Mayday! รักเธอนะ ทราบแล้วเปลี่ยน

ตอนที่ 7 : Chapter 6 | Expect the Unexpected

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 พ.ย. 58

Chapter 6 | Expect the Unexpected

 

สองสามวันมานี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก

กลับมาแล้วค่ะแม่ฉันเปิดประตูเข้าไปในบ้านเอ่อไม่สิ ห้องเช่าหรือแฟลตขนาดเล็กต่างหากล่ะ ห้องขนาด 50 ตารางเมตรดูเล็กไปถนัดตา เมื่ออยู่ด้วยกันถึง 4 คน ได้แก่ พ่อ แม่ ฉัน และน้องชายตัวเล็ก แหะๆ แต่ฉันชอบนะ อบอุ่นดีจะตายไป ^^

กลับมาแล้วเหรอ

พี่ต้า >O<”

แม่กับน้องชายทักฉันพร้อมกัน ไม่ได้ทักเปล่าๆ ด้วยนะ แต่เจ้าตัวเล็กหรือแมท น้องชายหัวแก้วหัวแหวนอายุ 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.2 ถึงกับวิ่งดุ๊กดิ๊กๆ มากอดขาฉันซะแน่นเชียว ทำให้ฉันลืมความเครียดของตัวเองไปจนหมดสิ้น ค่อยๆ ย่อตัวลงไปลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ

พ่อยังไม่กลับสินะ

ยังฮะ

พ่อก็ยังทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิม

แม่ฉันป่วยเป็นโรคไตจึงต้องฟอกไตอาทิตย์ละ 2 ครั้ง พ่อก็เลยต้องทำงานหนักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรืองานพิเศษ ก็เพื่อนำเงินไปจ่ายเป็นค่ารักษาให้แม่ รวมทั้งค่าเล่าเรียนของฉันกับแมทด้วย พ่อไม่ยอมให้ฉันทำงานเลย เอาแต่กำชับให้ฉันตั้งใจเรียน และเรียนจบเร็วๆ ก็แค่นั้น

ว่าแต่เราเถอะ เรียนเป็นไงบ้าง

ผมเกลียดการคูณ -_-”

โห! เรียนเร็วจัง

ยากอ่ะ TOT! นี่ขนาดแค่ลบเลข ผมก็ยังลบผิดๆ ถูกๆ แมทเบ้ปาก ทำให้ฉันหลุดหัวเราะพี่ต้าฮะ นี่กี่นิ้วฮะ

ห้านิ้วจ้า

แมทหักนิ้วออกไปสาม นี่ล่ะ

สองจ้า

ผิดเจ้าตัวเล็กกระโดดโลดเต้นอย่างสะใจ เล่นเอาฉันงงไปเลย แทบจะถ่างตาด้วยซ้ำว่าตัวเองตอบผิดตรงไหน มันมีแค่นิ้วชี้กับนิ้วกลางก็ต้องเหลือสองสิ ฉันก็ตอบถูกแล้วไง -O-; “นี่มันแปลว่า สู้ๆ ต่างหากล่ะฮะ

เอ้อ แสบจริงๆ -..-

ฉันขยี้ผมน้องชายด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเดินไปช่วยแม่ทำกับข้าว

แม่อย่าลืมเซ็นอนุญาตไปเที่ยว One day Trip ให้หนูด้วยนะ ไปพรุ่งนี้แล้ว

One day Tip เป็นกิจกรรมหนึ่งของโรงเรียนให้นักเรียนทุกคนรวมกลุ่มกันเพื่อทำรายงานท่องเที่ยวนอกสถานที่ ม.4 ไปทัวร์วัด ม.5 ไปป่าอนุรักษ์ ส่วน ม.6 ไปฟาร์มตัวอย่าง ถือว่ามันเป็นการพักผ่อนหย่อนใจเลยก็ว่าได้ แม้ว่าอากาศจะร้อนตับไหม้มากก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าเรียนในห้องเรียนไปวันๆ ล่ะนะ

ปกติเขาให้เซ็นเป็นอาทิตย์เลยไม่ใช่เหรอ ทำไมลูกเพิ่งจะเอามาให้แม่เซ็นเนี่ย

ฉันไม่ตอบ แต่ยื่นผักให้แม่หั่นแทน แม่คงจะรู้ว่าฉันไม่อยากตอบก็เลยไม่เซ้าซี้เอาความอะไร

แต่เวลาผ่านไปสักพัก แม่ก็ชวนคุยเรื่องใหม่

จีต้า…”

คะแม่?

เดี๋ยวนี้ลูกร่าเริงแจ่มใสขึ้นเยอะเลย มีเรื่องดีๆ อะไรเกิดขึ้นรึเปล่า

“…เหรอคะ ฉันอมยิ้มเงียบๆ ยื่นผักให้แม่หั่นต่อไป

จริงๆ แล้ว

มันไม่ได้ดีทั้งหมดหรอกค่ะแม่

 





เช้าวันต่อมา

บรรยากาศรอบข้างทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย อะดรีนาลีนในร่างกายสูบฉีดแรง ภาพตรงหน้าคือนักเรียนทุกคนต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันหลังโรงเรียนเยอะมากเป็นประวัติการณ์ พวกเขากำลังต่อแถวขึ้นรถบัส เช่นเดียวกับฉันฉันเองก็กำลังเตรียมตัวขึ้นรถบัสเหมือนกัน แต่ต้องมาต่อท้ายแถวโน่นเลยแหละ เพราะว่ากว่าจะเอาใบขออนุญาตผู้ปกครองไปส่งห้องฝ่ายบริหารจัดการ และกว่าจะวิ่งมาถึงโซนจอดรถบัสก็สายจนเกือบจะตกรถแล้ว -O-; นารันก็มาสายเหมือนกัน เธอก็เลยต้องมาต่อท้ายแถวเหมือนฉัน

แย่จังเนอะ ครูน่าจะให้เพื่อนห้องอื่นมานั่งรวมกับห้องเราได้นารันบ่น ฉันรู้ทันทีว่าเธอหมายถึงอะไร

เธอก็คงจะอยากนั่งรถบัสคันเดียวกับเควนตินไง แต่ว่าเขาอยู่ห้อง 5 ก็เลยต้องนั่งคนละคัน

นารันชอบเควนติน

เพราะว่าเธอชอบเขา เธอก็เลยน่าจะคิดแบบนั้น

จึกๆ

หืม?

ใครมาสะกิดไหล่ฉันน่ะ

แต่พอฉันหันไปก็ว่างเปล่านะ ฉันยืนอยู่ท้ายแถวด้วยไง หลอนนะเนี่ย

จึกๆ

เอาอีกแล้ว =O=;

ฉันรีบหันไปอีกข้างทันที แต่ก็ว่างเปล่าอีกครั้ง

นารันยิ้มขำ ทำให้ฉันได้แต่ขมวดคิ้วยุ่ง เธอก็เลยขยับปากพูดเพื่อบอกใบ้ฉันโดยไม่มีเสียงว่า เพนกวินพร้อมกับหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน แต่ฉันอยากจะร้องไห้เหลือเกิน เพราะว่าฉันไม่เข้าใจน่ะ ให้ตายสิ นี่มันไม่ใช่ขั้วโลกสักหน่อยนะ เควนตินจ้าเธอยอมเฉลยออกมาจนได้ แถมยังช่วยชี้ทางสว่างด้วยการชี้นิ้วไปข้างหลังฉันอีกด้วย

ว่าไงนะ

เควนตินเหรอ

ฉันขมวดคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อ แต่พอหันขวับไปมองก็พบว่าร่างสูงโปร่งกำลังยืนกลั้นขำจนหน้าเน่อแดงไปหมดอยู่จริงๆ ถ้ามองไม่ผิดล่ะก็ดูเหมือนว่าเขาจะหลับตาข้างหนึ่งเพราะว่าน้ำตาไหลด้วยนะ หัวเราะได้จริงจังมากอ่ะ คนเรา

ว่าแต่ทำไมตอนแรกฉันไม่เห็นล่ะ =_=

ฉันผงกหัวทักทายเขา ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองทางเดิม พอเห็นว่าแถวขยับไปหลายคนแล้ว ฉันก็เลยผงกหัวให้เขาอีกครั้ง และเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไม่อยากจะเสียเวลา

หมับ!

แต่จู่ๆ เควนตินก็คว้าข้อมือฉันไว้ ทำให้ฉันรู้สึกตกใจกับการกระทำของเขา เขาหยุดหัวเราะไปนานแล้ว ไม่ยิ้มเลยสักนิดเดียว แต่กลับกำลังจ้องมองฉันแทนด้วยสายตาคาดหวังอย่างนั้นเหรอ

เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป

“…?

อยู่คุยกับฉันก่อนได้มั้ย

หัวใจฉันกระตุกวูบทันที สีหน้าของเขา เสียงของเขาทำให้หัวสมองฉันว่างเปล่าไปชั่วขณะหนึ่งราวกับต้องมนต์สะกด หลังจากนั้นเขาก็ปล่อยข้อมือฉัน เหมือนหยิบยื่นอิสระให้ตัดสินใจว่าฉันจะเลือกอยู่ต่อหรือเดินจากไป

ฉันถอนหายใจ และเลือกอยู่ต่อ

อ่าเขายิ้มแล้ว

ใบหน้าของเขาดูเหมาะกับรอยยิ้มจริงๆ ด้วยล่ะ แต่เราจะมามัวแต่เคลิ้มไม่ได้หรอกนะ

มีอะไรเหรอ ฉันถามอย่างเข้าประเด็น เพราะว่าต้องการรักษาเวลา

ฉันเกรงใจนารัน ฉันกลัวว่าเธอจะกังวล แล้วก็

สารภาพเลยแล้วกันว่าฉันงี่เง่านิดหน่อย (._.); วันนั้นเขาไม่มาช่วยฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกเสียศูนย์ โอเคฉันรู้ รู้ดีเลยล่ะว่าตัวเองไม่ควรจะพึ่งพาเขามากเกินไป ฉันเรียกเขาแล้วเขาไม่มาช่วย นั่นไม่ใช่ความผิดของเขาเลยด้วย แต่จะให้ฉันทำยังไงล่ะ เหมือนกับมันยังติดค้างในใจ ทำให้เวลามองหน้าเขาแล้วมันไม่เหมือนเดิม ฉันแย่มากเลยใช่มั้ย

เธอแปลกไป…”

นี่เขาเองก็รู้สึกงั้นเหรอ

เควนตินสบตาฉัน ก่อนจะพูดต่อ สามวันก่อนฉันได้ยินว่าเธอถูกแกล้ง ผู้หญิงพวกนั้นแย่งกุญแจล็อกเกอร์ของเธอไปโยนลงในบ่อปลาคาร์ฟ เธอก็เลยต้องงมหามันตั้งนานกว่าจะเจอ

อ่าใช่ แต่ฉันไม่ได้เรียกเขามาช่วยหา

สองวันก่อนฉันได้ยินว่าเธอปั่นจักรยานมาโรงเรียน แต่ผู้หญิงพวกนั้นก็มาขโมยอานจักรยานไป เธอก็เลยต้องเดินเข็นจักรยานกลับบ้าน

เขารู้?

เมื่อวานเธอน่าจะบอกฉันว่าได้รับใบขออนุญาตผู้ปกครองช้ากว่าใคร ฉันจะได้ช่วยไปขอใหม่ให้ ทำไมทำไมเธอถึงไม่ยอมเรียกฉันมาช่วย เวลากินข้าวเที่ยงด้วยกันก็เงียบ ไม่ยอมบอกอะไรฉันสักคำ ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ หรือว่าเธอกำลังโกรธอะไรฉัน? บอกฉันมาหน่อยได้มั้ย

ฉัน…” ตัวชาไปหมดเลย

เควนตินดูไม่สบายใจมาก และฉันก็เป็นคนทำให้เขาเป็นแบบนั้นซะด้วย

ฉันหลบตาเขาทันที ขอโทษนะ แต่ว่าฉันจะต้องขึ้นรถบัสแล้วล่ะฉันพูดจบก็เดินเร็วๆ หนีเขาไป

ฉัน

ตอบเขาไม่ได้

ก็จะให้ฉันตอบอีกฝ่ายได้ยังไงว่าฉันกลัวว่าถ้าเรียกเขามาช่วยแล้วเขาอาจจะไม่มาช่วยฉันอีก

ฉันก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นรถบัสท่าเดียว พยายามไม่หันหลังกลับไป เมื่อขึ้นรถบัสมาแล้วก็ดูเหมือนว่านารันจะจองเบาะให้ฉันนั่งข้างๆ เธอ โดยมีราเอลกับควีนั่งประกบหลังนารันอีกที ส่วนพวกโมฉันไม่เห็นเลย สงสัยจะโดดล่ะมั้งวันนี้ ว่าแล้วฉันก็ถอนหายใจอย่างเบาใจ หยิบขนมปังกับน้ำเปล่าหนึ่งขวดออกมาจากในกล่องกระดาษหน้ารถ ก่อนจะเดินไปนั่งตรงนั้น

ปล่อยให้ความเงียบได้ฉุดฉันให้ดำดิ่งไปกับการโทษตัวเองสำหรับความงี่เง่าไม่เข้าท่า

ไม่ชอบตัวเองในตอนนี้เลยสักนิด

และฉันก็ไม่อยากทำให้เควนตินไม่สบายใจไปมากกว่านี้ด้วย

แต่ว่าฉันควรจะจัดการกับความรู้สึกในใจของตัวเองยังไงดี

นารัน…”

“…หือ?

เธอเคยผิดหวังใครสักคนรึเปล่า

 





เวลา 10.00 A.M.              

ฉันเดินตามวิทยากรอย่างใจลอย แม้ว่าจะสามารถดึงสติมาจดความรู้ใส่สมุดได้เป็นพักๆ แต่ว่าไม่นานนักฉันก็ต้องกลับไปสนใจเสียงของนารันเหมือนเดิม มันกำลังดังก้องอยู่ข้างในหัว วนกลับไปกลับมา จนยากเกินกว่าจะทำให้ฉันเพิกเฉยต่อคำพูดของเธอได้

 

ฉันเคยผิดหวังใครสักคนรึเปล่าน่ะเหรอ

อือ…’

พูดยากจังน้า อ่าแต่ถ้าฉันผิดหวังใครอยู่ล่ะก็ฉันจะคิดไว้ก่อนเลยว่าฉันกำลังนึกถึงแต่ตัวเอง

‘…?

เพราะว่าฉันฝากความหวังไว้กับเขามากเกินไป พอเขาทำให้ฉันไม่ได้ ฉันก็เลยไม่มีความสุข เอาแต่โทษเขาอย่างเดียวเลย ฮะๆ

‘…’

ทางแก้เหรอ ลองมองในมุมของเขาบ้างสิ

‘…’

เข้าใจเขาให้มาก

‘…’

ถ้าเราเข้าใจเขา เราก็คงจะไม่ผิดหวังในตัวเขาหรอก แต่ถ้าเราไม่เข้าใจเขานะ ก็แสดงว่าเรายังรู้จักเขาไม่ดีพอ…’

 

จริงด้วยสินะ

ฉันน่ะยังไม่ค่อยรู้จักเควนตินเลยนี่นา

ตั้งแต่เราสองคนเจอกันบนสะพานข้ามแม่น้ำในวันนั้น จนกระทั่งกลายเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกันอย่างน่าตกใจในวันนี้ ฉันรู้แค่ว่าเขามีพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งยอมเป็นฮีโร่ให้ฉันเพื่อช่วยพ่อทดลองเท่านั้นเอง นอกจากนั้นแล้วฉันก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลยสักอย่าง

เขาชอบอะไร เขาเกลียดอะไร เขาให้ความสำคัญกับสิ่งใด

ฉันอยากรู้จักเขาให้มากกว่านี้

 

ว่าแต่ถามฉันทำไมล่ะ จีต้าผิดหวังใครอยู่เหรอ

 

เสียงของนารันข้างในหัวฉันหยุดเพียงแค่นั้น

เพราะว่าระหว่างฉันกับเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ กำลังเดินเปลี่ยนฐาน ร่างสูงโปร่งคุ้นตาก็เดินสวนทางมาพอดี

เควนติน…”

ฉันเรียกเขา

ฉันรวบรวมความกล้าเรียกเขา

เขาดูแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ค่อยๆ เดินมาหา และเมื่อเงาของเขาจรดปลายเท้าฉัน เขาก็พูดดักฉันไว้ ทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ เธอไม่เมินฉันแล้วรึไง

ฉันไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มให้เขาบางๆ

มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา แต่ฉันคงจะไม่พูดมันออกไป

 

ว่า ให้โอกาสฉันได้ทำความรู้จักนายมากกว่านี้เถอะนะ

 

เควนตินกระแอมขัดความเงียบ ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนในกลุ่มรายงานให้ล่วงหน้าไปก่อน ฉันก็เลยหันไปบอกเพื่อนสมาชิกในกลุ่มทั้งสามคนบ้าง ยอมรับว่าในทีแรกฉันค่อนข้างจะกังวลกับความรู้สึกของนารัน แต่พอเห็นว่าเธอไม่ว่าอะไร ก็แค่ระบายยิ้มหวาน รีบเดินตามหลังราเอลกับควีไป ฉันก็ถอนหายใจอย่างคลายความกังวล

จีต้า…”

ฉันหันไปมองคนเรียก

เขากำลังมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ ไม่เหมือนเควนตินในเวลาปกติเลย รอนะ

“…?

“…รอฟังเธออยู่

อ่า…” ฉันสบตาเขาอย่างไม่มั่นใจ ฉันว่าจะมาตอบคำถามของนายเมื่อเช้าน่ะ

หืม? ว่ามาสิ

“…”

รอฟัง…”

เควนตินฉันกลืนน้ำลายลงคอไปอึกหนึ่ง นายไม่ผิดอะไรหรอกนะ…”

เฮ้อ! โล่งไปที เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เหมือนได้ปลดเปลื้องพันธนาการ ดวงตาสีดำสนิทของเขาทอประกายสดใสขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาดูหายเกร็งอย่างน้อยก็ดูเกร็งน้อยกว่าก่อนหน้านี้แล้วกันถ้างั้นเธอเมินฉันทำไมล่ะเขาถามด้วยท่าทางอยากรู้

ฉัน…” ติดอ่างอีกแล้ว (._.)

แต่ว่าถ้าไม่ยอมพูดมันออกมาทั้งหมด เราสองคนคงจะไม่อาจเคลียร์กันได้ ดังนั้นฉันถึงต้องพูด

ฉันกำลังนิสัยเสียเพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอยากจะพึ่งพานายมากเกินไป…” และแล้วฉันก็ตัดสินใจพูดมันออกมา

“…ยังไงเขาดูงงๆ

ฉันก็เลยพูดต่อ ก็เมื่อสามวันก่อนนายมาช่วยฉันไม่ทันวันนั้นมันทำให้ฉันไม่อยากเรียกนายมาช่วยอีกแล้ว

“…”

เพราะว่าฉันกลัวว่าถ้าฉันเรียกนายมาช่วยอีกครั้ง นายอาจจะไม่มาช่วยฉันอีก

“…”

ขอโทษนะ (._.)

เธอจะขอโทษฉันทำไม

ก็นายเคยขอโทษฉันไปแล้วนี่นา แต่ว่าฉันกลับยังงี่เง่า…!”

เฮ้ย

จู่ๆ ผู้ชายตรงหน้าก็ทำให้ฉันตกใจด้วยการรวบตัวฉันไปกอดเอาไว้ O_O/// โดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าฉันก็เข้าไปฝังในแผงอกกว้างของเควนติน ทำให้ฉันได้ยินเสียงหัวใจของเขาดังอย่างชัดเจน เสียงลมหายใจของเขาก็เช่นกัน ใกล้กันมากเกินไปด้วยซ้ำจนฉันถึงกับได้กลิ่นมินต์อ่อนๆ จากตัวเขาติดจมูกมาเลย บางทีฉันควรจะผลักเขาออกไป แต่ทำไมฉันถึงทำได้เพียงนิ่งเฉย

ยอมให้อีกฝ่ายกอดฉันไว้อย่างเอาแต่ใจอยู่อย่างนั้น

ฉันสิต้องขอโทษเธอเขาพูดเสียงแผ่วข้างหูฉัน

“…”

ทั้งที่ฉันพูดเอาไว้ว่าจะคอยปกป้องเธอแท้ๆ แต่ฉันก็ทำให้เธอต้องเสียความรู้สึกจนได้

“…”

ขอโทษนะ

ฉันผละตัวออกมาจากอ้อมกอดเขา ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ต้องการคำขอโทษ พอแล้วล่ะ ฉันหายงี่เง่าแล้ว และต่อไปนี้ฉันจะไม่เมินนายอีกต่อไปแล้วนะ

รวมทั้งเธอยอมจะเรียกให้ฉันมาช่วยเธอเหมือนเดิมด้วยรึเปล่า

“…” ฉันเงียบไป

ฉันรู้ตัวว่าฉันเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ไม่สามารถปกป้องเธอได้ตลอดเวลา

“…”

แต่ฉันก็ยังอยากเป็นฮีโร่ของเธอต่อไปอยู่นะ ดังนั้นขอโอกาสให้ฉันได้แก้ตัวใหม่อีกสักครั้งได้มั้ยล่ะ

(._.)(‘ ’)(._.)ฉันพยักหน้า

ไม่มีเหตุผลอะไรให้ฉันต้องปฏิเสธเขาอยู่แล้วนี่นา

แต่ว่าเขาส่ายหน้า ไม่พยักหน้าอย่างเดียวสิ เธอจะต้องพูดด้วยเขาแกล้งตีหน้าจริงจัง

ฉันก็เลยพูดออกเสียง ดะได้เลย เดี๋ยวไว้วันหลังฉันจะเรียกนายมาช่วยนะ (‘ ‘);”

แต่ว่าเขาส่ายหน้าอีกแล้ว

ทำไมอ่ะ?

ฉันอยากได้ยินคำอื่น”                                                                 

หืม?

คำไหนล่ะ

หรือว่าคำนี้เหรอ

แม้ว่าฉันจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่ฉันก็หยิบวิทยุสื่อสารออกมาจ่อปากเพื่อให้การยืนยัน

เพียงแค่เอ่ยออกมาสามคำเท่านั้น

“Mayday Mayday Mayday”

โดยไม่มีทางรู้เลยว่าฉันพูดถูกมั้ย

แต่ว่าพอฉันพูดจบ เควนตินก็ฉีกยิ้มกว้างออกมา

ดูเหมือนว่าฉันจะทำให้เขายิ้มได้

ฉันเป็นสาเหตุของรอยยิ้มของเขา

และนั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าโลกได้หยุดหมุนเป็นครั้งแรก


--------------------------------------------------
บทนี้มีไว้ให้พระนางเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกันค่ะ ^^
ความรักของจีต้าที่มีต่อเควนตินกำลังพัฒนาขึ้น
มาลุ้นไปด้วยกันน้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

276 ความคิดเห็น

  1. #252 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 01:35
    มีอะไรอยุ่ข้างนอกจิงป่ะ
    #252
    0
  2. #235 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 15:50
    ใครอะๆๆๆ
    #235
    0
  3. #227 EvaaRatta (@evaaratta) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 22:23
    เควนตินเริ่มเป็นห่วงจีต้าอย่างจริงจังโดนไม่มีแต้มมาเกี่ยวข้องละอ่าดิ๊ >_<
    #227
    0
  4. #166 Lächeln (@orpicuew) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 15:31
    จีต้ามึนมากไปนะ
    #166
    0
  5. #158 riren (@riren) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 11:16
    โอ้ยยยยย ยัยโนบิตะนี่
    ช่วยขึงขังตึงตังซักหน่อยได้มิ?
    เริ่มจะหมันไส้แล้วนิ!!
    #158
    0
  6. #107 rainbow-light (@rainbow-light) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 20:33
    มันน่ากระโดดถีบนักนะเบนซ่า
    นางป่วนได้ตลอดเว
    เรียกเควนตินมาดักต่อยซักที 555
    #107
    0
  7. #102 TANH_ZEPIA (@tanh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 16:00
    โอเค พี่ขอถอนคำพูด
    พี่เริ่มจะเกลียดนังเบนซ่ามากขึ้นละ
    (//กระชากคอเสื้อเบนซ่าแล้วเขย่าๆๆ)
    ทำไมหล่อนวุ่นวายกับจีต้าได้ขนาดนี้หาาา
    เหตุผลนี่ก็ชวนปวดม้ามจริงๆ... ฉันหมั่นไส้เธอ
    คือ ... แบบ ... จุกเลยอะ เหตุผลอนุบาลมาก
    หล่อนเป็นตัวอย่างของมนุษย์ที่โตแต่ตัวจริงๆ
    เหนื่อยใจแทนจีต้าเลยอะตอนที่ต้องต่อรอง
    เพราะการต่อรองกับคนไร้เหตุผลนี่มันยากพอๆ กับการห้ามพระอาทิตย์ไม่ให้ขึ้น
    ลองสมมติตัวเองก็จีต้าดู
    คงไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับนางเช่นกัน
    เหนื่อยอะ โต้เถียงกับคนเพี้ยนๆ แบบเน้

    นั่นไง เควนตินแอบนอยด์จริงๆ ด้วย
    ตอนที่เควนตินจะเอาคืนจีต้านี่แอบคิดว่าจะเป็นฉากกุ๊กกิ๊กรึเปล่าน้อ
    ปรากฎว่ามันคือฉากทารุณกรรม ฮาาา
    ที่เควนตินว่ามามันก็ดีนะ ต้องแข็งข้อบ้าง
    แต่ทีนี้เราก็กลัวว่ายิ่งจีต้าขัดขืนหรือโต้กลับ
    เบนซ่ามันจะยิ่งได้ใจละสิ
    คือในหลายๆ กรณีเนี้ย ถ้าเราทำเฉยๆ อีกฝ่ายก็จะร่นถอยกำลังไปเอง
    แต่ก็ไม่รู้ว่าเคสนี้จะประยุกต์ใช้ได้กับเคสของจีต้ารึเปล่านะ อืมๆ

    โดนล็อกประตู... อ่า จนได้สินะ
    อ่านบทนี้จบแล้วแทบจะถอนหายใจไปพร้อมๆ กับจีต้าด้วยความอนาถใจในโชคชะตา
    เบนซ่าจะตามจองล้างจองผลาญไปถึงไหนเนี่ยยย
    อารมณ์แบบ แม้จะเป็นการแกล้งนิดๆ หน่อยๆ ก็เอาวะ
    หวังว่าจีต้าจะหลุดพ้นจากบ่วงกรรมเร็วๆ นะ ฮ่าๆๆ

    อ่าว เพทาย แค่ความสะใจส่วนตัววะงั้น
    หล่อนนึกถึงจีต้าบ้างเซ่ว่าจะโดนอะไร
    ยิ่งจีต้าโดนเพ่งเล็งเพราะความฉลาดซะด้วย
    ขืนบอกไปว่าคะแนนดีแบบนี้ โอว...
    (//เสียวสันหลังแทนจีต้าเฮือกๆ)

    โห ตอนไปเรียนก็แต่งในมือถือ ฮ่า สุดยอดเลยน้องมุก
    รออัพจ้า ส่วนคำผิดเดี๋ยวดูให้เรื่อยๆ
    :D
    คำผิดจ้ะ
    คุกกรุ่น = คุกรุ่น ลงโดน = ลงโทษ มาเลยยม = มาเล (?)

    ประโยคแหม่งๆ
    ดันสะดุดอะไรกับเข้าสักอย่าง = ดันสะดุดเข้ากับอะไรสักอย่าง
    ฉันเลยทำอะไรก็เลยวิ่งขึ้นไปเรียนต่อ = ฉันทำอะไรไม่ได้ก็เลยวิ่งขึ้นไปเรียนต่อ (?)
    #102
    0
  8. #101 Eyp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 09:45
    เบนซ่าาาาาาาา ฉันเกลียดเธอออออ

    เควนตินมาช่วยหน่อยเร้วววววว
    #101
    0
  9. #98 123 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 22:50
    ชอบเรื่องนี้มว้ากกกกก

    มาอัพอีกเร็วๆนะคะ
    #98
    0
  10. #97 !!! ~fon~ !!! (@fon2929) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 22:49
    เบนซ่า เธอ
    #97
    0