต่อ แต่แล้วคุณหมอตัวน้อยก็เบิกตาโต มองผ่านลูฟี่ไป...เห็นคุณพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงนั้นค่อยๆลุกขึ้น ถอดหมวกของตนเอง ใบหน้ายังคงยิ้มอยู่ ดวงตาหลับพริ้มพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้





Five little ducks went out one day

Over the hills and far away

Mother duck said quack-quack quack-quack

But only four little ducks came back



Four little ducks went out one day

Over the hills and far away

Mother duck said quack-quack quack-quack

But only three little ducks come back



Three little ducks went out one day

Over the hills and far away

Mother duck said quack-quack quack-quack

But only two little ducks come back



Two little ducks went out one day

Over the hills and far away

Mother duck said quack-quack quack-quack

But only one little duck come back



One little duck went out one day

Over the hills and far away

Mother duck said quack-quack quack-quack

But none of those little duck come back






“...ชื่อเพลงอะไรกันนะ”


ลูฟี่ยังคงนึกต่อ หูได้ยินเสียงอะไรแว่วมา เหมือนจะเป็นเสียงหวีดของลม ฟังดูประสานกันคล้ายบทเพลง


ตอนนี้เอง ช็อปเปอร์ก็รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองชั้นบน เห็นนามิและโรบินมองลงไปที่ลูฟี่


ไม่ใช่สายตาจากสองคนนั้น...ช็อปเปอร์หันไปจ้องร่างโปร่งแสงนั่นต่อ เอสลืมตาแล้ว นัยน์ตาสีดำนั่นสบมองเขา ค่อยๆยกนิ้วชี้ขึ้นมาจรดริมฝีปาก ทำท่าส่งเสียง ชู่ว ออกมา ช็อปเปอร์ตัวแข็ง เอสเห็นอย่างนั้นก็ยิ้ม เดินไปยืนเยื้องไหล่ลูฟี่ แล้วขยับริมฝีปาก ร้องเพลงบทนี้ต่อไป




Mother duck she went out one day

(วันหนึ่งแม่เป็ดได้ออกไปข้างนอก)

Over the hills and far away

(ผ่านเนินเขา และไกลออกไป)

Mother duck said quack-quack quack-quack

(แม่เป็ดร้องเรียก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก)

And all of those little ducks came back

(แล้วลูกเป็ดน้อยทั้งหมดก็กลับมา)



ลูฟี่ส่งเสียงหืมออกมา หูแว่วไปรึเปล่านะ...ท่อนเพลงสุดท้ายนั่น อยู่ดีๆก็แว้บขึ้นมาในสมอง



“...Mother duck said quack-quack quack-quack

And all of those little ducks came back”



คุณหมอประจำเรือชะงัก ริมฝีปากสองคนนี้ขยับเหมือนกันเปี๊ยบ ลูฟี่โคลงหัว ฮึมฮัมเพลงนี้ต่อ ทั้งยังกระโดดขึ้นไปนั่งบนหัวซันนี่อย่างเดิม จัดท่านั่ง แล้วจ้องมองผืนฟ้าและทะเลที่บัดนี้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน


“เอ ท่อนตะกี้มาจากไหนกันนะ จำได้ว่าที่เอสร้องไม่มีท่อนนี้นี่นา” ตัวเขาก็แปลกที่ร้องออกมาได้ "ช่างมันเถอะ! ดีแล้วล่ะนะที่แม่เป็ดหาลูกเป็ดเจอ"



ดีจริงๆ...


ริมฝีปากเด็กหนุ่มเหยียดเป็นเส้นตรง จู่ๆนัยน์ตาก็รู้สึกร้อนเหมือนโดนแผดเผาด้วยเปลวไฟ อาจเป็นเพราะพี่ชายที่ขยับเข้ามานั่งใกล้มากขึ้น...หรืออาจไม่ใช่สาเหตุนั้น


"บ้าเอ้ย ฉันน่ะ...ฉันหาพวกนายไม่เจอแล้ว"


"หาไม่เจอจริงๆนะ แม้จะร้องเรียกเสียงดังแค่ไหนก็ตาม"















ไม่หรอก ฉันได้ยินแล้วล่ะ


เอสเอนหลังจนไปชนกับแผ่นหลังของน้องชาย แม้จะสัมผัสไม่ได้ก็ไม่เป็นไร


"เจ้าน้องโง่ บอกแล้วไงว่าไม่ต้องตามหา"


"ฉันก็มานี่แล้วไง ฉันได้ยินเสียงของนายแล้วนะ"


"...ถึงมันจะเป็นเสียงร้องไห้ก็เถอะ"


ลูฟี่ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เขาเพียงแค่ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ และปล่อยให้ลมชะล้างมันออกไปเอง


ไม่ใช่ร้องเพราะได้ยินคำพูดของเอส แต่ร้องเพราะไม่ได้ยินต่างหาก


"...ฉันไม่ได้ใส่เสื้อด้วยสิ" ไม่เป็นไร ให้มือนี้เช็ดน้ำตาของนายก็ได้ เอสคลี่ยิ้ม เคลื่อนมือไปเช็ดแก้มของน้องชายอย่างเบามือ รู้ดีว่ามันไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ก็แค่อยากทำ


เอสพลิกตัว ใช้มือปัดป่ายเส้นผมสีดำนั้นออกไปตามความเคยชิน แล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของน้องชายหน้าโง่ที่น้ำตานองแก้ม


นี่เป็นจูบอวยพรนะ


จากนี้ก็ขอให้เติบโตอย่างแข็งแรงและร่าเริงแบบนี้ตลอดไป


แล้วก็…


ร่างโปร่งแสงผละออกจากน้องชาย มองเห็นชายหนุ่มร่างสูง เจ้าของฉายาศัลยแพทย์แห่งความตายที่อยู่เบื้องล่างกับช็อปเปอร์ เขากระโดดลงไปยืนต่อหน้าเจ้าหนุ่มนั่น


“ขอบคุณที่ช่วยน้องชายของฉันไว้” เอสก้มโค้งลงจนสุดตัว อีกฝ่ายไม่ได้ตอบ แต่แค่พยักหน้าให้เบาๆ  เอสหันไปมองลูกเรือทุกคนของน้องชายที่กำลังทำหน้าที่ตนเองอย่างแข็งขัน อา นั่นก็มีแต่พวกไว้ใจได้


ดีล่ะ


เจ้าของฉายาหมัดเพลิงหันไปมองแผ่นหลังน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย แผ่นหลังที่เมื่อครู่นั่นงองุ้ม ครานี้กลับเหยียดตรง ลูฟี่สูดจมูก ท้องฟ้าและทะเลไม่พร่ามัวเพราะหยาดน้ำตาอีกต่อไป


"ดูแลตัวเองด้วยนะ เจ้าลูกเป็ดโง่"
















หลังจากวันนั้น ทุกคนก็ไม่ได้เห็นวิญญาณของโปรโตกัส ดี เอสอีก เรือก็ใกล้เข้ากับเกาะเดรสโรซ่าเข้าไปทุกที ลอว์กำดาบในมือแน่นขึ้น เรื่องแผนการที่วางไว้ก็ย้ำกับพวกหมวกฟางจนแน่ใจแล้ว เหลือแต่ว่ามันจะทำตามมั้ย ก็แค่นั้น


“วันนี้หนาวกว่าปกตินะ” ลูฟี่ที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นมา “โอ๊ะ แต่โทราโอะมีโค้ทนี่นา คงไม่รู้สึกเท่าไร”


“วันนี้อากาศปกติดี” เขาตอบสั้นๆ ไม่ได้พูดสิ่งที่คิดอยู่ออกมา ความคิดที่ว่าอากาศอันอบอุ่นที่ลูฟี่เคยสัมผัสได้ก่อนหน้านั้นเป็นของหมัดเพลิง


เขาเห็นดวงตาสีดำนั่นหมองลงไป...ลอว์นึกถึงวันที่เอสมาก้มหัวให้เขา ถึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพยายามจะพูดอะไร แต่ก็คงไม่พ้นขอบคุณเรื่องที่เคยช่วยชีวิตหมวกฟางเอาไว้


“นาย...มองไม่เห็นเขาจริงๆรึ”


ลูฟี่เงยหน้ามองเขา สีหน้าเปลี่ยนเป็นสงสัย “เห็นอะไรเหรอ?”


“อา” เขาไม่ควรพูดสินะ “ไม่มีอะไรหรอก”


“ไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรซี่ โทราโอะ ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นเล่า” ลูฟี่ขมวดคิ้ว มองหน้าเขาได้ครู่หนึ่งก็หันไปเกาะขอบเรือ จ้องมองไปยังทะเลที่กว้างใหญ่ ที่ปลายสายตานั้นเป็นเกาะเดรสโรซ่า


จู่ๆลอว์ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากร่างนั้น เขาก้มลงมอง หมวกฟางคนนั้นกำลังยิ้มอยู่ แม้จะดูกระท่อนกระแท่น ทว่าก็เป็นยิ้มที่ดูร่าเริงดี “ไม่เห็นก็จริง...แต่ถึงก็รู้สึกได้ล่ะ ชิชิชิ ร้อนซะขนาดนั้นจะไม่รู้ตัวได้ยังไงกัน”


“เอสน่ะชอบว่าฉันขี้แย ชอบแหกปากร้องเสียงดังจนน่ารำคาญ”


“เอะอะก็เอาแต่เขกหัวอยู่เรื่อย ไม่เหมือนซาโบที่ใจดีกว่ากันตั้งเยอะ”


อยากเจอจังนะ พี่ชายอีกคน แม้ว่าจะตายไปแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่เห็นมาเยี่ยมเขาเลยนี่


ลูฟี่สูดลมหายใจลึก เปล่งเสียงดังกึ่งตะโกนออกมา


“ฉันอยู่ตรงนี้!!! ได้ยินรึยัง! ซาโบ!” เสียงนั่นทำเอาคนทั้งเรือสะดุ้งโหยง มีเสียงด่าจากนามิและซันจิแว่วมา ลูฟี่หัวเราะ ขอโทษกลับอย่างขอไปที


“ดังขนาดนี้ต้องได้ยินอยู่แล้วล่ะเนอะ ขนาดเอสยังหาฉันเจอเลย จริงม้า โทราโอะ?”


“อา เขาต้องได้ยินแน่นอน” เขาเผลอตัวไปตามคำพูดนั่นซะได้ ลอว์ซ่อนรอยยิ้มไว้ภายใต้หมวกขนสัตว์ของตน ได้ยินเสียงนามิตะโกนมาอีกแล้ว “ไปเถอะ นามิยะเรียกแล้ว คงใกล้จะถึงฝั่งแล้วล่ะ”


“โอ้!”


ขานรับอย่างแข็งขัน ลูฟี่ยิ้มกว้างให้ที่หมายใหม่ของเขา...การผจญภัยบทใหม่กำลังจะเริ่มแล้ว


จะไปให้ไกลกว่าเนินเขา และไปให้ไกลออกไปอีก


ดูให้ดีล่ะ เอส ซาโบ!







END













---------------------------------


สุดท้ายแล้วลูฟี่ก็ได้เจอซาโบอีกครั้งที่เดรสโรซ่า นั่นทำให้เราดีใจมากเลยค่ะ T_T ชอบเรื่องราวของทั้งสามคนมาก อ่านก็ร้องไห้ ดูอนิเมะก็ร้องไห้ นั่งเขียนฟิคนี้ก็ร้อง //จริงๆยังเริ่มเขียนไม่เท่าไรก็เริ่มร้องตั้งแต่บิ้วตัวเองแล้ว ฮา


เพลงที่เอามาเขียนในเรื่องชื่อเพลง five little duck ค่ะ เป็นเพลงกล่อมเด็ก ทำนองติดหูและน่ารักมาก ลองไปเสิร์จยูทูปฟังได้นะคะ 


ถ้าได้ทิ้งคอมเม้นหรือแอดเฟบไว้บ้างก็ขอบคุณมากนะคะ!

ผลงานทั้งหมด ของ Z.XiUWEN

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

30 ความคิดเห็น

  1. #30 ติ่งมันทุกด้อม
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 23:36

    อ่านจบก็คือร้องไห้เหมียนหมาเลยค่ะ T T

    #30
    0
  2. #29 byunbaekbe (@byunbaekbe) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 23:58
    โอ้บน เศร้า คิดถึงเอสสส
    #29
    0
  3. #28 byunbaekbe (@byunbaekbe) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:10
    เศร้าอ่ะ แต่ชอบมาก
    #28
    0
  4. วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 23:14
    ทำเอาน้ำตาคลอเลยค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 กรกฎาคม 2562 / 23:15
    #27
    0
  5. วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 00:45

    แงงงงงTT

    #26
    0
  6. วันที่ 9 มกราคม 2562 / 16:44

    ซึ้งค่ะ น้ำตาคลอเลย

    #25
    0
  7. วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 19:51
    ไม่ลงให้อ่านหรอคะ?อ่านไม่ได้
    #24
    1
    • 6 ตุลาคม 2561 / 22:36
      เปิดให้อ่านได้ตามปกตินะคะ บางครั้งถ้าอ่านผ่านแอพตัวหนังสือจะไม่ขึ้นน่ะค่ะ ลองเข้าผ่านเว็บเบราเซอร์ดูนะคะ ;_;
      #24-1
  8. วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 22:32
    น้ำตาไหลพรากเป็นเผาเต่าเลยค่ะ อ่านไปต้องหยุดเป็นพักๆเพราะร้องไห้จริงจังมาก อินมากเลยค่ะ แม่เป็ดได้ยินเสียงลูกเป็ดอย่างฟี่ทั้งคู่เลยนะ และเขาก็กลับมาหาฟี่ทั้งคู่เหมือนกัน เจ้าน้องชายตัวดี
    #23
    0
  9. #22 Alistna (@fernps) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 15:38
    เศร้าาา
    #22
    0
  10. วันที่ 20 เมษายน 2561 / 22:56
    อยู่ๆน้ำตาก้อไห้ค่ะ (╥_╥)
    #21
    0
  11. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:02
    ร้องจ้าาาา
    #20
    0
  12. #19 Dre_am☆ (@Dreamer_Eater) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 19:43
    โอ้ย กลับมาอ่านรอบสองก็ยังร้องไห้;;;-;;;
    #19
    0
  13. วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 22:07
    พึ่งดูตอนที่เอสตายจบพอดี น้ำตายังไม่แห้งดี อ่านฟิคนี้แก้มเปียกอีกรอบเลย TT
    #18
    0
  14. วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 18:20
    พึ่งดูตอนที่เอสตายจบพอดี น้ำตายังไม่แห้งดี อ่านฟิคนี้แก้มเปียกอีกรอบเลย TT
    #17
    0
  15. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:34
    อ่านแทบไม่รู้เรื่องเลยค่ะ นี่ยังร้องไห้อยู่เลย ทำไมเศร้าขนาดนี้ โอ๊ยยยยย
    แต่งดีมากเลยค่ะ
    #16
    0
  16. #15 Yeti456
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:47
    ไรท์คะ ตอนนี้เราร้องไห้อยู่ค่ะ ....
    #15
    0
  17. #14 talnlinn (@talnlinn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 08:13
    แต่งดีจังค่ะ มันไม่ได้เศร้านะ แต่แบบ หน่วงมากอะ ????????
    #14
    0
  18. วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:06
    ร้องไห้เลยซึ่งอ่ะ ชอบมากๆๆๆเลย
    #13
    0
  19. #12 Dre_am☆ (@Dreamer_Eater) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 12:22
    โอ้ยยยยย น่ารักจริงๆเลย///////
    อ้ากกก////////7///////
    ฮีลลิ่งที่ดีย์
    #12
    0
  20. #11 Kudo Seiko (@merts) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 20:56
    ฮรือออ เอสสสสส
    #11
    0
  21. วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 01:29
    ร้องไห้เลยอ่า ชอบค่ะชอบมาก
    #10
    0
  22. #9 Natnaree Pramual (@natnaree_pramual) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 20:15
    งื้อออ ชอบมากเลยอ่าา ร้องไห้เลยง่าา
    #9
    0
  23. #8 katty
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 22:58
    ซาโบยังไม่ตายเฟ้ยย!!!ลูกเป็ดโง่ ฮืออๆๆโอร๊ยยย...มันซึ้ง หวาน และปวดใจแบบแปลกๆ ไรเตอร์ก็จบซะใจร้าย ให้เจอซาโบหน่อยก็ไม่ได้TT
    #8
    0
  24. #7 kkyutanisreal (@chonamtan13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 02:36
    โอ้ยยอมเลยค่ะ อ่านแล้วร้องไห้หนักมาก คิดถึงเอส เอสจะคอยมองลูฟี่จากบนฟ้าตลอดไปใช่มั้ย ฮือออออออออออออออ /วิ่งไปร้องไห้ที่ท่าเรือ
    #7
    0
  25. วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 17:08
    อ่านแล้วซึ้ง สุดยอดค่ะ คิดถึงเอส ตอนดูอนิเมะนี่เอาหน้าซบหมอนร้องเลยล่ะ พอดูตอนซาโบมานะ พึ่งรู้ว่าซาโบก็แอบร้องตอนคุยกับโคอาล่าด้วย แต่ที่ชอบคือสายสัมพันธ์ขอวสามพี่น้องนี้มากกว่า
    #6
    0