วันรักคืนร้อน

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 21 ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยฉันเถอะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 ต.ค. 55

ไม่นานแม่บ้านหญิงสูงวัยก็มาเคาะประตูเรียกสองหนุ่มสาวให้ออกไปทานอาหารค่ำ เมื่ออรุสาเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารก็เห็นชายหนุ่มเจ้าของบ้านนั่งหน้ามุ่ยรออยู่ที่โต๊ะก่อนแล้ว

 

“มาช้านะ”

 

คำตำหนิในน้ำเสียงห้วนๆ เป็นเชิงตัดพ้อนั้น ดูจะขัดกับใบหน้าเข้มของชายหนุ่มเหลือเกินในความคิดของอรุสา เขาเหมือนเด็กชายตัวเล็กจอมเอาแต่ใจ ในร่างของคนที่โตแล้วมากกว่า พลางนึกสงสัยว่าครูสาวบ้านนอกคนนั้นมองเห็นข้อดีอะไรในตัวของชายหนุ่มคนนี้กันแน่ จึงได้แสดงออกว่ารักว่าหลงเขาได้ถึงขนาดนั้น

 

“แล้วใครให้รอล่ะ โอ๊ย! ยังร้อนอยู่ก็ไม่บอก”

 

หญิงสาวตอบสั้นๆ เช่นกัน ก่อนจะลงมือทานอาหาร เธอหยิบกุ้งแม่น้ำเผาตัวโตขึ้นมาใส่จาน ก่อนจะรีบปล่อยมันวางลงทันทีเมื่อรู้สึกถึงความร้อนระอุจากตัวกุ้งสีแดงส้มน่ารับประทานนั้น พลางรีบเป่ามือตัวเองหลายๆ ที

 

ท่าทางของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทำให้คนที่กำลังแกล้งเก๊กหน้าขรึมถึงกับหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เขายื่นมือมาคว้ากุ้งตัวนั้นกลับไปใส่จานของตัวเอง ท่ามกลางเสียงร้องของหญิงสาวเมื่อเห็นว่าอาหารของเธอถูกฉกไปต่อหน้าต่อตา พลางฉวยคว้าส้อมขึ้นมาชี้หน้าอีกฝ่ายเสียงขุ่น

 

“นี่! ทำอะไรน่ะ จะเอากุ้งฉันไปไหน เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

 

“ผมไม่แย่งคุณกินหรอก ก็แค่จะแกะให้เฉยๆ ทำเป็นร้องโวยวายเป็นเด็กไปได้น่า ถ้าหิวก็กินอย่างอื่นไปก่อนสิ”

 

ธมกรตอบยิ้มๆ พลางชี้กับข้าวอย่างอื่นให้หญิงสาวเลือกรับประทานไปก่อน ระหว่างรอเขาแกะเปลือกกุ้งออกให้ อรุสารีบแย้งกลับไป ทว่า กระเพาะเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องขึ้นมาเสียก่อน และทำให้เจ้าของเสียงดังนั้นถึงกับอายจนหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอจึงทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนแล้วเลื่อนมือไปตักแกงป่าที่วางอยู่ข้างๆ กันมาราดลงบนจานข้าวของตัวเอง พลางชี้มือไปยังขวดแก้วสีขุ่นขนาดเท่าเบียร์ขวดเล็กที่วางอยู่ตรงข้างขวาของชายหนุ่มด้วยความสงสัย

 

“ฉันไม่ได้หิว...ฮึ่ย! กินอย่างอื่นก่อนก็ได้ แล้วนั่นอะไรน่ะ นายกินเหล้าด้วยเหรอ”

 

“เหล้าหมักที่ชาวบ้านเขาทำกินกันเองน่ะ ลุงผู้ใหญ่บ้านเอามาให้แทนคำขอบคุณที่ไปช่วยเขาซ่อมโรงเรียนวันนี้ ปกติผมไม่ค่อยชอบพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่าไหร่ แต่อันนี้เป็นข้อยกเว้น”

 

หนุ่มผิวเข้มตอบ พลางหยิบกุ้งตัวโตที่แกะเปลือกเรียบร้อยแล้วใส่จานคืนให้หญิงสาว แล้วเทของเหลวสีขาวขุ่นในขวดนั้นลงในแก้วของตัวเอง แล้วทำท่าจะยกขึ้นดื่มพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นดวงตากลมโตคู่สวยที่กำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยสายตาเป็นประกาย จึงชะงักวางแก้วลงพร้อมกับเอ่ยถามอย่างงุนงง

 

“มองอะไรคุณ มีอะไรติดหน้าผมหรือไง”

 

“เปล่า ฉันไม่ได้มองนาย แต่มองแก้วในมือนายต่างหากล่ะ นี่...ให้ฉันลองชิมบ้างได้ไหม”

 

สาวชาวกรุงส่ายหน้าก่อนจะรีบยกแก้วเปล่าของตัวเองยื่นส่งให้ พร้อมกับทำท่าบุ้ยใบ้ส่งสายตาไปยังขวดเหล้าสีขุ่นข้างๆ ชายหนุ่ม

 

“ไม่ดีมั้ง เหล้านี่มันแรงนะ ผู้หญิงอย่างคุณขืนกินเข้าไปมีหวังเมาพับไม่เป็นผู้เป็นคนแน่” ธมกรว่าพลางตักอาหารเข้าปากอย่างไม่สนใจสายตาวิบวับของอีกฝ่ายที่มองขวดเหล้าหมักนั้นอย่างไม่วางตา

 

“ไม่เมาหรอกน่า รู้ไหมในกลุ่มเพื่อนๆ ที่ทำงานเวลาเขาไปดื่มกัน ฉันน่ะได้รับฉายาว่าแม่สาวคอทองแดงเชียวนะ น่า...ให้ฉันลองชิมหน่อยแค่นี้จะเป็นไรไป”

 

“แน่ใจ? ก็ได้แค่นิดเดียวเท่านั้นนะ ถ้าเมาขึ้นมาอย่ามาหาว่าผมมอมเหล้าคุณก็แล้วกัน” เมื่อทนลูกตื๊อของแม่สาวคอทองแดงไม่ไหว ชายหนุ่มก็จำใจรินเหล้าหมักใส่แก้วให้คนที่ยื่นแก้วมารออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

 

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแอลกอฮอล์ที่เจือด้วยกลิ่นหอมแบบข้าวคั่วใหม่ๆ โชยมาเตะจมูกอรุสาเมื่อเธอยกขึ้นจ่อใกล้ๆ ปาก รสชาติหวานนุ่มที่ไหลลงคอ ทำให้ใบหน้าขาวร้อนวูบขึ้นมาตรงสองแก้มเมื่อเหล้าหมักสูตรภูมิปัญญาชาวบ้านลงไปสู่กระเพาะของหญิงสาว ดีกรีความร้อนแรงมากพอกับสุดยอดไวน์แดงจากต่างประเทศเลยทีเดียว

 

“อร่อยจัง ไม่คิดว่าเหล้าหมักแบบชาวบ้านจะรสชาติดีขนาดนี้เลยนะเนี่ย นี่ ขอชิมอีกนิดสิ”

 

ประโยคที่ฟังดูราวกับว่าหญิงสาวตรงหน้าคือผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไรอย่างนั้น ทำให้ธมกรรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่ยอมให้อีกฝ่ายชิมขึ้นมาตะหงิดๆ

 

“พอแล้วล่ะ กินข้าวไปเถอะคุณ วันนี้ผมเหนื่อยมากแล้ว ถ้าต้องแบกเมรีขี้เมาเข้าไปนอนในห้องคงจะไม่ไหวนะ”

 

“เชอะ! ทำเป็นอ้างว่าเหนื่อย ที่จริงไม่อยากให้ฉันแย่งของนายล่ะสิ คนขี้งก”

 

เมื่อถูกขัดใจขึ้นมา อรุสาก็ได้แต่ทำหน้าตูมพลางตักข้าวใส่ปากตัวเองเงียบๆ โดยหารู้ไม่ว่าท่าทางเหมือนเด็กหญิงขี้งอนของเธอนั้น สร้างความพึงพอใจให้แก่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามได้มากแค่ไหน

 

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ อาหารต่างๆ พร่องลงไปมากจนเกือบหมดแล้ว เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของอรุสาค่อยๆ เบาลงจนกระทั่งเงียบไปในที่สุด ธมกรจำไม่ได้ว่าเขาอนุญาตให้สาวชาวกรุงดื่มเหล้าหมักเข้าไปอีกตอนไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นว่าเธอก้มหน้าฟุบหลับคาโต๊ะไปเรียบร้อยแล้ว และมีเหล้าหมักที่เหลือติดอยู่ที่ก้นแก้วในมือเป็นหลักฐาน

 

“ไหนบอกว่าตัวเองเป็นพวกคอทองแดง แค่ไม่ถึงครึ่งขวดก็เมาแอ๋แล้วเหรอเนี่ย จริงๆ เลยนะผู้หญิงคนนี้ อยู่กับผู้ชายสองต่อสองแท้ๆ ไม่รู้จักระวังตัวบ้างเลยหรือไง”

 

หนุ่มผิวเข้มบ่น พลางดึงแก้วออกจากมือของหญิงสาวที่กำลังหลับใหลไม่ได้สติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนจะช้อนร่างของเธอขึ้นมาแล้ว พาเข้าไปในห้องพักรับรองแขก เขาวางร่างบอบบางลงกับเตียงอย่างทะนุถนอม มือใหญ่แตะที่แก้มแดงปลั่งของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา

 

“แก้มแดงแบบนี้น่ารักเหมือนตอนเด็กๆ ไม่ผิดเลยนะน้องสา”

 

ธมกรเปรยกับตัวเอง พลางนึกไปถึงเด็กหญิงที่อยู่ในความทรงจำเมื่อครั้งอดีต พลันเสียงของหญิงสาวที่กำลังหลับก็ดังขึ้นคล้ายกับคนละเมอ ทั้งเรียกชื่อผู้เป็นอา ทั้งก่นด่าว่าเขาสารพัด แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกระคายหูได้เท่ากับชื่อของใครบางคนที่ได้ยิน

 

“ที่รักคะ สาคิดถึงปรินซ์จังเลย มารับสาหน่อยนะ สาอยู่ที่นี่ ถูกคนลามกโรคจิตกักตัวเอาไว้”

ปรินซ์? ที่รัก? ใครกันนะ ดูเหมือนจะเป็นชื่อของผู้ชายแถมยังเป็นชื่อที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วย เจ้าของรีสอร์ตหนุ่มถึงกับขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจทันที นี่เธอมีแฟนอยู่แล้วงั้นหรือ ทั้งที่เขาอุตส่าห์รักษาสัญญาไม่คิดจะมอบความรักให้แก่ผู้หญิงคนไหน แต่เธอกลับไปมอบหัวใจให้ชายอื่น แถมยังดูเหมือนจะลืมเลือนเรื่องราวระหว่างเขาและเธอไปแล้ว

 

ด้วยเพราะอารมณ์กรุ่นโกรธบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เจืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้ธมกรขาดสติสัมปชัญญะและความยับยั้งชั่งใจ คิดเพียงแต่ว่าต้องการครอบครองหญิงสาวที่แอบหมายปองมานานหลายปีไว้เป็นของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว ชายหนุ่มโน้มหน้าลงจูบที่ริมฝีปากของหญิงสาวอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้คนที่เมามายกึ่งไร้สติลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ

 

“อื้อ!!! ออกไปนะ นายจะทำอะไรฉันเนี่ย”

 

สองมือน้อยพยายามผลักไสเมื่อเห็นใบหน้าเลือนลางของชายหนุ่มที่ปล่อยให้มีหนวดเครายาวรุงรังราวกับโจรป่า พร้อมกับตะโกนด่าทอออกมาอีกสารพัด กลับไม่ได้ทำให้คนที่กำลังขาดสติหยุดการกระทำของตัวเองได้เลย

 

“ผมรักคุณ ได้ยินไหมอรุสา ผมรักคุณคนเดียวมาตลอด และจะไม่มีวันให้ยกคุณให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น”

 

ริมฝีปากหนาที่พร่ำจูบไปทั่วทั้งใบหน้างาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม ในเวลานี้เจ้าของรีสอร์ตหนุ่มไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าหญิงสาวที่เขาบอกว่ารักนั้นจะทั้งเตะ ทั้งทุบ และพยายามผลักเขาออกไปให้พ้นจากกายของเธออย่างไร ขอเพียงแค่ให้เธอเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น มือใหญ่ที่สัมผัสลูบไล้ไปทั่วร่างอรชรค่อยๆ ปลดเปลื้องพันธนาการของหญิงสาวออกทีละชิ้น ท่ามกลางเสียงร้องห้ามปรามของอีกฝ่าย พร้อมกับถอดเสื้อผ้าของตัวเองไปด้วย ในที่สุดทั้งคู่ก็เหลือเพียงแค่ร่างกายที่เปลือยเปล่า

 

“หยุดนะ อย่าทำแบบนี้ ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยฉันเถอะ”

 

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #76 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 23:18
    อ้าว....คุณกร
    #76
    0
  2. #50 tungkn4841 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 00:35
    อะไรคือสาเหตุ เมาเป็นเหตุ หรือ  หึงเป็นเหตุกันแน่  ...มารอลุ้น อรุสาจะรอดมือนายธมกรหรือไม่
    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #50
    0
  3. #49 jeabkiss (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2555 / 20:06
    สาจะรอดไหมเนี่ย
    #49
    0