เชลยแค้น สุดแดนทราย : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก

ตอนที่ 10 : เกมล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 ส.ค. 52

10.เกมล่า

แสงแดดภายนอกสาดแสงจ้าขึ้น หลังจากร่างในชุดดำทะมึนเดินหายไปครู่ใหญ่ เมริสาก็เดินออกมาที่ปากถ้ำ เยี่ยมหน้าออกไปเหลียวซ้ายแลขวาจนมั่นใจว่าเจ้าคนชุดดำไม่อยู่แถวนี้แล้วจึงย่องออกมาอย่างระแวดระวัง

รอบกายมีต้นไม้แห้งแล้งที่รกรื้นยืนตาย ราวกับเคยเป็นป่าย่อมๆมาก่อน ต้นอินทผาลัมแห้งๆยืนต้นตาย บางต้นแตกหน่อออกกอใหม่มีสีเขียวสดแซมอยู่บ้างแต่ก็ยังดูแห้งแล้งน่าใจหาย น่าจะเป็นเขตชานเมือง หรือว่าโอเอซิสไหนซักที่

ม้าสีดำตัวโตที่ยืนเล็มเลาะยอดไม้อยู่เงียบๆเพียงลำพัง ดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนฉายแววแห่งความซุกซนยินดี ยิ้มแย้มในใบหน้า รีบตรงรี่ไปที่ม้าสีนิลตัวนั้น

เธอลูบแผงคอขนดำเงาของมันทำความรู้จักตีสนิทอย่างที่เห็นพี่โมซ่าทำบ่อยๆ

เจ้าม้าแหงนหน้าสูงราวกับรังเกียจหญิงสาว ก่อนจะยอมกินยอดไม้ที่เมริสาเด็ดมาป้อนเพื่อติดสินบนมัน

แกพาฉันกลับชิริอาห์หน่อยสิ เธอพูดกับมันราวกับฟังภาษาคนรู้เรื่อง ก่อนจะปีนป่ายอย่างทุลักทุเลขึ้นขี่บนหลังมันจนเป็นผลสำเร็จ มือถือเชือกบังเหียนไว้ เท้าเตะเข้าที่สีข้าง แต่ดูเหมือนเจ้าสีนิลจะไม่ให้ความร่วมมือด้วย มันยังคงยืนและเล็มกินยอดไม้อย่างสบายใจ ไม่สนใจแม้คนขึ้นขี่หลังจะกระตุ้นอย่างไร

อย่ามาทำนิ่งเฉยอยู่สิ หยุดตะกละกินก่อนได้มั้ย ถ้าแกพาฉันไปถึงชิริอาห์รับรองว่าฉันจะกำนัลด้วยหญ้าชั้นดีเชียว แต่ตอนนี้รีบไปก่อนเถอะ เดี๋ยวไอ้โจรบ้านั่นก็กลับมาหรอก

เสียงเอะอะดัง พร้อมกับที่เมริสาพยายามเตะสีข้างม้า เพื่อกระตุ้นให้มันออกวิ่ง แต่ดูท่าเหมือนมันจะรำคาญเธอ สะบัดตัวไปมาราวกับม้าพยศ จนคนบนหลังม้าต้องโน้มตัวลงต่ำเพื่อทรงตัวไม่ให้ตกลงไปจุกแอกที่พื้นเสียก่อนจะได้หนีโจร

สิ่งที่เธอพยายามทำอยู่ในสายตาของมาฬิสโดยตลอด เขาดูเธอพยายามบังคับเจ้าซีอาลอย่างฉุนเฉียวระคนขบขัน พูดราวกับมันจะเชื่อเธอมากกว่าคนเป็นเจ้าของมันอย่างนั้นแหละ ดูท่าเก้ๆกังๆบนหลังม้าก็รู้ว่าหล่อนไม่มีทักษะในการขี่ม้าแม้แต่นิด เขาไม่นึกเฉลียวใจกับข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่า พระชายาทรงปรีชาสามารถทางการกีฬาหลากหลาย โดยเฉพาะกีฬาขี่ม้าด้วยมัวแต่ขบขัน

เจ้ากำลังทำอะไร? เสียงห้วนที่ถามขึ้นมาเบื้องหลัง เมริสาเหลียวขวับไปมอง ดวงตาจ้องคนชุดดำเบิกโตตกใจอย่างกับเห็นผี เท้าเล็กๆตะโบมเตะกระแทกสีข้างของม้าสีนิลแรงขึ้น สองมือดึงเชือกบังคับม้าเก้ๆกังๆเหมือนคนขี่ม้าไม่เป็น

หนักเข้าเจ้าซีอาลยกขาคู่หน้าขึ้นสูงตะกุยตะกายอากาศมีผลให้คนขี่หลังมันอยู่หงายหลังผึ่งกรีดร้องเสียงแหลมแล้วหล่นตุ๊บลงมานอนกองอยู่กับพื้นทรายจุกแอ่ก

มาฬิสกลั้นขำกับภาพที่เห็นแม้อยากจะอ้าปากหัวเราะขบขันนัก เขาเป่าปากเรียก เพียงได้ยินเจ้าม้าซีอาลก็ย่างเหยาะมาหาเจ้าของอย่างง่ายดาย

คนที่กลิ้งเกลือกไปมาอยู่ที่พื้น มองภาพนั้นอย่างเจ็บใจ เจ้าม้าบ้านี่ทำให้เธอเจ็บตัว สมควรแล้วล่ะ ม้าบ้าของโจรบ้า มันบ้าทั้งม้าทั้งเจ้าของ

มาฬิสผูกห่อผ้าสีดำที่เก็บผลอินทผาลัมสุกใส่ไว้จนเต็มเพื่อใช้เป็นเสบียงในการเดินทางเข้ากับบังเหียนเจ้าซีอาล ร่างสูงตวัดขากระโจนขึ้นคร่อมบังเหียนอย่างคล่องแคล่ว บังคับม้าย่างเหยาะมายังคนที่นั่งบนพื้นจ้องมองเขาเขม็ง

แดดร้อนแล้ว อย่ามัวโอ้เอ้อยู่ เร็วเข้า เขาออกคำสั่งยื่นมือให้

ร่างที่รีบผลุนผลันลุกขึ้นยืนเพราะเกรงถูกม้าเหยียบ ยืนเท้าสะเอวดวงตาดื้อดึงขุ่นเคือง

ใครบอกว่าฉันจะไปกับแก เสียงแหวสวนกลับมา

ดวงตาขุ่นหรี่มอง เจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง

ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ก็นี่ชีวิตฉัน ตัวฉัน

แต่ตอนนี้เจ้าเป็นเชลยของข้า คำพูดนั้นทำให้เมริสาชะงักงันไปชั่วครู่ เชลยอย่างนั้นหรือ?

ฉันไม่ยินยอมให้แกใช้ฉันเป็นเครื่องมือต่อรองกับเอเมียร์หรอก

มาฬิสอยากจะแค่นหัวเราะ ผู้หญิงอย่างเจ้าจะทำอะไรได้

คำตอบคือทรายที่กอบมาเต็มกำขว้างเข้ามาเต็มใบหน้า ผืนผ้าที่โพกอยู่ป้องกันไม่ให้ทรายเข้าปากจมูก แต่ซัดเข้ามาเต็มๆไปเสียสองลูกตา มาฬิสคำรามอย่างแค้นเคืองที่เสียรู้ผู้หญิงตัวเล็กๆ เสียงฝีเท้าวิ่งหนีไป แต่เขากลับใจเย็น ไม่ติดตาม มือปลดผ้าชูมัคดำที่พันปกปิดไว้อย่างแน่นหนา ควานเอากระเพาะอูฐที่ใส่น้ำไว้เพื่อกักตุนเก็บดื่มกินระหว่างเดินทางกลางทะเลทรายอันร้อนระอุออกมาล้างตาเอาเม็ดทรายออกจนแน่ใจว่าไม่เหลือติดค้างอยู่แม้แต่เม็ดเดียว หากกระนั้นก็ยังแสบพร่าดวงตาไปหมด สะบัดหัวมา หักนิ้วกร็อบอย่างพร้อมที่จะออกแรง

ดูเหมือนข้าจะใจดีกับเจ้าเกินไปสินะ เสียงที่คำรามออกมาฟังดูเหี้ยมเกรียมนัก เท้ากระแทกโกลนเจ้าซีอาลแล้วบังคับมันให้วิ่งตามไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเมื่อครู่นี้อย่างผู้ล่าที่กำลังนึกสนุกเต็มที่กับเหยื่อมีชีวิตที่กำลังวิ่งสะเปะสะปะหนีอย่างไม่รู้ทิศทาง

 

เมริสาที่วิ่งหนีห่างมาไกล จนแน่ใจว่าชายชุดดำไม่ได้ตามเธอมาแล้ว หอบหายใจจนตัวโยนซี่โครงแทบหลุดออกมาข้างนอก เงยหน้าขึ้นมองรอบกาย ซ้ายขวาหน้าหลัง ล้วนล้อมรอบไปด้วยเม็ดทรายสีทองกว้างใหญ่จนสุดลูกหูลูกตา ที่นี่คงเข้าเขตทะเลทรายดามัสนอกนครชิริอาห์ที่ห่างมานับร้อยไมล์

ดวงตาริบหรี่มองฝ่าเปลวแดดจ้าไปเบื้องหน้า เหงื่อที่อาบท่วมท้นไหลย้อยเข้าดวงตาจนแสบพร่าไปหมด ยกมือบางขึ้นเช็ดเหงื่อ ก้าวขาอย่างยากลำบากไปบนพื้นทรายในชุดแสนรกรุงรังที่เต็มไปด้วยกลิ่นสาบ

ไกลลิบจนสุดลูกหูลูกตาก็เป็นทราย...ทราย...ทราย

เนินทรายลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปตามแนวลมพัด เท้าเล็กๆก้าวอย่างยากเย็นไปข้างหน้า ไม่ว่าจะไกลแค่ไหนก็ต้องหนีไปให้ได้ ดีกว่าตกไปเป็นเชลยของโจรร้าย คุ้มดีคุ้มบ้าชุดดำนั่น

 

รอยเท้าเล็กย่างเหยียบบนพื้นทรายทิ้งร่องรอยให้ติดตามได้ไม่ยาก มาฬิสคุมเจ้าซีอาลย่างเหยาะตามไปช้าๆอย่างไม่รีบเร่ง ต่อเวลาให้จนกว่าร่างบอบบางจะถูกความร้อนของเปลวแดดดูดพลังไปให้สิ้นแรงพยศก่อน แล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้นสำหรับเขา ถนอมแรงม้าเอาไว้เดินทางไกลจะดีกว่ามาไล่ติดตามเหยื่อมีชีวิตที่ต่อให้มีปีกก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือเขา

เวลากว่าปีที่รอนแรมอยู่ในทะเลทราย ทำให้เขาเรียนรู้การใช้ชีวิตของชาวทะเลทรายมากกว่าหญิงที่เอาแต่สุขสบายอยู่แต่ในวังหลวง เพียงไม่นานนัก มาฬิสก็แลเห็นร่างในชุดโต๊ปหลวมโพรกเดินโซซัดโซเซอย่างกระปลกกระเปี้ยหมดเรี่ยวแรงอยู่เบื้องหน้า ยกมือปาดเหงื่อที่ไหลโซมอย่างน่าสงสาร

อดีตชายชาติทหารอย่างเขา มิเคยทำร้ายหรือรังแกผู้หญิง แต่ครั้งนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อการเข้าถึงตัวเอเมียร์ไซยเอ็ดนั่นเป็นเรื่องยากเย็นเกินกว่าใช้วิธีสกปรกอย่างจับหญิงที่รักของมันมาต่อรองแลกชีวิตแทน

 

แม้แต่สายลมวูบหนึ่งก็ไม่พัดผ่าน กลางทะเลทรายร้อนอบอ้าวจนระอุแสงตะวันที่จัดจ้ากลางศีรษะแทบจะเผาเธอให้ไหม้เป็นจุณ เมริสาก้าวฝีเท้าเปลือยเปล่าเหยียบย่างตุปัดตุเป๋บนผืนทรายที่ร้อนผ่าวจนฝ่าเท้าไร้ความรู้สึกอย่างอ่อนล้าเรี่ยวแรง หูอื้อตาลายไปหมดแล้ว เธอยังหูแว่วได้ยินเสียงม้าตามมา มือเล็กยกขึ้นมาปาดเหงื่อที่ไหลอาบ เหลียวหน้ามองกลับหลัง แล้วต้องเบิ่งตาตื่นตะลึงอีกหน มัจจุราชสีดำนั่งหลังเหยียดตรงบนหลังม้าสีดำนิลกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

เท้าเล็กๆซอยเร็วขึ้น วิ่งล้มลุกคลุกคลานในชุดรุ่มร่ามนั่นหนีไปให้ไกลที่สุด แม้รู้ว่าจะไม่มีทางรอด ระหว่างฝีเท้าม้ากับฝีเท้าคน แต่ก็ดีกว่ารอคอยความตายอยู่ที่นี่ สิ่งที่เธอทำเมื่อครู่นี้ ไม่มีทางที่มันจะยอมปล่อยให้ผ่านไปเลยโดยไม่เอาคืนเป็นแน่ ดวงหน้าเล็กเหลียวหน้าหลังพะวักพะวง วิ่งล้มวิ่งลุกหนีเป็นที่น่าสงสารนัก

หยุดดีกว่า ยังไงเจ้าก็ไม่มีทางหนีพ้น เสียงตวาดก้องตามมาเบื้องหลัง เสียงฝีเท้าม้าควบตามมาติดๆ

ข้าบอกให้เจ้าหยุด

ใครจะโง่อยู่ให้แกมาจับตัวเล่า ไอ้โจรโง่ โต้เถียงกลับไป  พอรู้ว่าหนีไปก็เหนื่อยเปล่าก็ทรุดกายฟุบลงกับพื้นทราย ฝีเท้าม้าที่ควบมาสุดเหยียด ผ่อนแรงลงตาม และหยุดย่างเหยาะอยู่รอบกายเธอ

เจ้าเป็นอะไรไป

ไอ้บ้า คนเป็นลมยังมีหน้ามาถาม

มาฬิสมองอีกฝ่ายอย่างประเมินสถานการณ์ แต่พอเห็นสภาพอ่อนปวกเปียกนั่นแล้วก็ให้แน่ใจว่าคงเป็นลมแดด ร่างสูงกระโจนลงจากหลังม้ามายืนอยู่บนพื้นทราย ก้มตัวชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ และเพียงเท่านั้น ทรายที่คนเจ้าเล่ห์เพทุบายกำไว้ในมือก็สาดใส่เขาอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าคนอย่างเขา พลาดแค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ความระแวงระวัง ทำให้เขาสามารถเอี้ยวหน้าหลบพายุทรายที่ซัดมาได้ทัน

เมริสาถีบร่างใหญ่นั่นจนหงายหลัง แล้วกระเถิบถดถอยหนีไปบนผืนทรายที่ร้อนระอุ ดวงตาภายใต้ผืนผ้าดำที่สะบัดกลับมาอีกครั้งนั้น เต็มไปด้วยแวววาวอาฆาตแค้น

จะหนีไปไหนนางเจ้าเล่ห์ ร่างสูงใหญ่กระโจนตามรวบข้อเท้าเล็กๆนั่นแล้วกระชากกลับมา

ปล่อยฉัน ปล่อยนะ เท้าเล็กๆพยายามถีบดิ้นรนหนี แต่สู้แรงของข้อมือใหญ่ที่จับแน่นราวคีมเหล็กฉุดกระชากลากถูไม่ได้ สุดท้ายร่างบางกลับมาอยู่ใต้ร่างใหญ่ หัวใจที่เต้นแรงเพราะเหนื่อยหอบสั่นระรัวขึ้นอีกเป็นเท่าแทบจะโลดออกมานอกหน้าอกเมื่อได้กลิ่นเหงื่อจากกายของร่างใหญ่ที่ทาบทับตัวเธอจนชาดิกไปทั้งร่างไม่อาจขยับเขยื้อน ดวงตาคมกล้าวับวาวจ้องเขม็งมือใหญ่รวบข้อมือเล็กไว้เหนือศีรษะได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว

ใบหน้าที่ยื่นมาใกล้ให้กลิ่นแปลกอย่างน่าประหลาด ดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนเบิ่งโตกะพริบปริบ

รู้รึเปล่าว่าจะกำลังลองดีอยู่กับใคร เสียงที่เค้นลอดไรฟันที่ขบแน่นออกมานั่นทำให้เมริสารู้ว่ามันกำลังโกรธจัดจนฆ่าเธอได้ แล้วคนอย่างเธอจะไม่มีวันยอมให้มันใช้เป็นเครื่องมือทำลายองค์เอเมียร์ไซยเอ็ดและราชบัลลังก์ของเชดัสย่าห์เป็นอันขาด

โจรชั่วอย่างแก ฉันไม่กลัวหรอกเสียงเขม้นลอดจากปากอิ่มสีเชอรี่โต้ตอบยั่วยุ

ปากดีนักนะ พระชายา การตอกย้ำความเข้าใจผิดของมันทำให้เมริสายิ่งมั่นใจว่าโจรชั่วนี่ต้องการสิ่งใด

ไม่ใช่ชีวิตเธอเป็นแน่ แต่เป็นคนที่เธอรักยิ่งกว่าชีวิตทั้งสองพระองค์

จะทำอะไรก็ทำสิ ฆ่าฉันเลย ฉันไม่กลัวตายหรอก

เสียงหัวเราะหึดังจากในลำคอ มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ในเมื่อเจ้าไม่กลัวตาย แล้วข้าจะฆ่าเจ้าง่ายๆมันก็ไม่สนุกสิ ดวงตากลมใสกร้าววาววับขึ้นจ้องโต้ตอบอย่างที่ชายชาตรีอย่างเขายังกลัวใจ

มาฬิสข่มโทสะก่อนที่พลั้งมือฆ่าเชลยคนสำคัญทิ้งเสีย กระชากข้อมือปลดผ้าชูมัคที่ใช้คลุมพันปิดหน้าออก รัดรอบข้อมือเล็กๆนั่นมัดไว้เพื่อจะง่ายต่อการควบคุม

ดวงหน้าที่เปิดเผยออกมาสู่สายตาทำให้เมริสาชะงักไป คิ้วเข้มขมวดมุ่นพาดผ่านเหนือดวงตาสีน้ำตาลทองคมวับวาวราวกับเหยี่ยวนักล่า ใบหน้ารกรุงรังไปด้วยหนวดและเคราที่ล้อมรอบกรอบหน้าให้ดูเข้มขรึมดุดัน เมริสารู้สึกคุ้นตาเหมือนใครซักคนที่เคยเห็นหน้ามาก่อนนี้ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร มันกล้าเปิดเผยตัวเองอย่างนี้ ย่อมมั่นใจว่าไม่ปล่อยให้เธอกลับไปยังชิริอาห์ได้ง่ายๆเป็นแน่ ทั้งที่ยังหายใจหอบจนตัวโยน แต่ดวงตากลมไม่ละมองหาโอกาสเอาตัวรอด สายตาของเมริสาจับจ้องกริชเสียบปลอกไว้ที่เอวของมันอย่างหมายมาด

ในขณะที่มาฬิสกำลังง่วนอยู่กับการมัดมือทั้งสองข้างของเชลยอยู่นั่น จู่ๆร่างเล็กก็กระโจนใส่ร่างสูงใหญ่จนล้มลงไปกองกับพื้นด้วยกัน แล้วเมื่อร่างบางผละหนี เขาจึงเห็นว่าหล่อนสามารถชิงกริชที่เอวของเขาไปไว้ในมือได้

ฮะ ฮ่า....นางเจ้าเล่ห์ เจ้าคิดว่ามีดในมือที่ถูกมัดทั้งสองข้างของเจ้า จะช่วยชีวิตเจ้าได้อย่างนั้นหรือ?

แน่นอน ร่างบางที่พยายามยักแย่ยักยันลุกขึ้นจนเป็นผลสำเร็จ ยื่นมือถูกมัดที่กำกริชไว้แน่นมายังเขาเพื่อข่มขู่ ท่าทางไม่มีทักษะของการต่อสู้แม้แต่นิด มาฬิสกลอกดวงตามองท้องฟ้าอย่างระงับความโกรธรอบแล้วรอบเล่าที่ผู้หญิงตรงหน้ายั่วยวนโทสะเขา

ส่งมีดมาให้ข้าเสียดีกว่า อย่าให้ข้าต้องใช้ความรุนแรงไปยิ่งกว่านี้น้ำเสียงเข่นลอดไรฟันข่มขู่

ต่อให้แกข้าฉัน ฉันก็ไม่กลัวหรอกน่าไอ้โจรชั่ว แต่สิ่งที่ฉันยอมไม่ได้ คือให้แกใช้ฉันเป็นเครื่องต่อรองกับองค์เอเมียร์ ชีวิตของพระองค์มีค่าเกินกว่าจะเอามาแลกกับผู้หญิงอย่างฉัน และแม้ชีวิตอันด้อยค่าของฉัน ก็มีค่าเกินกว่าจะมาเป็นเครื่องมือให้โจรใจบาปหยาบช้าอย่างแกใช้เป็นเครื่องต่อรองกับพระองค์ หรือทำลายล้างราชบัลลังก์แห่งเชดัสย่าห์ ดวงตากร้าวของเจ้าของคนที่เปล่งวาจาออกมา ทำให้มาฬิสหงุดหงิดใจอีกเป็นเท่า

หญิงโง่ตรงหน้า ช่างประเมินค่าเอเมียร์จิตใจโหดเหี้ยมนั่นเกินไปแล้ว คนที่ฆ่าพี่ชายร่วมอุทรของเขา แล้วป้ายสีว่าพระองค์กำลังคิดกบฏแบ่งแยกดินแดน พาตัวเองให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาและโทษทัณฑ์ของคณะกรรมการปกครองแห่งเชดัสย่าห์ มาฬิสศึกษาอยู่ในต่างประเทศ มิรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงภายใน เขามิชอบการใช้อำนาจ เพราะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากยิ่ง และผู้ที่ถือครองอำนาจนั้น หากปราศจากสติหลงระเริงไปกับมัน มีแต่ทางจะนำไปสู่หายนะ

เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับผัวเจ้าบ้างหรือถึงกล้าเอาชีวิตปกป้องมัน

คำเรียกขานเจ้าเหนือชีวิตอย่างแค้นเคืองทำให้เมริสาสะอึก นึกสงสัยว่าพระเชษฐภรรดาได้ไปทำอะไรให้โจรตรงหน้านี่เจ็บแค้นใจพระองค์ถึงขนาดนี้

แกจะพูดอะไรก็พูดมาดีกว่า อย่ามัวมาอ้อมค้อมชักแม่น้ำทั้งห้าอยู่เลย

นอกจากเมียแต่งอย่างเจ้า เอเมียร์ไซยเอ็ดยังมีเมียอื่นซุกอยู่ที่ชุมนุมโจรของข้า มาฬิสนึกถึงหญิงสาวที่ซานซมจนเป็นลมกลางทะเลทรายร้อนระอุ เธอบอกว่าหนีมาจากกระโจมของผู้ปกครองชิริอาห์ กลางทะเลทรายดามัส ไม่ต้องการให้ใครตามหาได้ ทารกน้อยในอุทรที่คลอดออกมาเมื่อหลายเดือนก่อน คือสายเลือดที่เอเมียร์ไซยเอ็ดไม่คิดจะเหลียวแล ทุกสิ่งล้วนตอกย้ำความเกลียดแค้นชิงชังในความเหี้ยมโหดใจดำอำมหิตของเอเมียร์สูงสุดที่เป็นที่รักและเคารพของคนเชดัสย่าห์ ภาพจอมปลอมที่เขาจะต้องกระชากหน้ากากนั่นออกมาให้คนได้รู้ว่าเบื้องหลังเจ้าเหนือหัวของพวกเขาโสมมสกปรกเพียงใด

คำกล่าวหานั่นทำให้เมริสาถึงกับสะอึก ไม่จริง ไม่มีทางเป็นไปได้ดวงตาสับสนระริกสั่นปฏิเสธ

เอเมียร์ไซยเอ็ดรักพี่โมซ่าจนหมดหัวใจ ย่อมไม่มีพื้นที่เหลือไว้เผื่อแผ่ให้แก่หญิงอื่นใดอีกเป็นแน่

กลับไปถามผัวเจ้าเองจะดีกว่ามั้ง มาฬิสแหย่เชื้อไฟเข้าไปอีก เมื่อรู้ว่าคำพูดของเขากำลังทำให้อีกฝ่ายสับสนหนัก และลดความระวังตัวลง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนวูบไหว หัวคิ้วเขยิบเข้าชิดกันในจังหวะนี้เองที่มาฬิสรอคอย เขาพุ่งร่างใหญ่ถาโถมเข้าชาร์ตร่างนั้นจนล้มหงายหลังผึ่งกลิ้งเกลือกไปบนผืนทรายด้วยกัน เสียงกรีดร้องดัง หากร่างบางนั่นก็ยังดิ้นขัดขืนสุดฤทธิ์ แม้โดนมัดมือไว้

จังหวะชุลมุนพัลวันนั่นเองที่คนตัวเล็กภายใต้ร่างตวัดกริชในมือสะเปะสะปะจนคมมีดกรีดเข้าเนื้อของเขาจนสะดุ้งเฮือก มาฬิสผงะออกมาด้วยความเจ็บปวด มองบาดแผลที่เลือดหยดติ๋งๆลงบนผืนทราย ก่อนจะตวัดสายตาจ้องร่างบางที่เรียกเลือดเขาด้วยดวงตาแทบลุกเป็นไฟ เมริสาอ้าปากค้างกระเถิบถดถอยตัวหนี กริชในมือที่ดื่มเลือดเขายังมีคราบคาวสีแดงที่ทำให้เธอตื่นตะลึง

เจ้าได้ตายสมใจแน่ๆ เสียงคำรามนั่นช่างน่าสะพรึงนัก เมริสามือสั่นไปหมด ชีวิตนี้ไม่เคยจับมีดเพื่อการอื่นนอกจากทำอาหารและปอกผลไม้ ถึงจะเป็นนักศึกษาแพทย์ แต่เธอยังเรียนรู้แค่เรื่องเกี่ยวกับยาและวิทยาศาสตร์เบื้องต้น มิได้ลงมือจับมีดเพื่อกรีดเนื้อคนมาก่อน โดยเฉพาะคนที่ยังมีลมหายใจ ทำให้เธออดตระหนกหวิวไหวไม่ได้

มาฬิสพุ่งตัวเข้ามาอีกครั้งอย่างระมัดระวังมากกว่าเดิม การต่อสู้ยูยิตสูมือเปล่าที่ถูกฝึกมาอย่างดีทำให้เขาสามารถรวบมือบางได้อีกหน เขาบิดข้อมือเล็กที่กำแน่นจนมีดหลุดแล้วใช้มือแข็งราวกับคีมเหล็กบีบเข้าที่ลำคอจนใบหน้าหล่อนเหยเก มือเล็กขูดข่วนจิกเล็บลงมาปัดป้องแกะมือแข็งของเขาให้พ้นจากลำคอระหง

แต่ความโกรธแค้นที่เหนือกว่าทำให้มาฬิสไม่สะดุ้งสะเทือนซักนิด เขาออกแรงบีบจนเจ้าของลำคอตาเหลือกลาน ดวงตากลมโตที่น้ำตาลอ่อนที่จ้องกล้ากร้าวกลับมาค่อยๆอ่อนแสงและปิดลงอย่างช้าๆ นั่นแหละที่มาฬิสถึงได้รู้สึกตัวว่าเขาทำเกินไป

มือใหญ่คลายจากลำคอเรียวระหงของร่างที่แน่นิ่งไปแล้ว ตบแก้มเบาๆเรียกสติ แต่ร่างอ่อนปวกเปียกทำให้เขาแน่ใจว่าครานี้หล่อนหมดสิ้นฤทธิ์พิษสงอย่างแท้จริงแล้ว

ตายแล้วหรือ? ดวงใจเขาเต้นตุ๊บแรงขึ้นมา อย่างตกใจ เมื่อคิดว่าได้พลั้งมือฆ่าเชลยที่จะนำไปต่อรองกับเอเมียร์ไซยเอ็ดเสียแล้ว แถมหล่อนยังเป็นแค่ผู้หญิง...ผู้หญิงตัวเล็กๆที่น่าจะอ่อนแอ แต่พิษสงกลับมากมายนัก

นางเจ้าเล่ห์...นางเจ้าเล่ห์ ฝ่ามือใหญ่ตบที่แก้มเบาๆเรียก แต่ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ

มือเลื่อนมาอังจมูกไว้ ลมหายใจแผ่วเบานั่นทำให้พออุ่นใจ

อวดเก่งดีนัก อย่ามาทำใจเสาะชิงตายไปง่ายๆเสียก่อนล่ะ ว่าแล้วก็ฉกเรียวปากลงไปทับทาบ เป่าลมหายใจแห่งชีวิตคืนกลับไปยังร่างนั้น  ถึงอย่างไรเขาก็ต้องถนอมหล่อนไว้ก่อน แม้จะอยากฆ่าให้ตายเสียหลายครั้งหลายหน เพราะพิษสงความดื้อรั้นก็ตามที

ริมฝีปากกลีบอิ่มนุ่มนิ่มละมุนที่ได้สัมผัส ทำให้ความโกรธขึ้งบางเบาลง มาฬิสชะงักกายผงะออกห่างด้วยความตกใจ สำนึกรู้ว่าร่างบางสิ้นสติปวกเปียกนั่นเรียกร้องบางสิ่งในกายเขาให้พุ่งพล่านขึ้นมา

สายตาเลื่อนไล้ไปยังดวงตาที่หลับพริ้มแพขนตาหนางอนระยับปิดสนิท ดวงหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แดดจัดที่แผดเผา ผดเหงื่อเกาะพราวนวลแก้มสีสุกปลั่งนั่นอย่างพิศวงงงงวย หัวใจของชายทมิฬเช่นเขาไหวสั่นอย่างรุนแรง เบือนหน้าเร้นสายตาหนีไปเสียจากใบหน้าของคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ เมื่อระลึกได้ถึงหน้าที่ตน และฐานะของหล่อน

มาฬิสตัดใจข่มอารมณ์ว้าวุ่นที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ภายใน ผละลุกไปหยิบกริชที่ดื่มเลือดเขาไปเมื่อครู่ เช็ดกับขากางเกงเพื่อทำความสะอาดเอาเศษทรายออก แล้วเสียบคืนเข้ายังปลอกหนังตามเดิม

ร่างใหญ่ตามไปช้อนร่างบางสิ้นสติไว้ในวงแขน เพียงออกแรงยก ความรู้สึกเจ็บแปลบจากรอยมีดกรีดเนื้อเมื่อครู่ทำให้เขากัดฟันข่มความเจ็บนำร่างเล็กไปวางไว้บนหลังเจ้าซีอาล เสียเวลาโอ้เอ้กับนางคนนี้เกินไปแล้ว ป่านนี้คนทั้งวังหลวงคงวิ่งวุ่น ทหารชิริอาห์คงแทบพลิกแผ่นดินตามหาพระชายาของพวกมัน

เขาต้องรีบเดินทางกลับไปยังที่มั่นก่อนตะวันจะลับฟ้าลงอีกหน เพราะอีกไม่ช้าไม่นาน กองกำลังชิริอาห์คงตามมาคุ้ยทุกเม็ดทรายเพื่อตามชายาของมันคืนกลับไป

ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกไซยเอ็ด เมื่อคนที่ครอบครองเมียของเจ้าในขณะนี้ คือจอมโจรแห่งหุบเขากิซาร์ คนที่จะไม่มีวันให้นางคนนี้กลับคืนไปโดยง่าย ยกเว้นเสียแต่จะแลกมาด้วยชีวิตของเจ้าเท่านั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #49 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 07:55
    เชลย ฟังแล้วตกใจเลยถ้ามีใครมาพูดแบบนี้ แต่ว่ามันคงไม่มี 55+
    #49
    0
  2. #47 antant (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 10:24
    กำลังรออ่านตอนใหม่อยู่ค่ะ รีบๆ เขียนนะคะ น่าติดตามมาก ๆ ค่ะ
    #47
    0
  3. #17 The Cunning (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2552 / 11:48
    สุดยอดอ่ะ

    แต่งเก่งมากเลย

    ไปส่งสำนักพิมพ์เลย
    #17
    0
  4. #10 Mhuay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2552 / 09:04

    มาอัพแล้ว เย้ๆ ดีใจที่สุดค่ะ
    วิจารณ์ ไม่เป็นหรอกค่ะ 
    แต่จะคอยเป็นกำลังใจนะค่ะ

    #10
    0