เจ้าสาวรับฝาก : สนพ.ดอกหญ้า 2000

ตอนที่ 6 : รู้จักนายสิกขิมน้อยไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    25 ต.ค. 52

ตอนที่ 6 รู้จักนายสิกขิมน้อยไป

ดวงตากลมโตลุกวาวจ้องกร้าวอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ นายบ้านี่จะพาเธอไปไหนกัน

ดวงตาคมบนใบหน้ารกๆนั่นตวัดหางตามามอง เห็นดวงตาคมจ้องมองเหมือนอยากเชือดเนื้อเถือหนังเขา

“ไม่ต้องมองผมด้วยความพิศวาสขนาดนั้นก็ได้ เรายังต้องเดินทางกันอีกไกล หลับพักผ่อนเอาแรงก่อนเถอะ ไว้ถึงแล้วเดี๋ยวผมจะปลุกเอง”

หมอนี่กำลังจะพาเธอไปที่ไหนกัน? ดวงตาวาวเต็มไปด้วยความสงสัย หัวใจเต้นระทึก

เธอกำลังถูกลักพาตัว โดยไม่มีใครรู้ใครเห็น และจะไม่มีใครไปช่วยด้วย มีทางเดียวคือต้องช่วยตัวเอง ความกลัวเริ่มก่อตัวทีละน้อยเมื่อนายสิกขิมขับรถมุ่งเส้นทางออกนอกเมือง...เขาจะพาหล่อนไปไหนกัน

เส้นทางยาวไกลนับร้อยกิโลฯ คนขับอารมณ์ดี ร้องเพลงหงุงหงิงคลอตามเสียงเพลงในรถ แวะร้านเซเว่นเป็นระยะ ก่อนจะทำท่าหงุดหงิดหัวเสียแล้วขับรถต่อไป เขาไม่ยักแวะม่านรูดตามที่ข่มขู่เธอไว้ จุดหมายในใจของเขาคงเป็นที่ไหนซักแห่งที่ไกลมากๆ เปรมิกาลืมตาโพลงวาวอย่างไม่วางใจ จนเมื่อยลูกตา ทั้งเมื่อยแขนที่ถูกกุญแจมือล็อกโยงกับที่จับเหนือประตูราวกับชะนี

ยังไงก็ข่มตาไม่ลง แต่การเดินทางไกลอันน่าเบื่อนับหลายชั่วโมง ก็ทำให้เปรมิกาเผลอผล็อยสัปหงกไปอย่างลืมตัว จนเมื่อมารู้สึกตัวอีกที รถก็จอดนิ่งลงแล้ว

ดวงตาตื่นๆเหลียวมองไปรอบตัวเลิ่กลั่ก

ข้างหน้าเป็นบ้านพักตากอากาศ...เสียงคลื่นกระทบฝั่งชัดในหู แปลว่าที่นี่ต้องอยู่ติดทะเล หมอนี่พาเธอมาไกลขนาดนี้ทำไมกัน?

สิกขิมหันมามองตาวาวๆของคนนั่งข้างที่เขาแอบเห็นเธอเผลอสัปหงกไป เขาค่อยแกะปลาสเตอร์ออกจากปากเธอ แต่กระนั้นก็คงแว๊กขนรอบปากหลุดติดกาวปลาสเตอร์บ้าแผ่นนั่นไปด้วย เปรมิกาซู๊ดปากเบาๆน้ำตาเล็ด

“อยากถามอะไร...ถามมา แต่ไม่ต้องกรี๊ดให้เสียเวลา แถวนี้ไกลบ้านคน ร้องไปก็เจ็บคอเปล่า แต่ถ้าอยากร้องเดี๋ยวไปร้องต่อในห้องนอน” เขาว่าหน้าตาเฉย กวนประสาทชวนให้กรี๊ดใส่ให้หูแตก

ร่างสูงหนากระโดดลงจากรถ อ้อมมาทางประตูด้านเธอแล้วเปิดให้ ยื่นหน้ามาไขกุญแจมือออกออก เปรมิกาสะบัดมืออย่างเมื่อยขบ แต่เพียงครู่เดียวเขาก็จับมือเธอสองข้างไปล็อกเข้ากับกุญแจมือดังเดิม

เปรมิกาอ้าปากค้าง มองมือตัวเองที่โดนพันธนาการไม่ต่างจากผู้ร้าย แล้วตาลุกวาว เงยหน้าขวับมอง

“จะใส่กุญแจมือฉันอีกทำไม?”

“เพื่อความปลอดภัยของผมน่ะสิ บรรยากาศเป็นใจอย่างนี้ เกิดคุณอารมณ์เปลี่ยวขึ้นมา ผมไม่แย่เหรอไง ขับรถมาตั้งไกล...เมื่อยขา ขอพักก่อนเหอะค่อยมารบกันใหม่” เขาว่าหน้าตาเฉย แล้วเดินนำหน้าเข้าไปในบ้านพักตากอากาศ

เปรมิกาวิ่งปุเลงๆตามหลังมา ทั้งๆที่โดนล็อกมืออย่างนั้น “บ้าเหรอ? ฉันไม่สิ้นคิดอย่างนั้นหรอก เอาออกเดี๋ยวนี้”

สิกขิมหันมาเผชิญหน้ากับเธอ “ว่าได้เหรอ? หน้าตาคุณมันน่าไว้ใจนักนี่” เขาว่าแล้วกวาดสายตามองเธออย่างระแวง

เสียงฟ้าครืนร้องดัง พร้อมก้อนเมฆใหญ่ที่เลื่อนไหลอย่างรวดเร็วด้วยลมบนจนบดบังแสงจันทร์ สิกขิมแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ทำท่าขนลุกคนพองสยองเกล้าเมื่อตวัดสายตามามองหน้าเธอ

“ผู้หญิงหื่น ในคืนเปลี่ยว ไว้ใจไม่ได้หรอก” เขาทำท่าขนลุกขนพอง ก่อนจะหันไปไขกุญแจประตูบ้าน เปรมิกาปรี๊ดขึ้นมา ยกเท้าถีบเขาจนหน้าคะมำพุ่งเข้าไปในบ้าน

สิกขิมหน้าคว่ำลงไปนั่งกับพื้น หันขวับมามองผู้หญิงที่ยืนจังก้าเหนือเขาอย่างรวดเร็ว

“นั่นไง เห็นมั้ยว่าไว้ใจไม่ได้ ขนาดมือโดนล็อกอยู่แท้ๆ คุณยังหื่นขึ้นหน้ากะจะขืนใจผมใช่มั้ย?” เขาว่าแล้วไขว้มือปิดหน้าอกทำหน้าตาตื่นตระหนกเหมือนกำลังจะถูกโทรม

“อีตาบ้า...จะกวนประสาทไปถึงไหน?” เสียงแหวดังเข้าใส่

ร่างสูงใหญ่ล่ำสันนั่นหยักกายลุกขึ้น หัวเราะหึๆในลำคอ ยกมือปัดก้น แล้วตวัดตาคมวาวขึ้นมองเธอ

“บอกแล้วไงว่ายังเมื่อยขา...รอก่อน” พูดอย่างรำคาญ

เปรมิกาทำท่าจะเข้าไปทึ้งเขาเสียให้ได้ แต่ฝ่ายนั้นยกมือขึ้นชี้หน้าเสียก่อน

“อ๊ะๆ อย่าถูกตัวผมอีกทีเชียวนะ ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน ผมน่ะประเภทเครื่องฟิตสตาร์ทติดง่าย ขืนคุณสะกิดผมอีกที ไฟมันลุกพรึบพรั่บขึ้นมาแล้วจะมากล่าวหาว่าผมปล้ำเอาไม่ได้นะ” เปรมิกาเลยเบรกตัวเองกึกจนตัวโก่ง

สายตาไม่ไว้วางในมองเขาเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำยกดื่มอย่างกระหายจัด แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา

เปรมิการู้สึกเหมือนตัวเอง เป็นอะไรซักอย่างที่เขาทำเป็นมองไม่เห็นเสีย เธอยื่นมือที่โดนพันธนาการไปตรงหน้า

“แล้วเมื่อไหร่จะเอาออกเนี่ย” พยายามถามอย่างอ่อนหวานที่สุดแล้ว

ใบหน้ารกๆ แลดวงตาคมปราดมามอง “จนกว่าคุณจะเชื่อง”

คำตอบทำเอาปรี๊ดขึ้นมาอีกหน ฟันขบแน่น กำลังจะเปล่งเสียงกรี๊ด

“อ๊ะ...อ๊ะ อย่าร้องด้วย ผมไม่ชอบเสียงดังหนวกหู ยกเว้นเวลาที่อยู่บนเตียง” เขาว่าหน้าทะเล้น

“และถ้าคุณไม่หุบปากตัวเอง ผมคงต้องหุบปากให้” ยิ้มอย่างยียวนกวนประสาทเพยิดหน้าให้ “คงไม่ย้ำนะว่ายังไง?”

ดวงตากลมจ้องเขาจนลูกตาแทบหลุดเบ้า ฟันเรียวกัดกรอดๆอย่างแค้นเคือง อึดอัดขัดใจจะทำอะไรก็ไม่ได้

ตาย...นายตายแน่ๆนายสิกขิม ถ้าฉันหลุดออกไปได้เปรมิกาคาดโทษเบาะสุดๆให้ในใจ

“มานั่งนี่สิ...มา..มา...” เขาตบตรงโซฟาข้างตัว

เปรมิกายืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ “อ๊ะ...ไม่ยอมเชื่อง สงสัยนอกจากล็อกกุญแจคงต้องล่ามไว้ด้วย”

ตาโตลุกโพลงเพราะรู้ว่าหมอนี่มันบ้าดีเดือด พูดและทำจริง กอปรกับเห็นว่าตัวเองไม่มีทางสู้ และไร้ทางเลือก คงต้องยอมเจรจาด้วยสันติวิธี ทั้งๆที่ไม่อยากเลย พับผ่าสิ...ร่างอรชรในชุดราตรีเดินกระทืบเท้าปึงปังไปกระแทกนั่งโซฟาตัวใกล้ๆเขา

นายสิกขิมกระดิกขาดิ๊กๆ จ้องหน้าเธอ

“มองอะไร?”

“คุณสวยดี” เขาว่าอมยิ้มกริ่ม เล่นเอาคนถูกชมทำหน้าไม่ถูก ขว้างค้อนใส่วงเบ้อเร้อ แต่หน้ารกๆยังท้าวคางมองยิ้มกริ่มกวนประสาท

ดวงตากลมเบือนหนีกลอกมองไปรอบๆแทน “ที่นี่ที่ไหน?”

“บ้านพักตากอากาศผมเอง เงียบ เป็นส่วนตัว ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมารบกวนเราหรอกนะ” หันมายักคิ้วแพล่บๆให้

“ผมยอมขับรถไกลให้คุณเลยนะนี่ ขืนพักโรงแรมม่านรูด ดีไม่ดีได้เป็นดาราหน้ากล้องไม่รู้ตัว”

ดวงตาโตๆลุกวาวขึ้นมาอีกหน ใบหน้างามเพยิดให้เขา

“รู้รึเปล่าที่คุณทำนี่มันเข้าข่ายลักพาตัวและก็กักขังหน่วงเหนี่ยว” ถามอย่างฉุนๆ

“ทำไมจะไม่รู้ ผมมีเพื่อนเป็นตำรวจตั้งหลายคน และทนายของผมก็ฝีมือดี ว่าความชนะคดีไม่เคยแพ้” เขายักคิ้วอย่างเป็นต่อ ยิ้มกวนประสาทให้

“มีอะไรจะข่มขู่ผมอีกมั้ย?” คำถามเหมือนกลั้นขัน เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะกัดลิ้นตาย...เมื่อเห็นเขาถือไพ่แต้มต่อเธอเห็นๆ

“คุณจับตัวฉันมาทำไมนี่?”

สิกขิมส่ายหน้าช้าๆ “นั่นผมตอบไปแล้ว มีคำถามสร้างสรรค์กว่านี้มั้ย ถ้าไม่มีล่ะก็ รีบไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาแล้วถอดชุดบ้าๆนี่ออกซะ ผมไม่ชอบเลยพั่บผ่าสิ นมล้นออกมาจะครึ่งเต้าอยู่แล้ว”

ดวงตาคนว่าไม่ชอบแต่กลับมองวิบๆ เปรมิกาหน้าแดงซ่าน ก้มลงมองหน้าอกตัวเอง มันไม่ถึงกับล้นครึ่งเต้าซักหน่อย ก็แค่เห็นร่องอกนิดๆเท่านั้น เธอเบือนตัวหนีสายตาเขา

สิกขิมลุกขึ้นยืน เปรมิการีบลุกขึ้นตามอย่างระแวง เสียงหัวเราะหึๆ ก่อนร่างใหญ่นั่นจะเดินไปเปิดตู้เย็น กวาดเบียร์กระป๋องในตู้เต็มหอบ แล้วไปเลื่อนประตูกระจกเปิดออกไปชานนอกบ้าน สายลมเย็นพัดเข้ามาปะทะหน้า เสียงคลื่นทะเลดังชัดถนัดหู เปรมิกาก้าวเท้าตามไปห่างๆอย่างอยากรู้อยากเห็น เมื่อเขาหันมามอง เธอหยุดนิ่งชะงักที่เดิม

“เสื้อผ้าอยู่ในตู้ในห้องนอนแน่ะ มีแต่ของผมนะ ไม่ต้องรังเกียจหรอก ทุกตัวซักสะอาดเอี่ยมอ่อง เสร็จแล้วถ้าอยากดวลเบียร์กันก็ออกมา” เขาพูดพร้อมกับนั่งแปะลงที่เก้าอี้นั่งหวายสานแบบรังนก พร้อมวางกระป๋องเบียร์ที่หิ้วหอบลงมาจากรถลงบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดกระป๋องหนึ่งยกขึ้นจิบ

“อ้อ! แล้วก็ไม่ต้องคิดหนีให้เสียเวลาด้วยล่ะ รอบบ้านนี่เดินสายไฟไว้กันขโมย ช็อตแล้วตายสถานเดียว แต่ถ้าอยากตายศพไม่สวยก็ตามใจ” ไม่รู้ขู่หรือเรื่องจริง เปรมิกาเดาใบหน้ากวนประสาทนี่ไม่ออกเลยจริงๆ

ว่าแล้วจิบเบียร์ต่อ ขยับเอนหลังนั่งพิงไปอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่สนคนยืนขุ่นใจ ดวงตาวับวาวหลับลงเงี่ยหูเสียงคลื่นลมทะเลไปอย่างกับหลุดไปอยู่ในโลกส่วนตัว เปรมิกามองอย่างไม่เข้าใจอีตาบ้านี่จริงๆ ประสาทรึเปล่านี่

“แล้วคุณใส่กุญแจมือฉันอย่างนี้ ฉันจะอาบน้ำได้ยังไง?”

สิกขิมโบกไม้โบกมือไล่ “ไปหาวิธีเอาเองก็แล้วกัน มันคงไม่เกินความสามารถคุณหรอก”

“จะบ้าเหรอไง? ฉันไม่ใช่ลิซ่ามายากลนะ จะได้ถอดเสื้อผ้าออกมาโดยที่กุญแจมือยังคาอยู่อย่างนี้ เร็วสิ ไขกุญแจให้ฉันก่อน” มือบางสองข้างยื่นไปให้เขา สายตาเว้าวอน สิกขิมอดใจอ่อนขึ้นมาไม่ได้ ถอนใจดังๆอย่างรำคาญ

“อย่ามาทำลูกไม้นะคุณ คิดจะหลอกผมไม่ได้ผลหรอก” เขาเพยิดหน้าว่า สายตาไม่ไว้ใจ

เปรมิกาทำหน้าเซ็ง “ถามจริงเหอะคุณสิกขิม ภูมิใจนักใช่มั้ยนี่ที่รังแกผู้หญิงน่ะ”

สิกขิมกำลังยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบชะงัก เหลียวหน้ามามองอย่างอยากจะรู้ว่าเธอจะมาไม้ใน

“ตัวคุณก็โตกว่า....ระดับสติปัญญาก็คงพอมี...ทำไมเราไม่คุยกันด้วยเหตุผลอย่างคนมีการศึกษา ล่ามฉันเป็นวัวเป็นควาย หรือว่าคุณกลัวว่าจะสู้ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันไม่ได้กันแน่ ฮึ!

สิกขิมถอนหายใจยาว “ผมขี้เกียจยุ่งยากปวดหัว...ไม่ให้คุณหนี ไม่ให้คุณทำร้ายผม วิธีนี้ดีที่สุด” เขาว่าเหมือนเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว ก่อนยกเบียร์จิบละเลียดต่อไปเรื่อยๆ

ถ่วงเวลาหาเหตุผลมายันกับหล่อน รับรู้ในหลายชั่วโมงที่ได้ใช้เวลาใกล้กันว่าหล่อนฉลาดเป็นกรด และทำเอาเขาใจสั่นอยู่หลายหนจนต้องข่มอารมณ์ลงด้วยเบียร์เย็นๆ

“อื้ม....ฉันจะได้รู้ไว้ ผู้ชายตัวโตเป็นตึกอย่างคุณ กลัวแม้กระทั่งผู้หญิงตัวเล็ก” เปรมิกาท้าทาย

ใบหน้ารกหนวดหันขวับกลับมา “นี่...อย่ามายั่วผมนะ”

“ถอดกุญแจมือให้ฉันสิ”

“ไม่” น้ำเสียงกระด้างตอบ

เปรมิกาทำหน้าเซ็ง “ฉันไม่หนี และไม่ทำร้ายคุณ”

ดวงตาคมกวาดมองสำรวจ “ไว้ใจได้แน่หรือคุณ”

เปรมิกาพยักหน้าจริงจัง สิกขิมมองหน้าเธออย่างชั่งใจ ก่อนจะล้วงกุญแจในกระเป๋ากางเกงมาโยนให้

“ไขเอาเอง”

เปรมิกามองลูกกุญแจที่ตกแปะบนโต๊ะ เงยหน้ามองตาขุ่น “บ้าเหรอไง จะให้ฉันใช้อะไรไขเล่า” เสียงถามฉุนๆ

เขาทำท่าฮึดฮัด ก่อนจะก้มลงหยิบลูกกุญแจมาไขกุญแจมือออกให้พร้อมบ่นพึม “ก็ได้... แต่อย่าลูกไม้ล่ะ”

เขาไขกุญแจปลดพันธนาการหลุดจากมือเธอ เปรมิกาค่อยถอนใจอย่างโล่งอก สะบัดมืออย่างเมื่อยขบเต็มที ในใจอยากซัดหน้าหมอนี่ซักเปรี้ยง แต่เธอเสียเปรียบเห็นๆ อย่างน้อยก็ขนาดรูปร่าง และกลัวจะไปทำให้หมอนี่ไฟติดพรึบพรั่บขึ้นมาอย่างคำขู่ด้วย

พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเขากำลังก้มลงมองร่องเสื้อตรงหน้าอกเธออยู่ สองมือรีบตะครุบไขว้ปิดไว้ ส่งสายตาดุ เจอแต่ใบหน้ากวนประสาท

“ไม่ต้องหวังจะมายั่วผมให้เสียเวลาหรอกคู๊ณ ผมแวะเซเว่นตั้งสามที่ แต่คอนด้อมมันพร้อมใจกันขายเกลี้ยงหมด ไม่รู้วันสืบพันธุ์แห่งชาติกันรึไง ไอ้ที่คุณคิดจะยั่วผมไม่ต้องหวังนะ ยังไงคุณก็มาได้แอ้มผมแน่ๆ”

เปรมิกาตาโตลุกฟึ่บขึ้นมา นึกอยากซัดหมัดเข้าเบ้าตานายนี่ซักเปรี้ยง แต่ทำได้เพียงแค่ขว้างค้อนคมๆวงเบ้อเริ่มเข้าใส่ แล้วก้มตัวลอดออกใต้วงแขนเขา

“เร็วๆด้วยล่ะอย่าให้รอนาน แล้วจะได้มานั่งคุยกัน อย่าโยกโย้ตุกติก บอกไว้ก่อนผมมีกุญแจทุกห้องในบ้านหลังนี้ ถ้าขัดสบู่ถูหลังไม่ถึงก็บอก จะเข้าไปช่วย”

สายตามองเหมือนจะฉีกเขาให้เป็นชิ้นๆ ใบหน้างามสะบัดพรืดกลับเข้าไปในบ้าน ลากประตูเลื่อนปิดโครมด้วยอารมณ์โมโห

ดวงตาคมแลหางตามองตามไป ก่อนหัวเราะหึๆในลำคอ

“เก่งซักแค่ไหนเชียว...ถึงกล้ามาขู่คนอย่างนายสิกขิม จงกลนรเศรษฐ์”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #1517 วรรณนากา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 16:28
    ชอบอ่านมากเลยนะคะเรื่องนี้
    #1,517
    0
  2. #1200 ❤_23﹏# (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 / 20:44
    พระเอกพูดซะ >///////<

    ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #1,200
    0
  3. #705 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 08:19
    ตายแล้วพระเอกแรงแ่ะ  แต่นางเอกก็ใช่ย่อย
    #705
    0
  4. #36 jeabkiss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 19:17
    ยัยคุณแม่ต้องปั้นน้ำเป็นตัวแน่ๆเลย
    #36
    0
  5. #27 นิ่ม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 19:52
    ฮุ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆดุเดือดเลือดผ่าลลลลลลลลลอัพซ้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #27
    0
  6. #26 นิ่ม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 19:47
    ตื่นเถิดชาวไทยอัพต่อได้แส้ว
    #26
    0
  7. #24 pat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มกราคม 2553 / 19:32
    มารอค่ะอยากอ่านมากกกกกเรื่องนี้ช่วยอัพด่วนนนน
    #24
    0
  8. #23 Fog line (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2553 / 08:58

    รีบๆๆ อัพน่ะ อยากอ่านต่อแล้ว

    #23
    0
  9. #20 muLaTAE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2552 / 14:40
    มาอัพได้แล้วค่ะ รอมานานมากกกกกก
    #20
    0
  10. #15 ผช.บรรณารักษ์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 / 02:54
     แล้วยังงัยต่อคะ   เปรมจะหนีได้หรือป่าว ถ้าหนีไม่ได้แล้วที่ไร่จะทำงัยอ่ะ หนูเท็มก็ไม่ค่อยสบายด้วยนะ

    อิอิ ชอบมาดพระเอกอ่ะ กวนๆดี แถมยังดูฉลาดทันกันกับนางเอกด้วย

    มาอัพอีกนะคะ  รอนานแล้วนะ 
    #15
    0
  11. #13 สเลเต (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 15:51
    อ่านรวดเดียวตั้งกะตอนแรกเลย มาถึงตอนนี้ไม่เม้นท์ไม้ได้แล้ว ชอบมาดพระเอกอ่ะ กวนๆดี

    ก็เหมาะกะนางเอกล่ะนะ เพราะนางเอกเราก็กวนๆเหมือนกัน สำนวนภาษาก็ โอเคนะ พล็อตเรื่องแนวนี้มันก็สนุกอยู่แล้ว จะรออ่านต่อจ้ะ แต่..เอ.. จะสลับคู่พี่-น้อง หรือปริมจะได้แต่งกะคนอื่นอ่ะ

    (คุณหมอ หรือ พี่ชนินดีหนอ) แหะ แหะ ไม่เดาแล้ว แล้วแต่คนเขียนล่ะกัน
    #13
    0
  12. #12 tea-cat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 13:49

    ^---------------------------------------------------^

    ชอบ ชอบ

    สู้ๆจ้า

    #12
    0
  13. #11 prajun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2552 / 19:00
    อ่านแล้ว อยากอ่านต่อแหละ
    #11
    0
  14. #10 แก้วใส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2552 / 05:21
    สงสารหนูปริมจริง เปรมเลยไม่ได้บอกความจริงกับนนท์เลย



    แสดงว่านนท์ก็รักปริมใช่มะ แต่คุณแม่กีดกันหรือเปล่านะเนี่ย สงสัยจริงๆๆ

    มาต่อไวๆๆนะค่ะ
    #10
    0