เจ้าสาวรับฝาก : สนพ.ดอกหญ้า 2000

ตอนที่ 7 : หากระดูกมาแขวนคอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    16 ก.ค. 53

 ตอนที่ 7 หากระดูกมาแขวนคอ

“หนูต้องหนักแน่นไว้ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก แล้วชีวิตคู่ของลูกทั้งสองจะอยู่กันอย่างมีความสุข”

ดูเหมือนว่าประโยคนี้ แม่เจ้าบ่าวจะย้ำกับเจ้าสาวเสียมากกว่าพูดกับลูกชายของตัวเอง

ใบหน้าของศลิตาเคลือบแคลงไปด้วยความสงสัยไม่หาย เธอรับคำเพื่อจะให้แขกผู้ใหญ่ทั้งหลายสบายใจแล้วรีบยกขบวนกันออกไปจากห้องนี้เสียทีหลังพิธีส่งตัวเสร็จสิ้น เพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่กับเจ้าบ่าวตามลำพังเคลียร์ปัญหาคาใจ

เมื่อประตูห้องหอปิดลง หญิงสาวจึงไม่รั้งรอที่จะกระชากพวงมาลัยมงคลบ่าวสาวที่คล้องคอโยนทิ้งบนเตียงนอนที่โปรยด้วยกลีบดอกกุหลาบสีแดงฉ่ำ เหมือนจะนำร่องกิจกรรมร้อนแรงในคืนนี้...แต่มันจะไม่มีวันเกิดอะไรขึ้นแน่ ถ้ายังไม่ได้รับคำอธิบายให้หายข้องใจเรื่องผู้หญิงปริศนาคนนั้น...คนที่กล้ามาทำให้งานแต่งงานในฝันมาตลอดชีวิตวัยสาวต้องด่างพร้อย

และต้นเหตุก็คือผู้ชายที่เงียบนิ่งเป็นเป่าสากหน้าอมทุกข์ตรงหน้านี่

ศรานนท์มองปฏิกริยาของเจ้าสาวแล้วรู้ทันทีว่าคืนนี้ต้องมีเรื่องคุยกันยาวแน่ๆ

เขาปลดมาลัยมงคลออกจากคอเอาไปวางบนหัวเตียง หยิบพวงมาลัยที่เจ้าสาวโยนทิ้งไปวางเคียงคู่กัน ศลิตามองท่าทางสงบนิ่งเกินเหตุของเขา ในขณะที่หัวใจเธอเดือดปุดอย่างเคืองใจ

“พี่นนท์ต้องพูดอะไรบ้างนะคะ” เสียงแหวโพล่งออกมาอย่างอึดอัด ท่าทางพร้อมเอาเรื่องเต็มที่

“ลิตาอยากให้พี่พูดอะไรล่ะ?” คำถามเอื่อยเฉื่อยเหมือนยอมจำนนต่อข้อกล่าวหามากมายที่ผุดขึ้นมาในหัวเธอยามนี้โดยที่เขาไม่คิดโต้แย้งใดๆ

ดวงหน้าเคร่งพ่นหายใจดัง กลอกตาไปมา “เรื่องอะไรที่พี่อยากเล่าให้ลิตาฟัง”

“พี่ว่าลิตาถามพี่มาดีกว่าว่าอยากรู้เรื่องอะไร” ใบหน้าของศรานนท์กำลังเซ็งหนักเช่นกัน ยกสองมือปิดหน้ามึนตึ๊บไปหมดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา ทั้งยังต้องมาเผชิญหน้ากับศลิตาที่ยืนกอดอกหน้าตาเอาเรื่องเหมือนเมียแก่ที่จับได้ว่าสามีส่งเสียอีหนูเล็กๆ...ทั้งๆที่คืนนี้น่าจะเป็นคืนหวานชื่นแสนสุขของเขาและเธอ

แต่นั่นแหละ ในใจของเขาร้อนรนเต็มไปด้วยความสงสัยและคำถามมากมายเช่นกัน

ปริมมาได้ยังไง?...เธอหายไปอยู่ที่ไหนมา...แล้วทำไมเพิ่งมาเอาในวันนี้...วันแต่งงานของเขา...เธอต้องการอะไร...ในเมื่อเขาเองตามหาเธอมาตลอดหลายปี แต่กลับไม่มีข่าวคราวใดๆให้สืบเสาะเลย

เขามีคำถามมากมายให้ครุ่นคิด จนใจไม่ได้จดจ่ออยู่กับอารมณ์ขุ่นมัวเจ้าสาวของตัวเอง

ศลิตาหล่อนเป็นผู้หญิงมั่นอยู่แล้ว ความเกรงใจจึงไม่มีเลยในนาทีนี้ “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคะ?”

“ปริมเป็นแฟนเก่าพี่” ศรานนท์ก็คนจริงพอที่จะกล้าพูด แม้รู้ว่ามันจะกระเทือนใจคนที่กำลังจะมาเป็นภรรยา แต่เขาไม่คิดว่าการโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจจะช่วยอะไรได้ นอกจากเป็นการยื้อเวลา ที่วันหนึ่งข้างหน้าความจริงก็ต้องเปิดเผยออกมาอยู่ดี และในวันนั้น มันจะยิ่งกลายเป็นความผิดมหันต์จนเกินอภัย

          เจ้าสาวเผยอปากค้าง อ้าๆหุบๆอยู่หลายรอบ เหมือนปลาทองกำลังจะสำลักน้ำต้องการออกซิเจนไปช่วยหายใจ ด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรับสารภาพออกมาตรงๆ โดยไม่ให้ต้องลงมือคาดคั้นก็เท่านั้น และไม่ได้หวั่นเกรงว่าคำตอบนั้นมันจะสะเทือนใจเธอแค่ไหน

ที่เธอไม่โวยวายให้เขาขายขี้หน้าขึ้นมากลางงานก็เพราะต้องการรักษาหน้าผู้ใหญ่ รวมถึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลตัวเอง แต่ศรานนท์กลับไม่คิดจะรักษาน้ำใจเธอไว้...ดวงตางามที่คลอด้วยหยาดวับวาวของความเศร้าใจหลุบลงต่ำ กลั้นน้ำตาไว้เป็นสามาราถ สองแขนเรียวกอดอกแน่นขึ้นเหมือนจะรัดหัวใจไว้ไม่ให้มันแตกสลายเป็นเสี่ยง เพยิดหน้าเหมือนจะบอกให้เขาพูดต่อ

“เธอหายไปจากชีวิตพี่ห้าปีแล้ว...ห้าปีที่พี่ตามหาเธอมาตลอด”

คนฟังคอตีบตันจ้องมองเจ้าบ่าวของตัวเองที่ทิ้งร่างนั่งบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตาเรียวยาวบนใบหน้าหล่อเหลาวูบวับสับสนอย่างหนัก เหมือนกับเขายังคิดไม่ตก

ดวงตาคู่งามร้อนร้าวขึ้นมา “ตามหาเค้าแม้กระทั่งตอนที่พี่เป็นคบกับลิตาสองปีที่ผ่านมานี่เหรอคะ?”

ศรานนท์พยักหน้า “ใช่...เพราะพี่ไม่อยากค้างคา...อยากถามเขาว่าจะเอายังไง เราไม่ได้ตกลงเลิกกัน อยู่ๆเขาก็หนีหายไปเสียดื้อๆ ที่พี่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ลิตาฟัง เพราะพี่คิดว่าจะลืมเธอได้”

และศรานนท์กำลังย้ำว่าลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้...คนฟังคอตีบขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยคำถามที่ยากลำบาก

“ตอนนี้เขากลับมาแล้ว พี่นนท์จะเอายังไงคะ? จะเลิกกับลิตามั้ยคะ?” กระแสเสียงสั่นเครือ ไม่คิดว่าจะต้องเอ่ยคำถามนี้กับผู้ชายตรงหน้า ในเวลานี้ สถานการณ์นี้ คืนแต่งงานของเธอ...มันเร็วเกินไปสำหรับการแยกทาง

ดวงหน้าเข้มที่ซีดเซียวเงยขวับตกใจ ส่ายหน้าระรัวเอาเป็นเอาตาย รีบลุกขึ้นไปคว้าตัวเธอมากอดไว้ “ไม่ พี่ไม่อยากเสียลิตาไปนะ”

ศรานนท์ไม่อยากเสียเธอไป...แต่จนวินาทีนี้ศลิตาไม่อยากแน่ใจว่าเธอได้หัวใจเขามาแล้วเช่นนั้นหรือ?

ภาพที่เห็น ประจักษ์ชัดกับสายตาตัวเอง ศรานนท์ยังมีเยื่อใยต่อผู้หญิงคนนั้นอยู่มาก...มากจนทำให้เธอไม่มั่นใจ

“พี่รักลิตานะ” มือของศรานนท์กุมมือเธอไว้แน่น แววตาที่มองมามีแววเว้าวอนงอนง้อ

คนถูกรักสูดลมหายใจยาว จ้องไปในดวงตาคู่นั้นค้นคว้าหาสิ่งที่เขากำลังบอกให้ฟัง “รักคนเดียวรึเปล่าคะ....รักหมดหัวใจ จะไม่มีผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว” กระแสเสียงเคลือสั่น

คนถูกตั้งคำถามบีบหัวใจนิ่งเงียบ...ดวงตารีคู่นั้นฉายแวววูบวับสับสน เขาตอบไม่ได้

ภาพที่เห็น อาการของเขา...ดวงตาของเขายามนี้...ทำไมเธอต้องตอกย้ำ เหมือนขอให้เขากำลังโกหก ทั้งๆที่รู้ ศลิตารู้ว่าเขายังลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ มือบางรีบปลดมือเขาออกอย่างแผ่วเบา จ้องลึกค้นคว้าเข้าไปในดวงตาคู่นั้น

“ที่ลิตายอมแต่งงานกับพี่นนท์ก็เพราะลิตารักพี่...ลิตาถึงถามว่าพี่นนท์จะเอายังไง พี่ยังรักเธออยู่...อยากกลับเริ่มต้นใหม่กับเธอหรือว่า...” ไม่กล้าเอ่ยคำนั้น ที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ต้องสะบั้นลงเพียงแต่งงานชั่วข้ามคืน

“ลิตา...พี่แต่งงานกับลิตาก็เพราะพี่รักลิตา และก็ไม่คิดว่าปริมจะกลับมา เขาจากพี่ไปห้าปีแล้ว มันนาน...นานเหลือเกิน”

เธอพยายามจะเข้าใจ “แต่พี่ก็ยังลืมเธอไม่ได้ พี่ยังรอผู้หญิงคนนั้น ยังไงลิตาก็ตัวเลือกที่สองของพี่นนท์อยู่ดี”

“ไม่ใช่นะลิตา...ลิตาเป็นที่หนึ่งตั้งแต่วันที่พี่ขอลิตาแต่งงาน”

ที่หนึ่ง...แต่ก็ไม่ใช่อันดับเดียวอยู่ดี ควรหรือที่เธอจะพึงใจเพียงแค่นี้

“แล้วพี่นนท์จะทำยังไงต่อไปคะ” ใบหน้าสวยเหลือบมองนาฬิกาที่ติดผนังในห้องสวีทของโรงแรมที่ใช้เป็นห้องส่งตัว

“ในเมื่ออีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็ต้องเดินทางแล้ว”

กำหนดการเดินทางไปฮันนิมูนตามที่คู่หนุ่มสาววางไว้ คือไปใช้เวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ด้วยกันที่ยุโรป เป็นเวลาสองสัปดาห์ นัยว่าเป็นการพักผ่อน และเริ่มต้นชีวิตคู่แสนหวานในสถานที่แสนโรแมนติก จะต้องออกเดินทางในสี่ชั่วโมงข้างหน้า

ศรานนท์นิ่งเงียบตัดสินใจอยู่ เขาไม่รู้จะเลือกสิ่งใดได้...เรื่องที่ค้างคาใจ อยากถามปริมให้รู้เรื่อง แต่ไม่รู้ว่าเวลานี้สิกขิมพาเธอไปถึงไหนแล้ว รวมถึงกำหนดเวลาที่กระชั้น บังคับให้ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างผู้หญิงทั้งสองคน

ปริม ปรีญากร...ผู้หญิงที่เขารักและตามหามาถึงห้าปี

ศลิตา กิติยศัพท์...ไม่ใช่สิ...ศลิตา จงกลนรเศรษฐ์ เจ้าสาวและภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของเขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าของใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความอึดอัดแฝงแววหม่นเศร้า ทั้งๆที่วันนี้ควรเป็นวันที่เธอควรมีความสุขเป็นที่สุด

แต่เขาก็ปล่อยให้อดีตและความทรงจำของตัวเอง มาทำให้ผู้หญิงที่ยินยอมจะร่วมทุกข์สุขเคียงคู่เขา แทนที่จะเป็นผู้หญิงที่ปฏิเสธและหนีหายหน้าไปหลังจากทิ้งแผลหัวใจให้ต้องเป็นทุกข์อย่างนั้นหรือ?

“เราจะไปฮันนิมูนกันเหมือนเดิม” โพล่งคำตอบที่คิดว่าถูกต้องที่สุด

คำตอบมิได้ให้ความกระจ่างอย่างที่คนรอฟังตั้งใจ ดวงตาของศลิตาเต็มไปด้วยคำถาม กับการตัดสินใจของเขา

ศรานนท์ลุกขึ้นดึงร่างบางเข้าไปกอดไว้แนบแน่น คนที่พยายามเข้มแข็งร้องไห้ออกมาอย่างเก็บกลั้นต่อไปอีกไม่ไหว จริงๆแล้วเธอไม่เข้มแข็งเอาเสียเลย ยิ่งตอนที่เห็นสามีของเธอยังมีท่าทีลังเลสับสนเหมือนตัดสินใจไม่ได้

ระหว่างเธอ...คนที่แต่งงานเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้อง กับอดีตที่เพิ่งโผล่มาแสดงตัว

การที่ศรานนท์เลือกอย่างนี้...หมายถึงเขาเลือกเธอแล้ว หรือเพียงแค่ยื้อเวลาออกไปก่อนเท่านั้น

“ยังไงพี่ก็เลือกลิตาแล้ว พี่จะรับผิดชอบลิตาให้ดีที่สุด”

รับผิดชอบให้ดีที่สุด...มิใช่รักที่สุดอยู่ดีใช่มั้ย?

แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา...ศลิตาพยายามจะเข้าใจ...ทั้งที่เป็นเรื่องเข้าใจยาก การแต่งงานกับเขาไปแล้ว ทำให้เธอรู้สึกตัวเองเสียเปรียบไปทุกอย่าง...ยิ่งเมื่อตอนที่ถามว่าสามีเธอจะเลือกใคร ระหว่างภรรยาของเขา กับผู้หญิงในอดีต

แม้เวลานี้ศรานนท์จะเลือกเธอ แต่ก็ไม่อาจจะมั่นใจได้ว่า...หัวใจเขา...จะเลือกเธอแท้จริง และตลอดไป

“พี่ขอโทษนะลิตา” น้ำเสียงเครือเจือความรู้สึกผิดและเสียใจเช่นกัน

แต่ทำอย่างไรได้...ใครบ้างไม่เคยมีอดีต...เธอรับอดีตของเขาได้...หากมันไม่ใช่อดีตที่กำลังตามมาทวงทุกอย่างคืน เพื่อจะกลับมาเป็นปัจจุบัน และศรานนท์ต้องตัดสินใจเลือกให้เด็ดเดี่ยว

ศลิตาคิดว่า ถึงเวลานี้ชีวิตการแต่งงานที่กำลังจะเริ่มขึ้น เธอต้องเริ่มต่อสู้เพื่อสิทธิ์อันชอบธรรมของตัวเอง...คือดึงศรานนท์ให้อยู่กับปัจจุบัน มิใช่จมอยู่กับอดีตอีกต่อไป...และเธอก็ต้องทำให้ได้

“ลิตาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะนะ เรายังพอมีเวลาอยู่ ยังไงเดี๋ยวขึ้นไปนอนต่อบนเครื่อง” เขาลูบไหล่เปลือยเปล่าของคนสวมชุดเจ้าสาวแผ่วเบา แต่ดวงตาล่องลอยสับสนอย่างที่เธอไม่มีวันเห็น

“ขอโทษที่พี่อาจจะทำหน้าที่เจ้าบ่าวได้ไม่ดี...แต่พี่จะพยามทำหน้าที่สามีไม่ให้บกพร่อง”

คำพูดแค่นี้ พอไหมที่เธอจะให้อภัยเขา...

ไม่มีทางเลือกแล้วนี่ศลิตา...ในเมื่อเธอเลือกที่จะรักและใช้ชีวิตกับผู้ชายคนนี้แล้ว ทุกสิ่งที่เป็นเขา ยังไรเสียเธอก็ต้องพยามรับให้ได้

 

เมื่อลับร่างภรรยาหมาดๆเข้าห้องน้ำไป ร่างสูงใหญ่ก็ทรุดลงบนเตียงที่ยวบไหวอย่างไร้เรี่ยวแรง มือสองข้างกุมขมับ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขยุ้มทึ้งหัวตัวเอง อาการมึนตึ๊บเหมือนเหล็กนับพันปอนด์หล่อนมาทับอยู่บนหัว

ระหว่างผู้หญิงสองคน...ภรรยาหมาดๆ...แม้แต่เพียงในนามก็ตามเหอะ กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งควรจะจบสิ้นตั้งแต่วันที่เธอเดินออกไปจากชีวิตเขาโดยไม่เหลือเยื่อใยไว้ให้ต่อกัน

แต่เยื่อใยนั้นก็เหนียวแน่น และยึดโยงหัวใจเขาไว้กับอดีตและความทรงจำ ทั้งที่คิดว่าได้ตัดมันทิ้งไปได้แล้ว

วันนี้เธอกลับมา...กลับมาเพื่อย้ำให้เขาแน่ใจว่า ศรานนท์ไม่อาจจะลืมเธอไปจากหัวใจได้...ปริม ปรีญากร

ความรวนเรของเขาทำให้ศลิตาต้องร้องไห้ แต่เขาก็ไม่อาจโกหกตัวเอง...ไม่อาจโกหกคนที่เขารักได้

“ปริม...คุณกลับมาทำไมนะ?” คนถามฉุนเฉียวนึกเจ็บใจให้กับทั้งตัวเองและเธอคนนั้น

ดวงตาเรียวยาวกลอกไปมาอย่างสับสน เร็วเท่าความคิด เขารีบกดโทรศัพท์หาสิกขิมในทันที ป่านนี้พี่ชายของเขาพาเธอไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้

 

โทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะกะพริบไฟเตือนว่ามีสายเรียกเข้า

แต่ผู้เป็นเจ้าของกำลังดื่มด่ำกำซ่านกับบรรยากาศ หลับตาเคลิ้มฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง จิบเบียร์ไป ใต้แสงจันทร์ ลมทะเลพัดโชยเย็นสบาย ฮัมเพลงไปเบาๆอย่างแสนสุขใจเหลือล้น

ยิ่งเมื่อคิดว่าเวลานี้ได้อยู่ตามลำพังกับสาวสวยเซ็กซี่เร่าร้อน ก็ทำเอาเลือดหนุ่มพล่านไปทั้งตัว สิกขิมก็ยิ่งอารมณ์ดีขึ้นเป็นเท่า กระดกกระป๋องเบียร์รสนุ่มเคล้าเสียงคลื่นไปอย่างเปี่ยมสุข

หัวใจหนุ่มที่เปลี่ยวดายมานานวัน หลังจากสะบั้นสัมพันธ์กับสาวๆหันมาเอาดีทางทำไร่ทำสวน เริ่มเต้นโลดขึ้นมาอีกครั้งอย่างมีชีวิตชีวาด้วยจังหวะประหลาดล้ำที่ชวนให้กระชุ่มกระชวยหัวใจนักหนา

คุณปริมที่เขาเคยคิดวาดไว้ก่อนหน้านี้...ตรงสเป็กชนิดที่ไม่มีให้ผิดหวัง...ออกจะซาบซ่านรสแซ่บกว่าที่คิดเสียอีก

สวย...เซ็กซี่...เย้ายวน...ชวนให้คลั่ง...จะอิหลักอิเหลื่อนิดหน่อยก็ตรงประวัติอันไม่น่าพิสมัยของหล่อนในอดีต แต่ก็ช่างมันเหอะ เรื่องมันผ่านมานานวัน นับเวลาจากนายศรานนท์กลับจากเมืองนอก ก็หลายปีดีดัก

ที่กำลังขัดเคืองใจก็ไอ้เรื่องที่หล่อนไปเย้วๆเรียกร้องทวงสิทธิ์เอากับนายศรานนท์นั่นแหละ

แต่หากเขาจะชักจูงให้หล่อนเปลี่ยนเป้าหมาย...ยื่นข้อเสนอ ให้มายั่วยวนเอากับเขาแทนล่ะ

ผู้หญิงร้อนแรงเซ็กซี่คนนั้น...ยินดีจะมาให้เขากอดแก้เหงา...ด้วยค่าตัวซักเท่าไหรดีนะ...ราคาเริ่มต้นของความถูกใจ แม้ไม่ใช่ของใหม่ป้ายแดง แต่ให้ราคาที่ความเย้ายวนใจ....หล่อนจะรับพิจารณาที่ราคาซักเท่าไหร่กัน?

ยิ่งคิดยิ่งครึ้มใจ กระดกเบียร์หนักมือขึ้นเรื่อยๆ

สิกขิมหัวเราะออกมาดังๆอย่างเก้อเขินความคิดของตัวเอง...ไม่เคยซักครั้งที่หนุ่มหล่อ เจ้าเสน่ห์ (เมื่ออดีต) และมากคุณสมบัติอย่างเขา จะเอาเงินแลกผู้หญิง...นี่เขาริมีความคิดเหมือนป๋าแก่เลี้ยงอีหนูเสียตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...แต่คิดอย่างนั้นมันก็เป็นข้อเสนอแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกันแล้ว...ในเมื่อหัวใจของเขายังไม่พร้อมยินดีที่จะลงหลักปักฐานกับผู้หญิงคนไหน

หล่อนได้เงิน...เขาได้ความพอใจ...เป็นข้อเสนอที่แฟร์ดี...ไม่ต้องผูกมัด ไม่ต้องยืดเยื้อ...เบื่อวันไหนก็แยกทางกันไป...

คนคิดครึ้มอกครึ้มใจเพลิดเพลินจนเบียร์ในมือหมดกระป๋องไปไม่รู้ตัว เมื่อเอื้อมมือมาหยิบกระป๋องใหม่ ก็เห็นไฟแดงวาบของโทรศัพท์ มือที่พุ่งเข้าหากระป๋องเบียร์จึงเปลี่ยนไปหยิบเครื่องสื่อสารน่ารำคาญใจขึ้นมาแทน

ว่าไงเจ้าบ่าวคนยิ้มกริ่มถาม รับรู้ถึงความร้อนใจของอีกฝ่าย

ศรานนท์ถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อได้ยินเสียงพี่ชาย หลังจากร้อนรนจนหัวใจแทบกระโดดออกมาเต้นนอกอกแทน

พี่เขื่อนอยู่ไหนครับ?

เสียงร้อนรนของปลายสาย ทำให้สิกขิมนิ่วหน้า นายจะรู้ไปทำไม? เสียงฉิวบอกให้รู้ว่าไม่ใคร่พอใจนัก

เอ่อ... ศรานนท์ปัดความใจร้อนให้ผ่อนลง ก่อนจะถาม เธอยังอยู่กับพี่ใช่มั้ยครับ?

นายหมายถึงใครล่ะ?

ปริม...เอ่อ...ผู้หญิงที่พี่เขื่อนลากออกจากงานแต่งผมน่ะครับ

อือ เสียงขานรับอย่างไม่ใคร่พอใจนัก

ผมขอคุยกับเธอหน่อยจะได้มั้ยครับ

ดวงตาคมเหลือบมองไปที่ประตูกระจกบานเลื่อน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เธอกำลังอาบน้ำอยู่

คำตอบของพี่ชาย ทำเอาปลายสายอึ้งชะงักงันไปครู่ใหญ่เชียว นึกใจหาย ในหัววุ่นวายคิดว่าพี่ชายพาเธอไปที่ไหนกัน

นายไม่ควรโทร.มา...นี่มันคืนเข้าหอของนาย แล้วโทร.ที่ไหน เจ้าสาวของนายได้ยินรึเปล่า เสียงเข้มตำหนิกลับไป

ศรานนท์หน้าจ๋อย ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำ เอ่อ...ลิตาอาบน้ำอยู่ครับ

เสียงถอนหายใจดังแว่วเข้ามาในโทรศัพท์ ก่อนคนเป็นพี่จะเริ่มสั่งสอน นายแต่งงานแล้วนะนนท์ นายเลือกเมียตัวเองแล้ว อย่าทำให้ลิตากับอานันต้องทุกข์ใจเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องนี่อีกเลย

แต่ผมต้องคุยกับปริมนะครับพี่เขื่อน ผมมีเรื่องจะคุยกับเธอ

ใบหน้าเข้มยุ่งเหยิง เมื่ออีกฝ่ายยืนยันให้รู้ว่ารักและอาลัย และไม่มีทางจะตัดใจได้ง่ายๆ

มันไม่ใช่เวลานี้ ทำหน้าที่ของนายให้ดี อย่าทำให้ใครต้องเสียใจ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เขาเลือกนาย และฝากชีวิตไว้กับนายแล้ว อย่าทำให้ศลิตาต้องเสียใจเสียงเข้มกล่าวเหมือนดุเด็ก

ใบหน้าของคนฟังหนักใจขึ้นมา น้ำตาอุ่นๆของภรรยาหมาดๆยังเปียกเสื้อให้เขารู้สึก ดวงตาคมเต็มไปด้วยความสับสนจ้องอยู่ที่ประตูห้องน้ำ อดคิดไม่ได้ว่าเวลานี้ ศลิตาอาจจะกำลังร้องไห้อยู่ข้างในนั้น เพราะความรวนเรไม่มั่นคงของเขา

แต่เรื่องของผมกับปริม...เอ่อ...ยังไงผมก็ต้องคุยกับเธอ

สิกขิมถอนใจยาวอย่างหนักอึ้งในอก ผู้หญิงคนนี้ช่างมีอิทธิพลต่อน้องชายเขาอย่างเหลือเกิน ศรานนท์ดื้อด้านดื้อดึงที่จะคุยกับหล่อนให้ได้ ขืนเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้เป่าถ่านไฟเก่า เห็นทีไอ้ที่ลงทุนลงแรงไปจะเสียหายเปล่า เขาต้องรีบลงมือทำอะไรซักอย่างเสียแล้ว ให้เด็ดขาด

 มันไม่ใช่เวลาที่จะมารื้นฟื้นความหลัง หรือย้อนเวลากลับหาอดีต ฟังพี่นะนนท์...ชีวิตนายต้องเดินไปข้างหน้า เพราะว่านายได้เลือกแล้ว นายแต่งงานกับศลิตา นายเลือกผู้หญิงคนนั้นแล้ว และอีกไม่ชั่วโมงพวกนายก็ต้องไปฮันนิมูน เพื่อเริ่มต้นชีวิตครอบครัวใหม่ อย่าให้ผู้หญิงเพียงคนเดียวมาทำลายชีวิตคู่ของนาย มาทำลายความตั้งใจ และอนาคตของนายดีกว่า...เชื่อพี่สิ

ศรานนท์สะอึก...ใช่เขาต้องทำหน้าที่ของตัวเอง หน้าที่ของสามีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่ห้วงความคิดสับสน ไม่อาจตัดใจได้ง่ายๆ “แล้วปริมล่ะครับ”

“เรื่องนั้นนายไม่ต้องห่วง พี่จะจัดการให้

พี่เขื่อนจะทำอะไรครับ?เสียงถามตกใจ เมื่อได้รับฟังคำรับรองหนักแน่นจากอีกฝ่าย

สิกขิมแอบหัวเราะอยู่เพียงลำพัง ไม่ให้เสียงดังเล็ดลอดเข้าไปให้ศรานนท์ได้ยิน ดูเหมือนหมอนั่นจะหลงใหล ห่วงใย อาลัยอาวรณ์จนเขาชักสงสัยเสียแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นมีดีอะไรหนอ

นายเชื่อใจพี่ชายของนายได้

...ว่าฉันไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงคนนี้ไปทำให้ชีวิตคู่ของนายต้องแตกแยก...ให้แม่นายต้องปวดหัว

ศรานนท์ถอนใจแผ่ว แม้มิรู้ว่าสิกขิมกำลังคิดทำอะไรอยู่ก็ตามที แต่เขาเชื่อมั่นในพี่ชายต่างมารดา ที่ปรารถนาดีต่อเขามาโดยตลอด “อย่างนั้นผมฝากพี่ดูแลเธอด้วยนะครับ” เสียงทอดอาลัยอาวรณ์

รอยยิ้มอย่างวายร้ายผุดขึ้นที่มุมปากคนได้รับการฝากฝัง ได้เลย...น้องชาย

ผมฝากพี่ ดูแลเธอให้ดีๆด้วยนะครับพี่เขื่อน...

ได้...ฉันรับฝากถ้อยคำสุดท้ายก่อนที่สิกขิมจะกดสายทิ้ง พร้อมรอยยิ้มอย่างพึงพอใจเป็นที่สุด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #1520 วรรณนากา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 16:42
    เคลียร์ถ่านไฟเก่ากันหรือไง
    #1,520
    0
  2. #1276 PamPam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 / 16:43
    พระเอกน่าเบื่อจิง ๆๆๆๆ
    #1,276
    0
  3. #1201 ❤_23﹏# (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 / 20:53
    ลิตาเป็นคนดี(ใช่มั๊ย)

    เเล้ว นนท์จะคู่กับลิตาหรือปริมละเนี่ย?!
    #1,201
    0
  4. #889 DeK Dek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2553 / 21:20
    ดีจังตัวหนังสือใหญ่ขึ้นแล้ว สีดำด้วย



    เป็นกำลังใจให้ รีบๆ มาอัพน่ะค่ะ
    #889
    0
  5. #812 aoistar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 02:32
    เอ้ แล้วเกิดไรขึ้นทำไมปริมถึงหนีไป แล้วตกลงคู่นี้จะได้ลงเอยกันไหมเนี่ย
    #812
    0
  6. #706 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 08:25
    รักลิตาแล้วปริมอ่ะ จะเอาปริมไว้ที่ไหน
    #706
    0
  7. #261 nunpanu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 16:28
    นี่ไง ยังสงสัย ชื่อเรื่องเจ้าสาวรับฝาก ฝากยังไง อ๋อ! น้องชายฝากกับพี่ชายนี่เอง
    #261
    0
  8. #43 Fog line (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 / 13:10

    รับฝาก  !!!! เหรอ

    #43
    0
  9. #37 jeabkiss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 19:25
    #37
    0
  10. #30 yuechan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 10:11
    ยัยเปผรม แกหาเรื่องให้ตัวเองแท้ๆ
    #30
    0
  11. #28 ผช.บรรณารักษ์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 04:11
     ว้าววว ในที่สุดก็กลับมาอัพต่อแล้ว ดีใจจังเลยค่ะ 
    #28
    0