แสนสวาท

ตอนที่ 3 : อดีตที่กวนใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    7 ส.ค. 55

ตอนที่ 3 อดีตที่กวนใจ

เสียงท้องร้องครางครวญประท้วงผู้เป็นเจ้าของที่เอาแต่นั่งจ้องการ์ดสีชมพูในมือด้วยดวงตาเลื่อนลอยไปไกล ความคิดของปิโยรสย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในวันที่เขายังรักกันดีกับวิรงรอง

ชีวิตในตอนนั้นมันช่างเต็มไปด้วยความสุข แสนหวาน มีความหวัง พลังกายและกำลังใจ ที่จะวิ่งไล่ล่าไขว่คว้าตามหาความฝันและความสำเร็จ โดยที่มีเธอเป็นแรงใจเกื้อหนุนอยู่เบื้องหลัง....ทุกสิ่งนั้นก็เพื่อให้เธอได้ภาคภูมิใจในตัวผู้ชายที่หวังจะฝากชีวิตและอนาคตไว้ด้วย

แต่แล้วทุกหวังและตั้งใจของเขา ก็พังภิณท์ลงไม่เป็นท่า เมื่อเธอได้เลือกผู้ชายคนใหม่ และเขาก็ได้รู้ในเวลาที่เธอหมดใจไปแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ก้าวพลาดในขั้นตอนไหน

เขาเหมือนคนโง่ที่หลงเข้าใจผิดคิดว่าเธอยังรักยังอยู่เคียงข้างมาเนิ่นนาน....หากในเวลาที่ควรจะเฉลิมฉลองให้กับความฉลาดและตาสว่างของตัวเองเสียที หัวใจกลับปวดหนึบรานร้าวไปทั้งทรวงเมื่อไม่อาจลบลืมภาพเก่าๆและวันเวลาเหล่านั้นออกไปจากหัวใจและความทรงจำได้เลย การพบหน้ากันอีกครั้งตอกย้ำให้เขารู้ว่าบาดแผลที่วิรงรองฝากไว้มันลึกเกินจะเยียวยาแก้ไขให้ดีขึ้นในช่วงเวลาแค่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เสียงท้องครวญโครกดังลั่น พร้อมอาการปวดเสียด ทำให้ปิโยรสเริ่มกลับมาสนใจตัวเองอีกครั้ง ถึงปากเขาจะไม่อยากทานอะไร แต่ท้องของเขากำลังต้องการอาหารไปย่อย เมื่อถึงเวลา ร่างกายก็ทำงานตามหน้าที่ของมัน

ร่างสูงสง่าด้วยความสูง 182 เซ็นติเมตร ดูองอาจหยัดยืนขึ้น พร้อมกับเปิดลิ้นชัก หยิบซองสีชมพูที่ทิ่มตาแทงใจนั่นโยนเข้าไปในนั้น แล้วปิดล็อกกุญแจให้เรียบร้อย คว้าเสื้อสูทมาพาดที่ท่อนแขน หมุนพวงกุญแจรถในมือเล่นแก้เซ็ง ใจยังไม่วายครุ่นคิดถึงคำขอร้องของวิรงรองที่ขอให้เขาไปเป็นสักขีพยานร่วมยินดีในงานแต่งงานของเธอ....ช่างกล้า

แล้วเขาเล่าควรจะไปให้เห็นชัดๆ จะๆกับสายตา ว่าเธอเป็นของคนอื่นโดยสมบูรณ์แล้วอย่างนั้นหรือ...เขาไม่แน่ใจว่าจะทำใจได้ กลัวหัวใจมันจะเจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างวันนี้อีก

นี่เขากำลังขี้ขลาดอยู่ใช่ไหม...ในเมื่อเธอยังกล้า แล้วเขาจะไม่กล้าอย่างนั้นหรือ?

เธอมีคนใหม่ได้...แล้วทำไมเขาจะมีใครบ้างไม่ได้...ออกไปหาใครซักคนมาช่วยลบหน้าความทรงจำให้ลืมๆเธอไปเสีย ก็หมดเรื่อง...อกหักสำหรับผู้ชายที่คุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างเขา...ก็แค่เรื่องเล็กปะติ๋ว

ว่าแต่ว่า...เขาจะออกไปหาสาวที่ไหน ในเมื่อเพิ่งกลับมาเมืองไทยได้เดือนกว่าๆ และก็เอาแต่เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ที่บ้าน พร้อมกับศึกษางานที่บริษัทอย่างคร่ำเคร่งจนแทบไม่มีเวลาพบปะเพื่อนฝูง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่ต้องการตอบคำถามของใครๆที่รู้จักทั้งเขาและเธอ ทุกคนคงไม่คิดว่าคู่สร้างคู่สมกิ่งทองใบหยกที่พวกเขาล้อเลียนอยู่บ่อยๆ จะลงเอยด้วยการเลิกลา และเขา...ผู้ชายที่ใครต่อใครพากันอิจฉาในความเพียบพร้อม เป็นฝ่ายถูกบอกเลิก โดนทอดทิ้ง

เรื่องอย่างนี้ปรึกษาธีรเทพคงได้เรื่อง...แต่ในสภาวะหัวใจง่อนแง่นไม่มั่นคง เขายังไม่อยากดึงใครลงมาเจ็บอย่างที่ตัวเองเป็นอยู่ตอนนี้...โว้ย...แล้วจะไปหาผู้หญิงที่ไหน ทำไมแค่หาผู้หญิงมาควงเล่นซักคนมันถึงได้ยากเย็นอย่างนี้

ย่าอยากให้ปีย์เจอน้องก่อน ทำความรู้จักงาม รับรองว่าปีย์จะไม่มีทางปฏิเสธแน่ๆ

จู่ๆข้อเสนอของ คุณหญิงศกุนตลา ก็ดังสวนกับเสียงโหวกเหวกโวยวายในหัวเขา

ใช่สิ...เขาไม่ได้กลับไปคฤหาสน์ธราดลอีกเลยตั้งแต่วันนั้น และก็เกือบจะลืมเรื่องที่คุณย่าเอ่ยปากไปเสียแล้ว เรื่องงานก็หนึ่งที่วุ่นวาย...แต่ที่มีอิทธิพลเหนือสิ่งใด ก็คงไม่พ้นเรื่องของวิรงรอง ที่ก่อกวนหัวใจและสมาธิของเขาเหลือเกิน

ดวงตาคมตวัดมองดูนาฬิกาดิจิตอลที่ตั้งบนโต๊ะ

เกือบหกโมงแล้ว มิน่าท้องถึงได้ร้องประท้วงขนาดนี้...ไปหาอาหารดีๆอร่อยๆ รสชาติตำรับชาววังแท้ๆ ทานที่คฤหาสน์ธราดลดีกว่า...งานนี้ น่าจะได้ประโยชน์ถึงสองต่อ

 

ร่างสูงของบุรุษหนุ่ม ผู้เป็นหลานชายสุดที่รักของ ม.ร.ว.ศกุนตลา ธราดล เดินขึ้นคฤหาสน์หลังใหญ่โตของผู้เป็นย่า ทักทายเพ็ญศรี แม่บ้านเก่าแก่ที่ดูแลบ้านหลังนี้มาช้านาน

“คุณท่านคงดีใจ ที่คุณปีย์มาเยี่ยม”

“ใครว่าล่ะครับ ผมมาหาข้าวเย็นกินต่างหาก” เขาว่าพร้อมยิ้มหน้าเป็นให้เพ็ญศรี

“พอดีเลยค่ะ เด็กๆกำลังจะตั้งโต๊ะอาหารค่ำให้คุณหญิงท่าน เดี๋ยวก็คงลงมา”

ปิโยรสพยักหน้า ก่อนจะเดินไปรอท่านที่ห้องทานอาหาร ระหว่างที่เดินผ่านห้องหับต่างๆ สายตาก็สอดส่องมองหาผู้หญิงที่อยากจะเห็นหน้าซักครั้ง ว่าควรค่าแก่การจะสละสถานะโสดให้หรือไม่ แต่กลับไม่พบใคร นอกจากเด็กรับใช้สองคนในห้องอาหารที่จัดเตรียมสำรับกับข้าวรอท่าผู้เป็นนาย

“ลมอะไรหอบมาล่ะฮึ ตาปีย์” ประมุขของบ้านเดินเข้าห้องรับประทานอาหารมา ถามหลานชายที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร สายตามีแววยินดีไม่น้อยที่ไม่ต้องนั่งเหงาทานข้าวเย็นมื้อนี้แต่เพียงลำพัง

“คิดถึงฝีมือกับข้าวตำรับชาววังแท้ๆ ก็เลยว่าจะมาขอข้าวเย็นคุณย่าทานครับ” เขาตอบพร้อมยิ้มประจบเอาใจ ลุกเข้าไปช่วยประคองคุณหญิงศกุนตลามานั่งที่โต๊ะอาหาร หากสายตาก็สอดส่องมองหาคนที่ควรจะติดตามมาด้วย เหมือนภาพชินตาที่เคยได้เห็นเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ไม่มีใครนอกจากป้าเพ็ญศรี

“ทำมาพูดดี มาครั้งก่อนก็ตั้งแต่เดือนที่แล้วละกระมัง เพิ่งโผล่หน้ามาให้ย่าเห็น” ท่านตำหนิไม่จริงจัง แม้จะคิดถึงหลานชาย และคิดว่าปิโยรสอาจจะต้องการเวลาในการขบคิดพิจารณาเรื่องที่ท่านแนะนำไป จนนึกร่ำๆอยากจะตามตัวมาเอาคำตอบ แต่พอทราบว่าหลานชายเข้าไปทำงานที่บริษัทและกำลังตั้งใจเรียนรู้ศึกษางานใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ ก็นึกเกรงใจ

เมื่อเขากลับมานั่งประจำที่ เด็กรับใช้จึงตักข้าว เติมน้ำเย็นให้ ผู้เป็นย่าก็พยักหน้าสายตากวาดมองอาหารบนโต๊ะ

“มีแต่อาหารมังสวิรัตนะ ไม่รู้ว่าปีย์จะมา เลยไม่ได้สั่งแม่เพ็ญเขาเตรียมของโปรดเราเอาไว้ให้ ย่าแก่แล้ว ทานเนื้อสัตว์แล้วย่อยยาก ไม่สบายท้องเลย มื้อเช้ากับมื้อค่ำโต๊ะอาหารที่นี่ก็จะมีแต่อาหารคนแก่อย่างนี้แหละ ปีย์ทานได้รึเปล่าล่ะ?” น้ำเสียงอ่อนโยนเต็มไปด้วยความเมตตาถามไถ่อย่างใส่ใจ

ปิโยรสพิจารณาอาหารหลากหลายเมนูบนโต๊ะ ซึ่งหน้าตาสีสันล้วนน่ารับประมาน แม้จะเป็นอาหารมังสวิรัต แต่ก็ดูรู้ว่าคนทำตั้งใจคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี พิถีพิถันในการปรุง

“ทานได้ครับ ไม่มีปัญหา ดีเหมือนกัน จะได้เปลี่ยนมาทานอาหารเพื่อสุขภาพกับเขาบ้าง” เขารีบตอบเอาใจท่าน ยกมือลูบท้อง

ประมุขแห่งบ้านธราดลยิ้มอย่างพอใจ

“อย่างนั้นก็ทานเลย ลองชิมซิ ว่าฝีมือแม่เพ็ญยังอร่อยถูกปากปีย์อยู่รึเปล่า?”

ชายหนุ่มจับช้อนส้อม หากสายตาก็อดจะมองหาคนที่ควรจะได้มาร่วมโต๊ะกันไม่ได้ เด็กนั่นหายไปไหน จุดประสงค์ของเขาไม่ได้อยากมาหาข้าวเย็นทานอย่างเดียว...แต่เป็นเพราะอยากเห็นหน้าตาของงามฉวีด้วย

“อันที่จริง ถ้าเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ งามเขาถนัดนัก แต่น่าเสียดายที่วันนี้ไม่อยู่บ้าน” ดูเหมือนท่านจะรู้ใจหลานชาย

“แล้วไปไหนเสียล่ะครับ?” ถามพร้อมกับตักอาหารลงจานไปด้วย

“งามน่ะหรือ? เพื่อนๆเขามาขออนุญาตชวนไปงานเลี้ยงฉลองเรียนจบน่ะ ย่าเห็นว่าไม่ค่อยได้ออกบ้านไปเที่ยวไหน ก็เลยอนุญาตให้ไป...ปีย์มาสองครั้งแล้ว ยังไม่เจอน้องเลยสินะ” ผู้ชราตอบ ก่อนจะลอบยิ้มพอใจ ที่เห็นว่าปิโยรสมีท่าทางกระตือรือร้นสนใจอยากเห็นหน้างามฉวีขึ้นมา...ดีเหมือนกันที่ไม่เจอตัว...จะได้แวะมาที่นี่บ่อยๆ ให้หัดรู้จักรอคอยเสียบ้าง...ท่านคิดตามจิตวิทยาของคนแก่ผ่านโลกมาก่อน

ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวไกล อยากได้อะไรก็แค่กดนิ้วสั่งก็ได้มาง่ายดาย เลยทำให้ผู้คนไม่รู้จักอดทนไปด้วย...อะไรก็ตามที่ต้องรอคอย...ยากเย็นเข็ญใจกว่าจะได้มา จึงมีคุณค่าให้คนรู้จักเห็นค่าควรรักษาไว้...ท่านหวังใจให้ปิโยรสรู้สึกเช่นนั้นกับหลานสาวที่ท่านรัก จึงนั่งทานอาหารไปเงียบๆ และแอบลอบพินิจมองหลานชายเป็นระยะ เห็นทีว่าที่มานี่ นอกจากมาหาข้าวเย็นกินแล้ว คงอยากมาเห็นหน้างามฉวีด้วยกระมัง แต่ทำไมถึงได้ใจเย็นปล่อยรอเวลามาเป็นเดือน จนท่านอดคิดไม่ได้ว่าหลานชายไม่สนใจเรื่องที่พูดไปเสียแล้ว

ปิโยรสทานอาหารมังสวิรัต ฝีมือเยี่ยมของเพ็ญศรีไปอย่างถูกปาก แม้จะแอบผิดหวังเล็กน้อย ที่ไม่ได้พบหน้าหญิงสาวที่อุตส่าห์ตั้งใจจะมาดูหน้าเสียหน่อย....แต่ก็พลาด...ดูเหมือนว่า เขากับเด็กงามฉวีดวงจะไม่สมพงษ์กันเสียเลย

หลังมื้ออาหารค่ำ ปิโยรสอยู่คุยกับคุณหญิงศกุนตลาอยู่อีกครู่ใหญ่ ก่อนจะขอตัวลากลับ ชายหนุ่มใช้รถเก๋งคันเก่าของบิดาที่ท่านไม่ใช้แล้วเป็นยานพาหนะ เพราะยังไม่มีเวลาไปเลือกหาซื้อใหม่ขับตรงดิ่งไปที่ร้านอาหารที่เปิดเป็นผับกึ่ง  เรสเตอร์รองของธีรเทพเพื่อนสนิทที่เดินทางกลับมาเมืองไทยล่วงหน้าหลายปี เพียงเพราะอยากหาเพื่อนคุย และก็หาที่นั่งจิบเหล้าคลายอาการเครียดที่ตกค้างมาตั้งแต่ตอนกลางวันด้วย

“ก็วิวถามหาแก ฉันก็บอกไปตามความจริง แล้วไง ก็ถ้าแกไม่คิดอะไรมาก ก็ไปร่วมเป็นเกียรติงานแต่งเขาเสียหน่อยสิ ไหนๆเขาอุตส่าห์บากหน้าไปเชิญถึงที่ขนาดนั้นแล้ว” ธีรเทพแนะนำ เมื่อได้รับฟังคำบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด

ปิโยรสหมุนแก้วเหล้าในมือไปมา ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

“หรือว่าแกยังลืมวิวไม่ได้ ยังรักยังแคร์เขาอยู่” จู่ๆเพื่อนก็ตั้งคำถามจี้ใจดำ

ใบหน้าบึ้งตึงเครียดขึงเงยขวับขึ้นมามอง ดวงตาขุ่นเขียว

“แกลืมผู้หญิงที่คบกันมาเจ็ดปีได้ภายในไม่กี่วันหรือไง?”

“แต่แกกับเขาเลิกกันมาตั้งหลายเดือนแล้วนี่หว่า...จนเขาจะแต่งงานกับคนอื่นแล้ว ไฟท์บังคับเว้ย ลืมได้หรือไม่ได้ แกก็ต้องทำใจให้ได้ เพราะเขากำลังจะไปเป็นเมียคนอื่นแล้ว” คำพูดทื่อตรงของเพื่อนสนิทเหมือนเสียบมีดแหลมๆลงกลางหัวใจก็ไม่ปาน ปิโยรสก็กรอกเหล้าเพียวๆหมดแก้วลงลำคออย่างหวังจะให้มันช่วยคลายความกลัดกลุ้มที่อัดแน่นสุมอก แต่ว่าแอลกอฮอล์ดีกรีร้อนผ่าววาบคอเหมือนถูกเผา กลับทำให้ใบหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมา ในใจก็ยิ่งร้อนรุ่มกลุ้มเข้าไปใหญ่

“เฮ้ย! เบาๆหน่อยเว้ย เพิ่งหัวค่ำอย่ารีบเมาไป” ธีรเทพห้ามปราม ยามเมื่อเพื่อนกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ ทำท่าว่าจะคว้าขวดเหล้าดีกรีแรงกล่อมประสาทตัวเองอีก

“ใจเย็นๆเพื่อน แกอย่าทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก เขามีใหม่ได้ แกก็หาใหม่ได้ ลองมองไปรอบๆร้านนี่ดูสิปีย์ ผู้หญิงสวยๆเยอะแยะไป แค่แกยิ้มให้ เลี้ยงเหล้าซักแก้ว คืนนี้จะหิ้วกลับไปนอนซักกี่คนก็ยังได้” ธีรเทพแนะนำ ปลอบใจให้เขามองเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่เห็นว่าตัวเองมีข้อบกพร่องตรงไหน การถูกผู้หญิงที่คบมานานถึงเจ็ดปีทิ้งไป มันไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับหรือทำใจได้ง่ายๆเลย

“ผู้จัดการคะ ลูกค้าที่เรสเตอรองค์มีปัญหานิดหน่อย อยากพบผู้จัดการค่ะ” แคชเชียร์สาวเดินเข้ามาตามตัวผู้จัดการหนุ่มไปแก้ปัญหา ธีรเทพจึงขอตัวไปดูแลลูกค้า ทิ้งให้เขาดื่มเหล้าอยู่คนเดียว

เหล้าเพียวๆละลายน้ำแข็งกว่าครึ่งขวดเริ่มไปเบียดแน่นกันอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะ ร่างสูงลุกขึ้นยืนโงนเงนเล็กน้อย ดวงตาคมหรี่ลงมองตัวหนังสือพร่าพรายที่ชี้ป้ายทางไปห้องน้ำ ปิโยรสรู้สึกว่าตัวเองเมาก็ตอนก้าวเท้าออกเดิน เหมือนโลกมันหมุนติ้วไปหมด เขาพยายามบังคับตัวเองให้เดินตรงแน่วมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำที่ดูเหมือนอยู่ไกลเหลือเกิน

 

“อะไรกัน จะกลับแล้วหรือวะตรี? เพิ่งหัววันอยู่เลย” เสียงทักท้วงถามดังมาจากชายหนุ่มสามคนที่ยืนเรียงหน้าโถปัสสาวะในห้องน้ำ ตอนที่ปิโยรสแหวกม่านบังตาเข้ามาข้างใน

“เออว่ะ ต้องรีบพาหวานใจไปส่งก่อน ขออนุญาตผู้ปกครองเขามาแค่สี่ทุ่ม พากลับผิดเวลา เดี๋ยวครั้งหน้าจะไม่อนุญาตให้มาอีก” เจ้าหนุ่มที่ยืนโถกลางหันมาพเยิดหน้าบอกเพื่อน

“แหม....ไอ้ตรี เดี๋ยวนี้ทำตัวเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายขึ้นมาเชียวนะ”

“งั้นสิวะ รักผู้หญิงก็ต้องอิงผู้ใหญ่ อีกอย่างงามเขาก็ไม่ค่อยชอบงานเลี้ยงอย่างนี้เท่าไหร่” เจ้าหนุ่มรีบออกตัว

งาม ชื่อนี้ที่ทำให้ปิโยรสหูกระดิก ตั้งใจฟังพวกหน้าอ่อนคุยกันต่อ

“มัวแต่รักผู้หญิงต้องอิงผู้ใหญ่อยู่อย่างนี้เมื่อไหร่จะได้แอ้มว้า ใช่ว่าแกจะหลอกล่อแม่นกน้อยนั่นออกมาจากกรงทองได้บ่อยๆนะเว้ย รวบหัวรวบหางจับปล้ำทำเมียเสียก็หมดเรื่อง” เจ้าเพื่อนตัวดีแนะนำ คนที่อยู่นอกวงสนทนาแต่ได้ยินเข้า เหลือบสายตาขุ่นเขียวไปมองอย่างไม่พอใจกับวิธีการที่ไม่เป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย แต่ก็ไม่มีใครสน

“ไอ้บ้า อย่ามาแนะนำอย่างนี้นะเว้ย คนนี้ฉันรักจริง หวังแต่ง งามคนเดียวเท่านั้น ที่จะมาเป็นแม่ของลูกฉัน” หนุ่มหน้าตี๋ที่ยืนอยู่โถกลางโวยสวนกลับดังลั่น...อุดมการณ์น่านับถือ

“แล้วถ้าเกิดเขาไม่ยอมตกลงปลงใจไปกับแก หรือว่าผู้ปกครองเขาไม่ยกให้ล่ะตรี แกจะทำยังไง?” ไอ้เจ้าเพื่อนตัวดี ยัง พเยิดหน้าถามต่ออย่างข้องใจ

ปิโยรสพลอยกลั้นใจรอฟังคำตอบอย่างลุ้นๆไปด้วย

“ฉันก็คงรวบหัวรวบหางจับปล้ำทำเมียล่ะว่ะ” คำตอบจากคนที่ครุ่นคิดอยู่เป็นนาน ทำให้เขาแทบอยากเดินไปเตะก้นมันซักป้าบ...ไอ้เด็กเวรนี่...จะดีก็ไม่ดีให้ตลอด หนุ่มรุ่นพี่ที่ผ่านโลกมามากกว่าสบถในใจ

เสียงโห่ฮาจากเพื่อนสองคนที่เหลือ ตามด้วยคำสบประมาทตราหน้าว่า...นึกว่าจะแน่จริง ทำให้เขานึกไม่พอใจ เด็กหนุ่มสมัยนี้ทำไมถึงได้มีความคิดชั่วร้ายอย่างนี้ หวังว่าผู้หญิงชื่อ งาม ที่สามคนนี่พูดถึง คงไม่ใช่คนเดียวกับว่าที่เมียของเขาหรอกนะ

ว่าที่เมีย...หึๆ ปิโยรสหลุดเสียงหัวเราะออกมา นี่เขาก็พลอยนึกบ้าจี้ตามคุณหญิงศกุนตลาไปด้วยแล้วหรือ? ถึงคิดอะไรเพ้อเจ้อไปไกลกับผู้หญิงที่ยังไม่แม้แต่จะเห็นหน้ากันชัดๆ

“อย่าพูดเป็นเล่นสิวะ...ถึงยังไงฉันก็อยากได้หัวใจเขา ก่อนจะได้ตัวเขา เราลูกผู้ชายเว้ย รักใครซักคนก็อยากได้ทั้งตัวและหัวใจ” คนพูดทำหน้าเพ้อๆฝันหวาน

เพื่อนอีกสองคนหันหน้ามาพยักพเยิดให้กัน ทำหน้าไม่เชื่อ

“ว่าแต่เฟอรารี่ใหม่ป้ายแดงของขวัญฉลองเรียนจบแกนี่ วันหลังยืมไปล่อเหยื่อสาวๆหน่อยได้ไหมวะ”

หนุ่มตี๋หันขวับไปมองทั้งสองอย่างเย้ยๆ

“ไม่ให้ยืมเว้ย ผู้หญิงที่จะได้รับสิทธิ์เป็นตุ๊กตาหน้ารถฉันมีคนเดียว ขืนให้พวกแกยืมไป เกิดใครจำผิดจำถูกเอาไปนินทาเสียๆหายๆขึ้นมา ฉันก็เสียเครดิตหมด”

“ก็ไปด้วยกันสิวะตรี สาวๆเห็นรถแพงๆล่ะตาโต จะได้ไม่เปลืองน้ำลายจีบนาน”

เสียงรูดซิปปรื๊ด ก่อนที่หนุ่มตี๋จะเดินผ่านหลังเขาไปยังอ่างล้างมือ เปิดก็อกน้ำซู่ดัง

“ไม่ได้เว้ย ฉันกลับตัวเป็นคนดีแล้ว เลิกเที่ยว เลิกเสเพลย์ เพื่อเธอคนเดียว” เงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานกับกระจก ก่อนหันกลับไปพูดกับอีกสองคน

”ถ้าแกอยากได้ผู้หญิงดีๆ แกก็ต้องเป็นคนดีด้วยถึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน” พูดจบหนุ่มตี๋ที่ร่างสูงพอๆกันกับเขาก็เดินออกจากห้องน้ำไป

ปิโยรสแอบเบ้ปากน้อยๆ เห็นทีเจ้าตี๋นี่จะเจอรักแท้เข้าให้แล้ว หวังว่าคงจะดีให้ตลอดรอดฝั่ง

“แกเชื่อน้ำหน้าไอ้ตรีไหมวะ ว่ามันจะถอดเขี้ยวเล็บแล้วจริงๆ ชวนไปจีบหญิงที่ไหนก็ไม่ไป” คนยุยงส่งเสริมที่เดินตามกันไปล้างมือที่อ่างน้ำถามขึ้นมาอย่างข้องใจไม่หาย

“สงสัยจะเป็นอย่างนั้นจริงๆว่ะ ถ้าเป็นฉันริจะจีบดอกฟ้าอย่างยัยงามของเจ้าตรี ก็คงจะต้องทำตัวดีเป็นลูกแมวเชื่องๆเหมือนกันเว้ย ผู้หญิงสวย แถมยังรวยอีกต่างหาก กุลสตรีทุกกระเบียดนิ้วเหมาะจะเป็นแม่ของลูก เป็นใครก็อยากร้องเพลงหยุดตรงนี้ที่เธอ” เจ้าหนุ่มนั่นครวญเพลงที่ฮิตเมื่อหลายปีก่อน แล้วกอดคอกันหัวเราะร่วนเดินออกจากห้องน้ำไป

ดวงตาคมกริบเหล่มองตามหลังทั้งสองคนไป นึกถึงความสนุกคึกคะนองในวัยหนุ่ม สมัยนั้นเขาเองก็คงไม่แตกต่างจากเด็กหนุ่มพวกนี้ กระทั่งเขาได้รู้จัก...วิรงรอง

เธอเป็นผู้หญิงที่เขาจริงจัง จนนึกอยากสร้างอนาคตด้วยกัน เขาหยุดเสเพลย์ หยุดแสวงหา หยุดความคึกคะนองทุกๆอย่างเพื่อเธอคนเดียว เมื่อคิดว่าตัวเองค้นพบสุดยอดแห่งปรารถนาที่ตามหามาแสนนานแล้ว...แต่แล้วใครจะคิดว่า ทุกอย่างจะจบลงตรงคำว่าเลิกลา และเขาคนที่ถูกทิ้ง จนในตอนนี้ก็ไร้ความรู้สึกกระตือรือร้นที่จะไปสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆกับหญิงสาวที่ไหนอีกแล้ว

ไม่ใช่ว่าเขาแก่หรอกนะ...อายุจะเต็มยี่สิบเก้าในเดือนหน้า ถือว่ายังไม่แก่ แต่มีเป้าหมายชีวิตที่แน่นอน รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร อยากได้อะไร อยากทำอะไร...และถ้าวิรงรองไม่รีบตัดสินใจไปเสียก่อน ปีหน้าเขาก็อาจจะพร้อมเป็นเจ้าบ่าวให้เธอด้วยก็ได้...แต่มันก็สายไปเสียแล้ว

โว้ย...ปีย์ นี่แกจะมัวมาเพ้อพร่ำคร่ำครวญหาผู้หญิงที่ทิ้งแกไปอีกนานไหม

ตอนนี้สิ่งที่แกควรทำคือลืมเธอซะ...เพราะมันเปล่าประโยชน์สิ้นดีที่จะไปคิดถึงคนที่กำลังจะกลายเป็นเมียคนอื่น

เมียคนอื่น...เขาหัวเราะออกมาอย่างขื่นๆ หลังจากเดินกลับจากห้องน้ำมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดิม...เหล้าขวดเดิม แก้วใบเดิม

แล้วเธอไม่ใช่เมียเขาหรือไง...ทางนิตินัยอาจจะไม่...แต่ทางพฤตินัยก็หลายปีแล้วนี่นา ที่พวกเขาคบหาและอยู่กันฉันท์คู่รักที่ลึกซึ้ง...นั่นล่ะ คือเหตุผลหนึ่งที่เขาตัดใจจากเธอได้ยากเย็น เพราะคิดว่าเธอได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาแล้ว

แต่กับเธอ...คงไม่ใช่สินะ ถึงได้เดินออกจากชีวิตเขาไปอย่างง่ายดายเหลือเกิน

ทิ้งซากตะกอนแห่งความฝัน...ความหวัง...และความทรงจำ ให้เขาได้เจ็บปวดหัวใจ

เหล้าเพียวๆอีกแก้วถูกเทราดรดลงไปในคอ ไม่คณนาต่อดีกรีร้อนแรงที่บาดคอจนร้อนฉ่าไปหมด สายตาพร่ามัวเหมือนมองเห็นตัวเองเมื่อตอนอายุยี่สิบต้นๆ...วัยฝัน...วัยหวานอีกครั้ง ตอนที่เห็นเจ้าหนุ่มหน้าตี๋กำลังเดินตามก้นผู้หญิงคนหนึ่งต้อยๆ...นั่นกระมัง หญิงสาวที่ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งยอมถอดเขี้ยวเล็บทิ้งลายเสือเพื่อหมอบศิโรราบคาบแก้วอยู่แทบเท้าเจ้าหล่อน...ดวงตาพร่าเลือนทำให้เขามองเห็นได้ไม่ชัดเจนนักว่าเธอสวยมากน้อยแค่ไหน...แต่ก็นึกอวยพรทั้งสองคน

ขอให้โชคดีแล้วกันนะไอ้น้อง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

153 ความคิดเห็น

  1. #153 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2556 / 21:52
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #153
    0
  2. #152 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2556 / 12:00
    เอากำลังใจมาฝากกกกจ้าพี่นาย
    #152
    0
  3. #151 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 / 11:06
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #151
    0
  4. #150 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 / 15:32
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #150
    0
  5. #149 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 / 14:17
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #149
    0
  6. #148 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2556 / 12:19
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #148
    0
  7. #147 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 12:21
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #147
    0
  8. #146 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 20:20
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #146
    0
  9. #145 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 09:59
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #145
    0
  10. #144 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2556 / 12:40
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #144
    0
  11. #143 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2556 / 15:47
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #143
    0
  12. #142 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 14:44
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #142
    0
  13. #141 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 13:37
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #141
    0
  14. #140 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 / 12:49
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #140
    0
  15. #139 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 21:33
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #139
    0
  16. #138 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 23:04
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #138
    0
  17. #137 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 14:17
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #137
    0
  18. #136 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2556 / 21:16
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #136
    0
  19. #135 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 15:55
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #135
    0
  20. #134 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 15:24
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #134
    0
  21. #133 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 15:52
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #133
    0
  22. #132 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 15:54
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #132
    0
  23. #131 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 15:22
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นาย
    #131
    0
  24. #130 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2556 / 22:25
    เอากำลังใจมาฝากจ้าพี่นายยย
    #130
    0
  25. #129 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2556 / 22:34
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกกกกกกกกจ้าพี่นาย
    #129
    0