คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 7 : เจ้าหญิงหลงทาง(รีไรท์2)


     อัพเดท 7 ก.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 100% [ 156 mem(s) ]
This month views : 340 Overall : 1,169,456
22,583 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2267 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 7 : เจ้าหญิงหลงทาง(รีไรท์2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 35915 , โพส : 143 , Rating : 89% / 113 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



เมื่อกี้ว่าไงนะ เจ้าของนัยน์ตาสีเทามองหน้าคนพูดเขม็งด้วยหัวคิ้วที่ผูกโบว์กันแน่น ซ้ำสำทับใหม่ ให้ฉันบอกที่อยู่นาคเนี่ยนะ
             

ใช่เสียงทุ้มลึกตอบรับด้วยท่าทางสุขุม แม้จะโดนอีกฝ่ายมองมาด้วยแววตาแปลกๆ

แต่นายบอกเองว่าเจอกับนาคแล้ว ถึงจะไม่ได้เห็นหน้าตรงๆ แต่ก็ตกลงเรื่องนี้กันเรียบร้อยแดนว่าอย่างไม่เข้าใจกว่าเดิม เมื่ออยู่ๆ ท่านประธานแห่งฉายหงกรุ๊ปก็เป็นฝ่ายติดต่อเขามาด้วยตัวเอง และให้เขามาพบเพื่อจะถามว่านาคอาศัยอยู่ที่ไหนในฮ่องกงตอนนี้... ซึ่งจากที่ได้รู้มา คือเมื่อวานหลานเซ่อได้เจอนาค แม้จะไม่ได้เห็นหน้ากันตรงๆ แต่จากที่ได้ยิน ก็เหมือนว่ามาหลานเซ่อยอมรับเงื่อนไขที่นาคจะแยกตัวออกไปจนกว่าสถานการณ์จะมั่นคงกว่านี้ แล้วไหงเจ้าพ่อมาเฟียใหญ่ที่รับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะยังจะมาคะยั้นคะยอขอที่อยู่แม่นั่นจากเขาอีก

ถึงจะยังเจอไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรู้ที่อยู่เด็กนั่นไม่ได้ หลานเซ่อตอบด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน ขณะหันไปสนใจหน้าแล็ปท็อปเครื่องสีขาวเพื่อตรวจเช็คข้อมูลงานของตนต่อ

ทว่านัยน์ตาสีเทาคู่คมของคนต่างชาติเบื้องหน้ากลับหรี่ลงมองหน้าเขานิ่งอย่างเพ่งพินิจราวค้นหาบางสิ่งจากท่าทางนิ่งสงบนั่น ก่อนคำหยั่งเชิงจากคนอ่อนวัยกว่าจะตามมา นายเนี่ยเป็นพวกสัญญาได้แต่ปากสินะ

นัยน์ตาคู่เรียวคมตวัดไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเร็วๆ ก่อนก้มไปสนใจงานของตน ไม่มีทั้งตอบรับหรือปฏิเสธ แต่เพียงอธิบายราบเรียบ ฉันไม่รู้ว่าเด็กนั่นจะทำอะไรโง่ๆ อีก ถ้ารู้ที่อยู่ไว้ก่อน เวลามีปัญหาอะไรจะได้จัดการทันเวลา

หรือไม่ก็ไปจับตัวกลับมาซะ ถ้าทนไม่ไหวขึ้นมาแดนต่อถ้อยคำมาเฟียหนุ่มให้ พร้อมเท้าคางมองใบหน้าคมของหลานเซ่อด้วยรอยยิ้มกริ่ม

มือเรียวแข็งแรงชะงักพลัน ก่อนหลานเซ่อจะตวัดนัยน์ตาคมกริบมาจ้องร่างสูงจอมสร้างโทสะอีกฟากโต๊ะทำงาน

ใช่... แล้วจะทำไม ครั้งนี้เขารับคำเย้านั้นง่ายดายชนิดที่ใบหน้าหล่อๆ จนสะกดตานั่นไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว จนแดนอดคิดไม่ได้ว่าคนตรงหน้าต้องติดเชื้อรับคำแบบหน้าตายมาจากนาคแล้วแน่ๆ

มันจะไม่ทำไมหรอก นอกจากจะทำให้นายนั่งไม่ติดที่น่ะสิแดนกล่าวขณะไหวไหล่ไม่แยแส

นั่นก็ไม่ใช่เรื่องของนายทาร์เปียหลานเซ่อโต้กลับห้วนกระด้าง พร้อมส่งแววตาเย็นเฉียบคาดคั้นมาให้อย่างบ่งว่าเขาต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้

คนอ่อนวัยกว่าจำต้องกลอกตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียอยู่ครู่หนึ่ง

ก็คิดอยู่หรอกว่าคนอย่างหลิน หลานเซ่อคงไม่ขาดสติพอจะวิ่งโร่ไปหานาคเอาดื้อๆ... แต่ก็ไม่แน่ เพราะดูจากความขี้ห่วง ขี้หวง(ซ้ำขี้หึง)ที่เอามาดสุขุมเย็นชามาบังขนาดไหนก็ไม่มิด แถมด้วยเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจที่พรากคู่หมั้นเขาไปโดยไม่อาจรับรู้ชะตากรรมเธอเลยสองเดือนกว่าๆ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้คนมีเหตุผลทำในสิ่งที่เหนือคาดก็ได้ ในเมื่อชายหนุ่มลูกครึ่งอังกฤษฮ่องกงคนนี้อาจดูไม่หวั่นไหวกับเรื่องอะไร แต่เรื่องของนาคนี่สิที่ทำเขาหวั่นไหวได้ตลอดเวลา แล้วก็หวั่นไหวเอามากๆ ซะด้วย... แต่คิดอีกที ถ้าเกิดเหตุอะไรกับ CUBIC ของชายหนุ่มขึ้นมา ไม่ว่าจะอยู่ในอันตราย หรือกำลังต้องการความช่วยเหลือ หากหลานเซ่อรู้ที่อยู่ไว้ก็เป็นเรื่องดี เพราะเขาเองก็ตัวคนเดียว ช่วยอะไรนาคไม่ทันอยู่แล้ว

แดนขมวดคิ้วคิดอยู่อีกเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจ ฉันบอกนายก็ได้... แต่มีข้อแม้จบคำก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้นจนไม่น่าไว้ใจ กระนั้นคนที่เหมือนเป็นมวยรองก็จำต้องถามกลับอย่างเสียไม่ได้

อะไร

คนอ่อนวัยกว่าทำท่าครุ่นคิดอีกราวประวิงเวลาให้คนรอฟังเงื่อนไขต้องหัวคิ้วชนกันแน่นกว่าเดิม และไม่นานก็เอ่ยออกมาว่า เลื่อน... งานแต่งงานนายกับนาคออกไปอีกสักปีแล้วกัน

คนเป็นมาเฟียขึงตาดุดันใส่ร่างตรงหน้าทันใดกับเงื่อนไขที่ได้ยิน

ซึ่งแดนก็เอ่ยขึ้นต่ออย่างไม่ขาดตอน ฉันอุตส่าห์ช่วยให้นายไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลังนะเนี่ย เพราะไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่เรื่องถึงจะจบ รวมทั้งไม่รู้ว่านายจะทำให้ยัยนั่นกลับมาใช้ชีวิตได้แบบคนปกติตอนไหน ฉันก็เลยคิดหาทางยืดเวลาให้นายมีโอกาสจัดการทุกเรื่องให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมารีบๆ ทำเพราะกำหนดแต่งมันจี้เข้ามาแล้ว... นี่ฉันช่วยเพิ่มเวลาเตรียมตัวให้พวกนายเลยนะ

เจ้านี่!... เขาไม่น่าไปหาเรื่องต่อรองกับไอ้คนหน้าเป็นตรงหน้าเลย ซ้ำยังมีหน้ามาอ้างเหตุผลไร้สาระต่อแบบไม่ทุกข์ร้อนอีก

ฉันไม่รับข้อตกลงนี้หลานเซ่อปฏิเสธแบบไม่เสียเวลาคิด... แค่ที่เจ้าหล่อนขอเวลาเขาไว้ก็นานพอแล้ว

 “ก็ตามใจ งั้นนายก็ไม่รู้ที่อยู่ของนาคต่อไป... ฉันไม่เดือดร้อนนี่ แดนไหวไหล่ด้วยใบหน้าไม่แยแสจนน่าเอากำปั้นตะบันหน้ามันให้ตกเก้าอี้ที่นั่งโยกเล่นอยู่ซะเดี๋ยวนี้

หลานเซ่อต้องหรี่นัยน์ตามองแดนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนน้ำเสียงเครียดที่ติดเหี้ยมเกรียมจะเอ่ยว่า นายต้องการอะไร

นัยน์ตาสีเทาขี้เล่นหมุนสบนิ่งที่นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเฉียบดุทรงอำนาจ ก่อนไม่นานคนเจ้าเล่ห์จะค่อยๆ เปลี่ยนจากยิ้มกวนอารมณ์เป็นยิ้มเหยียดนิดๆ ที่มุมปาก พร้อยสายตาที่แฝงไปด้วยความจริงจังอย่างที่นานๆ ครั้งเขาจะมี

ไม่เห็นต้องถามแดนเพียงเปรยสั้นๆ ทว่ามาเฟียหนุ่มเข้าใจมันโดยที่ไม่ต้องเดา

มันขอเวลาหนึ่งปีไว้เพื่อตัวเองน่ะสิ!... เมื่อสี่ปีก่อนไม่เห็นว่าเจ้าชายหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันจะมีทีท่าอะไรมาก แต่เหมือนยิ่งโต มันจะยิ่งรุกหนักขึ้นอย่างไม่คิดเกรงใจเขา

ใช่... ความจริงมันก็ไม่เคยเกรงใจอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจสั่งเก็บซะให้จบเรื่องหากมีใครมาวอแวใกล้ของๆ เขาขนาดนี้ ซ้ำยังคอยมายุแยงตะแคงรั่วเสมอ แต่เพราะเป็นแดนนี่ ทาร์เปีย ที่ไม่ได้แค่เพราะเป็นลูกชายของหุ้นส่วนสำคัญ แต่เขารู้นิสัยของแดนดีพอที่จะไม่ต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดต้องห้ำหั่นกัน เพราะถึงแม้ชายหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันจะดู เหมือนคิดกับนาคมากกว่าเพื่อน แต่แดนก็ไม่เคยแสดงออกว่าอยากมีความสัมพันธ์กับเพื่อนชาวไทยคนนี้ถึงขั้นคนรัก แม้หลายครั้งจะตั้งป้อมชัดเจนกับเขา และมายุ่งวุ่นวายรอบตัวเขากับนาคบ่อยๆ หากแต่แดนไม่เคยล้ำเส้นเกินกว่าการแสดงความห่วงและหวงนาคไปมากกว่านั้น ดูเหมือนปณิธานของแดนที่เคยบอกว่า ฉันรักอุดมการณ์ตัวเองเกินกว่าจะไปรักคนอื่น มันจะจริง นิสัยของแดนนั้นอิสระเกินกว่าจะหาห่วงมารัดคอตัวเอง แม้จะเป็นห่วงที่ตัวเองกำไว้ในมือไม่ยอมปล่อยก็ตาม... เหมือนรัก แต่ก็ไม่ได้รัก อยากให้อยู่ใกล้ แต่ก็ไม่ได้ต้องการให้เป็นคนรัก อยากคงความสัมพันธ์แบบเพื่อน แต่ก็ไม่อยากให้ใคร... หมาหวงก้าง... นั่นแหละที่เขาจะนิยามความรู้สึกของแดนที่มีต่อนาค

และไอ้ขอให้เขาเลื่อนงานแต่งไปอีกหนึ่งปี ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีหวงก้างของมัน...

หากเพียงปล่อยให้ความเงียบโปรยปรายในห้องชุดกว้างขวางครู่หนึ่ง คนที่นานๆ ทีจะชักสีหน้าจริงจัง ก็กลับมาทำตัวเหมือนเดิมราวเมื่อกี้ไม่เกิดอะไรขึ้น แถมยังเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย แค่ปีเดียวไม่เห็นจะเป็นไร ยังไงมาเฟียทรงอำนาจอย่างนายก็ไม่มีทางปล่อยให้เจ้าสาวหนีได้อยู่แล้วนี่... แต่เจ้าสาวคนนี้ก็ไม่แน่ใช่ไหม

หลานเซ่อพยายามไม่ใส่ใจสิ่งที่คนตรงหน้าพยายามหาเรื่อง ซ้ำยังตามย้ำถึงข้อตกลงระหว่างเขาและตนว่าจะเอายังไง จากท่าทางของแดนเหมือนอยากให้เขาตอบตกลงจนน่ารำคาญ และเมื่อเขายังคงเมินเฉยกับการตอแยนั่น แดนเลยงัดอีกปัญหาหนึ่งของเขาขึ้นมาพูดแทน

“นายยังติดเรื่องคุณหนูตุ๊กตาด้วยอีกหนึ่งเรื่องนะหลานเซ่อ... ไม่รู้รึไงว่าเรื่องผู้หญิงนี่มันเคลียร์ยากกว่าปัญหารถติดอีกนะ”

เป็นอีกครั้งที่เรื่องของสาวไต้หวันถูกยกมาเป็นหัวข้อสนทนา และเหมือนจะถูกยกมาแดกดันเขาเป็นรอบที่สอง ทว่าคนเป็นมาเฟียก็เพียงตอบอย่างเย็นชา “ตามเงื่อนไขที่ฉันเอาไปแลกกับชื่อภรรยาและลูกนอกสมรสของจินซาน นั่นคือฉันต้องคืนตัวลูกสาวเขากลับไปโดยไม่สึกหรอใดๆ”

จะสึกหรอได้ไง ก็มั่วแต่หัวปักหัวปำอยู่กับผู้หญิงคนเดียว... แดนคิดพร้อมหรี่ตาสีเทาของตนมองใบหน้าเย็นชาที่ยังทำท่าไม่แยแสเรื่องใด

“นายนี่มันตัดช่องน้อยแต่พอตัวเก่งจริง” แดนงึมงำแดกดันอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนหันมาปรามาสด้วยเสียงขบขันแทนว่า “แต่ความจริงนี่มันเสียเชิงชายนะเนี่ย... ถ้านายจะนอกใจยัยนั่นสักหน่อย ก็ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวฉันเก็บเป็นความลับให้เอาไหม”

ข้อเสนอของแดง แสดงการหาเรื่องเต็มขั้น หากแต่ร่างสูงสง่าของมาเฟียหนุ่มกลับทำเพียงปรายตามองเขานิดว่ารับรู้ และสวนกลับแบบเย็นๆ นิ่งๆ ตามแบบตน “ถ้าสนใจมากนัก ก็ตื้อเอาเองสิ”

“บังเอิญฉันชอบไซส์ใหญ่กว่านั้น... โดยเฉพาะอกกับตูด สาวเอเชียน่ะมินิไป” แดนยังตอบกลับด้วยรอยหยันอย่างไม่ติดขัด

แล้วไอ้ที่หวงก้างอยู่ไม่ใช่สาวเอเชียรึไง... เพียงแค่ปรายตาคมกริบมองใบหน้ายิ้มชวนหงุดหงิดของคนอ่อนวัยกว่า ก่อนทำทีไม่สนใจ พลางสำทับอย่างเฉยชา “ถึงยังไงฉันก็ต้องส่งหยาง ไป๋ซิงคืนให้ครอบครัวของเธอตามสัญญา”

“ส่ง... คืน...”

ทั้งแดนและหลานเซ่อต้องหมุนใบหน้าไปมองต้นเสียงที่แทรกบทสนทนาของพวกเขาพร้อมกันทันใด ก่อนเห็นว่าร่างบอบบางของหญิงสาวที่ตกเป็นหัวข้อกำลังยืนค้างนิ่ง จ้องมองมาทางชายหนุ่มทั้งสองด้วยสีหน้าไร้สีเลือดจนสังเกตได้

เธอเพิ่งกลับมาจากที่เรียน และเข้ามาได้ยินประโยคคำสุดท้ายหลานเซ่อพอดี ซึ่งยังไม่ทันที่ชายหนุ่มสองคนในห้องจะได้กล่าวอะไร เสียงหวานแผ่วเบาก็เอ่ยถามอีกครั้ง

มะ... หมายถึง ให้ไปเยี่ยมใช่ไหม... คะแต่ละคำช่างออกมายากเย็นนักสำหรับเธอยามนี้ พร้อมหัวใจที่เริ่มสั่นไหวในคำตอบที่จะได้รับ... ทั้งที่วันนี้กลับมาด้วยอารมณ์ที่ร่าเริง และหัวใจที่พองโตยามคิดว่าตนจะได้กลับมาเจอหน้าใครเช่นทุกครั้ง หากแต่ประโยคแรกจากเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคนที่อยากเจอ กลับกลายเป็นเรื่องที่เขาจะส่งตัวเธอกลับไป

ทุกอย่างมันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ ทั้งที่ยังไม่ทันให้เธอได้เริ่ม แต่มันกลับจะจบลงตรงหน้าเสียดื้อๆ งั้นเหรอ!

หลานเซ่อเลิกคิ้วนิดหน่อยกับคำถาม ก่อนย้ำเสียงเย็นชาราบเรียบให้ไป๋ซิงเข้าใจมากขึ้นว่า เปล่า ฉันหมายถึง เธอไม่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้หญิงของฉันเพื่อชดใช้ความผิดของพ่อเธออีกต่อไป และฉันจะส่งเธอกลับไปอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม...มาเฟียหนุ่มเว้นคำไปนิด ก่อนจะว่าขึ้นใหม่ด้วยท่าทางที่ติดจะออกคำสั่งเล็กน้อย “แต่ครอบครัวเธอและตัวเธอเองยังต้องถูกกักอยู่ในการควบคุมของฉันที่ฮ่องกง จนกว่าฉันจะเคลียร์เรื่องบางอย่างเสร็จ... หลังจากนั้นจะถือว่าเราไม่มีอะไรติดข้างกันอีก”

แม้มันคือการเอ่ยยกโทษในทุกๆ ข้อหา ราวผู้คุมเปิดกรงขังให้เธออย่างไม่มีเงื่อนไขใด... ทว่าสำหรับนักโทษที่ชื่อหยาง ไป๋ซิงคนนี้กลับรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งโลกถล่มลงตรงหน้า... นี่เธอเป็นอะไร จะได้เจอหน้าคุณพ่อคุณแม่ที่เธอรักแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมภายในถึงได้โอดครวญต่อต้านทุกถ้อยคำจากเสียงทรงอำนาจนั่น บางสิ่งบางอย่างในใจเหมือนกำลังทุบกระแทก เพื่อพยายามหลุดออกมา ทว่าเธอก็กลัวเกินกว่าที่จะปลดปล่อยมัน

ทำไมเธอถึงไม่อาจยอมรับคำตัดสินจากผู้คุมคนนี้ได้... ทำไมเธอถึงไม่อยากจากเขาไป!



                                                    *******************************


 

เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ทุกสิ่งรอบตัวราวขมุกขมัวไปด้วยหมอกควันสีหม่นหมอง ไม่ว่าจะมองไปทางใดก็เหมือนตอกย้ำให้หัวใจตนถูกบีบรัดจนแทบขยับตัวไม่ได้ และความอุ่นร้อนก็เหมือนจะเอ่อคลออยู่รอบขอบตาเสมอ

หลังจากที่หลานเซ่อบอกกับเธอเรื่องการเตรียมตัวกลับไปหาครอบครัว ทุกสิ่งรอบตัวก็เหมือนมืดบอด ในขณะที่ความเจ็บปวดก็จู่โจมราวเป็นเข็มนับพันเล่มที่กระหนำแทงก้อนเนื้อในอกอย่างไม่ปรานี เธอไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดได้อีก ทำได้เพียงยืนนิ่งราวถูกสาป ก่อนไม่รู้ว่าขาสองข้างพาตนเองมายังห้องนอน และปล่อยน้ำตามากมายออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่

ช่างรู้สึกรังเกียจตัวเองที่โหยหาคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่กี่อาทิตย์อย่างหลิน หลานเซ่อมากกว่าครอบครัวที่อยู่มาตลอดชีวิต ทว่าเธอก็ไม่อาจปฏิเสธเสียงคร่ำครวญในใจตนได้ ยิ่งได้อยู่ใกล้ยิ่งเหมือนถูกนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่งดงามนั่นดึงให้จมสู่หลุมมรณะที่ล่อลวงไม่ให้หาทางออกเจอ... หรือเธออาจจะเต็มใจไม่หาทางออกเอง

ยามนี้คุณหนูตระกูลหยางไม่อาจสดใสตามช่วงเวลายามเช้าได้ ใบหน้าสวยๆ ยังคงซึมเศร้าและมีคราบน้ำตาเปราะตามข้างแก้ม เธอจำได้แค่ว่าตนกลับเข้ามาในห้องนอนและร้องไห้จนหลับไป เหนื่อยจนลืมแม้แต่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ซ้ำพอตื่นขึ้นมาคิดว่าอาจได้เห็นเขาอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่มีแม้แต่รอยบนที่นอนว่ามีใครอีกคนมานอนเคียงข้างด้วย

ความรู้สึกว่าเหมือนถูกเมินเฉย ยิ่งทำให้เธออยากสะอื้นขึ้นอีกครั้ง แต่ก็พยายามกลืนก้อนแข็งๆ นั่นลงคอ และค่อยๆเดินออกมานอกห้องด้วยขาสองข้างที่เหมือนไม่มั่นคงนัก หากแต่เมื่อออกมาแล้ว สิ่งที่พบกลับไม่ใช่คนที่อยากเจอ แต่เป็นร่างสูงของมือขวาคนสนิทของมาเฟียหนุ่มแทน ที่เวลานี้เขากำลังเช็คเอกสารอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยใบหน้านิ่งไร้ความรู้สึกเช่นปกติ

ไป๋ซิงต้องแอบลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยเมื่อจงซินเป็นบุคคลที่เธอไม่กล้าคุยด้วยโดยตรงมากที่สุด เนื่องจากเขาดูน่ากลัว เหมือนหุ่นยนต์ไร้ชีวิต แทบไม่พูดถ้าไม่ถาม ซ้ำถึงถามบางครั้งก็ไม่ตอบ เข้าถึงได้ยากจนน่าหนักใจ เพราะไม่สามารถดูเขาออกสักอย่าง ใบหน้าก็แข็งทื่อจนน่าขนลุก ถ้าหลานเซ่อนับได้ว่าคนเย็นชา ชายหนุ่มตรงหน้าก็เป็นหุ่นยนต์ที่ไม่มีความรู้สึกดีๆ นี่เอง

เอ่อ... คุณหลิน...”

ไปทำธุระข้างนอก เสียงเฉียบเย็นตอบกลับมารวดเร็วก่อนหญิงสาวจะได้ทันถามจบ เขาไม่ได้เงยขึ้นมามองเธอเลยด้วยซ้ำ

แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอคะร่างเล็กพยายามกลั้นใจข่มความกลัวถามขึ้นใหม่

นัยน์ตาเฉี่ยวสีดำสนิทจนเหมือนหลุมไม่มีก้นบ่อปรายขึ้นมองไป๋ซิงเล็กน้อย แต่นั่นก็มากพอให้คนถูกมองรู้สึกหนาวสันหลังวาบ จนเธออยากให้เขาสวมแว่นสีดำที่เคยสวมประจำเช่นเดิม และไม่นานคำตอบแห้งแล้งก็ตามมาอีกว่า นั่นไม่ใช่ธุระที่เธอจำเป็นต้องรู้

ไป๋ซิงเม้มปากแน่นทันใดกับคำกล่าวนั่น พร้อมรู้สึกปวดหนึบในอกเมื่อมันมีความหมายว่าเธอไม่สำคัญพอที่จะยุ่งเรื่องส่วนตัวของมาเฟียหนุ่มได้ กระนั้นเธอก็พยายามเอ่ยอย่างกระท่อนกระแท่นว่า แต่... ฉันเป็น...

 สถานะนั่นคงไม่มีความหมายสำหรับเธอแล้ว จงซินดักถ้อยคำแผ่วหวินนั่นอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวเผลอสะดุ้งตัวน้อยๆ เมื่อถูกรู้ความคิดทันว่าเธอจะกล่าวอะไร และรู้สึกหน้าชาจนอยากจะร้องไห้ ก่อนเขาจะเป็นฝ่ายตั้งคำถามกลับแทนว่า แล้วคิดว่าตลอดเวลาที่อยู่กับท่านหลิน... เธอเหมือนเป็นผู้หญิงของท่านรึเปล่า

ราวมีดที่กรีดซ้ำแผลเดิมให้สาหัสกว่าเก่า เพราะไม่จำเป็นต้องบอกเธอก็รู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่หลานเซ่อปฏิบัติกับเธอมันห่างไกลคำว่าผู้หญิงของเขาไปไกลนัก แม้จะได้เสื้อผ้าสวยๆ ของบำเรอมากมาย สมกับสถานะผู้หญิงของมาเฟียที่ควรมี... ทว่ามันไม่เคยมีอะไรนอกเหนือกว่านั้น...

จะถามว่ามันคือการหลอกลวงไหมกับเรื่องทุกอย่างนี้ ไป๋ซิงก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าใช่ เพราะความจริงตลอดเวลาที่อยู่กับเขา มาเฟียหนุ่มให้การดูแลเธออย่างดีในฐานะตัวประกันที่แลกกับความปลอดภัยของครอบครัว ไม่เคยล่วงเกิน หรือไม่ให้เกียรติ สิ่งที่ปฏิบัติต่อเธอก็เห็นชัดว่าไม่ได้คิดในเชิงชู้สาว สายตาที่มองมายิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่... และลึกๆ เธอเองก็รู้ดีว่า เขาไม่ได้มองเธอมากไปกว่าคนคนหนึ่งที่เขาต้องอยู่ด้วยในระยะเวลาหนึ่ง เขาไม่เคยแสดงว่าให้ความหวังหรือตัดรอนใดๆ ... ถ้าเพียงเธอไม่ได้คิดอะไรกับเขา เรื่องครั้งนี้จะกลายเป็นว่าทุกอย่างเป็นบทสรุปที่เหมือนรางวัลก้อนใหญ่ด้วยซ้ำ ได้กลับไปหาครอบครัว ตัดทุกตราบาปทิ้ง ใช้ชีวิตเหมือนที่ผ่านมา... ทว่า มันไม่ใช่นี่สิ!

เพียงคิดถึงตรงนี้ สิ่งที่เคยค้างคาใจมาเสมอแต่ยังไม่ได้คำตอบ ก็ทำให้ไป๋ซิงต้องโพล่งถามคนตรงหน้าอย่างลืมกลัวทันใด คนที่คุณพ่อของฉันจ้างนักฆ่าไปฆ่าสำเร็จคือใครกันแน่คะ!”

ใบหน้าไร้อารมณ์เงยขึ้นมองร่างบอบบางที่ส่งความกังวลใจให้เขาจากอีกฟากห้อง จงซินเงียบไปครู่หนึ่ง เขาวางแฟ้มงานในมือ ก่อนหยิบอีกเล่มขึ้นมาอย่างบ่งบอกว่าจัดการแฟ้มแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลายอึดใจสำหรับคนที่รอคอย ก่อนร่างสูงในสูทสีดำสนิทจะตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก คนรัก...เว้นไปเล็กน้อย ก่อนเน้นประโยคต่อไปมากขึ้นว่า ที่คุณหลินกำลังจะแต่งงานด้วย

            ร่างบอบบางนิ่งงันไปทันใดราวถูกสาป รู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำที่เย็นจัดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า... เมื่อรับรู้แล้วว่าทำไมตนถึงไม่อาจเป็นผู้หญิงของเขาได้





                                                               *******************



ต้าห่ายต้องมองตามกระป๋องน้ำอัดลมอีกกระป๋องที่ถูกดื่มจนหมด และวางอยู่ข้างๆ กระป๋องเปล่าเพื่อนของมันอีกห้าถึงหกกระป๋องเท่าที่นับผ่านๆ ด้วยสายตา ก่อนมองตามหลังของหญิงสาวที่แทบเอาหน้าไปมุดในจอแล็ปท็อปบนโต๊ะอ่านหนังสือของเขา พร้อมจดอะไรบางอย่างลงกระดาษข้างมือตนเองไปด้วย

“กินน้ำอัดลมติดกัน แล้วไม่หลับไม่นอนทั้งคืนเนี่ยมันยิ่งกว่าหาเรื่องฆ่าตัวตายอีกนะนาค” ต้าห่ายต้องเตือนเสียงเนือย เมื่อเพิ่งกลับมาจากที่เรียน เพื่อเตรียมออกไปทำงานส่งของของตนต่อ และอดเหนื่อยแทนคนที่เมื่อสามวันก่อนหายไปไหนสักที่ตอนเช้าตรู่ไม่ได้ เพราะวันนั้นที่เธอกลับมา ก็ขอยื่มแล็ปท็อปเก่าๆ ตกรุ่นของเขาทันที และเริ่มเข้าอินเทอร์เน็ตหาบางสิ่งพร้อมจดอะไรสักอย่างใส่สมุดฉีกข้างตัวตลอดเวลาจนเหมือนคนหมกมุ่นมาตั้งแต่นั้น แถมเมื่อคืนก็ยังไม่หลับไม่นอน ซ้ำซัดน้ำอัดลมกระป๋องเข้าท้องไม่ยั้ง จนน่ากลัวว่าพวกมันจะฆ่าเธอก่อนที่จะหาอะไรที่ต้องการเจอ

“ผมหาพวกกาแฟมาให้ดีกว่าไหม” คนอ่อนวัยกว่ายังเสนอ แต่นาคก็ตอบกลับทันทีว่า

“ไม่ล่ะ ขอบคุณ... จุกแล้ว”

ก็ล่อไปตั้งสี่ห้ากระป๋องนี่... ต้าห่ายได้แต่แย้งในใจ ก่อนต้องสะดุ้งตัวเมื่อมีแรงสั่นของมือถือจากกระเป๋ากางเกงตน และเขาต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นเบอร์ใครที่โทรเข้ามา ซึ่งแทนที่จะรับ เขากลับส่งมันให้นาคพร้อมว่า “คุณทาร์เปียน่ะ”

นาคหันมาเลิกคิ้วแปลกใจนิดหน่อย พอเห็นต้าห่ายไหวไหล่หน้านิ่งๆ ก็เหมือนจะเป็นคำตอบว่าเขากับแดนคงแลกเบอร์กันไปตั้งแต่ตอนที่เขาเอาของจากเธอไปส่งชายหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันแล้ว

“ว่าไงแดน” นาครับสายง่ายๆ พร้อมทั้งดวงตาที่เริ่มมีรอยคล้ำเพราะอดนอนก็ยังจดจ่อที่หน้าจอตรงหน้า

ขอภาพเธอตอนนี้ ส่งมาทางมือถือทีสิ

คำตอบจากปลายสายเล่นเอาเธอต้องเลิกคิ้วขึ้นข้างอย่างแปลกใจ “เอาไปทำอะไร”

            ยั่วอารมณ์

            “ยั่วอารมณ์อะไรถามต่อทันทีเมื่อได้ฟังคำตอบ

            ยั่วอารมณ์คนน่ะสิเขาย้ำคำด้วยเสียงกลั้วหัวเราะไม่น่าไว้ใจ

           “แล้วยั่วอารมณ์ใครนาคต้องขึ้นเสียงนิดๆ เมื่อเจ้าเพื่อนชายอีกฟากสายโทรศัพท์ไม่ยอมตอบให้เคลียร์ อยู่ๆ เล่นโทรมา แล้วมาขอรูปถ่ายเธอตอนนี้ ซ้ำบอกว่าจะเอามันไปยั่วอารมณ์คน... นี่มันน่าสงสัยตั้งแต่คำขอแรกแล้ว

                        แต่ดูเหมือนแดนจะมีความสุขที่ได้เงียบให้เธอเดาความคิดของเขา และดูเหมือนเพื่อนสาวชาวเอเชียจะยังหัวไวไม่เปลี่ยน เมื่อในเวลาไม่นานเจ้าหล่อนก็ตอบกลับด้วยเสียงเบื่อหน่ายว่า

                        หลานเซ่อแทบไม่ต้องคิดอะไรมาก แดนเห็นเรื่องการทำให้มาเฟียหนุ่มระเบิดอารมณ์ เป็นความบันเทิงอันดับต้นๆ รองจากการพูดแดกดันเธอเมื่อมีโอกาส ซึ่งนาคก็อดระบายลมหายใจกับนิสัยเสียๆ ข้อนี่ไม่ได้ ทำอย่างงั้นไปทำไม

                        ‘บังเอิญฉันเสนอข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างให้เขาไป แต่เขาไม่ยอมตกลงซะที... ฉันเลยกะหาอะไรไปกระตุ้นให้มาเฟียสุดหล่อของเธอยอมรับข้อเสนอฉัน... ก็แค่นั้น

                        หญิงสาวหรี่นัยน์ตามองโทรศัพท์ทันใดกับเสียงสนุกสนานแต่มีเลศนัยที่ผ่านมือถือของต้าห่ายมา เพราะคำว่า แค่นั้นของเจ้าคนมากเล่ห์ มันไม่ได้แปลว่า แค่นั้นจริงๆ แน่

            ข้อเสนออะไร เท่าที่ดูจากการไม่ยอมรับข้อเสนอของหลานเซ่อจนแดนต้องเล่นวิธีนี้ แสดงว่าข้อเสนอของเขามันต้องเป็นอะไรที่กวนใจคนเย็นชามากแน่ๆ

           ครั้งนี้ได้รับเพียงความเงียบจากปลายสาย และไม่นานก็เป็นอย่างที่เธอคิด

            ‘เธอสืบเรื่องของเจ้าเดนีส คาเว่นไปถึงไหนแล้ว

            พื่อนตัวดีของเธอจงใจเปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ จริงเสียด้วย...  นาคต้อบลอบระบายลมหายใจอย่างปลงอนิจจัง และรู้ดีว่าต่อให้ตามจี้ แดนก็จะไม่เปิดปาก หากเขาไม่อยากบอกก็คือไม่บอก และเธอจะไม่มีวันได้คำตอบเว้นเจ้าตัวจะมีอารมณ์อยากสารภาพเอง

             ได้ประวัติส่วนตัว แบบละเอียดยิบนาคตอบ และครั้งนี้ต่อถ้อยคำด้วยน้ำคำกลั้วหัวเราะนิดๆ ฉันแทบจะรู้ว่าหมอนั่นใส่กางเกงในสีอะไรในแต่ละวันเลยด้วยซ้ำ

           แดนถึงกับต้องเลิกคิ้วสูงกับคำตอบท่อนท้าย ที่รู้สึกว่าดีแล้วที่เขาเป็นคนคุยโทรศัพท์กับเธอไม่ใช่หลานเซ่อ... ไม่งั้นมาเฟียหนุ่มคงตกลงรับข้อเสนอเขาทันทีแน่ แล้วไปรู้ขนาดนั้นได้ยังไง

            ชายหนุ่มได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอนิดๆ ของนาคผ่านปลายสาย ก่อนเธอจะว่าด้วยน้ำเสียงที่ยังสนุกสนานแบบไม่ค่อยเข้ากับสถานการณ์นัก นายจงขอบคุณพระเจ้าที่สร้างผู้หญิงมาซะ จบคำนาคก็คลิกไปที่ภาพบนหน้าจอภาพหนึ่ง พร้อมรูปถ่ายของหนุ่มชาวอังกฤษเรือนผมสีทองสว่าง และใบหน้าชวนหลงใหล ที่เหมือนเจ้าชายที่หลุดออกมาจากในเทพนิยายก่อนจะขยายออกมาเต็มหน้า ในภาพเขาอาจอยู่ในกางเกงสแล็กแบรนด์ดังแสนเรียบง่าย ทว่าสิ่งที่ทำให้สาวๆ อาจต้องกรี๊ดสลบและร้อนไปทุกองศาคือร่างกายกำยำท่อนบนที่เปลือยเปล่า โชว์กล้ามเนื้อแข็งแรงสวยงามที่บ่งบอกความใส่ใจเรื่องสุขภาพจากเจ้าของเป็นอย่างดี ซ้ำผิวเขายังขาวเนียนจนผู้หญิงอาจต้องอิจฉา และแสดงความเป็นผู้ดีตระกูลเก่าแก่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมสิ่งที่ดึงดูดที่สุดคือนัยน์ตาสีฟ้าคมดุจเหยี่ยวที่ช้อนมองมาราวกับสัตว์ร้ายพร้อมล่าเหยื่อ มันมีมนต์สะกดให้ลุ่มหลง จนสาวๆ คงยอมพลีกายให้แบบไม่ต้องร้องขอ... และท่าทางที่เห็นก็ไม่ต้องเดาว่ามันก็คือภาพจากนิตยสารนายแบบชื่อดังของอังกฤษค่ายหนึ่ง ซึ่งนั่นทำให้นาคต้องเอ่ยต่อคำพูดแรกของตนว่า หมอนี่น่ะ โคตรฮอต” 

            จบคำเธอก็อธิบายต่อ ข้อมูลเขาแทบไม่ต้องหาก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด เพราะเดนิส เจมส์ คาเว่นคือคนที่ถูกผู้หญิงทั่วอังกฤษโหวตให้เป็นชายหนุ่มที่น่าหมายปองมากที่สุดติดกันห้าปีซ้อน ร้อนฉ่าแบบสาวๆ กรี๊ดสลบมาตั้งแต่สมัยเรียนยันมาเพิ่มดีกรีมากขึ้นตอนเป็นนายแบบเต็มตัว หล่อไม่เกรงใจใคร แถมบ้านรวย ชาติตระกูลดี การเรียนสมบรูณ์แบบ เป็นทั้งนายแบบ ทั้งนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง แม้ช่วงหลังๆ จะงดงานถ่ายแบบไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ลดความนิยม แถมยังจะมากขึ้นตามอายุด้วย สาวๆ หลายคนยอมตายเพื่อได้เดทกับเขาแค่ครั้งเดียว เรียกได้ว่าหมอนี่มันเพอร์เฟกต์สุดๆ ... พวกสาวๆ แฟนคลับมีข้อมูลเขาชนิดที่ฉันว่าบางเรื่องหมอนั่นเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ... ผู้หญิงนี่จงเจริญจริงๆ” 

            เสียงถอนหายใจพร้อมการสรรเสริญปิดประโยคจบทำให้แดนต้องหัวเราะฮึตาม เมื่อนาคดูจะถูกใจหน่วยข่าวกรองของสาวๆ มากเป็นพิเศษ เพราะเขาเองก็ต้องยอมรับว่า ถ้าเป็นเรื่องหนุ่มๆ ที่หญิงสาวส่วนใหญ่หมายตา พวกเธอจะสืบข้อมูลเขาได้เก่งยิ่งกว่าหน่วยสืบราชการลับหน่วยไหนๆ ในโลก

            “แล้วหาจุดเชื่อมโยงอะไรเจอไหมแดนถามต่อ

            “จุดเชื่อมโยงเดียวตอนนี้ทีมีคือพวกเขาเป็นญาติห่างๆ ที่แทบไม่รู้จักกัน หรือไม่รู้จักกันเลย... หรืออธิบายง่ายๆ คือ... ฉันยังไม่เห็นจุดเชื่อมโยงอะไรสักอย่าง” นาคว่าพร้อมปรายตาต่ำไปที่กระดาษจดบนสมุดฉีกใต้มือขวาที่ยังถือปากกาค้างไว้ของตน... หลายหน้าแล้วที่เธอพยายามจดข้อมูลที่คิดว่าน่าสนใจของเขาทีละข้อ

            “งั้นเป็นแค้นส่วนตัวรึไง... หวังว่าคงไม่ได้หมั่นไส้กันเพราะอีกฝ่ายดันหล่อกว่า หรือมีสาวหลงเยอะกว่าหรอกนะ”

 นาคได้แต่หัวเราะเบาๆ กับคำแซวร้ายกาจนั่น ก่อนกล่าวเสียงเหน็ดเหนื่อยลงเล็กน้อย “ความจริงฉันไม่ต้องกระดิกตัวมาก หรือทำอะไรด้วยซ้ำ ถ้าหลานเซ่อเจอตัวแม่ลูกวูล์ฟล่ะก็... ปัญหาคือ ฉันสังหรณ์ว่าจะไม่เจอนี่สิ” หางเสียงของนาคฟังกังวลอย่างไม่ปิดบัง เมื่อสามวันมานี้หลังจากเจอหลานเซ่อ เธอยังไม่ได้รับข่าวอะไรเพิ่มเติม ทั้งที่การสืบหาคนที่รู้ชื่อ ที่อยู่ ที่ทำงานไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา ทว่ามาเฟียหนุ่มยังคงเงียบกริบ ไม่แสดงว่าเรื่องนี้จะเดินหน้าต่อแม้แต่น้อย และมันเหมือนจะบอกอะไรได้ลางๆ แล้วว่าเขาได้ตัวคนที่ต้องการหรือไม่...

คนที่ยังจับจ้องหน้าเว็บต่างๆ ในหลายๆ หน้าต่างที่เปิดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ต้องเอ่ยขึ้นใหม่เพื่อต่อหัวข้อของตน “ตอนแรกฉันเล็งไปที่เครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวกับคาเว่นคอร์ปอเรชั่น... แต่มันกว้างไป เพราะถ้าต้องหาว่าคาเว่นติดต่อธุรกิจกับใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉายหงกรุ๊ปบ้าง เราคงต้องหาตั้งแต่บริษัทยามรักษาการณ์ไปจนถึงผู้ส่งออกรายใหญ่ในแต่ละประเทศ เพราะมันเป็นห้างใหญ่ แถมไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะที่แค่เข้าอินเตอร์เน็ตแล้วจะเจอด้วย... อีกอย่างเรื่องเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคาเว่น หลานเซ่อก็น่าจะหาข้อมูลไปแล้ว น่าจะเป็นอะไรแรกๆ ที่เขาหาด้วยซ้ำ และถ้ามันมี เขาคงพูดไปแล้ว ไม่เล็งแต่จะหาตัวมอร์แกนหรือลูกชายของเธอหรอก”

“ให้ตายสิ!... พวกเธอเป็นอะไร ฝาแฝดรึไง ถึงมีโทรจิตคุยกันได้ แล้วรู้อีกฝ่ายคิดอะไรน่ะ” แดนอดจะย้อนด้วยเสียงหยันนิดๆ ไม่ได้ เมื่อนาควิเคราะห์คู่หมั้นตนได้เป็นฉากๆ แบบนั้น

“ฉันแค่เดาตามนิสัยของหลานเซ่อ” คนถูกเย้าต้องแก้คำ แต่คนอีกฟากสายกลับรู้สึกว่ามันเป็นการย้ำความคิดเขาให้ถูกต้องมากขึ้น ก่อนนาคจะกลับมาเข้าหัวข้อเดิมต่อทันที “ตอนนี้เลยทำได้แค่ตามข่าวต่างๆ เกี่ยวกับเดนิส ตั้งแต่ข่าวซุบซิบไม่มีมูลยันข่าวธุรกิจ แต่ก็นะ มันก็แค่ข้อมูลทั่วไปที่หลานเซ่อน่าจะรู้แล้ว อย่างเรื่องว่าพ่อเขาเสียเมื่อสามปีก่อน เขาเลยขึ้นมาคุมบังเหียนคาเว่นคอร์ปอเรชั่นแทน แม่เขาป่วยกระเสอะประแสะหลังพ่อเขาเสีย แล้วก็บลาๆ คาเว่นคอร์ปอเรชั่นเป็นห้างชั้นแนวหน้าในแถบยุโรป... ตอนนี้ฉันกำลังเรียงข้อมูลที่น่าสนใจทีละอย่าง เพื่อหาตัวเชื่อม... แต่มันแทบโบ๋เบ๋”

“หมายถึงถ้าหาสาเหตุการกระทำของเจ้านั่นไม่ได้ พวกเธอก็ไปต่อไม่ได้”  

            “นาค!

           หญิงสาวต้องละจากมือถือในมือและคู่สาย เมื่ออยู่ๆ ต้าห่ายก็เรียกเธอด้วยน้ำเสียงตื่นๆ และสีหน้าเป็นกังวลชัดเจน

          “เพื่อนเด็กส่งของนายส่งข่าวอะไรมานาคต้องหันมาสนใจคนอ่อนวัยกว่าทันใด เมื่อเห็นว่าเขาถือวิทยุในมืออยู่

         “มีคนเห็นหยาง ไป๋ซิงออกมาจากมหาวิทยาลัยคนเดียว ไม่มีคนติดตาม ไม่มีรถมารับ เขาตอบหลังจากได้รับข่าวจากเพื่อนเด็กส่งของที่ทำงานอยู่ย่านนั้น ที่ครั้งนี้นาคขอให้ต้าห่ายช่วยขอแรงจากเพื่อนเด็กส่งของตนคอยช่วยจับตาดูไป๋ซิงอีกแรงนอกเหนือจากการพึ่งการคุ้มครองของพวกหลานเซ่อเพียงอย่างเดียว เพราะเธอไม่สามารถออกไปข้างนอกได้บ่อยๆ และคิดว่าหูตาของพวกเด็กส่งของนั่นครอบคลุมมากพอที่จะกันปัญหาต่างๆ ได้ดี ซึ่งพวกเขาก็เต็มใจช่วยเท่าที่กำลังมี และเวลาอำนวยเมื่อเป็นคำขอของเพื่อนตน

           “แต่บอดี้การ์ดเธอไม่น่าปล่อยให้เธอมาเดินคนเดียวแบบนี้หรอกน่า นาคแย้งอย่างร้อนใจเมื่อไม่เชื่อว่าใครจะปล่อยให้หญิงสาวที่กำลังตกเป็นเป้า ออกมาคนเดียวภายนอกได้ ทว่าเธอก็หยุดคิดแค่นั้นพลางงึมงำขึ้นกับตนอย่างเสียไม่ได้ว่า อย่าบอกว่าไป๋ซิงคิดจะหนี...

             หากหญิงสาวต้องชะงักทุกอย่างลงเมื่อได้ยินเสียงจากวิทยุเครื่องเล็กๆ ในมือต้าห่ายดังลอดออกมาว่า

             มีรถมาจอดอยู่ข้างเธอแล้ว... โอ้โห Maybach 62 ด้วยสิ  อย่างสวยอ่ะ!’

             นาคกับต้าห่ายตวัดนัยน์ตามองกันนิ่งทันใด ทั้งรูปการณ์ ทั้งยี่ห้อรถที่ได้ยินเหมือนบอกทุกสิ่งทุกอย่างได้ในทันที

              ซึ่งต้าห่ายก็ต้องกรอกเสียงกลับไปว่า พยายามตามติดไว้ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้





                                                            **********************

 

             ร่างเล็กบางยังคงนั่งนิ่งบนโต๊ะเลคเชอร์ในห้องเรียนกว้าง ขณะคนรอบข้างเริ่มทยอยออกเมื่อหมดชั่วโมงเรียน จิตใจของไป๋ซิงยังไม่อาจทนรับหลายสิ่งหลายอย่างที่ประดังเข้ามาได้ ทั้งเรื่องที่ตนจะถูกส่งกลับ หรือเรื่องที่รับรู้ว่ามาเฟียหนุ่มเคยมีคนรัก ซ้ำยังเป็นคนที่พ่อของเธอจ้างนักฆ่าไปฆ่า... เธอจึงไม่พร้อมกลับไปเผชิญเรื่องเหล่านี้

รู้แค่ว่ายามนี้อยากอยู่คนเดียว และในใจเจ็บเกินกว่าจะมองใบหน้าคมเข้มของมาเฟียหนุ่มอย่างตรงไปตรงมาได้

“คุณคือหยาง ไป๋ซิงใช่ไหม!

เสียงสดใสเหนือศีรษะข้างตัว ทำให้ใบหน้าสวยหวานที่ดูหมองคล้ำต้องตวัดไปมองที่ต้นเสียง กับการถูกใครสักคนทักอย่างไม่คาดคิด

“เอ่อ... คุณ...” ใบหน้าเรียวต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อหันมาเจอหญิงสาวไม่คุ้นหน้า ทว่าสังเกตเห็นมือข้างหนึ่งของเธอถือหนังสือไว้ เลยพอจะเดาได้ว่าคงเป็นคนที่เรียนคลาสเดียวกัน ซ้ำเธอยังส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้ และจ้องหน้าตนนิ่ง

“ฉันหวัง อิ๋งชุน หรือแอนนี่ หวัง... เรียกว่าแอนนี่เฉยๆ ก็ได้นะ” หญิงสาวปริศนายืนมือมาทักทายอย่างเป็นกันเองรวดเร็ว จนทำให้อีกฝ่ายที่ไม่ทันรับความร่าเริงนั่น มีท่าทางเงอะงะตอนยื่นมือไปสัมผัสเพื่อทำความรู้จักกลับ ซึ่งแอนนี่ก็ไม่รอให้ไป๋ซิงตั้งตัวนัก เธอทรุดตัวมานั่งอยู่ที่โต๊ะข้างๆ และแนะนำตัวต่อทันใดอย่างกระฉับกระเฉง “ฉันเรียนคลาสนี้พร้อมเธอตลอด แต่มักเห็นว่ามีบอดี้การ์ดอยู่ด้วยทั้งตอนมาตอนกลับ เลยไม่กล้าเข้ามาทักน่ะ”

คำพูดติดตลก และสายตาที่เป็นมิตรทำให้ร่างบอบบางเริ่มผ่อนคลายขึ้น ก่อนเอ่ยกลับเสียงเบาไปบ้างว่า “ฉันเอง ก็ยังหาเพื่อนที่นี่ไม่ได้เหมือนกัน”

“งั้นก็ยินดีที่ได้รู้จัก” อีกฝ่ายพูดขึ้นทันใดด้วยรอยยิ้มกว้างที่ไม่จางหาย และนั่นทำให้คนมองต้องเผลอยิ้มตามไปด้วย ซึ่งเมื่อแอนนี่เห็นว่าเพื่อนใหม่กลับมามีสีหน้า และท่าทางดีขึ้น เธอจึงเปลี่ยนเรื่องทันที “ว่าแต่วันนี้เป็นอะไรรึเปล่า ปกติเห็นเรียนเสร็จก็รีบกลับเลย แต่วันนี้ดูสีหน้าแย่ๆ แถมทำท่าไม่อยากกลับด้วยซ้ำ” และยังไม่ทันที่ร่างเล็กบางจะได้เอ่ยอะไร เธอก็ดักคออย่างรวดเร็วแทนว่า “มีอะไรกับคุณหลินเหรอ”

ไป๋ซิงสะดุ้งตัวโหยงจนสังเกตได้ ใบหน้านวลขึ้นสีนิดๆ ทันที ก่อนรีบตะกุกตะกักถามออกไปอย่างตกใจ “ทะ... ทำไมถึง...”

“เขารู้กันทั้งมหาวิทยาลัยแหละว่าเธอเป็นผู้หญิงของใคร ถึงไม่มีใครกล้าเข้ามาทักไง” แอนนี่ให้คำตอบแสนเรียบง่ายและตรงไปตรงมาเหมือนรอยยิ้มเปิดเผยของเธอ ก่อนจะแกล้งเย้าแหย่ว่า “แต่ฉันเข้าใจนะ ก็เธอสวยน่ารักซะขนาดนี้”

ไป๋ซิงคงยิ้มรับคำแซวอย่างสนิทสนมนั่นได้ไม่ยาก หากเพียงไม่คิดถึงว่า ความรู้สึกแท้จริงของหลานเซ่อที่มีต่อเธอนั้นเป็นยังไง และเวลานี้เธอกลายเป็นลูกของฆาตกรที่ฆ่าคนรักของเขา พร้อมกำลังถูกเขาส่งกลับไป

ใบหน้าสวยหวานจนสะกดตา ต้องหันมาก้มมองโต๊ะของตนอีกเล็กน้อย พร้อมความซึมเศร้าก็ค่อยๆ กลับมาอีกครั้ง ก่อนเธอจะอ้อมแอ้มออกมาว่า “แต่ว่า... คุณหลิน เขาไม่...”

“เอางี้ ถ้าไม่สบายใจแอบหนีเที่ยวกับฉันไหม”

เสียงสดใสที่ตรงกันข้ามกับอารมณ์เธอเสนอขึ้นฉับพลัน จนไป๋ซิงต้องรีบส่ายหน้าปฏิเสธอย่างตื่นๆ เล็กน้อย “ห๊ะ!... แต่ว่า ฉันต้องกลับ มีบอดี้การ์ดหลายคนรอฉันอยู่ ถ้าไม่...”

“ไม่เห็นเป็นไร แค่แอบหนีเที่ยวนิดหน่อย... ผู้หญิงน่ะ ต้องรู้จักเล่นตัวบ้างนะ ผู้ชายจะได้ไม่ทำเหมือนเราเป็นของตายไง” แอนนี่ว่า พร้อมเชิดคางขึ้นอย่างล้อเลียน ก่อนหันมาฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ ทว่าก็ยังคงดูน่ารักสำหรับคนมองมากล่าวเสียงเบาลงจนเป็นเสียงกระซิบว่า “ไม่ลองคิดดูเหรอว่า ถ้าเธอหายไปสักหน่อย อาจทำให้คุณหลินเขาเป็นเดือดเป็นร้อนรีบมาตามหาก็ได้”

“ทำไมเธอถึงรู้!” เป็นอีกครั้งที่คุณหนูตระกูลหยางต้องแปลกใจกับเพื่อนใหม่ ที่พูดทุกอย่างได้เหมือนมานั่งในใจของเธอ... แล้วมารู้ได้ยังไงว่าเธอกำลังมีปัญหากับหลานเซ่อ

“ฉันก็ผู้หญิงนะ... แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วล่ะ” แอนนี่ทำท่าประท้วงอย่างกระเง้ากระงอดจนน่าขัน ก่อนรีบทำเสียงออดอ้อนใส่อีกฝ่าย “สรุปว่าไปนะ อยากเอาไปอวดเพื่อนว่า ครั้งหนึ่งฉันก็ได้ไปเที่ยวกับนายหญิงคนสวยของฉายหงกรุ๊ปนะ... ฉันพาออกทางอื่นได้ ไม่เจอบอดี้การ์ดเธอแน่นอน ไปเถอะนะไป๋ซิง”



                                                          ****************************


 

และเพราะด้วยอารมณ์ที่อ่อนไหวจนรับคำของเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกัน ทำให้ยามนี้ร่างบอบบางของคุณหนูตระกูลหยางต้องมายืนอยู่ที่ไหนสักแห่ง ซึ่งห่างไกลจากมหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง เมื่อแอนนี่พาเดินมาเรื่อยๆ และชี้ชวนเธอดูร้านค้าหลายร้าน ก่อนเจ้าหล่อนจะขอตัวไปซื้อของบางอย่างพร้อมเอากระเป๋าของไป๋ซิงที่ตนอาสาถือให้เมื่อเห็นว่าสาวไต้หวันอาการไม่สู้ดีนักไปด้วย ข้าวของทั้งหมดรวมถึงมือถือเลยหายไปกับเพื่อนใหม่คนนี้พร้อมกัน

ซึ่งเวลานี้ ก็ล่วงเลยมาเกือบครึ่งชั่วโมงที่แอนนี่ไม่ปรากฏตัวแม้แต่เงา และเธอยืนอยู่กลางเมืองใหญ่ที่ไม่รู้จัก สถานที่ที่เคยไปก็แค่จากมหาวิทยาลัยกับตึกฉายหงกรุ๊ป รวมถึงในมือก็ไม่มีเงินสักเหรียญ ทำให้เธอเริ่มกังวล... กระนั้น เธอก็ยอมรับว่าลึกๆ ที่รับคำแอนนี่และตามมา เพราะเพื่อนใหม่ของเธอนั้นพูดได้จี้ใจดำจนเธอปฏิเสธไม่ออก และถูกของแอนนี่ ส่วนลึกเธอเองก็หวังว่าจะได้เห็นร่างสูงสง่านั่นออกตามหา

            ใช่... มันคือการประชด เธอแอบหนีเที่ยวเพื่อประชดเขา... ทั้งไม่อยากเจอหน้าเพราะกลัวการลาจากและสำนึกผิด ทว่าส่วนลึกของหัวใจก็อยากให้เขาไล่ตาม หวังว่าจะให้เขาร้อนรนเมื่อเธอหายไป... แม้เป็นเศษเสี้ยวความหวัง แต่ก็ยังหวัง

            แค่คิดน้ำตาอุ่นๆ ก็เริ่มไหลลงมาช้าๆ จนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ในขณะที่ขาเรียวสองข้างก็คล้ายจะหมดแรงเอาดื้อๆ... หากความโศกเศร้าทั้งหลายต้องหยุดชะงัก เมื่อจู่ๆ มีรถยุโรปสีบลอนด์คันหรูมาจอดเทียบข้างตัวเธอ

             ไป๋ซิงเริ่มหวาดกลัวว่ารถข้างตัวจะเป็นศัตรูที่จะมาลักพาตัวเธออีก ยิ่งเห็นว่าประตูหลังรถกำลังเปิดออก นัยน์ตาคู่โตสีน้ำตาลเข้มยิ่งเปิดกว้างอย่างตื่นตระหนก หญิงสาวเตรียมจะวิ่งหนี ทว่าเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมาเป็นภาษาอังกฤษก็รั้งเธอไว้จากด้านหลัง

             “ผมคิดว่า ผมคงไม่ใช่ศัตรูของคุณหรอกนะคุณหยาง ไป๋ซิง

            ร่างบอบบางที่หยุดเท้าของตนไว้ จำต้องค่อยๆ หมุนไปมองที่ต้นเสียง และนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่หวานบนใบหน้าเรียวก็ต้องตะลึงค้างกับชายหนุ่มที่ยืนมองเธอจากด้านหลังคนนั้น เพราะชายชาวตะวันตกร่างสูงใหญ่ในสูทเนื้อดีทรงภูมิที่กำลังจับจ้องมามีใบหน้าที่คล้ายชายหนุ่มที่เธอนึกถึงอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก คล้ายซะจนวินาทีแรกที่หันไปเจอเธอเผลอคิดว่าเขาเป็นหลานเซ่อ ถ้าไม่ใช่เพราะเรือนผมสีทองสว่างที่ตัดสั้น นัยน์ตาสีฟ้าคราม และบรรยากาศรอบตัวที่แตกต่างกันเธอคงคิดว่ามาเฟียหนุ่มมาตามหาเธอด้วยตัวเองแล้ว ที่สำคัญรอยยิ้มน้อยๆ ที่ทรงเสน่ห์น่ามองจากชายชาวตะวันตกตรงหน้าคงไม่มีทางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลิน หลานเซ่อแน่ๆ

            “... คุณ... เป็นใครเหรอคะไป๋ซิงเอ่ยถามกลับเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน แม้จะยังคงไม่ไว้ใจเท่าไหร่นัก หากแต่ท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้าก็ไม่ได้แสดงการคุกคาม ทำให้หญิงสาวไม่อยากทำเสียมารยาทด้วยการวิ่งหนีเขาทั้งที่ยังไม่รู้จุดประสงค์

            แค่ใบหน้านี้ ก็น่าจะบอกคุณได้ว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลานเซ่อรึเปล่า เดนิสตอบเพียงเท่านั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ราวเป็นเรื่องขบขัน หากนั่นก็มากพอจะทำให้หัวใจของไป๋ซิงเต้นเร็วขึ้นด้วยความหวังที่ท่วมท้นทันใด ก่อนถ้อยคำต่อมาจากเขาจะยิ่งเพิ่มแสงสว่างให้เธอมากขึ้น  ญาติของผมกำลังกังวลเรื่องของคุณมาก ผมเลยอาสามาช่วยตามหา... ไม่คิดว่าจะเจอไวขนาดนี้ครั้งนี้เดนิสเน้นย้ำคำว่า ญาติเป็น พิเศษ ในขณะที่ต้องขอบใจใบหน้าตัวเองที่มีความคล้ายคลึงกับหลานเซ่อขนาดนี้ เพราะมันทำให้หญิงสาวแสนซื่อตรงหน้าเชื่อเขาได้สนิทใจโดยไม่สงสัยสิ่งใด เพราะแค่เห็นแววตาตื้นตันแจ่มชัดจากนัยน์ตาคู่โตสีน้ำตาลเข้มก็ฟ้องได้ดีแล้ว ซ้ำความดีใจก็ดูเหมือนจะกลบทุกข้อกังขาในตัวของเธอไปอย่างหายห่วง

            หัวใจของไป๋ซิงพองโตกับคำกล่าวที่ว่าหลานเซ่อกำลังกังวลเรื่องเธออยู่ ความรู้สึกเจ็บปวด บีบรัดราวคนโดนกดหัวจมน้ำมลายหายไปกับอากาศธาตุแทบจะทันที หญิงสาวเดินเข้าไปหาร่างสูงใหญ่ข้างรถคันหรูด้วยตัวเองอย่างลืมทุกอย่างที่หวาดกลัวจนหมด พร้อมย้ำกับชายชาวตะวันตกอีกครั้ง

             “จริงนะคะ!”

             นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมกริบหรี่ลงมองใบหน้าสวยของเหยื่อที่เดินเข้ามาติดกับตนอย่างง่ายดาย... แววตานั้นช่างมีประกายระยับจนน่าขัน

เขาพยักใบหน้าคมเข้มของตนเล็กน้อย คิดว่าคุณน่าจะรีบกลับ... หลานเซ่อคงจะดีใจมาก ชายหนุ่มไม่ลืมจะเน้นย้ำเรื่องท่านประธานแห่งฉายหงกรุ๊ป ก่อนสำทับความไว้วางใจขึ้นด้วยว่า “เพื่อนของคุณ คุณแอนนี่ หวัง ผมเพิ่งเจอเธอเมื่อครู่ และเธอบอกให้มารับคุณตรงนี้”

“คุณเจอแอนนี่เหรอคะ” ไป๋ซิงถามอย่างแปลกใจ

“ครับ ค่อนข้างฟลุกมากที่เจอเธอ แต่เหมือนเธอติดธุระอยู่กับเพื่อนคนอื่น พอเห็นว่าผมจะมารับคุณเลยดูโล่งใจขึ้น” ทั้งชื่อเพื่อนและคำยืนยันทำให้ทุกอย่างยิ่งง่ายขึ้น... เพราะหญิงสาวที่ชื่อแอนนี่ หวังนั้น ความจริงไม่ได้เป็นเพื่อนนักศึกษาของสาวไต้หวันตรงหน้า ไม่ได้เป็นคนที่มีตัวตนอยู่ด้วยซ้ำ เป็นแค่ชื่ออุปโลกน์ของสายของเขา ที่เขาส่งเข้าไปปะปนในหมู่นักศึกษาเพื่อรอโอกาสเช่นวันนี้ และสายของเขาก็สามารถดึงตัวหญิงสาวออกมาได้ตามแผน พร้อมรายงานเรื่องต่างๆ ไว้จนหมด รวมถึงเรื่องที่ไป๋ซิงน่าจะมีปัญหาหนักใจบางอย่างกับหลานเซ่อ... และจุดที่เขาเจอเธอ ก็ถูกกำหนดนัดหมายไว้แต่ต้นแล้ว... มันเป็นเรื่องง่ายดายที่จะล่อลวงกวางสาวที่บาดเจ็บ

ทุกอย่างที่ได้ฟังปลดทุกความสงสัยของเธอจนหมด และเมื่อร่างสูงสง่าผายมือเชิญตนเข้าไปในรถ ไป๋ซิงก็ยิ้มน้อยๆ ขอบคุณเขา ก่อนยอมเข้าไปนั่งที่เบาะหลังอย่างว่าง่าย ลืมทุกอย่างไปสิ้น แม้แต่คำเตือนของหญิงสาวที่เคยช่วยชีวิตเธอว่า ห้ามเธอตามใครไปเด็ดขาดถ้าคนๆ นั้นไม่ใช่หลานเซ่อหรือจงซิน





Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 7 : เจ้าหญิงหลงทาง(รีไรท์2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 35915 , โพส : 143 , Rating : 89% / 113 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
# 143 : ความคิดเห็นที่ 22507
ฮ่าๆ ฮาแดนประชดประชัน หลานเซ่อ "หรือไม่ก็ไปจับตัวมาซะ ถ้าทนไม่ไหวขึ้นมา" รู้ทันดีจริงนะ หลานเซ่อก็ยอมรับหน้าเฉยซะงั้น ฮาอะ แล้วก็ความคิดว่า " จะสึกหรอได้ไงมัวแต่หัวปักหัวปำอยู่กับ ผญ คนเดียว" ฮ่าๆๆ แต่ชอบบที่หลานเซ่อเป็นแบบนี้แมนเท่ห์สุดๆต่างหากไม่ใช่เสียเชิงชายอย่างนายว่าหรอกนะ แหย่ดีนักถ้าสนใจนักก็ตื้อเอาเองเหมือนหลานเซ่อว่าสิ รักเดียวใจเดียว มั่นคงดี เท่ห์สุดๆเลยหลานเซ่อ love ๆ...
แดนร้ายนะเนี่ยเล่นให้เลื่อนงานแต่งเลยหรอออ ตอนนี้มีหมั่นไส้แดนขึ้นมาทันที หมาหวงก้านเหมาะกับนายสุดๆ ฮ่าๆ
ส่วนจงสินตอกกลับเจ็บหน้าตายเช่นเดิมไม่เปลี่ยน แต่ฮาดี

Name : Fraeya < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fraeya [ IP : 223.205.249.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มิถุนายน 2557 / 21:58
# 142 : ความคิดเห็นที่ 22304
ไม่ไหวแล้วยัยสวยไร้สมองไป๋ซิง โดนมาแล้วยังไม่หายโง่ตามเขาไปอีก
Name : คิคุโญะจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิคุโญะจัง [ IP : 1.4.170.192 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กันยายน 2556 / 00:18
# 143 : ความคิดเห็นที่ 22271
ไป๋ซิงโง่มากกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!ถึงมากที่สุด
Name : คิสึนะ [ IP : 182.52.32.40 ]

วันที่: 29 กรกฎาคม 2556 / 18:33
# 140 : ความคิดเห็นที่ 21063
สวยใส แต่ไม่มีสติ  ปัญหาก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 
Name : Cherry10 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cherry10 [ IP : 124.120.206.193 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 เมษายน 2556 / 12:44
# 139 : ความคิดเห็นที่ 20938
เริ่มแล้วหล่ะสิ
ปล. ไป๋น่าสงสารนะ . นางไม่ทันคนเหมือนนาค
Name : iop [ IP : 110.171.182.228 ]

วันที่: 6 เมษายน 2556 / 00:46
# 138 : ความคิดเห็นที่ 20817
แดนนี่หวงก้างได้น่ารักและหล่อมาก ๆ 555555+

อ่านความคิดเห็นแต่ละท่านนี่มันส์จริง ๆ

เห้อ... ไป๋ซิงเอ๊ย เธอนี่มัน ใส จริง ๆ
Name : POYZ [ IP : 87.142.11.24 ]

วันที่: 3 เมษายน 2556 / 23:50
# 137 : ความคิดเห็นที่ 20781
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไอเวรไป๋ ซิงเอ้ยยยย สวย ใส แต่ไร้สมองจริงๆ หน้าเค้ายังไม่อยากมอง เค้าจะเอาอารมณ์ที่ไหนมากังวลเรื่องหล่อนยะ!!
PS.  แด่คนที่รักที่จะไล่ล่าความฝันทุกคน...
Name : ราชินีดอกไม้ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ราชินีดอกไม้ [ IP : 58.64.77.54 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2556 / 21:57
# 136 : ความคิดเห็นที่ 20755
กิ๊สสสส ดังๆๆตอนนี้
PS.  ความเงียบบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้น การไม่แสดงออกบางครั้งก็ทำให้รู้สึกแย่ แต่ถ้ามากไปก็รู้สึกแย่ยิ่งกว่า
Name : ALOHA < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ALOHA [ IP : 58.64.107.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มีนาคม 2556 / 05:39
# 135 : ความคิดเห็นที่ 20754
จะผิดไหม ถ้าจะว่า ว่าหล่อนโง่ มากไป๋ซิง
PS.  ความเงียบบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้น การไม่แสดงออกบางครั้งก็ทำให้รู้สึกแย่ แต่ถ้ามากไปก็รู้สึกแย่ยิ่งกว่า
Name : ALOHA < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ALOHA [ IP : 58.64.107.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มีนาคม 2556 / 05:34
# 134 : ความคิดเห็นที่ 20117
คคห.18981 พูดได้ตรงใจเรามาก..= =


Name : นักอ่าน...lnwcool < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่าน...lnwcool [ IP : 49.49.203.200 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2556 / 06:32
# 133 : ความคิดเห็นที่ 18893
คอนเซ็ป สวย ใส ไร้สมอง ไร้สติปัญญา ไร้การพัฒนาชัดๆ ตกเหวไปเลยไป๊!!!
PS.  ~~...ความรักไม่มีคำว่าพอ มีแต่คำว่า More มันจะมากขึ้นเรื่อยๆ...~~
Name : My Angle < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ My Angle [ IP : 118.173.214.141 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2556 / 18:19
# 132 : ความคิดเห็นที่ 18725
น่าหมั่นใส้และน่ารำคาญ  ตั้งแต่แรกจนรีไรท์ หยางไปซิง
Name : Al๏n.Evil.NighT < My.iD > [ IP : 182.52.41.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2556 / 12:28
# 131 : ความคิดเห็นที่ 18355
ขอยืมคำรีดเดอร์ท่านหนึ่งมาใช้...
"หยาง ไป๋ซิง!น่าหมั่นไส้!โง่ จนไม่มีอะไรช่วยได้ แม้แต่การรีไรท์ -____- "
PS.  The Secret make a women's...women's
Name : mazorini < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mazorini [ IP : 110.49.227.79 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มีนาคม 2556 / 04:45
# 130 : ความคิดเห็นที่ 18345
อั้ยย้ะ
PS.  ตัวเอง ๆ ตัวเองรู้อะไรมั้ย? เค้ารักตะเองนะ~
Name : ฮิฮิ้ว < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฮิฮิ้ว [ IP : 175.51.24.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มีนาคม 2556 / 23:38
# 129 : ความคิดเห็นที่ 16704
น้องมะม๋าหวงก้างน่ารักน่าหยิกจังเลยยยยย
ส่วนเจ๊ตุ๊กตา นี่มันเข้าเค้าสวยใสไร้สมองสุดๆไปเลยงิ
หรือว่าเพราะมีความรักบังตา?
PS.  หากความมืดมิดคือสิ่งชั่วร้าย แล้วรัตติกาลอย่างข้าเล่า... คือสิ่งใด
Name : Pair p. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pair p. [ IP : 124.121.224.241 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มกราคม 2556 / 12:37
# 128 : ความคิดเห็นที่ 16671
หยาง ไป๋ซิง ...เธอคือตัวแทนของคำว่าสวยใสไร้สมองสินะ...
ขัดใจกับตัวละครตัวนี้สุดๆ สงสัยเพราะผู้หญิงในเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะฉลาดๆกันทั้งนั้น ยกเว้นนางที่แบบว่า...น่าหมั่นไส้มากอ่ะ
โดนลักพาตัวไปรอบนึงก็น่าจะจำได้แล้วนะคุณ โดนหลอกง่ายจริ๊ง
ทำให้นาคลำบากเพราะความหัวอ่อน...อ่อนมาก ถ้าอ่อนไปกว่านี้คงใกล้เคียงกับคำว่าโง่แล้ว =_____=

ไป๋ซิงดูๆไปก็น่าสงสารนะ แต่สงสารไม่ลง เพราะนางทำเรื่องยุ่งยากให้นาคเยอะมาก 
หัดอยู่นิ่งๆซะบ้างก็ดีนะคะคุณหนู นาคจะได้ไม่ต้องลำบากเพราะความงี่เง่าของเธอ!

แล้วที่หนีออกมานี้คอนเซปนางเอกนิยายเลยนะเนี่ย
ถ้าเรื่องอื่นพระเอกคงออกมาตามหาอยู่หรอก แต่บังเอฺิญว่าเรื่องนี้เฮียหลินมีนางเอกของเฮียอยู่แล้ว แถมดีและฉลาดซะจนดันคุณหนูไป๋ตกขอบเหวไปด้วยอีกต่างหาก

ตัดใจเหอะ เพราะเธอไม่ใช่นางเอกในเรื่องนี้ หยาง ไป๋ซิง!!
Name : Disappointed < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Disappointed [ IP : 125.25.146.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มกราคม 2556 / 22:35
# 127 : ความคิดเห็นที่ 16221
ตั้งแต่ตอนแรกที่อ่านก็แอบหมั่นไส้แม่นางไป๋ซิงคนงามนิดๆมาตลอด
แต่พออ่านตอนนี้นี่แบบว่า ใครก็ได้ช่วยเอาแม่นางไปเก็บทีเถอะ !!!
อะไรจสวย ใส ไร้สมองซะขนาดน้านนนน

กด Like ให้จงซินค่ะพูดน้อยแต่ต่อยหนักเหมือนเดิมได้ใจไปเต็ม ๆ ฮิฮิ
Name : hara.moonloght [ IP : 58.97.55.158 ]

วันที่: 29 ธันวาคม 2555 / 07:50
# 126 : ความคิดเห็นที่ 15765
ย้ายไปเรื่องอื่นเถอะหนูไป๋ สวยใสไร้สมองอย่างหนูไปอยู่เรื่องมาเฟียอื่นนี่ได้เป็นนางเอกแน่ แต่อยู่เรื่องนี้ไม่มีอนาคตหรอก = ="
Name : catwith1life < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ catwith1life [ IP : 27.55.5.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ธันวาคม 2555 / 01:27
# 125 : ความคิดเห็นที่ 15439
ไป๋ซิง ไร้เดียงส่า ไปแล้ว งานนี้ถ้านาคต้องมาเหนื่อยช่วย คงโดนหลานเซ่อเล่นงานแน่ๆ ไป๋ซิงเอษย
PS.  ขอบคุณครับ ที่แวะตริ ชม ทางเราจะเก็บทุกความเห็นมาปรับใช้นะครับ
Name : [:.Last_Ray.:] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [:.Last_Ray.:] [ IP : 125.26.131.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤศจิกายน 2555 / 02:46
# 124 : ความคิดเห็นที่ 15273
เอิ่ม - -* ช่างสดใสไร้เดียวสาจนบางทีโง่วอ่ะ >[]< 
Name : GIFT < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GIFT [ IP : 27.130.232.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 / 19:52
# 123 : ความคิดเห็นที่ 14958
เฮ้อ บางทีเธอก็ใสไปนะไป่ซิง = =;
Name : Pemica < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pemica [ IP : 118.173.78.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2555 / 18:59
# 122 : ความคิดเห็นที่ 14724
เอิ่ม...อยากจะสงสารแต่...ทำใจไม่ไหว
ไม่อาจใช้คำจำกัดความกับความรู้สึกที่มีต่อเธอได้เลยจริงๆ
หลานเซ่อเนี่ยนะจะมาตาม? เหอเหอ
ไม่ได้รู้สึกอะไรก็คือไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้หรอกแม่ตุ๊กตาแสนสวย
ยังจะไม่ยอมรับความจริงอีกนะ
ส่วนใหญ่มีแต่บุคคลจำพวกใช้ปัญญา พอได้เห็นอะไรแบบนี้แล้วเซ็งเจ้าค่ะ
ลำบากนาค(ฉัน)อีก
เพลีย
ปล.เข้าใจว่ามันเป็นอิมเมจ แต่ก็อดไม่ไหว ฮา


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 มีนาคม 2557 / 21:13

PS.  รักคนเขียน จองคนอ่าน นายเจ๋ง
Name : Dangereuses. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dangereuses. [ IP : 101.51.105.210 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2555 / 21:14
# 121 : ความคิดเห็นที่ 14185
เฮ้ออออ ขออนุญาตเกลียดคุณหนูไป๋ซิงได้ไหมคะ แบบว่าเจอแต่คนฉลาดๆมาตลอด
พอมาเจอสวย ใส ไร้สมอง มันอึดอัดจริงๆ
หลานเซ่อรู้ไหมเนี่ยว่าเอานางมาไว้เป็นตัวมารจริงๆ
(อินจัด ฮ่าๆๆ)
Name : เก๋ [ IP : 58.9.81.123 ]

วันที่: 14 กันยายน 2555 / 23:22
# 120 : ความคิดเห็นที่ 13923
นางโง่ได้อีกอ่ะ โดนไปรอบที่แล้วยังไม่เข็ดหรอย่ะ

แบบนี้เค้าไม่เรียกใสซื่อหรอก เค้าเรียกซื้อบื้อ + โง่มากกกกกกกกกกกก
Name : Aroma13 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aroma13 [ IP : 202.28.78.136 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กันยายน 2555 / 06:48
# 119 : ความคิดเห็นที่ 13843
แม่นางไป๋นี่นางเอกละครนํ้าเน่าชัดๆแบบที่หาได้ทั่วไปตามท้องตลาด เล่มละสามบาท

เชื่อคนง่าย ใสซื่อ แสนบอบบาง บริสุทธ์เหมือนผ้าขาว เหมือนตุ๊กตา...

ตอนแรกก็สงสารนะ แต่บอกตามตรงหมั่นไส้มาตั้งแต่ก่อนรีไรท์แล้ว

เคยเห็นแวบๆมีคนอ่านคนหนึ่งเมนต์ว่า หยางไป่ ซิง นั้นงี่เง่าจัดๆ แม้แต่การรีไรท์ก็ไม่สามารถช่วยนางได้


 



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 พฤษภาคม 2556 / 01:22
Name : Clover < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Clover [ IP : 183.89.58.251 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กันยายน 2555 / 19:08
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android