เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 761
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ก.ค. 58

บทที่ (2)

 

                        “พอเถอะน่าทุกคน เพื่อเห็นแก่ซินญอราเพ็ญแข แม่ที่เป็นคนไทยของฉัน ปล่อยหล่อนให้พักหายใจสบายๆ ชั่วขณะก็ได้ ฉันไม่อยากให้หล่อนมองว่า เราเหยียดอาชีพของพวกหล่อน แต่ก็ยังใช้บริการอยู่ อย่าละเลยที่จะให้เกียรติโสเภณี เพราะหล่อนก็เป็นสุภาพสตรีเหมือนกัน”

 

                        “เอ๊ะ ก็บอกว่าฉันไม่ใช่.......

 

                        เสียงต่อล้อต่อเถียงหยุดลงเท่านั้น เมื่อร่างบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ทันทีที่พ้นเงื้อมมือของลูกเรือมากหน้าหลายตาหลายชาติพันธุ์ได้ ดวงหน้าเล็กเรียวก็แหงนหน้าขึ้นประสานสายตากับธนาธร มีเสียงดังป้าบขึ้น ส่งผลให้ดวงตาที่หวานจับใจแต่แรกประสานกันนั้นมีน้ำตาคลอ มือบางถูที่สะโพกของตนไปมา ดวงตาเปล่งประกายสุดแค้น เมื่อหนึ่งในวงล้อมนั้นบังอาจมาแต๊ะอั๋งสะโพกงามๆ ของตน เลยพุ่งกระแสชิงชังไปยังเจ้าของเรือมากขึ้น

 

                        “ไม่เอาน่า มันก็แค่มุกตลกของพวกผู้ชาย มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เพราะในสังเวียนรักเธอเจออะไรมากมายกว่านี้อีกไม่ใช่หรือ” กรุงกล่าวพร้อมไหวไหล่ สายตายังคงจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวาน

 

                        “สวยดีนี่แม่กุ๊กไก่น้อย ยิ่งมายืนใกล้กันแบบนี้ก็ยิ่งสวย หน้านวลขาวเกลี้ยงเกลาดี นี่ถ้าฉันเจอเธอเดินเล่นตามสถานที่ดังๆ คงดูไม่ออกหรอกว่าเธอเป็นโสเภณี ว่าแต่เธอมาหากินแถวท่าเรือนี้กี่ปีแล้วล่ะ ปกติประจำอยู่ที่บาร์ไหนหรือ ฉันลงไปสังสรรค์ตามบาร์ที่ท่าเรือบ่อยอยู่เหมือนกัน แต่ทำไมถึงไม่เคยเห็นคนสวยแบบเธอเลย มาใหม่หรือเปล่าจ๊ะ สวยๆ เด็ดๆ แบบเธอ หากลูกเรือของฉันเจอ คงไม่แคล้วหิ้วขึ้นมาฝาก”

 

                        กรุงชมตรงๆ ชมตามที่เห็น น้ำเสียงไม่อ่อนหวานโอ้โลมเท่าใดนัก ชมเหมือนชมข้าวของทั่วไป เห็นว่าสวยว่างามก็โพล่งออกไป ก็จะให้เขาอ่อนหวานทำไมกันล่ะ มันก็แค่พวกกุ๊กไก่หลงเล้าที่สวยพิเศษสะอาดสะอ้านกว่าพวกโสเภณีทั่วไปก็แค่นั้นเอง

 

                        “หุ่นดีนะ ผิวขาวยังกับนมสด ปากแดงอย่างกับลูกเชอร์รี ตัวบาง แต่หน้าอกไม่เบาเลยนะเธอน่ะ มีดีอย่างนี้นี่เอง ถึงไม่รีบลงจากเรือตามเพื่อนๆ ของเธอไป”

 

                        เอ่ยจบมือหนาก็กระชากร่างบางเข้ามาชิดอย่างมันเขี้ยว ยิ่งกายเบียดชิด จมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งไม่ใช่น้ำปรุงจากสารเคมีอย่างแน่นอน แต่มันเป็นกลิ่นของสาบสาว กลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้คลั่ง คล้ายกลิ่นข้าวบาร์เลย์ในทุ่งหญ้า กลิ่นน่าปรารถนาชวนหลงใหลที่แฝงติดเนื้อสาวมา ไม่น่าจะมีโสเภณีคนไหนที่มีกลิ่นกายหอมเป็นธรรมชาติแบบนี้อีกแล้ว แต่โสเภณีตัวน้อยเบื้องหน้านี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหล่อนมี

 

                        คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง กระตุกมุมปากยิ้มพอใจ เมื่อดึงร่างเล็กเข้ามาชิดได้ อกนุ่มๆ ที่เขาบอกกับตัวเองในใจว่าใหญ่โตเกินตัวนั้นก็บดเบียดแนบชิด ความนุ่มความแน่นรวมทั้งกลิ่นกายที่หอมแปลกๆ ทำให้หัวใจของธนาธรฮึกเหิม คลายอาการเซ็งพวกโสเภณีขึ้นมาในบัดดล

 

                        “สาวไทยใจกล้า บังอาจขึ้นมาหาฉันถึงที่ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน แม่โสเภณีตัวกระจิดริด”

 

                        “ปล่อยฉันก่อน.....”

 

                        คนตัวเล็กดิ้น และกรุงก็ยิ่งชอบ กระตุกยิ้มกริ่ม เริ่มมีอารมณ์จะยั่วเย้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหน้าหวานสวยเกลี้ยงเกลาที่ยิ่งพิศก็ยิ่งชวนลุ่มหลงนั่นเอง

 

                        “เธอแน่ใจหรือแม่กุ๊กไก่น้อย แม่ชิกเก้นหลงฟาร์ม ว่าอกนุ่มๆ สวยๆ ของเธอจะทำให้ตัวเองมีโอกาสได้ล่องเรือไปทัวร์ฝรั่งเศส แถมด้วยน้ำหอมแพงๆ และเงินสมนาคุณงามๆ จากฉัน กรุงเอ่ยพร้อมใช้นิ้วเกลี่ยแก้มนวลอย่างหยอกเย้า

 

                        “เธอแน่ใจและพร้อมยิ่งกว่าพร้อมแล้วหรือ ว่าตัวเองเพียงคนเดียวจะรับมือกับลูกเรือหลายร้อยคนของฉันไหว หรือว่ายังมีสาวๆ จากชิกเก้นฟาร์มของเธอ ที่รอดหูรอดตา แอบอยู่ตามซอกหลืบไหนบนเรือของฉันอีก และถ้ามีแต่เรายังหาตัวพวกหล่อนไม่พบละก็ เธอรีบบอกฉันมาเดี๋ยวนี้เชียว เราจะได้รวมพลคนโสเภณี เปิดโต๊ะเจรจากันครั้งเดียวจบ! ว่ายังไงล่ะ มากันหมดฟาร์มแล้วหรือยังจ๊ะคนสวย”

 

                        “ฉ...ฉะ...ฉัน.........”

 

                        เสียงสั่นๆ และวาจาต่างๆ ที่จู่ๆ ก็ถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้นนั้น ทำให้กรุงต้องสบตาอีกฝ่ายอย่างค้นคว้า เห็นริมฝีปากเต็มอิ่มสีแดงอมชมพูเป็นธรรมชาติสั่นระริก ดวงตาโตๆ หวานๆ เริ่มมองเขาและกวาดตามองไปยังลูกเรือทุกคนด้วยสีหน้าหวาดวิตก หน้าผากนวลเนียนเริ่มมีเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมา

 

                        และพอหล่อนวกกลับมาที่เขาอีกหนก็สะดุ้ง เมื่อจับได้ว่าสายตาของธนาธรกำลังจับจ้องอยู่ที่อกสวยๆ ภายใต้สเวตเตอร์สีครีมนุ่มนวลของตน กรุงเลิกคิ้วสูงเมื่อจู่ๆ แม่กุ๊กไก่หลงเล้าก็ห่อไหล่ ไม่ยอมให้เขามองทรวงอกสวยๆ ของหล่อนเอาดื้อๆ

 

                        “โอ้โฮ ทำหน้าแดงก็ได้ด้วย กว่าเธอจะทำท่าเขินอายได้อย่างเป็นธรรมชาติแบบนี้ ใช้เวลากี่ปีจ๊ะแม่กุ๊กไก่น้อย”

 

                        “ฉ...ฉะ...ฉัน...เปล่า........”

 

                        “ทิ้งหล่อนไว้กับฉันที่นี่ เดี๋ยวจะสอบสวนเอง ว่าเขามาอยู่บนเรือลำนี้ได้ยังไง”

 

                        กรุงไม่สนใจฟังเสียงอึกๆ อักๆ อาการพูดไม่ออกของอีกฝ่าย หันไปบอกลูกเรือของตนแทน เอียนเสียแล้วกับมารยาหญิง พวกโสเภณีแถวท่าเรือนี้เหลี่ยมจัดกันทุกคน ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าหล่อนแอบขึ้นมากับเพื่อนโสเภณี ปล่อยให้หล่อนพูดอะไรไปก็มีแต่คำโกหก ว่าแต่เขาจะทำยังไงกับหล่อนดีนะ ในเมื่อเวลานี้กรุงก็ออกทะเลมาไกลเกินจะจับใครโยนขึ้นฝั่งได้แล้ว

 

                        สวยแบบนี้ หุ่นก็เร้าใจสะเด็ด จะเฉยไว้ไม่ทำอะไรเลย ก็เสียชื่อกัปตันเรือหนุ่มแห่งตระกูลลาร์นาโดซะเปล่าๆ อย่างน้อยถ้าได้ฝากฝีไม้ลายมือทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ว่ากาลครั้งหนึ่งเคยพบกันก็ยังดี!’

 

                        “เธอแสบมากนะแม่กุ๊กไก่น้อย ที่ไม่ยอมกลับไปพร้อมเพื่อนๆ ของเธอ แต่อย่าห่วงเลย ลองว่าได้ติดเรือฉันไปแบบนี้ เธอถูกใช้งาน ตกเป็นทาสสวาทเจ้าของเรือจนคุ้มแน่ รับรองว่าเธอต้องได้ดังใจหวัง”

 

                        กรุงคาดโทษ จ้องคนตรงหน้าตาดุๆ เห็นอีกฝ่ายหน้าซีดเผือด ซ้ำยังหลบตาเขาพัลวัน แต่ไม่นานหล่อนก็ร้องวี้ดเมื่อมีเสียงดังป้าบ คราวนี้กรุงตาไวเห็นมือที่ฟาดก้นหล่อนอย่างชัดเจน มือแข็งแรงคว้ามือชายกักขฬะ หักมันทันที ทำให้กะลาสีมือบอนถึงกับร้องลั่น

 

                        “อย่าทะลึ่งรอปโป! หล่อนเป็นของฉัน พอๆ กับที่ฉันเป็นเจ้าของเรือลำนี้แหละ และถ้าหากฉันพอใจที่จะไม่จับหล่อนโยนให้ฉลามกินละก็ นั่นหมายความว่า โสเภณีคนนี้ใครอย่าได้แตะ!

 

                        จบคำก็เห็นรอปโปเม้มปากแน่น หุบปากไม่โต้เถียง ลูกเรือหนุ่มแน่นเรือนกายอุดมไปด้วยมัดกล้ามก้มหน้าเดินจากไปช้าๆ ท่าทีจำนนเคารพเชื่อฟัง แต่แววตาสีเศษฟางแห้งนั้นกลับซุกซ่อนความพยาบาทอาฆาตเอาไว้มหาศาล และพอพ้นจากกรุงมาได้ มันก็ชูกำปั้นขึ้นชกอากาศธาตุไปมาอย่างฉุนเฉียว

 

                        “ก็แค่บ้านรวย มีเรือเป็นของตัวเอง แล้วก็ได้เป็นกัปตันเท่านั้น ไอ้ขี้โกง! ไอ้กัปตันจอมเบ่ง! ผู้หญิงคนนั้นฉันเจอก่อนแกแท้ๆ หล่อนควรเป็นของฉันสิ แกห้ามให้ทุกคนเอาผู้หญิงขึ้นมาบนเรือ แต่แกเสือกจะมีผู้หญิงไปกกไว้ในห้อง อย่าให้ถึงวันของฉันบ้างก็แล้วกัน นังโสเภณีหน้าหวานนั่นไม่รอดแน่และแกไอ้กัปตันจอมบ้าอำนาจ ฉันจะเหยียบหน้าแกให้จมลงไปถึงใต้ท้องเรือเลยทีเดียว!

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        สภิญาพยายามระงับอาการสั่น ฝ่าเท้าบอบบางค่อยๆ ขยับหนีร่างสูงที่ก้าวเข้ามาหา ร่างระหงสะดุ้งน้อยๆ เมื่อแผ่นหลังไปปะทะกับลูกกรงเรือแข็งเย็น หญิงสาวกลืนน้ำลายเอื๊อก เผยอปากน้อยๆ ตกใจนักที่จู่ๆ ก็หาเสียงของตนไม่เจอ ร่างสูงค่อยๆ ก้าวเข้ามาประชิด ดวงหน้างามเสมองไปยังบรรดากะลาสีที่ทยอยลงไปจากดาดฟ้าเพื่อแยกย้ายกันไปทำงานของตน

 

                        “หันหน้ามาทางนี้ได้แล้วแม่โสเภณีจอมยุ่ง ทีนี้ก็เหลือเราแค่สองคนที่จะต้องคุยกัน”

 

                        ธนาธรสั่ง ผายมือออกสบายๆ ดวงตาคู่คมเจือแววหวาน แม้ไม่ได้อยู่ในอารมณ์รักสักนิดเลยนั้น จ้องไปยังดวงตาคู่สวยที่มีขนตางอนช้อยยาวเป็นแพอย่างคาดคั้น

 

                        “ไหนช่วยอธิบายมาให้หมดสิ เธอขึ้นมาอยู่บนเรือลำนี้ได้ยังไง แม่กุ๊กไก่น้อย”

 

                        เสียงห้วนแต่ทรงอำนาจ และแววตาที่ฉายชัดว่าตนเหนือกว่านั้น ทำให้โสภิญาเม้มปากแน่น ดวงหน้าหวานค่อยๆ แหงนจ้องเขา โครงหน้าเล็กเรียวผงะน้อยๆ เมื่อสบตาสีน้ำตาลเข้ม ปากอวบอิ่มเผยออ้า รู้สึกเหมือนลิ้นจุกคอหอยขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่หวั่นไหว กริ่งเกรง หรือหวาดกลัวบุรุษผู้นี้เลย ยามที่ต้องเผชิญหน้ากัน

 

                        ไม่ใช่สิ! เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาเผชิญหน้ากับเขาหรอก เธออยากใช้วิธีลอบกัดมากกว่า แต่ทุกอย่างมันก็ผิดแผน เมื่อเรือออก และเธอซึ่งติดมากับเรือก็เลยคิดไม่ออกว่าจะพูดหรือทำอย่างไรต่อไปในเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากันแบบนี้ หญิงสาวรู้สึกเหมือนเป็นมดตะนอยตัวกระติ๊ด ในขณะที่เขาเป็นยักษ์ใหญ่

 

                        โธ่! แล้วมดตะนอยตัวน้อยมันจะล้มยักษ์ใหญ่แบบเขาได้อย่างไรกัน

 

                        “ว่าไงครับยอดหญิง อธิบายสิว่าเธอมาอยู่บนเรือนี้ได้ยังไง นี่มันเรือส่งสินค้านะครับยาหยี ไม่ใช่เรือท่องเที่ยวกินลมชมวิว แล้วที่บอกว่าไม่ใช้ไม่ใช่โสเภณี ไม่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงหากินสี่คนก่อนหน้านี้น่ะ ไม่เกี่ยวกันตรงไหนล่ะครับคุณ ลองสาธยายให้ฟังหน่อยสิ อยากจะรู้ว่าคารมของไก่สดจากฟาร์มไทยแท้น่ะ จะไปได้ไกลสักแค่ไหนกันเชียว ว่ามาเลย ถ้าอยากสร้างความประทับใจ!

 

                        คำประชดที่แสนห้าวห้วนและแววตารู้ทันเย้ยหยันตอนท้ายนั้น ทำให้โสภิญาเม้มปากแน่น ท่องในใจว่าเธอต้องประสาทแข็งเข้าไว้ อย่าปล่อยให้เขาเขย่าขวัญตนได้ เพราะหากเธอขวัญหนีดีฝ่อแล้วละก็ ทุกอย่างเป็นได้พังแน่ ดวงตากลมโตหลุบลงช้าๆ ตอบไปน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ทั้งที่เตือนตัวเองแล้วว่าอย่าขวัญอ่อนเป็นอันขาด

 

                        “ฉ...ฉะ...ฉันหลงทางจริงๆ ค่ะ ไม่มีคารมดีๆ อะไรจะมาบอกเพื่อสร้างความเริงรมย์กับคุณทั้งนั้น ฉ..ฉัน...เดินหลงเข้ามาในเรือลำนี้จริงๆ ไม่ใช่เป็นเอ่อ....เป็นกุ๊กไก่หลงเล้าอย่างที่คุณกล่าวหาเลยสักนิด”

 

                        “เธอหลงทางเข้ามา” กรุงเอ่ยแล้วโค้งกายล้อเลียน จ้องอีกฝ่ายนัยน์ตายั่วเย้า ร่างแกร่งโคลงตัวไปมาสองสามหน ก่อนจะมองอีกฝ่ายนัยน์ตาไม่เชื่อถือ

 

                        “นี่คนสวยจ๋า เธอกำลังเล่นตลกฝืดอะไรกับฉันอยู่จ๊ะ เธอหลงเข้ามาในเรือขนส่งสินค้า ซึ่งมันต่างจากเรือสำราญ เฟอร์รี่ ยอร์ช ตั้งเยอะแยะแน่ะ เรือที่ทั้งลำมีแต่ตู้คอนเทนเนอร์ โกดังเก็บของเยอะแยะไปหมด ฟังดูพิลึกดีนะ ที่เธอบอกว่าเรือของฉันสวย”

 

                        กรุงเอ่ยพร้อมเลิกคิ้วให้อย่างรู้ทัน ระหว่างนั้นก็ไม่ลืมกวาดตามองร่างงามอย่างโอ้โลม

 

                        “เรือลำนี้ไม่มีอะไรดึงดูดหวือหวาหรือให้ความบันเทิงกับใครสักนิด นอกจากเธอจะเป็นพวกนิยมของมีคุณภาพจริงๆ ซึ่งจะว่าไป ฉันเองก็เป็นผู้ชายประเภทมากคุณภาพเสียด้วยสิ โดยเฉพาะกับพวกสาวๆ ที่สวยๆ อย่างเธอนี้ ฉันเป็นผู้ชายที่อร่อย สนุก เร้าใจ คุณภาพคับแก้วเชียวล่ะ ไม่เชื่อเชิญเข้ามารื้อมาค้นของดีในร่างฉันได้ตามสบายเลยคนสวย รับรองว่าตัวฉันน่ะน่าดูซะยิ่งกว่าเรือลาร์นาโดเสียอีก”

 

                        กรุงเอ่ยเสียงกระเส่า พร้อมส่งสายตาเชิญชวนไปให้ในตอนท้าย อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังงงคว้าเอวไปกอด จมูกโด่งกดลงไปที่ต้นคอระหงแรงๆ แถมปากซุกซนก็ยังขบเม้มหยอกเย้าอีก แล้วก็ผงกศีรษะขึ้นใหม่ จ้องหน้าสวยที่แดงก่ำ เห็นอีกฝ่ายยืนตัวแข็งทื่อเหมือนกำลังช็อก เลยฉวยโอกาสนั้นดึงร่างงามมาประชิด เห็นเแม่กุ๊กไก่หลงเล้ายืนทำตาปริบๆ เลยได้ที ก้มลงขบเม้มติ่งหูอ่อนนุ่มอย่างมันเขี้ยวอีกหน

 

                        “อืม! อย่างนี้สิมันถึงจะเรียกว่ากำไร อันที่จริงแล้ว การที่เธอหลงเข้ามาบนเรือลำนี้ มันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายสักหน่อยจริงไหมจ๊ะ แม่หญิงไทยคนงาม”

 

                        กรุงเอ่ยเสียงพร่า ก้มลงไปจูบหัวไหล่นวลเนียน มือหนาไล้ไปมาที่เอวบางเล่น

 

                        “กลิ่นตัวของเธอนี่ มันชวนให้อยากพาไปสะบึมเป็นบ้า ฉันพูดจริงนะ ไม่เชื่อเรามาพิสูจน์กัน”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็รั้งสะโพกบางมาชิดสะโพกเพรียว นึกขันกับลูกเล่นของโสเภณีคนสวยนัก เมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็นัยน์ตาเบิ่งกว้าง ปากคอสั่น จ้องมาที่เขาหน้าตาตระหนก มองแล้วตื่นตาน่ารักดี

 

                        “อย่ายั่วสิ เดี๋ยวฉันก็จับเธอรักตรงนี้เสียหรอกสุดสวย”

 

                        เอ่ยไปก็กระตุกยิ้มนัยน์ตาพราวดุจเกล็ดเพชร เมื่อคนที่ตนพูดด้วยอ้าปากหวอ พยายามกระถดสะโพกหนีเขาใหญ่

 

                        “ปล่อยฉันนะ ฉันหายใจไม่ออก ปล่อยก่อน”

 

                        โสภิญาประท้วงออกไปพร้อมดิ้นแรงๆ ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เมื่อเขายื่นหน้ามาชิด แถมตบก้นเธอบดเบียดสะโพกให้สนิทมากขึ้น หน้าตาเขาโกรธเกรี้ยวเอาจริง แต่ประกายตาที่พุ่งออกมาจากนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มนั้นกลับเปี่ยมล้นไปด้วยไฟเสน่หา แสงแห่งนัยน์ตามันมุ่งหมายชัดเจนว่าจะต้องได้เธอ!

 

                        “อย่าดิ้นสิ ความจริงเธอน่าจะภูมิใจนะแม่กุ๊กไก่น้อย ที่ฉันมีอารมณ์อยากได้เธอ ทั้งที่ยังกรุ่นว่าเธอบุกรุกเรือ แต่เอาเถอะ ถึงฉันจะอยากได้เธอสักแค่ไหน แต่มันก็ยังไม่ใช่เวลานี้อยู่ดี เพราะว่าเราต้องมาคุยกันให้เรียบร้อยก่อน”

 

                        กรุงเอ่ยแล้วคลายอ้อมแขนที่รัดรึงร่างบางออกนิดหน่อย พยักพเยิดให้อีกฝ่ายชี้แจงแถลงไข

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

34 ความคิดเห็น