เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 (1) กุ๊กไก่ไทยแลนด์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.ค. 58

บทที่ 1 (1) กุ๊กไก่ไทยแลนด์

                        ายลมที่พัดเอื่อยๆ หอบเอากระไอหอมกรุ่นผสมรสเค็มปะแล่มบวกกับพระอาทิตย์ดวงโตที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า ส่องแสงสีส้มอมทองระยับพราย ก่อให้เกิดความคลาสสิกทางด้านอารมณ์ขึ้นมาโดยพลัน เรือลำใหญ่ทำหน้าที่พาหลายชีวิตขับเคลื่อนไปเรื่อย รวมถึงร่างสูงที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าด้วย

 

                        กรุงถอนใจยาวเมื่อคิดถึงคนบนฝั่ง โดยเฉพาะมารดาชาวไทยของเขาที่หลังๆ มานี้มักจะกดดันเขาเรื่องการออกทะเลอยู่เสมอ มือสีน้ำมันมะกอกชั้นดียกขึ้นเสยผมแรงๆ ขับไล่ความคิดนั้นออกไปให้พ้น ก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบใบหน้าเคร่งเครียด ขอบตาคู่คมฉายแววอ่อนเชื่อมตามเอกลักษณ์คล้ำลงเล็กน้อย เนื่องจากไม่ได้นอนมาทั้งคืน กรุงเพิ่งออกมาจากห้องบังคับการเรือ ให้ผู้ช่วยกัปตันทำหน้าที่ต่อได้ไม่นาน

 

                        หยุดเดินเรือน่ะหรือ มันไวเกินไปไหม กว่าเขาจะได้ใบอนุญาตให้ออกทะเล กว่าจะได้เป็นกัปตันเรือ กรุงทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากขนาดไหน ลาร์นาโดไม่ได้อยู่ในช่วงวิกฤตร้ายแรงอะไร ถึงขั้นต้องให้บุตรชายทั้งสามคนรวมตัวกันทำมาหากิน

 

                        แค่ธวาธิตบุตรชายคนโตของตระกูล ที่กุมบังเหียนสถาบันการเงินที่สำคัญที่สุดของลาร์นาโดอยู่ในตอนนี้ ก็ทำให้พวกเขารวยไม่รู้เรื่องแล้ว มารดาของเขากลัวมากเกินไป ท้องทะเลยังลึกลับน่าค้นหา เกินกว่าที่ธนาธรจะหยุดข้องเกี่ยวกับมันได้ เขาปรารถนาเหลือเกินให้มารดาเข้าใจ ทำใจได้ในทุกครั้งที่เขาออกทะเลมากับเรือขนส่งสินค้า

 

                        “กัปตันดื่มกาแฟอีกแล้วนะครับ เพิ่งเปลี่ยนเวรมาแท้ๆ สมควรจะเข้านอนมากกว่า”

 

                        มาเอสโต้กล่าว ส่งสายตากึ่งไม่ชอบใจนิดๆ ดุหน่อยๆ มาที่ธนาธร มือที่ถือจานขนมปังกรอบวางลงอย่างเบากริบนั้น ขัดกับรูปร่างใหญ่โตและหน้าตาดุดันของอีกฝ่ายนัก กรุงเห็นอาการไม่ชอบใจของผู้ติดตามส่วนตัวก็กระตุกยิ้มน้อยๆ มาเอสโต้จะแสดงสีหน้ากับเขาแบบนี้ก็ต่อเมื่ออยู่กันตามลำพัง แต่ก็ไม่ได้ดุกันจริงจัง เป็นแค่ความห่วงใยที่ส่งผ่านมาให้เห็นซะมากกว่า

 

                        ตัวของกรุงนั้นไม่ค่อยสนใจสุขภาพของตัวเองเท่าใด ส่วนมาเอสโต้ก็รับบัญชามาจากมารดาของเขาอย่างถ้วนถี่ รวมไปถึงการเข้มงวดกับกะลาสีทุกคนให้เรียกชื่อเขาด้วยภาษาไทย นับว่านี่คือนโยบายหลักของตระกูลลาร์นาโดเลยทีเดียว ก็คือพนักงานทุกคนในเครือที่กินเงินเดือนของคนตระกูลนี้จะต้องเรียกชื่อทายาททั้งสามคนของตระกูลด้วยภาษาไทยที่ชัดเจน

 

                        มารดาของเขาไม่ยอมตั้งชื่อเป็นภาษาอิตาเลียนหรืออังกฤษให้ลูกเลย ซึ่งประเด็นนี้มอนซาบิดาชาวอิตาเลียนของเขาก็ตามใจภรรยาชาวไทยอย่างสุดขีด มอนซามหาเศรษฐีรวยทรัพย์ ผู้มีอำนาจเหนือใคร จะเป็นแค่แมวเชื่องๆ ยามอยู่กับภรรยาเท่านั้น เรียกว่าหากเมียว่าอย่างไรเป็นต้องว่าตาม เพราะฉะนั้นคุณเพ็ญแขมารดาของเขาจึงเป็นสตรีที่มีอำนาจสูงสุดในบ้าน

 

                        กรุงหันไปทางสปายของมารดาอย่างรู้ทัน ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ

 

                        “กาแฟแค่แก้วเดียวเองน่ามาเอสโต้ นายก็บ่นเหมือนแม่ฉันไปได้ กลับไปคราวก่อน คงโดนซินญอราเพ็ญแขจับตัวไปล้างสมองมาเยอะล่ะสิท่า”

 

                        ดักคอไปก็เห็นมาเอสโต้ทำหน้าเหมือนยักษ์กินยาขม อดีตโจรสลัดกระแอมเบาๆ สองสามครั้ง

 

                        “ผมแค่เป็นห่วงกัปตัน ถ้าไม่ได้กัปตันแล้ว โลกนี้คงจะไม่มีที่ให้ผมอยู่ ลูกสาวของผมคงไม่ได้ดี มีหลักมีฐานอย่างทุกวันนี้หรอก” มาเอสโต้กล่าวแล้วถอนใจ จ้องธนาธรสายตาซาบซึ้ง

 

                        “ถ้าวันนั้นผมไปเจอคนอื่นที่ไม่ใช่กัปตันลาร์นาโด คาราอาจเป็นแค่นางโจรสลัดที่รอนแรมอยู่กลางทะเล หลบๆ ซ่อนๆ หนีคดีเหมือนพ่อของตัวเอง”

 

                        “เราจะไม่พูดถึงอดีตของนายอีกมาเอสโต้ คาราต้องการลืมอดีต ชีวิตเธอกำลังไปได้สวย”

 

                        “ครับกัปตัน”

 

                        มาเอสโต้รับคำหนักๆ มองร่างสูงอย่างซึ้งใจ ถ้าวันนั้นเขาไม่ได้ธนาธร จอมสลัดเจฟฟี่คงเหลือแต่ชื่อ ทิ้งให้เมียและลูกสาวเพียงคนเดียวต้องรอนแรมอยู่กลางทะเล ตกเป็นสมบัติของโจรสลัดรายอื่นๆ เขาเคยอหังการอยู่บนท้องทะเล กระทั่งวันโชคร้ายสุดขีดมาถึง เรือสลัดของเขาถูกกองกำลังทหารกล้ากระหน่ำใส่ เขาถูกยิงปางตาย สามคนผัวเมียลอยคออยู่บนเรือเล็กๆ กลางทะเล กระทั่งเรือขนส่งสินค้าของธนาธรมาพบเข้า ธนาธรช่วยพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกเอาไว้ โดยไม่จับเขาและลูกเมียส่งทางการ กัปตันหนุ่มสั่งให้เขาลืมอดีต แล้วหางานให้เมียเขาทำ พร้อมทั้งอุปการะลูกสาวของเขาจนได้ดี

 

                        อีกไม่นานคาราก็จะได้แต่งงานกับอภิมหาเศรษฐีใหญ่ชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของธนาธร เพราะฉะนั้นธนาธรคือผู้มีพระคุณ เป็นนายเหนือหัว เป็นคนที่เขาต้องทุ่มเทเอาใจใส่ด้วยชีวิต หรือแม้แต่การเอาลมหายใจเข้าแลก เมื่อยามที่มัจจุราชเงื้อง้างมีดดาบใส่อีกฝ่าย เขาก็จะต้องทำ และตอนนี้มาเอสโต้ก็ยอมไม่ได้ เมื่อเห็นมือเรียวหนาของกัปตันหนุ่มรินกาแฟใส่แก้วของตนอีกครั้ง จอมสลัดเจฟฟี่หรือมาเอสโต้ตาเฒ่าหน้าบากจุปากทันที ทำให้ธนาธรต้องส่ายศีรษะอย่างระอา

 

                        “ไม่ต้องห่วงน่ามาเอสโต้ ฉันนอนพักได้อยู่แล้ว ต่อให้ซดเอสเปรสโซไปสักสิบแก้วก็ยังหลับสบาย ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนฉันหรือเปล่านะ ไอ้กาแฟนี่ ยิ่งซดก็ยิ่งง่วงแฮะ”

 

                        กรุงเอ่ยขำๆ นิ้วเรียวแข็งแรงคีบขนมปังกรอบขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยๆ ทำให้ผู้ดูแลส่วนตัวต้องส่ายศีรษะระอา

 

                        “ไปนอนละ เห็นหน้านายแล้วชักจะง่วง นายนี่จู้จี้จุกจิกขี้บ่นพอๆ กับแม่ฉันเลย สงสัยต้องหาสาวๆ สวยๆ มาบริการแทนคนหน้าตามู่ทู่แบบนายเสียแล้วล่ะ”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็ยืดตัวเต็มความสูง แต่ก่อนจะก้าวออกไปคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่น เมื่อลูกเรือกลุ่มหนึ่งฮือกันเข้ามาหา ท่าทางเหมือนกับกำลังฉุดกระชากลากถูอะไรบางอย่างขึ้นมา ดวงตาคู่คมติดจะหวานเป็นเอกลักษณ์มองฝ่าวงล้อมไป เท่านั้นก็กำหมัดแน่น

 

                        “ให้ตายสิมาเอสโต้พระเจ้าช่วยลูกด้วยเถอะ! นารีมีชีวิต! เมื่อไรแม่โสเภณีพวกนี้จะเลิกวุ่นวายกับเรือของลูกเสียทีนะ ไหนมาเอสโต้ช่วยบอกหน่อยสิ ว่าฉันควรจะทำยังไงกับแม่โสเภณีจอมบุกรุกพวกนี้ดี”

 

                        สิ้นเสียงคำรามของเขา เจ้าของร่างขาวๆ บางๆ เรือนผมยาวดำขลับเป็นมันวาววับก็ร้องวี้ดขึ้นมา ร่างเล็กๆ พยายามสะบัดตัวให้หลุดจากบรรดาลูกเรือของธนาธร

 

                        “ไปได้แล้วสุดสวย เปิดปากบอกกัปตันของเราซะดีๆ ว่าเธอเป็นใคร ชื่ออะไร แล้วเข้าไปซุกอยู่ในโกดังสินค้าของพวกเราเป็นคืนๆ แบบนั้นทำไม ยอมรับมาซะดีๆ เชียว ว่าแม่โสเภณีทั้งสี่คนที่ถูกโยนลงทะเลไปเมื่อวานนี้น่ะ เป็นพวกเดียวกับเธอ!

 

                        สิ้นเสียงหนึ่งในนั้น คำว่าโยนทะเลก็หลุดออกมาจากปากสตรีแปลกหน้าด้วยน้ำเสียงตกใจ กรุงหันไปสบตากับมาเอสโต้ทันที ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าเมื่อครู่นี้แม่สาวผมดำหน้าหวานปานน้ำผึ้งคนนั้นพูดภาษาไทย มารดาของเขาเป็นคนไทย ท่านมักย้ำกับพวกเขาสามคนพี่น้องเสมอว่า อย่าลืมภาษาไทย

 

                        ดวงตาคู่คมติดจะอ่อนเชื่อมแฝงประกายดุดันร้ายลึกๆ หันไปจ้องสตรีร่างเล็กที่ถูกห้อมล้อมด้วยเหล่าลูกเรือร่างยักษ์ของตนนิ่ง แล้วความรู้สึกบางอย่างก็พุ่งขึ้นสูง เมื่อใบหน้าบอบบางนั้นแหงนเงยขึ้น ความต้องการ ตัณหา ราคะ อยากจะครอบครองหล่อน ก็บังเกิดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ชนิดที่ไม่เคยเกิดกับหญิงใดมาก่อน! มีแต่คำว่าต้องได้หล่อนเท่านั้นที่ผุดขึ้นมาในสมองขณะนี้

 

                        พระเจ้า เขาเป็นอะไรไปแล้ว ผู้ชายโรคจิตบ้าตัณหาราคะหรืออย่างไรกัน เพียงเห็นผู้หญิงร่างระหงผมยาวดำขลับ ก็อยากฝ่าวงล้อมเข้าไปหา จับหล่อนกดลงกับพื้นซะเดี๋ยวนี้

 

                        ยิ่งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตน กรุงก็ยิ่งหน้าเครียด ดวงตาคู่คมหลุบลงมองริมฝีปากสีชมพูระเรื่อๆ ที่อ้าพะงาบๆ เพื่อหาช่องว่างเจรจาอย่างเคลิบเคลิ้ม

 

                        “ค..คะ...ใคร 4 คนไหน ย...ยะ...โยนลงทะเลอะไร อย่านะ ฉ...ฉะ...ฉันบอกแล้วไงว่าฉันน่ะไม่ได้มาขายตงขายตัวอะไรทั้งนั้น ฉันเป็นนักศึกษามาจากเมืองไทย ฉันมาท่องเที่ยว เห็นเรือลำนี้สวยดี ก็เลยเดินเข้ามาดูเล่นๆ แล้วอยู่ๆ เรือมันก็ออกทะเล ล...ละ...แล้ว....ฉ...ฉะ....ฉัน ฉันก็ตกใจที่เห็นคนบนเรือมีแต่ตัวใหญ่ๆ ผู้ชายตัวโตเท่ายักษ์เท่าบ้านกันทั้งนั้น ฉันก็เลยกลัว หาที่หลบ จนพวกคุณมาเห็นนี่แหละ”

 

                        เสียงหวานตะโกนสั่นๆ ด้วยภาษาซิชิเลียน มองทุกคนอย่างหวาดๆ และเนื่องจากมันเป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้กันเฉพาะกลุ่มเท่านั้น กรุงและลูกเรือเลยต้องตะแคงหูฟังกันเป็นพิเศษ ไม่ค่อยมีใครที่สันทัดภาษาของหมู่เกาะทางถิ่นใต้เท่าไรนัก

 

                        “โกหก! แกนี่มันโกหกชัดๆ นักศึกษาจากต่างแดนอะไรของแกกัน พูดซิชิเลียนได้คล่องปรื๋อขนาดนี้ นี่ถ้าไม่ได้เกิดที่นี่คงพูดไม่ได้หรอกนะ หรือว่าแม่พวกโสเภณีสี่คนนั้นเป็นพี่เลี้ยงของเธอ!

 

                        กะลาสีหนึ่งในนั้นกล่าวซิชิเลียนกลับไปเสียงฉุนเฉียว กรุงกอดอกนิ่ง ยืดกายเต็มความสูง เมื่อเห็นสตรีหน้าหวานที่เขาสรุปเสร็จสรรพไปแล้วว่าเจ้าหล่อนคือคนไทยยืนหน้าซีดเผือด แต่ไม่นานแม่ลูกเจี๊ยบน้อยที่เขามั่นใจว่าหล่อนคือกุ๊กไก่หลงเล้าพันธุ์ไทยแท้ แม่โสเภณีรายที่ห้าที่ลักลอบขึ้นมาบนเรือลำนี้ ก็แหวใส่ชายฉกรรจ์ทั้งลำเรือหน้าตาแดงก่ำ

 

                        “ใคร 4 คนไหน ใครเป็นโสเภณี บอกว่าไม่ใช่ไงล่ะ ฉันมาทัศนศึกษาจริงๆ ฉันเดินดูเรือของฉันอยู่ดีๆ แล้วจู่ๆ เรือมันก็ออกทะเล ส่วนภาษาซิชิเลียนที่ฉันพูดได้คล่องน่ะ ก็เพราะว่าฉันชอบเรียนมัน และก็เรียนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วต่างหากล่ะ อย่ามากล่าวหากันมั่วๆ นะ ฉันไม่ใช่โสเภณี แต่เป็นนักศึกษาใฝ่หาความรู้ต่างหากเล่า”

 

                        สาวสวยที่มองยังไงก็บอกยี่ห้อว่าเป็นไทยแท้เอ่ยขึ้น กระทืบเท้าเร่าๆ พยายามสะบัดแขนให้หลุดจากบรรดากะลาสีเรือ

 

                        “ถึงเรียนมา แต่ไม่ได้คุยก็พูดได้ไม่คล่องขนาดนี้หรอก ทั้งสำเนียงและความหมายใช้ได้ไม่ผิดเพี้ยนเลย เธอน่ะต้องเป็นโสเภณี เป็นผู้หญิงประเภทเดียวกับแม่สี่คนก่อนหน้านี้ที่ถูกจับโยนลงทะเลไปแล้วแน่ๆ ยัยโสเภณีขี้โกหก!

 

                        “เอ๊ะบอกว่าไม่ใช่ไง นี่มันเรือเถื่อนหรือไงกันนะ ถึงได้เที่ยวจับผู้หญิงที่อ่อนแอกว่าโยนลงทะเลเป็นว่าเล่นแบบนั้น ถึงเขาเป็นโสเภณีเขาก็เป็นคนนะ แล้วเวลาที่พวกคุณกลับถึงฝั่งกันน่ะ ก็ไปหาพวกเขาเป็นอันดับแรกเลยไม่ใช่หรือ”

 

                        เสียงหวานแหวอย่างมีอารมณ์ บัดนี้ลูกเจี๊ยบขนลีบกลายเป็นแม่ไก่พองขนไปแล้ว เมื่อถูกบรรดาลูกเรือที่เป็นชายแข็งแรงรุมคาดคั้น ใบหน้าสวยหวานหันกลับมาจ้องกรุงอย่างเกรี้ยวกราดแฝงประกายท้าทายหน่อยๆ คิ้วหนาเข้มกดเข้าหากันลึก ก่อนจะหันไปพยักพเยิดให้กับบรรดากะลาสีเรือ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

หมายเหตุ : Signora อ่านว่าซินญอรา เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่านาง, คุณผู้หญิง

 

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

34 ความคิดเห็น