P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 41 : ♦ 38 ♦ คนที่จะร้องไห้ต้องไม่ใช่เขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 มิ.ย. 57

 
 
Chapter 38
คนที่จะร้องไห้ต้องไม่ใช่เขา

 

  

 

ฝาแฝด!

 

ไม่ใช่เวทมนตร์ ไม่ใช่อาคม ไม่ใช่ฝีมือของใครทั้งนั้น แต่เป็นผลกำเนิดจากธรรมชาติล้วนๆ ที่สรรค์สร้างออกมาจนกาเบรียลแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นอยู่

ฌาคส์หันกลับไปลงกลอนประตูอย่างแรงจนแทบจะเป็นกระแทก นัยน์ตาที่แทบไม่ฉายแววใดๆ ทอความตื่นตระหนกและงงงวยออกมาให้เห็นกันชัดเจน ตกใจอย่างที่กาเบรียลไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดหลายปีมานี้ และแน่ล่ะ จุดรวมสายตาของนาวาเอกไม่ได้จับอยู่ที่เขา คล้ายจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขามีตัวตนอยู่ด้วย

“เจ้า... มาที่นี่ได้ยังไง!

“อะไรวะ ดีใจหน่อยซี่ กว่าไอ้เด็กเคบินบอยนั่นจะตัดผมข้าให้ได้เหมือนเจ้านี่นานอยู่นา” ฟรองซัวร์ ลูคัส แยกเขี้ยวกลับ ก่อนจะรีบปักดาบกลเข้าที่ข้างศีรษะตัวประกันดังฉึกเมื่อเห็นน้องชายฝาแฝดตั้งท่าจะคว้าดาบขึ้นมา “โอ๊ะๆ อยู่นิ่งๆ ไอ้น้อง ถ้านายพลของเจ้ายังมีความสำคัญอยู่”

นาวาเอกกัดฟันกรอด เอ่ยเสียงลอดไรฟันกลับมาอย่างยากลำบาก

“เจ้าต้องการอะไร!” คำถามเดียวกับที่กาเบรียลเคยถาม “ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้--- เจ้าไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้!

“ข้ามีหน้าที่ส่งข่าวของฝั่งข้าให้ทหารเรือ ข้าก็ส่งให้แล้วไง” เสียงของฟรองซัวร์ฟังกร้าวขึ้น “แต่เจ้าปิดข่าวของกองทัพกับข้า ข้าก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องบอกเจ้าทุกอย่างเหมือนกัน”

กาเบรียลตวัดมองคนใต้บัญชาอย่างไม่อยากเชื่อ นั่นไม่ใช่ความตกใจเพราะเพิ่งรู้ว่าพี่ของตนเป็นอาชญากร...

ความเจ็บไหลปราด เจ็บกว่าทุกบาดแผล แต่ครั้งนี้มันกระทบลงมากลางหลัง ทะลุผ่านแผ่นอกด้านซ้ายไปอย่างไม่ปรานี

 

ฌาคส์ เจ้า...

 

พลเรือเอกพยายามกระซิบผ่านลำคอแห้งผาก หากไม่มีเสียงใดเล็ดรอดมาให้เจ้าของชื่อได้ยิน นาวาเอกเองก็ไม่ยอมละสายตาไปจากโจรสลัดแขนเดียวเลยแม้สักองศา ออกปากประณามเสียงเย็นเยียบ

“เจ้าหักหลังข้า”

“ข้าไม่เคยขึ้นต่อเจ้า”

“ฟรังค์---”

“ฌาคส์” ฝาแฝดกดเสียงต่ำ แผ่รัศมีหนาวยะเยือกไม่ผิดกันเลยแม้แต่น้อย “จำที่ข้าสัญญาได้ไหม”

“นั่นไม่ใช่---”

“แล้วจำครั้งสุดท้ายที่เราคุยกันได้ไหม” ฟรองซัวร์ขัดจังหวะขึ้นกลางคัน เอ่ยต่อไป “ที่ข้าเตือนเจ้าว่าอย่าลืม -- อย่าลืมเด็ดขาด -- ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่มีวันขึ้นต่อใครอีก... นอกจากนักปราบพยศ!

บรรยากาศกดหนักลง ฌาคส์กัดฟันกรอด

“แม้แต่ข้า?”

ฟรองซัวร์หัวเราะหยัน ตอบโดยไม่ต้องคิด

“แม้แต่ตัวข้าเอง”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ฟรองซัวร์ ลูคัส คิดเพียงแค่ว่าเขาอยากเป็นทหารเรือ

 

“ไม่ได้หรอกฟรังค์ ลูกเป็นไม่ได้”

พ่อของเขาเป็นชาวทาเวียร์ที่อพยพมาอยู่ในธาลัสซา อาศัยอยู่มานานพอที่ทางการจะยอมให้รับราชการเป็นทหารเรือได้ ส่วนแม่ของเขาเป็นชาวแฟรงค์ แล่นเรือมาตามท้องทะเลจากที่ที่ไกลแสนไกล เลือดทะเลไหลอยู่ในตัวเขาทั้งจากทางพ่อและทางแม่ ไม่มีอะไรผิดพลาด เขาเกิดมาเพื่อทะเล

นั่นเป็นคำพูดที่พ่อพูดเสมอ และทุกครั้ง ฟรองซัวร์จะต้องถาม

“ทำไมไม่ได้ ข้าก็ลูกพ่อไม่ใช่หรือ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น...” ผู้เป็นบิดาเอ่ยเบาๆ อย่างลำบากใจ มือกร้านแกร่งตบเข้าที่ไหล่ซ้ายของเด็กชายแผ่วเบา... ไหล่ข้างที่สิ้นสุดลงเพียงแค่ไหล่ และว่างเปล่าเช่นนั้นมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

ตอนนั้นเขายังเด็ก เด็กมาก กำลังจะย่างเข้าสู่วัยรุ่น แต่ก็ยังไม่พ้นวัยเด็กดีนัก

 

หากเขาไม่ได้โง่ เขารู้ดีว่าพ่อหมายถึงอะไร

 

ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอิจฉา พ่อเป็นทหารเรือที่เกษียณแล้ว กลับมาทำงานค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ที่บ้านด้วยเหตุผลอะไรไม่เคยบอก สิ่งเดียวที่เคยเล่าคือวันคืนที่เคยได้ร่วมงานในชื่อของกองทัพ ความสนุกสนาน การผจญภัย และผืนทะเลกว้างใหญ่ที่พ่อภูมิใจนักหนาว่าครั้งหนึ่งเคยครองมันมาแล้ว

เครื่องแบบสีขาวสะอาดตาถูกแขวนอยู่บนผนังบ้าน เขาทำได้เพียงมองตาม มองไปตามแขนเสื้อซ้ายที่ยาวลงมาจรดข้อมือ แล้วเดินผ่านมันไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ ประกาศก้องว่าเขาจะเป็นทหารเรือ เป็นแบบที่พ่อเคยเป็น

“ก่อนอื่น” พ่อหัวเราะรับบ้าง รุนหลังเขาไปพร้อมกับน้องชายฝาแฝด “ก็จงรักภักดีกับแผ่นดินนี้ให้มากซะก่อน”

“ข้าก็รักธาลัสซานะ”

“รักให้มากกว่านี้” คือคำตอบ “รักจนยอมตายแทนแผ่นดินให้ได้”

พ่อรักธาลัสซา พ่อรักธาลัสซามาก

 

แล้ววันนั้น ทหารเรือในเครื่องแบบคุ้นตาหลายคนก็มาลากตัวพ่อเขาออกจากบ้านไป

แม่ไม่พูด ส่วนฟรองซัวร์ก็ไม่ได้ถาม

 

พวกเขาไม่เคยรู้ว่าสิบวันหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น รู้แต่กองทัพเรือที่พ่อขึ้นตรงด้วยหัวใจพาพ่อกลับมาในโลงศพสีขาว สีเดียวกับที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากครอบครัวลูคัส

ฝาโลงเปิดออก พ่อเหมือนหลับ มีรอยตีตราของ กบฏ และรอยเชือกอยู่รอบลำคอ แม่ร้องไห้แล้วกรีดร้องออกมาว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ทหารพวกนั้นไม่สนใจ แค่ทิ้งศพไว้แล้วจากไปอย่างง่ายๆ เช่นเดียวกับตอนขามา

น้องชายของเขาทำท่าเหมือนจะร้องไห้บ้าง ฟรองซัวร์เห็นแล้วแทบหายใจไม่ออก นึกเกลียดใบหน้าที่เหมือนเขาราวสะท้อนกระจก เกลียดดวงตาที่กำลังจะร้องไห้นั่น เกลียดเสียงที่เกือบจะเป็นสะอื้น และเกลียดแขนสองข้างของฌาคส์ ลูคัส ที่มีครบสมบูรณ์อย่างคนทั่วไป

ขอบตาแห้งผาก ฌาคส์รักพ่อมาก รักพอๆ กับที่เขารัก รักมากกว่าที่พ่อรักแผ่นดิน...

“ฌาคส์”

แต่เด็กนั่นกำลังจะร้องไห้ น้องชายของเขากำลังจะร้องไห้ ตัวเขาเองกำลังจะร้องไห้

“ฌาคส์ มองหน้าข้า!

มือเพียงข้างเดียวที่เหลืออยู่จับไหล่ฝาแฝดไว้ ฌาคส์ชะงักไปทันใด นัยน์ตารูปเดียวกันสบเข้า เห็นใบหน้าของตนเองสะท้อนกลับมาจากกระจกตา ก่อนที่ฌาคส์จะเห็นรอยยิ้มฉีกกว้างมาให้ ง่ายดายจนก้อนน้ำตาเผลอชะงักไปเสี้ยววินาที

“ไปเป็นทหารเรือกัน ทั้งเจ้าทั้งข้า”

ฌาคส์ขมวดคิ้วเข้าทันที ตวัดสายตามองไหล่ซ้ายของอีกฝ่ายแล้วอ้าปากจะพูด หากก็พูดไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฟรองซัวร์ยังคงฉีกยิ้มให้

“แต่... กองทัพ...” คนเป็นน้องเอ่ยออกมาได้เป็นคำๆ เสียงแหบแห้ง “พ่อ...”

ฟรองซัวร์หัวเราะ ขยี้ผมสีฟางของอีกฝ่ายแรงๆ แล้วดันเข้ามาใกล้ แว่วเสียงร้องไห้ของแม่ดังมาจากที่ไกลๆ แต่เด็กชายตัดสินใจแล้ว คนที่จะร้องไห้ต้องไม่ใช่เขา

“พ่อรักกองทัพ”

“แต่กองทัพฆ่า---”

“งั้นก็ขึ้นไปให้สูงกว่านั้นสิ”

ดวงตาช้ำๆ หรี่ลง ถามเสียงคลางแคลง

“ขึ้นไป... ไหน...”

พี่ชายฝาแฝดเงยหน้าขึ้นมองเพดานเก่าๆ ของบ้าน ชี้ขึ้นไปเหนือศีรษะ

 

“บนที่ที่สูงที่สุดในโลก”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“นี่คือที่ที่สูงที่สุดในโลกแล้วหรือ ฟรังค์” ฌาคส์ถามเสียงแหบ “ด้วยวิธีนี้น่ะนะ?”

ฟรองซัวร์หัวเราะ กาเบรียลเหลือบตาขึ้นมองอย่างแปลกใจ... เขาไม่รู้ว่าไอ้หนุ่มแขนเดียวคนนี้กำลังหัวเราะให้กับอะไร แต่ทั้งๆ ที่เขากำลังจุกไปหมด หัวสมองตื้อกำลังชากับการถูกหักหลังซึ่งๆ หน้าที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน พลเรือเอกยังจับสัญญาณของความเหยียดหยัน สมเพช และเจ็บปวดในเสียงหัวเราะนั่นได้โดยไม่ต้องพยายาม...

เจ็บขนาดนั้น ร้าวถึงขนาดนั้น...

โจรสลัดก้มลงมองเสื้อทหารเรือที่ขโมยมาบนร่างกายตนเอง แค่นเสียงเบาๆ ในลำคอ

“วิธีไหนก็เหมือนกัน” รอยยิ้มเหยียดหยัน “แต่ข้าก็ไม่เคยคิดว่ะว่าจะได้ใส่ชุดทหารในสภาพแบบนี้”

“เจ้าวางแผนอะไรอยู่” หัวหน้ากองพันชักดาบที่ข้างเอวขึ้นมากระชับไว้ หยุดชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อฟรองซัวร์เลื่อนดาบเข้าไปใกล้ลำคอของกาเบรียลมากขึ้นกว่าเดิม “เจ้าต้องการอะไรจากเกาะนั่น เจ้าต้องการอะไรจากแม่มดแห่งทะเล”

“ก็อะไรสักอย่างที่ข้าเคยถูกขโมยไป” ชายหนุ่มยักไหล่ ไล้คมดาบเข้ากับปลายคางของพลเรือเอกตัวประกัน “เงียบกริบเชียวนะ ท่านนายพล จะช่วยตอบคำถามข้าสักคำไม่ได้เลยรึไง”

ดวงตาสีเขียวนั่นยังฉายประกายจัดจ้าเป็นเชิงว่าไม่มีทางอ่อนข้อให้แน่ พอดีจังหวะกับตอนที่ฌาคส์ถามขึ้นมาอีกหน เสียงแหบแปร่งไปกว่าเดิมมาก

“เจ้า... หักหลังได้แม้แต่ธาลัสซาเลยหรือ”

คิ้วเข้มเลิกสูงขึ้น

“ธาลัสซาไม่เคยยืนอยู่ข้างข้า”

“แต่เจ้าพูดเองว่าเจ้ารักธาลัสซา---!

 

“นั่นมันพ่อต่างหาก ไอ้ห่า! ข้าไม่ได้เกิดมาเพื่ออาณาจักรพรรค์นี้ ข้าไม่ได้หายใจเพื่อประเทศที่เอาโอกาสทั้งชีวิตของข้า มือข้า พ่อข้า และน้องชายข้าไปจากข้าโว้ย!!

 

ดาบกลที่ปลายแขนขวาปักลึกลงกับพื้น ครั้งนี้เฉียดผ่านใบหูของกาเบรียลไปเพียงแค่นิ้วเดียว ฝังลงระหว่างเส้นผมสีทองที่แผ่สยายอยู่บนพื้น ลานตาพอๆ กับสีของเหรียญทองของขุมสมบัติ

ฌาคส์ขบกรามแน่น เอ่ยเสียงลอดไรฟัน

“ข้าไม่ได้สมัครเป็นทหารเรือ เพื่อให้เจ้าตกต่ำแบบนี้”

ฟรองซัวร์ฟังแล้วก็ก้มหน้าลงหัวเราะในลำคอกับตัวเอง ฌาคส์มองไม่เห็น แต่วินาทีนั้นเองที่กาเบรียลสังเกต... ทั้งที่จริงๆ ไม่จำเป็นต้องสังเกตก็ได้ แต่เพราะฌาคส์หักหลังเขาไปแล้ว และคนตรงหน้า... คือตัวตนของฌาคส์ที่เขาไม่รู้จัก

เขาเห็นรอยแผล... ร้าว...

ไม่ใช่ที่ดวงตา แต่เป็นปลายแขนขวาข้างนั้น

รอยแผลเป็นบนธาตุอากาศ... บนบริเวณที่ควรจะเป็นฝ่ามือ...!

 

“ข้าเองก็ไม่ได้รับโทษตัดมือแทนเจ้า... เพื่อให้เจ้าเห็นธาลัสซาดีกว่าข้าเหมือนกัน!

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

คนที่จะร้องไห้ต้องไม่ใช่เขา ไม่ใช่เขา และไม่ใช่เขา

แต่เขาก็ร้อง

 

ตอนนั้นพวกเขาอายุสิบสี่ สถานะการเงินที่บ้านตกต่ำลงนับตั้งแต่พ่อเสียไป แม่มีเงินแค่พอหาอาหารประทังชีวิตไปวันๆ บางวันก็ต้องเอาไปใช้กับสิ่งจำเป็นอื่นๆ แต่ฝาแฝดไม่เคยปริปากบ่นในความอดอยาก อันที่จริง พวกเขาสนุกด้วยซ้ำกับการแอบแม่ไปขโมยของกิน

พ่อเป็นทหาร แม่เองก็เป็นคนซื่อสัตย์ แม่ไม่เคยสอนให้เขาเอาตัวรอดด้วยวิธีนี้ อาจจะเพราะแบบนั้นก็ได้แม่ถึงตกใจมาก ตอนที่ทหารเรือพาตัวฟรองซัวร์กลับมาบ้านในวันหนึ่ง

วันที่เขาเผลอร้องไห้

ฌาคส์ไม่ได้สะอื้น มีแค่น้ำตาที่ไหลอย่างเงียบเชียบกับคำขอโทษสั้นๆ ที่เรียกเอาก้อนขมๆ ให้จุกขึ้นมาที่คอหอย ฟรองซัวร์น้ำตาไหลเองโดยไม่รู้ตัว เขาสบถลั่นฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ยกขาขึ้นถีบน้องชายให้ออกห่างแล้ววิ่งหนี

เขาคำราม กรีดร้อง ก่อนที่สุดท้ายจะทำได้เพียงซุกตัวเองเข้ากับผนังบ้าน ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาใกล้

ข้อมือขวายังเจ็บแสบแทบขาดใจ ร้าวไปถึงทุกส่วนในร่างกาย เขาพยายามจะขยับนิ้วแต่ขยับไม่ได้ มันเคยมีมืออยู่ตรงนั้น มือเพียงข้างเดียวที่เขามี...

แต่มันไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ไม่มีอะไรเหลือ...

“ข้า... ข้าขอโทษ...”

ฌาคส์พยายามเข้ามาใกล้อย่างไม่ลดละ ฟรองซัวร์ยิ่งคำรามจนลำคอแหบแตก

“ออกไป!!

“ฟรังค์---”

 

“ข้าบอกให้ออกไป!!

 

ฟรองซัวร์ถีบซ้ำ ตะคอกใส่หน้าเหมือนคนบ้า ร้อนจนคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งมาดึงตัวน้องชายฝาแฝดเอาไว้ ลากให้ออกห่างก่อนจะงับประตูปิดลง แว่วเสียงกรีดร้องมาจากอีกฝั่งฟากเป็นระยะ

“ปล่อยฟรังค์ไว้อย่างนั้นเถอะ” แม่กระซิบเสียงเครือ “เราทำอะไรไม่ได้แล้ว...”

“ทำอะไรไม่ได้งั้นหรือ” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่อยากเชื่อหู “ท่านจะบ้าไปแล้วหรือไง ฟรังค์--- ฟรังค์รับโทษแทนข้านะ ขนมปังนั่นข้าเป็นคนไปขโมยมาเองนะ ไม่ใช่ฟรังค์!

“ให้มันจบเถอะลูก ให้มัน---”

“ข้าขโมยเอง ข้าผิดเอง! ทหารเรือควรจะตัดมือข้า ไม่ใช่มือฟรังค์!!

“ฌาคส์---”

“ท่านไม่ได้ยินรึไง คนที่ควรจะถูกตัดมือคือข้า! -- ข้า! -- ไม่ใช่ฟรังค์ ไม่ใช่... ไม่ใช่หมอนั่น!!

“ฌาคส์!

ขอบตาร้อน ฌาคส์ไม่เคยรู้ว่าเขาจะขี้แยขนาดนี้ ไม่เคยรู้ด้วยว่าแค่คำพูดคำเดียวสั้นๆ จะทำให้น้ำตามันไหลได้โดยที่หัวสมองไม่ต้องสั่ง คนเป็นแม่ยิ่งตกใจราวกับเพิ่งรู้สึกตัว กุลีกุจอย่อตัวลงจะช่วยปลอบ แต่ฌาคส์ปัดมือหล่อนทิ้งไปเสียก่อน

แม่จะปลอบเขาทำไม แม่จะปลอบเขาทำไม

 

แล้วฟรังค์ล่ะ แล้วพี่ชายเขาล่ะ...

 

ปัง!

ประตูถูกกระชากเปิดออก ฟรองซัวร์สะดุ้งโหยงด้วยอาการเดียวกับสัตว์ป่าที่ถูกจับมาขังกรง ดวงตาเปียกชื้นแดงก่ำ เห็นเส้นเลือดเป็นริ้ว ลึกโหล ฉายแววอันตรายไม่ผิดอะไรกับปิศาจ ข้อมือขวาที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลโชกเลือดพยายามจะกอดตัวเองไว้อย่างน่าอดสู เลือดสีเข้มอาบเปื้อนไปทั่วเสื้อผ้า ลามไปถึงใบหน้าและเส้นผมยุ่งเหยิงนั่น...

ฌาคส์รู้ น้ำตาของเขากำลังจะทำให้ฟรองซัวร์คลั่ง ฟรองซัวร์ที่เข้มแข็งที่สุด ฟรองซัวร์ที่ดูแลเขามาตั้งแต่ยังพูดไม่เป็น

ฟรองซัวร์ที่ยิ้มให้เขามาตลอด ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าคนพิการไม่สามารถเป็นทหารได้...

 

“อย่าร้อง--- ไอ้บ้าเอ๊ย! อย่าร้องไห้ซี่...!!

 

เขาตะคอกจนสุดเสียง ชิงเข้าไปกระชากตัวพี่ชายฝาแฝดมากอดไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่เคยทำมา กอดด้วยแขนของเขาที่มีครบทุกข้าง ประคองเอาไว้แล้วซบลงกับบ่าที่ลู่ลงอย่างแสนอ่อนแอนั่น

คนถูกกอดดิ้นไป แต่ฌาคส์ไม่สน ทำได้แค่ย้ำคำเดิมซ้ำๆ

“อย่าร้องไห้ อย่าร้องไห้ซี่...”

ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ ฟรองซัวร์ยิ่งสะอื้น กรีดร้องเป็นเสียงที่ไม่ต้องฟังออกก็บาดลงไปในหัวใจได้

หยดน้ำตากัดกร่อนหัวใจ เจ็บยิ่งกว่าสาดน้ำเกลือ

“ข้า... ข้าสัญญา ข้าสัญญา... ที่ที่สูงที่สุดบนโลกนั่น -- จะที่ไหน จะเป็นอะไร -- ข้าจะไปยืนให้เอง” เขาพยายามกลั้นเสียงสะอื้น หยุดเว้นวรรคไประหว่างสบตาเข้า ขอร้อง “เจ้าดูแลข้ามามากพอแล้ว เกินพอแล้ว...”

ไม่มีคำตอบ เขายิ่งละล่ำละลัก

“ทหารเรือที่เจ้ารักนั่น--- ข้าจะเป็นให้เอง ข้าจะเป็นมือให้เจ้าเอง ข้าจะทำให้ จะทำให้ จะทำให้ทุกอย่าง...”

ท้ายคำแหบพร่า เจือไปกับก้อนน้ำตาที่ทำให้กล่องเสียงทำงานผิดปกติ

 

“เพราะงั้น... หยุดร้องไห้สักทีซี่...”

 

พวกเขาเป็นฝาแฝด ทำไมเขาถึงจะไม่รู้ว่าฟรองซัวร์เคยตัดสินใจอะไรไว้

คนที่จะร้องไห้ต้องไม่ใช่ฟรังค์ ไม่ใช่ฟรังค์ ไม่ใช่ฟรังค์

และต้องไม่ใช่เขา...

นั่นคือเหตุผลเดียวที่เขาไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยร้องอีกเลย และไม่เคยเลยจริงๆ แม้กระทั่งวันนั้น... วันที่พวกเขาทั้งสองคนอายุครบสิบหก วันเดียวกับที่มีทหารเรือมาเคาะประตูหน้าบ้านพร้อมจดหมายราชการ และตราประทับรับรองยอมรับการเข้าเป็นทหารของ ลูคัส ที่มีร่างกายครบสมบูรณ์

วันที่ฌาคส์หยิบเครื่องแบบทหารขึ้นมาสวม แบบเดียวกับที่แขวนอยู่บนผนังบ้าน

วันนั้นไม่มีน้ำตา วันนั้นฌาคส์ไม่ได้ร้องไห้

 

และวันนั้น... เด็กหนุ่มที่มีชื่อว่าฟรองซัวร์ ลูคัส ก็ไม่เคยกลับมาที่บ้านอีกเลย...

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ฌาคส์หลับตา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะปรือกลับขึ้นมามอง กระซิบถามซ้ำ

“เจ้าต้องการอะไร”

“อะไรก็ตามที่ซ่อนอยู่ในห้องเก็บของนั่น”

“มันไม่เกี่ยวกับเกาะค้าทาส”

“มันเกี่ยว ฌาคส์ มันเกี่ยว” ฝาแฝดแค่นเสียงดังเหอะ “เจ้าปล่อยให้คนนอกรู้อะไรดีกว่าภายในกองทัพได้ยังไง”

“มันไม่เกี่ยว”

“ลูกแก้วอาคมนั่นเกี่ยว”

ทหารเรือสองนายสะอึกไป ฟรองซัวร์รู้อะไรที่ไม่ควรรู้เข้าเสียแล้ว เจ้าตัวเองก็จับสัญญาณของอีกสองชีวิตได้เช่นกันเลยหยัดยิ้มนิดหนึ่ง ก้มหน้าลงสบตากับกาเบรียลที่เหลือบตรงมาอย่างอวดดีนัก

“และข้าเชื่อว่าท่านรู้ว่ามันคืออะไร ท่านนายพล” เขากดเสียงต่ำ “ห้องนั่นอยู่ที่ไหน และจะเข้าไปได้ยังไง”

ฌาคส์เบนสายตาไปมองร่างของพลเรือเอกที่นอนอยู่บนพื้น เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่นาที แต่น่าจะนานพอให้อาการชาเริ่มทุเลาลง เพิ่มแรงสะเทือนไปตามรูปกระดูก ค่อยๆ รีดอาการร้าวให้ไหลผ่านเส้นประสาททีละนิด

ลมหายใจของกาเบรียลยังสั่นระรัวไม่หาย นาวาเอกหนุ่มมาไม่ทันเห็นว่าฟรองซัวร์ทำอะไรกาเบรียลลงไปบ้าง แต่ที่เห็นอยู่นี่คงเป็นแผลภายใน ทั้งท่อนแขนและท่อนขา เขาไม่เห็นเลือด แต่ถุงมือสีขาวด้านขวาเป็นรอยเปื้อนจากรองเท้า กำลังซึมเลือดจางๆ...

“ข้า... ไม่รู้... อะไรทั้งนั้น...”

พลเรือเอกการิสต้ากระซิบกลับอย่างดื้อดึง ฟรองซัวร์เลิกคิ้วสูง

“ขอโทษที ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจอะไรผิดไปอย่าง” ชายหนุ่มถอนคมดาบออกจากพื้น กดลงกับลำคออีกฝ่าย “เจ้าจะรู้จักน้องข้าว่ายังไง ไม่สำคัญ แต่ข้าไม่ใช่ทหารเรือสูงศักดิ์ และข้าก็ไม่เกี่ยงถ้าจะต้องเปื้อนเลือดของ... ทหารเรือสักครั้ง...”

ดาบกรีดลง กาเบรียลหลับตา ขบกรามเข้า รอรับความตาย

ฌาคส์กำดาบในมือแน่น

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาหวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง คือตอนที่อายุเหยียบผ่านเลขสิบแปดมาได้ไม่นาน

“ข้านึกว่าเจ้าตายไปแล้ว”

“เสียใจรึไง”

มันวนกลับมาเจอด้วยความบังเอิญ ก่อนที่คนหนึ่งจะเข้าสู่สนามฝึก และก่อนที่อีกคนหนึ่งจะออกทะเล

เวลาหมุนเปลี่ยนไป สิ่งมีชีวิตที่เหยียบอยู่บนพื้นโลกก็เปลี่ยนตาม พวกเขาสองคนยังไล่หนีกันไม่พ้นทั้งน้ำหนักและส่วนสูง รูปร่างก็ไม่ผิดกันไปสักเท่าไร พอมีกล้ามเนื้อแกร่งเกร็ง ไม่ได้ซูบผอมลงหรือปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด จะต่างกันก็ตรงที่ฌาคส์อยู่ในชุดทหารเรือสีขาวติดยศนายร้อย -- ถือว่ายศสูงมากสำหรับเด็กอายุสิบแปด -- เส้นผมตัดสั้นเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน ไม่แตกต่างอะไรจากทหารทั่วไปที่เห็นได้จนชินตา

อีกฝั่งฟาก ฟรองซัวร์มีเพียงเสื้อคลุมตัวนอกที่ไม่มียศศักดิ์ ผมสีฟางแห้งยาวลงมาระที่ต้นคอ เห็นร่องรอยการหยักศกธรรมชาติที่ไม่เคยสังเกตเห็นเมื่อตัดสั้นไปกว่านี้ ใบหน้าบวมช้ำไปครึ่งซีก มีไรหนวดเคราบางๆ ปรากฏให้เห็น แขนเสื้อคลุมข้างซ้ายไหวไปตามลม ในขณะที่แขนขวา... มีตะขอสีเงินอันใหญ่วาววับโผล่พ้นออกมา

บนอกเสื้อ เขาเห็นสร้อยที่มีจี้แหวนสีแดงเลือดหมู

“ได้เป็นร้อยตรีแล้วหรือ” ฟรองซัวร์หัวเราะ “เลื่อนขั้นเร็วดีนี่หว่า”

“แล้วเจ้าหายไปไหนมา”

“ทาเวียร์”

“ทาเวียร์?”

“พ่อเกิดที่นั่น”

ฌาคส์เสตาหลบ เบือนไปมองผืนทะเลกว้าง อากาศหนาวเย็นลงแล้ว หากเมืองท่าทางใต้ยังคงคึกคัก เสียงคนทะเลตะโกนอะไรกันโหวกเหวก เสียงคลื่น เสียงน้ำแตกกระจาย เสียงไม้กระทบกัน เสียงเหล็กเสียดสี เสียงฝีเท้าคน...

ฟรองซัวร์หันมองตาม

“บ้านเกิดของพ่อสวยกว่าที่ข้าคิด” เขาว่า “อยู่ที่เมืองท่าเหมือนกันนี่แหละ สักวันข้าจะพาเจ้าไป”

“ข้าไปไม่ได้”

พี่ชายฝาแฝดเลิกคิ้วสูง ในขณะที่ผู้ร่วมสายเลือดเบนกลับมาสบตาตรงๆ เอ่ยเสียงหนักแน่น

 

“ข้ายังมีที่ต้องไป” คือคำตอบ “บนที่ที่สูงที่สุดในโลก”

 

คนฟังหยุดเงียบ หัวเราะ

“ก็ดีนี่”

นั่นผิดจากที่คาดไว้ ฌาคส์มุ่นคิ้วเข้า นั่นไม่ควรใช่คำพูดของคนที่วิ่งหนีออกจากบ้าน หายไปพร้อมรอยแผลร้าวรานที่ไม่เคยรักษาหายเลยสักนิด

“เกิดอะไรขึ้น” เขาถาม “สองปีที่ผ่านมา... ทั้งหมดที่เจ้าเจอ”

“ก็ไม่มีอะไรมาก” ฟรองซัวร์ตอบกลั้วหัวเราะ มองลึกเข้าไปในดวงตารูปเดียวกับของตนเอง “จำสัญญาของข้าได้มั้ย”

“ว่าเจ้าจะไปยืนอยู่บนนั้น”

“บนที่ที่สูงที่สุดเท่าที่เจ้าจะเงยหน้าเห็นได้ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม”

“แล้วยังไง”

“ข้าคิดว่าข้าเจอแล้ว แค่ยังไปไม่ถึง” คนเป็นพี่หยัดยิ้ม ชี้ตะขอไปยังท้องฟ้า “ไอ้ที่ที่สูงที่สุดในโลกนั่น”

“ฟรังค์ -- ฟรังค์โว้ย -- ไอ้บ้านั่นหายไปไหนวะ” เสียงทุ้มห้าวไม่คุ้นเคยโดดขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มลูกเรือที่ทำงานกันอยู่แถวนั้น แว่วมาตามลม “ไอ้ฉิบหาย เรือจะออกแล้ว ไม่กลัวเกร็กด่ารึไง”

น้องชายหันไปทางต้นเสียง เปรยถาม

“ที่ไหน”

“ไม่น่าใช่ที่เดียวกับที่เจ้าตามหาอยู่”

“ตอนนี้เจ้าอยู่กับใคร”

“โจรสลัด” ฟรองซัวร์เบ้หน้า เหลือบมองท้องฟ้าคล้ายจะกะเวลา “ข้าแอบดอดมาก่อนเรือออก ถ้ามันใจดีทิ้งข้าไว้บนแผ่นดินใหญ่ ข้าจะตามไปรับบำนาญที่บ้านพักเจ้าละกัน”

“แล้วจุดสูงสุดของโลกล่ะ”

“ไอ้นั่นน่ะรอได้ ไม่ทำให้ท้องอิ่ม”

พูดจบก็หมุนตัวจะเดินจากไป ฌาคส์มองแผ่นหลังที่กร้านขึ้นมากนั่นแล้วก็ได้แต่ยืนนิ่ง... เขาไม่รู้ว่าฟรองซัวร์จะยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ สองปีที่ผ่านไปมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง บาดแผลพวกนั้นยังคงเจ็บมากไหม และจะยังเดินตามหลังของทหารเรือเหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมาหรือเปล่า

แต่นั่น... คือพี่ชายของเขา คือฝาแฝดของเขา คือภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกของเขา แม้ภาพที่มองเห็นในกระจกอันแตกร้าวจะไม่เคยเหมือนเดิม แต่นั่น -- ไม่ว่าจะเมื่อไร -- ก็คือคนร่วมสายเลือดที่เกิดก่อนหน้าเขาเพียงแค่ไม่กี่นาที

 

คนเดิม...

 

“สัญญากับข้า”

ฟรองซัวร์หยุดฝีเท้า เหลือบกลับมามองคล้ายจะระแวง

“อะไร”

“ส่งข่าวมาให้ข้า ข้าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้จากในกองทัพเรือ” ฌาคส์กล่าว เสียงจริงจังที่สุดเท่าที่เคยทำมา “และเห็นแก่พ่อ เห็นแก่ธาลัสซา... ถ้าเรือของเจ้าเป็นอันตรายต่ออาณาจักรนี้เมื่อไร เจ้าต้องบอกข้า”

คิ้วเข้มเลิกขึ้น

“เราจะหักหลังทั้งเพื่อนข้าทั้งกองทัพพร้อมๆ กัน ว่างั้นเถอะ” ฟรองซัวร์เอื้อมตะขอออกไปเคาะหน้าผากอีกฝ่ายเบาๆ “ไม่เลวนี่ ตกลง” แล้วก็หลุดขำ “แต่จำอะไรไว้อีกอย่างก็แล้วกัน”

ฌาคส์ขมวดคิ้วบ้าง

“อะไร”

“เลือดทหาร จะภักดีต่อนายจนตัวตายใช่ไหม” บุ้ยใบ้ไปทางเสียงตะโกนเรียกแว่วๆ จากท่าเรืออีกฝั่ง “จำไว้ ฌาคส์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าเรื่องจะเป็นยังไง แต่นั่นคือคนเดียวที่ข้าจะภักดีด้วย... ไม่ว่ามันจะเป็นอันตรายต่อธาลัสซาแค่ไหนก็ตาม!

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

คำประกาศของฟรองซัวร์ชัดเจนมาตลอด และคงจะชัดเจนเช่นนั้นตลอดไป

ชายหนุ่มหลับตา

 

นั่นรึเปล่า ที่ที่สูงที่สุดในโลก...

 

“แม้แต่ข้า เจ้าก็จะไม่ยอมอ่อนลงให้อีกแล้วสินะ...”

ฌาคส์พึมพำ กระชับดาบในมือแล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้ ฟรองซัวร์เหลือบมองสายเลือดของตัวเองเขม็งเป็นเชิงเตือน... ไม่ต้องเป็นฝาแฝดก็อ่านใจได้ แววตาของโจรสลัดหนุ่มกำลังบ่งสัญญาณอันตราย หากเข้ามาใกล้อย่างเป็นอริอีกเพียงก้าวเดียว การต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้นภายในเสี้ยววินาที

นาวาเอกแห่งกองพันโจรสลัดก้มลงมอง สองคนตรงหน้ากำลังสบกลับมา คนหนึ่งหยั่งเชิง อีกคนวอนขอ...

ฟรองซัวร์เสียเลือดเพื่อเขา กาเบรียลเสียเลือดเพราะเขา

ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอีกครั้ง

 

“ข้าก็ว่าแล้ว... เลือดทหารมันล้างไม่หมดหรอก” ฌาคส์ยอมรับ วาดดาบลงเบื้องล่าง ลงไปถึงหน้าผากของพลเรือเอก “ขอโทษครับท่านนายพล แต่ดูเหมือนว่าฝั่งที่ข้าภักดีด้วย... จะไม่ได้ขึ้นตรงต่อท่าน!

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

กลับมาจากเที่ยวแล้วค่าาา
ฟรองซัวร์กับฌาคส์เป็นตัวละครที่เรารักมากๆ และร้องไห้ให้ตาแฝดสองคนนี้ไปหลายรอบมากค่ะระหว่างเขียน ฮืออออ T T

 
Gone, Gone, Gone by Phillips Phillips
อันนี้เป็นเพลงที่เราหามาไว้ประกอบเป็น Character song ของฟรังค์กับฌาคส์ค่ะ อยากให้เสียงเขาเป็นแบบนี้แหละ และเพลงนี้บอกทุกอย่างที่เป็นสองคนนี้ ไม่ว่าจะให้ตัวเอง ให้แฝด หรือให้
“ที่ที่สูงที่สุดในโลก” ของตัวเอง

คิดยังไงก็บอกกันได้เนอะ จะพยายามปั่นบทถัดไปให้เร็วที่สุดนะคะ!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #565 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 15:01
    โคตรกร่อนใจ.....
    เห็นใจสองแฝด
    พูดไม่ออกว่ะจริง อกงี้โคตรตัน โคตรหนัก

    และที่สุดของที่สุด
    อยากกอดพลเรือเอก (?)


    #565
    0
  2. #390 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 19:35
    โอยบีบ อ่านเเล้วบีบมาก

    เเพ้ความสัมพันธ์เเบบนี้มากกกกกก โฮรวววววววววววววว //โอย เครื่องเเฮงค์ เเงงงงงงงงงงงง

    ส่วนตัวหนูว่าสองคนนี้ความสัมพันธ์มันเหนือคำว่ารักไปเเล้ว ทั้งรักเเบบพี่น้องกับรักเเบบคู่รักน่ะ เเบบ เเบบ มันเป็นความสัมพันธ์เเบบWe are oneไปเเล้ว มันเป็นภาวะพึ่งพาอาศัย/ตะขอกเกี่ยวดาบปัก//เเบบถึงไม่ต้องเเสดงออกชัดเจนหรือตัวติดกันตลอด เเต่มันรู้สึกได้ว่าต่างฝ่ายต่างขาดใครซักคนไม่ได้จริงๆ 

    ตอนโดนตัดมือนี่พรากส์จริง พรากส์จัง พรากกกกกกกกส์ เหมือนมันไล่ระดับมาตั้งเเต่ตอนพ่อเสียมาถึงตรงนี้เเล้วบีบเเบบพีคมาก เเล้วพอ2ปีต่อมาเหมือนมันจะลอยตัวเหนือมวลชนตามความหล่อกัปตันไปติดๆเลยค่ะ คือ คือคงกระพัน ฟฟฟฟฟ ฮากกกกกกกก

    ปล.มารีเอตต้า โถ่ คนสวย ตอนนี้นอนให้เขาคุยข้ามหัวเเล้วรับเละต่อเลย *ฉึก!*
    #390
    0
  3. #383 DriveMeCrazy (@greatmormon) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 21:00
    พี่น้อง น่ารักอะ
    #383
    0
  4. #379 Blue_Demons (@greatmormon) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 16:15
    มันซึ้งๆ จริงๆ 
    #379
    0
  5. #370 123mo321 (@jmomiji) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 06:55
    เอ๋ ยังไง : อ่านอย่างมึนงง
    #370
    0
  6. #369 Joker Mask (@gamsor) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 17:59
    ซึ้งมากเลยครับพี่น้องคู่นี้  แอบจิ้นด้วยอะ
    #369
    0
  7. #368 นีไนล์ (@sentsecart) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 11:14
    ร้องเลยอะคะ ไม่เคยคิดว่าฟรองซัวร์จะมีอดีตแบบนี้ ได้มาอ่านตอนนี้แล้วเริ่มรู้สึกชอบตานี่จริงๆ 
    หนุกมากคะไรต์ สู้ๆ มาต่อไวๆนะคะ เป็นจำลังใจใหค่ะ
    #368
    0
  8. #367 om-let (@le-tom) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 02:17
    โฮ่ เคยสงสัยว่าเจ้ารองนี่ส่งจดหมายหาใคร ที่แท้...

    แต่ตอนนี้ดราม่ามากครับ ซึ้งเลย
    #367
    0
  9. #366 lotte (@llotter) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 02:04
    เราชอบกาเบรียลมากอ่ะ เอาให้มันจิ้นเข้าไปอีกเถอะ ทำไมฌาคส์ถึงทรยศฮือๆๆๆ
    เจ็บแทนท่านนายพลโคตรๆเลยอ่ะ
    #366
    0
  10. #365 fattogirl (@fattogirl) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 01:50
    จะเอากาเบรียลอ่ะ กาเบรียลกับฌาคส์เท่านั้น!!!!!!
    #365
    0
  11. #364 บลา 11! (@Mox20) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 01:17
    อินนน ตอนนี้อ่านยาวเลย สนุกมาก

    สงสารใครที่สุดดีล้ะเนี่ย



    จิ้นกาเบรียลกับฌาคส์ไว้เยอะ 555

    จับนายพลไปด้วยละกันนะ ><
    #364
    0