OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 34 : ☆OK! I love U ★.. 26. หวังดีเสมอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    3 ส.ค. 56




26. หวังดีเสมอ...

 

ตุ้ง ตุ้ง แช่ ตุ้ง แช่ ตุ้ง แช่ ....

 

ไอ้เสียงที่กำลังดังอยู่นั้นมันเหมือนเสียงเชิดสิงโตมากกว่าว่ามั้ยครับ แต่ทว่าเสียงที่ดังอยู่นั้นเป็นฝีมือการตีกลองของไอ้เมา ที่มันกำลังตีกลองเพื่อเรียกรวมคณะชาวสินกำให้มารวมตัวกัน พวกผมที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยนั้นก็ถูกเรียกให้มารวมตัวกันที่ชายหาดเช่นกัน

 

ตอนนี้น้ำลงไปไกลพอสมควรทำให้ชายหาดมีพื้นที่ให้พวกเราสามารถนั่งตีวงล้อมเป็นวงกลมขนาดใหญ่ โดยมีไอ้หยี ไอ้ไม้ ไอ้แบงค์ ใหญ่ โจ และพวกปีสามอีกสองสามคนอยู่กลางวง ไอ้พวกปีสองกับปีหนึ่งนี่ถูกจับให้นั่งล้อมวงกันถ้วนหน้า

 

ส่วนผมกับไอ้ต็อปรับหน้าที่ตีกลองต่อจากไอ้เมาเพื่อที่ไอ้เมามันจะได้ไม่สามารถเลี่ยงกิจกรรมสันทนาการครั้งนี้ได้ เพื่อนเฟีย เพื่อนโฟ เพื่อนจั่น ก็อยู่ข้างๆ ผม คอยเตรียมน้ำเตรียมผ้าเย็นเผื่อว่ามีน้องๆ คนไหนร้องหา

 

มันทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศสนุกๆ ของการรับน้องที่คณะ แต่ทั้งมหาลัยต่างการันตีว่าการรับน้องของสินกำนี่ล้ำสุดอะไรสุดแล้ว ก็พอได้เห็นกับตามาบ้างแล้วครับ ก็เชื่อตามนั้นได้เลยจริงๆ

 

ทริปนี้มีคนรวมกันราวๆ สามสิบคน เพราะว่าเป็นทริปที่รวมพี่ๆ น้องๆ สายรหัสที่สนิทๆ กันเท่านั้น กิจกรรมรับน้องของสินกำนั้นจบไปแล้ว แต่ทว่าความเป็นสายรหัสนั้นมันไม่มีวันจบสิ้น ถึงเด็กสินกำจะชิวๆ ไม่เรื่องมากเท่าไหร่ แต่เรื่องรักพี่รักน้องนี่ถือเป็นสำคัญมากเหมือนกัน

 

“เอาละครับลองเช็คเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ของตัวเองด้วยนะครับว่ามาครบหรือยัง เราจะมาทำกิจกรรมสันทนาการเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีงามของพี่ๆ น้องๆ กันสักหน่อย...ไหนๆ ก็มาเที่ยวฟรี กินฟรี พักฟรีกันแล้ว ร่วมมือกันด้วยความเต็มใจนะครับ” ไอ้เริ่มต้นนี่ดูมาเป็นหลักการนะครับ แต่ลงท้ายแม่งแอบกัดชาวบ้านเค้าซะงั้น ใครว่าไอ้หยีไม่ร้ายนี่มาต่อยกันเลยเถอะครับ

 

“เต็มใจคร้าบ/ ค่า” เสียงน้องๆ ก็ประสานกันมาอย่างพร้อมเพรียง คือมันต้องเต็มใจอ่ะ ไม่เต็มใจไม่ได้เพราะว่าทริปนี้แม่งเจ๋งทั้งที่พักทั้งอาหารครับขอบอก

 

“อย่างที่พี่บอกไปก่อนหน้าที่พวกเราจะเดินทางมาพักที่นี่กันแล้วนะคะ ทริปนี้ไม่เกี่ยวกับทางมหาลัย เป็นทริปที่พี่ พี่หยี พี่โจ พี่แบงค์และพี่ไม้คิดกันว่าน่าจะพาน้องๆ สายรหัสของพวกเรามาเที่ยวพักผ่อนหลังจากที่เรียนและทำกิจกรรมของมหาลัยมาตลอดเกือบทั้งเทอมแล้ว” สาวสวยที่นิสัยต่างจากหน้าตาลิบลับอย่างใหญ่...กำลังพูดอยู่กลางวงล้อมของน้องๆ จะว่าไปแล้วมันก็เร็วเหมือนกันนะ ใกล้จะหมดเทอมแรกของปีนี้แล้ว

 

“พวกพี่ๆ ไม่ได้บังคับว่าต้องมาทุกคนเพราะทริปนี้ไม่มีผลต่อกิจกรรมทางมหาลัยจะร่วมหรือไม่ร่วมก็ได้ จุดประสงค์ของการมาเที่ยวในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อพักผ่อนเท่านั้น แต่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของเราชาวสินกำ...และแอบเผื่อแผ่ให้กับหนุ่มๆ นิเทศหน้าตาดีทางด้านนั้นด้วยนะคะ” ไอ้ต็อปมันตีกลองรับทันทีเลยครับ ถึงมันจะทะเลาะกับใหญ่บ่อยๆ แต่พอโดนชมแบบนี้มันก็ชอบสิครับ ใหญ่สวยนะครับ สวยมากๆ แต่นิสัยนี่แบบอย่างห่ามไม่อย่างนั้นเป็นพี่รหัสไอ้เวสป้าไม่ได้หรอกครับ

 

“ไม่ใช่หน้าตาดีธรรมดานะค๊า หน้าตาดีมากจนเด็กสินกำบางคนอยากลากเข้ามากอดใต้ผ้าห่ม...” คำพูดของอิโจทำให้พวกน้องซันกับเพื่อนๆ กรี๊ดกร๊าดกันทันทีเลยครับ ผมก็ขำไปด้วยเพราะว่าไอ้เฟียแม่งร้อนตัวครับ

 

“ไม่ใช่แค่เด็กสินกำที่ลากครับ เด็กนิเทศบางคนก็แอบลากเด็กสินกำเข้าใต้ผ้าห่มคร้าบบบ” ไอ้จั่นมันกลัวว่าไอ้เฟียจะไม่มีเพื่อนร่วมเขินเลยจุดประเด็นที่คุยกันเมื่อเช้าขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้แบงค์แทบกระโดดออกมานอกวงแล้วถีบไอ้จั่นด้วยความเคือง

 

คือมึงอย่าร้อนตัวครับมันตอกย้ำให้น้องๆ เข้าใจถูกกันไปใหญ่

 

“ก็ถ้าเด็กนิเทศจะน่ารักขนาดนี้ เด็กสินกำก็ไม่ทนหรอกครับ” ไอ้หยีแม่งมาวินสุดครับวันนี้ เฮ้ย!! ทริปนี้แม่งทริปเปิดตัวรึไงครับถามจริงๆ ไอ้เฟียแม่งยืนนิ่งๆ ไม่ได้แล้วครับ มันหยิบน้ำขึ้นมากินแบบงับหลอดคาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยเลยทีเดียว

 

“โอ้ว!!!!!” เพื่อนๆ และน้องๆ ร้องกันลั่นๆ แล้วตบไม้ตบมือด้วยความชอบใจ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เห็นไอ้เฟียมันตายคาที่แล้วสะใจ

 

“พวกมึงไม่รู้อะไรครับ ช่วงนี้เด็กนิเทศเค้านิยมเด็กวิศวะนะครับ...” ไอ้เฟียมันมองหน้าผมแบบไม่ต้องสืบเลยว่ามันหมายถึงใคร ฉึกๆ ไม่ใช่แค่ผมที่ฉึกครับ ไอ้ต็อปด้วยครับที่ฉึก เพราะว่ามันก็ถูกเด็กวิศวะป้อเหมือนกัน แต่มันก็ทำหน้านิ่งแล้วตีกลองของมันต่อไป

 

กูเลยเอ๋อแดกเลยทีนี้ เล่นคนอื่นเค้ามาเยอะเจอกับตัวเองถึงขั้นไปไม่เป็นเลยครับ

“แต่ผมว่าเด็กสินกำของเราก็น่ารักไม่แพ้ใครเหมือนกันนะครับพี่หยี...” ไอ้เวสป้ามันยกมือแล้วพูดขึ้นมาเสียงดัง สายตามองตรงไปยังน้องไอน้ำที่นั่งกอดเข่าตัวเองอยู่ใกล้ๆ ไอ้ปีนกับไอ้เปา น้องมันก้มหน้างุดๆ ไม่รู้ว่าอายที่ถูกชมหรืออายอะไร ฮ่าๆ

 

 “ไอ้ป้าคะ...มึงอย่าหยอดหลานรหัสกูบ่อยสิคะไอ้น้องรัก เดี๋ยวหลานรหัสกูหวั่นไหว...” ใหญ่มันเดินเข้ามาเตะขาไอ้เวสป้าแล้วเดินเข้าไปแกล้งทำท่าโอ๋ๆ น้องไอน้ำ ผมว่าน้องมันจะยิ่งอายหนักมากกว่าเก่านะครับ

 

“เอาละครับๆ กูว่ากลับเข้าเรื่องก่อนดีกว่ามั้ยครับ ตอนนี้แดดกำลังร่มรีบๆ ให้น้องๆ ทำกิจกรรมกันดีกว่า” ไอ้ไม้มันรีบขัดตราทัพก่อนที่จะมีใครมาจีบกันเพิ่มอีก เพราะดูเหมือนว่าทริปนี้มันเป็นเหมือนทริปซ้อมฮันนีมูนยังไงก็ไม่รู้

 

“โอเคครับกลับเข้าเรื่องก่อนนะครับ เรามีเกมมาให้น้องๆ เล่นสองสามเกมเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีงามของพวกเรา น้องซันกับน้องลูกแก้วจะร่วมเล่นด้วยก็ได้นะครับ หรือว่าอยากจะดูเฉยๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน” ดูเหมือนว่าทั้งสองสาวจะอยากร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มากกว่ายืนดูเฉยๆ ผมโบกมือให้ลูกแก้วที่หันมายิ้มให้กับผมอย่างตื่นเต้น ปีหน้าลูกแก้วก็ต้องสอบเข้ามหาลัยแล้ว ลองๆ ร่วมกิจกรรมแบบนี้ดูก็ดีครับ เพราะถ้าถึงตอนที่รับน้องจะได้รับมือไหว

 

“เกมแรกคือเกม...ของฝาก” อ้อๆ ผมเคยเล่นครับตอนที่ไปค่ายอาสาเมื่อปีที่แล้ว มันเป็นเกมที่ให้เราบอกชื่อของเราแล้วบอกชื่อของฝากที่เสียงคล้องกับชื่อเราออกมาห้ามซ้ำกับคนอื่น จะเป็นขนม ผลไม้ ผัก ก็ได้ครับ ใครที่บอกซ้ำกับคนอื่นจะต้องถูกลงโทษครับ

 

“อย่างที่พี่อธิบายกฎกติกาการเล่นไปแล้วนะคะ ให้เวลาคิดชื่อของฝากของตัวเองเป็นเวลาห้านาที ใครที่บอกชื่อของฝากซ้ำกับคนอื่นหรือบอกอะไรที่ไม่ใช่ ผัก ขนม ผลไม้ หรือของกินจะถูกทำโทษด้วยการ...จับโยนลงน้ำทะเลนะคะ” เป็นการทำโทษที่ไม่หนักหนาอะไรเลยครับ เพราะว่ามาทะเลก็ต้องเล่นน้ำทะเล อีกอย่างคลื่นลมก็สงบ น้ำก็ไม่ได้เชี่ยว คลื่นไม่ได้สูงหรือว่าน่ากลัวอะไร ยังไงทริปนี้ก็เน้นเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้วครับ

 

ตอนนี้พวกที่นั่งล้อมวงอยู่นั้นกำลังพยายามนึกชื่อของฝากที่คล้องกับชื่อของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ประหนึ่งว่ามันเป็นการแข่งขันที่เอาศักดิ์ศรีของตัวเองเป็นเดิมพันเลยก็ว่าได้

 

 

 

 

“เอาละครับๆ หมดเวลาเตรียมตัวแล้ว งานนี้ใครไหวพริบดีก็เอาตัวรอดไปได้  ใครซ้ำกับคนอื่นก็เตรียมตัวถูกจับโยนลงน้ำนะครับ” เมื่อผ่านไปราวๆ เกือบสิบนาทีพวกปีสามมันก็เริ่มต้นเล่นเกมส์ ทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่ก็หันมาสนใจพวกปีสามที่อยู่กลางวง ใครคือผู้โชคดีคนแรกที่จะถูกเลือกก็รอลุ้นกันไปครับ

 

“ต็อป...กูแน่นแบบแปลกๆ ว่ะ” ผมรู้สึกแน่นๆ ร้อนๆ แบบแปลกๆ ทั้งๆ ที่อากาศมันไม่ได้ร้อนเลยนะครับ เทียบกับเมื่อวานนี้แล้วผมว่าวันนี้แดดร่มมากกว่าเยอะ

 

“มึงแน่นอก...ก็ยกออก อ่ะๆ กูล้อเล่น ไม่สบายรึเปล่าวะมึง ไปหาที่ร่มๆ นั่งพักไป” มุขไรวะกูเพลียมาก ไอ้ต็อปมันโบกมือไล่ผมและหันไปตีกลองแบบรัวๆ เพื่อให้น้องๆ ลุ้นว่าใครจะเป็นคนแรกที่ถูกเปิดซิง...เอ่อ ถูกประเดิมให้เล่นคนแรกนั่นแหล่ะครับ

 

“ไม่เป็นไรๆ กูแค่ร้อนเฉยๆ” ผมโบกมือพัดเพื่อไล่ความร้อนแล้วมองดูกิจกรรมที่พวกมันกำลังร่วมเล่นกันอยู่

 

“น้องไอน้ำครับ...” ไอ้หยีมันชี้มาที่น้องไอน้ำที่นั่งจดจ้องอยู่ น้องถึงกับสะดุ้งเลยครับ

 

“ฮะ...ผมชื่อไอน้ำ ผมเอากะหล่ำมาฝากครับ” ผมแอบได้ยินน้องมันต่อท้ายว่ารอดแล้วกู คนแรกนี่โชคดีครับเพราะไม่ต้องกลัวซ้ำกับใคร คนหลังๆ นี่ก็รอดูกันต่อไปครับ

 

“พี่เมาครับ” น้องไอน้ำชี้ไปทางไอ้เมาที่นั่งอยู่ข้างๆ ไอ้เวสป้า คือคนที่ถูกเลือกจะเลือกคนอื่นต่อๆ ไปเป็นทอดๆ ครับ

 

“ผมชื่อเมา ผมเอา...ซาลาเปามาฝากครับ...” ฮิ้ว!! เสียงฮิ้วนี่ดังยาวลั่นหาดเลยครับ มันก็ไม่น่าจะมีอะไรหรอกนะครับถ้ามันไม่ได้มีประเด็นของไอ้สองคนนี้อยู่ก่อนหน้า มันชงเองดื่มเองเลยครับครั้งนี้

 

“กูว่าแม่งแดกกันเองหมดอ่ะ พี่รหัสน้องรหัสคณะนี้เนี่ย ไม่เหมือนน้องรหัสกู ถ้าไม่มีเรื่องให้ช่วยแม่งไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็น จนบางทีกูก็คิดว่ากูไม่มีน้องรหัสซะอีก” ไอ้ต็อปมันยื่นหน้ามากระซิบบอกกับผม ผมเริ่มเหงื่อแตกพลั่กๆ ไปทั้งหน้าทั้งตัว ผมว่าผมน่าจะไม่สบายนะครับ เพราะว่าเมื่อคืนไปตากน้ำค้างกับไอ้ต็อปมาหรือเปล่านะ

 

“ลูกรัก...ดีโน่เว้ย” ไอ้เมามันโยนไปทางดีโน่ น้องมันนั่งหัวเราะอยู่ถึงกับเหวอแล้วหันมาตั้งตัว

 

“ผมชื่อดีโน่ ผมเอาดิลโด้มาฝาก....”

 

“ห้ะ!!! มึงว่าอะไรนะ ทำไมลูกกูแรงและแรดแบบนี้” ไอ้เมามันแหกปากขึ้นมาลั่นๆ แล้วส่ายหน้าอย่างระอากับนิสัยของลูกสาวมัน เป็นภาพที่ฮามากครับ

 

“เอ้าๆ โน่ออกเสียงผิดไปนิดเดียวเอง จะบอกว่าเอาปีโป้มาฝากต่างหาก” น้องมันเถียงตาใสแล้วหันมายิ้มอ้อนๆ ให้ไอ้พวกปีสามที่อยู่กลางวง ไอ้ไม้นี่ถึงขั้นตบหน้าผากฉาดใหญ่แล้วส่ายหน้าใส่สุดที่รักของมัน

 

“เพื่อนไม้ครับ เพื่อนไม้ต้องตัดสินแล้วหล่ะครับว่าจะให้ผ่านหรือว่าต้องถูกทำโทษครับ...” ไอ้หยีมันยิ้มๆ แล้วโยนน้องรหัสมันไปทางไอ้ไม้ ให้ไอ้ไม้มันเป็นคนจัดการตัดสินเอาเอง

 

“เราก็ไม่ควรละเว้นใครคนใดคนหนึ่งนี่นะ เพราะฉะนั้นดีโน่ลุกขึ้นมานี่...เดี๋ยวพี่จะเป็นคนโยนเราลงน้ำเอง” แทนที่ดีโน่จะทำหน้ามุ่ยที่ถูกทำโทษ เปล่าเลยครับน้องวิ่งดุ๊กๆ ไปกอดแขนไอ้ไม้รอเลย ดูท่าน้องมันจะเต็มใจโดนทำโทษนะครับ

 

“พี่ขอสัมภาษณ์หน่อยคะ น้องดีโน่จะเอาดิลโด้มาฝากใครคะนั่น...ในเมื่อน้องดีโน่ของพี่ก็มีพี่ไม้ทีคนนี้อยู่แล้วทั้งคน” น้องมันหน้าแดงแจ๋แล้วก็บิดไปมากับคำถามของอิโจที่จีบปากจีบคอถามน้องอย่างจริงจังแบบสุดๆ

 

“ก็แบบถ้าพี่ไม้ไม่ยอมสนอง...น้องก็ต้องมีอุปกรณ์เสริม...อ๊ากกกกก พี่ไม้...” ไอ้ไม้มันจับน้องดีโน่ขึ้นบ่าแล้ววิ่งไปที่ทะเลก่อนที่จะจัดการโยนน้องมันลงน้ำแบบทันที โหดไปนะครับไอ้ไม้ น้องมันตัวเล็กนิดเดียวเองนะเว้ย

 

“พี่ไม้อ่า...” น้องดีโน่ผุดขึ้นมาจากน้ำแล้วโวยวายน้อยๆ ก่อนที่จะพยายามลากไอ้ไม้ลงไปในน้ำให้ได้

 

“เอาละครับพี่ว่าเราอย่าไปสนใจสองคนนั้นเลย มาต่อกันเลยดีกว่าครับ...เปาครับ” ไอ้หยีมันเรียกไอ้เปาที่กำลังนั่งมองสงครามปล้ำสะท้านหาด ของไอ้ไม้กับดีโน่ที่ลากกันลงน้ำอยู่สองคนแบบไม่สนสายตาใคร

 

“ผมชื่อเปา ผมเอาเหล้ามาฝากครับ” ไอ้เมามันนั่งกอดเข่าแล้วยิ้มๆ แบบปริ่มๆ ยังไงก็ไม่รู้ครับ ผมคันปากอยากจะแซวมากครับแต่ว่าผมยังไม่สนิทกับน้องกลุ่มนั้นเท่าไหร่ อีกอย่างตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าหัวมันหมุนแบบแปลกๆ แล้วด้วย

 

“ฮิ้ว...เมาเหล้าแล้วจะได้รักเมา เอ๊ย...เมารักรึเปล่าครับน้องเปา” ไอ้บอยกับไอ้แฟ้บมันโห่ขึ้นมา ดูเหมือนว่าน้องมันจะทำหน้าเหวอๆ คงไม่ทันคิดว่าจะถูกแซวแบบนี้

 

“คนนึงชื่อเมาจะเอาซาลาเปามาฝาก อีกคนชื่อเปาจะเอาเหล้ามาฝาก เค้าว่าคนที่ใจตรงกันมักจะคิดอะไรเหมือนๆ กันนะครับเนี่ย” ไอ้เวสป้ามันรับช่วงต่อจากเพื่อนสนิทของมัน ปฏิบัติการโห่แซวช่างครื้นเครงจนคนที่ถูกแซวนี้ไปไม่เป็นกันเลยทีนี้ แต่เว้นไอ้เมานะครับ ไอ้นี่มันด้านใครแซวยังไงมันไม่แคร์หรอกครับ

 

“ต็อปๆ กูหน้ามืดว่ะ” อยู่ดีๆ ผมก็รู้สึกหน้ามืด รู้สึกโหวงๆ แบบแปลกๆ ผมเซไปจับไหล่ไอ้ต็อปเอาไว้ ไอ้เฟียมันถลาเข้ามาดึงผมที่ทำท่าจะล้มลงไปทับไอ้ต็อปเอาไว้อีกแรง

 

“เอ้าๆ ไม่สบายรึเปล่าวะมึง” ไอ้ต็อปมันทิ้งไม้กลองที่มันกำลังตีแล้วพยุงผมเอาไว้  ผมส่ายหน้าไปมายังฝืนตัวเองอยู่คิดว่าจะไหว ดูเหมือนว่ากิจกรรมยังคงดำเนินต่อไป ความสนใจของทุกคนอยู่ที่เปาว่าจะเลือกใคร เลยไม่มีคนหันมามองทางผมเท่าไหร่ ก็ดีแล้วครับผมไม่ได้อยากให้ใครมาสนใจผมเท่าไหร่หรอก คนที่ถูกเลือกคือไอ้หินครับ...

 

“ผมชื่อฮะเก๋า ผมเอา...เฮ้ยไอ้ต่อ” ผมได้ยินเสียงมันตะโกนแต่ทว่าตาผมพร่ามัวและรู้สึกไร้เรี่ยวแรงจนต้องปล่อยให้ตัวเองล้มลง ผมได้ยินเสียงดังวุ่นวายและรู้สึกเหมือนมีคนพยุงผมขึ้นมาจากพื้น ได้ยินเสียงเอะอะรอบข้าง เสียงไอ้ต็อปที่เรียกผม เสียงไอ้หินพี่พยายามเรียกและปลุกผม เสียงของผู้คนมากมายที่ดังเบาลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

 

....................


 

 

 

 

“อืม...” ผมค่อยๆ ได้สติและค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละน้อยเพื่อมองไปรอบๆ สัมผัสนุ่มๆ ที่หลังของผมกำลังสัมผัสอยู่นั้นน่าจะเป็นเตียงนอนไม่ใช่บนพื้นหาดทรายแล้วหล่ะ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะตอนนี้ผมกลับมาอยู่ที่ห้องนอนเบอร์ห้าแล้ว

 

“อย่าเพิ่งลุกเดี๋ยวมึงจะหน้ามืดอีก” ไอ้ต็อปมันนั่งอยู่บนเตียงของมันข้างๆ ที่นอนของผม ไม่ได้มีแค่ไอ้ต็อปนะครับยังมีไอ้หิน ลูกแก้ว ไอ้เฟีย และไอ้หยี คาดว่าคนอื่นๆ น่าจะยังคงทำกิจกรรมกันอยู่ที่ชายหาดตามเดิม

 

“มึงไม่สบายก็ไม่น่าจะฝืนไปร่วมกิจกรรมนะต่อ เป็นอะไรขึ้นมากูถูกพี่พายฆ่าตายแน่ๆ” ไอ้ต็อปมันเอาผ้ามาจัดการเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ผม ผมรู้สึกมึนหัวขั้นสุดยอดไม่รู้เพราะอะไรที่เป็นสาเหตุให้ผมไม่สบายแบบนี้

 

“กูเพิ่งรู้สึกหน้ามืดตอนที่เล่นเกมของฝากนั่นแหล่ะไม่รู้เป็นอะไร แต่ตอนนี้กูโอเคแล้ว พวกมึงไปดูน้องๆ ต่อเถอะไม่ต้องห่วงกูหรอก...” ผมไม่อยากให้ตัวเองภาระอะไรของใคร เพราะที่มานี่ก็ติดสอยห้อยตามพวกมันมาอีกที ไม่อยากทำให้ดูเหมือนว่าเพราะผมทำให้กิจกรรมต้องมาชะงัก

 

“ไม่ให้ห่วงได้ไงหน้ามึงซีดขนาดนี้ ตัวก็ร้อนอีกต่างหาก ไปหาหมอมั้ยมึง” ไอ้หินมันนั่งอยู่ไม่ห่างมันกุมมือของผมเอาไว้ตลอด ผมว่าผมรู้แล้วว่าไอ้ต็อปมันจ้องหน้าผมทำไม แต่มันไม่ได้พูดอะไรออกมาเท่านั้นเอง

 

“กูไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้น...” ผมไม่ได้ดึงมือออกจากการเกาะกุม มันจะดูเป็นการทำลายความรู้สึกของมันเกินไป มันเป็นห่วงผมที่กำลังไม่สบายผมก็รู้สึกขอบคุณมันมากๆ

 

“มึงไม่ต้องห่วงเรื่องกิจกรรมหรอกตอนนี้พวกไอ้ไม้กับใหญ่คุมน้องๆ อยู่ มึงน่ะนอนพักไปเหอะ ถ้าไม่ดีขึ้นเดี๋ยวเย็นนี้กูพาไปหาหมอ” ไอ้หยีมันนั่งอยู่ข้างๆ ไอ้เฟีย มันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ แต่ผมก็รับรู้ได้ถึงความห่วงใยของมัน

 

“กูขอโทษนะ...”

 

“ขอโทษอะไรใครอยากป่วยวะ มึงน่ะนอนพักไปเลยไม่ต้องออกไปตากแดดตากลมหรอกอาการจะได้ดีขึ้น เผื่อว่าพรุ่งนี้กับมะรืนนี้หายจะได้เล่นน้ำได้ไง” ไอ้เฟียมันยิ้มให้ผมแล้วตบบ่าผมเบาๆ ผมยิ้มให้กับพวกมันจางๆ

 

“พวกมึงไปเหอะเดี๋ยวกูอยู่กับมันเอง” ไอ้ต็อปมันยังคงเช็ดหน้าให้ผมจนผมรู้สึกว่าหนังหน้าผมจะถลอกแล้วครับ มันเช็ดแบบเบามือไม่เป็นเลยรึไงวะ
 

“พี่ต็อปกลับไปตีกลองดีกว่านะคะ ลูกแก้วชอบเวลาที่พี่ต็อปตีกลองมากๆ เลยสนุกมากเลยค่ะ ให้พี่ฮะเก๋าอยู่เฝ้าพี่ต่อไปเถอะนะคะ...นะ นะ” ลูกแก้วเข้ามาเกาะแขนของไอ้ต็อปแล้วเขย่าเบาๆ ทำหน้าตาอ้อนใส่ขนาดนั้นคิดว่าไอ้ต็อปมันจะเห็นแก่เพื่อนหรือว่าคนน่ารักหล่ะครับ

 

“แต่ว่าพี่อยากอยู่กับไอ้ต่อนี่ครับ...” น่าแปลกครับน่าแปลกที่ไอ้ต็อปมันเลือกผมมากกว่าสาว ผมควรจะซึ้งใจหรือว่าอะไรดีวะเนี่ย

 

“มึงไปกับพวกกูน่ะดีแล้ว ตัวเล็กแบบมึงแบกไอ้ต่อไม่ไหวหรอก ถ้ามันเกิดเป็นอะไรขึ้นมามึงต้องเสียเวลาไปตามพวกกูอีก ไอ้ต่อตายก่อนพอดี...” ไอ้หยีมันพูดขึ้นมาอย่างมีเหตุผล ผมว่าผมไม่ได้อาการหนักขนาดนั้นหรอกนะ แต่เรื่องแบบนี้ก็พูดยาก เพราะผมเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะหน้ามืดเป็นลม...ยังเป็นเลยครับ

 

“เออ...ก็ได้” ผมรู้ว่าไอ้ต็อปมันคงไม่ชอบใจเท่าไหร่ที่จะให้ผมอยู่กับไอ้หินสองคน เพราะอะไรอันนี้ผมว่าผมพอจะรู้แหล่ะครับ ท่าทางของไอ้ต็อปมันเปิดเผยมากขนาดนั้นนี่นะ

 

“ฝากดูแลมันด้วยแล้วกันนะฮะเก๋า นี่กุญแจรถเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน” ไอ้เฟียมันส่งกุญแจรถของมันให้ไอ้หินเอาไว้ แล้วมันก็พากันลากไอ้ต็อปออกไปจากห้อง ไอ้ต็อปมันหันมามองหน้าผมอีกครั้ง

 

“ต่อ...มึงอย่าลืมเรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืนนี้นะ” มันย้ำกับผมอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกไป ผมรู้ว่ามันต้องการบอกอะไร แต่ผมก็ไม่อาจจะผลักไสน้ำใจของไอ้หินมันได้

 

เมื่อทุกคนออกจากห้องไปก็เหลือเพียงผมกับไอ้หินและความเงียบที่โอบล้อมเราทั้งสองคนเอาไว้ อยู่ดีๆ ผมกับมันก็ไม่ได้พูดหรือเอ่ยถามอะไร ต่างคนต่างเงียบมีเพียงมือของมันที่กุมมือของผมเอาไว้และมืออีกข้างที่ค่อยๆ เช็ดหน้าเช็ดตัวให้กับผม

 

“หิน...กูอยู่คนเดียวได้นะถ้ามึงอยากกลับไป...”

 

“กูอยากอยู่เป็นเพื่อนมึงมากกว่า ให้กูทิ้งมึงเอาไว้คนเดียวได้ยังไง ถ้ามึงเป็นอะไรขึ้นมากูจะทำยังไง” มันพูดอย่างจริงจัง แววตาขี้เล่นหายไปจากใบหน้าของมัน มือที่กุมมือผมอยู่ก็กระชับแน่นจนผมเจ็บและเผลอร้องออกมา

 

“กูขอโทษ...กูแค่เป็นห่วงมึงมากเกินไป” มันคลายมือที่กุมมือผมออกเล็กน้อยแล้วนั่งก้มหน้านิ่งๆ อยู่แบบนั้น ผมอยากจะลุกขึ้นมานั่งแต่ก็เวียนหัวมากเลยนอนนิ่งๆ แล้วบีบมือมันเบาๆ

 

“กูไม่ได้โกรธอะไรมึงสักหน่อยไม่ต้องขอโทษหรอก กูไม่ได้เป็นอะไรมากแค่หน้ามืดเท่านั้นเอง นอนพักสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น” ผมยิ้มจางๆ ให้กับมันที่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม มันดูเป็นห่วงผมมากๆ เหมือนอย่างเมื่อก่อนตอนที่เรารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยกัน ต่างคนต่างเป็นห่วงซึ่งกันและกันเสมอ

 

ก่อนที่ผมจะล้มลงและหมดสติไปนั้น ผมเห็นไอ้หินมันวิ่งเข้ามาหาผม มันนั่งอยู่เยื้องๆ จากที่ผมกับไอ้ต็อปกำลังตีกลองกันอยู่ ผมเห็นนะว่ามันมองมาทางผมบ่อยมาก ผมก็ไม่ได้อะไรมากมายทำเพียงแค่ยักคิ้วและส่งยิ้มให้มันไปก็เท่านั้น

 

ผมรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่มันมีให้กับผม ผมรู้สึกขอบคุณมันมากๆ ที่มันเป็นห่วงเป็นใยผมเสมอ แต่ผมคงรับไว้เพียงแค่ความห่วงใยของมันเท่านั้น ความรู้สึกอย่างอื่นที่แฝงมาทางสายตาของมัน...ผมคงไม่อาจจะรับเอาไว้ได้

 

“ถ้าอย่างนั้นมึงนอนพักนะต่อ กูจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนมึงตรงนี้ไม่ไปไหน ไม่ต้องกังวลอะไร ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาทำอะไรมึงได้...” มันพูดแปลกๆ น้ำเสียงมันดูแปลกๆ จนผมรู้สึกกังวลในใจ แต่ทว่ามันอาจจะไม่มีอะไร...ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้

 

“หิน...กูดีใจนะที่มึงกลับมาเป็นเพื่อนกูอีกครั้ง ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือว่าตอนนี้มึงก็ยังคงเป็นเพื่อนรักของกูเสมอ” ผมไม่ชอบความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นมาในหัวใจของผมตอนนี้เลย ผมเหมือนคนใจร้ายที่พูดตอกย้ำสถานะระหว่างเราว่ามันเป็นได้แค่ไหนให้มันฟัง ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันจะเจ็บเพียงไหน ยิ่งมันส่งยิ้มมาให้ ยิ่งมันกระชับมือผมแน่นเพียงใด หัวใจของผมยิ่งบีบรัดและเจ็บปวดมากเท่านั้น

 

ขอโทษนะหิน กูขอโทษจริงๆ กูรักมึงมากกว่าเพื่อนไม่ได้ กูให้ในสิ่งที่มึงต้องการไม่ได้...กูขอโทษ

 

ผมนอนหลับตานิ่งๆ โดยที่มีมือของมันกุมมือผมเอาไว้ ผมไม่อาจจะข่มใจให้หลับลงได้ ถึงแม้ว่าไอ้หินมันจะไม่ได้บอกความรู้สึกของมันออกมาอย่างชัดเจน แต่สายตาของมันกลับบอกความรู้สึกทุกอย่างออกมาจนหมดสิ้น จากที่ผมไม่แน่ใจ จากที่ผมไม่มั่นใจ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันรู้สึกอย่างไรกับผม

 

สายตาของมันที่มองมายังผม ไม่ใช่สายตาแบบเดียวกับที่ไอ้ต็อปมองผม ไม่ใช่สายตาแบบเดียวกับที่ไอ้เฟีย ไอ้หยี หรือเพื่อนคนอื่นๆ ใช้มองผม แต่ทว่าสายตาของมันไม่ได้ต่างอะไรจากที่พี่พายใช้มองผมเลย

 

ผมรู้ว่าการรักใครหรือรู้สึกดีกับใครสักคนแล้วเค้าไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเราได้มันทรมาน ผมรู้สึกอึดอัดในใจ รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้มีค่าอะไรพอที่จะทำให้คนดีๆ แบบมันต้องมาเจ็บปวดเพราะผม ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรมันถึงได้รู้สึกกับผมแบบนั้น

 

ผมไม่รู้อะไรเลย และตอนนี้ผมก็ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น ผมยังคงสับสนกับตัวเองว่าผมควรทำอย่างไร

 

“กูก็ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับมึง แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ถ้าเป็นกูที่มาก่อน ถ้ากูไม่ได้เป็นเพื่อนมึง กูจะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในใจมึงเหมือนอย่างเค้าหรือเปล่า...” มันเอ่ยถามขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ผมไม่รู้ว่ามันคิดว่าผมหลับไปแล้ว หรือมันจงใจพูดให้ผมได้ยิน

 

ถ้าไม่ใช่เพราะคำว่าเพื่อน กูคงทำอะไรได้มากกว่านี้ แสดงความรู้สึกให้มึงรับรู้ได้มากกว่านี้ และสามารถรักมึงได้มากกว่าที่เป็นอยู่...กูขอโทษนะที่รักมึง” เสียงของมันดูสั่นๆ มือของมันที่กุมมือผมเอาไว้ก็สั่นไม่ได้ต่างจากเสียงเลย ผมเจ็บพอๆ กับที่มันเจ็บ

 

ผมเจ็บเพราะว่าผมทำให้คนอื่นต้องเจ็บ ผมเจ็บเพราะว่าผมไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของมันได้ ไม่มีใครสามารถเข้ามาในใจของผมได้อีกแล้ว เพราะพื้นที่ทั้งหมดมันเป็นของพี่พายไปหมดแล้ว

 

“ถ้ามึงตื่นขึ้นมา...ขอให้เรายังคงเป็นเหมือนเดิมเหมือนอย่างที่เคยเป็น ถ้ามึงให้กูเป็นได้แค่เพื่อนกูก็จะเป็นเพื่อนของมึง ให้กูเป็นอะไรก็ได้ขอแค่กูยังได้อยู่ข้างๆ มึง ๆได้ยินเสียงมึงหัวเราะ ได้เห็นรอยยิ้มของมึง ได้รับฟังความทุกข์ใจหรือความดีใจของมึง...” เจ็บจัง...ทำไมผมรู้สึกเจ็บมากแบบนี้ ผมไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย ผมทำได้เพียงแค่นอนหลับตานิ่งๆ ราวกับว่าผมกำลังหลับใหล ทั้งๆ ที่จริงน้ำตาของผมมันดันไหลออกมาโดยที่ผมไม่สามารถห้ามมันได้

 

สำหรับผมแล้วความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนที่สุดคือความสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อน บางครั้งเราอาจจะทะเลาะกันบ้าง ผิดใจกันบ้าง แต่เราก็สามารถกลับมายิ้มให้กัน หัวเราะให้กัน กอดคอกันเฮฮา กอดคอกันร้องไห้ได้เสมอ

 

แต่ทว่าความสัมพันธ์ของคนรักนั้น ผมยังคงกังวลและหวาดกลัวกับมันอยู่ตลอดเวลา กลัวว่าถ้าวันข้างหน้าผมกับพี่พายต้องแยกกันแล้วเราสองคนจะมองหน้ากันได้อีกมั้ย จะยิ้มให้กันได้เหมือนอย่างที่เคยทำมั้ย กลัวว่าจะต้องต่างคนต่างหันหน้าเดินไปคนละทางเสียมากกว่า

 

“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เค้าทำให้มึงเสียใจหรือเค้าทำให้มึงเจ็บ มึงหันกลับมามองทางด้านหลังนะ กูจะอยู่ตรงนั้นเสมอไม่ไปไหน จะอยู่เพื่อเป็นทุกสิ่งทุกอย่างตามที่มึงต้องการ...” ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าความรักที่ใครๆ ต่างก็โหยหาอยากจะได้มาครอบครองนั้น มันไม่ได้หอมหวานเพียงอย่างเดียว แต่มันก็เจ็บปวดและทรมานหัวใจได้ในเวลาเดียวกัน

 

“หิน...กูไม่ได้มีค่ามากมายอะไรขนาดนั้น อาจจะมีคนอื่นที่มีค่ามากกว่ากู คนอื่นที่เค้าสามารถตอบรับความรู้สึกของมึงได้...”

 

“ต่อ...กูไม่ได้ขอให้มึงตอบรับความรู้สึกกู แต่อย่าบอกให้กูหยุดรักหรือว่าเลิกรักมึงเลย กูคงทำไม่ได้...กูขอโทษ” มันปล่อยมือออกจากมือผมแล้วลุกขึ้นจากที่นอนผืนข้างๆ ที่ผมนอนอยู่ ผมมองดูใบหน้าของมัน น้ำตาของมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเจ็บ

 

“มึงนอนพักนะกูขอออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกเดี๋ยวเดียว พักเยอะๆ มึงจะได้หายพรุ่งนี้จะได้ไปดูพระอาทิตย์ตอนเช้ากัน” มันยิ้มให้ผมก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ผมหลับตาลงอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่แสนจะทรมาน

 

“กูขอโทษนะหิน...” สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกได้ในตอนนี้ ต้องให้ผมขอโทษมันอีกสักกี่ร้อยครั้งพันครั้ง มันถึงจะช่วยลบล้างความเจ็บปวดในความรู้สึกของมันลงได้ ผมยินดีที่จะพูดมันออกไป

 

………...........
 

 

 

กองไฟสว่างลุกโชนอยู่ริมหาดทราย บรรดาผู้ร่วมทริปต่างนั่งล้อมรอบกองไฟเป็นวงกลมเพื่อหันหน้าเข้าหากัน ค่ำคืนที่แสงดาวพร่างพราวสกาวเต็มผืนฟ้าสีนิลสวยงามและเงียบสงบ มีเสียงฟืนปะทุและลูกไฟแตกกระเซ็นเป็นระยะๆ

 

ผมนั่งห่มผ้าอยู่ข้างๆ ไอ้ต็อปและมองดูรอยยิ้มของทุกคนอย่างมีความสุข เรื่องความสัมพันธ์ของสายรหัสมันเป็นอะไรที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด แต่ทว่าเราสามารถรับรู้ได้ด้วยใจ ความผูกพันของสายรหัสที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าต่างคนจะต่างที่มา ไม่ได้รู้จักหรือว่าสนิทสนมกันมาก่อน แต่ทว่าเมื่อใดก็ตามที่ได้มาร่วมสายรหัสกันแล้ว จะเกิดความผูกพันต่อกัน ราวกับมีสายใยเส้นบางๆ ถักทอพวกเราเอาไว้ด้วยกัน

 

ผมเองก็มีทั้งพี่รหัสน้องรหัสหลานรหัสแต่ทว่าไม่ค่อยได้คลุกคลีกันเท่าไหร่ นานๆ จะนัดเลี้ยงกันสักครั้ง นานๆ จะเจอกันสักหน เหมือนว่าต่างคนต่างอยู่ก็จริง แต่ทว่าเมื่อไหร่ที่ใครต้องการความช่วยเหลือ เราก็จะคอยช่วยกันอยู่เสมอ

 

ผมชอบความเป็นสายรหัสของพวกสินกำนะ มันดูเอาใจใส่ซึ่งกันและกันดี ดูมีความสนิทสนมกันตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่ ไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกัน เฮไหนเฮนั่น มันเป็นมิตรภาพที่สวยงามจริงๆ

 

ช่วงชีวิตของคนเราแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา สิ่งต่างๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปแต่ทว่ามิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อน พี่ น้อง จะคงอยู่และคงมั่นเสมอ...ผมเชื่อแบบนั้น

 

“หนาวมั้ยมึง อยากกลับห้องหรือเปล่า ไม่สบายยังจะอยากมานั่งตากลมแบบนี้อีก” ไอ้ต็อปมันทำเสียงดุๆ แต่ผมรู้ว่ามันเป็นห่วง มันขยับผ้าห่มให้กับผม อากาศช่วงตอนกลางคืนจะค่อนข้างเย็น หลายๆ คนก็พกผ้ามาห่มโดยเฉพาะสาวๆ ที่ไม่ลืมหยิบมา

 

จะว่าไปกูก็สำออยได้โล่เหมือนกันเนอะ...

 

“กูไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว อีกอย่างกูนอนมาตั้งแต่ตอนเย็นแล้วนะมึงให้กูนอนมากๆ รากงอกทำไงวะ...” รู้ครับว่าไม่ฮาแต่ก็อยากทำให้บรรยากาศมันดูดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ...

 

“กูไม่ขำว่ะต่อ มึงอย่าทำให้ตัวเองป่วยหรือไม่สบายได้มั้ยวะถ้าพี่พายมันรู้ว่ามึงป่วย...กูซวยนะเว้ย” ห่วงกูจังไอ้เพื่อนเวรเอ๊ย ที่แท้ก็กลัวว่าตัวเองจะซวย ถุย!!

 

“กูไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วน่าช่วงกลางวันอากาศมันอบอ้าวไงกูเลยหน้ามืด นี่ก็ดีมากแล้ว...”

 

“หน้าตาอย่างกับผีตายซากแบบนี้เนี่ยนะที่ว่าดีขึ้นแล้ว ไอ้หินมันไม่ได้ทำอะไรมึงใช่มั้ย” ไอ้ต็อปมันถามขึ้นมาด้วยความสงสัย แต่ทว่าผมกลับนึกถึงบทสนทนาของผมกับไอ้หินเมื่อตอนบ่ายๆ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกปวดหนึบและเจ็บแปลบในหัวใจมากเหลือเกิน

 

“มันจะมาทำอะไรกูเล่า พวกมึงก็คิดมากกันไปเอง...เพื่อนกันทั้งนั้น” ไม่รู้ทำไมผมถึงได้รู้สึกว่ามันลำบากที่จะพูดคำว่าเพื่อนออกมา อาจจะเพราะผมรู้แล้วว่ามันไม่ได้รู้สึกกับผมเพียงแค่เพื่อนเท่านั้น

 

ผมไม่ได้รังเกียจมันนะ มันยังคงเป็นเพื่อนของผมเสมอ แต่ผมคงต้องขอเวลาทำใจสักหน่อย ผมไม่อาจจะทำเหมือนว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรได้ ในเมื่อผมรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร

 

“ขอให้มันจริงเหอะ...กูไม่ได้โง่นะต่อถึงจะมองอะไรไม่ออกน่ะ แต่ถ้ามึงชัดเจนกับมันว่าแค่เพื่อนก็ดีแล้ว มึงก็รู้ว่าพี่พายน่ะหึงโหดแค่ไหน กูไม่อยากให้มันเป็นเรื่องเป็นราวอะไร” นี่ก็อีกข้อที่ผมกังวลใจ เพราะพี่พายมันคงมองออกมานานแล้วว่าไอ้หินมันคิดอย่างไรกับผม ถึงได้ดูอารมณ์เสียมากขนาดนั้นเมื่อรู้ว่าผมออกไปเที่ยวกับไอ้หิน แล้วถ้าพี่พายรู้ว่าผมโกหกเพื่อมาเที่ยวกับพวกสินกำ โดยที่ทริปนี้มีไอ้หินมาด้วย เรื่องมันคงยุ่งจนผมไม่รู้ว่าจะตั้งรับกับมันได้หรือเปล่า

 

“ต็อป...มึงอย่าเกลียดมันได้มั้ยวะ ยังไงมันก็เป็นเพื่อนกูเหมือนกัน...”

 

“กูไม่ได้เกลียดมัน แต่กูไม่ชอบที่มันรู้ทั้งรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ก็ยังพยายามจะมายุ่งวุ่นวายกับมึง...” ไอ้ต็อปมันพูดอย่างจริงจัง ผมวางมือลงบนเข่าแล้วซบหน้าลงไปพร้อมกับมองหน้าไอ้ต็อปที่ดูมันขึงขังไม่น้อย

 

“มันไม่สำคัญหรอกว่ามันจะรู้สึกยังไงกับกู มันสำคัญที่ว่ากูให้มันได้แค่เพื่อนเท่านั้น และมันจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง...” ผมยืนยันอย่างหนักแน่น ไอ้ต็อปมันเงียบลงไปไม่ได้เถียงอะไร มันเป็นเพื่อนคนสำคัญของผม และผมก็ไม่อยากเห็นเพื่อนของผมเกลียดหรือไม่ชอบเพื่อนอีกคนของผม ชีวิตของผมยังคงต้องอยู่กับพวกมันไปอีกนาน มันคงอึดอัดไม่น้อยถ้าคนรอบข้างของผมจะไม่ชอบหน้ากันแบบนี้

 

“เออ!! ก็ได้ กูก็ไม่ได้อะไรกับมันมากมายนักหรอกนะ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มึงยกมันขึ้นมาสำคัญกว่ากู...กูจะเกลียดมันจริงๆ” ไอ้ต็อปมันทำหน้างอนๆ ใส่ผม ผมต่อยแขนมันเบาๆ แล้วโอบไหล่มันเอาไว้แน่นๆ กอดมันจนมันโวยวายใส่ผมจนคนอื่นๆ หันมามอง

 

“ไม่ว่ากูจะมีเพื่อนเพิ่มเข้ามาอีกสักกี่คน ก็ไม่มีทางที่ใครจะมาสำคัญมากกว่ามึงหรอกต็อป...” ผมตบบ่ามันแล้วยิ้มให้กับมัน มันยิ้มออกมาในที่สุดแล้วก็มุดเข้ามาในผ้าห่ม มานั่งอยู่ตรงหว่างขาผม บางทีมันก็ชอบทำตัวน่ารักๆ ขัดกับนิสัยร้ายๆ ของมัน

 

“มึงสองคนจะสมสู่กันเองแล้วรึไงวะ นั่งเถียงกันทะเลาะกันเหมือนผัวเมียตีกัน แล้วนี่ยังมานั่งซ้อนกันแบบนี้อีก...กูคิดนะ” ไอ้เฟียที่นั่งอยู่ไม่ห่างแซวขึ้นมา ไอ้ต็อปมันอายมั้ยล่ะ ผมอายมั้ยล่ะ ไม่เลย ไม่อายสักนิดเพราะพวกมันน่าจะชินกับอะไรแบบนี้ได้แล้ว

 

“บางทีกูก็อยากรู้บ้างอะไรบ้างว่าทำไมเพื่อนรักถึงรักเพื่อน เพื่อนกันถึงกินกันเองอะไรแบบนี้ไง...” ไอ้ต็อปแม่งตอกกลับแบบกวนๆ ไอ้เฟียถึงขั้นใบ้แดกเพราะดันขุดหลุมฝังตัวเองซะงั้น ไอ้หยีแอบยิ้มแล้ววางมือลงบนหัวไอ้เฟียพร้อมกับโยกหัวมันเบาๆ ท่ามกลางการเล่าเรื่องลี้ลับเกี่ยวกับคณะสินกำเพื่อทำการเขย่าขวัญน้องๆ ปีหนึ่ง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เด็กปีหนึ่งต้องโดนรุ่นพี่เล่าขานสืบต่อกันไปทุกปีๆ จากรุ่นสู่รุ่น จากเรื่องสู่อีกเรื่อง...ที่ว่าจากเรื่องสู่อีกเรื่องก็เพราะว่าเล่ากันปากต่อปาก เล่าไปเล่ามามันเลยเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นไปเลยไงครับ

 

“ถ้ามึงนั่งเฉยๆ มึงก็ไม่โดนตีแสกหน้าหรอกไอ้เฟีย หุบปากแล้วนั่งนิ่งๆ อิงไอ้หยีผัวมึงไปเหอะ” ไอ้จั่นมันหันไปว่าเพื่อนมัน เห็นไอ้เฟียมันทำหน้ายุ่งๆ แล้วหันไปฟ้องอะไรสักอย่างกับไอ้หยีแล้วก็ฮาดี

 

แต่ความฮาของผมก็ต้องสะดุดเมื่อผมมองไปทางฝั่งตรงข้ามกับผมก็พบสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาทางผม ผมยิ้มจางๆ ให้กับมัน พยายามทำทุกอย่างให้มันเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่มีทางเหมือนเดิม ก่อนที่จะละสายตาไปทางอิโจที่กำลังเล่าเรื่องสยองได้อย่างหลอนประสาทสุดๆ จนน้องๆ บางคนหลุดกรี๊ดออกมาแล้วพาคนรอบข้างสะดุ้งกันเป็นทิวแถว หลายๆ คนขยับเข้ามานั่งชิดกับเพื่อนคนข้างๆ แล้วกอดกันจนกลม

 

“เรื่องเล่าของเราชาวสินกำเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับมีอยู่มากมาย บ้างก็เล่ากันว่ารูปปั้นหน้าคณะจะเคลื่อนย้ายได้ในยามวิกาล เรื่องเสียงครวญจากห้องล้างรูป และสถานที่ต้องห้ามที่ห้ามไปหลังหนึ่งทุ่มคือห้องน้ำทั้งหญิงและชายบริเวณชั้นสี่ เพราะมัน...เพราะมัน...เพราะว่ามัน...จะ.....จะ.....ล็อค” อิโจมันทำหลอนๆ ลากเสียงยานๆ แล้วเอาไฟฉายส่องหน้าตัวเอง คือหน้าตามันก็พอโอเคนะครับ แต่พอมาทำแบบนี้แล้วผมว่ามันหลอนจนน้องๆ น่าจะหลอนไปตามๆ กัน

 

ตุ้บ!!!

 

“กรี๊ด!!!!” อยู่ดีๆ ก็มีอะไรไม่รู้กลมๆ โยนมาตรงกลางวงที่อิโจมันกำลังเล่าเรื่องสยองขวัญอยู่ อิคนเล่าที่ต้องการจะแกล้งน้องก็ผวาและหลุดกรีดร้องขึ้นมาเป็นคนแรก น้องๆ สาวๆ และน้องผู้ชายบางคนก็แหกปากร้องตามด้วยความตกใจเพราะกำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่อิโจมันเล่าอยู่ เสียงกรี๊ดนี่ลั่นหาดไปทั่ว ไม่รู้ชาวบ้านแถวนี้เค้าจะตกใจกันหรือเปล่า

 

แต่รู้มั้ยครับว่าคนที่ฮาที่สุดนี่ใคร ก็ไอ้เมาไงครับเพราะว่ามันเป็นคนโยนไอ้ลูกกลมๆ นั่นไปหาอิโจที่เป็นพี่รหัสมัน มันคงรักพี่รหัสมันมากนะครับนั่น

 

“ไอ้เมา กูตกใจหมดเดี๋ยวเตะแม่งกลิ้งตกทะเลเลยมึง” อิโจแอ๊บแตกครับ คะๆ ขาๆ น้องเมาอย่างนั้น น้องเมาอย่างนี้หลุดหายไปแล้วครับ ไอ้เมาแม่งแทบลงไปกลิ้งที่พื้นด้วยความชอบใจ

 

“เพื่อนกูหลุดแมนเลยงานนี้ เอ้าๆ พักเรื่องหลอนๆ มาฟังเพลงจากหนุ่มๆ ปีสองของเรากันดีกว่าเนอะ ไอ้ป้ามึงจะร้องเพลงอะไรจ๊ะ แต่เจ้ว่าเจ้รู้นะว่าคงไม่พ้นเพลงของวง...ไอน้ำ” ฮิ้ว!! เสียงฮิ้วนี่ดังมาทั่วสารทิศยิ่งไอ้เปาไอ้ปีนนี่ฮิ้วใส่เพื่อนมันอย่างดังเลยครับ

 

“ไม่ครับวันนี้ผมไม่ร้อง ผมให้เพื่อนผมร้องแทนแล้วกัน...ฮะเก๋ามันมีเพลงบางเพลงอยากจะร้องให้กับคนบางคนครับ...” ผมกอดไอ้ต็อปโดยที่ไม่มีใครเห็นเพราะเราสองคนนั่งห่มผ้าผืนเดียวกัน ผมเอาคางเกยลงบนไหล่ของมันแล้วทอดสายตามองไปทางไอ้หินที่มันรับกีต้าร์คู่ใจของไอ้เวสป้ามาถือเอาไว้

 

“อืม...ผมอาจจะร้องเพลงไม่เพราะเท่าไหร่นะครับ แต่ผมรู้สึกตามที่นั้นจริงๆ” มันยิ้มให้กับทุกๆ คนรอบวงและรอยยิ้มของมันก็มาหยุดลงตรงที่ผม ผมได้ยินเสียงถอนหายใจของไอ้ต็อปแต่มันก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากเอามือเท้าลงบนเข่าของผมแล้วซบหน้าลงไป

 

 

*ถึงไม่ได้รักตัวฉันขอแค่ให้เธอไว้ใจ
ผู้ชายคนนี้หวังดีกับเธอเสมอ

 

ฉันคงไม่มี ไม่กล้ารู้สึก ไม่กล้าจะนึกอะไรไปมากกว่านี้
ให้เธอทุกอย่าง ด้วยความหวังดี ตอบมาแค่นี้ก็ดีก็ขอบใจ

 

แค่เพียงเธอบอกว่าเป็นเพื่อนดีที่สุดเท่านั้น
แค่นี้ก็ฝันตื้นตัน สุดหัวใจ
เมื่อเธอต้องเจ็บกับความรัก หรือวันไหนอยากประชดใคร
อยากให้รู้เอาไว้ ว่าฉันยังรอเสมอ

 

มีไหล่เอาไว้ให้ซบ มีมุมให้เธอได้พัก
มีตักให้เธอหนุนนอนเมื่อเธอเหน็ดเหนื่อยใจ
ถึงไม่ได้รักตัวฉัน ขอแค่ให้เธอไว้ใจ
ผู้ชายคนนี้หวังดีกับเธอเสมอ

 

เรื่องราวในใจ พูดไปก็เปล่า ถ้าไม่ใช่เขา ยังไงเธอก็ไม่รัก
หัวใจของคน ฝืนกันลำบาก เก็บคำว่ารัก ไว้ฟังเพียงผู้เดียว

 

แค่เพียงเธอบอกว่าเป็นเพื่อนดีที่สุดเท่านั้น
แค่นี้ก็ฝันตื้นตัน สุดหัวใจ
เมื่อเธอต้องเจ็บกับความรัก หรือวันไหนอยากประชดใคร
อยากให้รู้เอาไว้ ว่าฉันยังรอเสมอ

 

มีไหล่เอาไว้ให้ซบ มีมุมให้เธอได้พัก
มีตักให้เธอหนุนนอนเมื่อเธอเหน็ดเหนื่อยใจ
ถึงไม่ได้รักตัวฉัน ขอแค่ให้เธอไว้ใจ
ผู้ชายคนนี้หวังดีกับเธอเสมอ
*

                                            *เพลงหวังดีเสมอ Potato

 

 

ตลอดเวลาที่ไอ้หินมันเล่นกีต้าร์และร้องเพลงนี้ออกมา สายตามันมองมาที่ผมแทบไม่ได้ละไปไหน ความรู้สึกทั้งหมดที่แฝงมากับเนื้อเพลงที่มีความหมายเหมือนกับคำพูดที่มันบอกกับผมเมื่อตอนเย็นๆ นั้น ทำให้ผมรู้สึกตื้นตันใจและเจ็บได้ในเวลาเดียวกัน

 

ทั้งๆ ที่ผมไม่สามารถที่จะตอบรับความรู้สึกของมันได้ แต่มันก็ยังคงรู้สึกดีๆ กับผมมากมายขนาดนี้ ผมทำได้แค่ซบหน้าลงบนไหล่ของไอ้ต็อป กอดมันแน่นๆ จนมันสะดุ้งแล้วมันก็สอดมือเข้ามาใต้ผ้าห่ม มาวางนาบลงบนมือของผมแล้วบีบน้อยๆ

 

“มึงไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกต่อ มันเต็มใจที่จะรักมึงทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ามึงมีพี่พายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมึงไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร แค่ทำทุกวันให้เหมือนที่ผ่านมาเท่านั้นก็พอ...แค่นั้นก็ช่วยไอ้หินมันได้มากแล้ว” ผมเกลียดความรู้สึกอ่อนแอและเปราะบางแบบนี้จริงๆ ผมเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ ทำไมผมถึงได้รู้สึกอยากกลับห้องที่มีไอ้พี่พายมันอยู่ อยากให้มันกอดผมแน่นๆ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ามีใครต้องเจ็บ

 

“มันเลือกของมันเอง...มึงไม่ได้บังคับให้มันทำแบบนี้ โอเคนะต่อ...” สิ่งที่ไอ้ต็อปพูดมันก็ถูก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาเลย

 

เสียงปรบมือจากทุกๆ คนดังขึ้นเมื่อไอ้หินมันร้องเพลงจนจบเพลง ผมเห็นเวสป้ากับไอ้เมาเข้ามาตบที่บ่ามันเบาๆ แล้วส่งยิ้มให้ มันเองก็ยิ้มตอบกลับเพื่อนของมันก่อนที่จะหันมามองหน้าผมอีกครั้ง ก่อนที่ต่างคนจะก้มหน้ามองพื้นทรายตรงหน้าของตนเอง

 

“ต่อ...กูรู้ว่ามึงเป็นคนยังไง มึงอย่าเอาเรื่องที่ไอ้หินชอบมึงมาทำให้ความรู้สึกของมึงที่มีต่อพี่พายลดน้อยลงหรือเปลี่ยนไป ถ้ามึงมีความสุขกับสิ่งไหนก็ทำต่อไป มึงไม่ได้มีหน้าที่ต้องมารับผิดชอบกับความรู้สึกของใคร ตัวของใคร ใจของใครก็ต้องดูแลกันเอาเอง” ไอ้ต็อปมันดูจริงจังมากๆ ผมรู้และเข้าใจว่าสิ่งที่ไอ้ต็อปพูดมานั้นมันก็มีเหตุผล แต่รู้กันใช่มั้ยครับว่าไอ้เป็นต่อมันมีนิสัยยังไง ผมไม่สามารถละเลยสิ่งที่ผมเห็นตรงหน้าได้ แล้วจะให้ผมมีความสุขในขณะที่คนอื่นเจ็บปวดเพราะตัวผมได้ยังไงกัน

 

ขอเวลากูสักพักนะหิน กูขอเวลาสักพักขอกูตั้งหลักให้กับหัวใจกูก่อน แล้วกูจะกลับมาทำตัวเฮฮากับมึงเหมือนเดิม เหมือนอย่างที่เราเคยเป็น

 

..........100%..........

 

PS. รณรงค์ให้คนอ่านยุ่งนัก ที่เล่นทวิตเตอร์ เวลาที่พูดถึงเรื่องยุ่งนัก รบกวนติดแท็ก #ยุ่งนัก ด้วยนะคะ เกรทจะตามไปส่องค่ะ ><

Pss. ถ้าอยากเพิ่มกำลังใจให้คนอ่าน รบกวนเม้นหรือวิจารณ์ในสิ่งที่อ่านให้บ้างก็ดีนะคะ เนอะๆ ^^

 

อ่า...ลูกหินผู้น่าสงสาร เก็บความรักครั้งนี้เอาไว้เป็นความทรงจำดีกว่านะลูก เป็นเพื่อนกันนั่นแหล่ะดีแล้ว อย่างที่ต่อบอกน่ะถูกแล้ว เรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้ แต่เวลาจะเยียวยาความเจ็บปวดให้จางลงไปในที่สุด

นับถอยหลังสู่ตอนที่ 28 .... 55555

เจอกันตอนหน้าค่า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15939 nin28041992 (@nin28041992) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 21:36
    ช้าหรือเร็วคำตอบก็คงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
    #15939
    0
  2. #15860 yA__oI (@yA__oI) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 23:48
    มาช้าไป แต่อ่านหลายรอบมากๆแล้ว 555 ตอนนี้คึกเลยอยากแสดงความคิดเห็นค่ะ

    ใครจะว่าสงสารหินยังไง แต่สำหรับเรา เราว่ามันไม่โอเค เพราะหินเป็นเพื่อน หินรู้จักนิสัยของเป็นต่อ หินรู้ว่าการทำแบบนี้จะทำให้เป็นต่อรู้สึกยังไง แต่ก็ยังทำ เหมือนคนเห็นแก่ตัวอ่ะ รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังพยายามแสดงออก ทั้งที่รู้ว่าเป็นต่อจะไม่สบายใจ จะคิดมาก แต่ก็ทำ ไม่รู้อ่ะ แบน
    #15860
    0
  3. #15852 นายแมวน้ำ (@watmaka) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 02:38
    นายแสดงตัวช้าไปอ่ะหิน 
    #15852
    0
  4. #15797 backlight (@artemis-03) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 09:13
    ดีแล้วที่ชัดเจน จะได้ไม่ต้องหวังไม่ต้องรอ
    แต่สำหรับเรานะ ไม่ว่าหินจะมาเร็วหรือช้า สิ่งที่ต่อจะให้ได้ก็คงมีแค่ความเป็นเพื่อนแบบนี้แหละ
    #15797
    0
  5. #15772 wcmychalie16 (@wcmychalie16) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 17:51
    สู้ๆนะหิน ยังเป็นเพื่อนกับต่อได้นะ?
    #15772
    0
  6. #15758 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:49
    พี่พายรักเป็นต่อนะ
    #15758
    0
  7. #15620 G'gifuto (@-gift-beautiful-) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 06:41
    สงสารหิน ถ้ามาเร็วกว่านี้คงจะดี...



    ถ้ามาตอนต่อยังไม่มีใครคงจะดี #ซึ้งจัด #น้ำตาไหล
    #15620
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #15564 mameaw27 (@dek-dmameaw) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 18:45
    จึ้กๆ เลย สงสารลูกหินนน
    #15564
    0
  11. #15417 P.Secret (@future-cartoon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 15:03
    ฮะเก๋าของเจ้นี่น่าสงสารแท้หลายยยย เธอบอกเราเป็นเพื่อนกันทุกที ~
    #15417
    0
  12. #15116 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 02:58
    สงสารหินนนนนนนน
    #15116
    0
  13. #14983 CHAbejz* (@_chabejz) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 16:38
    ล้องห้ายยยยย
    #14983
    0
  14. #14454 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 15:15
    สู้ต่อไปนะลูกหิน เวลาผ่านไปเดี๋ยวก็ดีขึ้น ^^
    #14454
    0
  15. วันที่ 30 เมษายน 2557 / 20:41
    เค้าชอบชื่อฮะเก๋ามากกว่าหินอีก เค้าว่าชื่อฮะเก๋ามันเพราะกว่าหิน
    #14053
    0
  16. #13983 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 23:51
    สงสารลูกหินนนน
    #13983
    0
  17. #13132 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 21:17
    ฮะหิน(เอามสองชื่อรวมกัน)น่าสงสารอ่า...
    #13132
    0
  18. #12927 nattamonyys (@nattamonyys) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:06
    หินจ้าาาาาาาาาา มหาพี่มา
    #12927
    0
  19. วันที่ 13 มกราคม 2557 / 01:20
    สงสารฮะเก๋าจริงๆเลย บอกตรงTT
    #12526
    0
  20. #11497 iNam2pm (@imhottest) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 / 20:36
    หินนน มาซบ อกเราเหอะ !! 
    #11497
    0
  21. #11298 LooknamTK (@looknamjaa) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 20:35
    หยีเฟียนี่แบบ อ๊ากกกกกกกกก ><

    ไม้โน่นี่ก็ใช่ย่อย 55555

    เปาเมา นี่ยังจ๊ะ :)

    โฟนแบงค์อีกคู่ 5555 ><

    เฮ้ย!! ต็อปต่อก็น่ารักเกินนนนนน เป็นเพื่อนกันได้ฟินมากกกกกกกกกก ><
    #11298
    0
  22. #11215 Mysterious (@World27) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 08:08
    หินเลือกเพลงได้ตรงกับชีวิตนายมาก ดราม่าเลย

    สงสารหินจัง อยากให้มีคนมาทำให้หินหวั่นไหวได้บ้าง จะได้ตัดใจสักที
    #11215
    0
  23. #10699 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 14:32
    โอยยยยหวานกันเหลือเกินนน
    #10699
    0
  24. #10622 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 20:53
    พายกับเป็นต่อคือคู่ที่น่ารักมากอ่ะ ความตักของทั้งสองคนทำให้ผ่านเรื่องทุกอย่างไปได้ ทำให้คนรักเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น รักและเข้าใจกัน ค่อยๆเรียนรู้กัน ค่อยๆเติบโตไปด้วยกัน และที่สำคัญ ทำให้เราอิ่มใจกับความรักของทั้งสองคน
    #10622
    0
  25. #10176 SuJuHanHyuk (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 03:09
    ฮะเก๋าน่าสงสารนะแต่ทำไงได้ก็ต่อมันให้ใจพี่พายไปหมดแล้วนี่
    #10176
    0