เชลยแค้น สุดแดนทราย : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก

ตอนที่ 9 : ลักพาตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 ส.ค. 52

9.ลักพาตัว

มิลลาจำเสียงร้องแว่วๆนั่นได้ มันเป็นเสียงลวงที่ทำให้เขาวิ่งไปให้เธอดูแคลนเมื่อครู่นี้ เขาส่ายหน้าอย่างอิดหนาระอาใจกับหญิงดื้อรั้นที่ชอบลองดี

ท่านมิลลา เสียงร้องนั่น.... ทหารเวรยามรักษาการณ์ที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่างทักท้วงขึ้น เมื่อเห็นเขามีท่าทีเมินเฉยไม่แยแสต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ไม่ต้องสนใจหรอก

แต่อาจจะเกิดเรื่องร้าย

เรื่องดีเรื่องร้าย ข้าตัดสินใจเอง ที่นี่ข้ารับผิดชอบ เจ้าหุบปากเถอะ เขาตวาดนายทหารผู้นั้น ก่อนจะเดินอย่างหงุดหงิดกลับไปทางเดิม ใบหน้านิ่งขึงฉายแววหงุดหงิดจนเก็บไว้ไม่มิด

คอยดูซิว่า ถ้าคราวนี้ไม่มีเรื่องอะไรนอกจากคนพาลพาโลขี้โมโหแล้ว เขาจะถือโอกาสนี้ลงโทษคนก่อกวนให้เข็ดหราบสำนึกเสียบ้าง

ท่านมิลลาคะ เสียงร้องของคุณเมริสา ปาตีวิ่งหน้าตื่นกำลังมุ่งมาทิศทางเดียวกับเขา

องครักษ์หนุ่มยกมือห้ามหน้าตาตื่นๆของนางกำนัลรับใช้ไว้

เธอคงนึกสนุกอย่างทดสอบระบบรักษาความปลอดภัยของพระราชวังมุซทามัส เขากล่าวพร้อมเดินอย่างไม่รีบเร่งเช่นคราแรกไปยังห้องประทับของพระชายา

ยืนหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูเนิ่นนานอย่างชั่งใจว่าจะเข้าไปสอบถามดี หรือว่าให้เพียงปาตีออกหน้าไป

คุณเมริสาคะ....เกิดอะไรขึ้น? ปาตีถามอย่างร้อนรน นางกำนัลอีกสามคนยืนกระสับกระส่ายใกล้ๆ คิดเพียงว่าอาจต้องไปเก็บห้องที่รกเละเทะเพราะอารมณ์ของพระขนิษฐาอีกหน

คุณเมริสาคะ....เปิดประตูหน่อย

ปาตีหันมาสบตากับมิลลา เมื่อมีเพียงความเงียบนิ่งภายใน เหตุการณ์อาจจะเป็นเช่นเมื่อครู่อีก

ผมไม่มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ ถ้าคุณไม่เปิดประตู ผมก็จะกลับ มิลลากล่าวอย่างฉุนๆ

เมื่อภายในยังเงียบนิ่ง เขาก็ผินหลังหนี แต่ปาตีรีบมายืนขวางทางตีหน้าอ้อนวอน ท่านมิลลาคะ ได้โปรดเถิดค่ะ

เจ้าจะให้เราพังประตูเข้าไปภายในให้เจ้านายเจ้าหัวเราะเยาะอีกหรือ? น้ำเสียงเครียดตั้งคำถาม

ปาตีก้มหน้านิ่ง นางกำนัลอีกสามส่งสายตาวิงวอน องครักษ์หนุ่มส่ายหน้า ก่อนจะผลักดันประตูเข้าไปภายใน

และเมื่อประตูเปิดออก เขาก็คิดว่าเธอจะหาข้อแก้ตัวอะไรมาปั่นป่วนเขาอีก

แต่ภาพความว่างเปล่าในห้องนั้น ทำให้มิลลาชะงักไป ดวงตาฉงนกวาดมองความเคลื่อนไหวและผิดปกติในห้องนั้นอย่างรวดเร็ว มีร่องรอยเปียกของน้ำหยดลงบนพรมและพื้นเป็นทาง

คุณเมริสาคะอยู่ไหน?ปาตีร้องถามกลางห้องกว้างอย่างกังวลห่วงใย

เล่นซ่อนหางั้นหรือ? อยู่ในห้องน้ำรึเปล่า? คำพูดของมิลลาทำให้ปาตีถลาเข้าไปแหวกม่านผืนหนาออก ร้องหา

คุณเมริสาคะ คุณเมริสา แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า พราวน้ำหยดเป็นทางมายังห้องนอน มิลลามองตามรอยน้ำที่หยดเป็นทางบนพื้นพรม หัวคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากัน สังหรณ์ใจแปลกว่าครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเสียแล้ว  หากมิใช่ทางประตู ทางเดียวที่จะออกจากห้องนี้ได้....

ไม่มีค่ะ คุณเมริสาไปไหนไม่รู้ สิ้นคำของปาตี มิลลาถลาไปที่หน้าต่างซึ่งเป็นทางออกทางเดียวนอกเหนือจากประตูที่เขาเข้ามา

เท้าเหยียบเข้ากับบางสิ่ง เขาก้มหน้าลงมอง แสงสะท้อนแวววาวสีเหลืองทองเมื่อต้องกับแสงไฟ มิลลาหยิบมันขึ้นไว้ในมือ อย่างแน่ใจว่า นี่คือสร้อยข้อมือที่เขาเพิ่งซื้อให้เมริสาเมื่อตอนหัวค่ำ ตะขอบิดเบี้ยวเหมือนไปคล้องเข้ากับอะไรซักอย่างจนหลุด มิใช่ผู้เป็นเจ้าของตั้งใจถอด ดวงใจเขาหายวาบ สายตาแลมองไปนอกหน้าต่างเบื้องล่าง ภาพทหารเวรยามสองคนนอนกองอยู่กับพื้นตำแหน่งเดียวกับหน้าต่าง ดวงใจวาบเหมือนถูกกระตุก

ลองดีจนได้เรื่องแล้วมั้ยล่ะ

ทหาร มีผู้บุกรุก สิ้นเสียงเปล่งร้องก้องพระตำหนักมุซทามัส ดวงไฟสปอร์ตไลท์โดยรอบฉายพรึบขึ้นมาพร้อมๆกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังกึกก้อง พร้อมเสียงเอะอะเบื้องล่างของเหล่าทหารเวรยามรักษาการณ์ที่วิ่งกันให้วุ่นไปหมด กำลังเสริมถูกเรียกมาจากภายนอกเขตพระราชฐานเข้ามาตรวจค้นและประจำการจุดต่างๆหนาแน่นขึ้น มิลลากวาดสายตามองหาสิ่งผิดปกติอื่นใด....ไม่มี...ไม่มีเลย....ดวงใจของเขาปลิดปลิวหายไปได้อย่างไร...ใครกันช่างกล้า

 

ร่างที่แน่นิ่งแรมรอนบนหลังม้ามาทั้งคืนเริ่มขยับตัว ถ้าไม่เป็นเพราะเจอพายุทรายเอาเมื่อใกล้รุ่งสาง เขาคงไม่ตัดสินใจพักเสียที่ถ้ำในเขตโอเอซิสร้างแห่งนี้ เมื่อเห็นว่าเดินทางมาไกลห่างจากพระราชวังหลวงของชิริอาห์มากแล้ว

มาฬิสขยับตัวตาม ทิ้งกิ่งไม้ที่ใช้เขี่ยกองไฟ ดวงตาวับวาวจับจ้องการไหวตัวของร่างบางในชุดโต๊ป อย่างสังเกตสังกา

ความมืดเมื่อแรกที่ปรากฏกับสายตาและความมึนงงเหมือนถูกทุบหัวทำให้เมริสานิ่วหน้า สะบัดหัวสองสามที

โป๊ก/โอ้ย หัวฟาดเข้ากับก้อนหินอย่างจัง เจ็บจนหน้านิ่ว มือกุมหัวไว้ ถึงได้สัมผัสไอเย็นยะเยือกและแข็งของพื้นที่นอนอยู่ ทำไมวันนี้เตียงของพี่โมซ่าช่างแข็งนัก

ตื่นแล้วรึ? เสียงทุ้มที่ดังก้องสะท้อนทำให้ดวงตาที่หลับเบิกโพลงขึ้นมา รับรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องประทับในพระราชวังมุซทามัส เมริสาลุกพรวดพราดขึ้นนั่งแล้วก็พบว่าคนชุดดำที่เธอคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็นมาก่อนหน้านี้กำลังจับตามองเธออยู่ ดวงตาสีน้ำตาลทองที่สะท้อนกับแสงไฟที่ก่อทิ้งไว้นั่นเต็มไปด้วยความแวววาวน่ากลัว

แกเป็นใคร?

ใบหน้าที่พันแน่นหนาด้วยชูมัค*สีดำเช่นเดียวกับชุดจ้องมองเธอเขม็ง

เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้จักข้าหรอก พระชายา

พระชายามันเรียกเธอว่าพระชายา แปลว่าคนที่มันต้องการจับตัวมาคือพี่โมซ่าแน่ๆ

ลักพาตัวอย่างนั้นหรือ? ชายาขององค์เอเมียร์นี่นะ? เจ้าโจรโลภโมโทสันเอ๊ย หวังสูงขนาดจะลักพาตัวประมุขสูงสุดฝ่ายหญิงแห่งเชดัสย่าห์ แต่โง่นักที่ดันไม่รู้ว่าเธอไม่ใช่พระชายา ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่งจะเคยอยากเป็นมากก็เถอะ

แล้วนี่อะไรกัน? ทั้งทหารเวรยามที่รักษาการแน่นหนา รวมถึงองครักษ์หน้านิ่งนั่นปล่อยให้พระชายาถูกจับตัวออกมาจากพระราชวังง่ายๆโดยฝีมือโจรกระจอกอย่างนี้อย่างนั้นรึ?

แกต้องการอะไร?

เสียงหัวเราะหึในลำคอ ข้าจับตัวเจ้ามา ก็ต้องการตัวเจ้านะสิ

ดวงใจกระตุกวาบ ดวงหน้าตระหนกเมื่อนึกรู้ตัวว่าก่อนที่จะมาถึงที่นี่เธออยู่ในสภาพเช่นไร ไม่รู้ว่าระหว่างหลับใหลไปมันได้ลงมือทำอะไรกับเธอไปบ้าง ก้มหน้าลงลูบเนื้อลูบตัวสำรวจตรวจตราก็พบว่าตัวเองกำลังสวมใส่เสื้อผ้าที่มิคุ้นเคยเลยซักนิด แถมมีกลิ่นอับระคายจมูก

ดวงตาลุกวาวเงยหน้าขวับขึ้นมาจ้องมอง แกทำอะไรฉัน? ถามอย่างตระหนก

เมื่อคืนเธอก้าวออกจากอ่างอาบน้ำ โดยมิได้นุ่งห่มอาภรณ์แม้เพียงชิ้น เจ้าโจรโฉดนี่ได้เห็นความลับแห่งเรือนกายเธอไปหมดแล้ว และคงจะเป็นมันนั่นแหละที่สวมใส่ชุดเหม็นๆนี่ให้เธอ คิดมาถึงตรงนี้แล้วเมริสาก็ให้หน้าร้อนวูบวาบขึ้นมา นึกอยากจะฆ่านัก....ผู้ชายคนแรกที่เห็นเธอเปลือยกาย...เป็นแค่โจรกระจอก

มาฬิสกลั้นขำกับท่าทางตระหนกของอีกฝ่าย ตกใจอะไรนักหนา ทำตัวอย่างกับสาวบริสุทธิ์อย่างนั้นแหละ

คำเยาะนั่นทำให้เมริสาต้องสะกดความรู้สึกกระดากเก้อ ที่จะโต้เถียงกลับไปกับต้องไล่งับถ้อยคำเหล่านั้นไว้เสียหมด ในเมื่อมันเข้าใจว่าเธอคือพระชายา คือพี่โมซ่า จะทำสะบัดสะบิ้งอายคงไม่ใช่วิสัยของหญิงที่แต่งงานแล้ว

ผิดลูกผิดเมียคนอื่นบาปหนานัก

หุบปาก คนอย่างข้ามิคิดกินของเหลือเดนใคร โดยเฉพาะไซยเอ็ด น้ำเสียงดุดันตวาดสวนมา วาจาที่เอื้อนเอ่ยถึงเจ้าเหนือหัวของปวงชนชาวเชดัสย่าห์ไม่มีความเคารพยำเกรงเลยซักนิดเดียว

แล้วแกจับฉันมาทำไม ต้องการเงินทองอย่างนั้นหรือ? แทนที่จะอุ้มแจกันทองสักใบออกมา ยังจะมีค่ายิ่งกว่านำฉันมาต่อรององค์เอเมียร์ แกคงไม่รู้สิว่าทหารกองทัพชิริอาห์นั่นเก่งกล้าสามารถแค่ไหน ไม่เกินวันหรอกพวกเขาต้องตามกลิ่นเจอ แล้วแกก็จะถูกกุดหัวอย่างไม่มีข้อสงสัย

เสียงหัวเราะอย่างขบขันดังก้องสะท้อนไปมาในถ้ำมืด เป็นเช่นว่าจริง ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ตรงนี้ได้เล่า

เมริสาสะอึกกับคำเยาะของอีกฝ่าย พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกหลายหลากที่แล่นเข้ามาจู่โจม

ชูมัค*(SHEMAGH) = ผ้าขาวม้าอาหรับ ใช้โพกศีรษะและใบหน้ากันฝุ่นทราย

เอาเถอะ เพื่อเห็นแก่ความสงบสุขของเชดัสย่าห์ ฉันจะขอให้องค์เอเมียร์มอบทรัพย์สินที่แกพึงพอใจให้ ต้องการอะไรว่ามาสิ

ดวงตาสีน้ำตาลทองวาววามขึ้นมา ลมหายใจของเอเมียร์ไซยเอ็ด คือสิ่งที่ข้าต้องการ

ความปรารถนาที่มันเอ่ยมา ทำให้เมริสาตัวชาวาบไป

 

ไม่มีวัน น้ำเสียงตวาดสวนกลับดังไม่แพ้กัน ดวงตากลมเปล่งประกายรัศมีเจิดจ้าจนคนชุดดำชะงักงันไป

ก่อนส่งเสียงหึในลำคอ ดูเจ้ารักสามีเจ้ามากนักสินะ

มันเดินวนไปรอบๆตัวเธอสายตามองอย่างหมิ่นแคลน เมริสากลอกสายตามองตามอย่างไม่ไว้วางใจ

ข้าหวังว่าสามีเจ้า จะรักเจ้าได้ซักครึ่งหนึ่งที่เจ้ารักเขา

แน่นอนอยู่แล้ว เธอรับรู้และซาบซึ้งตระหนักในความรักที่เอเมียร์ไซยเอ็ดมีต่อพี่โมซ่าดี มิเช่นนั้นคนอย่างเมริสาหรือจะยินยอมล่าถอยถอดถอนดวงใจที่เจ็บช้ำเมื่อรู้ว่า รักเดียวและยอดปรารถนาของพระองค์คือพี่โมซ่า

หญิงโง่เขลาเอ๋ย เจ้าคงมิรู้เลยว่า ป่านนี้สามีเจ้าจะตีปีกดีใจแค่ไหน ไม่มีผู้ชายคนไหนหยุดที่ผู้หญิงคนเดียวและรักนางไปจนวันตายหรอกคำกล่าวอย่างหยามเยาะ

มีแต่คนความคิดวิปริตจิตมีปัญหาเท่านั้น ที่ไม่รู้จักอิ่มพอในความรัก คนอย่างแกคงไม่รู้จักสินะ ว่ารักแท้เป็นเช่นไร เธอกล้าโต้เถียงแทน เพราะประจักษ์ในความรักที่องค์เอเมียร์มีต่อพี่โมซ่าดี

ดวงตาขึ้งโกรธอยู่เป็นทุน ฉายแวววับวาวขึ้นมาอีก

ปากดีนักนะ หากอยากรักษาชีวิตไว้พิสูจน์รักแท้ของสามีเจ้าแล้วล่ะก็ สงบปากสงบคำดีกว่า อย่าให้ข้าต้องพลั้งมือบีบคอเจ้าให้ตายเสียก่อนเลยดวงตาคมวาวลุกโพลงกับถ้อยคำตอบโต้เผ็ดร้อนพอกัน

รังแกคนไม่มีทางสู้ คงเป็นวิสัยของโจรชั่วอย่างแกสินะ ดวงหน้าเล็กเชิดรั้นด่าทออย่างไม่เกรงกลัวคำขู่

มาฬิสพยายามข่มอารมณ์ที่ไม่กระทำการรุนแรงใดๆไว้ ด้วยว่าสตรีที่กำลังยั่วโมโหเขาคนนี้ มีค่าเอาไว้ต่อรองชีวิตเอเมียร์ไซยเอ็ดได้ มือแข็งกร้าวหยาบกระด้างยื่นไปบีบแก้มนวลขาวบนใบหน้าที่เชิดอย่างท้าทายนั่นเป็นการสั่งสอน

แม้ใบหน้าแหยเกบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บ แต่ดวงตากร้าวที่จ้องโต้ตอบกลับมา ไม่มีละความท้าทายลงซักนิด อำนาจแห่งดวงตาสีน้ำตาลอ่อนวาวทอประกายนั่น ทำให้เขาต้องคลายมือในวินาทีต่อมา ผลักจนร่างบางนั่นเซแซดๆ

บอกแล้วว่าอย่ายั่วอารมณ์ข้า

คนที่เซเสียหลักเพราะแรงผลักสะบัดหน้ามาสู้สายตา

จะฆ่าก็เชิญสิ ฉันไม่กลัวตายหรอกนะ แต่อย่าหวังว่าคนอย่างแกจะได้สัมผัสแม้ปลายเล็บของพระองค์

ดวงตากร้าวนั้นจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าเหมือนไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน

ความใจเด็ด กล้าหาญและไม่กลัวตาย ทำให้เขานึกกลัวใจหล่อนนัก

ขืนบุ่มบ่ามทำอะไรตอนนี้ ความแค้นที่เก็บกักรอวันสะสาง ทุนแรงที่ลงไปเพื่อจะได้โอกาสต่อรองชำระแค้นแก่เอเมียร์ไซยเอ็ดจะหมดไปเสียเปล่าๆ และการอยู่ตรงนี้นานไปก็อาจจะทำให้เขาพลั้งมือทำร้ายผู้หญิงที่ท้าทายไม่รู้จักรักตัวกลัวตายเพราะบูชาความรักโง่ๆ มาฬิสจึงเบือนหน้าหนีสายตาวับวาวกร้าวกล้านั่น เดินหนีออกไปนอกถ้ำเสีย

เมริสาจ้องตามแผ่นหลังใหญ่ภายใต้ชุดดำทะมึนนั่นไปยังปากถ้ำที่แสงสว่างรำไรเล็ดลอดเข้ามา หัวใจยังเต้นรัวสั่นแทบกระโจนออกมานอกอกไม่หาย

ไปกินดีหมีที่ไหนมานะเมซ่า ถึงได้กล้าไปท้าทายความตายกับเจ้าคนบ้านั่นได้ ถามตัวเองอย่างเหลือเชื่อกับสิ่งที่ทำลงไป หมุนตัวเหลียวหน้าหลังมองรอบกาย พบเพียงความมืดและสัมผัสได้เพียงกลิ่นอับชื้นไอเย็นจากผนังถ้ำ

ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน....ส่วนใดของชิริอาห์....จากคืนค่ำอันมืดมิดสู่เช้าวันใหม่ที่แสงแดดแรกมาเยือน บางทีเธออาจจะอยู่นอกเขตชิริอาห์แล้วก็ได้ แต่มันส่วนใดของเชดัสย่าห์กัน

บ้านเกิดเมืองนอนที่ไม่คุ้นเคย แม้แต่ในเขตเมืองหลวงเธอยังไม่รู้เส้นทาง แล้วถูกลักพาตัวมาอย่างนี้ด้วยแล้ว เธอจะหนีออกจากถ้ำนี้กลับไปยังพระราชวังหลวงได้อย่างไร

ใบหน้านิ่งหากดูคมคายของใครคนหนึ่งแว๊บเข้ามาในความคิด ดวงตากลมใสวับวาวอย่างขึ้งโกรธขึ้นมา

มิลลา....เจ้าองครักษ์ซื่อบื้อนั่น ปล่อยให้เธอถูกจับตัวมาได้ยังไงกัน

 

องครักษ์หนุ่มแห่งพระราชวังมุซทามัสวิ่งวุ่นหัวหมุนทั้งคืนเพื่อสั่งการทั้งตามหาคนที่เขาได้รับหน้าที่เฝ้าอารักขาให้การดูแลที่บัดนี้อันตรธานหายตัวไปเกินแปดชั่วโมงแล้ว

ร่องรอยการบุกรุกแทบไม่มี แสดงว่ามันเป็นโจรมีฝีมือ รู้เส้นทางเข้าออกและวางแผนมาเป็นอย่างดี

เป็นไปไม่ได้ที่มันจะมาคนเดียว ช่างกล้านัก เขาตบโต๊ะเสียงดังเมื่อดูภาพในห้องทีวีวงจรปิดที่บันทึกภาพความเคลื่อนไหวและผิดปกติภายในพระราชวังจนทหารที่ยืนเรียงแถวอยู่เบื้องหน้าสะดุ้งโหยง

เพราะเมื่อตรวจสอบภาพจากทั่วทั้งพระราชวัง เงาดำที่วูบมาวูบไปหากไม่สังเกตให้ดีนั่นเป็นเงาร่างของคนเพียงคนเดียว มันพรางตัวมากับความมืดได้อย่างแนบเนียนจนแม้กระทั่งกล้องวงจรปิดยังให้เบาะแสอื่นเพิ่มเติมไม่ได้

เขาพ่นลมหายใจอย่างอึดอัด กำหมัดแน่นอย่างระงับอารมณ์พุ่งพล่านจากภายใน จำตัดสินใจต้องรายงานความผิดพลาดในครั้งนี้ให้กับดาบินสหายที่อยู่ถวายการอารักขาเอเมียร์ไซยเอ็ดทูลกับพระองค์

กำหนดเสด็จกลับถูกเลื่อนมาเร็วขึ้น เสียงไซเรนเปิดทางนำเสด็จรถพระนั่งใกล้เข้ามา บีบคั้นหัวใจจนแทบแตกเป็นเสี่ยง แต่ชายชาตินักรบอย่างเขา ถึงอย่างไรเสียก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริง เท้าก้าวถี่ๆอย่างรีบเร่งลงบันไดไปยังส่วนหน้าพระราชวังเพื่อต้อนรับการเสด็จกลับ นายทหารหลายคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเฝ้าเวรยามตามจุดต่างๆเมื่อคืนนี้ติดตามมาด้วยหัวใจร้อนรนไม่แตกต่างกัน

การทำงานผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง จนทำให้พระขนิษฐาของพระชายาถูกลักพาตัว พาลจะพาให้พวกเขาถูกปลดประจำการก่อนถึงกำหนดเวลาเกษียณอายุกันหมด

รถพระที่นั่งจอดสนิทเทียบหน้าบันไดทางขึ้นพระราชวังหินอ่อน ไม่ทรงรอให้พลขับมาเปิดประตูให้ เมื่อทั้งสองพระองค์เปิดประตูก้าวลงมาด้วยความรีบเร่ง

มิลลาตบรองเท้าคอมแบตกระทบกันเสียงดัง โค้งทำความเคารพต่อเจ้าเหนือหัวของเขาที่พระพักตร์เต็มไปด้วยความกังวลกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น

เมริสาหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่? พระชายาโมซ่าทรงตรัสถามอย่างรวดเร็วทั้งที่ก้าวมายืนบนพื้นยังไม่เต็มพระบาทเสียด้วยซ้ำ

เมื่อคืนนี้ราวสามทุ่มพ่ะย่ะค่ะ

แล้วเจ้าเพิ่งให้ดาบินมาบอกเราเมื่อตอนตีสามนี่นะองค์เอเมียร์พยายามระงับความโมโหขึ้งโกรธ เมื่อตรงหน้าคือราชองครักษ์ที่ทรงไว้วางพระทัย และไม่เคยทำงานผิดพลาดเลยซักครั้ง

เขาก้มหน้าอย่างสำนึกผิด กระหม่อมต้องการค้นหาและตรวจสอบให้แน่ใจว่าพระขษิษฐาได้หายไปจริงๆก่อนพระเจ้าค่ะ

แล้วเจ้าพบอะไรบ้างล่ะ? น้ำเสียงเครียดของพระองค์ตรัสถาม

กล้องวงจรปิดจับเงาของคนชุดดำได้พระเจ้าค่ะ

พวกมันมากันกี่คน ทำไมทหารเวรยามถึงไม่มีใครเห็นความผิดปกติเลยซักคน

มิลลาอึกอักในคำตอบ อ่า คนเดียวพระเจ้าค่ะ

คำตอบนั้นทำให้พระพักตร์แดงก่ำ ดวงตาคมวาวตวัดมองหน้าองครักษ์เอก โจรคนเดียวบุกเข้าเขตพระราชฐานมาถึงพระราชวังชั้นในแล้วลักพาตัวเอาผู้หญิงคนหนึ่งออกไปได้ โดยที่ไม่มีใครรู้ใครเห็นเลยอย่างนั้นหรือ?

พระชายาโมซ่าที่ยืนอยู่เบื้องพระปรางทั้งตระหนกตกใจกับการหายตัวไปของพระขนิษฐาและร่องรอยที่ยังติดตามไม่ได้ ยืนโงนเงนพระวรกายหัวใจหวิวไหวคล้ายจะเป็นลม

โมซ่า ทรงเข้าประคองร่างของชายาไว้

ร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลเพราะทรงครรภ์ได้กว่าสองเดือน ทรุดซบลงกับพระอุระอย่างไม่สามารถดำรงพระวรองค์ได้อีกต่อไป เอเมียร์ไซยเอ็ดช้อนร่างไร้สติของพระชายาขึ้นในอ้อมพระกร

ดวงตาขึ้งเครียดหันมามองหน้ามิลลา ก่อนตรัสเสียงเข้ม

เจ้าคงต้องทบทวนหน้าที่และความสามารถตัวเองแล้วล่ะ....มิลลา ตรัสแล้วก็ทรงอุ้มพระวรกายอ่อนแรงของพระชายาก้าวขึ้นบันไดไปพักผ่อนบนห้องประทับบนพระตำหนักมุซทามัส

ดาบินมองเพื่อนที่ยืนก้มหน้านิ่ง ตรงเข้าตบไหล่อย่างปลอบใจ การยืนนิ่งสำนึกผิดอยู่ตรงนี้ไม่ทำให้นายพบตัวคุณเมริสาได้หรอกนะมิลลา รีบไปตามหาเธอกันก่อนที่มันจะพาเธอออกนอกเมืองหลวงดีกว่า

มิลลาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับสหายสนิท

เวลากว่าเก้าชั่วโมง ข้าคิดว่ามันคงพาพระขนิษฐาออกนอกทะเลทรายดามัสไปแล้วล่ะ เขากล่าวอย่างสิ้นหวัง

ดาบินชะงักงันไป ทั้งคืนที่ผ่านมา ข้าสั่งให้ทหารตามหาแทบพลิกนครชิริอาห์ แต่ก็ไม่พบเบาะแสราวกับว่ามันหายตัวได้อย่างนั้นแหละ

ดาบินหรี่ดวงตาดุดันลง แปลว่าพวกมันต้องวางแผนมาอย่างดี และมีสายที่เก่งมาก

ตอนนี้กองทัพกำลังค้นหาแบบปูพรมในทะเลทรายดามัส แต่ไม่มีสัญญาณหรือร่องรอยใดๆเลยว่า.... เขาหลับตาลง เดาไม่ออกว่าพวกมันต้องการอะไร และเป็นพวกไหนกัน เชดัสย่าห์สงบมานานวัน ไม่มีสงครามกลางเมือง ไม่มีความวุ่นวายจากการแย่งชิงอำนาจราชบัลลังก์อย่างประเทศมุสลิมบางประเทศ ไม่มีแบ่งแยกดินแดนหรือความขัดแย้งทางศาสนา ทั้งหมดอยู่ร่วมกันอย่างสงบและเป็นมิตรบนผืนแผ่นดินชิริอาห์ ภายใต้การปกครองของเอเมียร์ไซยเอ็ดที่ทำทุกอย่างเพื่อปวงชนเชดัสย่าห์ที่ยกย่องแซ่ซ้องสรรเสริญและรักใคร่พระองค์ในฐานะผู้นำที่เสียสละและอยู่ในทศพิธราชธรรม

ดาบินขมวดคิ้ว มันต้องการอะไรถึงลักพาตัวพระขนิษฐาไป มีหลักฐานร่องรอยอะไรทิ้งไว้บ้าง?

มิลลาส่ายหน้าอย่างเหน็ดเหนื่อยไม่ได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

มันเป็นใคร ช่างกล้านัก?

ดวงตาที่ท้อแท้สิ้นหวัง ฉายแวววาววับกล้ากร้าวขึ้นมาอีกครั้ง ฟันกัดแน่นจนเป็นสันนูน

ไม่ว่ามันเป็นใครก็ตาม ข้าจะต้องจับตัวมันมาลงโทษแล้วพาพระขนิษฐากลับมาโดยปลอดภัย

ดาบินมองดวงตาอ่อนล้าและสีหน้าอิดโรยของอีกฝ่าย เจ้าคงไม่ได้นอนมาทั้งคืน ไปพักผ่อนเถอะสหาย ที่เหลือต่อจากนี้ ข้าจะดูแลติดตามต่อให้เอง เขาตบบ่าเบาๆปลอบใจเพื่อน

มิลลาส่ายหน้า เจ้าคิดว่าข้าจะหลับตาลงอย่างนั้นหรือ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #16 The Cunning (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2552 / 11:38
    liiiiiiiiสนุกอ่ะ
    #16
    0