P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 55 : ♦ 50 ♦ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 ก.พ. 58

 
 
Chapter 50
ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

 

  

 

พวกทหารพาตัวแกเร็ธ เล็นนิกซ์ ออกจากคุกหลวงหลังจากผ่านไปได้เกือบครึ่งเดือน

ไม่ใช่เพื่อปล่อยตัว แต่เพื่อนำไปขึ้นศาล

มีไม่กี่คดีที่จะได้ขึ้นศาลกษัตริย์ แล้วแต่ว่าใครเป็นผู้ร้องเรียน ข่าวลือออกมาว่าเป็นความดีความชอบของขุนนางกลุ่มหนึ่ง แกเร็ธฟังแล้วอยากจะอ้วก ไอ้พวกสายสืบของราชวงศ์นี่ยิ่งกว่าขี้ขลาด มันเสนอหน้าไปจุ้นจ้านในเรื่องที่ไม่ใช่ของตัวเอง โกหกหน้าตายได้เป็นคุ้งเป็นแคว ซ้ำยังสร้างข่าวลือได้อย่างง่ายดายราวกับใช้เวทมนตร์ แต่กลับไม่ยอมเปิดเผยตัวจริงให้ใครได้เห็น มีแค่องค์กษัตริย์กับตัวจำเลยเท่านั้นที่รู้ว่าใครเป็นต้นเหตุของทุกอย่าง

คดีสังหารหมู่โจรสลัดของทะเลคลั่งถูกปิดลงอย่างค่อนข้างทุลักทุเล ได้ตัวมาแค่ผู้สมรู้ร่วมคิดเพียงรายเดียว ดูเหมือนพวกสายสืบจะยังปรานีอยู่บ้าง ชื่อของมิเชลจึงไม่ถูกกล่าวถึงเลยแม้แต่น้อย ไม่มีการทรมานให้ผู้ต้องหาชี้เบาะแสต่อแต่อย่างใด ส่วนตัวทะเลคลั่งเองก็ได้ยินว่าหายไปกับพวกกรงสัตว์ -- ซึ่งถ้าเป็นเรื่องจริงก็จบกันแค่นั้น -- สนธิสัญญากับพวกโจรสลัดที่ว่าห้ามก้าวก่ายลูกเรือทำให้ตามไปเอาเรื่องไม่ได้

แกเร็ธสะใจได้แค่เรื่องที่กองทัพเรือไม่ได้ความดีความชอบอะไรในผลงานครั้งนี้เลย ซ้ำยังถูกหัวหน้าอัศวิน ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดด่ากราดเอาเสียอีกว่าหละหลวม ปล่อยให้คนนอกแทรกแซงได้ง่ายๆ จนต้องปรับปรุงระเบียบการใหม่แทบทั้งหมด

“โทษประหาร” ฝั่งกองบัญชาการทหารเสนอเสียงเฉียบขาดระหว่างไต่สวน “ข้อหาสมรู้ร่วมคิดในคดีฆาตกรรมหมู่โจรสลัด ทำลายสนธิสัญญา สร้างความปั่นป่วนในอาณาจักร”

“หรือก็แค่เสียหน้า ที่กองทัพเรือปล่อยให้โจรสลัดกับนาวาเอกที่ทรยศแหกคุกออกไปได้” ขุนนางที่นั่งอยู่ตรงข้ามถามแทรกขึ้นอย่างเหยียดหยัน “พลเรือเอกการิสต้าที่พวกท่านขังเอาไว้ก็อีกคนล่ะ ไม่รีบประหารเสียเดี๋ยวก็หนีไปอีก”

“ไม่ใช่เรื่องของท่าน” ผู้คุมอัศวินของทั้งอาณาจักรสวนกลับเสียงเฉียบขาด “ข้าลงความเห็นตามที่สมควร ไม่ใช่ด้วยเรื่องส่วนตัวหรือเรื่อง... จุกจิกเล็กน้อย... ที่ขุนนางเห็นว่าสำคัญ”

“ท่าน---!

“หรือท่านไม่เห็นด้วยกับโทษประหารครั้งนี้?”

ขุนนางคู่สนทนาขยับตัวอย่างอึดอัด ก่อนจะยอมรับ “ข้าไม่คัดค้าน”

ส่วนองค์กษัตริย์เพียงแค่เลิกคิ้วเท่านั้น

 

แกเร็ธอ่านกษัตริย์ผู้นั้นไม่ออก เขายังดูหนุ่มแน่น มีอำนาจจับอยู่ในทุกอณูของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่กวาดมองไปรอบท้องพระโรง ข้างๆ กันเป็นราชินีแสนสวย ได้ยินคำเล่าลือมาเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะสวยจับตาขนาดนี้ ซ้ำพระนางยังวาดยิ้มมาให้อาชญากรที่ถูกมัดไพล่หลังอยู่ตรงกลางห้องอีกต่างหาก

แกเร็ธนั่งนิ่งตลอดการขึ้นศาล เขาไม่มีอะไรจะเสีย

 

เขาไม่เหลือครอบครัว ไม่เหลือคนให้นึกถึง

แม้แต่คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ที่เขาเชื่อและไว้ใจ ก็เป็นได้แค่ไอ้คนหลอกลวงเลือดเย็นคนหนึ่ง

 

“มีอะไรจะสารภาพอีกหรือไม่” พวกทหารถามขึ้นหลังจากคุยกันเองเสร็จแล้ว แกเร็ธไม่แม้แต่จะหันไปมองระหว่างตอบเสียงห้วนสั้น

“ไม่”

“มีอะไรจะคัดค้านหรือไม่”

แกเร็ธหลับตา “ไม่”

“ข้ามี” องค์กษัตริย์เอ่ยแทรกขึ้นกลางคัน “บังเอิญข้าได้รับร้องเรียนจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม มีคำถามอยู่สองสามข้อ จะตอบได้หรือไม่”

ลมหายใจของอาชญากรหนุ่มสะดุดไปอย่างไม่คาดคิด ตะกุกตะกักตอบ “พะ... พะย่ะค่ะ”

“เจ้าอยู่ในธาลัสซามาแล้วกี่ปี”

“ราวๆ... สามปีครึ่งพะย่ะค่ะ”

“มาทำอะไรที่ธาลัสซา”

“กระหม่อม...” เขาอึกอัก แต่ดวงตาสีฟ้าจัดของกษัตริย์ไลโอเนลล์มองตรงมาอย่างที่แกเร็ธรู้ดีว่าโกหกไม่ได้ “...ถูกพวกโจรสลัดซามูเอลโจมตี แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ตายกลางทะเล ก่อนจะถูกคลื่นซัดมาที่นี่พะย่ะค่ะ...”

“เจ้าเคยฆ่าโจรสลัดบ้างไหม” คนบนแท่นบัลลังก์ถามต่อ “เคยลงมือฆ่าคนจริงๆ สักครั้งหรือเปล่า”

แกเร็ธหลับตา ตอบเสียงหนักแน่น

 

“ไม่เคยพะย่ะค่ะ”

 

เสียงฮือฮาดังขึ้นทั้งในหมู่ขุนนางและอัศวิน ไลโอเนลล์เพียงโบกมือเป็นเชิงให้เงียบ

“เจ้ากลบเกลื่อนหลักฐานให้ทะเลคลั่ง” กษัตริย์หนุ่มเอ่ยช้าๆ “สายของข้าบอกว่าถ้าเจ้าหนี ทะเลคลั่งจะฆ่าเจ้า... เป็นเรื่องจริงหรือไม่”

“...จริงพะย่ะค่ะ”

“เรื่องแบบนั้นใครๆ ก็พูดได้” ขุนนางผู้หนึ่งส่งเสียงมาจากอีกฟาก ไลโอเนลล์โคลงศีรษะ

“ข้าไม่ได้กำลังสืบหาความจริง” เสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยน หากฟังเฉียบขาดยิ่งกว่าครั้งไหน “ข้ามีความจริงอยู่ในมืออยู่แล้ว เหลือแค่คำยืนยันจากเหยื่อของเราเท่านั้น”

ฐานะที่เปลี่ยนไปของผู้ต้องหายิ่งเรียกเสียงรอบด้านให้ดังขึ้นอีก ขุนนางคนเดิมรีบอ้าปากค้าน

“แต่---”

“ข้าจำไม่ได้ว่ากำลังขอความเห็นจากท่าน เซอร์เออร์วิน”

เป็นอันจบประโยคแต่เพียงเท่านั้น เจ้าของชื่อหน้าม้านไป ท้องพระโรงเงียบลงอีกครั้งหนึ่ง แกเร็ธรู้สึกได้ว่าหัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ลมหายใจผิดจังหวะไปกับลมที่เริ่มเปลี่ยนทิศ คำถกเถียงและตัดสินหลังจากนั้นไม่เข้าถึงสมองเขาอีกแล้ว กลายเป็นแค่เสียงอื้ออึงจากที่ไกลๆ

ราชาและราชินียิ้มให้เขาอีกครั้ง แกเร็ธได้แต่ก้มหน้าลงอย่างนอบน้อม

 

ผืนฟ้าที่ปกครองธาลัสซา...

 

“ปล่อยตัวผู้ต้องหาได้”

เป็นเพียงคำเดียวที่แกเร็ธพอจะจับได้หลังจากนั้น อัศวินสองคนเดินเข้ามาปลดโซ่ตรวนที่ข้อมือและข้อเท้าของเขาออก ชายหนุ่มปฏิเสธที่จะให้คนพวกนั้นแตะต้องตัว ก้มลงคำนับอย่างจริงใจที่สุดพร้อมกับพึมพำคำขอบคุณซ้ำๆ รู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ที่นึกคำอื่นไม่ออกอีกแล้ว

“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก เล็นนิกซ์” ไลโอเนลล์หัวเราะเบาๆ “ขอบคุณโลกใบนี้ดีกว่าที่ยังไม่ได้เกลียดเจ้าจากก้นบึ้งของหัวใจ ขอบคุณเขาเถอะที่ยอมตายแทนเจ้า”

แกเร็ธชะงัก “ฝ่าบาทหมายถึง---”

 

“เทวดาผู้พิทักษ์ของเจ้า...” องค์กษัตริย์ขัดขึ้น เสียงทอดอ่อนลงระหว่างทิ้งท้าย “เขาฝากมาบอกว่าขอโทษที่หักหลัง ไม่จำเป็นจะต้องยกโทษให้เขาก็ได้... และขอให้เจ้ามีความสุขตลอดไป”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“มีคนยอมตายแทนเจ้าจริง ข้ายืนยันได้ มีสายสืบมาเล่าให้ข้าฟังแล้วตอนปล่อยตัวข้าออกมา” มิเชลยอมตอบเมื่อแกเร็ธผ่านไปที่บาร์ของหล่อน “แล้วหลังจากนี้เจ้าจะทำอะไรต่อ”

“ไม่รู้” แกเร็ธไม่ยอมสบตา “ไม่เคยคิดเอาไว้”

“ถ้ายังอยากอยู่แถวนี้ ข้าพอจะช่วยถามเจ้าของบาร์ให้ได้ว่ามีตำแหน่งว่างหรือเปล่า” นางรำสาวเอื้อมมือไปดันคางอีกฝ่ายให้หันกลับมาสบตา “แต่ถ้าไม่ชอบ ไปลองดูแถวท่าเรือก็ได้ ได้ยินว่าเจ้าเคยเป็นพ่อค้า”

“นานมาแล้ว”

“พวกคนคุมท่าคงอยากได้คนเพิ่มอยู่หรอก”

แกเร็ธผงกศีรษะรับอย่างขอบคุณ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก ปล่อยให้หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ กับตัวเอง... ยังเกลียดไหมหล่อนก็เกลียด แต่ความแค้นจางลงมากแล้วเมื่อรับรู้ความจริง

แกเร็ธพยายามปกป้องหล่อนจากคัตวา และราล์ฟเลือกจะปกป้องคัตวาไว้อีกทีหนึ่ง...

ภายในบาร์เล็กๆ ที่เมืองใต้ยังคงคึกคักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ชายในเสื้อคลุมมิดชิดที่มุมร้านลุกเดินออกนอกประตูไปเงียบๆ ทิ้งเงินเอาไว้บนโต๊ะโดยไม่เรียกบริกร มิเชลหันมองตาม ก่อนจะเบนสายตากลับมายังแกเร็ธที่นั่งกำเหยือกเบียร์แน่นจนมือสั่นระริกไปหมด

“เรื่องวิลเลียม” ชายหนุ่มพึมพำถามเสียงแหบ “ไม่จริงใช่ไหม”

 

“วิลเลียมน่ะเลือดเย็น” หล่อนยักไหล่ “หมอนั่นอาจจะอยากเห็นเจ้ารู้สึกผิดไปตลอดชีวิตก็ได้”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

แต่ไม่ได้มีแค่คนเพียงคนเดียวที่รู้สึกผิด

ท่ามกลางวันคืนที่ผันผ่าน ชีวิตในคุกของอดีตพลเรือเอกกาเบรียล การิสต้า ไม่ได้ดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

ภายในคุกเดี่ยวมืดสลัว มีแสงเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นที่ลอดผ่านซี่ลูกกรงเหนือศีรษะเข้ามาได้ ชายหนุ่มผมทองไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งนิ่งๆ อยู่บนเตียง บาดแผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้นยังไม่หายดีนัก ด้วยว่าหน่วยพยาบาลที่เข้ามาดูแลไม่ได้ให้ความใส่ใจเท่าที่ควร... ก็ไม่แปลก สวัสดิการของคนทรยศไม่น่าจะดีนักหรอก

ฝาแฝดลูคัสที่ถูกจับมาพร้อมๆ กันหายตัวไปจากคุกข้างๆ อย่างไร้ร่องรอย กาเบรียลไม่แปลกใจนัก ยังจำคำของฟรองซัวร์ที่บอกว่านักปราบพยศจะมาช่วยได้ดี

ไอ้บ้านั่นพูดจริง

 

แล้วก็จริงอีกนั่นแหละ

ที่คนพวกนั้นไม่พาเขาไปด้วย...

 

กาเบรียลไม่รู้ว่าเพราะเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย หรือเพราะฟรองซัวร์กับฌาคส์ลงความเห็นว่าต่อให้ตาย ยังไงคนอย่างเขาก็ไม่มีวันไปร่วมมือกับโจรสลัด คนที่ยังเหลืออยู่ในคุกจึงมีแค่เขา พร้อมกับเวรยามที่หนาแน่นขึ้นอีกเท่าตัวหลังจากการแหกคุกครั้งใหญ่

ฟรองซัวร์กับฌาคส์หายไปอย่างเงียบๆ นักเวทที่ช่วยพวกมันไว้ต้องเก่งกาจทีเดียว

พวกผู้บัญชาการคงหัวหมุนกันไปเยอะ...

แว่วเสียงพูดคุยมาจากทางเดิน กาเบรียลไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก นานๆ ครั้งเขาถึงจะไปถามพวกทหารยามว่าคดีทะเลคลั่งไปถึงไหนแล้ว มีใครพูดถึงเกาะสมบัติของกองทัพเรือบ้าง ไถ่ถามอยู่นานกว่าจะได้ความว่าทะเลคลั่งหนีไปได้แล้ว ส่วนตัวเกาะค้าทาส... ก็ยังเป็นเกาะค้าทาสต่อไป

ราชวงศ์รับรู้ แต่ไม่มีใครดำเนินการอะไรเด็ดขาด แม้กระทั่งองค์กษัตริย์ก็ยังทำเป็นเมินเฉย

นี่แหละโลก...

ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิด เขาไม่เคยเห็นด้วยกับการค้าทาส และคิดมาตลอดว่ากองทัพเรือก็มีอุดมการณ์เดียวกัน แต่ยิ่งได้ยิน ได้ฟัง เขาก็ยิ่งรู้ว่าถ้ากองทัพเรือไม่ลักลอบค้าทาส ธาลัสซาอาจจะเกิดสงครามขึ้นเมื่อไรก็ได้ ในเมื่ออาณาจักรรอบข้างยังต้องการมนุษย์เป็นๆ ในฐานะสินค้า และความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเสี่ยง

แล้วอะไรกันแน่ที่เรียกว่าถูกต้อง

กาเบรียลไม่รู้เลย

 

“กาเบรียล การิสต้า?”

 

เสียงห้าวๆ ดังผ่านลูกกรง กาเบรียลเหลือบมองอย่างไม่คาดหวังอะไรนัก ก่อนจะพบเข้ากับชายหนุ่มหน้าตาดุจัดคนหนึ่งที่ดูเหมือนอันธพาลอย่างประหลาด ตาสีฟ้าอ่อนคมกริบ ผมสองสี -- สีแดงกับสีทอง

อดีตทหารเรือแค่เลิกคิ้ว ไม่ขยับตัว ใครคนนั้นอยู่ในเสื้อผ้าเนื้อดีเหมือนพวกชนชั้นสูง ผ้าคลุมสีน้ำเงินกลัดตราราชวงศ์รูปนกอินทรีสีทองอร่าม ข้างๆ เป็นชายหนุ่มอายุไล่ๆ กันในชุดทหารเลว มีดาบสั้นสองเล่มห้อยอยู่กับเอว

“ชื่อถูกต้องหรือเปล่า” คนที่กลัดตราราชวงศ์ถามเสียงห้วน กาเบรียลแค่นยิ้ม ตอบด้วยเสียงเข้มแข็งแบบทหารเรืออย่างประชดประชัน

“ถูกต้อง”

“ถูกจับข้อหากบฏต่อแผ่นดิน ถูกต้องไหม”

“ไม่มีอะไรถูกไปกว่านี้”

 

“มีไอ้บ้าสองคนฝากขอให้ข้าพาตัวเจ้าออกไป”

 

คราวนี้กาเบรียลหันขวับ สบกับดวงตาสีฟ้าจางคู่นั้นตรงๆ อย่างแปลกใจ

“หมายความว่ายังไง” นักโทษหนุ่มถามเสียงคลางแคลง “ข้าจำไม่ได้ว่าเคยมีการลดหย่อนโทษประหารให้กบฏด้วย ใครเป็นคนสั่งการ”

“ระเบียบเป๊ะสมคำร่ำลือ” ชายผมสองสีพยักหน้ารับช้าๆ “มีคนแบบนี้โผล่มาบ้างก็ดี รำคาญไอ้พวกองครักษ์ปากมากจะตายชักอยู่แล้ว”

“น้อยๆ หน่อย” ทหารเลวด้านหลังหัวเราะ “ข้าล่ะนึกว่าท่านไม่ชอบคนแบบนี้เสียอีก”

“คนมีฝีมือไม่ควรจะตายง่ายๆ” ว่าแล้วก็ยักไหล่ “แกก็ลองเอาไปฝึกดูละกัน เอียน ไม่พอใจค่อยไปจัดการกับไอ้แฝดนรกนั่นทีหลังข้อหาโกหก”

“เดี๋ยวก่อน” กาเบรียลลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือห้าม สีหน้าสับสน “เดี๋ยวก่อน นี่กำลังพูดถึงอะไร---”

“โทษใหม่ของเจ้าไง การิสต้า”

“หมายถึงอะ---”

 

“ข้าริกซัส อีกลีส เจ้าชายรัชทายาทแห่งธาลัสซา” เสียงขัดจังหวะขึ้น หยัดยิ้มนิดที่มุมปากพลางยกแขนข้างซ้ายขึ้นพาดกับลูกกรง สายหนังห้อยจี้แหวนสีแดงเลือดหมูบนข้อมือเด่นชัดขึ้นมาในสายตา “ฝาแฝดนั่นยืนยันว่าเจ้าทำงานได้ ข้าเลยว่าจะให้เจ้ามาลองงานเป็นองครักษ์ให้ข้าสักครึ่งปี เจ้าคิดว่ายังไง”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

นกทะเลตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ข้อแขน

“ใครส่งข่าวมาหรือ”

“คุณหนูของวลาด” ชายหนุ่มผมสีฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ได้ยินว่าส่งท่านนายพลไปหาแม่เราด้วย ไปยืนยันว่าพวกเรายังมีชีวิตอยู่ดี พระเจ้าเหอะ เจ้าชายนั่นเจ๋งเป็นบ้า”

“คิดถูกแล้วที่ขอร้องไว้” ฝาแฝดผู้น้องหัวเราะบ้าง “ใช้หนี้กันบานเลยทีนี้”

“ก็แค่เป็นสายให้คุณหนู ไม่ยากนักหรอก” ฟรองซัวร์โคลงศีรษะ “แค่ลอบส่งข่าวให้เจ้ามาตั้งหลายปียังทำได้เลย ไอ้น้องเอ๊ย”

เสียงอะไรดังโครมครามมาจากดาดฟ้าเรือ ฝาแฝดทั้งสองหันกลับไปมอง

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“จะให้ปรับตัวได้ในเวลาแค่นี้ก็โหดเกินไปหน่อยมั้ง” เกรกอรี่เปรยลอยๆ พลางกวาดสายตาไปยังต้นกำเนิดเสียง ราล์ฟละความสนใจจากพังงาไปมองบ้าง หัวเราะ

“ก็จริง กว่าข้าจะหายเมาเรือก็กินเวลาไปตั้งหลายเดือน”

“นั่นทะเลาะกันอีกแล้วรึเปล่า”

“ข้าชักรำคาญแล้วสิ”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

รำคาญอะไร คัตวาต่างหากที่รำคาญ

อย่างแรกที่เกลียดคืออาการเวียนหัว ตาลาย คลื่นไส้ แบบที่แค่ขยับตัวนิดหน่อย เห็นอะไรผิดตาไปก็ทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวพร้อมจะสำรอกได้แล้ว อย่างที่สองคือเขาเกลียดเสียงคลื่น เกลียดความโคลงเคลงของเรือ และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือเขาเกลียดเสียงหัวเราะโหวกเหวกของพวกโจรสลัด

เวลาหนึ่งเดือนฟังดูสั้นนิดเดียว แต่ยาวนานเหลือเกินสำหรับการอาศัยอยู่บนทะเล เจอหน้ากันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จะหนีก็หนีไม่ได้ จะหลบก็หลบไม่พ้น คัตวาไม่เคยเจออะไรบ้าบอแบบนี้มาก่อนในชีวิต

พอขึ้นเรือมาได้ไม่กี่วัน ราล์ฟก็เลื่อนตำแหน่งอเล็กเซย์ให้เป็นหมอประจำเรือเต็มตัว ก่อนจะโยนหน้าที่เคบินบอยมาให้กับคัตวา ทะเลคลั่งตีหน้าพิกล พยายามจะโวยวาย จะอาละวาด แต่คนทั้งเรือกลับแค่หัวเราะแล้วมองเขาเหมือนเด็ก มีแต่เขาที่แปลกแยก

แม้แต่อดีตทหารเรือฝาแฝดนั่นยังกลมกลืนไปกับคนอื่นๆ ได้เนียนสนิท ทั้งๆ ที่ขึ้นเรือมาพร้อมๆ กันแท้ๆ...

เขายังคงเป็นคนเดียวบนเรือที่ไม่สวมสร้อยแหวนสีแดงเลือดหมูนั่น สัญลักษณ์บ้าๆ ที่ไม่ต่างอะไรกับปลอกคอสุนัข... คัตวาสบถกับตัวเองในใจพลางกอดกราบเรืออย่างหมดแรง เขาไม่ได้ออกทะเลมานานมากแล้ว ครั้งสุดท้ายที่จำได้ว่าเมาคลื่นคือตอนที่ยังเป็นทาส... ก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าผ่านช่วงนั้นมาได้อย่างไร รู้แต่ตอนนี้คลื่นทะเลทำพิษเข้าแล้ว

“เอาให้สมกับที่เป็นเคบินบอยนะครับ” อเล็กเซย์วางถังน้ำกับไม้ถูพื้นไว้ให้ข้างๆ ขยิบตา “ทำเลอะแล้วก็ทำความสะอาดซะด้วย”

“หุบปาก!

คัตวาสวนกลับเสียงต่ำ แต่อดีตเคบินบอยกลับแค่หัวเราะแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้แค่ศักดิ์ศรีที่ทะเลคลั่งคิดว่าไม่น่าเหลืออีกต่อไปแล้ว... ไม่เหลือตั้งแต่กลายมาเป็น สัตว์เลี้ยง ใต้พันธะสัญญาของเกรกอรี่นั่นแหละ

 

มันเป็นสถานะที่ต่ำกว่าทาส ถูกเหยียดจนเหมือนไม่ใช่มนุษย์

แต่ส่วนลึกของหัวใจกลับกระซิบบอก มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าใกล้ความเป็นมนุษย์มากถึงขนาดนี้...

 

“กินอะไรหน่อยไหม” พ่อครัวเดินเข้ามาเลียบๆ เคียงๆ ถามเสียงเป็นห่วง คัตวายิ่งหงุดหงิด

“ไม่!

“หิวหน่อยน่า นั่นน่าจะหมดไส้หมดพุงเจ้าแล้วนะ”

“อย่า – เสือก!!

คัตวาคำรามลั่น ดังที่สุดเท่าที่จะเค้นออกมาจากคอได้ นึกเกลียดวลาดิเมียร์ที่เข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา ราวกับว่าแปดปีที่ขาดหายไปเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ไม่ได้บาดลึกเข้าไปถึงหัวใจ และไม่ได้ทิ้งรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วนเอาไว้ในจิตวิญญาณ

นัยน์ตาสีน้ำตาลแดงฉายแววรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด หากสิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของวลาดิเมียร์กลับมีเพียงเด็กชายตัวน้อยที่แสนอ่อนแอคนนั้น

ทั้งๆ ที่มันเองก็จำไม่ได้...

 

ถ้าไม่ติดว่าเกรกอรี่สั่งเอาไว้ เขาคงหักคอไอ้คนลวงโลกนี่ไปนานแล้ว

 

คัตวายังส่งเสียงขู่ทุกคนที่เข้ามาใกล้ ไม่ยอมโอนอ่อนลงให้ง่ายๆ และยังพยายามบอกตัวเองว่าเขาไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ เขาเกลียดพวกโจรสลัด เขาเกลียดพวกมันทุกคน... แม้เสียงหัวเราะของราล์ฟจะทำให้ทิฐิพังทลาย และดวงตาของเกรกอรี่จะทำให้ความมั่นใจสั่นคลอนก็ตาม

“อย่าดื้อนักเลยน่า” วลาดิเมียร์ยังบ่นอะไรหงุงหงิง รำคาญและขัดหูที่สุด “กินๆ เข้าไปเหอะ ไม่กลัวไม่มีแรงทำงานรึไง เดี๋ยวก็โดนถีบตกทะเล”

“บอกว่าอย่าเสือกก็อย่าเสือกไง ไอ้ลูกทาสเอ๊ย!

คัตวาตอกกลับจนสุดเสียงพร้อมกับถ่มน้ำลายใส่มือขาวซีดที่ยื่นมาจะช่วยพยุง รุนแรงและกักขฬะเกินกว่าที่ตั้งใจไว้

วลาดิเมียร์หน้าชา

 

“ข้าพยายามทำดีกับเจ้ามาจะเกินเดือนแล้วนะโว้ย! พอกันที!

 

พ่อครัวหนุ่มพุ่งเข้ามาจะต่อยหน้า แต่คัตวาก็เร็วพอกัน เสียงโวยวายดังไปทั่วดาดฟ้าเรือเมื่อชายหนุ่มทั้งสองคนตรงเข้าปล้ำกันเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คัตวากระโจนเข้าทำร้ายวลาดิเมียร์เป็นครั้งที่หลายสิบแล้วในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แค่เพราะทำอะไรผิดหูผิดตานิดหน่อยก็ขัดใจ กระทบศักดิ์ศรี กระเทือนอัตตา ถึงแม้ต่อยไปแล้วจะโดนเวทมนตร์สะท้อนจนเจ็บเองก็ไม่เป็นไร ขอแค่ให้ได้ลงมือ

ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่วลาดิเมียร์หมดความอดทนขึ้นมาก่อน

ฝาแฝดลูคัสเป่าปากเชียร์อย่างสนุกสนาน คาร์ลอสชะเง้อมองมาจากใต้ท้องเรือ ฮันส์กลอกตาอย่างรำคาญ ส่วนลูกเรือคนอื่นๆ ไม่รู้จะขำหรือจะอ่อนใจดี

 

ซ่า!

 

น้ำทะเลเย็นเฉียบถูกราดโครมลงไปกลางวง ไอ้หนุ่มสองคนที่กำลังกัดกันราวกับหมาบ้าหยุดชะงักไปทันที เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นหัวหน้าลูกเรือกับถังน้ำในมือ ข้างๆ กันเป็นกัปตันหนุ่มร่างสูงใหญ่ คิ้วเข้มเลิกคิ้วนิดคล้ายจะถาม ม่านตาสีน้ำเงินสว่างมองลงมาเหมือนผู้ใหญ่มองเด็ก

วลาดิเมียร์หน้าแหยลงทันที ในขณะที่คัตวาเพียงส่งเสียงชิเบาๆ สะบัดตัวออก ใบหน้าบวมช้ำจนตาปิด จมูกหัก เลือดกำเดาไหล เละเทะไปหมดอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนทุกครั้งที่ลงไม้ลงมือกับลูกเรือมารูน

ราล์ฟถอนหายใจยาว

“พวกเจ้าเกลียดกันข้าก็ไม่ว่านะ แต่ข้าชักรำคาญแล้วว่ะ”

“เฮ้ย!” คัตวาสะดุ้งเฮือกเมื่อมือหยาบกร้านของกัปตันเรือคว้าหมับเข้าที่ข้อมือ แข็งแรงและกำแน่นเกินกว่าจะขัดขืนได้ “ปล่อยนะโว้ย! จะทำอะไร!

“ดัดสันดาน”

“แต่เมื่อกี้ข้าไม่ได้---!

“แค่แรงวลาดคนเดียว ต่อยจนเจ้าหน้าแหกขนาดนี้ไม่ได้หรอก” ราล์ฟขัดขึ้นกลางประโยค รับเชือกเส้นหนึ่งมาจากเกรกอรี่ที่ยื่นมาให้อย่างรู้งาน “ถ้าอยากเจ็บตัวขนาดนั้นก็บอก ข้าจะทำให้”

มือสองข้างถูกมัดรวบเข้าหากันก่อนจะทันรู้ตัว คัตวาหน้าซีด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจับสัมผัสได้ว่าเชือกเส้นหนานั่นชุบอาคมสะกดเวทเอาไว้ แบบเดียวกับที่พวกทหารเรือใช้ควบคุมตัวนักโทษที่เป็นนักเวท

“ก... แกจะทำบ้าอะไร--- เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน!

“ว่ายน้ำให้สนุกนะ”

“เฮ้ย---!!

 

ตูม!!

 

เสียงน้ำแตกกระจาย ลูกเรือหลายคนเบ้หน้าอย่างสยดสยอง เกรกอรี่เท้าแขนกับกราบเรือมองไอ้หนุ่มผมแดงนั่นตะเกียกตะกายอยู่ในทะเลเงียบๆ ในขณะที่วลาดิเมียร์หลุดสบถอะไรออกมายาวเหยียด ลืมเรื่องที่ต่อยกันจะเป็นจะตายเมื่อครู่ไปทันที แทบจะกระชากคอเสื้อกัปตันมาไว้แล้วด้วยซ้ำ

“ท่านทำบ้าอะไรเนี่ย ไอ้บ้านั่นว่ายน้ำเป็นที่ไหนวะ!

“ก็นั่นสิ” ราล์ฟปัดมือผอมๆ ของพ่อครัวหนุ่มออกอย่างง่ายดาย ซ้ำยังฉวยเข้าที่หลังคออีกฝ่ายราวกับหิ้วลูกแมว ยันไปที่ขอบเรือแบบไม่ให้เวลาตั้งตัว “มันเลยเป็นหน้าที่เจ้าไง ไอ้เด็กเปรต ลงไปช่วยมันซะ ถ้าขืนใช้เวทมนตร์ข้าจะจับเจ้าถ่วงทะเลจริงๆ ด้วย”

“เดี๋ยวก๊อนนน---!!

แล้วไอ้หนูพ่อครัวประจำเรือก็หล่นตูมลงทะเลไปอีกคน เกรกอรี่ทำสีหน้าพิลึก ออกปากชมอย่างจริงใจที่สุด

 

“ข้าล่ะชอบวิธีปกครองลูกเรือของท่านจริงๆ”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“ท่าน – ต้อง – บ้า – ไปแล้ว – แน่!

วลาดิเมียร์ตะคอกใส่หน้าทันทีที่ปีนกลับขึ้นมาบนเรือได้ หิ้วตัวคัตวาขึ้นมาด้วยอย่างทุลักทุเล ทะเลคลั่งที่พ่ายแพ้ให้แก่เกลียวคลื่นสำลักโขลกๆ เปียกปอนไปหมดทั้งตัว ร่างกายสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ด้วยความเย็นของผืนน้ำ และความหวาดหวั่นที่พระแม่เจ้าแห่งมหาสมุทรมอบให้

ชายหนุ่มผมแดงนอนแผ่อยู่กับพื้นเรืออย่างหมดท่า หอบหายใจหนัก หูยังอื้ออึงไปหมด แว่วเสียงราล์ฟกับวลาดิเมียร์มาจากที่ไกลๆ

“หายบ้ารึยังล่ะ”

“หายสนิทเลย ไอ้กัปตันหอกหัก”

“ยังจะทำปากดีนะไอ้หนู”

“กรี๊ด ไม่ อย่าทำข้านะ”

พวกลูกเรือหัวเราะกันลั่นอย่างสนุกสนาน คัตวาซบหน้าลงกับดาดฟ้าเรือพลางพยายามควบคุมลมหายใจ นัยน์ตาฉายแววกร้าวขึ้นอย่างเคียดแค้น มันไม่ได้เจ็บปวดอะไรนักหนาอย่างเวลาถูกพวกคนค้าทาสทรมาน ถ้าราล์ฟคิดว่าแค่นี้จะทำให้เขาหายพยศได้ก็คิดผิดเกินไปแล้ว

“ยังหายใจอยู่ไหม”

เสียงทุ้มๆ ของเจ้าชีวิตขัดจังหวะทุกความคิดในหัว คัตวากลืนน้ำลายไม่ลงคอ เหลือบตาขึ้นมองหัวหน้าลูกเรือผิวสีแทนที่คุกเข่าลงข้างๆ อย่างหวาดระแวง

“อย่ายุ่ง” เขาพยายามทำเสียงให้แข็งเข้าไว้ “ถอยไป”

เกรกอรี่ขยับยิ้มให้ ขยี้เส้นผมสีแดงของเขาแรงๆ

 

“ยินดีต้อนรับกลับขึ้นเรือ”

 

หัวใจสั่น

วินาทีนั้นเองที่คัตวาเผลอเงยหน้าขึ้นสบด้วยเต็มๆ ก่อนจะพบกับรอยยิ้มของคนหลายสิบที่กำลังส่งตรงมาให้... เหยียดหยามบ้าง ขบขันบ้าง แต่ไม่ได้กดหัวเขาลงไปกับพื้น ไม่เหมือนกับ...

เกรกอรี่ตบไหล่เขา ช่วยพยุงให้ลุกขึ้น พอดีจังหวะกับตอนที่ราล์ฟหันกลับมายิ้มให้ ลามไปถึงดวงตาสีน้ำเงินสมุทร ดูน่ากลัวพอๆ กับผืนน้ำกว้างใหญ่เมื่อครู่ แต่ก็ลึกล้ำและอ่อนโยนมากเท่าๆ กันอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ฆ่าหัวใจเขาด้วยความหวัง ว่าเศษสวะอย่างเขาก็ยังมีคนรอคอยให้กลับมา...

โหดร้ายยิ่งกว่าทรมาน

 

“นี่คือเหตุผลที่ถีบตกทะเลใช่ไหม” คัตวากระซิบถามเสียงแหบแห้งพลางปาดน้ำทะเลที่เข้าตาออก ไม่แน่ใจว่าคนฟังจะรู้หรือไม่ว่าเขากำลังพูดถึงอะไรอยู่

แต่ดูเหมือนเกรกอรี่จะเข้าใจดีโดยไม่จำเป็นจะต้องอธิบาย

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:


On Top of the World - Imagine Dragons

ตอนแรกว่าจะยืดให้ยาวกว่านี้ แต่เขียนๆ ไปแล้วตัดมาเหลือแค่ตอนนี้ตอนเดียวเลยดีกว่า
ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้วนะคะ

เหลือแค่บทส่งท้ายเท่านั้น จะตามมาในอีกไม่นาน รวมไปถึงโปรเจ็คต่อไปของเรื่องนี้ด้วยค่ะ~


ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม และรักโลกใบนี้ไปกับเราค่ะ :)

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:12
    ตอนราล์ฟโยนคัตวาลงทะเล เหมือนเห็นภาพซ้อนตอนมิดฟาถีบราล์ฟลงทะเล เหมือนมากๆเลยล่ะค่ะ

    Ps.อยากรู้ มารีเอตต้าไปอยู่วังเหนือจะเป็นยังไงกันน้า
    #594
    0
  2. #579 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 15:53
    ชื่อตอนมันใช่ !!!!!
    นี่สิบ้านที่คัตวาควรอยู่
    คัตวากับวลาดความสัมพันธ์ดีขนาดนี้  แม่โล่งอกค่ะ!! 55555555
    ท่านการิสต้าก็ได้ไปอยู่ในที่ดีๆ ...กับองค์ชายที่ไม่รู้เป็นองค์ชายไปได้ไง (หลบแซ่)
    แล้วไหนจะวิลเลียม  โอ๊ยยย พ่อยอดชู้ของช้านนนนน
    หล่อมากง่าาาาาา  ตัวละครเรื่องนี้ออร่าทุกคนจริงๆ ว่ะค่ะ!!

    แถม
    องค์ไลโอเนลล์โผล่มาทีไรทำไมต้องหล่อออร่าขนาดนี้  องค์ราชินีก็อีก!

    เป็นตอนสุดท้ายที่หัวใจพองก็พอง จะแฟบก็แฟบ
    แต่มันสมเหตุสมผลและลงตัว  และอร่อยมากอ่ะ !!
    ถ้าอย่ากร้องไห้ก็เพราะมันจบแล้วเนี่ยแหละ

    #579
    0
  3. #502 malwar (@malwar) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:09
    แหมเกือบจะเสียใจ. เสียดายท่านนายพลอย่างมาก. แต่ท่านนายพลไปอยู่กับริกซัสนี้น่าสนใจมาก. คงสนุกพิลึก 555
    #502
    0
  4. #501 suikun (@shinora) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:38
    วลาดกรี๊ด 555555555555555555
    เจ้าชายกับคุณพี่ไลโอเนลล์หล่อแบบกู๊ดจ๊อบมากค่าาาาา
    #501
    0
  5. #500 knowing (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:23
    วลาดมีกรี้ดด้วย 555 รอไรท์ค่าา
    #500
    0
  6. #499 worm-book (@m130341) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:08
    เป็นติ่งไลโอเนลล์ทันทีเลยค่ะ ท่านคิงผู้แทบไม่มีบทให้ออก แต่ออกทีก็หล่อได้ และยังมีเจ๊อีแวนเจลีนที่ไร้บทยิ่งกว่าแต่สง่าตามกันมาติดๆ บร๊ะ คู่สร้างคู่สม!
    ส่วนวิลเลียมก็นะ...นายเลือดเย็นอย่างที่มิเชลว่าเลยแหละ เจ็บแทนแกเร็ธสุดๆเลยค่ะตอนนี้ แต่เป็นเจ็บคนละแบบกับตอนก่อนหน้านะ โอย จะชมรึจะด่ารึจะอะไรดีบรรยายมันไม่ถูก โอ๊ย ตาบ้าเอ๊ยยฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    สำหรับเจ้าชายก็กู๊ดจ็อบมากค่ะ ต่อไปเอียนน่าจะได้มีลูกคู่มากวดขันระเบียบวินัยให้พี่แกแน่เลย 555 วังเหนือคงมีอะไรใหม่ๆเพิ่มอีกเยอะ คนงามอย่าเพิ่งปวดหัวซะก่อนนะจ๊ะ แอร๊ย
    ส่วนแก๊งมารูนนี่ดูแฮปปี้กันดีเนอะ บรรยากาศอบอุ่นปนเฮฮาตามประสาลูกเรือมาก อเล็กเซย์ได้ทีโขกสับเขาใหญ่เลยนะยะ แหม หลุดพ้นจากการเป็นเคบินบอยแล้วนี่นะ*หยิกแก้มด้วยความหมั่นไส้* หนูตัตวาคะ หนูไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกนะ บนเรือลำนี้มีแต่คนน่ารักค่ะ กัปตันก็เท่บาดใจ(แม้จะชอบถีบชาวบ้านตกเรือก็ตาม...) ส่วนหัวหน้าลูกเรือก็น่าซบอกนะคะ!*แอบยุเบาๆ*
    #499
    0
  7. #498 dark-violin (@dark-violin) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:56
    T//////////////////T
    ฮือ เจ้าชายมาหล่อมากคุ้มการรอเลยค่ะ กัปตันหล่อมาก ไลโอเนลล์หล่อมาก
    อีแวนเจลีนหล่อมาก มิเชลหล่อมากค่ะแงงงงงงงงง
    เป็นตอนที่อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจชะมัดเลยล่ะค่ะ รักฉากถีบตกทะเลนั่นเป็นบ้าเลยด้วย คิดถึงบรรยากาศมารูนบนเรือจริงๆ ทุกอย่างมันลงตัวมากเลยค่ะะะ
    ไม่ว่ายังไง เราก็จะรักโลกใบนี้ของวูล์ฟซังตลอดไปนะคะ แง ;////;
    #498
    0
  8. #497 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:40
    *ทำไมคนหล่อเกลื่อนตอนอย่างนี้คะพี่ จิตใจคนอ่านระทวยไปหมดเเล้ว ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ*
    แดเมจเเรงสุดยกให้ราชาค่ะ พี่ไลโอววววววววววว แงงงง ไม่ได้เจอกันนาน คิดเถิงมาก หล่อมาก มาเจสติกมากๆๆๆๆๆ โอ๊ย กรี๊ดท้องพระโรงถล่ม พระสวามีอีแวน เอ๊ย พี่อีแวนก็มา แงงงง คิดถึงสองคนนี้ คิดถึงความคิงความควีนที่มาคู่กันมากกกกกกกกกกกกก //จำนนต่อท้องฟ้า
    แต่เรื่องของวิลเลียมนี่
    ...
    //เอามือกุมไต//ไม่จริงงงงงงงง ป๋าาาาา ;;[];;
    *อีหนู อย่าร้องนะ แง*
    *แต่ตอนนี้มิเชลดูหล่อจังเลยค่ะ/นางถีบ*
    ส่วนท่านนายพล
    ...
    ขอให้โชคดี ไม่ถูกความเกรียนก็อดแดมน์ทำประสาทแด๊กไปก่อนนะ ลาก่อย //เอียนถีบ//แต่ทำไมเลารู้สึกว่ามารีเอตต้าไปอยู่วังเหนือนี่ต้องกลายเป้นของเล่นของท่านหญิงกับแมรี่เเน่ๆเลย---*ลาก่อยอีกที*//ผัวะ!!
    เจ้าชายก็ไม่น้อยหน้าราชาเลยข่ะ กรีส นานๆทีใส่ชุดราชวงศ์ทีนี่หล่อจังงงง/เงยหน้าเเล้วกราบกราน
    พอตัดไปที่มารูนนี่ไม่รู้ทำไม เรายิ้มไม่หุบเลย เเง คิดถึงบรรยากาศแบบนี้มากๆ รู้สึกถึงความบ้าเเละความสงบที่อยู่คู่กัน ฟฟฟฟฟฟฟฟ วลาดกับคัตวาตีกันนี่ยังกับแมวกัดกัน.....
    และแล้ว เราก็ได้เห็นฉากถีบตกเรือในตำนาน
    ตอนถีบนี่ฮานะคะ คนลงไปกู้ชีพก็ฮา
    แต่ตอนต้อนรับกลับขึ้นมานี่
    //ใจสั่ลเป็นเพื่อนคัตวา//หัวหน้าลูกเรือกับกัปตันจะหล่อเกินไปแล้ววววววววววววววววววววว /คัตวาฟอลลิ่งอินเลิฟฟอร์ชัวร์*ตาย*
    ปล1.ว่าแต่ คัตวาเป็นเคบินบอย เเล้วฌาส์คเป็นอะไรคะ 555555555
    ปล2.รู้สึกไม่ได้ยินวลาดกรี๊ดมานานมากด้วย แอ๊ ฟืดดดดด
    ปล3.ว่าแต่อีกที มาดามไม่มารับน้องใหม่เหรอคะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    #497
    0