Mayday! รักเธอนะ ทราบแล้วเปลี่ยน

ตอนที่ 8 : Chapter 7 | How to Dance in the Rain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 พ.ย. 58

Chapter 7 | How to Dance in the Rain

 

ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ!

ฉันได้สติกลับคืนมาจากรอยยิ้มน่าหลงใหลของเควนตินก็กะพริบตาถี่ เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของอะไรสักอย่างดังมาจากตัวเขา อะไรน่ะ เสียงโทรศัพท์เหรอ -O-; ฉันคิดอย่างสงสัย พลางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความแตกตื่นเล็กน้อย เขากำลังก้มหน้าไปหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมาจากในกระเป๋ากางเกง

มันคือวิทยุสื่อสารสีเหลืองสดใสอีกเครื่องหนึ่ง หน้าตาเหมือนกับไอ้เครื่องในมือของฉันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

อ่อเข้าใจได้ว่าถ้าฉันพูดโค้ดนั่นออกมา มันก็จะส่งสัญญาณไปหาเครื่องของเขาสินะ?

ว่าแต่เธอยังไม่เคยเห็น นี่ ใช่มั้ยคนตรงหน้าเลิกคิ้วถาม เขายกวิทยุสื่อสารขึ้นมา หันหน้าจอของมันมาให้ฉันดู รูปภาพในแบบดิจิทัลเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังโบกมือโวยวาย พร้อมกับตัวอักษร ‘Help Me’ ปรากฏชัดแก่สายตา ทำให้ฉันเบิกตาโตอย่างประหลาดใจ เควนตินก็เลยหลุดขำให้กับใบหน้าเหวอๆ ของฉัน เหมือนเธอเลย

ไม่เหมือนสักหน่อย -O-”

ร่างสูงโปร่งไม่ต่อล้อต่อเถียง เขาแค่เพียงใช้มืออีกข้างจิ้มนิ้วไปบนหน้าจอ เด็กผู้หญิงขี้แยก็เลยหายไป กลายเป็นภาพแผนที่แสดงตำแหน่งของฉันแทน ว้าวมีระบบ GPS ซะด้วยเธอเดินถอยหลังไปหน่อยเขาสั่ง

ฉันขมวดคิ้วอย่างมึนงง แต่ก็ค่อยๆ เดินถอยหลังไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาทำมือเป็นสัญลักษณ์ว่าโอเค ฉันถึงหยุดเดิน ก่อนจะพบว่าเราสองคนอยู่ห่างกันราวๆ สามเมตรได้

ลองดูในเครื่องของเธอสิ

หือ?

ฉันก้มหน้าไปมองวิทยุสื่อสารในมือตัวเองตามคำบอกของเขา มันมีภาพด้วย

ภาพของเส้นตรงเส้นหนึ่งยาวพาดผ่าน โดยมีเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงกำลังยืนอยู่ ณ ปลายทางของเส้นตรงเส้นเดียวกัน ในข้างใต้ของเส้นตรงนั้น ขึ้นตัวอักษรว่า ‘3 Metre.’

อ้าว?

‘2 Metre.’

ไม่แฮะ เดี๋ยวๆ ตอนนี้มัน

‘1 Metre.’

‘0 Metre’

‘Hero saved you.’

…O_O///

ไง…” เสียงทุ้มนุ่มกำลังดังอยู่บนหัว ฉันก็เลยเงยหน้าขึ้นไปประสานกับดวงตาสีดำลึกลับเหมือนกับท้องฟ้ายามค่ำคืนของร่างสูงโปร่งตรงหน้าเข้าเต็มๆ ทำให้ฉันหน้าร้อนวูบขึ้นมาอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน ความร้อนเหมือนกับใครสักคนมาจ่อคบเพลิงใกล้ๆ ทำให้ฉันต้องหลบตาหนีเขาทันที และ

เราไปหาเพื่อนดีกว่าในกลุ่มคนอื่นกันมั้ย

“…อะไรนะ

เอ้ย!” พูดอะไรออกมาน่ะเราฉันหมายถึงว่าเราไปหาเพื่อนในกลุ่มคนอื่นกันดีกว่ามั้ยฉันรีบแก้คำพูด

เควนตินก็เลยละสายตาจากฉันไปเอามืออุดปากตัวเอง “…อุ๊บ!”

แงไม่ขำนะ TOT!

ฉันย่นจมูกอย่างเขินอาย ก่อนจะออกตัวเดินนำเขาไปก่อนอย่างพยายามกลบเกลื่อนอาการเก้อเขิน แต่ว่าทุกคนมุ่งหน้าเดินไปทางไหนกันล่ะ ฉันกวาดตามองไปมา แต่ดูเหมือนว่าถนนคลุ้งฝุ่นนี้จะเหลือแค่ฉันกับเควนตินเท่านั้น และทันใดนั้นศีรษะของฉันก็สัมผัสได้ถึงละอองฝน

เปาะแปะ เปาะแปะ

ฝนตก!

ไปหลบฝนกันก่อน

ฉันไม่ทันได้เอ่ยปากตอบอะไร ฝ่ายตรงข้ามก็คว้ามือฉันไปจับไว้แน่นอย่างหน้าตาเฉย พร้อมกับออกแรงลากฉันให้เดินตามหลังเขาไปด้วย ฉันจึงได้แต่เซถลาตามหลังเขาไปด้วยสีหน้าเหวอๆ อย่างตั้งหลักไม่ทัน พลางมองฝ่ามือหนาของเขาที่ส่งต่อความอบอุ่นผ่านมาสู่ฝ่ามือของฉันด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด

ไม่ผิดแน่เขากำลังจับมือฉัน

มันเป็นครั้งแรกเลยใช่มั้ยนั่น

อ่าคงเป็นเพราะว่าเราสองคนต้องรีบมากล่ะมั้ง ในเมื่อจู่ๆ ฝนก็ตกลงมาขัดกับพยากรณ์อากาศประจำวันสุดๆ ไปเลยนี่นา ฉันพยายามไม่คิดมากอะไร เอาแต่ก้มหน้าจ้องมองแผ่นหลังกว้างของเควนตินท่าเดียว ทำให้กว่าจะรู้สึกตัวอีกที เขาก็พาฉันมายืนหลบฝนอยู่ภายใต้ศาลาขนาบข้างด้วยท้องทุ่งนาเรียบร้อยแล้ว

ฝนหยุดตกเมื่อไหร่ เราค่อยออกไปตามหาเพื่อนคนอื่นก็แล้วกัน

แต่ว่า…” ฉันเถียง จริงๆ ฉันว่าเราน่าจะลองวิ่งฝ่าฝนไปกันดูมั้ย มันก็ไม่ได้ตกหนักอะไรนะ

อย่าเลย รอให้มันหยุดตกก่อนดีกว่า

แต่ว่า…” ฉันหลบตาเขา เราสองคนจะต้องไปช่วยเพื่อนในกลุ่มจดความรู้จากวิทยากรนะ (._.);”

ไม่เป็นไร ฉันมีโพย

“…หือ? =O=” มันง่ายดายขนาดนั้นเชียว

รออีกสักหน่อยเถอะ

“…”

แม้แต่ฮีโร่ก็ช่วยป้องกันเธอไม่ให้เป็นหวัดไม่ได้หรอกนะ

ฉันหันขวับไปมองเจ้าของคำพูดดังกล่าวทันที ร่างสูงโปร่งข้างๆ กำลังยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสบายๆ จ้องมองท้องนาตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนโยนสะกดฉันไว้อยู่หมัด เขาคงจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าละอองฝนเล็กๆ ได้ติดปลายผมของเขาอยู่ แต่ว่าฉันสนใจ มันมีบางหยดไหลรินไปตามลำคอ และนั่นทำให้ฉันหายใจไม่ทั่วท้องเอาซะเลย

ในตอนนั้นเองเขาได้หันมามองฉัน

ฉันก็เลยตกใจ เหลือบไปเห็นแมลงเต่าทองตัวหนึ่งกำลังไต่เสาไม้ของศาลาอยู่ข้างหลังเขาเข้าพอดีก็ก้าวเท้ายาวๆ ไปส่องมันดูใกล้ๆ อย่างพยายามทำเป็นสนใจทันที อ่าเจ้าแมลงเต่าทองตัวนี้น่ารักจังน้า หน้าตาเหมือนกับจี้ของฉันเลยใช่มั้ยล่ะ (‘ ‘); อ้อใช่จริงๆ แล้วสร้อยของฉันน่ะมีคนให้มานะ แต่ว่าเป็นใครนั้นจนป่านนี้ฉันก็ยังคงสงสัยอยู่เหมือนกัน คือว่ามันมาเป็นกล่องพัสดุ จ่าหน้าว่าเป็นคนติดตามบล็อกแค่นั้น (ว่าแต่บล็อกฉันมีคนตามอ่านด้วยเหรอเนี่ย!) และพอเปิดกล่องออกมาก็พบว่าเป็นสร้อยคอรูปจี้แมลงเต่าทองนั่นเอง พร้อมกับโน้ตข้อความสั้นๆ

แมลงเต่าทองจะนำพาความโชคดีมาให้

หลังจากนั้นฉันก็สวมมันไว้ตลอดมาเหมือนเป็นเครื่องราง

อยู่นิ่งๆ

…!

จู่ๆ เสียงของเขาก็ดังขึ้นอยู่ข้างหลัง ฉันก็เลยสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ ดูเหมือนว่าเขาจะกำลังเอื้อมมือมาหยิบตัวอะไรสักอย่างออกจากไหล่ฉันไป

มันคือแมลงเต่าทอง?

แมลงเต่าทองจะนำพาความโชคดีมาให้

?!!

หรือว่า…!

ฉันรีบหันหลังกลับไปสบตาเขาตรงๆ อย่างคาดหวัง นายพูดเหมือนคนคนหนึ่งเลย…”

หรือว่าเขาจะเป็นคนให้มันมา

ใช่มั้ย?

“…จริงเหรอเขาถามกลับยิ้มๆ นี่อย่าบอกนะว่ามีคนพูดตัดหน้าฉันไปก่อนแล้วน่ะ อ่าแย่จังเลยนะ

อ้าว

ไม่ใช่เขาหรอกเหรอ

ก็มันจะไปบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไงกันล่ะเนอะ

ฉันคิดพลางถอนหายใจออกมา แต่ว่าความบังเอิญมันก็เกิดขึ้นมาจริงๆ เมื่อจู่ๆ คนข้างกายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมๆ กับฉัน ทำให้ฉันต้องแอบลอบมองเขาด้วยหางตา ใบหน้าด้านข้างของเขากำลังยิ้มอยู่แต่ฉันคิดไปเองรึเปล่าว่ามันดูเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ

อยากให้ฝนหยุดตกเร็วๆเขาเปรย

ฉันก็เลยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ใจนี่อยากจะไปช่วยงานพวกนารันเต็มแก่แล้ว แต่ว่าเขาไม่ได้คิดเหมือนฉัน

ฉันเกลียดฝน…”

พอได้ยินเขาพูดอย่างนั้น ฉันก็ถึงกับเงียบไป

ปล่อยให้เขาพูดต่อโดยไม่สบตาฉัน ฝนตกทีไรก็มักจะมีแต่เรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นในชีวิต

“…”

แม่ของฉันแยกทางกับพ่อในวันฝนตก…”

ฉันรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาด้วยความตกใจ

นี่เขากำลังเล่าเรื่องราวส่วนตัวให้ฉันฟังอยู่เหรอ?

เควนตินเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าสีหม่น กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขากระตุกนิดหน่อย เหมือนกับว่าเขาพยายามเกร็งมันไว้ พยายามไม่แสดงอารมณ์อ่อนไหวออกมาทางสีหน้า แต่ว่าเขาไม่สามารถเก็บซ่อนน้ำเสียงของตัวเองได้ ฉันก็เลยเดาได้จากน้ำเสียงว่าเขาจะต้องเศร้ามากแน่ๆ แมวของฉันที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็มาตายในวันฝนตก

“…”

ฉันไม่ชอบฝนตกเลย…”

ส่วนฉันก็ไม่อยากให้เขาเศร้าเลย

ใบหน้าของเขาดูเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าจริงๆ นะ

เควนตินฉันเรียกเขา ก่อนจะตัดสินใจลากเขาออกมาจากศาลา พาไปเล่นน้ำฝนด้วยกัน ฉันแบมือรับน้ำฝนเย็นฉ่ำ หลังจากนั้นก็วาดสเต็ป หมุนตัวไปรอบๆ ตัวเขาอย่างตั้งใจให้เขาสนุกไปด้วย เขาก็เลยต้องหมุนตัวไปรอบๆ มองตามฉันอย่างมึนงง ฉันพูดได้เลยว่าหน้าตาของเขาดูตลกมาก

ทำอะไรของเธอน่ะ เดี๋ยวเธอก็เป็นหวัดหรอกเควนตินเตือนอย่างเป็นห่วง

แต่ว่าฉันไม่สนใจ นอกจากรองน้ำฝนให้ฝ่ามือเปียกพอสมควร วิ่งไปหาอีกฝ่ายแล้วก็จัดการป้ายหน้าเนียนๆ ของเขาซะเลย พร้อมกับอธิบายอย่างใจเย็น ก็เวลาน้องชายของฉันร้องไห้ ฉันชอบพาเขามาเล่นน้ำฝนนี่นา เชื่อมั้ยว่าหมอนั่นหยุดงอแงไปเลยนะ

แต่ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะร่างสูงโปร่งบ่นอุบ เขาใช้หลังมือปาดสิ่งแปลกปลอมบนใบหน้าออกไป

ฉันยิ้มให้เขา อ้าวเหรอ…”

“…”

แต่ดูเหมือนว่านายจะหายเศร้าแล้วนะ (‘ ‘)

เขาแค่นหัวเราะ

(‘ ‘)

บ้า…”

(‘ ‘);”

จีต้าบ้า…”

ต่อจากนี้ไป ทุกครั้งที่ฝนตกก็ขอให้นายนึกถึงแต่ฉันนะ (‘ ‘);”

บ้าจริงๆ เลย…”

อ่าในที่สุดเขาก็หลุดยิ้มออกมาได้แล้ว

รอยยิ้มของเขา

ของเขา

ในตอนแรกฉันก็แค่พอใจเมื่อได้เห็นเขายิ้ม

ต่อมาฉันก็แค่ดีใจเมื่อเป็นฝ่ายทำให้เขายิ้มได้

แต่มันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่ฉันรู้สึกโลภ เริ่มอยากจะเป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้นแต่เพียงผู้เดียว

ทำไมฉันเป็นแบบนี้ล่ะ?

นารันชอบเขาอยู่นะ

 





ฝนหยุดตกแล้ว

เควนตินกับฉันก็เลยเดินกลับมารวมตัวกับเพื่อนในกลุ่มคนอื่นเพื่อต่อแถวรอขึ้นรถบัสกลับโรงเรียน (นี่เราหายไปกันนานมากเลยนะเนี่ย!) ราเอลกับควีเห็นฉันแล้วก็แค่พยักหน้าอย่างไม่เอาความอะไร คงเป็นเพราะว่าฉันมาถึงก็ขอโทษทุกคนเป็นอันดับแรก สำหรับการอู้งานไม่ยอมมาช่วยฟังความรู้จากวิทยากร ส่วนนารันเธอเอาแต่มองฉันสลับกับเควนตินไปมา ทำให้ฉันจับสังเกตได้ว่าเธอดูแปลกไป

รู้สึกเสียวสันวาบขึ้นมาเลย

นี่อาจจะเป็นความรู้สึกของคนมีชนักติดหลังรึเปล่า

เอ่อพวกเธอก็อย่าเพิ่งโกรธจีต้ากันเลยนะ ฉันเป็นคนพาเธอหลงทางเองล่ะ เควนตินคงจะสัมผัสได้ถึงรังสีแห่งความไม่พอใจของนารันก็เลยช่วยพูดแก้ต่างให้ ฉันเห็นดีเห็นงามด้วยก็เลยรีบพยักหน้ารัวๆ สะกิดเขาให้พูดต่อได้เลยส่วนเรื่องรายงานกลุ่ม…”

เฮ้! ฉันโอเคน่า ^^” แต่เขาพูดไม่ทันจบด้วยซ้ำ นารันก็พูดแทรกขึ้นมา

เธอยิ้มหวานแล้ว

ดูเหมือนว่าฉันคงจะคิดมากไปเอง

หรืออาจจะไม่

เธอกับเควนตินดูสนิทกันดีจังนารันพูดเปรยออกมาเรียบๆ พอฉันแยกย้ายกับเควนตินมานั่งสงบเสงี่ยมบนรถบัส ประโยคของหญิงสาวข้างกายทำให้ฉันรู้ว่าทำไมคนเราถึงไม่ควรด่วนสรุปเร็วเกินไป ฉันพูดไม่ออกไปเลย แต่ยังไงก็คงต้องพูดอะไรออกมาสักอย่าง

พะเพราะว่าเขาเป็นคนสนิทกับคนอื่นง่ายไง!”

เหรอ…”

อือ!” ฉันตอบรับเธออย่างกระตือรือร้น

แต่เธอมองฉันอย่างไม่เชื่อ

ฉันจึงตัดสินใจพูด

โดยไม่แม้แต่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง

“…นารัน

ว่าไง

เธออยากจะลองสนิทกับเขาดูมั้ย




 


นารันอยากดูหนังมั้ย นี่ตั๋วดูหนังสองใบจ้า พอดีว่าฉันได้ฟรีมาน่ะ…’

 

พรุ่งนี้วันเสาร์ ลองชวนเขาไปดูนะ

 

ฉันถอนหายใจให้กับแผนการจัดฉากบ้าบอของตัวเอง

นี่เป็นวันเสาร์

และมันอาจจะเป็นวันเสาร์ที่แย่ที่สุดเลยก็ว่าได้

วันนี้เควนตินนัดฉันให้มาเจอกันแถวๆ หน้าโรงเรียน เพื่อให้มารับโพยหรือก็คือต้นฉบับรายงานของรุ่นพี่ปีก่อน ฉันก็เลยวานให้นารันไปแทน เธอจะได้มีโอกาสคุยกับเควนตินมากขึ้น ด้วยการชวนเขาไปดูหนังต่อซะเลย ฮะๆ ถ้าเธอกล้าน่ะนะ ฉันก็ช่วยเธอให้สนิทกับเขาได้แค่นี้แหละ

อีกอย่างฉันก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเธอด้วย

แต่ทำไมฉันถึงได้มานั่งเศร้าตกในเอง T^T!

ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ (อีกแล้ว) กำลังนั่งชิงช้าอยู่แถวๆ สวนใกล้บ้านก็ยกขาถีบพื้นให้ชิงช้าลอยสูงขึ้นไปแตะขอบฟ้า อ่าป่านนี้พวกเขาสองคนคงจะกำลังดูหนังกันอยู่สินะ?

ติ๊ด!

ใช่จริงๆ ด้วย

นารันเพิ่งจะส่งข้อความมาบอกฉันนี่เอง

 

ขอบคุณมากนะจ๊ะ เขายอมดูหนังด้วยแล้วล่ะ

 

ฉันเผลอบีบมือจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

เจ็บสิ

ไม่ดีเลยนะ ความรู้สึกนี้

ฉันเป็นเลือกมันเองด้วย ตัดสินใจให้นารันไปดูหนังกับเขาด้วยปากตัวเอง แต่แล้วฉันกลับมารู้สึกไม่อยากให้เขาไปเที่ยวกับคนอื่น แย่จริงๆ เลย! ว่าแล้วฉันก็กำสองมือไว้กับโซ่ ก่อนจะถีบขาแกว่งชิงช้าให้ลมเย็นๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าให้ลืมๆ มันไป แต่ฉันไม่ลืม

เหมือนยิ่งหนีมากเท่าไหร่ ความรู้สึกเกี่ยวกับเขาก็ยิ่งสะท้อนกลับมาเร็วเท่านั้น

เด่นชัดมากกว่าเดิม

ว่าฉันไม่ชอบใจเลย

ฉันไม่อยากให้เขาไปเที่ยวกับคนอื่นเลย

ไม่อยากให้เขาไปดูหนังกับนารันเลย…!

ไม่เอาแล้ว…!!

แม้ว่าฉันจะไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าทำไมตัวเองถึงต้องรู้สึกแบบนั้น แต่ว่าฉันจะไม่ยอมปล่อยเขาไปอีกแล้ว รอยยิ้มของเขาฉันไม่อยากให้นารันเห็น ฉันอยากให้เขายิ้มให้กับฉันแค่คนเดียว

ความคิดดูเห็นแก่ตัวชะมัด

แต่ปกติคนเรามันก็ต้องเห็นแก่ตัวกันบ้างใช่มั้ย

“Mayday Mayday Mayday” กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ฉันก็ตัดสินใจลงมือทำในเรื่องที่เห็นแก่ตัวที่สุดสำหรับเพื่อนคนหนึ่งจะกล้าทำ ฉันได้หยิบวิทยุสื่อสารแจ้งเหตุร้ายขึ้นมาพูดโค้ดนั่น เพื่อให้เขาคิดว่าฉันกำลังเผชิญหน้ากับอันตราย เพื่อให้สุดท้ายเขาจะยอมทิ้งนารันมาหาฉัน

‘3 Kilometre.’

‘2.5 Kilometre.’

‘2 Kilometre.’

ฉันยิ้มออกมา

เขายอมมาหาฉันจริงๆ ด้วย

‘500 Metre.

‘450 Metre.

‘400 Metre.

ฉันไม่จดจ่ออยู่กับการจ้องหน้าจอของวิทยุสื่อสารอีกต่อไป เก็บมันใส่เข้ากระเป๋ากระโปรง และแกว่งชิงช้าอย่างใจเย็น รอจนกว่าเขาจะมาหาฉัน

จนกระทั่งสิบนาทีผ่านไป

ฉันก็เห็นรองเท้าของใครสักคนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

เขามาแล้ว

หัวใจฉันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น หลังจากนั้นฉันก็เงยหน้าขึ้นไป

เควนตินฉันเรียกเขา

แต่คนตรงหน้าก็ทำให้ฉันถึงกับผงะไป

เพราะว่าเขาไม่ใช่เควนติน

ขอโทษที แต่ฉันไม่ใช่หมอนั่น

ควี


-------------------------------------------------
เอ๊อะ พระรอง (?) มาแทนซะงั้น
ในขณะที่จีต้าเริ่มจะมีความเห็นแก่ตัวขึ้นมา
พระรอง (ก็ได้...) ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น *O*
ชอบคนไหน เลือกกันดั้ยยยย 55555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

276 ความคิดเห็น

  1. #253 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 01:47
    อร๊ายยยย เขิลน้าาาา
    #253
    0
  2. #236 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 16:07
    หลงนางเอกแล้วว
    #236
    0
  3. #220 pitchayn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 00:33
    เฮ้ยย ไวจังอะ
    #220
    0
  4. #211 candle::tian (@cantian) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 20:14
    เขินพระเอก ไม่รู้เป็นอาร๊ายย
    #211
    0
  5. #210 candle::tian (@cantian) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 20:14
    เขินพระเอก ไม่รู้เป็นอาร๊ายย
    #210
    0
  6. #159 riren (@riren) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 11:27
    'ใจหายมั๊ย' หรอ
    งืม....มันต้องมีปมซ้อนซ่อนเงือนอะไรอยู่แน่ๆ
    #159
    0
  7. #121 TANH_ZEPIA (@tanh) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 / 22:38
    ชอบเควนตินมาดเครียดตอนต่อเลโก้
    น่าเอ็นดูอะ เวลาคนเราจริงจังกับอะไรที่ไม่จำเป็นต้องจริงจังเนี่ย
    ฉากเควนตินกับแมทธิวยังคงน่ารักเช่นเคย
    แมท ถ้านายอยากให้เควนตินเป็นพ่อ
    ก็ต้องไปยุให้จีต้าชอบเควนตินนะ
    เอ๊ะ หรือไม่ต้องยุ
    เพราะดูเหมือนจีต้าจะเริ่มหวั่นไหวแล้ววว

    คีรี... นายเกิดมาเพื่ออะไรกัน
    หรือแท้จริงแล้วคีรีเป็นใบ้ เลยต้องสื่อสารทางจิต
    แล้วเผอิญเควนตินก็มีญาณวิเศษ
    สามารถแกะพลังจิตที่คีรีส่งมาได้ อืม...
    ดูคุยกันรู้เรื่องมาก
    โดยที่คีรีไม่ต้องเปลืองน้ำลายสักหยด
    (//คารวะหนึ่งจอก)

    ถึงคราวเควนตินเงิบบ้าง
    ตอนที่จีต้าตัดบทเฉยๆ เรื่องพ่อ
    ฮ่า โดนกวนกลับบ้างแล้วสินะ
    เควนตินน่ารักอะ เดินกลับมาส่งบ้าน
    ไม่คิดค่าบริการเป็นลายนิ้วมือเพิ่มด้วย
    ก็ดีๆ ถือว่านายยังมีความใจกว้างอยู่บ้าง 55+
    เหลืออีก 16 ครั้ง... อืม มันยังไม่ถึงเลเวลที่ควรใจหายจริงๆ นั่นละ
    ให้เหลือ 2 ค่อยว่ากันอีกทีละกาน
    ไม่งอนนะเควนติน โอ๋ๆๆ
    บทนี้ไม่เจอคำผิดเลย เย่~!
    รอบทต่อไปจ้า
    #121
    0
  8. #120 rainbow-light (@rainbow-light) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 / 13:11
    เควนตินน่ารักจัง ><

    อ่านแล้วเขินเลยนะนเนี่ย 555
    #120
    0
  9. #119 Ferine (@ornprereya) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 15:24
    เริ่มแล้ว อัพเร็วๆนะคะ
    #119
    0
  10. #118 !!! ~fon~ !!! (@fon2929) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 07:22
    เริ่มหวั่นไหวกันแล้วววว
    #118
    0
  11. #117 Best br. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 / 21:19
    ไม่ไหวแล้ววววว ตอนนี้ติก mayday งอมแงม สนุกมากก เอามาลงบ่อยๆๆเลยนะคะ
    #117
    0
  12. #115 Eyp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 / 08:55
    อยากได้maydayไว้ที่บ้านซักเครื่อง แล้วขอฮีโร่เป็นเควนตินด้วยนะ><

    น่ารักเกินคำบรรยายอะพระเอกคนนี้

    ใจหายแทนนางเอกTT
    #115
    0