[The Gang #2] My lady is A.I. : เมื่อผมเผลอใจรักยัยหุ่นยนต์ [จบ]

ตอนที่ 30 : Epilogue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 ก.ย. 56

บทส่งท้าย

นับจากวินาทีนี้ พี่ขอประกาศให้ยูโรและมินนี่เป็นแฟนกันโดยสมบูรณ์ มีใครจะคัดค้านมั้ย ?”

พี่อาร์ก้าประกาศเสียงดังท่ามกลางความเงียบของบุคคลในห้อง

ไม่มีใครคัดค้าน...

ยินดีด้วยนะ ^^" อันอันเดินเข้ามาหาผมแล้วส่งยิ้มให้ ผมพยักหน้าให้เธออย่างยินดี ในที่สุด ผมก็มีวันนี้ วันที่ผมไม่คิดว่าจะมีจริง ผมไม่เคยคิดว่าผมจะเคยรักใครได้มากเท่านี้ ไม่เคยคิดว่าจะรักใครได้มากเท่ามินนี่

ผมมองไปที่ผู้หญิงตัวเล็กข้างๆ ผม รอยยิ้มของเธอมอบความมีชีวิตชีวาให้กับโลกของผม มินนี่ ผู้หญิงที่ผมเคยเกือบจะมองข้ามไป ผู้หญิงที่ผมเกือบจะทำร้ายไปเพราะความโง่ของตัวเอง... ผมเคยคิดว่าผมรักอันอัน แต่สุดท้าย มินนี่ก็เข้ามาเปลี่ยนผม เธอทำให้ผมหวั่นไหวและสุดท้ายก็ตกหลุมรักเธอในที่สุด

เหมือนกับเมื่อวานนี่เองที่ผมเพิ่งจะยืนอยู่ในสถานที่นี้ เพื่อการประกาศการเป็นแฟนกันของคอปเตอร์และอันอัน

เหมือนกับเมื่อวานนี่เองที่ผมได้โพยวิชาคณิตศาสตร์จากมินนี่

เหมือนทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว มีอะไรเกิดขึ้นตั้งมากมาย ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมหลงรักมินนี่ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมเริ่มจะหึงมินนี่ อาจจะเป็นตั้งแต่ตอนที่ผมยังไม่รู้ว่ามินนี่(มนุษย์)และมินนี่(โปรแกรมฯ) คือคนๆ เดียวกัน ตอนนั้นผมทั้งสับสนและไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งผมโดนรถชนคราวนั้น...

มินนี่ให้เลือดผม เปรียบกันแล้ว เธอเหมือนผู้ให้ชีวิตผมได้เกิดใหม่อีกครั้ง

พ่อกับแม่ของผมบอกว่า ผมเสียเลือดมากจนไม่คิดว่าจะรอดแล้วด้วยซ้ำ แต่โชคดีที่มินนี่มีหมู่เลือดเดียวกับผม แต่ผมดันโง่ที่ไปถามมินนี่ว่า อันอันคือคนให้เลือดผมใช่มั้ย ผมไม่เคยคิดเลยว่าคำพูดของผมจะทำให้มินนี่ต้องเสียน้ำตามากมาย ไม่เคยคิดเลยว่า คำพูดพล่อยๆ ของผมจะทำให้คนที่ผมรักจริงๆ ต้องเจ็บปวด สุดท้าย... ไม่ว่าผมจะทำร้ายมินนี่จนเธอเจ็บสักเท่าไหร่ มินนี่ก็ยังยืนยันจะรักผมคนนี้คนเดียว...

ยูโร... นายว่ามันแปลกมั้ย ทำไมฉันยังรักนายอยู่ทั้งๆ ที่นายทั้งโง่ทั้งบ้าจนฉันกลับไปคิดทบทวนดูหลายตลบก็ยังไม่เห็นเลยว่านายมีส่วนดีตรงไหนให้ฉันรัก =___=” มินนี่ถามขึ้นมาลอยๆ หลังที่สมาชิกในแก๊งในทุกคนเดินออกไปข้างนอกหมดแล้ว ผมนั่งบนโต๊ะนักเรียนประจำตำแหน่งของผมในเดอะแก๊ง ส่วนมินนี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งของผม

หมายความว่าไง ?” ผมถามกลับ

ฉันชักไม่แน่ใจแล้วสิว่าฉันรักนายรึเปล่า" มินนี่เปรยขึ้นลอยๆ แต่นั่นทำให้ผมถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

มาบอกอะไรเอาตอนนี้...” ผมพูดแล้วมองหน้ามินนี่ด้วยความโมโห "ต่อให้เธอไม่รักฉัน ฉันก็จะทำให้เธอรักอยู่ดี"

นั่นไง... ฉันถึงไม่แน่ใจ นายน่ะโง่ ใจร้อน บุ่มบ่าม พูดไม่คิด ทำอะไรไม่คิดถึงใจคนอื่นเลย แถมยังเอาแต่ใจตัวเอง"

มินนี่พูดแล้วเบะปากใส่

ไม่รู้ล่ะ ยังไงเธอก็เป็นแฟนฉันแล้ว" ผมพูดอย่างไม่แยแสคำพูดของเธอ ใช่ หลังจากที่พี่อาร์ก้าประกาศให้เราสองคนเป็นแฟนกัน นับตั้งแต่วินาทีนั้น ผมกับเธอก็เป็นคนรักกันโดยสมบูรณ์ จะไม่มีใครสามารถแยกผมกับเธอได้ ไม่มีใครสามารถแย่งเธอไปจากผม และแย่งผมไปจากเธอได้

ใครริบังอาจลองดี มันต้องตาย...

“นั่นไง เอาแต่ใจเป็นบ้าเลย!” มินนี่พูดแล้วย่นจมูกใส่ผมอย่างรังเกียจ "เลิกซะดีมั้ยเนี่ย ?”

ถ้าเธอเลิกกับฉัน ฉันจะตามรังควาญชีวิตเธอทุกวินาทีเลย" ผมพูดแล้วมองหน้ามินนี่อย่างอวดดี ยัยนั่นแลบลิ้นใส่ผม

อย่างกับว่าฉันกลัว :P” มินนี่พูดแล้วเบะปากใส่ผม "ไปล่ะ ไม่อยากจะทะเลาะด้วย"

มินนี่พูดจบแล้วเดินหนีไป เธอทิ้งให้ผมยืนมึนเป็นควายงงอยู่แค่คนเดียว เฮ้ย... มันเกิดอะไรขึ้นกับยัยนี่วะ เพิ่งจะได้เป็นแฟนกันแท้ๆ ดันมาทำให้เสียเรื่องเสียราวซะได้ ที่จริงวันนี้ผมกะจะพาเธอไปกินข้าวเย็นแบบ'สงบๆ'ด้วยกันสองคนซักหน่อย ก็หลังจากที่เกิดเรื่องบ้าๆ บอๆ นั่นขึ้น ทั้งผมทั้งยัยนั่นแทบจะไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันสองคนเลย แต่ ปัดโธ่เว้ย ยัยบ้านั่นดันทำเสียเรื่องเข้าซะได้ มันน่าโมโหจริงๆ เลย -____-”

ผมกำลังจะเดินออกไปจากโรงยิม อันอันก็โผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้

อ้าว ? ยูโร ?” อันอันทักด้วยความประหลาดใจ

อืม... ทำไมเหรอ ?”

ฉันคิดว่านายอยู่กับมินนี่ซะอีก" อันอันพูดแล้วเดินเข้ามาหาผม "ฉันเห็นมินนี่เดินหน้าบูดออกไปเมื่อกี้นี่เอง"

อ้าว... ยัยบ้านั่น

ยัยนั่นหาเรื่องฉันเองนะ ฉันไม่เกี่ยว -__-" ผมบอก อันอันแสยะยิ้มเย็นๆ ใส่ผมแล้วชี้นิ้วใส่หน้า

จำไว้นะ เมื่อไหร่ที่นายทะเลาะกับผู้หญิง นายเป็นฝ่ายผิดเสมอ" อันอันพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ ส่วนผมกำลังจะอ้าปากเถียง ยัยนั่นยกนิ้วขึ้นทำท่าจุ๊ปากแล้วพูดต่อ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนนาย จำไว้นะ ผิดหรือไม่ นายก็ผิด..."

ไม่ยุติธรรมเลย" ผมบ่นกระปอดกระแปดแล้วเบะปากใส่ อันอันเห็นท่าทางของผมจึงหลุดหัวเราะออกมา

งั้นก็เป็นโสดไปตลอดชีวิตเถอะย่ะ!" ยัยนั่นพูดแล้วแลบลิ้นใส่ผมอย่างน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด ผมทนไม่ไหวที่จะเห็นยัยนั่นเอาแต่แกล้งผมอยู่ฝ่ายเดียว ผมจึงยื่นมือออกไปขยี้ผมยัยนั่นจนยุ่งเหยิงไปหมดทั้งหัว และ ทันใดนั้นเอง! ยัยบ้าอันอันจับข้อมือผมแล้วบิดดังกร๊อบ! ผมวิ่งออกมาข้างนอกโรงยิมแล้วชี้หน้ายัยบ้าอันอันด้วยความแค้น ยัยนั่นเดินออกมาหาผมด้วยท่าทางอวดดี

แค่นี้ทำเป็นสำออย" อันอันว่าแล้วหัวเราะอย่างที่ผมให้นิยามได้คำเดียวว่า นางมารร้าย -___-”

แต่มันเจ็บนะเฟ้ย!” ผมร้องด้วยความเจ็บ ก่อนจะจับแก้มอันอันแล้วดึงไปมาจนยัยนั่นร้องโอ๊ยๆ

ฉันจะฆ่าแก ไอ้ยูโร!!” อันอันพูดจบแล้วถอยห่างออกจากผมอย่างรวดเร็ว ตากลมโตทั้งสองข้างจ้องมองผมด้วยแววตาอำมหิตราวกับว่าจะกินเลือดกินเนื้อผมให้ได้ ยัยบ้านั่นกัดฟันกรอดด้วยความที่โมโหผม

ตลกดีนะ...” ผมพูดขึ้น สีหน้าประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอันอัน "ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงไม่เล่นกับฉันแบบนี้"

...เออสิ...” อันอันว่าแล้วปัดเสื้อผ้าตัวเองอย่างเก้ๆ กังๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันแล้วพูดต่อ "ฉันกับคอปเตอร์ดีใจมากนะที่นายกับฉันยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่"

นั่นสิ ถ้าไอ้คอปไม่เข้ามาช่วยไว้ ไม่รู้ว่าป่านนี้มันจะลงเอยยังไง" ผมพูดแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้า ยิ้มให้กับท้องฟ้าเหมือนกับคนบ้า ท้องฟ้าที่สดใสอยู่เสมอเหมือนกับมินนี่ เพียงแต่ว่าผมไม่เคยที่จะแหงนหน้ามองมันเลย อันอันหันมามองผมพร้อมกับรอยยิ้มที่ผมคิดว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงคลั่งจนตายเพียงเพราะยิ้มของยัยนี่ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ คนเดียวในโลกที่ผมอยากให้เธอยิ้มมากที่สุดคือ มินนี่

แต่ยัยบ้านั่นดันงอนผม จนตอนนี้หายตัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้

เสียงฝีเท้าเหยียบใบไม้แห้งบนพื้นดังกรอบแกรบเข้ามาใกล้ผมและอันอันเข้ามาเรื่อยๆ ผมเดินออกไปที่ประตูเหล็กเก่าๆ ขึ้นสนิมที่ปิดอยู่เพื่อที่จะแอบมองว่าใครกำลังเดินเข้ามา แต่

ประตูเหล็กเปิดเข้ามาด้านในอย่างแรงจนผมไม่คิดว่ามันเป็นแค่แรงผลัก และ... ใช่จริงๆ ด้วย มันคือแรงถีบมหาประลัยของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่ามินนี่ ผู้หญิงคนที่ผมเพิ่งจะนินทาไปในใจหยกๆ เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ยัยมินนี่ยืนพิงประตูเหล็กเก่านั่นด้วยสีหน้าที่ต่อให้ผมโง่แค่ไหนก็ยังบอกได้ว่ายัยนั่นกำลังไม่พอใจสุดๆ กับภาพที่เห็นตรงหน้า

ฉันกำลังงอนนาย และหวังว่านายจะหาตัวฉันและง้อฉัน -___-" มินนี่พูดเสียงเย็น ดวงตากลมโตตวัดฉับหันมามองผมด้วยความหงุดหงิดเต็มที่ "แต่นายดันมาเล่นกับอันอัน ? ไหนนายบอกว่าจะทำให้ฉันมั่นใจไง แล้วไอ้ที่ฉันเห็นเนี่ยมันอะไร ?”

จำไว้นะ เมื่อไหร่ที่นายทะเลาะกับผู้หญิง นายเป็นฝ่ายผิดเสมอ" อันอันพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ ส่วนผมกำลังจะอ้าปากเถียง ยัยนั่นยกนิ้วขึ้นทำท่าจุ๊ปากแล้วพูดต่อ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนนาย จำไว้นะ ผิดหรือไม่ นายก็ผิด...

คำพูดของอันอันเมื่อกี้แวบเข้าหัวหลังจากได้ยินคำถามของมินนี่

เออ... ฉันผิดเอง" ผมตอบไปอย่างที่อันอันได้สอนไว้ "หายงอนได้แล้วยัง ?”

งั้นฉันโกรธนายเรื่องอะไร ?” มินนี่ถามต่อ ร่างเล็กยืนท้าวสะเอวตรงหน้าผม

เวรละกู ยัยบ้านี่โกรธผมเรื่องอะไรวะ T0T แถมไอ้คำถามนี่ดันอันตรายสุดๆ ตอบผิดปล่อยไก่ไปนี่เท่ากับตายเลยทีเดียว

ฉันผิดเอง ยกโทษให้ฉันด้วยเหอะน่า” ผมกล่าวคำขอโทษอย่างขอไปที มินนี่กัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจสุดๆ ในดวงตาทั้งคู่ของเธอ ผมแทบจะเห็นไฟพุ่งออกมาจากตาของเธออยู่แล้ว รอเพียงแค่เชื้อไฟที่จะจุดให้มันมอดไหม้ขึ้นเท่านั้น -__-

ซวยจริงๆ แล้วไงกู =*= มีแฟนนี่มันยากแบบนี้นี่เอง

ฉันจะลงโทษนาย ตามมา!” มินนี่พูดแล้วกระดิกนิ้วเรียกผมให้ตามหลังเธอไป ร่างเล็กๆ ของเธอเดินเข้าไปในโรงยิมของเดอะแก๊ง แล้วหายลับเข้าไป ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่กับอันอัน ผมหันไปมองอันอันที่เงียบไปพักใหญ่หลังจากการโผล่เข้ามาของมินนี่ ยัยนั่นยืนท้าวสะเอวแล้วยิ้มให้ผม อันอันดีดนิ้วเป๊าะแล้ววาดมือไปทางประตูที่มินนี่เดินหายเข้าไป

ให้มันได้อย่างนี้สิ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่วะ -___-”

ผมกลอกตาใส่อันอันด้วยความเซ็ง ไม่รู้ว่ายัยสองคนนี้ไปสนิทกันได้ยังไงในเมื่อตลอดเวลาที่ผมเฝ้าสังเกต ผมแทบไม่เห็นเลยว่ายัยสองคนนี้จะคุยกัน เอ๊ะ หรือว่าจะแอบไปคุยโทรศัพท์กันตอนกลางคืน เอ๊ะ หรือยัยอันอันจะแอบชอบมินนี่ของผม =0= ไอ้บ้าอันอันเป็นทอมเหรอวะ =[ ]= ผมหันหลังกลับไปมองอันอันอีกครั้งแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก

เป็นบ้าอะไรยูโร เดินตามไปดิ" อันอันว่าแล้วผลักหลังผมไปจนผมเกือบล้มเอาหน้าวัดพื้นเพราะทรงตัวไม่อยู่

ก็ได้วะ... ผมนึกในใจแล้วเดินตามมินนี่ขึ้นไป พลางคิดว่าถ้าการที่คนเราจะมีคนรักสักคนมันยากขนาดนี้ สู้เป็นโสดไปจะง่ายกว่ามั้ย อยู่คนเดียวก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ผมอยู่มาได้ตั้งสิบเจ็ดปีกว่าก็ยังไม่ตายแถมสบายดีออก ไม่มีใครมาจู้จี้จุ้นจ้าน ไม่มีใครมางอนให้ต้องง้อ -___- ชิชะ ยัยมินนี่บ้าเอ๊ย

ฟุ่บ!

เฮ้ย!” ผมร้องขึ้นหลังจากที่ความมืดเข้าปกคลุมทั่วตัว ซึ่งในอีกเสี้ยววินาทีต่อมาผมนึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่ความมืดที่โรยตัว แต่เป็นใครบางคนต่างหากที่พยายามปิดตาผม ผมดิ้นและพยายามแกะที่ปิดตาออก แต่แรงที่มัดข้อมือผมไว้มันช่างมากมายปานช้างสาร ใครกันวะที่บุกเข้ามาถึงรังของเดอะแก๊งได้ มันต้องไม่ธรรมดาแน่!

อยู่นิ่งๆ ไม่อย่างนั้นแฟนแกตาย"

เสียงเข้มๆ ที่ถูกแปลงผ่านคอมพิวเตอร์ดังขึ้น ในหัวผมร้อนวาบเมื่อคิดถึงเรื่องที่ว่ามินนี่ต้องตกอยู่ในอันตราย

แกคิดจะทำอะไรมินนี่ ?” ผมถามกลับด้วยความโมโห วันนี้ผมควรจะได้ฉลองกับยัยมินนี่แท้ๆ กลับต้องมาติดแหง็กอยู่กับพวกเวรนี่ บ้าชิบ... ตอนนี้มินนี่จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ โธ่เว้ย! ผมมันเป็นแฟนภาษาอะไรวะ ถ้าผมง้อยัยนั่นดีๆ เมื่อกี้ ผมคงได้ฉลองกับยัยมินนี่ไปแล้วแท้ๆ

เดินมา ช้าๆ" เสียงที่แปลงผ่านคอมพิวเตอร์พูดอีกครั้งแล้วดันหลังผมให้ขึ้นไป

จากความรู้สึกที่ผมจับได้ มันไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่มีถึงสามคน!

ผมเดินขึ้นบันไดไปทั้งๆ ที่ยังปิดตาอยู่ เพราะความชินที่ผมเข้าออกสถานที่นี้จนเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองทำให้ผมสามารถเดินได้โดยไม่มีปัญหากับตาทั้งสองข้างที่โดนปิดเอาไว้ ทันใดนั้น ความรู้สึกที่ว่าประตูอะไรสักอย่างตรงหน้ากำลังเปิดออก เพราะลมแรงพัดมาปะทะใบหน้า

ดาดฟ้า...

ผมใจหายวาบ ถ้ามันบังคับให้มินนี่โดดลงไปล่ะ ?

มินนี่ล่ะ ?” ผมถามขึ้นทันที แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ ผมจึงเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นตะคอก "แกเอามินนี่ไปไว้ไหน ?!”

จะทำให้รัก เราเป็นตำนาน

จะทำให้รัก เราเป็นดั่งฝัน

ชีวิตที่รกร้างว่างเปล่า

จะสร้างด้วยกัน จะยากสักเท่าไหร่

ก็ไม่เป็นไร ก็ขอแค่เรามีเรา"

เสียงเพลงที่ผมรู้จักดีดังขึ้น เสียงของผู้หญิงคนที่ผมกำลังเป็นห่วงจนในอกมันร้อนวายไปหมด ใครบางคนทำอะไรบางอย่างกับวัตถุที่กำลังปิดตาผม แล้วแสงสว่างก็ส่องจ้าเข้ามาในรูสองรูที่ถูกเจาะไว้ตรงตำแหน่งดวงตาทั้งสองข้างของผมพอดี ภาพแรกที่ผมเห็น... มินนี่ แต่ไม่ใช่มินนี่

ผมหมายความว่า มินนี่ที่เป็นมินนี่จริงๆ มินนี่เมาส์ที่หลุดออกมาจากการ์ตูนของวอลต์ ดิสนีย์ ไอ้ตัวมินนี่เมาส์เมียของมิคกี้เมาส์จากวอลต์ ดิสนีย์นั่นแหละ และนั่นทำให้ผมแปลกใจ ทำไมเมียของไอ้คุณมิคกี้เมาส์กำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม แถมกำลังร้องเพลงภาษาไทยอีกต่างหาก ที่นี่มันไม่ใช่ดิสนีย์แลนด์นะโว้ย =[ ]=

ยูโร ^^ ฉันไม่ได้โกรธนายหรอกนะ” มินนี่เมาส์พูดแล้วใช้มือใหญ่ๆ นุ่มๆ สีขาวแตะปากบนหัวมาสคอตแล้วหัวเราะ

ทำไมไอ้ตัวมินนี่เมาส์มันพูดไทยได้วะ TT0TT

มินนี่น้อยแฟนของฉันอยู่ไหน ไม่ใช่มินนี่เมียมิคกี้เมาส์แบบนี้โว้ย T__T” ผมใช้มือทั้งสองจับมือของไอ้มาสคอตตัวนั้นแล้วเขย่ามันจนมันร้องออกมาด้วยเสียงอู้อี้เหมือนพูดผ่านเครื่องแปลงเสียงไม่มีผิด ผมชะงักกึก มือทั้งสองข้างเลื่อนไปที่หัวของมาสคอตแล้วดึงมันขึ้นเพื่อที่จะดูหน้าของคนที่สวมมันอยู่ข้างใน แต่มือใหญ่ๆ ของมินนี่เมาส์กลับตะปบมือผมไว้ทันแล้วขยับตัวออกห่าง

นายจำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอ ?” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น เป็นเสียงที่ไม่ได้ผ่านเครื่องแปลงเสียง

มินนี่ ?

มินนี่เองเหรอ ?” ผมถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ยัยบ้านี่นึกครึ้มอะไรถึงได้นึกบ้าแต่งตัวเป็นมินนี่เมาส์

เออสิยะ อยากเห็นหน้านายตอนนี้รึเปล่า ?” มินนี่ถามขึ้นจากข้างในหัวมาสคอต ผมมองไปรอบๆ ไม่ได้มีเพียงมินนี่เท่านั้นที่แต่งตัวเป็นมินนี่เมาส์ แต่คนหลายคนที่เดินไปเดินมากลับกำลังอยู่ในหัวมาสคอตของแต่ละตัวการ์ตูนของวอลต์ ดิสนีย์ O_o” กรรม นี่มันเปิดบ้าอะไรกับเดอะแก๊งวะเนี่ย

มินนี่ล้วงเอากระจกจากกระเป๋ากระโปรงออกมาแล้วยื่นให้ผม ผมรับมันมาจากมือของยัยนั่นแล้วเปิดออก มองหน้าของตัวเองในกระจก และ ไม่อยากจะเชื่อ O_o” แทนที่ผมจะเห็นหน้าตัวเอง มันกลับกลายเป็นหน้าของมิคกี้เมาส์ ไอ้เวรมิคกี้เมาส์สามีของไอ้มินนี่เมาส์นั่นไง

ทำไมฉันถึงกลายเป็นไอ้เวรตัวนี้ T___T?” ผมหันไปถามมินนี่ด้วยความละเหี่ยใจ เล่นอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้

นี่นายโง่จริงหรือแกล้งโง่เนี่ย =0=” มินนี่ถามแล้วใช้มือใหญ่จิ้มหน้าผม

โดยธรรมชาติแล้ว... โง่จริง -___-” ผมตอบไปตามสัตย์จริง ก็กูไม่รู้นี่โว้ย TT-TT

เออ ฉันเชื่อ -__-” มินนี่ว่าแล้วใช้มือกุมขมับของหัวมาสคอต แทนที่จะดูน่าสงสาร กลับออกไปทางตลกซะมากกว่า เพราะมินนี่กำลังพูดด้วยน้ำเสียงแสนหน่ายใจ ผิดกับหน้าของมาสคอตที่กำลังยิ้มร่าอย่างน่าถีบ "นาย... ก็แบบว่า มินนี่เมาส์ เป็นภรรยาของมิคกี้เมาส์ไง -////-”

มินนี่เมาส์ เป็นภรรยาของมิคกี้เมาส์ไง

กรี๊ดดด(?)!! มินนี่สุดที่รักของผม ผมเก็ตแล้วว่าเธอต้องการจะสื่อว่าอะไร >///<

มินนี่จ๋า จูบทีมามะ -3-” ผมพูดแล้วยื่นแขนออกไปโอบรอบมินนี่โดยลืมไปเลยว่าเราสองคนกำลังใส่หัวมาสคอตงี่เง่านั่นอยู่ ผลก็คือ การโผเข้าไปกอดของเราสองคนทำให้หัวมาสคอตของคนชนกันอย่างแรงจนคอแทบหัก ทั้งผมและมินนี่ล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้นอย่างน่าสงสาร(ในสายตาของคนรอบข้าง) และน่าสมเพช(ในสายตาผม)

โอย เจ็บจัง ลืมคิดไปเลย" มินนี่ว่าแล้วใช้มือถอดหัวมาสคอตออก ผมเองก็ทำเช่นเดียวกันกับเธอ

ร้อนจัง -__-” ผมว่าถอดหัวมาสคอตออกวางข้างๆ แล้วยืนขึ้น "มาทำฉากเมื่อกี้ให้เสร็จสมบูรณ์กันเหอะ"

บ้า >///< อายเพื่อนนายจะตาย" มินนี่ว่าแล้วมองไปรอบๆ คอปเตอร์ อันอัน ฟอร์ส พี่อาก้า เจ็ท และสตาร์ ต่างก็อยู่ในชุดมาสคอต และทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมอย่างลุ้นระทึก ส่วนตัวผมคิดว่าพวกมันโรคจิต -___-' โดยเฉพาะไอ้คอป ฟอร์ส และไอ้พี่อาร์ก้าที่ตั้งกล่องส่องผมกับมินนี่เมื่อคืนนั้น มันน่านัก ยังไม่ได้คิดบัญชีเลย

ยังมีอะไรต้องอายอีก เนอะ ?" ผมพูดกับมินนี่ คำท้ายๆ ของประโยคหันไปพูดกับคอปเตอร์ ฟอร์สและพี่อาร์ก้า ทั้งสามคนนั่นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างกวนตีนจนน่าถีบให้ตกดาดฟ้าซะให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ ส่วนมินนี่กำลังเขินจนหน้าแดงเมื่อผมพูดถึงเรื่องคืนนั้น -___-” โชคดีที่ผมเกิดมาหน้าด้านเลยไม่รู้สึกเขินหรืออายอะไรมากเท่าไหร่

อ๊ะ ฉันมีอะไรจะให้นายด้วย" มินนี่พูดเหมือนนึกขึ้นได้แล้ววิ่งเข้าไปหยิบของที่แอบอยู่หลังบานประตู "อ่ะ นี่"

มินนี่พูดแล้วยื่นแหวนสีเงินให้ผม ผมรับมันมาแล้วพิจารณาดูดีๆ บนฝ่ามือ มันคือแหวนทองคำขาวที่สลักคำว่า 'My Minnie' อยู่ที่ด้านนอกและมีสัญลักษณ์ของหูมินนี่เมาส์แบบคิกขุอาโนเนะ(มีโบว์ T___T)แปะอยู่บนตัวแหวน มินนี่หยิบมันขึ้นมาแล้วสวมให้ผมที่นิ้วนางข้างซ้าย คราวนี้มันเหมือนกับมินนี่เมาส์กลืนนิ้วนางของผมเข้าไปทั้งนิ้ว และไอ้ที่เลวร้ายคือมันมีโบว์เนี่ยแหละ อ๊ากกก แต๋วสุดๆ

คราวนี้นายจะได้หนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว" มินนี่พูดอย่างมีความสุขเมื่อเห็นแหวนบนนิ้วผม "ชอบรึเปล่า ?”

ชอบดิ" ผมตอบ มินนี่ยิ้มด้วยความดีใจ

ขืนตอบว่าไม่ชอบ กูก็ตายสิ .___.

นี่ของฉัน" มินนี่พูดแล้วยื่นแหวนในกำมือของเธอให้ มันเป็นแบบคล้ายๆ กับผม แต่ข้างนอกสลักว่า 'My Mickey' และหูที่ติดกับตัวแหวนก็ไม่มีโบว์อันแสนอุบาทว์เหมือนของผมอีกต่างหาก

ขี้โกงอะ ของเธอเท่กว่าเยอะ" ผมว่าแล้วฉกแหวนของเธออย่างรวดเร็ว มินนี่พยายามชิงกลับ แต่ด้วยส่วนสูงอันน้อยนิดของเธอทำให้ไม่สามารถที่จะชิงมันกลับไปได้ ผมหัวเราะเมื่อเห็นมินนี่ทำหน้าไม่พอใจสุดๆ "ฮ่าๆๆ คืนก็ได้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันนะ"

"ชิ... ว่ามา" มินนี่กัดฟันพูด ผมหัวเราะเบาๆ

ห้ามใช้มือแย่งแหวน และเรามาต่อฉากเมื่อกี้กันเถอะ ^^" ผมว่าแล้วใช้ปากคาบแหวนที่ฉกมาจากมินนี่ไว้ ยัยนั่นทำตาโตด้วยความตกใจบวกกับไม่อยากเชื่อที่ผมทำแบบนี้ มินนี่กัดริมฝีปากด้วยความเครียด

ไม่เอาก็ได้!” มินนี่พูดอย่างหงุดหงิดแล้วทำท่าจะเดินหนี แต่เพื่อนๆ ของผมในชุดมาสคอตกลับตีวงเข้ามาทำให้มินนี่ไม่สามารถเดินหนีออกไปได้ โว้ว ต้องขอบคุณเพื่อนผมจริงๆ ไม่อย่างนั้นยัยนี่คงจะหนีไปจริงๆ อย่างที่ว่า เอาล่ะ ทีนี้ยัยมินนี่จะทำยังไงน้าา~

มินนี่เดินเข้ามาประชิดตัวผม ถอดถุงมือมินนี่เมาส์ออกด้วยความหงุดหงิดแล้วโยนมันลอยข้ามหัวผมไป มือข้างหนึ่งของเธอจับคอเสื้อของผมดึงลงมา เท้าทั้งสองข้างของเธอเขย่งขึ้น ผมเห็นมือของเธอขยับ และรู้ว่ามินนี่กำลังจะโกงโดยใช้มือฉกแหวนนั่นไป แน่นอน มีหรือคนอย่างยูโรจะรอช้า ^^ ผมคายแหวนออกจากปาก และใช้มือรับไว้ได้ทันพอดี

ผมดึงตัวมินนี่ขึ้นมาแล้วประทับริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากนุ่มอุ่นของเธอ มินนี่ทำท่าเหมือนจะดิ้น แต่ผมใช้มือกอดตัวเธอไว้แน่นจนมั่นใจว่าต่อให้ดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุดแน่ๆ สุดท้าย มินนี่จึงต้องจำยอมให้ความร่วมมือกับผมทีละน้อยๆ ผมถอนริมฝีปากออกแล้วกอดเธอแน่นด้วยความดีใจ มินนี่เลื่อนมือขึ้นมาแล้วกอดผมตอบ คางของเธอวางเกยบนไหล่ของผม

เป็นครั้งแรกที่เธอกอดผมแบบนี้...

ฉันรักนายนะยูโร" มินนี่พูดด้วยน้ำเสียงที่ขาดหายเป็นห้วงๆ

อืม ฉันรู้แล้วล่ะ ^^” ผมว่าแล้วลูบหัวเธอจากด้านหลัง "ฉันเองก็รักเธอนะมินนี่"

ฉันไม่อยากให้นายมองใครอีกแล้วนอกจากฉัน" มินนี่พูดเสียงเบา

ฉันจะไม่มองใครอีกแล้วนอกจากเธอ" ผมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอด ใช้มือข้างหนึ่งจับใบหน้าของยัยนั่นให้เงยหน้าขึ้นสบสายตากับผม ดวงตากลมโตคู่นั้นของเธอเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาใสๆ

ขอโทษนะ ฉันร้องอีกแล้วล่ะ T_T” มินนี่พูดแล้วเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อนักเรียน ผมใช้นิ้วปาดน้ำตาของเธอออกจากใบหน้าแล้วยิ้มให้มินนี่ ยัยนั่นหยุดร้องแล้วสบตาผมด้วยความประหลาดใจ

"ดวงตาคู่นี้จะไม่ขอมองใครอีกแล้วนอกจากเธอคนเดียวเท่านั้น มินนี่"

ผมพูดคำพูดที่ไม่คิดว่าชาตินี้ผมจะพูดออกมาได้ ไม่เคยคิดว่าชาตินี้จะต้องพูดคำพูดที่เหมือนกับคัดลอกออกมาจากนิยายแบบนั้นได้ แต่ผมพูดมันออกไปแล้ว กับมินนี่ ผู้หญิงคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต... ผมจะไม่รักใครอีกแล้วนอกจากเธอคนนี้

มินนี่คนเดียวเท่านั้น

ผมหยิบแหวนในมือของออกมาแล้วสวมมันเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ มินนี่ใช้มือปิดปากเพราะกำลังร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ยัยมินนี่ขี้แยเอ๊ย ^^ ผทขอสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ให้มินนี่ต้องร้องไห้อีกเด็ดขาด วันไหนที่ผมทำมินนี่เจ็บ วันนั้นผมจะต้องเจ็บกว่าเธอ วันไหนที่เธอต้องร้องไห้เพราะผมทำให้เธอเสียใจ วันนั้นผมจะไม่มีวันอภัยให้ตัวเองเลย

อย่าร้องไห้สิมินนี่ แบบนี้วันที่เธอแต่งงานกับฉัน ของชำร่วยในงานแต่งของเราสองคนคงเป็นกระดาษทิชชู่แหงๆ เลย ว่าที่เจ้าสาวของฉันขี้แยออกตั้งขนาดนี้ ><” ผมพูดติดตลก มินนี่หัวเราะทั้งๆ ที่ร้องไห้แล้วโผเข้ากอดผม น้ำตาของเธอไหลซึมเสื้อนักเรียนของผมจนเปียกแฉะ

นายจะแต่งงานกับฉันจริงๆ เหรอ ฉันคิดว่านายพูดเล่นซะอีก" มินนี่พูดแล้วกอดผมแน่นขึ้น อย่างกลัวว่าผมจะหายไป

ถ้าไม่ได้แต่งกับเธอ ชาตินี้ฉันก็คงไม่แต่งงานแล้วล่ะ" ผมพูดแล้วลูบหัวเธอเบาๆ "ฉันรักเธอนะมินนี่..."

มินนี่พยักหน้าให้อยู่บนไหล่ของผม แม้ผมจะมองไม่เห็นหน้าเธอ แต่ผมรู้ว่าเธอกำลังยิ้ม

และยิ้มให้ผมคนเดียวเท่านั้น...













แฮปปี้เอ็นดิ้งเกินไป -___-"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #366 KK-Cloudy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 23:12
    หวานแหววสุดๆ น่ารักมากๆเลยยย
    #366
    0
  2. #355 fai (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 16:18
    โอ๊ยแบบ หลังๆเลี่ยนได้ใจมากเลยคำที่ยูโรพูดอ่ะ เตรียมกระโถนเลย โครตแฮปปี้เอนดิ้งเลย รอติดตามเรื่องของอาร์ก้านะ
    #355
    0
  3. #348 Fa Ti Na (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 10:46
    อยากอ่านคู่ของฟอร์ส T-T ได้โปรดน่ะค่ะ :3
    #348
    0
  4. #343 มาวกาว (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 22:37
    คือใช่อ่ะ น่ารักมากกก ชอบค่าาาา
    #343
    0
  5. #340 ShawolHomieNer (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 02:50
    แฮปปี้ มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมืองนะหนูๆ 
    #340
    0
  6. #274 Benettaaiiria (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 13:53
    ภรรยาของมิคกี้เมาส์...อร้างงงงงงง~ <3
    #274
    0
  7. #273 radar626 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 22:01
    สนุกฝุดๆ ><
    #273
    0
  8. #251 Gu Pukkard Slow Za (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 เมษายน 2556 / 21:30
    ไม่เกิน แต่...... 'เยอะ!!'
    #251
    0
  9. #200 Fic lover (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 19:01
    หู้ยยยย น่าร็อคเวอร์~~~

    ยูโรอยากจะบอกว่ากว่านายจะตาสว่างงงงได้นะ

    เฮ้อเหนื่อยกันเป็นแถบๆ

    มินนี่จ๋าาา รักกันไปนานๆๆ งอนกันไป5555

    ให้ไอยูโรแสนโง่(โดยธรรมชาติ) ง้อบ่อยๆนะ!

    เป็นคู่ที่อ่านแล้วสบายตับดีนะคะ555 เรื่องอันอันนี่ปวดลงไปยังกระเพาะเลย555

    มีดราม่านิดหน่อยแต่มันไม่เยอะเท่าอันอัน



    ติดตามเรื่องอาก้าต่อเย้! ขอบคุณไรเตอร์ที่แต่งเรื่องสนุกๆอีก1เรื่องนะค้าา

    รักไรเตอร์-3-



    #200
    0
  10. #196 แม่ทะลบ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 18:28
    อิจฉฉฉฉฉฉฉฉฉาาาาาาา โว้ย
    #196
    0
  11. #195 ซากุระ ไอโกะ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 17:04
    จบได้น่ารักที่ีสุดเลยยยยยยยยยยย >O<
    #195
    0
  12. #194 πr²... (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 16:34
    ยูโรโง่ซ้ำซ้อนแฮะ - -'


    #194
    0
  13. #190 artist.? athena ' Gothic Doll (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 14:02
    ตอนนี้หวานจริงๆ แฮปปี้เอนดิงแบบน่าหมั่นไส้ 55555
    มันจะเขินก็ตอน 'มินนี่เม้าส์เป็นภรรยาของมิคกี้เมาส์' เนี่ยแหละ >/////<
    เอร๊ยยย คิดได้เนอะหนูมินนี่ หวานนนน โรแมนซ์มากกกๆๆ
    จบได้ ก็แอบใจหายเบาๆ 5555
    ตามเรื่องพี่อาก้าต่อล่ะ สู้ๆต่อไปค้า รีบๆอัพพี่อาก้าด้วย 55555 > <
    #190
    0
  14. #188 เลม่อนเปรี้ยว (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 11:36
    หวานนนนนนนนนน >/////<
    #188
    0