P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 54 : ♦ 49 ♦ เลือดทุกหยดที่ตกค้างคือน้ำหนักของชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    9 ก.พ. 58

 
 
Chapter 49
เลือดทุกหยดที่ตกค้างคือน้ำหนักของชีวิต

 

  

 

“คิดดีแล้วหรือ ไทเลอร์”

“ดีแล้ว” เสียงตอบกลับเรียบเรื่อย ฟังเหมือนเรื่องดินฟ้าอากาศ “มันไม่จำเป็นจะต้องรู้ว่าเลือดมันมาจากไหน”

“ไทเลอร์”

หัวหน้าสายสืบเบนสายตากลับมามอง หยัดยิ้ม

“แล้วท่านต้องการอะไรจากข้าอีก ริก วิลเลียมมันขออะไรมารึไง”

“แค่เรื่องความเป็นความตายของใครสักคน”

“แล้วท่านก็รับปาก?”

 

“ก็ไม่เชิง” คนเป็นเจ้าชายเพียงถอนหายใจ “ข้าแค่คิดว่าการที่เบิร์นส์มันปกป้องใครสักคนด้วยชีวิต อาจจะทำให้เจ้าเป็นมนุษย์ขึ้นมาบ้างก็ได้ล่ะมั้ง”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ตอนที่ตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือดวงตาสีน้ำเงินจัดจ้าของใครบางคน

ความเจ็บไหลปราดไปทั่วร่างกาย เกรกอรี่หลับตาลงอีกครั้ง พยายามนึกว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่ ได้ยินเสียงคลื่น เสียงพูดคุยโหวกเหวกดังมาไกลๆ จมูกสากลิ่นเกลือ กับความรู้สึกคุ้นๆ ของเตียงแข็งๆ ในห้องพักคนเจ็บบนเรือ...

 

“...มารูน?”

 

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” ใครสักคนหัวเราะรับเบาๆ เกรกอรี่ยังคงไม่ลืมตา แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว มีแค่คนเดียวในโลกเท่านั้นแหละที่จะมีเนื้อเสียงแบบนี้ เสียงของบ้าน...

“ราล์ฟ” หัวหน้าลูกเรือพึมพำ สูดหายใจเข้าลึกๆ ใช่แล้ว กลิ่นทะเล เขากลับมาแล้วไม่ผิดแน่ “เกิดอะไรขึ้น”

“ไม่มากหรอก แค่หนีตายกันออกจากเกาะเท่านั้นแหละ” ราล์ฟเอ่ยเสียงขบขัน เกรกอรี่หรี่ตาขึ้นมอง กัปตันเรืออยู่ในสภาพที่ดูไม่จืดเลยสักนิด -- แย่กว่าตอนไปสู้กับมังกรคราวนั้นเสียอีก -- หัวแตก มีรอยถลอกลากยาวจากข้างขมับลงมาเกือบถึงคางจนผ้าพันแผลปิดไม่มิด แขนข้างหนึ่งเต็มไปด้วยผ้าพันแผล อีกข้างถูกซ่อนไว้ใต้เฝือก และคนมองมั่นใจว่าใต้เสื้อผ้านั่นต้องมีรอยแผลอีกมาก อย่างน้อยๆ ก็ขาซ้ายที่ดูเกร็งแปลกๆ นั่นล่ะที่หนึ่ง

“ท่านหาทางหนีได้?” ตอนนั้นยังสลบอยู่เลยไม่ใช่รึไง

“ไม่เชิงว่าข้าทั้งหมดหรอก แต่ก็ส่วนหนึ่ง” ราล์ฟเบ้หน้า “ไอ้หนูนั่นหายตัวมาหาหลังจากเจ้าสลบไป -- บาโฟ -- เจ้าน่าจะเคยเจอแล้วนะ”

“เด็กปิศาจนั่น?”

“เด็กนั่น” ใบหน้าของกัปตันเรือยิ่งเบ้หนักเข้าไปอีก “และมันต่อยจนข้าฟื้นแล้วกรีดเลือดข้าสนุกไปเลย ให้ตายชักสิ เด็กเปรตแท้ๆ”

เกรกอรี่ทำหน้าเหมือนฟังอะไรผิด “นั่นช่วยให้เราหนีมาได้ยังไงวะ”

“เลือดข้าใช้หยุดอาถรรพ์ของแม่มดแห่งทะเลได้พักหนึ่ง” ราล์ฟยักไหล่ “ถึงเจ้าจะสะกดทะเลคลั่งไว้ได้แล้วก็เถอะ แต่มันบอกว่าไม่อยากเสี่ยงให้มีปิศาจตนไหนตามมาระหว่างพาหนี มีแค่อุปกรณ์เวทยุคหลังๆ ของราชวงศ์ที่แม่มดแห่งทะเลสะกดรอยไปไม่ได้” เขาทำหน้ายุ่ง “มันบอกว่าหาไม่ทัน แต่ข้าว่ามันตอแหล จริงๆ มันก็แค่อยากกรีดเลือดข้าเล่น”

“เลือดท่าน?”

“เลือดข้า”

“ทำไม---”

“ช่างเถอะ” นักปราบพยศเอ่ยปัดไปเสียก่อนจะจบ “ข้าไม่คิดว่าข้าจำเป็นจะต้องรู้หรอกว่าทำไม”

“แต่---”

 

“เลือดข้าเป็นสีแดง เกร็ก เป็นเลือดของพรานป่ากับโจรสลัดสองคนที่เลี้ยงข้ามา ข้ารู้แค่นั้นก็พอ”

 

มือขวาคนสนิทหุบปากลงทันใด เขารู้จักราล์ฟดีพอจะไม่ถามต่อ

“คนอื่นล่ะ”

ราล์ฟไม่ตอบ เพียงแค่พยักเพยิดไปด้านหลัง คาร์ลอสกำลังหลับอยู่บนเตียงใกล้ๆ ที่ยืนอยู่ห่างออกไปอีกนิดเป็นฟรองซัวร์ ผมตัดสั้นและโกนหนวดเคราเรียบร้อย สภาพเดียวกับก่อนจะแปลงโฉมบุกเข้าไปในกองทัพเรือ ผิดก็แค่ว่าตอนนี้มันบาดเจ็บยับเยินอย่างน่าสมเพชที่สุด รอยแผลขีดข่วนเปรอะไปทั่วทั้งร่างกายและท่อนแขน...

...แต่ฟรองซัวร์มีแขนซ้ายตั้งแต่เมื่อไร

“ไง” ไอ้หนุ่มผมสีฟางคนนั้นพึมพำ หัวเราะเสียงห้าวๆ “ยินดีที่ได้รู้จัก”

“เจ้า...”

“ฌาคส์ ลูคัส” เป็นคำตอบ “ฝาแฝดข้านอนอยู่นู่น ไม่ต้องตกใจ มันไม่ได้งอกแขนเพิ่มขึ้นเองได้หรอก”

“ข้าขอให้นากาอินช่วยเจาะเขตอาคมของกองทัพเรือระหว่างที่เจ้าสลบไป ฟรังค์กับฝาแฝดมันนอนรอโทษประหารอยู่ในคุก” กัปตันเรืออธิบายกลั้วหัวเราะพลางโคลงศีรษะไปมา “ค่าหัวพุ่งปรี๊ดกันแน่ๆ ล่ะคราวนี้ ก่อนหน้านี้เจ้ามียศอะไรนะ”

“นาวาเอก ประจำกองพันโจรสลัด”

เกรกอรี่หรี่ตาลง “แล้วเจ้าก็ยังมา?”

“ข้าไม่ได้มีอุดมการณ์สูงส่งเหมือนท่านนายพลของข้าหรอก รายนั้นน่ะยอมรับโทษประหารดีกว่าร่วมมือกับโจรสลัด” ฌาคส์ส่ายหัว “ข้าแค่ตามมาหาอะไรสักอย่างที่ข้าสร้างเองไม่ได้ อย่างน้อยๆ ก็ไม่ใช่ด้วยตัวคนเดียว”

“อะไร”

“บ้าน”

ดวงตาสบเข้า อดีตทหารเรือเพียงแค่หยัดยิ้ม องศาเดียวกับฟรองซัวร์ไม่ผิดเพี้ยน ก่อนจะผงกศีรษะให้นิดหนึ่งแล้วลากเท้าไปนั่งลงข้างเตียงของพี่ชายร่วมสายเลือด แขนขวาที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังยกขึ้นพาดกับเข่า

เกรกอรี่หยัดตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ กวาดมองไปรอบกายอีกครั้ง ไม่มีใครอยู่ในห้องพักคนเจ็บอีก แปลว่าคนอื่นๆ ยังสบายดีและทำงานได้ เสื้อเชิ้ตของเขาถูกถอดแขวนไว้อีกทาง เหลือแค่ผ้าพันแผลสีขาวกระจายไปทั่วตัดกับสีผิว ไล่ลามตั้งแต่ไหล่ลงไปถึงรอบเอว เกรกอรี่นิ่วหน้า แค่ขยับตัวนิดหน่อยก็ปวดเมื่อยไปหมด พลังเวทในตัวเขาหายไปเยอะทีเดียว

รอยสักสีดำรอบนิ้วมือทั้งสิบกระแทกขึ้นมาในประสาทรับรู้ คิ้วเข้มขมวดมุ่น

 

“อ้อ เผื่อเจ้าสงสัย ลูกเรือใหม่อีกคนนั่นอยู่ในห้องเก็บของ” ราล์ฟเปรยลอยๆ “ข้าขังไว้เอง”

 

เกรกอรี่ทำได้เพียงพยักหน้ารับเท่านั้น

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ตอนที่หัวหน้าลูกเรือผิวสีเข้มก้าวเข้ามา คนในห้องแทบจะแทรกตัวเข้าไปในผนังห้องอยู่แล้ว

“ออกไป!

เสียงตะคอกแหบห้าว ดุร้ายประหนึ่งสัตว์ป่าที่กำลังบาดเจ็บ เกรกอรี่เลิกคิ้วสูง... คัตวา ฟลินน์ ยังคงเหมือนกับครั้งสุดท้ายที่เขาจำได้ ไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปจากความทรงจำเลยแม้แต่น้อย ทั้งรอยแผลตามเนื้อตัว ขาข้างที่บาดเจ็บ ไปจนถึงรอยสักลวดลายประหลาดที่กลืนกินผิวเนื้อไปเกือบทั้งร่างกาย

เสื้อหนังเก่าๆ ตัวหนึ่งที่จำได้ว่าเป็นของฮันส์ถูกโยนทิ้งไว้กับพื้นอย่างไม่ไยดี

“ข้าบอกว่าให้ออกไป!!

คัตวากรีดร้องจนเสียงแตก แทบจะสำลักอากาศไปหมดแล้วกับลำคอที่แสบร้อนราวถูกไฟลวก แต่ยิ่งตวาดก็ยิ่งดูไร้ค่า... ไม่มีใครใส่ใจฟัง เกรกอรี่ยังคงยืนอยู่ที่หน้าประตู แลเห็นลูกเรือบางคนกำลังแอบๆ มองมาอย่างสนอกสนใจ เหมือนปาหี่ เหมือนการแสดงอะไรสักอย่างเพื่อความสนุกสนาน...

ประตูปิดลง ทะเลคลั่งยันตัวเองแนบไปกับผนังห้อง ซุกอยู่ระหว่างลังไม้เก็บของอย่างน่าเวทนา

ไอเวทสีดำทะมึนที่แผ่กระจายไปรอบห้องมาหลายวันแล้วหายไปแทบจะในทันทีที่เกรกอรี่ปรากฏตัว ปิศาจในร่างกายยังคงพยายามจะอาละวาด -- คัตวาอยากอาละวาด -- แต่พอส่งงูเวทออกไปหมายจะฆ่าล้างมันทั้งเรือ ผิวเนื้อเขากลับถูกฉกหายไปพร้อมกับเลือดที่พุ่งกระฉูด

ทุกครั้งที่ลงมือ คนที่ได้เลือดคือเขา

พอจะหายตัวออกห่าง มือที่มองไม่เห็นก็บีบรัดเข้ากับลำคอจนเกือบขาดใจตายไปหลายครั้ง แต่พอจะหนีออกไปดื้อๆ ไอ้โจรสลัดพวกนั้นก็แค่ต่อยเข้ากลางท้องแล้วโยนเขาใส่ห้องเก็บของนี่ ง่ายดายราวกับโยนเด็กเล็กๆ สักคนไปให้พ้นทาง

คัตวาไม่เคยคิดว่าตัวเองอ่อนแอมาหลายปีมากแล้ว นับตั้งแต่วันที่หลอมรวมตัวเองเข้ากับปิศาจ... มือเขาเปื้อนเลือดมาตั้งแต่วันนั้น ฆ่าทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า ทำลายใครก็ตามที่เข้ามาขวางทาง แต่ทั้งๆ อย่างนั้นเขากลับสู้คนพวกนี้ไม่ได้ ทั้งๆ ที่สมองพยายามสั่งให้ฆ่า หากเวทมนตร์ในร่างกายกลับส่งผลตรงข้ามอย่างน่าชังที่สุด

แค่เพราะคำสาบานโง่ๆ ที่บอกว่าห้ามทำร้าย แต่ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าเกรกอรี่หมายรวมไปถึงคนบนมารูนทุกคนด้วย...

ความกลัวแล่นเข้าจับที่ขั้วหัวใจราวกับเกล็ดน้ำแข็งที่กัดลึก เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว กลับไปเป็นแค่ไอ้เด็กทาสที่แสนอ่อนแอ โง่เง่า ไร้พลังอำนาจใดในมือ และทำได้เพียงรอคอยความตาย...

 

“คัตวา?”

 

ไม่มีใครเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้มานานแล้ว คัตวากอดตัวเองแน่น

“อย่ามายุ่งกับข้า” ชายหนุ่มพึมพำ พยายามคงเสียงให้ฟังดุกร้าวเอาไว้แต่ก็ไร้ผล มันสะท้อนความน่าสมเพชออกมาได้ชัดเจนเสียจนคัตวาเกลียดตัวเอง “อย่ามายุ่งกับข้า...”

เกรกอรี่ยังยืนอยู่ตรงนั้น ถอนหายใจแผ่วเบา

“ข้าขอโทษ”

ความเจ็บปวดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้แทงลึกเข้าไปในหลอดเลือด คัตวาตวัดสายตาขึ้นมองเขม็ง ตะคอก

 

 

“แล้วทำไมไม่ปล่อยให้ข้าตาย!



 

ห้องเงียบ ทะเลคลั่งทำได้เพียงหลอกตัวเองว่าเขาไม่ได้ร้องไห้

“ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าตาย! ทำไมไม่ฆ่าข้า! แล้วทีนี้ยังไง ยังต้องการบ้าอะไรจากข้าอีก! ถ้าสมเพชนักก็ฆ่าข้าสักทีสิวะ จะเลี้ยงไว้เป็นทาสหาพระแสงอะไร! ถ้าจะขอโทษก็ฆ่าข้าซะทีสิ!

“เดี๋ยว---”

 

“บอกให้ฆ่าไง ไอ้บัดซบเอ๊ย ฆ่าข้าซี่---!!!

“ถ้าจะฆ่าข้าก็ฆ่าไปนานแล้ว ไอ้เด็กเปรต หัดฟังซะบ้างสิวะ!

 

เกรกอรี่ตะคอกกลับบ้างพร้อมกับกระแทกตัวอีกฝ่ายติดผนังอย่างก้าวร้าว สวนกลับไปด้วยเสียงของหัวหน้าลูกเรือ ของคนที่มีอำนาจสูงสุดรองจากกัปตัน แข็งกร้าวอย่างที่ควบคุมลูกเรือทุกคนให้กลับเข้าที่ได้อย่างศักดิ์สิทธิ์นัก คัตวาอ้าปากจะแย้งแต่ก็พูดไม่ออก ได้แต่ขบกรามแน่น พยายามฉาบความเข้มแข็งขึ้นมาไว้บนใบหน้าอย่างยากลำบาก

โจรสลัดหนุ่มปล่อยมือออกจากลำคอที่สลักตราพันธะเอาไว้ช้าๆ เอ่ยเสียงอ่อนลง

“ข้าแบกน้ำหนักของความตายมามากเกินพอแล้ว” เกรกอรี่ถอนหายใจยาว “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าแบกน้ำหนักมาแล้วทั้งหมดกี่ชีวิต แต่ข้าจะไม่มีวันแบกใครเพิ่มอีกแล้ว”

คัตวามองตาขวางขึ้น คำราม “แล้วแกมีสิทธิ์อะไรถึงมากำหนดชะตาชีวิตข้าวะ!

“ข้าไม่ได้---”

“ถ้าข้าต้องมาทนหายใจร่วมกับไอ้พวกโจรสลัดแบบแก ฆ่าข้าซะยังจะดีกว่า!” ทะเลคลั่งตวาดแทรกขึ้นกลางคัน “กะอีแค่เอาดาบแทงข้าให้มันตายๆ ไป มันจะยากอะไรนักหนา! ถ้ามือแกเปื้อนเลือดมาแล้วก็ให้มันเปื้อนไปสิวะ แค่ชีวิตเน่าๆ ของข้าอีกคนเดียว มันจะไปหนักขึ้นได้สักเท่า---”

 

“มันก็หนักเท่ากับทุกชีวิตที่ตายไปนั่นแหละ ไอ้เด็กบ้า!

 

คัตวาสบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ไฟคุโชนอยู่ในดวงตาจนมืดบอดไปหมด เกรกอรี่หันกลับไปสบถอะไรอีกหลายคำกับตัวเอง กำหมัดแน่นเข้าจนเห็นข้อนิ้วขึ้นสีขาวชัดเจน พอดีจังหวะกับตอนที่ร่างสูงใหญ่ของกัปตันเรือเปิดประตูเข้ามา คัตวาเหลือบมองแล้วสะดุ้งไปนิด ยิ่งถอยหนีทั้งๆ ที่ไม่มีที่เหลือให้ถอย

“เจ้าไปพักเถอะ”

เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นขัดราวกับน้ำเย็นที่เข้าลูบ เกรกอรี่กัดฟันกรอด นิ่งอยู่นานหลายวินาที ก่อนจะถอนหายใจอย่างยอมจำนนแล้วหมุนตัวกลับออกไปแต่โดยดี

ราล์ฟยิ้ม

“ไง ยังไม่ตายใช่ไหม”

แล้วมันก็วนกลับมาที่เดิม คำสบถด่าที่ไหลลื่นออกมาเมื่อครู่ถูกกลืนหายไปในลำคอ หายไปในห้วงทะเลลึกสีน้ำเงินที่กำลังสบมองมา...

 

หัวใจร้าว

นั่นไม่ใช่คำถามที่คัตวาต้องการ

 

เขาทำได้เพียงกระซิบคำว่า “ออกไป...” แหบๆ อย่างไม่คาดหวังผล แล้วก็จริง ราล์ฟแค่หัวเราะเท่านั้น

“แผลที่ขาเป็นยังไงบ้าง” กัปตันเรือถามเสียงเรื่อยๆ ไม่ใส่ใจดวงตาสีน้ำตาลแดงที่ฉีกขาด “มาเสียเลือดตายบนเรือข้านี่ไม่เอานะเว้ย ขี้เกียจเช็ดล้าง”

“ก็แล้ว...” คัตวากลืนน้ำลายไม่ลงคอ “จะช่วยข้าไว้ทำไม...”

“ถามเกร็กคงได้คำตอบที่ดีกว่าข้ามั้ง” คนถูกถามโคลงศีรษะ ก่อนจะเลี่ยงไปนั่งบนลังไม้ใกล้ๆ ลังหนึ่ง นวดขาข้างซ้ายที่ยังบาดเจ็บเบาๆ “เกร็กเป็นคนดีกว่าข้า หมอนั่นรู้สึกผิดจะตายอยู่แล้วที่ทำแบบนี้ มันว่ามันไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวกับชะตาชีวิตของใคร”

คัตวาทำหน้าคลางแคลง ไอ้คนผิวแทนเมื่อกี้น่ะหรือ...

“งั้นเจ้าต้องการอะไร” เขาพึมพำไม่เต็มเสียง “จากข้า...?”

“ก็ไม่ได้ต้องการอะไร ข้าแค่ไม่ได้ใจดีเหมือนเกร็ก” ชายหนุ่มหยัดยิ้ม “ในเมื่อเจ้าขอร้องจะตาย ข้าก็เลยไม่ฆ่าเจ้า”

คัตวามองหน้าเขา “งั้นถ้าข้าบอกว่าข้าไม่อยากตาย?”

 

 

“ก็มีชีวิตอยู่สิ.”

 

 

นั่นไม่อยู่ในตัวเลือก

หัวใจชา เหมือนถูกอีกฝ่ายเอามีดกรีดลงกลางอกแล้วล้วงออกมาบีบเล่นอยู่ในมืออย่างทารุณที่สุด ล้วงลึกเกินไปจนปากแผลเหวอะหวะได้เลือด ทะเลคลั่งเบียดตัวเองเข้ากับผนังด้านหลังมากยิ่งกว่าเดิม ค่อยๆ ทิ้งตัวทรุดลงนั่งกับพื้น กอดตัวเองอย่างหมายจะปิดความอ่อนแอไม่ให้ใครเห็น หากก็ช้าไปแล้ว... โจรสลัดคนนั้นมองเห็นส่วนที่น่าสมเพชที่สุดของเขา...

ส่วนที่กระซิบบอกว่าอยากมีชีวิตต่อไป...

“ลงว่ามือเปื้อนเลือดไปแล้ว ยังไงก็ล้างไม่ได้หรอก” กัปตันหนุ่มถอนหายใจเบา “แต่ตายตอนนี้น่ะง่ายเกินไป... เราต้องฝันร้ายเรื่องนี้ไปจนตายนั่นแหละ ไว้เจ้าเข้าใจเมื่อไร ข้าอาจจะยอมฆ่าให้ก็ได้”

ท่ามกลางสีเลือดในเงามืด เป็นครั้งแรกที่น้ำหนักของความตายกดทับลงมาบนบ่า กินลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ สาหัสจนคัตวาแทบหายใจไม่ออก ชายหนุ่มพยายามควบคุมลมหายใจอย่างยากลำบาก ไม่ยอมเงยหน้า ราล์ฟเองก็ไม่ได้ใส่ใจว่าขอบตาคู่นั้นจะร้อนผ่าวขึ้นมาหรือไม่ แค่ผุดลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปเงียบๆ

ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มที่ติดตา ไร้ซึ่งความสงสาร ไม่มีวี่แววของเห็นใจ ทะเลคลั่งไม่รู้จริงๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่ รู้แต่รอยยิ้มนั่นทำให้น้ำตาไหลออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

คนข้างหลังหลุดสะอื้น กรีดร้อง

 

มันคือบาปและความตายที่ไม่เคยรู้สึก

มันคือความเจ็บปวดที่เพิ่งเคยรู้จัก

 

“ไอ้พวกบ้า...”

เขาไม่ได้ต้องการอะไรพรรค์นี้เลย...

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“แล้วมานั่งทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้ ไอ้หนู”

นักปราบพยศเอ่ยทักทันทีที่ปิดประตูลง ไอ้หนูที่พูดถึงสะดุ้งโหยง ยิ่งกอดเข่าตัวเองแน่นเข้าไปใหญ่พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองอย่างหวาดๆ นัยน์ตาข้างเดียวฉายแววหวาดหวั่น ไม่มั่นคงอย่างถึงที่สุดราวกับกำลังยืนอยู่บนเส้นลวดบางๆ พ่อครัวประจำเรือกัดริมฝีปากล่างแน่นจนเลือดซิบ ตัดกับสีผิวขาวซีดที่ดูซีดลงอย่างประหลาดในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา

“คัตวาเป็นยังไงบ้าง” ชายหนุ่มผมเงินถามเสียงแหบ ราล์ฟยักไหล่

“แผลยังไม่หายดี”

“ข้าหมายถึง---” พูดแล้วก็ชะงัก อ้าปาก แล้วหุบ ก่อนจะอ้าขึ้นอีกครั้ง “ข้า--- คือ---”

ราล์ฟก้มลงมอง

“แล้วทำไมไม่เข้าไป”

“แล้วท่าน... จะให้ข้าเข้าไปพูดอะไร” เขาพึมพำเสียงแหบแห้ง เลียริมฝีปากนิดหนึ่งก่อนจะถามต่อ “ข้ามีสิทธิ์อะไรจะกลับเข้าไปสู้หน้าหมอนั่น ฮันส์เล่าให้ท่านฟังแล้วนี่ว่าข้าทำบ้าอะไรลงไป...”

บนร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผลขีดข่วนกับแผลถลอก เวทที่ทะเลคลั่งเคยฝากเอาไว้หายไปแล้ว ราล์ฟแค่เลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง เอารองเท้าบู้ทยันไอ้หนูข้างๆ เบาๆ เขี่ยเป็นเชิงให้ลุกขึ้น

“แล้วเจ้าทำบ้าอะไรลงไป”

 

ดวงตาร้าว วลาดิเมียร์หายใจผิดจังหวะไป

 

“ก็ข้าจำไม่ได้!

เขาเผลอตวาด ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเสียงอาจลอดผ่านบานประตูเข้าไปก็เป็นได้ เลยรีบกัดปากตัวเองแน่นแล้วเสตาหลบ ยกมือขึ้นเช็ดจมูกตัวเองเบาๆ ท่าทีกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ราล์ฟหันไปยืนพิงกับผนังทางเดิน ตรึงสายตาเอาไว้กับใบหน้าขาวซีด

“แล้ว?”

“ก็---” วลาดิเมียร์พยายามหายใจเข้าลึกๆ “ข้า... ข้าจำเรื่องช่วงนั้นไม่ได้เลย ไม่ได้จริงๆ” ว่าแล้วก็เงยหน้าขึ้นสบด้วยอย่างเว้าวอน ดูราวกับเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังจมน้ำอยู่กลางมหาสมุทร “ท่านต้องเชื่อข้านะ กัปตัน แต่ข้าจำช่วงที่เป็นทาสแทบไม่ได้เลยจริงๆ ข้าไม่อยากจำ ข้ากลัว ข้า...”

“ลบความจำตัวเอง”

“มัน... ทำได้จริงๆ ใช่ไหม” วลาดิเมียร์พึมพำ “ข้ารู้แค่ว่าข้าไม่อยากจำ ข้าคิดแค่นั้น ข้าแค่... แค่...”

“วลาด”

เจ้าของชื่อหลับตาลง ปล่อยให้เสียงของนักปราบพยศแล่นไหลไปตามเส้นประสาท จากใบหูเข้าไปถึงสมองและหัวใจ ให้มันช่วยสงบความหวาดกลัวที่กำลังทะลักทลายออกมาจากจิตใต้สำนึก ราล์ฟไม่เร่ง ชายหนุ่มทิ้งช่วงเอาไว้นานพอจะให้วลาดิเมียร์ค่อยๆ สงบลงด้วยตัวเอง

อดีตทาสก้มหน้าลงมองพื้น

“ข้าจำได้แต่ว่าข้าเคยพยายามหนีจากโจรสลัดอยู่สองครั้ง ครั้งที่สองคือครั้งที่หนีมาแอบอยู่บนเรือลำนี้” พ่อครัวหนุ่มกระซิบเสียงแหบ “ส่วนครั้งแรกนั่น... พวกมันจับข้าได้”

“เจ้าหนีไม่พ้น?”

วลาดิเมียร์ส่ายศีรษะ “มันทรมานข้าเกือบตาย แล้วขังเดี่ยวข้าไว้ที่ชั้นที่ลึกที่สุดของเรือ ข้าจำได้แค่นั้นจริงๆ”

 

ราล์ฟหยุดเงียบไปนาน ก่อนจะก้มลงขยี้ผมสีเงินแรงๆ แล้วหย่อนสร้อยเส้นหนึ่งลงกับหน้าตัก ยิ้มให้

วลาดิเมียร์หยิบจี้แหวนสีเลือดหมูขึ้นมามอง อ้าปากค้าง

“นี่มัน---”

 

“ทำใจได้เมื่อไรก็เอาไปให้มันซะ” กัปตันเรือหัวเราะเบาๆ ผงกศีรษะเป็นเชิงขอตัว “มันเป็นของเอ็งแล้ว ไอ้หนู ขอให้โชคดี”

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

มาอัพแล้วค่ะ
อีกไม่กี่ตอนก็จบแล้ว กะไม่ถูกเหมือนกันค่ะ แต่ไม่เกินสามตอนแน่ๆ ล่ะ รวมบทส่งท้ายเข้าไปด้วย

เรื่องการลืมของวลาด เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะให้เป็นกลไกการป้องกันตัวอัตโนมัติของมนุษย์ค่ะ เป็น Repressed Memory หรือความทรงจำที่ถูกเก็บกด มันคือการซ่อนความทรงจำเอาไว้ในจิตใต้สำนึก ไม่ใช่การฝังใจกลัวนะ แต่เป็นการลืมเหตุการณ์นั้นๆ ไปเลย เป็นการหลอกตัวเองวิธีหนึ่งที่ยิ่งกว่าหลอกตัวเองอีก คือลืมไปเลยจริงๆ ไม่ใช่แค่พยายามลืม
วลาดเลยมีทั้งการฝังใจ (ช่วงโดนจับเผาตอนเด็กๆ) และการเก็บกด (ลืมเรื่องเป็นทาสช่วงวัยรุ่น) เหมือนความกลัวของมิเชล แต่อันนั้นจะแสดงออกในอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ

ไม่รู้ว่าบทนี้จะทำได้ดีสักแค่ไหน ทุกช่วงเลย มีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากพูด อยากสื่อ แต่ไม่รู้จะใส่ลงไปยังไงดี บางอย่างก็ไม่อยากให้พูดกันออกมาตรงๆ เพราะเราไม่คิดว่าราล์ฟจะสะกิดอะไรไปมากกว่านั้น

นักอ่านทุกคนมีความเห็นยังไงก็ลองบอกกันมาได้นะคะ
ยินดีรับเสมอค่ะ แอร๊ย~

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #578 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 15:48
    แม่อภัยในความผิดทุกประการของลูกวลาดนะลูก
    แต่การที่คัตวามาเป็นเด็กใหม่นี่เหนือความคาดหมายมาก !!
    เป็นวิธีการที่มารูนจริงๆ ว่ะ!!!
    วิธีการรอดออกมาก็พีค  แอบงอนคุณพ่อราล์ฟเล็กๆ แต่ก็ต้องขอบคุณนางอยู่ดี

    ง้อคัตให้สำเร็จนะโววา  <3
    #578
    0
  2. #496 นีไนล์ (@sentsecart) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:51
    พิมพ์ไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกอะไรที่ผสมปนเปกันเยอะมาก....
    ขอคารวะท่านไรเตอร์!!!
    #496
    0
  3. #495 ชานัวร์ (@keratikan) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:53
    โอ้ยย คัตวานี้หนูน้อยมากก น่ารักก #ปาหัวใจใส่
    #495
    0
  4. #494 suikun (@shinora) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:32
    กับวลาดและคัตวา โทษใครไม่ได้เลย
    #494
    0
  5. #493 knowing (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:03
    รออยู่ค่าาา สรุปแล้ววลาดลบความจำตัวเองหรอกหรอ
    #493
    1
    • #493-1 The.wolF (@wolf-zaa) (จากตอนที่ 54)
      10 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:29
      จะว่ายังงั้นก็ได้ล่ะมั้งคะ จริงๆ มันคือกลไกการป้องกันตัวเอง อารมณ์ว่าบอกตัวเองให้ลืมจนลืมจริงๆ เพื่อหนีความกลัว อะไรแบบนั้นน่ะค่ะ =v=
      #493-1
  6. #492 DriveMeCrazy (@greatmormon) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:52
    มาเร็วๆ รออยู่
    #492
    0
  7. #490 worm-book (@m130341) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:48
    น้องบาโฟทำดีค่ะ ทำดี ดีมากๆ ถึงจะแอบคลางแคลงอยู่ว่าเจ้าเด็กนี่มันสะใจขนาดไหนที่ได้เล่นงานกัปตัน 555
    มีฌาคส์มาร่วมวงแล้ว ทีนี้ล่ะอยู่กับฟรองซัวร์ได้สนุกกันใหญ่แน่ ว่าแต่...ขุ่นท่านนายพลคนสวยจะยอมตายจริงเหรอ ไม่นะตัวเองงง ;w;
    คุณเกร็กกับน้องคัตวานี่คู่สร้างคู่สมดีนะคะ//โดนอัดผลัวะ
    ส่วนกัปตันก็แสดงความเป็น"นักปราบพยศ"ออกมาให้เห็นอีกแล้ว มันเป็นอะไรที่เท่มาก จี๊ดมาก ได้ใจมากกก แต่สงสารวลาดจังอะ ฮีเป็นพวกเก็บกด กลัวและหลบเลี่ยงความเจ็บปวดมาโดยตลอด โธ่ ทูนหัว...สงสารจริงๆนะเนี่ย
    #490
    0
  8. #489 บลา 11! (@Mox20) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:43
    และแล้วเรือกัปตันก็มีสมาชิกเพิ่ม
    ตัวดีๆเด่นๆทั้งนั้นน ฮา

    รักวลาด (กับกับตัน) น่ารักจริงเลย > < ออกมาทีไรเหมือนเราเป็นแม่ยกคอยชูป้าย
    #ทีมวลาด
    #489
    0
  9. #487 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:02
    ไม่รู้จะเริ่มกรี๊ดอะไรก่อนเลยข่าาาาาาา ตั้งแต่เจ้าชายเลย แง ทูนหัว น่ารัก อยากจุ๊บกระหม่อม//ผัวะ!!
    เเล้วก็ขอลุกขึ้นยืนปรบมือรัวๆให้กับวาระแห่งชาติ บาโฟมีบท บาโฟมีบท บาโฟมีบททททททท/อีปิคมากแม้จะแค่ถูกกล่าวถึง/หน้าซาดิสถ์ๆนายลอยมาเลยบุญเลิศ/งานนี้คนสะใจที่สุดคือราชินีค่ะ รู้เลย ถถถถถถถถถถถถถถถถ
    ชอบตอนเปิดตัวฌาส์คด้วย อะไรจะมาพร้อมรังสีเกรียนแบบนี้ ฟฟฟฟฟฟ
    แล้วพ่อลูกเรือใหม่คนนั้นน่ะ
    โอ๊ย
    โอ๊ย
    อย่ามาทำตัวบรีบหัวใจยยยยยยยยย์ //มาหนีเข้าซุกกำแพงอะไรกันล่ะ คิดว่าน่ารักเหมือนแมวเหรอคัตวา แงงงงงงงงงง*น่ารักยิ่งกว่าแมวเอาไปล้านคะแนนค่ะ*
    แล้วยิ่งพอคุณเกร็กมาเเล้วยิ่งแบบ โอย นี่มันอะไร ฉากขอแต่งงานเหรอคะปรี้ เหมือน เหมือนมากกกกกกก//อารมณ์แบบ ชีวิตนี้ไม่ได้เป็นของนายคนเดียวแล้วนะ *ผัวะ!* *ผัวะผัวะ!*
    หลังจากนี้ต้องมีฉากมาคุยกันดีๆสินะคะ นะคะะะะะะะะ//แล้วก็เป็นหน้าที่ของพ่อซะมี เอ๊ย กัปปิตันไกล่เกลีย โอย คนนี้กลับมาหล่ออีกแล้ว //ต้องการที่จะซบ -คัตวาไม่ได้กล่าว *ตายคาที่*
    แต่ไปๆมาๆคนที่ทำเรากรี๊ดหนักสุดตอนนี้ึคงเป็นวลาด
    มัน
    เหมือน
    วลาด
    ตอนแรกๆเลย แงงงงงงงงงงงงงง อิเด็กน่ารักคนนั้นนนนนนนนนนน *พุ่งเข้าไปขยี้**โอย สำเร็จค่ะพี่ สำเร็จมาก เป็นวลาดที่ดูใสๆมองกัปตันตาแป๋วๆสับสนมึนงงชีวิตมาก แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง*//เลาจะรอคอยตอนหน้า เลาจะรออออออ
    #487
    0