ปราบรักให้อยู่หมัด : สนพ.นครสาส์น

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    17 มิ.ย. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 3

ร่างโชกเลือดบนเตียงถูกเข็นเข้าไปใน Emergency room กว่าชั่วโมง ทั้งหมอและพยาบาลพากันวิ่งวุ่น

ภาพนี้คุ้นตาเหมือนเดจาวู ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ร่างโชกเลือดบนเตียงเข็นที่เขาทำได้เพียงวิ่งตามไป แล้วถูกกันให้ออกมารอคอยฟัง....ข่าวร้าย

เขาได้รับคำยืนยันจากเพื่อนๆของเธอว่า....

ณัฏฐ์วศา คือลูกสาวคนเดียวของท่านรองฯเสรี และเพิ่งกลับจากอเมริกาได้สองวันจริงๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันทั้งหมด ถูกรายงานถึงเจ้านายเบื้องสูงแล้ว สิ่งที่เขาจะต้องทำต่อจากนี้ คือเตรียมตัวรอรับการสอบสวน

เก่งจริงๆวลัญช์เอ๊ย! ภายในไม่กี่วันนายทำตัวประกันถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินไปแล้วสองคน นอกจากขั้นไม่ได้เลื่อน เงินเดือนไม่ได้ขึ้น เห็นทีว่าถึงไม่ขอย้ายตัวเองไปยังชายแดนแสนไกล เจ้านายข้างบนก็คงจะพิจารณาเห็นชอบเตะโด่งไปให้พ้นไกลหูไกลตาเพื่อสงบปากกาของนักข่าว

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าชีวิตของคนที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องนั้นกว่าชั่วโมง

คนไข้เสียเลือดมาก ตอนนี้เราใช้เลือดในคลังไปหมดแล้ว ใครพอจะมีเลือดกรุ๊ปโอบ้างมั้ยคะ? พยาบาลสาวในชุดเขียววิ่งหน้าตื่นออกมาถามกลุ่มตำรวจและเพื่อนๆของเธอ นักข่าวที่ตามมาทำข่าวถูกกันอยู่ข้างนอก

ผมครับ โดยไม่คิด วลัญช์เสนอตัวทันที

โทษว่าเป็นเพราะความผิดพลาดของเขา เรื่องถึงเป็นแบบนี้

นึกถึงใบหน้าหยิ่งจองหองของคนสวยเมื่อหัวค่ำแล้ว ความรู้สึกผิดยิ่งพุ่งพล่านขึ้นมา

เชิญทางนี้เลยค่ะ พยาบาลสาวบอกอย่างรีบเร่ง

 เขากำลังจะก้าวตามไปพยาบาลในชุดเขียวไป

ยัยลูกแก้ว เสียงหวีดร้องดัง ทำให้วลัญช์หันขวับไปมอง

สตรีวัยกลางคนหน้าตาสะสวยผลักประตูห้องถลาเข้ามา พร้อมกับร่างของท่านเสรีฯที่ตามมาอย่างรีบเร่ง

ตอนนี้คนไข้กำลังอยู่ในห้องฉุกเฉิน คุณหมอกำลังช่วยเธออย่างเต็มที่ค่ะ

มันเกิดขึ้นได้ยังไง? น้ำเสียงเครือเจือสะอื้นจากใบหน้าสวยกว่าวัยถาม มีท่านเสรีคอยประคองอยู่

วลัญช์รวมทั้งตำรวจทั้งหมดในที่นั้น ตะเบ๊ะให้ผู้บังคับบัญชา สายตาเป็นกังวลของท่านมองไปที่ประตูห้องฉุกเฉิน ก่อนจะหันมาหาเขา

เกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไงกัน?” น้ำเสียงเคร่งเครียดถาม

มีรายงานว่าจะมีการส่งมอบยาไอซ์กันที่สถานบันเทิงแถวสุขุมวิท ผมและเจ้าหน้าที่จากกองปราบฯได้รับคำสั่งมอบหมายให้เฝ้าติดตามและจับกุมคนร้าย เป้าหมายเป็นสตรีในชุดสีดำ ต่อมาทางสายรายงานว่าคนร้ายเกิดไหวตัวทัน เราจึงแจ้งหมายศาลขอตรวจค้นสถานบันเทิงดังกล่าว และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งอยู่ในกลุ่มของคุณณัฏฐ์วศา เพื่อไปตรวจสอบลายนิ้วมือกับตลับแป้งบรรจุยาไอซ์ซึ่งพบในที่เกิดเหตุ ผมไม่ทราบจริงๆครับว่าเธอมีอาวุธและเธอก็จับตัวคุณณัฏฐ์วศาเป็นตัวประกัน

แล้วตอนนี้คนร้ายอยู่ไหน?

เธอถูกฆ่าตัดตอนก่อนที่ทางตำรวจจะเจรจาสำเร็จ

แล้วลูกสาวฉันน้ำเสียงเครือของคุณนายท่านเสรีเหมือนจะขาดใจ

ถูกคมมีดจากการจี้เป็นตัวประกันบาดเข้าที่ลำคอ

ท่านเสรีหลับตาแล้วส่ายหน้าน้อยๆอย่างคาดไม่ถึง เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะท่านก็เป็นตำรวจคนหนึ่ง ไม่มีใครอยากจะให้ตัวประกันเป็นอันตราย

ตอนนี้ลูกสาวฉันเป็นยังไงบ้าง? หันไปถามกับพยาบาลสีหน้าร้อนรน

คนไข้เสียเลือดมากค่ะ ดิฉันกำลังมาระดมเลือดกรุ๊ปโอ ซึ่งตอนนี้หายากมาก

ผมเลือดกรุ๊ปโอครับ ท่านรองฯเสรีพยักหน้า

ค่ะ งั้นเชิญท่านกับคุณตำรวจทางนี้เลย

ท่านเสรีหันมามองหน้าเขา นายก็เลือดกรุ๊ปโอเหมือนกันเหรอ?

ครับ

งั้นรออะไรอยู่ล่ะ ลูกแก้วกำลังรอความหวังจากนายกับฉันอยู่นะ

คุณคะ ภรรยาท่านสะอื้นตัวโยน แต่ยังมีสติ

อย่าลืมสิคะว่าคุณเกล็ดเลือดต่ำ หมอสั่งไม่ให้คุณบริจาคเลือด

แต่ลูกเรา..... ท่านเสรีอ้ำอึ้ง วลัญช์รู้ว่าลูกสาวคนเดียวมีค่าเท่าชีวิตและดวงใจของท่าน หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

ไม่เป็นไรครับท่าน คิดว่าผมคนเดียวก็น่าจะพอ บอกพร้อมตะเบ๊ะอีกครั้ง แล้วเดินตามพยาบาลสาวไปอย่างไม่รีรอ

โชคร้ายที่คมมีดไปโดนเส้นเลือดใหญ่ ทำให้คนไข้เสียเลือดไปมาก พยาบาลบอกเขา

ผมเป็นนักกีฬาและแข็งแรงมาก ผมสามารถให้เลือดเธอมากเท่าที่คุณหมอต้องการ เขาบอกสีหน้ากังวล

พยาบาลสาวอมยิ้ม แล้วถ้าต้องใช้เลือดคุณหมดทั้งตัวล่ะคะ?” ถามกระเซ้ายิ้มเพื่อให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้น ในขณะที่มือก็ปฏิบัติหน้าที่ไปด้วย

ผมก็ยินดี เขารับคำหนักแน่นๆสายตาจับจ้องมองเลือดของตัวเองที่ไหลไปยังถุงเลือด

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ทำใจให้สบายๆนะคะ คิดว่าอีกห้าร้อยซีซีก็น่าจะพอ ตอนนี้คุณหมอกำลังซ่อมแซมเส้นเลือด และตกแต่งบาดแผลให้คนไข้อยู่ค่ะ

ดวงตาของวลัญช์เหม่อมองเพดาน บีบลูกยางในมือไปด้วยความรู้สึกผิดมหาศาลที่หนักอึ้งในหัวใจ

เขาเห็นใบหน้าสวยกำลังจ้องถมึงทึงลงมาอยู่ตรงหน้า....

หวังว่าเธอคงไม่ตายหรอกนะ .... ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาคงจะรู้สึกผิดไปจนวันตาย

 

ณัฏฐ์วศาอยู่ในห้องนั้นถึงสามชั่วโมง หลังจากที่วลัญช์ให้เลือดเธอไปแล้ว เขาก็มานั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินพร้อมกับคนอื่นๆ รวมถึงท่านเสรีและภริยาด้วย

เขาเห็นท่านทั้งสองจับมือกันแน่นอย่างให้กำลังใจกันและกัน คุณนายปาดน้ำตาเป็นระยะเพราะความห่วงกังวลในอาการของธิดาคนเดียว

อย่าร้องสิคุณ มันจะเป็นลางเปล่าๆ ท่านพยายามคลายกังวลของอีกฝ่าย

ฉันใจไม่ดีเลยค่ะ เรามีลูกสาวคนเดียวนะคะ

ลูกแก้วเป็นคนดี ความดีจะคุ้มครองลูกเรา ท่านปลอบภรรยา

วลัญช์มองภาพนั้นอย่างสะเทือนใจในความผิดพลาดของตัวเอง

ไม่มีใครโทษเขา รวมถึงผู้เป็นบุพการีของเธอ ทั้งยังเป็นเจ้านายของเขาด้วย

ประตูห้องผ่าตัดถูกผลักเปิดกว้าง พร้อมกับร่างของคุณหมอและคุณพยาบาลที่เดินนำเข็นเตียงออกมา

ร่างบนเตียงเข็นนั้นนอนนิ่ง ไม่ไหวติง ทั้งถุงเลือดน้ำเกลือสายต่างๆห้อยระโยงระยาง

ทุกร่างที่หน้าห้องฉุกเฉิน ผวาตามติดเตียงนั่นไปด้วย

กรุณาถอยออกไปก่อนนะครับ ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้ว แต่ผมคงต้องขอดูอาการต่อที่ห้องสังเกตอาการ คุณหมอบอกกับคนที่เฝ้ารออย่างเต็มไปด้วยความหวัง

แปลว่าลูกสาวของผมจะไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ยครับ?”

เธอพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องงดเยี่ยมอีกซักระยะ ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ภายในสองวันนี้คงย้ายไปอยู่ห้องคนไข้ปกติได้

คำพูดของคุณหมอเหมือนเสียงสวรรค์ที่ทำให้เขากลับมาหายใจโล่งขึ้นอีกครั้ง หนึ่งเปาะที่ทำให้วลัญช์ถอนใจอย่างโล่งอก มองตามหน้าซีดขาวเผือดราวกับแผ่นกระดาษบนรถเข็นที่ผ่านหน้าไป

ขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่คุ้มครองลูกแก้ว คุณนายของท่านเสรีพนมมือไหว้ท่วมหัว ท่านจะประคองภรรยาเดินตามเตียงเข็นนั้นไปสีหน้าดีขึ้นมาก

วลัญช์ยกมือขึ้นปิดหน้า ทรุดฮวบลงบนเก้าอี้อย่างใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง พิงหลังลงกับพนักเก้าอี้ รู้สึกเหนื่อยที่สุดในชีวิต

เจ้าว่าน เสียงเรียกก้องนั่นทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมามอง

ตติยะกับภูวิชเปิดประตูเข้ามาพลางเร่งฝีเท้าเดินมาหาตัวประกันเป็นไงบ้าง?

เพิ่งออกจากห้องผ่าตัดไปอยู่ห้องสังเกตุอาการ หมอบอกว่าเธอพ้นขีดอันตรายแล้ว เขาบอกอย่างหมดเรี่ยวแรงใช้ฝ่ามือลูบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า

ดูเหมือนทั้งตติยะและภูวิชจะเข้าใจความรู้สึกของเพื่อน

ฉันเกือบทำให้เขาตายกล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิด

ภูวิชยกมือตบไหล่เบาๆ         ไม่หรอก นายทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว

เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของท่านรองฯเสรี

ตติยะยกมือท้าวสะเอว ส่ายหน้าน้อยๆ  ถึงแกจะไม่ขอย้าย ฉันว่าคงได้เด้งไปอยู่ชายแดนสมใจก็งานนี้

ภูวิชหันมาจ้องหน้าคนปากดีเขม็ง ส่งสายตาขุ่นๆพร้อมบุ้ยใบ้ปากให้ดูหน้าเคร่งเครียดของวลัญช์ในยามนี้ ตติยะขมุบขมิบปากเบาๆ เหมือนจะบอกว่า ก็มันจริงนี่หว่า

ลูกแก้ว เสียงเรียกดัง หลังจากประตูเปิดผ่างออก พร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งแต่งตัวดีด้วยแบรนด์ยี่ห้อทั้งตัววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหน้าห้องฉุกเฉิน กลุ่มเพื่อนและคนอื่นๆที่เฝ้ารอดูอาการของณัฏฐ์วศา ทยอยเดินตามไปยังห้องสังเกตอาการกันหมดแล้ว จึงเหลือเพียงสามหนุ่มที่ยืนอยู่ที่นั่น

แฟนฉันอยู่ไหน? เขาหันมาถามเอากับตำรวจนอกเครื่องแบบครึ่งทั้งสามคน

ดวงตาถมึงของคนถามกร้าวขึ้นมาเมื่อไม่ได้รับคำตอบ

ฉันถามแกว่าผู้หญิงที่ถูกยิงมา คนที่เป็นตัวประกันไอ้คดียาไอซ์ที่หน้าผับสุขุมวิทน่ะอยู่ไหน?

คุณหมายถึงคุณณัฏฐ์วศาหรือครับ? เพราะไอ้คำว่าถูกยิงมาทำให้วลัญช์ไม่แน่ใจนัก

ใช่...คู่หมั้นฉัน ตอนนี้อยู่ไหน?น้ำเสียงเอ็ดตะโรดังอย่างคนมีโมโห

เธอพ้นขีดอันตรายแล้ว ตอนนี้คุณหมอให้ไปดูอาการอยู่ที่ Observe  Roomครับ วลัญช์ตอบไปอย่างแผ่วเบา

ไปทางไหน? เสียงถามอย่างกระโชกโฮกฮาก

วลัญช์ยกมือชี้ เขายังมึนงงไม่หาย

แล้วพวกนายเป็นใคร? คนที่ทำท่าจะก้าวไป หันมาถามอย่างเฉลียวใจ

เราเป็นตำรวจ ตติยะโพล่งขึ้นมาอย่างหมั่นไส้ท่าทางเก็กจัดของผู้ชายตรงหน้า

ตำรวจเฮงซวยที่ทำให้แฟนฉันเกือบตายงั้นเหรอ?

อ้าว! คุณพูดดีๆสิ ไม่มีใครอยากให้แฟนคุณเป็นอะไรหรอกนะ มันเหตุสุดวิสัยภูวิชเสียงดังอย่างฉุนแทน

ไอ้คนไหนที่มันอยู่ในเหตุการณ์

ผมเอง วลัญตอบเสียงแผ่ว รู้สึกผิดเหลือใจ

แก ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ผู้ชายคนนั้นก็ซัดหมัดใส่หน้าเขาเต็มเหนี่ยว จนหน้าหงายเซแซดๆ

เฮ้ย! อะไรกันนี่? ภูวิชและตติยะช่วยกันแยกผู้ชายคนนั้นออกไป

เพราะแก เพราะแกทำให้แฟนฉันเกือบตาย เรากำลังจะหมั้นกันเดือนหน้านี่แล้ว พวกแกทำอะไรลงไป เป็นตำรวจแต่ไร้ฝีมืออย่างนี้ ลาออกไปซะไป๊ เสียงเอ็ดตะโรที่ดังห่างออกไป เพราะทั้งภูวิชและตติยะพยายามลากผู้ชายคนนั้นออกไปให้พ้นการเผชิญหน้ากับวลัญช์ ตำรวจที่ขึ้นชื่อว่าเลือดร้อน หากแต่วินาทีนี้ ดูเหมือนว่าจะอ่อนล้าเกินกว่าจะลุกขึ้นมาสู้กับใคร

วลัญช์มองภาพตรงหน้า ฟีดแบกกลับไปถึงเขาเมื่อครั้งหนึ่งที่บ้าคลั่งขนาดนี้ เพราะรู้ว่าสูญเสียคนที่รักไป ความรู้สึกของผู้ชายคนนั้นคงไม่แตกต่างจากเขาในวันนั้น

แหงนหน้าขึ้นมองเพดาน ไม่สนใจเลือดซึมเอ่อที่มุมปาก กลั้นหยาดหยดแห่งความรู้สึกเอาไว้ อย่างที่เคยให้สัญญากับตัวเองและเธอคนนั้น....ลูกผู้ชายอย่างเขาจะต้องเข้มแข็ง และไม่ร้องไห้ออกมาง่ายๆ

เขาเกือบจะทำให้ใครบางคน ต้องสูญเสียคนรักไป....ความรู้สึกนั้น เจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด เขารู้ดี

 

ไม่ต้องคิดมากนะ ภูวิชบอกเขา ยืนหอบตัวโยนหลังจากพาผู้ชายคนนั้นออกไปไกลแล้ว

นั่นสิ แฟนมันไม่ได้ตายซะหน่อย ไอ้บ้านี่เห็นผอมๆอย่างนั้น แรงเยอะชะมัด ตติยะบ่นอุบ

หน้านายเป็นไงบ้าง? ภูวิชถามอย่างเป็นห่วง

ไม่เป็นไรหรอก แฟนทั้งคน หมอนั่นคงแทบคลั่งวลัญช์ใช้มือนวดกรามเบาๆ

กลิ่นเหล้าคลุ้งเชียว น่าจะจับตรวจแอลกอฮอล์จับปรับฐานเมาแล้วขับเสียให้เข็ด

ฉันเข้าใจความรู้สึกหมอนั่น

 ภูวิชและตติยะหันมาสบตากัน วลัญช์คงจมลึกกลับไปสู่ความทรงจำที่เลวร้ายในวันนั้น

มันไม่ห่วงแฟนมันจริงหรอก ไม่งั้นก็โผล่หัวมานานแล้วสิ นี่อะไรกันจนสามสี่ชั่วโมงแล้วเพิ่งมา

คนที่นั่งนิ่งสำนึกผิดนานยกมือขึ้นปิดหน้า ถอนใจเบาๆ

นายสมควรจะกลับไปนอนพักได้แล้ว

ฉันคงนอนไม่หลับ

เธอไม่เป็นอะไรแล้ว นายก็ได้ยินนี่นา ว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว

แต่บาดแผลที่ลำคอระหงนั่นคงจะเป็นแผลเป็นติดตัวเธอจนวันตาย และเธอคงจะจำเขาไปนาน เท่ากับเขาที่ไม่มีวันจะลืมวันนี้ลง

 

คนที่ลอยคว้างดิ่งลึกสู่นิทรารมย์หลับใหลไปนานจนรู้สึกเมื่อยขบไปทั้งร่างเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ

แสงสีขาวสว่างจ้าทำให้ณัฏฐ์วศาต้องหลับตาลงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะพยายามเผยอเปลือกตาขึ้นมามองใหม่อีกครั้ง เมื่อปรับโฟกัสสายตาจนสิ่งพร่ามัวตรงหน้าเป็นรูปเป็นร่าง ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องที่มีเพดานสีขาวสะอาดตา เจ้าตัวกะพริบตาปริบๆ ไม่รู้เลยว่า ได้หลับไปกว่าวันผ่านมาแล้ว

ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาราวเทพบุตรยื่นมาตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มอย่างยินดี

คุณ...คุณณัฏฐ์วศา คุณฟื้นแล้ว น้ำเสียงตื่นเต้นยินดี ทำให้หัวคิ้วขยับกลับมาขมวดมุ่น

เธอต้องเคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน?

ทำไมนึกไม่ออกแฮะ...

ซี๊ด....เจ็บชะมัด ทำไมรู้สึกเจ็บที่คอ แถมยังเมื่อยขบไปทั้งเนื้อทั้งตัว เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่

ผมจะไปเรียกหมอนะ เขาบอกแค่นั้น แล้วเธอก็ไม่เห็นหน้าเขาอีกเลยหลังจากหลับตาลงในอีกอึดใจต่อมา ตอนนี้มีคนในชุดขาวพากันห้อมล้อมเธอเต็มเตียงไปหมด รวมถึงท่านรองฯเสรี และคุณยุวลักษณ์ผู้เป็นมารดาด้วย

พ่อ...แม่....อยากเปล่งคำนี้ออกมาเหลือใจ แต่ความรู้สึกเจ็บจนร้าวรอนที่ลำคอ ไม่เปิดโอกาสให้เธอทำได้อย่างใจปรารถนา สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใยของบุพการีที่มองมา น้ำตาท่านเอ่อล้นนองหน้า ณัฏฐ์วศามองภาพนั้นด้วยสายตาที่พร่าเลือน

ลูกฉันจะพูดได้มั้ยคะ?คุณยุวลักษณ์หันไปถามคุณหมออย่างกังวลใจ

บาดแผลไม่มีผลกระทบต่อเส้นเสียง แต่ตอนนี้ควรจะหลีกเลี่ยงทุกอย่างที่จะทำให้บาดแผลกระทบกระเทือนได้ รอจนแผลสมานและหายดีก่อน รับรองว่าคุณณัฏฐ์วศาจะทำทุกอย่างได้ตามปกติ ยกเว้นแผลที่คอ อาจจะทำให้ความงามเธอลดลงไปเล็กน้อย คุณหมอท่าทางใจดีกล่าวยิ้มๆ

บิดาและมารดาที่กุมมือกันแน่น หันไปสบตายิ้มให้กัน

ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก ฝ่ามือใหญ่ของบิดายื่นมาลูบที่ศีรษะ เจ้าตัวพยักหน้ายิ้มนิดๆ น้ำตาไหล

คุณยุวลักษณ์กลั้นน้ำตาไม่ได้ ร้องไห้ตาม  หนูไม่เป็นอะไรแล้วลูก ลูกเป็นคนดี ความดีจะคุ้มครองหนู แม่สวดมนต์ให้ลูกทุกวัน มือของมารดายื่นมาจับ และบีบมือลูกสาวเบาๆ

วลัญช์ที่ยืนอยู่ห่างๆมองภาพนั้นอย่างสะเทือนใจไปด้วย ความรักที่ท่านมีต่อลูกสาวก็คงไม่ต่างจากที่คุณโชติกับคุณรฐาบิดามารดามีให้กับเขา ถึงได้พร่ำเฝ้าเร่งเร้าให้เขาลาออกจากตำรวจทุกครั้งที่พบหน้าหรือได้ข่าวเหตุการณ์สำคัญ

เธอปลอดภัย และพ้นขีดอันตรายก็ดีแล้ว เขาจะได้ย้ายไปอยู่ชายแดนอย่างโล่งใจเสียที ถึงจะติดหนี้ที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัวและมีแผลเป็นที่ลำคอสวยๆนั่น

ประตูห้องเปิดออก สายตาคนนอนนิ่งบนเตียงมองตาม ร่างที่เพิ่งก้าวออกจากห้องนี้ไปเป็นใครกัน เพราะเธอไม่ทันสังเกตุ รู้แต่ว่าเขามายืนอยู่ตรงนั้น และมองเหตุการณ์ที่เกิดในห้องอยู่นานแล้ว...

เขาจะใช่...ผู้ชายคนที่เห็นเมื่อตื่นขึ้นตะกี้รึเปล่านะ

ผู้ชายคนนั้น คุ้นๆว่า เคยเจอกันที่ไหนนะ? โอ่ย! ทำไมเจ็บที่แผลเหลือเกิน

 

นายทำดีมาก...ทำดีเหลือเกิน น้ำเสียงคนพูดกัดฟันประชดประชันมากกว่าจะเอ่ยชื่นชมอย่างจริงใจ

แค่อาทิตย์เดียว นายส่งตัวประกันเข้าโรงบาลไปแล้วสองคน แต่คราวนี้ลูกสาวคนเดียวของท่านรองฯเสรีเชียวนะ ถึงว่าไม่อยากย้ายฉันก็คงช่วยอะไรนายไม่ได้จริงๆ พลตำรวจตรีอังกูรดูจะหัวเสียหนักยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

เป็นเพราะคราวนี้รู้สึกผิดกับความประมาทของตัวเอง วลัญช์จึงมิอาจโต้แย้งได้ ลึกๆเขาไม่แน่ใจว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่ที่จะได้ย้ายไปอยู่ชายแดนตามความตั้งใจเดิมของตัวเอง

คำสั่งย้ายออกแล้วเหรอครับ? คำถามมิได้ประชดประชันแต่อย่างใด

ผู้บังคับบัญชาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวเขื่องประจำตำแหน่งพร้อมถอนหายใจพรวดให้รับรู้กันไปเลยว่าเหนื่อยหนักใจกับลูกน้องอย่างเขาแค่ไหน

ตอนนี้นายถูกคำสั่งพักราชการและรอสอบสวน พูดตามขั้นตอนคดี

วลัญช์สบดวงตาของพลตำรวจตรีอังกูรที่หรี่มองมาเหมือนมีนัยบางอย่างแฝงไว้

คำสั่งย้ายหลังจากนั้น แต่ขอบอกไว้ก่อนนะวลัญช์ ฉันไม่ได้ทำตามความต้องการของนายเพียงอย่างเดียว นายต้องไปทำงานให้กองปราบที่นั่น

งาน วลัญช์เลิกคิ้วสูง

ใช่....งานใหญ่ที่เบื้องบนสั่งลงมาว่า ต้องเป็นนายคนเดียวเท่านั้น

งานใหญ่ที่ไว้วางใจให้เขาทำเพียงคนเดียว....ทั้งๆที่กำลังตำหนิว่าเขาส่งตัวประกันเข้าโรงพยาบาลไปถึงสองคนชั่วเวลาแค่สัปดาห์

ช่วยไม่ได้นี่หว่า จะหาใครบ้าเลือดดีเดือดไม่กลัวตายได้เหมือนนายเล่า

คนได้รับ งานใหญ่ยังนิ่งคล้ายโดนนะจังงัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

256 ความคิดเห็น