คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 6 : เผชิญหน้า(รีไรท์2)


     อัพเดท 13 ต.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 100% [ 156 mem(s) ]
This month views : 325 Overall : 1,169,441
22,583 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2266 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 6 : เผชิญหน้า(รีไรท์2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 37323 , โพส : 107 , Rating : 88% / 126 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




กลิ่นควันไฟที่คละคลุ้ง และความร้อนที่โลมเลียทั่วร่างแทบทำให้เธอสำลักพวกมันจนน้ำหูน้ำตาไหล ทว่าก็ไม่อาจหยุดเท้าสองข้างเพื่อไปต่อข้างหน้า แม้ต้องฝ่าเปลวไฟที่เหมือนจะหลอมละลายผิวหนังให้ไหม้เกรียม เมื่อรับรู้ถึงหัวใจของตนที่กำลังเต้นระส่ำบ่งบอกว่ามีสิ่งน่าหวานหวั่นไล่ตามมาเบื้องหลัง
 

 

            และหญิงสาวต้องทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนคลำมือไปใต้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องโอ่อ่า ทว่าบัดนี้กลับพังทลายด้วยความร้อนของเพลิงร้ายที่ลุกท่วมบดบังความสวยงามในห้องจนหมดสิ้น ควันขมุกขมัวลอยทั่วราวม่านหมอกมรณะ หากมือของเธอก็จำต้องควานหาบางสิ่งจากโต๊ะทำงานตรงหน้า แม้ว่าตาจะแทบมองไม่เห็นมือของตัวเองที่กำลังปัดป่ายไปทั่วก็ตาม
 

 

            เสียงจากเบื้องหลังและเงาคนที่เห็นลางเลือนผ่านม่านควันหนาทึบยิ่งทำให้เธอต้องเร่งมือหาสิ่งที่ต้องการ ก่อนไม่ถึงวินาทีหญิงสาวก็รับรู้ได้ว่าตนคว้าปืนสีเงินยวงเจอ
 

            และหลังจากนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้น กลับเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจลบเลือนได้อีก
 

เพราะเมื่อทุกอย่างจบ ร่างของคนที่คุกคามเปลี่ยนเป็นฝ่ายนอนราบอยู่ใต้ชั้นหนังสือพร้อมเลือดที่ไหลเอือยลงพื้นช้าๆ... แม้ยังมีลมหายใจ ทว่ามันก็ไม่มีมากพอที่จะทำให้คนที่ถูกกระสุนถึงสามนัดทั่วร่างลุกขึ้นมาได้อีก
 

 

            ในขณะร่างของหญิงสาวที่วิ่งหนีในตอนแรกค่อยๆ เดินเข้ามาดูสิ่งที่ตนเพิ่งกระทำไปด้วยความลังเลและหวาดหวั่น หากเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวอีกคนที่มีใบหน้าไม่ต่างจากตนราวเป็นฝาแฝดกำลังสำลักเลือกสีข้นจากปาก พร้อมได้ยินเสียงหายใจที่ขาดห้วนเป็นพักๆ ราวกลับจะกลืนหายไปในลำคอ ขณะนัยน์ตาสีดำที่เปิดกว้างมองสบมา คนที่เป็นฝ่ายกำชัยกลับกลายเป็นคนที่ต้องหลั่งน้ำตาลงช้าๆ อาบทั่วใบหน้าด้วยความรู้สึกมากมายที่โถมเข้าใส่เสียเอง พร้อมทั้งมือที่ถือด้ามปืนสีเงินยวงซึ่งหาได้จากใต้โต๊ะทำงานก็สั่นอย่างรุนแรงอย่างไม่อาจห้าม ยามที่เห็นร่างของคนที่ตนกระทำบางสิ่งลงไปยามนี้กำลังขาดใจลงตรงหน้า  
 

ทุกสิ่งที่เกิดแทบกระชากสติสัมปชัญญะของเธอให้ขาดสะบั้น ถ้าเพียงตนไม่ได้สัมผัสถึงแหวนวงเล็กที่ทำจากแพลทตินั่มประดับด้วยเพชรน้ำดีเม็ดเล็กฝังรอบวงจนดูกลืนไปกับแหวนบนนิ้วนางล่ะก็
 

 

           เธอยังต้องมีชีวิตต่อไปเพื่อเจอเขา... ยังต้องมีต่อไป
 

          แต่เธอก็ไม่ได้อยากฆ่าใคร!... แม้คนตรงหน้าจะเป็นนักฆ่าที่จะมาสังหารตนเอง เธอก็ไม่ได้อยากทำ ... 
 

ไม่อยาก ไม่อยาก ไม่อยาก ไม่อยาก ไม่อยาก... ไม่.. ไม่...ไม่
 

 

ไม่!
 

เสียงตะโกนลั่น ในห้องเช่าแคบๆ ทำเอาคนที่หลับสนิทอยู่ถึงกับเด้งตัวขึ้นมาด้วยความตกใจ ก่อนรีบหันไปยังบนพื้นข้างเตียงที่เป็นต้นเสียง พร้อมรีบถามผ่านความมืดในห้องด้วยอาการตื่นๆ ไม่แพ้กัน
 

 

เป็นอะไรนาค!
 

หญิงสาวที่นอนอยู่บนฟูกซึ่งปูไว้บนพื้นหันมามองหน้าคนถามพลัน แม้ในห้องจะปิดไฟแล้ว แต่แสงสลัวจากภายนอกของเมืองที่ไม่เคยหลับใหลอย่างฮ่องกง ก็ทำให้เห็นหน้าอีกฝ่ายได้ไม่ยาก เธอหอบหายใจรัวเหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอนมา หากแววตาที่สบมองชายหนุ่ม กลับแสดงชัดถึงความหวาดหวั่นและหวาดกลัว รวมถึงความรู้สึกผิด...
 

ในขณะต้าห่ายซึ่งยังก้มมองร่างของนาคบนพื้น ก็ขมวดคิ้วเพ่งพินิจเธอด้วยความแปลกใจปนงงงัน และถามขึ้นใหม่อีกครั้ง อย่างเสียไม่ได้ว่า นาค... ร้องไห้เหรอ
 

คนถูกทักต้องยกมือขึ้นปาดไปที่ดวงตาของตนทันใด ก่อนเพิ่งรู้ว่าบนใบหน้ามีน้ำตานองอยู่เต็มไปหมด ซ้ำมันยังเปียกหมอนตนไปหลายจุด... นี่เธอร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไหร่!
 

 

ฝันร้ายงั้นเหรอคนอ่อนวัยกว่าตั้งคำถามอีกอย่างระวัง เมื่อเห็นว่าอาการของนาคดูน่าเป็นห่วงกว่าปกติ เขาพอจะรู้ว่าใครก็ฝันร้ายจนนอนละเมอได้ทั้งนั้น แต่จากดวงตากรอกกลิ้ง สีหน้าซีดเผือด ร่างกายที่สั่นน้อยๆ และน้ำตามากมายนั่น มันเหมือนฟ้องว่าฝันครั้งนี้คงหนักหนาสาหัสเกินกว่าคนทั่วไปจะรู้สึกได้... ราวกับว่ามันเป็นฝันที่เกิดขึ้นจริง จนเธอต้องเผลอแสดงออกมามากมายขนาดนี้
 

 

นาคเงียบไปหลายอึดใจกับคำถาม ก่อนเพียงเปรยขึ้นตามระบบป้องกันตัว เปล่า... ฉัน... จำไม่ได้แล้ว ถึงจะบอกแบบนั้นแต่หญิงสาวก็ยกมือสองข้างของตนขึ้นมามองผ่านความสลัว และมันยังสั่นน้อยๆ อย่างไม่อาจห้าม... มือที่ฆ่าคนจริงๆ ครั้งแรก... แม้เป็นเพียงความผิดพลาด แต่ก็ไม่อาจต่อสู้กับความจริงที่ว่ามือคู่นี้กระทำอะไรลงไปในคืนที่คฤหาสน์หลังใหญ่ลุกท่วมด้วยไฟไปครึ่งหลัง และเธอทำให้ใครบางคนนอนนิ่งไร้ลมหายใจอยู่ท่ามกลางกองเพลิงนั่น...
 

ทรมาน เจ็บปวด และผิดบาป... แม้รู้ว่าจะถูกฆ่า และทุกอย่างเป็นเพราะสถานการณ์บังคับ... แต่มันก็ไม่อาจเอาเหตุผลนี้มาหักล้างสิ่งที่เป็นแผลในใจได้... ฆ่าคนก็คือฆ่าคน มันไม่มีเหตุผลสวยหรูอะไรมากไปกว่านี้หรอก
 

นาคกำมือสองข้างของตนแน่น และหลับตาผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ พยายามลืมเรื่องที่ผ่านมา และสะกดจิตตนให้คิดถึงสิ่งที่จะต้องทำต่อไปข้างหน้า ก่อนขยับตะแคงนอนไปอีกทาง ให้ต้าห่ายมองแผ่นหลังของเธอผ่านความมืดด้วยคำถามมากมายแทน จนเมื่อแน่นอนว่าไม่มีคำตอบ เขาจึงค่อยๆ กลับไปล้มตัวลงนอนเช่นกัน
 

 

ในขณะที่นาคยังนอนลืมตาในความมืด ปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นไหลเข้ามาในสมอง... ตลอดสองเดือนมานี้ เธอทรมานกับการพยายามลืมเรื่องพวกนั้น คืนแล้วคืนเล่าที่นอนอยู่ข้างถนนพร้อมสั่งให้ตัวเองลืมมันไปให้ได้ ไม่รู้ว่าใช้เวลากี่คืนที่ภาพในความทรงจำเริ่มจางหายไปในความฝัน พร้อมน้ำตาที่ไม่ไหลอีกยามที่หลับ  ซึ่งเมื่อวันหนึ่งที่นึกว่าทุกอย่างมันพอจะบรรเทาลง แต่คืนนี้มันกลับกระตุ้นเตือนขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมเสียงกรีดร้องมากมายก็ถาโถมกัดกินภายในอย่างไม่อาจเลี่ยง... มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนเมื่อสี่ปีก่อน ครั้งที่ตนเคยทำให้ใครคนหนึ่งหลุดมือไปต่อหน้าต่อตาท่ามกลางกองเพลิง... ปล่อยให้เขาตายต่อหน้าต่อตาโดยเธอทำได้แค่มองดูวาระสุดท้ายนั่น
 

เวลานี้มันเป็นอีกครั้งที่เธอเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ที่หลงทางอยู่คนเดียว สิ้นหวัง เจ็บปวด หมดหนทาง... และเมื่อบาดแผลเก่าที่ตกสะเก็ดเริ่มถูกตะกุยเปิดใหม่ คนๆ หนึ่งที่พยายามหักห้ามไม่ให้นึกถึงหรือเรียกหาแบบเมื่อสี่ปีก่อนยามถูกต้อนด้วยสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์ของตน กลับแทรกผ่านปราการที่กดทับไว้ขึ้นมาในห้วงคิด... เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนที่เธอยอมรับเลยว่า อยากเห็นหน้า อยากเจอ อยากได้ยินเสียง...
 

พรุ่งนี้ถ้าไปดูหมอนั่นที่ตึกฉายหงกรุ๊ปจะเป็นไรไหม... แค่นิดเดียว... ครั้งเดียว... แล้วกลับออกมา... แค่เห็นหน้าแค่ครั้งเดียวจริงๆ
 

นาคเริ่มคิดทบทวนไปมาในหัว พยายามข่มไม่ให้ความรู้สึกของตนมาบดบังเหตุผลที่ว่ายามนี้เธอไม่ควรไปเจอเขาที่สุด... รู้ทั้งรู้ว่ามันอันตราย และเธออาจพาทุกอย่างพังถ้าเพียงปล่อยให้อารมณ์มาอยู่เหนือตรรกะที่ควรมี
 

ใช่... ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แล้ว... รู้ดีอยู่แล้วแท้ๆ ... แต่ให้ตายสิ... ให้ตายเถอะ!  
 

ฉัน... อยากเห็นหน้านายเป็นบ้าเลย... หลานเซ่อ  ได้แค่เพียงกัดฟันงึมงำถ้อยคำนั้นกับตนเองอย่างอดกลั้น โดยไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดีท่ามกลางความเงียบและมืดมิดรอบตัว



                                                             *******************



            ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!

            เสียงกัมปนาทจากเบเร็ตตา 92 fs สะท้อนขึ้นสามนัดซ้อน ก่อนทะลุผ่านเป้ายิงตรงศีรษะโดยไม่มีพลาด ในขณะที่มือเรียวแข็งแรงซึ่งยกอาวุธคู่กายค้างอยู่ก็ค่อยๆ ลดมันลง และยืนมองผลงานของตนนิ่งด้วยใบหน้าชินชา หากไม่นานเขาก็หันกลับไปมองมือขวาคนสนิทที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องซ้อมยิงปืนชั้นใต้ดิน เมื่อสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง

 

จงซินก้มหัวเคารพนายของตนเล็กน้อย ขณะยื่นแฟ้มเอกสารชุดหนึ่งให้ร่างสูงสง่าตรงหน้า พร้อมคำรายงานราบเรียบ ข้อมูลทั้งหมดของเดนิส เจมส์ คาเว่นครับ
 

หลานเซ่อวางอาวุธของตนลง ก่อนถอดแว่นสีชาที่ไว้ป้องกันดวงตาออก พร้อมที่ปิดหู พลางรับเอกสารมาดู พลันหัวคิ้วก็ต้องชักมาชนกัน เมื่อได้เห็นใบหน้าของเดนิสซึ่งเป็นรูปแอบถ่ายตอนที่ชายหนุ่มต่างชาติกำลังจะขึ้นรถของตน
 

ใบหน้านั่น มันทำให้ภาพผู้หญิงคนหนึ่งในความทรงจำที่ไม่อยากจำผุดแทรกขึ้นมา จนต้องเผลอขบกรามแน่น
 

ดูเหมือนปู่ของเขาจะเป็นน้องชายของคุณตา...
 

 

ฉันไม่สนว่ามันเป็นญาติฝ่ายไหน มาเฟียหนุ่มคำรามต่ำในลำคอดักคำของมือขวาตน ซึ่งจงซินก็ผงกศีรษะรับคำเล็กน้อยด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนเช่นเดิม ก่อนรายงานต่อ
 

“จากข้อมูลที่ได้ตอนนี้ เขาเป็นเจ้าของคาเว่นคอร์ปอเรชั่น และถือว่าเป็นคนมีอิทธิพลในอังกฤษคนหนึ่ง รวมถึงถ้าเขาเกี่ยวข้องกับคนที่ลักพาตัวหยาง ไป๋ซิงไป ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะเข้าข่ายคนที่ลอบสังหารท่านกับคุณฤทัยนาค” ใบหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์เว้นคำไปนิด ก่อนมองตรงไปที่นายของตนด้วยสายตามุ่งหมายชัดเจน “ให้จัดการเลยไหมครับ”
 

คนเป็นนายหรี่นัยน์ตาคมวิเคราะห์บางอย่างเพียงครู่ ก่อนปฏิเสธห้วนสั้น “ยัง... หลักฐานยังไม่แน่นพอที่จะระบุได้ว่าเป็นคนๆ เดียวกัน ให้ได้เรื่องของครอบครัวที่อังกฤษของจินซานก่อน...” เขาหยุดคำตนไปนิด ราวไตร่ตรองบางสิ่งอีกครั้ง พลางกระซิบขึ้นใหม่กับตนเอง “และที่สำคัญ เหมือนยังมีบางอย่างขัดแย้งกันอยู่”
 

สัญชาตญาณของเขาเริ่มข่วนตะกุยเตือนบางสิ่งกับเรื่องครั้งนี้
 

และยังไม่ทันที่มาเฟียหนุ่มจะได้อ่านเอกสารในมือมากกว่านี้ เสียงหวานเล็กจากไป๋ซิงที่รออยู่หน้าห้องซ้อมยิงปืนเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาก็ดังลอดผ่านมาว่า
 

เอ่อ... คือฉันแต่งตัวเสร็จแล้วค่ะ ขอโทษที่ให้รอนะคะ
 

หลานเซ่อปรายตามองไปยังประตูกันเสียงบานหนาซึ่งเปิดแง้มๆ ไว้ ก่อนจำต้องส่งเอกสารในมือคืนจงซิน และหยิบสูทสีเข้มของตนมาสวมเช่นเดิม เมื่อวันนี้เขามีธุระข้างนอกจึงต้องออกไปพร้อมไป๋ซิง ที่แม้จะเช้าไปสักหน่อยแต่เหมือนหญิงสาวก็รีบเร่งจัดการกับตัวเองอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้ไปให้ทันเขาอย่างกระตือรือร้น
 

และทันทีที่หลานเซ่อเก็บอาวุธเข้าซองหนังใต้เสื้อสูท ก่อนก้าวออกมาจากห้องซ้อมยิงปืนของตน ร่างบอบบางที่วันนี้อยู่ในชุดกระโปรงวันพีชยาวคลุมเข่าสีฟ้าอ่อนจนดูสวยหวานกว่าปกติก็เอ่ยทักชายหนุ่มอย่างเสียไม่ได้ว่า
 

คุณหลิน เนคไทเบี้ยวน่ะค่ะไม่ว่าเปล่า หญิงสาวเดินเข้ามาพร้อมมือเล็กก็เตรียมยื่นมาจัดให้อย่างเคยชิน

                 หากร่างสูงกว่ากลับเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย และเพียงกล่าวสั้นเย็นชาตามนิสัยแค่ว่า ฉันจัดการเอง

 

จบคำก็ยกมือขยับเนคไทของตนให้เข้าที่ พร้อมก้าวผ่านไป ปล่อยให้ไป๋ซิงค้างมือไว้แค่นั้น และมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยแววตาเจ็บปวดอย่างไม่ปิดบัง ขณะกำมือสองข้างของตนมากุมกันไว้ตรงอก พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ และเดินไล่หลังร่างสูงไปอย่างเงียบงัน...
 

กำแพงที่เขาสร้างขึ้นกันเธอยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงของเขา ทั้งที่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันคืน แม้แต่ได้นอนบนเตียงเดียวกัน หากไม่มีแม้แต่สักเสี้ยววินาทีที่รู้สึกว่าเข้าใกล้ร่างสูงสง่าตรงหน้าได้... เขาช่างเย็นชา ห่างเหิน และดูสูงจนเกินเอื้อม
 

ต้องเป็นใคร... ต้องเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมขนาดไหน คนอย่างหลิน หลานเซ่อถึงจะหันกลับมาเหลียวมอง... ขนาดเพรียบพร้อมระดับเหม่ยจิง นางแบบชั้นแนวหน้าที่ยามนี้ผันตัวมาเป็นผู้ดูแลพวกนางแบบรุ่นใหม่อยู่เบื้องหลังคนนั้นก็ยังไม่ใช่คนรัก หรือเธอต้องสวยกว่านี้ ดีกว่านี้ สูงส่งกว่านี้ถึงจะพอ... คนแบบไหนถึงจะครอบครองมาเฟียทรงอำนาจคนนี้ได้
 

ถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้กับการมายืนมองตึกฉายหงกรุ๊ปตรงหน้าเป็นครั้งที่สองตั้งแต่ฟ้าเริ่มสาง ถึงแม้จะนอนหลับและตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ทำให้ความทรงจำร้ายๆ มันจางลงเหมือนหลับและฝันไปแล้วแท้ๆ และคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรอีก หากสุดท้ายเธอก็ยังพาตัวเองมายืนเฝ้าหน้าตึกสูงใหญ่เพื่อรอจะได้เห็นหน้าใครคนหนึ่งอยู่ดี
 

นาคต้องกระชับหมวกแก๊ปใบใหม่บนศีรษะที่ได้มาจากต้าห่าย ขณะยกมือสองข้างของตนขึ้นมาดู และขมวดคิ้วพลางคิดถึงความรู้สึกเมื่อคืนที่ผ่านมา
 

... อ่อนแอจนน่ารังเกียจจริงๆ ฤทัยนาค... ได้แค่เพียงกระซิบพูดกับตนเองในใจ เธอเกลียดความรู้สึกนี้มากที่สุด แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีทางหนีพ้น เมื่อรู้จักตนเองว่ามีจุดอ่อนใหญ่เรื่องใด
 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้จะเคยเห็นคนตายมากมาย และเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้คนพวกนั้นตาย หากแต่เธอไม่เคยฆ่าใครด้วยมือของตนเองโดยตรงมาก่อน เธอไม่ได้อยู่ในโลกของมาเฟียตั้งแต่เกิดที่จะฆ่าใครได้โดยไม่รู้สึกอะไร หรือไม่เห็นค่าชีวิตของใครแค่เพียงคนๆ นั้นเป็นศัตรู เธอยังเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่สามารถลืมสายตาของคนที่ตนทำให้ตายได้เพียงแค่ข้ามคืน... และที่สำคัญเหนืออื่นใด ยามที่ความรู้สึกนี้จู่โจมจนเธอควบคุมสติของตนไม่ได้ เธอก็ยังมีทั้งแดน และหลานเซ่อคอยช่วยฉุดดึงมันกลับมาเสมอ
 

หากความคิดมากมายในหัวจำต้องหยุดลงเมื่อสายตาตวัดขึ้น และพบว่าที่หน้าตึกหรูปรากฏร่างสูงสง่าของใครคนหนึ่งที่เฝ้ารออยู่กำลังเดินลงมา พร้อมร่างบอบบางของคุณหนูตระกูลหยางที่ก้าวตามเขาไปติดๆ ก่อนไม่ถึงสิบวินาทีที่ได้เห็นหลานเซ่อ เขาก็ก้มตัวเข้าไปในรถยุโรปของตนที่ลูกน้องเปิดรอไว้ให้ ตามด้วยไป๋ซิงที่ก้มตัวตามเข้าไปเช่นกัน ในขณะที่รอบตัวคนทั้งสองยังถูกบอดี้การด์คุ้มกันอย่างเหนียวแน่นไม่เปลี่ยน
 

และไม่นานยานยนต์สายพันธุ์ยุโรปก็เคลื่อนขบวนออกมา โดยมีรถคุ้มกันคันแรกนำหน้ารถของหลานเซ่อ ก่อนปิดท้ายด้วยรถของจงซินที่ขับตามไปติดๆ
 

นาคที่มองตามไป ถึงกับต้องเป่าปากของตนออกมาคล้ายโล่งอก เมื่อเผลอกลั้นหายใจไปชั่ววูบกับการปรากฏตัวของมาเฟียหนุ่ม อาจเพราะไม่ได้เห็นใบหน้านั้นมาถึงสองเดือนเต็มๆ เลยรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ กับการได้เห็นเขาตัวเป็นๆ อีกครั้ง ก่อนเพียงครู่เธอจะเอ่ยกับตนเองด้วยรอยยิ้มบางๆ ว่า แค่นี่ก็ช่วยได้เยอะแล้ว
 

อย่างที่บอก... แค่นิดเดียว และไม่กี่วินาทีที่ขอเห็นใบหน้าคมเข้มแสนคุ้นตานั่น ความหนักอึ้งก็คล้ายจะจางลงทันใด... เพราะเขายังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน สีหน้าเย็นชาจนเหมือนจะผลักคนทุกคนให้ออกห่างแม้แต่กับผู้หญิงสวยๆ ข้างตัวก็ไม่เว้น จนเธอได้แต่กลั้วหัวเราะ และส่ายศีรษะน้อยๆ ให้กับชายหนุ่มคนนี้อย่างปลงอนิจจัง
 

และตามที่สัญญาไว้กับตัวเอง แค่ได้เห็นหน้า แม้จะไกลจนแทบดูไม่ออก แต่เท่านี้ก็มากพอ
 

นาคสูดอากาศหายใจเข้าปอดลึกๆ และปล่อยยาวด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่งอีกครั้ง พร้อมพูดกับตัวเองขณะกระชับหมวกบนศีรษะให้มั่นคงขึ้นว่า เอาล่ะฤทัยนาค ยังมีเรื่องที่เธอต้องจัดการอีกเยอะ ยัยหมาจนตรอก
 

แต่เมื่อคนหนึ่งกลับมาด้วยภายในที่ถูกเติมเต็ม ทว่าอีกคนกลับยังคงเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่างรถด้วยนัยน์ตาสีอ่อนคู่คมสวยที่ยังว่างเปล่า และไม่ได้หันไปสนใจร่างบอบบางที่อยู่ข้างกายและคอยพยายามเหลือบมองตนตลอดเวลา...
 

แน่นอนว่าเขารับรู้และเห็นดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่โตหวานที่ส่งมา แต่ก็ไม่คิดกลับไปมอง... เมื่อคนๆ เดียวที่ปรารถนาให้อยู่ที่นี่ ไม่ได้นั่งอยู่ข้างกาย เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจใคร... หากวินาทีที่ปิดเปลือกตาเพื่อพักการมองแสงยามเช้าเล็กน้อยก่อนลืมขึ้นดูภาพตรงหน้าใหม่ นัยน์ตาคมกริบกลับปะทะเข้ากับร่างๆ หนึ่งที่รถเขาสวนผ่านที่บนทางเท้าพอดี
 

แม้เพียงเสี้ยงวินาทีที่สังเกตเห็นร่างนั้น ซ้ำยังมีหมวกปิดบังใบหน้าไปเกินครึ่ง แต่เพียงใบหน้าด้านข้าง รูปร่างและบรรยากาศที่รับรู้ได้กลับหยุดทุกความคิดของร่างสูงสง่าให้ชะงักงัน พร้อมหัวใจก็เริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่อาจห้ามเมื่อสมองประมวลผลแล้วว่าคนๆ นั้นคือใคร
 

นาค!...
 

ใบหน้าคมหล่อเหลาตวัดไปยังคนขับของตนทันใดพร้อมสั่งกร้าว จอดรถ!
 

 

เอี๊ยด!
 

 

หือ!” นาคหยุดฝีเท้าของตนลงเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างจากข้างหลัง และต้องหันกลับไปมองด้วยความสงสัย ก่อนเธอจะเห็นว่ารถยุโรปคันตรงกลางของขบวนรถเจ้าพ่อมาเฟียหนุ่มแห่งฮ่องกงเหยียบเบรคกะทันหันจนเสียงล้อเสียดสีพื้นดังลั่น พร้อมรถของจงซินที่อยู่ท้ายสุดก็รีบหยุดตามอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพื่อไม่ให้ชนท้ายรถเจ้านายตน
 

เหตุการณ์นั้นทำให้หลายคนต้องหยุดดูด้วยความตกใจเมื่อนึกว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
 

ทว่าเพียงไม่ถึงอึดใจ กลับเป็นเธอซะเองที่เหมือนหัวใจร่วงลงไปที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นว่าร่างสูงสง่าในโคตตัวยาวทรงภูมิเปิดประตูหลังรถของตนออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมก้าวพรวดเดียวออกมายืนนอกตัวรถด้วยใบหน้าเคร่งเครียด จริงจัง ผสมตื่นตัว ก่อนตวัดนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่คมกริบมองตรงมายังเธอเขม็ง
 

และราวกับเวลาถูกหยุดไปครู่ยามที่นัยน์ตาสีอ่อนสบนิ่งยังนัยน์ตาสีดำอย่างชัดเจนอีกครั้ง
 

หากเพียงไม่นานหญิงสาวที่ยืนตะลึงค้างไปกับการไม่คาดคิดว่าหลานเซ่อจะเห็นเธอได้ กลับค่อยๆ ถอยเท้าห่างออกไป... มันแทบเป็นไปตามสัญชาตญาณมากกว่าสมองสั่งด้วยซ้ำ
 

 

“... อย่า มาเฟียหนุ่มเอ่ยเสียงต่ำในลำคอจนเกือบเป็นขอร้องเมื่อเห็นชัดว่าเธอกำลังถอยเท้าไป เวลานี้เขาเหมือนเป็นเสือที่ต้องหมอบราบให้ต่ำและนิ่งที่สุด เพื่อไม่ให้เหยื่อตรงหน้าไหวตัวทัน ดังนั้นจึงไม่อาจก้าวพรวดเพื่อเข้าไปหาอย่างใจนึก
 

ทว่าเพียงไม่ถึงอึดใจที่จะขยับปากปรามอีก ฉับพลันนาคกลับตวัดตัววิ่งหนีทันที
 

อย่าวิ่งหนีฉัน!” มาเฟียหนุ่มตะโกนตามลั่นราวจะใช้เสียงนั่นฉุดเธอไว้ ก่อนวิ่งตามไปโดยไม่มีลูกน้องคนไหนกันทางเขาได้ทัน และพวกเขาต้องตกใจกับการเห็นเจ้านายตนพุ่งตัวตามใครคนหนึ่ง จนกลืนหายไปในฝูงชนในเวลาไม่นาน
 

จงซินสั่งชายชุดดำให้แบ่งคนไล่ตามหลานเซ่อไปทันที ในขณะให้อีกส่วนเฝ้าไป๋ซิงไว้
 

หญิงสาวที่ถูกกักตัวให้อยู่แต่ในรถ ได้แต่สับสนงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าหลานเซ่อเป็นอะไรไป ทั้งที่ตอนแรกยังเหม่อลอยไม่สนใจสิ่งใดจนเหมือนหลุดไปอีกโลก แต่อยู่ๆ กลับสั่งให้คนขับจอดรถกะทันหัน ซ้ำยังมีสีหน้าตึงเครียด  ตะโกนห้ามปรามใครคนหนึ่ง ก่อนวิ่งตามใครสักคนนั้นไปอย่างไม่สนใจลูกน้องรอบตัว... หรือแม้แต่ความปลอดภัยของตน
 

เธอไม่เคยเห็นท่านประธานแห่งฉายหงกรุ๊ปเป็นแบบนี้... คนที่เขาไล่ตามไปเป็นใครกัน!


                                                                     ***************

 

บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย!
 

นาคได้แค่สบถด่าตัวเองในใจตลอดทาง โดยยังวิ่งอย่างสุดกำลังแม้รู้สึกเหมือนมีอะไรมาหน่วงที่ขาสองข้างมากขึ้นทุกที แต่ก็หยุดไม่ได้ เมื่อรู้ดีว่าที่ด้านหลังใครไล่ตามตนเองมาติดๆ ชนิดไม่ลืมหูลืมตาเช่นกัน
 

ทำไมถึงโง่มายืนดูที่นี่ได้นะ... หมอนั่นตาเหยี่ยวขนาดไหน ก็น่าจะรูดี!
 

 

ร่างสูงใหญ่ยังคงวิ่งไล่ให้ทันหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่คิดถึงสายตาของใครที่เขาเกือบชน หรือชนไปตลอดทาง เมื่อสนใจเพียงคนหนีแบบไม่คิดชีวิตที่ยังอยู่ในระยะสายตา แน่นอนว่าทั้งช่วงขาและแรงของเขาที่เป็นผู้ชายมันเหนือกว่าทุกอย่าง ไม่ยากเลยที่จะตามนาคได้ทัน แต่ดูเหมือนความอึดของเธอ ที่เขารู้ดีว่ามันมีมากมายขนาดไหน ก็ทำให้ไม่สามารถย่นระยะได้ไวตามต้องการ แถมหลายครั้งที่เขาเกือบคว้าตัวเธอได้ แต่เจ้าหล่อนที่หักเลี้ยวหนีไปอีกทางได้ทุกครั้ง  ไม่ว่าจะตรอกซอกซอยไหน เธอจะวิ่งตรงดิ่งไปหาพวกมันอย่างคล่องแคล่วราวมีแผนที่สำหรับหนีไว้ในหัวอยู่แล้ว
 

ก็แน่นอนล่ะเขาไม่ลืมหรอกว่าเจ้าเด็กนี้เคยทำงานอะไรมาก่อน เรื่องหาเส้นทางหนีในฮ่องกงไม่ใช่เรื่องยากของเธอเลย
 

หากเขาก็ไม่คิดสนแล้ว เพราะรู้ว่าเจ้าหล่อนหนีเขาไม่พ้นแน่ ยิ่งเมื่อมาถึงตรอกแคบตรอกหนึ่ง แล้วเห็นว่านาคเสียเวลาไปกับการปีนข้ามกำแพงที่กั้นทางไว้ แม้มันจะดูคล่องแคล่วรวดเร็วเพราะมีข้าวของมากมายให้เหยียบข้ามไปอีกฝั่ง แต่รับรองว่าเขาเร็วกว่าเธออย่างไม่ต้องสงสัย
 

ทว่าทันทีที่ร่างสูงมาถึงกำแพงที่นาคเพิ่งเอาเท้าแตะพื้นอีกฟากได้สำเร็จ เสียงร้องจากคนที่ถูกไล่ตามกลับตะโกนผ่านกำแพงอีกฝั่งกลับมาอย่างรวดเร็วและ ร้อนรนทันใดว่า
 

อย่าๆๆๆ...อย่า!
 

กลายเป็นมาเฟียหนุ่มต้องหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น พลางจ้องเขม็งที่กำแพงตรงหน้า เมื่อในที่สุดเจ้าหล่อนก็ยอมหันกลับมาพูดกับเขาเสียที แม้จะอยู่กันคนละฟากกำแพงสูงก็ตาม
 

 ดูเหมือนนาคเองจะรู้ดีเช่นกันว่าคงหนีเขาไม่รอดเลยยอมหยุดมาคุย ซ้ำยังสำทับคำของตนอีกครั้งด้วยว่า
 

อย่าข้ามมานะ!
 

มือเรียวแข็งแรงต้องกำเข้าหากันแน่นกับคำห้ามจากเสียงหอบเหนื่อยของหญิงสาว
 

 

ทำไม! ร่างสูงสง่าถามกลับเสียงเฉียบหนัก ขณะผ่อนหายใจออกแรงๆ หลังวิ่งไล่กวดคนตรงหน้าแบบไม่พักแม้แต่วินาทีเดียว
 

 

“ไม่มีทำไมอะไรทั้งนั้น นายนั่นแหละที่ควรรู้เหตุผลดีที่สุด!” นาคตวาดกลับไปบ้างทั้งที่ยังหอบหายใจไม่หาย
 

 

ฉันไม่สนเรื่องนั้น เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านมาฟังอ่อนลงกว่าครั้งแรกแต่ยังคงแข็งกระด้างอย่างไม่เห็นด้วย แม้จะเข้าใจว่านาคหมายถึงอะไร หากพวกเขาเจอกันครั้งนี้ และถ้าเขาลากนาคกลับไปได้ เรื่องที่เธอแกล้งตายจะแตกออกมาหมด ศัตรูในเงามืดจะเล่นเงาพวกเขาได้ทันที และทุกสิ่งที่พยายามวางไว้จะพังไม่เป็นท่า
 

แต่ได้เจอกันขนาดนี้แล้ว จะให้เขาปล่อยเธอไปง่ายๆ เหมือนไม่เคยเห็นกันมาก่อนงั้นเหรอ... ทั้งที่อยากเจอ อยากสัมผัสอีกครั้งจนแทบบ้า ความอดทนเขาไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น คิดว่าจะให้เขาหันหลังเดินกลับไป ทำเป็นว่าไม่เคยเกิดเรื่องนี้ขึ้นรึไง... มันเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาได้สบนัยน์ตาสีดำคู่นั้นแล้ว
 

และเพราะท่าทางที่บ่งว่าคนเป็นมาเฟียคงไม่ถอยให้ง่ายๆ นาคจึงจำต้องผ่อนน้ำเสียงของตนลง “ขอร้องหลานเซ่อ... ฉันให้นายข้ามมาไม่ได้ และฉันก็ข้ามไปไม่ได้...” เธอเม้มปากตนแน่นเล็กน้อยราวใคร่ครวญสิ่งที่จะพูดต่อไป ก่อนระบายลมหายใจยาว ปิดเปลือกตาลง และเอ่ยขึ้นใหม่ด้วยน้ำเสียงที่ฟังเหน็ดเหนื่อย “... ช่วยทำเป็นว่าไม่เห็น...ได้ไหม... ฉัน... ไม่อยากเป็นคนทำทุกอย่างพังตอนนี้... ดังนั้น อย่าเพิ่งตามมา... ฉันยังไม่พร้อมรับมือจริงๆ...”
 

ถ้อยคำเว้าวอนที่ฟังอ่อนล้าจากคนอีกฟากกำแพง ทำให้ร่างสูงสง่าที่เริ่มเดินวนไปมาเป็นหนูติดจั่นต้องหยุดฝีเท้า พร้อมคลายใบหน้าตึงเครียดลงช้าๆ ทว่าก็ยังคงชักหัวคิ้วชนกันเล็กน้อย พลางต้องสูดหายใจลึก เพื่อพยายามเข้าใจในสิ่งที่เธอบอก... เพราะเขาเองก็คงไม่ต่างกัน หากแค่ได้เห็นเธออีกครั้ง เขาคงสลัดทุกอย่างทิ้ง ลืมทั้งเรื่องศัตรูในเงามืด ลืมทั้งสิ่งที่วางแผนมาเป็นเดือน และดึงร่างนั้นเข้ามากอดไว้ให้สมใจ พร้อมทำทุกอย่างเพื่อกักขังตัวเธอไว้... ใครจะเป็นจะตายก็ไม่มีความหมายใดๆ กับเขาอีก
 

กระนั้นเขาก็ยังคงตอบราบเรียบกลับมาว่า “เรื่องนั้น... ฉันก็ไม่สน”
 

แต่ฉันสน!” ครั้งนี้นาคว่ากลับรวดเร็ว ก่อนจะคิดถึงเรื่องที่ตนคาดโทษเขาไว้ในใจ จนต้องรีบเอ่ยต่อ ฉันไม่ได้แกล้งตายเพื่อให้พวกเราแพ้... หรือให้นายใช้ประโยชน์จากผู้หญิงมาล่อศัตรู
 

คำตำหนิท่อนท้ายบ่งชัดว่าเจ้าหล่อนกำลังพูดถึงเรื่องไป๋ซิง ทำเอาคนยืนฟังต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อพอจะจินตนาการหน้าตาหงุดหงิดของนาคออกกับการโมโหเขาเรื่องนี้
 

สนใจความรู้สึกคนอื่นเสมอ... ห่วงแต่ว่าคนอื่นจะเจ็บปวดจากเขามากแค่ไหน... แต่ไม่เคยรับรู้ว่าเขาจะเจ็บปวดมากแค่ไหนจากตัวเธอเอง
 

“ฉันเป็นมาเฟียฤทัยนาค” เสียงทุ้มต่ำกล่าวขึ้นใหม่เนิบช้าอย่างเรียบเย็น ทว่าเน้นชัด “ฉันไม่ใช่ฮีโร่ผดุงความยุติธรรม ที่ต้องมามัวสนใจวิธีการ หรือความรู้สึกใคร... ฉันต้องการแค่เธอ”
 

คำตอบครั้งนี้ทำให้คนฟังอีกฝั่งกำแพงต้องกัดริมฝีปากล่างตนแน่นอย่างหาคำเถียงไม่ได้ ขณะแก้มอุ่นขึ้นพร้อมหัวใจเต้นถี่ชั่ววูบอย่างที่รู้ดีว่าไม่สมควร เมื่อถ้อยคำนั้นชัดเจนเกินจะหนี... กระนั้นเธอก็ควบคุมสิ่งที่อยู่ภายในให้สงบ และแย้งขึ้นใหม่เสียงเบาลง “มันน่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้... คนอย่างนายน่าจะคิดแผนที่ดีกว่านี้ได้ไม่ใช่รึไง”
 

“ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงไอคิวร้อยห้าสิบสาม” คนเป็นมาเฟียสวนคำเรียบนิ่งเช่นเดิม
 

“ฉันก็ไม่ใช่คนที่ขึ้นเป็นซีอีโอของเครือธุรกิจใหญ่ตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆ” นาคประชดกลับทันที เมื่อรู้ว่าเขาจงใจประชดเธอก่อน
 

หลานเซ่อต้องลอบยิ้มนิดๆ กับคำแดกดันนั่นขณะจับจ้องที่กำแพงเบื้องหน้า พลางต้องเข้าเรื่องให้ “การดึงหยาง ไป๋ซิงขึ้นมามีประโยชน์กับเราหลายอย่าง ทั้งการสร้างหน้าฉากว่าเรายังไม่รู้ความจริง ทั้งเป็นการขู่จินซานให้สารภาพความจริง และเพื่อทำให้หย่งไท่ที่ตายหมดความหมายในเรื่องนี้ไปโดยสมบรูณ์ รวมถึงเป็นการล่อศัตรูอย่างที่เธอว่า... ถึงจะไม่เจตนาว่าต้องถูกลักพาตัวไป แต่ก็จงใจทำให้ฝ่ายนั้นเคลื่อนไหว” เสียงทุ้มต่ำหยุดไปนิด ก่อนครั้งนี้จะเปรยทิ้งท้ายว่า อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ใช้หยาง ไป๋ซิงไว้แค่ล่อศัตรูหรอกนะ
 

นาคต้องขมวดคิ้วตามทันใด และแทบเห็นหน้ายกยิ้มน้อยๆ ของเขาผ่านมาพร้อมเสียง ก่อนไม่นานเมื่อวิเคราะห์ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เธอก็เดาความคิดของชายหนุ่มได้ทันที จนต้องระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายผสมปลงอนิจจังด้วยความรู้สึกเหมือนโดนหลอก พลางถามกลับ นี่นายเอาเธอมาไว้ล่อฉันด้วย”   
 

แล้วก็ได้ผลดีด้วยหลานเซ่อต่อถ้อยคำของนาคเรียบเฉย แต่ยังกับว่าเธอได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของเขาลอดผ่านมาด้วย... เขารู้ดีว่าผู้หญิงแบบไป๋ซิง ที่ทั้งบอบบาง อ่อนต่อโลก และไร้เดียงสาน่ะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดึงดูด CUBIC ของตนให้ออกหน้าปกป้องได้ดียิ่งกว่าอะไร ซึ่งไป๋ซิงก็ทำหน้าที่ล่อฤทัยนาคคนนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม จนเจ้าหล่อนมากางปีกปกป้องเธอใส่หน้าเขาเหมือนอย่างที่กำลังต่อว่าเขาเรื่องนี้อยู่
 

นาคอดจะรู้สึกหงุดหงิดนิดๆ ไม่ได้ กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าหลานเซ่อรู้จักจุดอ่อนเธอดีจนน่าโมโห และไม่วายส่งคำตำหนิกลับไป “ถึงงั้น นายก็ควรหยุดเรื่องนี้ให้ไวที่สุด... ตอนนี้เราได้ข้อมูลที่ควรรู้แล้ว”
 

เมื่อสิ้นคำของนาค คนเป็นมาเฟียก็จำต้องระบายลมหายใจแผ่ว เมื่อเจ้าหล่อนยังเจาะจงเพียงเรื่องนี้ ทำให้เขาต้องถามกลับบ้างว่า ที่มายืนดูถึงหน้าตึก แค่จะมาพูดเรื่องนี้งั้นเหรอ
 

น้ำเสียงนั้นฟังตัดพ้อเบาบาง ทว่านาคก็สัมผัสมันได้ และจำต้องเปรยเสียงอ่อยลง “... เปล่า
 

งั้นเพราะอะไร
 

ร่างสองร่างที่ยืนกันอยู่คนละฝั่งของกำแพงถูกความเงียบครอบคลุมทันใด ในขณะที่นัยน์ตาสีอ่อนคูคมสวยก็จับจ้องผนังสีขาวที่กั้นกลางพวกเขาไว้นิ่ง เฝ้ารอคำตอบจากหญิงสาวอย่างเงียบเชียบและใจเย็นกว่าปกติ จนกระทั้งเขาได้ยินเสียงถอนหายใจดังลอดผ่านมา
 

นาคทิ้งหน้าผากไปซบกับกำแพงราวใช้มันเป็นที่พักพิงจากความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นช้าๆ ยามนึกถึงสาเหตุที่ตนมาปรากฏตัวต่อหน้าเขา ก่อนตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะที่ฟังฝืดเคืองเต็มที ฉัน... คงจะแค่เหนื่อยน่ะ...
 

แค่นั้นหลานเซ่อก็เดาได้ว่าเธอหมายถึงเรื่องอะไร ความรู้สึกว่าเหนื่อยจนต้องการที่พึ่งของนาคเกิดมาจากสาเหตุเดียว... เมื่อศพของนักฆ่าที่ผ่าชันสูตร และพบกระสุนจากปืนของเขาเองบนตัวศพ พร้อมหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด มันก็บ่งบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นบ้าง... และเธอทำอะไรลงไปบ้าง
 

ครั้งนี้ร่างสูงสง่าเงยใบหน้าขึ้นเล็กน้อย ถอยเท้าออกมาก้าวหนึ่ง และกล่าวขึ้นช้าๆ ด้วยน้ำคำที่นุ่มลงราวปลอบประโลม ทว่ามันก็หนักแน่นในทีนั้นคือเครื่องหมายที่แสดงว่าเธอยังมีชีวิตอยู่... ไม่ว่าจะเหนื่อย หรืออ่อนแอ... ถ้ายังมีมันอยู่ เธอก็ยังไม่ตาย...” เขาเว้นไปนิด ก่อนเน้นหนักอีกครั้งว่า “เธอไม่ได้ทำอะไรผิดฤทัยนาค
 

รู้อยู่แล้วว่าเธอจะเป็นยังไงตลอดสองเดือนที่ผ่านมากับเรื่องที่เกิดขึ้น คิดว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะไม่รู้สึกรู้สากับการที่ตนถูกลอบสังหารและการฆ่าคนครั้งแรกเลยงั้นเหรอ ต่อให้เธอเก่ง ฉลาด เอาตัวรอดได้ดียิ่งกว่าใคร และเจอเรื่องร้ายแรงต่างๆ นานามามากแค่ไหน แต่เธอก็ยังเป็นเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง... ไม่ใช่มาเฟียแบบเขา
 

มือเรียวแข็งแรงต้องเลื่อนขึ้นวาบนาบบนกำแพงเย็นๆ ตรงหน้าที่มีร่างของนาคอยู่อีกฟากโดยไม่อาจละสายตา... อยากดึงร่างนั้นมากอดให้สมกับที่โหยหา และเฝ้ารอมาตลอดระยะเวลาสองเดือนกว่าๆ ทว่าก็ทำได้แค่มองผนังสีขาวตรงหน้า พร้อมกำมือของตนที่กดค้างอยู่บนนั้นน้อยๆ ด้วยความอดทนที่มาถึงขีดสุดท้ายแล้ว
 

ยิ่งความรู้สึกของนาคที่ส่งผ่านมาในคำพูดของเธอยามนี้มันฟังเหนื่อยล้าชัดเจน ก็ยิ่งทำให้เขาอยากยุติเรื่องทั้งหมด แล้วข้ามสิ่งกีดขวางตรงหน้า เพื่อจับเธอขังไว้ให้จบเรื่อง... แต่ก็รู้ดีว่านาคนั่นแหละที่จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น
 

และเพียงสิ้นคำกล่าวจากเขาไม่นาน ราวเธอปล่อยเวลาให้ตนครุ่นคิด หรืออาจปล่อยวางบางสิ่ง ก่อนถ้อยคำที่ฟังเรียบง่ายแต่แสนคุ้นเคยจากหญิงสาวอีกฝั่งจะเอ่ยผ่านมาว่า  “... ขอบคุณมาก
 

แม้จะมีเวลาที่อ่อนแอจนต้องพึ่งคนอื่น แต่มันก็ไม่ได้มากพอที่เธอจะต้องการอ้อมกอดแสนอ่อนโยนหรือคำปลอบใจแสนหวานชวนฟัง... สิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าเขาต้องการไม่ใช่อะไรพวกนั้นแม้แต่นิดเดียว เธอแค่ล้มและต้องการแรงฉุดตัวเองขึ้นมายืนใหม่เท่านั้น ไม่ได้ต้องการมือของเขามาช่วยพยุงให้
 

เพียงแค่การให้อภัยจากใครสักคนนั่น มันก็มากพอแล้ว...
 

 

สรุปว่ามาถึงที่นี่เพราะอยากให้ฉันปลอบรึไง หลานเซ่อจำต้องถามด้วยน้ำเสียงที่ยังเรียบเฉย แต่ก็มีกระแสสัพยอกเล็กน้อยกับหญิงสาวที่ยามนี้เธอคงผ่อนคลายตนเองลงบ้างแล้ว
 

และไม่นานเขาก็ได้คำตอบเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ ส่งกลับมาว่า ถ้าบอกว่าใช่ ก็ไม่น่าเกลียดใช่ไหม
 

ใบหน้าคมต้องเลิกคิ้วเล็กน้อยพลันกับคำตอบซื่อตรงนั่น ทว่าก็ตำหนิกลับไปว่า งั้นก็น่าจะหัดเรียกร้องให้มากกว่านี้อีกหน่อย... จะได้น่ารักขึ้นบ้าง
 

ฮะ ฮะ... ไม่ล่ะนาคหัวเราะในลำคอปฏิเสธทันใด ก่อนจะกล่าวขึ้นใหม่ชัดเจนว่า แค่นี้ฉันก็ชาร์จแบตเต็มแล้ว
 

เขาควรจะดีใจหรือเสียใจกันแน่ดี ที่เจ้าเด็กนี้แค่เห็นหน้าเขา และได้พูดคุยนิดหน่อยกำลังใจก็กลับมาเต็มร้อย... แต่สำหรับเขาถ้าเจ้าหล่อนจะเรียกร้องให้มากกว่า จะเอาแต่ใจหรืออ่อนแอให้มากกว่าที่เป็นอยู่ก็ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไรเลยจริงๆ... แค่ช่วย เอาแต่ใจแค่กับเขาคนเดียวก็พอ  
 

และเมื่อทุกอย่างกลับมาผ่อนคลายเป็นเหมือนเดิม มาเฟียหนุ่มที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้ากำแพงหนา ก็คลายมือของตนออก พร้อมกลับมาวางใบหน้าสุขุมจริงจังอีกครั้ง และเอ่ยขึ้นใหม่อย่างเป็นการเป็นงานว่า
 

“มอร์แกน วูล์ฟ กับแมทธิว วูล์ฟ... คือภรรยา และลูกชายนอกสมรสของหยาง จินซาน”
 

 

เรื่องที่ถูกเปลี่ยนกะทันหัน ทำให้นาคกลับมาเข้าใจทันทีว่ายามนี้ตนต้องทำอะไร และเข้าสู่โหมด เงา ของตนโดยอัตโนมัติ “เขายอมสารภาพแล้ว?”
 

“ก็เธอสันนิษฐานแม่นซะขนาดนั้น” เสียงทุ้มต่ำมีแววชื่นชมปนกระเซ้านิดๆ ที่หางเสียง “หยาง จินซานเป็นเจ้าของธุรกิจนำเข้าและส่งออกรายใหญ่ในไต้หวัน สินค้าหลายตัวที่เขาเป็นตัวแทน วางขายในหลายประเทศรวมถึง...”
 

“อังกฤษ” เธอแทบไม่ต้องเดา
 

“ใช่... และที่นี้มาถึงจุดเชื่อมสำคัญที่ว่า คาเว่นคอร์ปอเรชั่นคือห้างดังในแทบยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษ สินค้าในห้างของเขารับมาจากหลายที่ และหลายประเทศ หนึ่งในนั้นมีสินค้าจากไต้หวันที่จินซานเป็นตัวแทนจำหน่าย”
 

“และจินซานบินไปสำรวจตลาดที่อังกฤษด้วยตัวเอง” นาคสันนิษฐานต่อได้อย่างรวดเร็ว
 

“ใช่... และมอร์แกน วูล์ฟก็ทำงานเป็นหัวหน้าพนักงานในร้านเสื้อผ้าผู้ชายของห้างคาเว่นที่อังกฤษ... พวกเขาคงรู้จักกันที่นั่น” หลานเซ่อรับคำเสียงนิ่งเฉียบกับสิ่งต่างๆ ที่เอ่ยออกไป “ดูเหมือนทุกอย่างจะลงล็อกพอดี... ที่เหลือคือเราต้องตามหามอร์แกนกับลูกเธอให้เจอเพื่อยืนยันความจริงทั้งหมด และก็อีกเรื่อง...” เขาหยุดคำตนไปนิด พลางหรี่นัยน์ตาคู่คมกริบลงเล็กน้อย “เธอเห็นอะไรบนท่าเรือนั่น นอกจากตู้คอนเทนเนอร์ของคาเว่นบ้าง”
 

 

นาคเม้มปากนิดทันใด ลำบากใจเล็กน้อยที่จะพูดเมื่อรู้ดีว่าหลานเซ่อไม่ค่อยชอบให้ใครเอ่ยถึงชื่อๆ นี้ แต่ก็ตัดสินใจตอบ “ผู้ชายชาวตะวันตก... หน้าตาเหมือนมากาเร็ต...”  
 

ใบหน้าคมปิดเปลือกตานิด ระบายลมหายใจราวรู้อยู่แล้วว่าต้องได้คำตอบนี้ พลางว่าขึ้นต่อ เจ้าของคาเว่นคอร์ปอเรชั่นชื่อเดนิส เจมส์ คาเว่น... เป็นญาติห่างๆ ของฉัน”
 

ห๊า!” นาคอุทานลั่นกับคำตอบของหลานเซ่อ ก็แอบคิดว่าผู้ชายที่เห็นบนโกดังท่าเรือนั่น อาจเกี่ยวข้องกับหลานเซ่อทางสายเลือด แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้รับคำยืนยันจากปากของมาเฟียหนุ่มแบบชัดถ้อยชัดคำขนาดนี้
 

 

ถ้างั้นเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ก็มีเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์” เธอสรุปอย่างรวดเร็ว
 

ซึ่งชายหนุ่มอีกฟากกำแพงก็เพียงต่อถ้อยคำของเธอว่า “ตอนนี้หมอนั่นยังไม่รู้ว่าเธอมีชีวิตอยู่ และไม่รู้ว่าเธอเป็นคนช่วยไป๋ซิง รวมถึงส่งข้อมูลพวกนี้มาให้ฉัน จนตอนนี้เราสามารถสืบไปถึงตัวเชื่อมสำคัญแล้ว... พูดตรงๆ คือเวลานี้พวกเราเป็นฝ่ายได้เปรียบ และความจริงฉันควรต้องเป็นฝ่ายรุกกลับ... แต่...”
 

“มีบางอย่างขัดแย้งกัน!”  
 

ครั้งนี้ถ้อยคำจากทั้งนาคและหลานเซ่อประสานเสียงขึ้นพร้อมกันทันใด ราวพวกเขาไปนั่งอยู่ในความคิดของอีกฝ่าย
 

และหลังจากหยุดนิ่งไปครู่ มาเฟียหนุ่มก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นใหม่ เมื่อรู้ดีแล้วว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้นาคฟังแล้ว เพราะดูท่าเธอเองก็คิดไม่ต่างจากเขา “ฉันยังไม่เห็นสาเหตุการลงมือของเจ้านี่”
 

“และการกระทำของเขายังขัดกับตอนแรกที่ส่งคนมาฆ่าฉัน” นาคต่อถ้อยคำเรียบเย็นได้ทันทีราวกล่องปริศนาบางอย่างเพิ่งเปิดขึ้นให้เธอดำดิ่งไปค้นหา พลางหยั่งเชิง “ถ้างั้นเราน่าจะลองกลับไปสืบหาเอเย่นต์ของนักฆ่า เผื่อจะรู้ว่าใครจ้าง”
 

“นักฆ่าคนนี้ไม่มีเอเย่นต์...หรือต่อให้มี งานนี้ก็ไม่ได้รับผ่านเอเย่นต์ เพราะวิธีการรับค่าจ้างของเธอมันเสี่ยงเกินไป” หลานเซ่อตอบ “ปกติพวกทำงานสกปรกขนาดนี้น่าจะรับค่าจ้างเป็นเงินสด เป็นวิธีที่ปลอดภัยและตัดปัญหาคนตามกลิ่นได้ดีที่สุด เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องรายการต่างๆ ที่จะถูกบันทึกและตรวจสอบได้ในฐานข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย”
 

“จะบอกว่าคนจ้างเป็นคนคิดวิธีรับเงินค่าจ้างให้เธอ”  
 

“และดีไม่ดีคนจ้างอาจจะคิดวิธีฆ่าให้เธอด้วยซ้ำ”
 

“เธอเป็นมืออาชีพ... ไม่น่าให้คนจ้างมาก้าวก่ายวิธีของตัวเอง”
 

“ก็ใช่... แต่ถ้าวิธีนั่นมันตรงกับที่เธอต้องการ ก็ไม่มีเหตุอะไรให้ต้องปฏิเสธ”
 

นาคนิ่งคิดตามทันทีที่จบประโยคนั่น ก่อนย้อนถึงวิธีการของนักฆ่าสาว และสาเหตุที่เธอลงมือแบบนั้น
 

การที่นักฆ่าคนนั้นศัลยกรรมหน้าเป็นคนใกล้ตัวหลานเซ่อเช่นเธอ และการเฝ้าดูชีวิตเขาเป็นปีๆ เพื่อหาโอกาสฆ่าเขานั้น อาจดูมากเกินไป แต่ในความเป็นจริง มันดูจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำในการจะเข้าถึงตัวมาเฟียหนุ่มคนนี้
 

เพราะการป้องกันภัยของหลิน หลานเซ่อนั้นแทบไม่มีช่องโหว่ใดๆ ให้เจาะผ่านไปได้ ตึกฉายหงกรุ๊ปทั้งตึกโดยเฉพาะระดับชั้นผู้บริหารมีระบบป้องกันภัยอย่างดี ทั้งกล่องวงจรปิด และสัญญาณเตือนภัยต่างๆ มีแทบทุกจุด ประตูห้องแต่ละห้องต้องใช้รหัสเปิด รวมถึงกระจกทุกบานกันกระสุน ซ้ำลิฟต์ผู้บริหารจะล็อกอัตโนมัติเมื่อผู้ที่เข้ามาใช้ไม่มีลายนิ้วมือที่ระบุไว้ในระบบ ทั้งกลางวันกลางคืนมีคนเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และทุกครั้งที่เขาจะเดินทางไปติดต่องานที่ไหน ตั้งแต่เส้นทางเดินรถ จนถึงจุดหมายนั้น และทั่วบริเวณในรัศมีระยะหนึ่งกิโลเมตรจะถูกตรวจเช็คอย่างละเอียด ตั้งแต่บนพื้นดิน ยันยอดตึก หากไม่ใช่เป็นคนในซะเอง ที่รู้ระบบดี และแทรกแซงได้ง่ายอย่างหลาง หย่งเหวิน การจะลอบสังหารมาเฟียทรงอิทธิพลคนนี้ในฮ่องกงได้นั้นแทบมีเปอร์เซ็นต์เป็นศูนย์จนถึงติดลบหากเขารู้ตัว และจัดการตลบหลังกลับก่อน
 

ดังนั้นทางเดียวที่พอจะเข้าถึงตัวเขาได้ ก็มีแค่ที่อังกฤษ และต้องเป็นคนใกล้ตัวที่เขายอมให้เข้าใกล้เท่านั้น คนๆ เดียวที่เขาจะยอมให้อยู่ด้วยตามลำพัง โดยที่สายตาเฉียบคนจนเหมือนมองทะลุได้ทุกสิ่งนั่นไม่สังเกตเห็นว่าเธอมีอะไรผิดปกติ เพราะแบบนั้นนักฆ่าสาวถึงต้องเฝ้าดูนาคเป็นปีๆ เพื่อจำลักษณะท่าทาง การพูดจา นิสัยส่วนตัว จังหวะ พฤติกรรม หรือเรื่องเล็กๆ อย่างการขยิบตา เพื่อนำมันมาใช้ให้ถูกต้องที่สุด รวมถึงการที่ต้องเผื่อโอกาสให้เขาสัมผัสตัว และเข้าใกล้โดยไม่รู้สึกผิดแปลก ใบหน้าที่ใช้จึงต้องศัลยกรรมทั้งหมด เพื่อแลกกับโอกาสการลงมือ ที่อาจใช้เวลาไม่ถึงนาทีในการสังหารชายหนุ่มคนนี้
 

น่าเสียดายที่โอกาสนั้นของเธอหมดไปแล้ว เมื่อเหยื่อที่ดูไม่สำคัญ ซึ่งเป็นเป้าหมายแรก ไม่ใช่หมูในอวยอย่างที่คิดไว้ ทุกอย่างเลยกลับตาลปัตร... ทว่าก็ต้องยอมรับว่าวิธีการนี้ฉลาด และแน่นอนที่สุดแล้ว   
 

“แถมวิธีการที่ให้เธอรับค่าจ้างด้วยการโอนเงิน มันเป็นการจงใจสร้างหลักฐานเท็จเพื่อโยนความผิดให้หยาง จินซานหากมีอะไรผิดพลาด” เสียงทุ้มลึกที่ผ่านมาให้ได้ยินอีกครั้ง ทำให้นาคหลุดจากภวังค์ความคิด และเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยตั้งใจฟังต่อ ก่อนจะได้ยินเขาสำทับด้วยเสียงประเมินและเน้นชัดว่า “คนคนนี้คิดวิธีป้องกันตัวเองไว้ทุกทางตั้งแต่ต้น ดูรอบคอบมากจนน่ากลัว”
 

“และคนรอบคอบมากจนน่ากลัว ก็ไม่น่าจะใช้วิธีจับตัวผู้หญิงของศัตรูไปง่ายๆ แบบนี้” นาคสรุปในสิ่งที่เขาจะบอกอย่างรวดเร็ว
 

“ใช่... ขนาดว่าเลือกจะฆ่าเธอ แทนจะหาประโยชน์ทางอื่น ก็แสดงว่าเขาต้องการให้มีตัวเชื่อมในเรื่องนี้น้อยที่สุด... ซึ่งมันขัดแย้งชัดเจนกับการลักพาตัวไป๋ซิงไป” 
 

“งั้นเดนิส เจมส์ คาเว่นก็อาจเป็นหนึ่งในเหยื่อเหมือนกัน”
 

“หรือไม่เราก็อาจจะคิดมากไปเอง” หลานเซ่อว่า ก่อนระบายลมหายใจยาวอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างไม่อาจหาข้อสรุปแน่นอนได้ดั่งใจ พลางกล่าวขึ้นใหม่ “รอให้ได้ตัวมอร์แกน วูล์ฟกับลูกชายเธอมา เรื่องนี้ก็จะกระจ่างเอง”
 

ทว่านาคกลับนิ่งงันไปครู่ พร้อมย่นหัวคิ้วชนกัน เมื่อทบทวนข้อมูลต่างๆ ที่เพิ่งได้มา และอดจะหยั่งเชิงอย่างไม่ค่อยมั่นใจไปว่า “แล้วถ้า... นายหาเธอไม่เจอล่ะ...”
 

มาเฟียหนุ่มเข้าใจความหมายของนาคทันที เพราะถ้ามันมีเบื้องหลังมากมายขนาดที่พวกเขาคิดจริงๆ การจะหาตัวแม่ลูกวูล์ฟอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อศัตรูที่รอบคอบจนน่ากลัวคนนี้คงไม่ให้อะไรหลุดลอดสายตาไปง่ายๆ โดยเฉพาะสิ่งที่จะสาวมาถึงตัวเขา
 

“งั้นเรื่องครั้งนี้เราก็ยังเป็นรองเหมือนเดิม” เสียงเฉียบสรุปสั้นๆ
 

นาคเม้มปากอีกนิดกับความยุ่งยากที่ยังพันกันยุ่งเหยิงครั้งนี้ ก่อนหันไปกล่าว “โอเค ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม... ตอนนี้ละเอียดพอจะไปต่อได้บ้างแล้ว”
 

 

ร่างสูงสง่ากลายเป็นฝ่ายที่ต้องยืนนิ่งเงียบไปหลายวินาทีกับคำกล่าวนั้น เมื่อรู้ดีว่าคนอย่างเธอจะทำอะไรต่อ และเขาคงทำอะไรไม่ได้ เมื่อแม้แต่จะเห็นหน้ายังไม่อาจเป็นไปได้... ดังนั้นสถานะระหว่างตนและหญิงสาวเวลานี้ คงต้องเปลี่ยนเป็น เจ้านายและ ลูกน้องชั่วคราวอีกครั้ง
 

“อย่าทำอะไรเสี่ยงๆ แบบคราวที่แล้วอีก... เข้าใจใช่ไหม”
 

นาคได้แต่หัวเราะน้อยๆ ในลำคอกับคำเตือนจากเสียงทุ้มต่ำเข้มงวดนั่น ขณะต้องตอบอย่างมั่นใจแบบทีเล่นทีจริงให้อีกฝ่านคลายกังวลว่า ฉันตายมาสองรอบแล้วนะหลานเซ่อ ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่า
 

ทำยังกับว่าทุกอย่างมันจะคลี่คลายได้ง่ายๆ เขายังคงไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอบอก... เพราะว่าเกือบตายมาถึงสองรอบแล้วน่ะสิถึงยิ่งต้องห่วงเป็นพิเศษเจ้าเด็กบ้า
 

แต่นาคก็สวนกลับอีกว่า แต่ที่ผ่านมามันก็ไม่ได้ยากเกินใช่ไหมล่ะ... ก็ฉันยังมีชีวิตอยู่ตรงนี้ มันก็แสดงว่าไม่มีอะไรที่ยากเกิดไปหรอกน่าเธอหัวเราะแผ่วเบาตบท้าย ราวพยายามกล่อมเขาทางอ้อมไม่ให้เครียดมากนัก และไม่วายสำทับความเป็นจริงว่า “อีกอย่าง นายก็รู้ว่าตอนนี้ฉันเคลื่อนไหวได้ง่ายกว่านาย”
 

ร่างสูงสง่าทำได้แค่เพียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่อาจหาคำเถียงใดได้อีก และทำได้เพียงเตือนเธอเสียงเฉียบแทนว่า คราวหน้าอย่าวิ่งหนีฉันแบบนี้อีก
 

ซึ่งเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะแห้งๆ ของเธอส่งกลับมาให้แทน อย่างแสดงชัดว่าเธอรู้สึกขายหน้าในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปไม่น้อยเช่นกัน
 

และไม่นานร่างสูงสง่าก็จำต้องเงยใบหน้าคมขึ้นมอง เมื่อรับรู้ถึงลูกน้องของตนสองคน ที่ตามหาเขาจนเจอ
 

เกิดอะไรขึ้นครับท่านหลินหนึ่งในบอดี้การ์ดร้องถามทันใด ในขณะที่มือข้างหนึ่งก็ถืออาวุธไว้แน่นเพื่อกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเจ้านายของตน
 

ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับลอบปรายตาไปมองกำแพงสูงข้างหลังเล็กน้อย ก่อนหันมาพูดขึ้นใหม่กับร่างในสูทสีดำอย่างเฉยชา ฉันแค่เห็นคนน่าสงสัย
 

ตอบแค่นั้นโดยไม่คิดแจกแจงให้กระจ่างกว่านี้ ปล่อยให้บอดี้การ์ดสองคนที่ตามมาเบื้องหน้าตั้งข้อสงสัยต่างๆ นานา อย่างไม่เข้าใจ และก่อนที่เขาเดินห่างจากกำแพงข้างหลังตน เสียงทุ้มต่ำมั่นคงก็กระซิบทิ้งท้ายอีกครั้งว่า
 

               ขอให้โชคดี... CUBIC



 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 6 : เผชิญหน้า(รีไรท์2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 37323 , โพส : 107 , Rating : 88% / 126 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
# 107 : ความคิดเห็นที่ 22517
อยากให้ทำเป็นละครมากที่สุดเลยตอนนี้
ไม่รุ้ในละครจะหวานขนาดไหน😍😘😍
Name : Pkg [ IP : 49.230.134.7 ]

วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:54
# 106 : ความคิดเห็นที่ 22511
อะไรจะหวงขนาดนี้ "จะเรียกร้อง อ่อนแอ หรือเอาแต่ใจให้มากกว่านี้ก็ไม่เป็นไร..
แค่เอาแต่ใจกับเขาก็พอ" หวานจนน่าอิจฉาอ่ะ สองครั้งแล้วนะ ตอนที่พูดสะกิดให้นาคร้องไห้ต่อหน้าตอนมาเยี่ยมก็ทีนึง
Name : ส่งเสริมธรรม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ส่งเสริมธรรม [ IP : 171.99.229.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กรกฎาคม 2557 / 23:37
# 105 : ความคิดเห็นที่ 22506
ชอบตรงที่หลานเซ่อบอกว่า "ฉันเป็นมาเฟีย ไม่ใช่ฮีโรผดุงความยุติธรรมที่ต้องมัวมาสนใจวิธีการ ..... ฉันต้องการแค่เธอ" ดูเป็นคำพูดแสดงถึงความสำคัญของนาคมากถึงมากที่สุด แล้วก็วิธีการปลอบของหลานเซ่อทำไมนะแค่ไม่กี่คำและไม่ใช่ถ้อยคำอ่อนหวานอะไร แต่รู้สึกอบอุ่นสุดๆ ชอบสุดๆ ถ้าเป็นนาคก็คงรู้สึกว่าได้ชาร์ตพลังเต็มไม่ต่างกัน ><
Name : Fraeya < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fraeya [ IP : 223.205.249.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มิถุนายน 2557 / 21:01
# 104 : ความคิดเห็นที่ 22263
ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็นนิยายชาย-หญิง ก็คงคิดว่าเป็นนิยายชาย-ชายนะเนี่ย
นิสัยนาคแมนเกิ๊นนน 5555
อ่านทีไรไม่เคยคิดว่านาคเป็นเด็กผู้หญิงเลย คิดว่าเป็นเด็กผู้ชาย
แต่เพราะอย่างนี้ทำให้เรารักนาคมากกกกก ในบรรดานางเอกนิยายที่เคยอ่านมาเลย
Name : ชอบจุง [ IP : 61.90.97.137 ]

วันที่: 28 กรกฎาคม 2556 / 04:10
# 103 : ความคิดเห็นที่ 21759
ฉากวิ่งไล่ตามเป็นหนึ่งในซีนที่เราชอบที่สุดในภาคไฟนอลเลย
Name : calla lilly < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ calla lilly [ IP : 119.46.68.228 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤษภาคม 2556 / 14:51
# 102 : ความคิดเห็นที่ 21721
เอาเหยื่อไว้ล่อ 'นาค' นี่เอง ร้ายแฮะ ภาครีไรท์ดูจะร้ายขึ้นและ...หวานขึ้น
PS.  สติจงมา แต่ท่าจะยากแฮะ
Name : จอกราตรี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จอกราตรี [ IP : 182.53.62.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2556 / 17:12
# 101 : ความคิดเห็นที่ 21156
จะรอค่ะ
PS.  จะไม่ยอมแพ้ แม้จะล้มสักกี่ครั้ง เพราะรู้สึกถึงความโชคดีที่มีความรู้สึกแบบนั้น....
Name : monds < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ monds [ IP : 118.173.189.24 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2556 / 13:31
# 100 : ความคิดเห็นที่ 21142
รอหนังสือออก~~
PS.  **The best and most beautiful things in the world cannot be seen or even touched. They must be felt with the heart**
Name : รุกฆาตครับ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รุกฆาตครับ [ IP : 27.55.147.2 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2556 / 10:10
# 99 : ความคิดเห็นที่ 21107
"สรุปว่ามาที่นี่เพื่ออยากให้ฉันปลอบรึไง"
"ถ้าบอกว่าใช่ ก็ไม่น่าเกลียดใช่ไหม"
"งั้นก็น่าจะเรียกร้องมากกว่านี้อีกหน่อย จะได้น่ารักขึ้นบ้าง"
โอ้ย ฟินค่า
Name : Angela < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Angela [ IP : 202.28.21.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 เมษายน 2556 / 10:12
# 98 : ความคิดเห็นที่ 21062
อ่านไปลุ้นไปตลอดเวลา  แค่นี้ก็รู้สึกเป็นสุขที่ได้เห็น  เข้าใจว่าแล้วว่า ไม่เห็นหน้า เห็นหลังคาบ้านก็ยังดีๆๆๆ
Name : Cherry10 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cherry10 [ IP : 124.120.206.193 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 เมษายน 2556 / 12:30
# 97 : ความคิดเห็นที่ 20937
ดึงดูดจนอ่านได้ยันดึกเหมือนเช่นเคย 5555
Name : iop [ IP : 110.171.182.228 ]

วันที่: 6 เมษายน 2556 / 00:27
# 96 : ความคิดเห็นที่ 20799
นิดนึงค่ะ ตรงประโยคที่ว่า ' ใบหน้าคมปิดเปลือกตา นิ่ง ' มันเขียนว่า นิด อยู่น่ะค่ะ
Name : POYZ [ IP : 87.142.11.24 ]

วันที่: 3 เมษายน 2556 / 22:28
# 95 : ความคิดเห็นที่ 20724
มอร์แกน วูล์ฟ นี่เพี้ยนมาจากเมแกน ฟ็อกหรือเปล่าน้า แซวเล่นเน้อออ
PS.  หลายครั้งเราเรียนรู้จากสิ่งที่แย่มากกว่าสิ่งที่ดี
Name : Quantum < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Quantum [ IP : 58.8.170.246 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มีนาคม 2556 / 01:11
# 94 : ความคิดเห็นที่ 20698
เธอวางแผนอะไร นาคคคค >0<
PS.  ...คุณจะรู้หรือเปล่า...?
Name : ▉ U N I Q U E ▉ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ▉ U N I Q U E  ▉ [ IP : 110.168.165.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มีนาคม 2556 / 23:27
# 93 : ความคิดเห็นที่ 20289
น่าฮักหลาย
Name : มืใหม่คาซึ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มืใหม่คาซึ [ IP : 171.6.243.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2556 / 22:56
# 92 : ความคิดเห็นที่ 20057
ช่วงเวลาที่หลานเซ่ออยู่หรือคุยกะนาคมันเปงช่วงเวลาอบอุ่น น่ารัดอ่ะ >< ไม่ต้องสื่อไรมากก้เข้าใจ
คิดถึงตัวละครทุกตัวจัง  
Name : Aqila-tae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aqila-tae [ IP : 125.26.84.110 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มีนาคม 2556 / 13:56
# 91 : ความคิดเห็นที่ 18890
ชอบเวลาที่สองคนนี้คุยกันจริงๆ ฮุๆๆ
PS.  ~~...ความรักไม่มีคำว่าพอ มีแต่คำว่า More มันจะมากขึ้นเรื่อยๆ...~~
Name : My Angle < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ My Angle [ IP : 118.173.214.141 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2556 / 18:12
# 90 : ความคิดเห็นที่ 18828
สงสารนาคมากคะ
Name : นายน้ำตาล อิ่มอุ่น < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นายน้ำตาล อิ่มอุ่น [ IP : 113.53.108.106 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2556 / 23:19
# 89 : ความคิดเห็นที่ 18247
คิดถึงหย่งเหวิน หย่งเหวินก็มา ถึงจะมาแต่ชื่อก็เถอะแต่แค่นี้ก็สุดจะปลื้มแล้วแม้ว่าต้องมาแค่ชื่ออยู่แล้วก็ตาม เอิ๊ก คลายความหงุดหงิดลงไปได้นิดหน่อย ยอมรับว่าเป็นตัวโกงที่ปลื้มมากกก แน่นอนว่าด้วยคาแรกเตอร์ วัยและรูปร่าง กร๊าซซซ ไม่ช่ายยย...แต่ก็ใช่อยู่เหมือนกัน ฮา

จริงๆ บทนี้เป็นบทที่ชอบที่สุดเลยนะคะ ของภาคนี้มันแบบว่าไงดีละ ดูโรมานซ์แบบขื่นขมดี XD
Name : TZ'sTZ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TZ'sTZ [ IP : 115.67.197.217 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2556 / 20:58
# 88 : ความคิดเห็นที่ 17591
เจอกันแล้ว>< ตอนนี้ปลื้มมากมาย555
Name : loocbomb < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ loocbomb [ IP : 61.90.66.198 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:48
# 87 : ความคิดเห็นที่ 16225
ช่วงสาม
'หมอนั่นตาเหยี่ยวขนาดไหน ก็น่าจะรูดิ' --> คิดว่าน่าจะเป็น 'รู้ดี'หรือไม่ก็ 'รู้ดิ' นะคะ

สนุกมากๆ อยากให้เจอกันมากกว่านี้อ้ะะะ >< 

ว่าแต่...คิดเหมือนคห. 80 ค่ะ คือ มันปลอภัยเหรอถ้าจะคุยเรื่องสำคัญๆ ผ่านกำแพงในที่สาธารณะ
Name : น้องโป๋ว < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น้องโป๋ว [ IP : 58.8.36.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2555 / 09:14
# 86 : ความคิดเห็นที่ 16220
อยากสงสารนางเอกแต่งานนี้รู้สึกว่าพระเอกของเราจะน่าสงสารกว่าแฮะ
Name : hara.moonloght [ IP : 58.97.55.158 ]

วันที่: 29 ธันวาคม 2555 / 07:08
# 85 : ความคิดเห็นที่ 15438
นาคน่าสงสาร หลานเซ่อมาปลอบเร็วๆ 
เป็นญาติกันจิงๆ ด้วย หลานเซ่อกับเดนิส
เกือบไปแล้วไหมนาค หวังว่าคงได้แผนดีๆนะคับ
ชาร์ตพลังเต็มแล้วนิ
PS.  ขอบคุณครับ ที่แวะตริ ชม ทางเราจะเก็บทุกความเห็นมาปรับใช้นะครับ
Name : [:.Last_Ray.:] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [:.Last_Ray.:] [ IP : 125.26.131.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤศจิกายน 2555 / 02:16
# 84 : ความคิดเห็นที่ 14957
นาคน่าสงสาร...กระซิกๆ
Name : Pemica < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pemica [ IP : 118.173.78.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2555 / 18:52
# 83 : ความคิดเห็นที่ 13600
สนุกมาก
อ่านฉากที่นาฝันร้ายแล้ว อยากให้หลานเซ่ออยู่ข้างๆๆนาคจัง

เป็นกำลังใจให้นะคะ
Name : อิงฟ้า_yunyu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อิงฟ้า_yunyu [ IP : 61.90.27.133 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 สิงหาคม 2555 / 15:42
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android