เงาเสน่หา มายาชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 1 : ชีวิตคู่ เพิ่งเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    15 เม.ย. 53

แสงแดดอ่อนยามเช้าลอดผ่านม่านบางเบาเข้ามาทักทายชายหญิงที่กำลังพริ้มดวงตาหลับอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน อย่างเปี่ยมสุข

ร่างหนาแน่นไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าคร้ามเข้มคมราวกับเทพบุตร ยิ่งยามเมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องให้เครื่องเคราเค้าโครงล้วนโดดเด่น วงแขนแข็งแกร่งตะกองกอดร่างแบบบางอย่างทะนุถนอม ร่างเล็กเจ้าของใบหน้าสวยผิวเนียนละเอียดผุดผ่องลออตา แม้ดวงตากลมใสยังพริ้มหลับอิงแอบแผ่นอกกว้างอย่างเป็นสุข ก็ไม่คลายความงามลงแม้แต่น้อย

ช่างงดงามสมเป็นเทพบุตรเทพธิดาแห่งแสงอาทิตย์ หากความจริงทั้งคู่ต่างหลับใหลอย่างเหนื่อยอ่อนประสาคู่ข้าวใหม่ปลามันที่เสน่หาในกันและกันอย่างเปี่ยมล้น

แม้คืนค่ำที่ผ่านมา จะทรมานใจเจ้าบ่าวหมาดๆให้ต้องรักษาคำมั่นสัญญาตามขนบประเพณีไทยโบราณที่ให้ไว้แก่คุณย่าของฝ่ายเจ้าสาวก็ตามที

แต่สำหรับชีคอัมรินห์ บินอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีนแล้ว การได้มีร่างน้อยบอบบางแสนหอมกรุ่นของปางนภัทรแนบชิดกายให้เขาได้ทะนุถนอมหวงแหนปกป้อง แค่นี้ก็เป็นความสุขอย่างล้นเหลือ

ดวงตายาวรีใต้แพขนตายาวงอนแผงหนา ค่อยๆกระพือเปิดช้าๆ ก่อนจะหรี่ตาสู้แสงตะวันฉายยามเช้าอย่างงุนงง

ภาพห้องหอที่สร้างเสร็จมานานนับปีเพิ่งมีโอกาสได้ใช้ ยังต้องการเวลาให้เขาปรับตัวคุ้นชิน ดวงตาคมกลอกมองความงามของห้องที่ตกแต่งดั่งวิมาน แล้วก้มลงมองร่างเทพธิดาที่นอนซุกขดอยู่ในอ้อมกอด ริมฝีปากหยักคมสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มอิ่มเอมเปรมปรีด์ออกมาอย่างชื่นบานนัก

เจ้าบ่าวหมาดๆมองคนตัวเล็กที่พริ้มตาหลับอย่างเปี่ยมสุข น่าทะนุถนอม ดวงตากลมใสคู่สวยหลับพริ้ม

ปางนภัทร ภีมมาวัฒน์ ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตเขาไว้...คนที่ทำให้เขาละเมอเพ้อหาทั้งยามหลับและยามตื่น คนที่ทำให้เขาคิดถึงแทบทุกลมหายใจเข้าออก...คนๆนั้นได้มาหลับซุกอยู่ในอ้อมอกเขายามนี้...หล่อนเป็นเจ้าสาวของเขา...เป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณีจารีตแล้ว...และจะเป็นชีคคาเพียงหนึ่งเดียวของชีคอัมรินห์ บินอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีนตามคำมั่นที่ให้ไว้

ถึงแม้จะยังไม่มีความสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้งต่อกัน แต่เมื่อวานหญิงสาวได้ปฏิญานต่ออัลเลาะห์ว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับเขาไปจนกว่าลมหายใจสุดท้ายของกันและกัน

รอยยิ้มบางๆผุดพรายไม่จืดจางเมื่อนึกถึง...และยิ่งคลี่ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงความสุขคละเคล้ากลิ่นหอมหวลของความรักอวลอยู่รอบกายให้ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่เรียกว่าสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง

จมูกโด่งคมดอมดมแก้มสาวที่ผุดผาดหอมกรุ่นอย่างอดใจไว้ไม่ไหว...แค่จะชื่นใจกับความหอมเพียงเท่านั้น แต่กลับไม่อาจหยุดยั้งความรู้สึกเสน่หาจากสัมผัสเนียนนุ่มนั่นได้เลย

จมูกคมที่ลากเรื่อยคลุกเคล้ากลิ่นหอมไม่ยอมหยุด จนกระทั่งเสียงครางอู้อี้เบาๆร้องประท้วงขึ้นมา ก่อนเจ้าของดวงตากลมใส ใบหน้าเกลี้ยงเกลาจะลืมตาขึ้นมามองดูเขาอย่างพิศวงงงงวย และหลุบตาหลบเอียงอายเก้อเขิน เมื่อถูกจ้องมองด้วยดวงตาแวววามหวานเชื่อมราวจะกลืนกินของคนตาคมใบหน้าหล่อเหลา

ตื่นแต่เช้าเลยนะคะทักแก้เก้อเมื่อถูกจ้องมองเสียขนาดนั้น

ฮื่อ เสียงครางเบาๆ แล้วรั้งร่างบางเข้าหา จมูกโด่งๆหมายฉกลงที่แก้มนวลผ่องอย่างห้ามใจไม่อยู่ แต่มือบางมากางกั้นไว้เสียก่อน

อย่าค่ะ...ฉันยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลยนะคะเสียงอู้อี้ว่า ทั้งเขินอายกับความใกล้ชิดในระยะหวามใจ เธอคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกระยะ เพื่อจะคุ้นชินกับสถานะภรรยาของชีคหนุ่มดวงตาหวานที่กอดเธอแนบแน่นไม่ยอมปล่อย

คุณยังสวยและหอมไปทั้งตัวเลยนะปราง เสียงแย้งนุ่มนวลแสนเสียดาย ดวงตาออดอ้อน รอยยิ้มหวานที่ทำให้ปางนภัทรแทบใจละลายกับถ้อยคำหวานหู

ดวงตากลมใสค้อนขวับเหมือนจะต่อว่า โบราณถึงว่ายามรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน

คนฟังเลิกคิ้วสูง จนเธออดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้ เดี๋ยวคงได้อธิบายสุภาษิตไทยกันอีกยาวเหยียด

ใบหน้าคมคายของชีคอัมรินห์ บินอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีน สามีหมาดๆของเธอช่างหล่อเหลาเย้ายวนเสียนี่กระไร ทั้งคุณย่าคุณยายต่างพากันชื่นชมโสมนัสพร้อมกับอวยพรให้เธอมีลูกหลานให้มากๆ เพราะเชื่อว่าจะได้ชั้นเหลนออกมาหน้าตาเหมือนตุ๊กตาให้ท่านไว้เล่นแก้เหงา

 

ย่าดีใจที่หลานรักได้แต่งงาน คุณกาญจ์นแก้วถึงกับอดน้ำตารื้นไม่ได้ เช่นเดียวกับคุณยายตลับนาคที่ยกชายผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาอย่างตื้นตันใจ เมื่อเห็นหลานน้อยที่อุ้มชูเลี้ยงดูมาแต่ฝ่าเท้าเท่าฝาหอย มีวันชื่นคืนสุขกับผู้ชายแสนดีที่ท่านไว้วางใจมอบให้ดูแล

โบราณว่าเบญจเพสจะเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงสำคัญของชีวิต ยายดีใจที่ปรางแต่งงาน...แปลว่าชีวิตหลานเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ทั้งย่าทั้งยายก็เบาใจ ...ขออวยพรให้ชีวิตต่อจากนี้ของหลานพานพบแต่ความสุขนะลูกนะ คำอวยพรที่ทำให้เจ้าสาวน้ำตาคลออย่างซาบซึ้งใจไปกับความรักและความอบอุ่นเมตตาอาทรที่ได้รับมาตลอดแต่เล็กจวบเติบใหญ่

 

ปางนภัทรอมยิ้ม เงยหน้าดวงตาใสมองผู้ชายตาสวยที่จ้องวาววามเสน่หาเธอ...ดวงตาของชีคอัมรินห์เปี่ยมไปด้วยความรักอย่างเปี่ยมล้น และเธอก็แน่ใจเหลือเกินที่จะฝากชีวิตไว้กับคนๆนี้....ในวันที่เลือกเขามาเป็นคู่ชีวิต

ปางนภัทร ภีมมาวัฒน์...มิใช่สิ ปางนภัทร อัลมาห์จาบีน จะมีแต่ความสุขเมื่อมีชีคหนุ่มอยู่เคียงข้าง

แก้มแดงปลั่งเก้อเขิน หลุบสายตาลงต่ำเมื่อไม่อาจทานอำนาจสิเน่หาร้อนแรงแห่งดวงตาคู่นั้นได้

ความรู้สึกหนึ่ง...วาบขึ้นในหัวใจ...แววตาในยามนี้ที่มองมา ช่างเหมือนแววตาของใครคนหนึ่งซึ่งไม่ควรนึกถึงอย่างยิ่งในเวลานี้...แต่เธอกลับไม่สามารถลบเขาออกจากความทรงจำได้เสียที

แม้จะอยู่ในอ้อมกอดของคนที่มีใบหน้าเดียวกัน

 

เรือนร่างแกร่งไปด้วยมัดกล้าม เปิดเปลือยแผงอกล่ำและไหล่กว้าง อวดซิกแพ็กต์คลื่นลอนสวย บัดนี้อาบเหงื่อที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าจนผิวสีน้ำผึ้งมันวาว

ร่างสูงบึกบึนหนาสวมกางเกงสีครามอันเป็นชุดเครื่องแบบของกองทัพแห่งซาดัส รองเท้าคอมแบตแบบทหาร ยืนแยกขาเล็กน้อยตั้งหลักมั่นคง มือหนากำหมัดแน่นตั้งท่าเตรียมพร้อม ดวงหน้าคมคร้ามและผมหยักสลวยชุ่มเหงื่อ ดวงตาคมจ้องจดจ่อ เพยิดหน้าส่งสัญญาณ

ฟริ๊นซ์ตาเหลือก ทำหน้าเหมือนจะขาดใจตายเสียให้ได้ ยังหายใจแรงเหนื่อยหอบไม่คลาย อกแกร่งเปิดเปลือยเช่นกันกระเพื่อมขึ้นลงถี่ๆ

จะไม่พักบ้างเลยหรือท่าน? ถามอย่างเริ่มหวาดหวั่นในพละกำลังของอีกฝ่ายที่ไม่รู้ขุดมาจากขุมไหนนักหนา

ก็ตั้งแต่ที่ชีคอิรัมย์เกิดนึกสนุกขึ้นมาแต่เช้า ถึงเรียกเขาให้มาพบที่สนามต่อสู้ แล้วประลองกำลังยูยิตสูกันตั้งแต่ยังไม่สว่าง จนบัดนี้ตะวันเริ่มสาดแสงจัดจ้านขึ้นมาทุกที ท้องของเขาร้องครวญครางประท้วงเรียกหาอาหารไปชดเชยพลังที่ร่อยหลอไป ในขณะที่อีกฝ่ายดูเหมือนยังมีกำลังเหลือเฟือ ทั้งที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดราวกับจะระบายพลังลึกลับที่พล่านอยู่ภายในกายมาเนิ่นนานกว่าสองชั่วโมงก็ยังดูไม่อ่อนล้าแม้แต่นิด

เขาน่ะหมดแรงไปแล้ว...แต่ดูท่าชีคอิรัมย์จะยังไม่ยอมเลิกลาง่ายๆ...จึงให้สงสัยว่าทั้งฟิตทั้งแข็งแรงอย่างนี้ ทำไมรัชทายาทหนุ่มแห่งซาดัสถึงยังผลิตทายาทไม่ได้เสียที

หรือเอาแต่มาปลดปล่อยพลังอย่างนี้เล่า...ปล่อยชีคคาคนงามนอนหนาวเปล่าดาย แล้วอย่างนี้จะไปสู้ชีคอัมรินห์น้องชายที่เพิ่งเข้าหอไปหมาดๆได้ยังไงกัน

หารู้ไม่ว่าสาเหตุความร้อนรุ่มจนทำให้ชีคหนุ่มอยู่เฉยไม่ได้...ก็มาจากเรื่องที่เขากำลังคิดถึงอยู่

อะไรกันเล่าฟริ๊นซ์ แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วรึ?

โธ่ท่าน... ฟริ๊นซ์ครวญใบหน้าเหยเก แค่นี้ก็ปาเข้าไปกว่าสองชั่วโมงแล้ว ผมหิวจะแย่

สีหน้าชีคอิรัมย์ฮึดฮัดขัดใจกับข้อเรียกร้องของอีกฝ่าย ยืดตัวตรงไหล่ตั้งผึ่งผาย สมกับเป็นชายชาตินักรบ แม้จะยังหน้านิ่วหัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นอยู่ไม่หาย

ฟริ๊นซ์ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่ออีกฝ่ายมีทีท่าว่าจะเลิกราเสียที

งั้นก็ไปทานอาหารเช้าก่อน สายๆค่อยมาซ้อมฟันดาบกัน

คนว่าหยิบผ้าชูมัคที่ถอดไว้ขึ้นมาซับเหงื่อ ก่อนจะเดินออกจากสนามซ้อมไปด้วยใบหน้าขึงขัง

ฟริ๊นซ์ตาโต อ้าปากค้างกับคำสั่งกลายๆ มองตามร่างสูงหนาของคนบ้าพลังที่เดินผ่านประตูสนามซ้อมออกไป

อะไรของกันนี่? เขาส่ายหน้าอย่างฉงนสงสัยไม่เข้าใจสหายต่างศักดิ์ ก่อนจะรีบเดินตามไป มาทันเอาตรงทางเดินทอดยาวจากสนามซ้อมสู่คฤหาสน์หลังงามของชีคหนุ่ม

เกิดอะไรขึ้นท่าน? คนวิ่งตามมาถามอย่างสงสัยไม่หาย ก็ตั้งแต่ที่ชวนเขาไปส่องห้องหอหนุ่มสาวอยู่ค่อนคืนนั่นแล้ว ที่ฟริ๊นซ์สังเกตเห็นว่าชีคอิรัมย์ดูนิ่งขรึมลงไปถนัดใจ

คนเดินขึงขังยังหน้าตึง อยากซ้อมเสียหน่อย ช่วงนี้รู้สึกสนิมจับ ไม่ค่อยคล่องตัวเหมือนเดิม

ฟริ๊นซ์กลอกตามองรอบกาย ก่อนกระซิบเสียงแผ่ว ท่านได้ข่าวอะไรมาหรือเปล่า?

ชีคอิรัมย์เหลือบดวงตาคมมามองหน้าสหายช่างซัก รู้สึกว่าวันนี้ฟริ๊นซ์ช่างพูดมากจนน่ารำคาญ อย่าว่าแต่ฟริ๊นซ์เลย เขาขวางหูขวางตากับทุกสิ่งรอบกายไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ลิยาน่าห์

ชายชาติทหารอย่างเราควรเตรียมพร้อมอยู่เสมอมิใช่หรือสหาย

ฟริ๊นซ์พยักหน้าเห็นด้วย เห็นท่านฟิตๆอย่างนี้ น่าจะเอาเวลาไปฟิตกับชีคคาบ้างนะท่าน เดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันชีคอัมรินห์หรอก

ดวงตาคมตวัดมามองอย่างขุ่นเคือง หัวคิ้วกดต่ำบอกว่าไม่อยากฟัง

ฟริ๊นซ์ยิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้าสหาย ก็ฝีมือต่อสู้ท่านยังดีไม่ตกนี่นา...แต่ฝีมือด้านอื่นนี่สิ...ผมยังสงสัย...

ดวงตาดุมีอำนาจระงับก่อนประโยคดูแคลนจะหลุดออกจากปาก ฟริ๊นซ์ยกมือทำท่าว่าจะไม่พูด จนกระทั่งร่างสูงก้าวเดินต่อ เขาก็รีบพ่นเรื่องเอาใจ

เห็นก่อนหน้านี้ท่านกระตือรือร้นเตรียมงานแต่ง...นี่ก็ยกฤกษ์มงคลให้ชีคอัมรินห์ไปแล้ว วันวิวาห์ของท่านเองล่ะจะมีขึ้นเมื่อไหร่ ผมจะได้เตรียมตัดชุดหล่อๆใส่ทัน

พูดเรื่องที่คิดว่าจะทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ดี แต่เหมือนชีคอิรัมย์จะยิ่งบึ้งตึงมากขึ้นไปกว่าเดิมอีกเป็นเท่า

ดวงตาคมขุ่นเคืองเบือนหนีจากหน้าเขา เพราะขืนฟังคำพูดที่ไม่เข้าหูไปทุกทีนานเข้า อาจจะได้ตะบันหน้าเพื่อนรักนอกสนามเข้าก็เป็นได้

ร่างสูงใหญ่เดินหน้าบึ้งตึงจากไป ทิ้งให้ฟริ๊นซ์ขบคิดกับปริศนาที่ยังไขไม่ออก

ยังหนุ่ม ยังแน่นอยู่แท้ๆ ท่านอิรัมย์ ทำตัวเป็นพวกผู้ชายวัยทองไปได้ ฟริ๊นซ์บ่นพึม แล้วส่ายหน้า เดินตามชีคอิรัมย์ไปอย่างไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ใจกระหวัดคิดว่ามันเกี่ยวโยงมาจากงานวิวาห์หวานแห่งปีที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อคืน แต่ท่านชีคอิรัมย์ก็ยินดีช่วยเหลืองานคู่บ่าวสาวอย่างเต็มที่ ทั้งยังสละฤกษ์อันเป็นวิวาห์มงคลของตัวเองให้ไป ในเมื่อเต็มใจช่วยถึงขนาดนี้ เขาไม่อยากกังขาเรื่องแต่หนหลังของปางนภัทรกับชีคอิรัมย์ หรือว่าท่านจะหงุดหงิดที่ชีคอัมรินห์ไม่ได้มาเป็นคู่ซ้อมให้เช่นเคย...

หน้าที่นี้ถึงได้ตกหนักแก่เขาแทน

 

วูตูจ๊ะ เสียงอ่อนหวานที่เรียกชื่อ ทำให้คนสนิทของชีคอิรัมย์ที่ยืนสั่งงานทหารทั้งหลายหันมาหา ก่อนจะค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อม

มีอะไรหรือขอรับชีคคาดวงตาลึกคมไม่กล้าเงยมองดวงหน้าหวาน ด้วยเกรงไม่อาจห้ามใจได้

เจ้าเห็นท่านชีคหรือไม่?ดวงตาคู่งามมองหา

ท่านชีคอยู่สนามซ้อมกับท่านฟริ๊นซ์ครับ

แต่กระนั้นเขาก็อดใจไม่ไหว และรู้สึกเหมือนหัวใจจะกระตุกเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นสีหน้าเศร้าหมองของชีคคาคนงามแห่งท่านชีคอิรัมย์ผู้เป็นเจ้านาย

ชีคคามีเรื่องเร่งด่วนอะไรจะเรียนท่านชีคหรือขอรับ...กระผมจะไปเรียนท่านให้

ด้วยกฎของสนามซ้อมของบุรุษห้ามมิให้อิสตรีเข้าไปวุ่นวาย ถือเป็นกฏเคร่งครัดของชีคอิรัมย์

ท่านหญิงลิยาน่าห์ยิ้มเยือน ไม่เร่งด่วนอะไรหรอกจ๊ะ พอดีซาฮีมคนขับรถของฉัน เขาขอลาไปดูแลภรรยาที่เพิ่งคลอดบุตร ฉันจึงอยากมาขอคนของท่านชีคให้มาช่วยขับรถให้แทนไปก่อน จนกว่าซาฮีมจะกลับมา

ดวงตาไร้แววด้วยความหดหู่ของวูตูวูบวับขึ้นมาในทันที กระผมขับรถให้ท่านหญิงก็ได้นะขอรับ

อุ๊ย! ไม่ได้หรอกจ๊ะ แค่ขับรถไปไหนมาไหน งานง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องใช้คนมีฝีมือระดับวูตูหรอก ท่านหญิงคนงามยิ้มให้เขา....รอยยิ้มที่สว่างไสวเหมือนแสงตะวันยามเช้าส่องเข้ามาในชีวิต

เจ้าเหมาะสมที่จะดูแลคนสำคัญอย่างท่านชีค

วูตูแย้งขึ้น ท่านหญิงเองก็เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่ง กระผมยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งหากจะได้รับใช้ท่านหญิง อีกอย่างหนึ่ง ช่วงนี้ท่านชีคก็ไปไหนมาไหนกับท่านฟริ๊นซ์ ซึ่งมีฝีมือเก่งกาจ ยังจะเจ้ามูมัลด์อีก

ลิยาน่าห์อมยิ้ม ส่ายหน้าน้อยๆ ถึงอย่างไรก็ไม่สมควรจ๊ะ ขอบใจมากที่ห่วงใยและหวังดีกับฉัน แต่เจ้าเป็นคนของท่านชีค ฉันคงไม่บังอาจไปใช้...และหากอยากช่วยเหลือฉันจริงล่ะก็ ดูแลเจ้านายของเจ้าให้ดี ฉันก็ดีใจแล้ว

ดวงใจที่พองโตเพียงครู่ของวูตูเหี่ยวเฉาลงอีกครั้งหนึ่ง เขามองรอยยิ้มบนใบหน้าจืดจางนั่นก่อนที่ท่านหญิงคนงามจะเดินจากไปด้วยความรู้สึกเสียดาย

หากชีคอิรัมย์รักลิยาน่าห์ได้เท่าที่เขารัก เคารพ บูชาเจ้าหล่อน ท่านหญิงคนงามผู้สูงศักดิ์ของเขา คงจะมีความสุขยิ่งกว่านี้ เมื่อคิดถึงคู่หมั้นอีกสองคน และเหตุการณ์ที่ชีคอิรัมย์ได้ทำร้ายจิตใจหญิงที่เขาฝันใฝ่สุดเอื้อมแล้ว วูตูก็อดแค้นเคืองไม่ได้

แต่หน้าที่ของเขา คงทำได้เพียงแค่นี้...แค่นี้เท่านั้นสำหรับคนต่ำศักดิ์เช่นเขา...แค่ได้เฝ้ามองดอกฟ้า

 

เป็นธรรมเนียมหลังงานวิวาห์ ฝ่ายชายจะพาฝ่ายหญิงไปรับประทานอาหารกับครอบครัว เพื่อทำความคุ้นเคยสนิทสนมให้แน่นแฟ้นกันยิ่งขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวชีคอัมรินห์เป็นครอบครัวใหญ่...ท่านชีคอารีฟผู้บิดามีภรรยาครบสี่คนตามข้อกำหนดที่ศาสนาอนุญาต และชีคอัมรินห์ก็มีน้องๆอีกเป็นโขยงให้เธอนับญาติไม่หวาดไม่ไหว

ปางนภัทรในชุดกานดูราผ้าไหมสีฟ้า ปักลวดลายสวยงาม ปกปิดร่างกายมิดชิดตามแบบฉบับสาวอาหรับ มองตัวเองในกระจกอย่างไม่คุ้นตาเสียที เธอเคยชินจะแต่งกายลำลองแบบสบายๆมากกว่า แต่เมื่อรับอัลเลาะห์แล้ว เธอต้องระมัดระวังเรื่องการแต่งตัวมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่เป็นที่ครหาแก่คนอื่นๆ ยิ่งเป็นหญิงต่างชาติ ต่างศาสนามาก่อน และต้องมาอยู่ในฐานะของสตรีที่ถูกจับตามองของใครๆด้วยแล้ว

เมริสายังเคยชินกับการแต่งกายทั้งแบบของเชดัสย่าห์และแบบสากล เธอก็คงทำได้ไม่ยากเช่นกัน

คนหนึ่งที่ยินดียิ่งกว่าใครๆกับการแต่งงานครั้งนี้คือเมริสา เพื่อนรักจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสในฤกษ์อันเป็นมงคลหลังจากบิดพริ้วเจ้าชายมาฬิศมานานในอีกสองเดือนข้างหน้าเช่นกัน อย่างน้อยเมริสาก็ทำให้ปางนภัทรไม่เหงาจนเกินไปในเชดัสย่าห์ แม้ว่าจะอยู่คนละเมือง ห่างกันนับร้อยไมล์ แต่สองเพื่อนรักก็ยังได้ติดต่อหากันอยู่เสมอ

สวยแล้วครับ เจ้าหญิงของผม เสียงชมดังจากเบื้องหลัง พร้อมร่างสูงใหญ่ที่ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลังสะท้อนในกระจก

ปางนภัทรยิ้มเขิน รู้สึกอายเมื่อมีเขาเข้ามาเห็นตอนที่เธอกำลังหมุนตัวไปมาหน้ากระจกเหมือนเด็กสาวกำลังจะออกเดทครั้งแรก

ชีคอัมรินห์หัวเราะเบาๆ ชอบใจกับท่าทีเขินอายของภรรยา จนอดไม่ได้ที่จะโอบร่างน้อยมากอดรัดไว้อย่างรักใคร่หวงแหน จมูกโด่งคมไล่ซุกไซ้ชื่นชมความหอมไปทั่วแก้มปลั่ง

ไม่เอาค่ะ จั๊กจี้ ปางนภัทรเบี่ยงตัวหลบ มือเล็กทานหน้าคนซุกซนไว้ ดึงมือที่โอบรัดมาจับยึดไว้เสีย ห้ามซุกซน

กว่าจะครบเจ็ดวันผมคงขาดใจตาย สีหน้าคนว่าดูน่าสงสารนัก

คนตากลมค้อนหวาน ปรางก็ช่วยคุณนี่ไงคะ ดวงตาแสนเจ้าเล่ห์ว่า

ชีคอัมรินห์เลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ปางนภัทรผละมือจากเขา

....ต่อไปนี้มีกฎว่าห้ามเข้าใกล้ปรางเกินสามก้าวว่าแล้วร่างเล็กก็กระโดดออกห่าง

คนฟังหน้ายู่ ร้องเสียงดัง กฎอะไร ทำไมคนตั้งกฎใจร้ายจัง เขาพ้ออย่างขัดใจ ทำท่าเหมือนเด็กๆโดนยึดอมยิ้ม

ปางนภัทรหัวเราะเสียงใส คนไปรับคำสัญญาจากคุณย่าน่ะคุณนะคะ...ไม่ใช่ปราง

มันคงเป็นกุศโลบายเพื่อให้ผู้ชายเห็นคุณค่า..รักและหวงแหนเจ้าสาวของเขายิ่งขึ้น เพราะกว่าจะได้เธอมาช่างผ่านความทุกข์ทรมานและต้องใช้ความอดทนอย่างเหลือเกิน เสียงโอดครวญฟังน่าเห็นใจ เธอรีบพยักหน้าระรัวเห็นพ้องด้วย

แต่สำหรับผมแม้ไม่ต้องรอเจ็ดวัน คุณก็มีค่า และจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต คำพูดด้วยแววตามั่นคงจริงจังที่มองมา บอกความจริงใจอย่างเปี่ยมล้น ทำเอาคนฟังหัวใจพองโตคับอก อมยิ้มหวาน เท้าเล็กๆเดินเข้าไปหา สองมือโอบกอดรัดไหล่หนาของชีคอัมรินห์ให้โน้มลงมา เขย่งตัวแนบริมฝีปากกับปากหยักอิ่มสวยสีชมพูระเรื่อที่ช่างจ้อยๆเจรจาได้หวานหู และหวานซาบซ่านไปถึงหัวใจ เป็นการให้รางวัล

คนตัวใหญ่ถึงแก่ตื่นตะลึงเล็กน้อย กับสัมผัสจู่โจมแสนวาบหวาม ก่อนจะตั้งตัวได้ ลำแขนแกร่งโอบกระหวัดรั้งร่างน้อยนั้นเข้ามาแนบชิด แลกจุมพิตแสนดูดดื่มที่มีแต่ความหวานหอมกรุ่นเหมือนน้ำหวานจากเกสรดอกไม้

สัมผัสชวนหวิวไหวเกินกว่าจะถอดถอน มันหวานหอม...นุ่มนวล...ชวนเสน่หา

เนิ่นนานจนเปลี่ยนความหวานอันอบอุ่นละมุนนุ่มให้เร่าร้อนขึ้นมาเรื่อยๆ คนเริ่มดูเหมือนจะได้สติก่อน ค่อยถอนตัวออก แต่ดูเหมือนคนถูกปลุกอารมณ์เสน่หาแสนรัญจวนจะไม่ยอมเช่นนั้นง่ายๆเสียแล้ว

เสียงอู้อี้ครางประท้วงผะแผ่วขึ้นมา ชีคหนุ่มถอนดวงหน้าออกอย่างแสนเสียดาย แววตานั่นยังกรุ่นเสน่หาอยู่ไม่รู้วาย และไม่คิดจะจบสิ้นลงเพียงเท่านี้เสียแล้ว

ปรางเสียงครวญยาวอย่างตัดพ้อ  คนตัวเล็กเร้นสายตาหลบ มือใหญ่ไขว้คว้าดึงรั้งร่างบางให้เข้าหาอย่างไร้แรงต้านทาน ดวงตาปางนภัทรเบิกโต เมื่อร่างน้อยอยู่ในวงแขนแกร่งแข็งแรงที่รัดแน่น ริมฝีปากอิ่มเร่าร้อนประทับจูบเอาแต่ใจ...บอกให้รู้ว่าจะไม่ยินยอมหยุดง่ายๆอีกแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

580 ความคิดเห็น

  1. #577 Pai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 20:32
    why the name's so crazy long like that?

    cannot remember all T-T
    #577
    0
  2. #51 ม่อนขามป้อม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 11:01
    เนื้อเรื่องน่าอ่านค่ะ แต่ว่าตัวหนังสือมันเล็กไปหน่อย
    อ่านยากจังค่ะ
    #51
    0
  3. #39 praewprao (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 10:29
    อัพด่วนจ้า ไรเตอร์
    อยากรู้ว่าจาเป้นไงต่อไป รอลุ้นอยู่น่ะว่าใคร
    เป็นพระเอกก๊านแน่เนี้ย
    #39
    0
  4. #20 Aulfafa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2553 / 20:17


    อ่านตอนแรกก็หวานชื้นดีนะแต่จะมีอะไรเกิดขึ้นในเจ็ดวันนี้หรือเปล่า

    และก็สมน้ำหน้าอิรัมย์ทำตัวเองแท้จงปวดใจต่อไป

    #20
    0
  5. #9 muLaTAE (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 20:33
      
    อยากรู้ว่าจะอัพวันไหนบ้างจะได้เข้าได้ถูกวัน

    รอเป็นกำลังใจให้นะคะ

    #9
    0
  6. #6 Plumkin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2553 / 18:45
    นิยายพี่รัชริลน่ากลัวทุกเรื่องเลยค่ะ 
    ชอบหักมุมตอนกลางเรื่องทุกที แต่ก็สนุก อิอิ
    #6
    0
  7. #4 SN piercensean (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2553 / 02:43

    Awn... My poor handsome.... nine jaa send him to me i will take care him for tonight.

    #4
    0