Vampire Phantom แค้นรักอันตรายนายแวมไพร์เจ้าเล่ห์

ตอนที่ 15 : บทที่ 13 อยู่กับผมเถอะนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,292
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 พ.ค. 62


บทที่ 13 อยู่กับผมเถอะนะ

 

ฉันไม่รู้ตัวว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะกลิ่นน้ำค้างที่ลอยอยู่ในอากาศ เมื่อไล่มือไปข้างๆ ฉันยังคงนอนอยู่ที่เดิม บนรถของหลุยส์ บนเบาะที่เขาเป็นคนปรับให้ หลังคารถที่ถูกเปิดขึ้นเผยให้เห็นม่านท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม รู้สึกได้ถึงไออุ่นจากผ้าที่คลุมตัวอยู่ เมื่อหันไปทางขวามือฉันก็เห็นร่างของหลุยส์ซึ่งกำลังนอนหนุนแขนอยู่เช่นกัน ฉันตะแคงตัวเพื่อมองดูแพขนตาของเขาที่ประกบกันสนิท ใบหน้านิ่งเรียบ เขาไม่ได้สวมเสื้อนอนเลยด้วยซ้ำ แถมยังไม่มีผ้าคลุมอีกต่างหาก

“นอนตากน้ำค้างแบบนี้ได้ไงนะ” ฉันลุกขึ้นแล้วใช้ผ้าคลุมตัวให้หลุยส์ ใจจริงฉันอยากจะดูแผลให้เขา แต่ว่าในระแวกนี้ไม่ค่อยจะมีแสงเท่าไหร่ถ้าหากฉันลงมือทำอะไรอาจจะพลาดไปทำให้แผลหลุยส์แย่กว่าเดิมได้ แต่บางที...ฉันน่าจะลองใช้จุมพิตมนตรารักษาให้เขาดูสักครั้ง แค่บางส่วนเท่านั้นนะ แต่คงเสี่ยงโดนพี่ลูคัสกับเซอร์คัสบ่นให้จนหูชาเลย

“หลุยส์คะ” ฉันลองเรียกชื่อเขาดู

เจ้าของชื่อไม่ยอมขยับตัว ฉันจึงไล่นิ้วไปตามหน้าผากของหลุยส์ ปัดลูกผมที่ยาวลงมาปรกหน้าออกให้เขา ก่อนจะเคลื่อนไปตามสันจมูกโด่งๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอ่อนนุ่มของเขาที่สามารถจูบฉันได้อย่างเร่าร้อนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา

“ลิลี่...รักษาบาดแผล” ฉันกระซิบบอกตัวเอง พยายามควบคุมใจตัวเองให้สงบและอุณภูมิที่กำลังเพิ่มบนใบหน้าให้ต่ำลง เมื่อทำได้สำเร็จฉันจึงเปิดผ้าออกอย่างช้าๆ แล้วเริ่มจูบตั้งแต่หัวไหล่เขาแล้วไล่ลงมาจนเกือบจะถึงซี่โครง ตัวก็กลับหมดแรงไปเสียดื้อๆ จนต้องผละตัวออกมานอนหงายท้องอยู่บนเบาะตามเคย

ทำไม...ฉันรู้สึกเหมือนพลังทั้งหมดที่มีอยู่หายไปหมดเลย มันทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยมากด้วย เหตุผลนี้รึเปล่าพี่ชายถึงห้ามฉัน เป็นแบบนี้เองใช่ไหม บาดแผลจากคมดาบเจ้าชายแวมไพร์จะดูดพลังของเราไปสินะ

“แฮ่ก แฮ่ก” ฉันหายใจอย่างรุนแรงและเหนื่อยหอบ เม็ดเหงื่อผุดมาตามหน้าและรู้สึกร้อนไปทั้งตัวจนอยู่ไม่สุข ฉันปีนข้ามกรอบประตูลงจากรถมา จึงได้เห็นเครื่องเล่นม้าหมุนขนาดใหญ่พอสมควรตั้งอยู่เบื้องหน้า มันถูกห้อมล้อมไปด้วยสวนดอกไม้ และขณะที่ฉันกำลังจะเดินตรงเข้าไปหามัน สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของแสงจันที่อยู่ห่างออกไป

ทะเลสาบ...หรืออาจจะเป็นบ่อน้ำ...อะไรก็ตามที่อาจจะทำให้ฉันรู้สึกสบายตัวขึ้นบ้าง ฉันรีบเดินตรงไปที่นั่นทันที ยืนมองดูเงาพระจันทร์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจถอดเสื้อและกระโปรงออกเดินลงไปในน้ำนั่น รู้สึกได้ถึงไอความเย็นที่แล่นสู่ผิวหนังไปจนถึงหัวใจ ความร้อนที่เคยเกิดขึ้นภายในหายไปบ้างแล้ว ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะมุดหัวลงไปใต้น้ำ

ตูม! รู้สึกได้ถึงแรงกระเพื่อมของน้ำหลังจากเสียงตูม หากฉันไม่ได้หูฝาดไปเพราะฉันอยู่ใต้น้ำแล้ว จนกระทั่งมั่นใจได้ในที่สุดก็ตอนที่รู้สึกถึงแรงบีบบริเวณต้นแขนบวกกับแรงฉุดที่ดึงให้ฉันโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ

“ทำบ้าอะไรของคุณ” น้ำเสียงตระหนกกึ่งฉุนเฉียวตะคอกใส่หน้าฉันเต็มๆ

“หลุยส์” ฉันเช็ดน้ำออกจากใบหน้า มองดูหยดน้ำที่ไหลลงมาตามหน้าของหลุยส์อย่างประหลาดใจว่าเขามาทำอะไรอยู่ตรงนี้

“ไม่พอใจอะไร ทำไมถึงต้องทำแบบนี้” เขากระชากฉันขึ้นมาบนฝั่ง แล้วก็เอาผ้าคลุมที่ฉันเป็นคนคลุมให้เขาเมื่อก่อนหน้านี้มาพันรอบตัวฉัน ก่อนจะเขย่าฉันแรงๆ “บอกผมมาสิว่าคุณไม่พอใจอะไรขึ้นมาห๊ะ”

“หลุยส์คะ” ฉันเบือนหน้าหนี ไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไรอยู่ “คุณอย่าตะคอกฉันได้ไหม ที่สำคัญคุณจับฉันเขย่าจนฉันเวียนหัวแล้วนะ”

“แล้วคุณลงไปทำอะไรในนั้น” เขาพยายามเบาเสียงลงแต่มันก็เหมือนกับเขายังโมโหอยู่ดี มิหนำซ้ำหน้าเขายังดุมากอีกด้วย หรืออาจจะเป็นเพราะแสงสลัวอันน้อยนิดจากพระจันทร์ที่ทำให้เขาดูโหดร้ายกว่าเดิม

“ฉันแค่รู้สึกร้อนตัว...ก็เท่านั้น” ฉันพึมพำขาดวรรคขาดตอน

“ก็เลยลงไปเล่นน้ำตอนกลางคืนแบบนี้น่ะหรือ”

“ฉันแค่รู้สึกไม่สบายตัวมากเท่านั้น” ฉันยกมือขึ้นกุมหัว “โดยเฉพาะหลังจากที่ฉัน...”

...รักษาบาดแผลให้คุณ

“หลังจากที่คุณ...ทำอะไร” หลุยส์ยังหงุดหงิดอยู่

“ฉันฝันร้าย” ฉันครางแผ่วเบา สบตาเขาอย่างแน่วแน่ แต่ทำไมถึงรู้สึกผิดขึ้นมานะ แค่ไม่อยากให้เขารู้นี่นาว่าฉันทำอะไรลงไปบ้าง และดูเหมือนเขาจะยังไม่สังเกตด้วย

“ทำไมไม่ปลุกผม” น้ำเสียงของเขาสงบลงเล็กน้อย แต่ฉันรู้สึกได้ถึงแรงกอดจากเขาที่รัดแน่น หลุยส์ตัวสั่นจนน่ากลัว ฉันยกมือขึ้นกอดเขาตอบ

“ฉันขอโทษ” ฉันซบหน้ากับตัวเขา

“ผมไม่ควรพาคุณมาที่นี่เลย น่าจะกลับไปที่คฤหาสน์โดยตรง” เขาผละตัวออก ปัดเส้นผมออกจากหน้าฉัน ความอ่อนโยนกะทันหันของเขาทำให้ฉันอ่อนไหวจนบอกไม่ถูก

“เราอยู่ที่ไหนคะ”

“ที่ของผม” หลุยส์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทว่าในน้ำเสียงยังแฝงความเหนื่อยล้า

“ที่ของคุณ” ฉันขมวดคิ้ว

หลุยส์ไม่ยอมพูดอะไรออกมานอกจากก้มลงหยิบชุดที่ฉันถอดออกแล้วประคองฉันให้เดินกลับไปที่รถ ดันให้ฉันเข้าไปนั่งข้างในก่อนจะเดินไปนั่งฝั่งคนขับ แล้วถอยรถออกจากที่นั่นทันที ฉันมองตามเครื่องเล่นม้าหมุนที่ห่างสายตาเราไปเรื่อยๆ อย่างอาวรณ์

“ตอนกลางวัน...ที่นั่นคงสวยแน่เลย” ฉันเอ่ยขึ้นมา

“สวนดอกไม้น่ะหรือ”

“ใช่ค่ะ เครื่องเล่นม้าหมุนท่ามกลางสวยดอกไม้ ต้องสวยมากแน่ๆ เลย”

“อืม” เขาตอบไร้อารมณ์สุดๆ ทำให้ฉันรู้สึกหัวเสียนิดๆ จึงล้มตัวลงนอน “แต่คงไม่เท่าคุณ”

“คะ” ฉันเกือบจะลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินอย่างนั้น แต่ไม่มั่นใจว่าตัวเองหูฝาดไปรึเปล่า

“เปล่า” หลุยส์ปฏิเสธหน้านิ่ง

ฉันขมวดคิ้วมองอย่างไม่ค่อยเข้าใจเขาสักเท่าไหร่นัก

 

หลุยส์พาฉันขับรถมายังคฤหาสน์ขนาดใหญ่โตหลังหนึ่งซึ่งน่าจะตั้งอยู่ไม่ห่างจากทะเล เนื่องจากเสียงคลื่นกระทบฝั่งนั้นดังอย่างชัดเจนตั้งแต่หลุยส์ขับรถผ่านประตูเข้ามา ตัวคฤหาสน์ที่ว่านั้นมืดสนิท มีเพียงแสงไฟด้านหน้าที่ติดสว่างอยู่ และเมื่อหลุยส์จอดรถ ก็มีชายวัยกลางคนเดินออกมาจากประตูคฤหาสน์พร้อมกับไม้ตะบองหนึ่งด้าม ก่อนจะรีบเก็บมันยัดกลับไว้ทันทีที่เห็นหน้าหลุยส์

“ท่านเอิร์ล ท่านเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่กำหนดนะครับ”

เร็วกว่าที่กำหนดหรือ...

หมายความยังไง...

หลุยส์ลงจากรถ แล้วเดินมาเปิดประตูให้ฉัน ฉุดแขนฉันให้ลุกขึ้นแล้วโอบไหล่ไว้แน่น

“ฉันใจร้อน รอให้ถึงกำหนดการไม่ไหว” เขาหันมามองหน้าฉัน ชายวัยกลางคนเหลือบขึ้นมาสบตาฉันอยู่ครู่หนึ่งแล้วโค้งตัวทำความเคารพก่อนจะแสดงสีหน้าตกใจเมื่อมองไปที่ตัวหลุยส์

“ท่านบาดเจ็บ”

“ใช่ แต่ไม่...” หลุยส์ไล่มือตั้งแต่หัวไหล่ไปจนถึงซี่โครง เมื่อเจ้าตัวสัมผัสได้เพียงบาดแผลที่อยู่ต่ำจากจุดนั้นลงไปเขาก็หันมาจ้องหน้าฉัน “...ร้ายแรงเท่าไหร่”

ดวงตาคู่สีฟ้าครามอมเทาหรี่มองหน้าฉันราวกับจะเค้นเอาคำตอบ ฉันสบตาเขานิ่งโดยไม่พูดอะไร

“โคล” เขาเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังจ้องหน้าฉันอยู่ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน “จำที่ผมสั่งคุณไว้ก่อนออกเดินทางได้ใช่ไหม”

“จำได้ครับท่านเอิร์ล”

“ผมเปลี่ยนแผนนิดหน่อย ผมต้องการให้คุณเอารถผมนี่ไปเก็บไว้ที่ไหนก็ได้ไกลๆ จากที่นี่หน่อย แล้วช่วยหารถเก่าๆ ที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นรถของผมมาแทน คุณต้องนำมันมาที่นี่ในชื่อคุณ หากเงินที่ผมเตรียมไว้ไม่เพียงพอคุณแวะมารับเช็คจากผมได้ในวันอาทิตย์ตามจุดนัดหมาย”

“ครับท่านเอิร์ล”

“เรื่องรถ คุณจะเอามาให้ผมเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแค่ไม่ช้าเกินไปเท่านั้น แต่ผมอยากให้คุณเอารถผมไปคืนนี้เลย เมื่อเสร็จธุระหมดทุกอย่างแล้ว คุณจะไปพักผ่อนที่ไหนก็ได้สองเดือนเต็ม”

“ครับท่านเอิร์ล”

“คุณเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานของผมมาไว้ที่นี่แล้วใช่ไหม” เขายอมหันไปสบตากับคนของเขาสักที ฉันลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ยังรู้สึกเกร็งไม่หาย

“ผมเตรียมห้องทำงานใหม่ให้ท่านเสร็จแล้วครับ รวมถึงเรื่องเปลี่ยนกุญแจใหม่หมดทุกตัวด้วยครับ”

“นอกจากผมกับคุณแล้วจะไม่มีใครสามารถเข้าคฤหาสน์หลังนี้ได้ใช่ไหม” แววตาแหลมคมจ้องมองดูคนของเขา

“นอกจากผมกับท่านแล้วจะไม่มีใครเข้าคฤหาสน์หลังนี้ได้ครับ”

“รีบไปได้แล้ว” หลุยส์ส่งกุญแจให้โคล แล้วรับพวงกุญแจที่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นกุญแจทุกห้องของคฤหาสน์มา

รถเฟอร์รารี่สีแดงเคลื่อนตัวจากเราไป ทิ้งเพียงความเงียบงันไว้ด้านหลัง จากนั้นหลุยส์ก็ดันตัวฉันเดินเข้าไปในคฤหาสน์ ปิดประตูลงแล้วพาฉันเดินผ่านความมืดไปอย่างรวดเร็ว บ่งบอกว่าเจ้าตัวคุ้นเคยกับสถานที่ถึงขนาด หากเขาต้องหลับตาเดินก็สามารถบอกได้ว่าจุดไหนเป็นจุดไหน

“คุณจะพาฉันไปที่ไหนคะหลุยส์”

“ห้องนอนผม”

ชะงัก! ฉันหยุดเดินทันที

“ฉันไม่ไปที่นั่นนะ”

“ทำไม...กลัวผมทำอะไรคุณรึไง หรือว่ากลัวใจตัวเอง” เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยถามนุ่มนวลจนน่าหลงใหล

ทั้งสองอย่าง...กลัวเขาคิดอะไรเกินเลย และกลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้ ฉันรู้ว่าความปรารถนาของตนเองที่มีอยู่ในใจตอนนี้ไม่ใช่ความปรารถนาแบบเด็กๆ อีกต่อไป เพราะเหตุนั้นจึงต้องระวังให้มากที่สุด ยิ่งฉันเข้าใกล้เขามากเท่าไหร่ ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าฉันอาจหลงใหลเขาได้

“ถ้าหากคุณไม่คิดอะไรก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไร”

“แต่ฉันคิด...” ฉันกัดริมฝีปากแน่น มือเอื้อมไปด้านข้างอย่างหาที่ยึดแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

“หึหึ” เขาหัวเราะในลำคอ “แบบนั้นก็จะเป็นผลดีกับผมหน่อย”

ฉันโดนเขาดันให้เดินหน้าต่ออยู่ดี

“ทำไมฉันต้องไปที่นั่น” ฉันประท้วงขึ้น

“ผมไม่อยากให้คุณป่วยจนเป็นอะไรไปนะ แค่ผมพาคุณมาที่นี่คนทางบ้านคุณคงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้ว หากผมปล่อยให้คุณกลับไปอย่างไม่มีลมหายใจ ผมอาจจะเป็นคนต่อไปที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน”

“แต่ถ้าคุณได้รถเราจะกลับไปที่นั่นใช่ไหมคะ” ฉันหยั่งเชิงอย่างไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก หลุยส์ดันตัวให้เดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับเขา “ทำไมคุณถึงต้องการรถเก่าคะหลุยส์”

เขาไม่ตอบแล้วดันให้ฉันเดินหน้าต่อไป เราเดินขึ้นบันไดวนไปจนถึงชั้นสองแล้วผ่านไปยังชั้นสาม แต่ดูเหมือนหลุยส์ไม่ต้องการให้เราหยุดอยู่แค่นั้น เขาดันฉันแล้วพาเดินขึ้นไปยังชั้นสี่ซึ่งเป็นชั้นสุดท้าย แล้วพาเดินไปตามฟลอร์ทางเดินมุ่งหน้าไปยังอีกมุมของคฤหาสน์ทางด้านหลัง พาฉันเดินผ่านเข้าไปในห้องมืดขนาดกว้างขวางห้องหนึ่ง

แกร็ก! ฉันรีบหันไปทางหลุยส์ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูปิด เรายืนมองหน้ากันนิ่งๆ ทั้งที่หัวใจฉันเต้นโครมผิดจังหวะ เมื่อหลุยส์เดินผ่านไปเงียบๆ ฉันจึงเดินตรงไปที่กลอนประตู

“ถ้าคุณจะเปิด ต้องใช้กุญแจจากผม” เสียงทุ้มที่บ่งว่าเจ้าตัวอยู่ห่างออกไปทักขึ้นจนฉันสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ “ที่แห่งนี้ก็คือที่ของผม”

คฤหาสน์ของเขา...ที่ของเขา...ห้องนอนของเขา...กับคำถามที่ไร้คำตอบ บทสนทนาที่แอบแฝง...หลุยส์กำลังคิดอะไรอยู่...

ฉันดันหลังติดกับประตู รู้สึกได้ถึงความสากกระด้างของลวดลายบนบานประตู หัวใจของฉันหล่นไปอยู่แทบเท้า เช่นเดียวกันกับร่างของฉันในตอนนี้ที่ลงไปกองอยู่บนพื้น ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้เพราะอ่อนแรงแม้จะมองเห็นร่างสูงเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ นั่งลงเบื้องหน้า

“กลัวผมหรือไง” แม้ในน้ำเสียงจะแฝงความห่วงใย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกใจเย็นขึ้นเลย

“คุณควรพาฉันกลับบ้าน” ฉันตวัดสายตามองไปตามมุมต่างๆ แต่สามารถมองเห็นสิ่งของภายตัวห้องได้แต่พอเลือนลางในความมืด

“คุณไม่ชอบที่จะอยู่ที่นี่”

“หลุยส์” ฉันหลับตาลงเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจสั่นคลอนร้อนรน “ฉันมีบ้าน มีครอบครัวที่รอคอยฉันอยู่ คุณไม่ควรพาฉันไปไหนก็ได้ตามอำเภอใจ...”

“คุณก็เต็มใจมากับผมแต่แรกไม่ใช่หรือ มันไม่ใช่การถูกบังคับสักหน่อย”

หน้าฉันชาวาบหัวใจอ่อนยวบ อ่อนแรงจนเผลอปล่อยมือจากผ้าคลุมที่กุมอยู่

“แต่คุณกำลังจะบังคับให้ฉันอยู่” ฉันกัดฟันบอกเขาน้ำเสียงแผ่วเบา

“ผมไม่ได้ยินว่าคุณพูดอะไร” หลุยส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเช่นกันยามที่เลื่อนหน้ามาใกล้ๆ มุมปากของเขากระดกยิ้ม “ไหนลองพูดใหม่สิ”

เขาแทรกมือไปใต้ผ้าคลุม ลูบแผ่นหลังเบาๆ จนฉันขนลุกไปทั้งตัว

“คะ...คุณกำลังจะบังคับให้ฉันอยู่ที่นี่...” ฉันได้แต่พูดประโยคเดิมๆ

ด้วยการกระทำที่คาดเดาไม่ได้ของคุณ

“ผมไม่ได้จะบังคับ ผมกำลังจะขอร้อง...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู “อยู่กับผมที่นี่เถอะนะ ทั้งคืนนี้และคืนต่อๆ ไป”

ทำยังไงดี...หัวใจถึงจะไม่เต้นแรงไปกับสัมผัสอ่อนโยนจากริมฝีปากเขาที่ไล่ไปตามใบหน้าจนถึงลำคอ

ทำยังไงดี...ถึงจะไม่หวั่นไหวกับสัมผัสนุ่มจากมือใหญ่ที่กำลังซุกซนไม่อยู่สุขและเคลื่อนตัวไปทุกส่วน กับวงแขนอันแข็งแกร็งที่พันธนาการร่างฉันเอาไว้

ทำยังไงดี...ถึงจะไม่พ่ายแพ้ต่อสิ่งที่เขาขอร้อง...แกมหลอกล่อฉันให้ติดกับแรงปรารถนา

“ฉันอยู่กับคุณไม่ได้” ฉันพึมพำแผ่วเบา

หลุยส์กดหลังมือของฉันติดกับบานประตูอย่างรุนแรง ริมฝีปากที่เคยพรมจูบอยู่ข้างแก้มฉันผละออก แรงบีบจากมือเขาบอกให้ฉันรู้ว่าเจ้าตัวกำลังโกรธจัด

“คุณวางแผนเอาไว้ทุกอย่างแล้วใช่ไหมคะหลุยส์” คำถามของฉันทำให้เขาชะงัก “ที่คุณพูดกับโคล...มันเหมือนกับว่าคุณวางแผนทุกอย่างเอาไว้อยู่แล้ว” น้ำเสียงของฉันฟังดูเหนื่อยล้า ทว่าแรงปรารถนาปลุกเร้าจิตใจฉันอยู่ตลอดเวลาแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าบุรุษเบื้องหน้ากำลังทำให้ตนเสียใจอยู่ไม่น้อย

“ผมเป็นคนมีหน้าที่ต้องทำ การวางแผนเรื่องงานจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ใช่หรือ” สีหน้าของเขานิ่งเฉยขณะที่กล่าว

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องงานเพียงอย่างเดียว แต่ฉันหมายถึงเรื่องของฉันด้วย จดหมายเชิญ...มันเป็นของคุณ คุณตามหาเรา ตามหาลูคัสและอลิซาเบธ คุณมีแผนที่จะช่วงชิงอลิซาเบธมาที่นี่ และเตรียมการทุกอย่างเอาไว้อยู่แล้ว เพียงแค่คุณไม่มีโอกาสจะนำตัวอลิซาเบธหนีมา คุณจึงพาฉันมาแทน”

“คุณคิดผิด” น้ำเสียงนั่นไม่ได้แอบแฝงความเกรี้ยวกราดแต่เป็นผิดหวัง

หรือว่าฉันพูดอะไรผิดไป รึมันจะไม่ใช่...

“คนที่ผมวางแผนว่าจะพามาที่นี่ตั้งแต่แรกก็คือคุณต่างหาก”

แสดงว่าเขายอมรับเรื่องจดหมาย...รวมถึงเรื่องวางแผนด้วย...สิ่งที่สายหมอกแห่งราตรีพยายามเตือนเรื่องความคิดของหลุยส์ก็เป็นความจริงสินะ

“เพื่ออะไรคะ...” เสียงฉันแหบแห้งขึ้นมาทันที พูดอะไรก็แทบจะไม่ออก หัวใจไหววูบราวกับใบไม้ที่ถูกสายลมกวัดแกว่งไปมาด้วยสายลมแรง และพร้อมที่จะถูกปลิดลงจากต้นได้ทุกเมื่อหากเพียงแต่ขั้วของมันถูกกัดกร่อนจนพุพัง

“คุณคิดว่าผมมีเหตุผลอื่นรึไงที่พาคุณมาที่นี่”

แก้แค้นลูคัสใช่ไหม...เพราะอย่างนี้เขาถึงไม่ใส่ใจใครอื่นนอกจากฉัน เขารู้ว่าถ้าฉันหายไปลูคัสจะอกร้อนขึ้นมาทันที เขาได้มีโอกาสเห็นว่าลูคัสให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวซึ่งแสดงออกมาอย่างชัดเจนเด่นชัดว่าลูคัสห่วงพวกเราขนาดไหน แล้วเขาก็เลือกเหยื่อซึ่งเป็นคนที่ใครๆ ก็ไม่คาดฝันว่าจะตกเป้าหมายของเขา เหยื่อตัวนั้นก็คือฉัน...

ลิลี่ คลีฟ คนที่โง่มาตลอด คิดว่าตัวเองทำถูกมาตลอด ทำตัวอวดดีเป็นอัศวินหญิงคอยออกหน้าปกป้องครอบครัว แต่แท้จริงแล้วความโง่ของเธอต่างหากที่กำลังจะทำให้คนในครอบครัวรู้สึกเจ็บปวด

หลุยส์ประคองหน้าฉันเอาไว้ก่อนจะจูบฉันอย่างแผ่วเบาและเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ พลางกดร่างฉันให้แนบกับอกของเขา ไออุ่นจากแผ่นอกของเขาแผ่ซ่านไปตามผิวหนังของฉัน หน้าท้องที่สัมผัสกันเล่นงานให้ฉันสั่นสะท้านไปทั้งใจ

ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด ผิดหวังทั้งที่เคยสงสัยอยู่แล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้ ทั้งที่ไม่เคยไว้ใจและคิดอยู่ตลอดเวลามาว่าการปรากฏกายที่เขาพยายามทำให้มันเป็นปริศนา แท้จริงแล้วคือการวางแผนที่แยบยลบวกกับความสามารถการตีหน้านิ่งยืนยันและโกหกต่อไปจนใครๆ เริ่มสับสนและหลงเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์ใจ แต่ฉันดันหลวมตัวตกหลุมพรางเขาจนได้ หลุมพรางที่เขาขุดขึ้นมามันกำลังกลืนฉันลงไปทั้งตัว และ...หัวใจ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,257 ความคิดเห็น

  1. #1153 Quart z゙ ice (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 16:55

    สะใจมาก

    555

    #1,153
    0
  2. #262 -.........- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 / 14:22
    ฮ่า ๆๆ สมน้ำน่า หลุยส์ จิง ๆ
    #262
    0
  3. #218 fene_sun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 21:34
    บทนี้แหละ ที่เรียกว่าหื่น (แอบหื่น อร๊ายยยยยยยยยย >///<)

    พี่นาตแอบรู้ความหมายรึเปล่า เค้าบอกว่า ถ้าจูบที่ต้นคอเค้าหมายความว่า... คุณต้องเป็นของผม อ๊ากกกกกกกกก (คนอ่านหื่น - -")

    แอ๊มเพิ่งสอบเลข อังกฤษเสริม วิทย์ ไทยแล้วก็ท่องเที่ยวไป อนาถมากเลยค่ะพี่ หนูขอผ่านแล้วกันนะ 5555++

    (ม.ปลายมันเหนื่อยอย่างนี้นี่เองหนออออออ... ไปล่ะค่ะ ^^ ยังไม่ได้สอบฝรั่งเศสกับภูมิศาสตร์อีกสองวิชา งืมๆ)
    #218
    0
  4. #217 ยมฑูตน้อย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 16:30

    เขินแทนอ่ะ

    อัพต่อเร็วๆนะค่ะ

    #217
    0
  5. #215 Macize (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 23:12
    หลุยส์เอ๊ย(คนแก่เขาพูดแนวนี้กันรึเปล่า-_-)
    ที่ทำไปมันคุ้มรึเปล่า
    จักจี้(<--เขียนถูกมัยเนี้ย)แทนนางเอก>//<
    ลิลี่ขึ้ใจอ่อนมากเลย
    สงสารหลุยส์ไปหลายรอบ
    แต่หลุยส์ชอบกวนตลอด
    แล้วนี้ลิลี่ทิ้งหลุยส์ไว้แบบนั้นจะดีหรอ
    เดี๋ยวก็ออกไปไม่ทันเวลาหรอก
    ถ้าไม่ทันเวลาก็จะมีเรื่องเกิดขึ้น เย้! ^0^
    #215
    0
  6. #214 AliKA-Sand (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 23:10
    หากนู๋มาคอมเมนต์ล่าช้า...ต้องขอโทษคนแต่งด้วย YOY  (คิดถึงพี่นาต T^T)
    นอนน้อย เมื่อวานเลยปวดหัวอ่ะพี่นาต  แถมช่วงนี้ก็นัดสอบกันให้ควั่ก
    มิดเทอมแล้ว โฮกกก  การบ้านงานประดิษฐ์ค้างเติ่ง  ไอที่ลอกสมุดเพื่อนเพราะมัวแต่แม้วเลยจดไม่่ทัน
    ก็ยังม่ะได้ทำ แถมพรุ่งนี้สอบชีวะ จำส่วนประกอบของสมองกะหน้าที่  ตายแง๋มเรย โฮๆ
    ความขี้เกียจก็ดันมีมากเกินพิกัด  แต่ยังไงก็แว็บมาอ่านนิยายจนได้ (มันอยู่ในสายเลือดด) 55+

    โฮกกก !! <ช่วยภาวนาจุดธูป+สาปแช่งให้นู๋สอบได้ด้วยเถิด>...<สาธุ~!!> 
    ----------------------------  m  ------  i  -------  s  ----  s  -------------  u  ----------------------------------
    - หลุยส์..อย่าสุภาพบุรุษเกินจิ  จูบทั้งทีก็จูบที่ปากไปเล้ย ได้อารมณ์กว่าเยอะ ^[]^  กร๊ากก
    - ลิลีจ๋า.. แรงได้ใจมาก ล่อซะกล่องดวงใจหลุยส์แทบพัง เดี๋ยวจะไม่ดีต่ออนาคต จนปั้นลูกให้ไม่ได้นะเออ
    555 
    (..แต่นางเอกก็น่าสงสารนิดๆนะเนี่ย ไมเป็นไร คนหล่อทำ หวังว่าลิลี่จะอภัยให้พระเอกเค้าได้นะ คิคิ~)

    ..........------.............----------.........

    #214
    0
  7. #213 I'm happy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 22:13

    เจ๋งมากเลยลิลี่

    #213
    0
  8. #212 bunbun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 20:31
    โอ๊ะโอออออออออออออออออออออออออออ้ว





    หลุย ย ย ยย เยี่ยมจิงๆ



    55555555555.
    #212
    0
  9. #209 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 17:55

    กรี๊ดดดดดดดดดดดด อ่านสามตอนรวดเดียว 5555
    กรี๊ด หลุยส์จูบต้นคอลิลี่ คิสมาร์กรึเปล่า ? กรี๊ดมากเลยอ่ะ
    >O< หลุยส์ล่วงเกินนางเอกกกกกกก

    #209
    0
  10. #208 แมวเหมียว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 17:45
    โอ๊ยๆ สะจายๆ คู่นี้น่ารักคิกขุมากอ่ะพี่นาต หลุยส์กะล่อนได้โล่เลยแหละ
    ไม่ได้จูบปากก็จูบซอกคอ โหยยย
    ลิลี่เปลืองตัวมาก แต่ก็นะ ..พระเอกนี่นา อภัยๆ ให้เค้าไปเหอะ (อ้าวว -___- คิดไรเนี่ย)

    อัพช้ามะเป็นไรค่า...เหนื่อยนักก็พักก่อน อิอิ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ไข้หวัด 2009 ระบาดเชียว
    #208
    0
  11. #205 puy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 13:05
    พระเจ้า..........จะสนุกไปไหนเนี้ย





    อัพๆๆๆๆๆเจ้าค้า
    #205
    0
  12. #204 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 12:26
    พระเจ้า! มีจงมีจูบซอกคอกันงี้
    ท่านหลุยส์ร้ายไม่เบาเลย ไม่ให้จูบกันที่ปากก็ยังเจ้าเล่ห์ไหลไปเรื่อย
    มีแฟนอย่างงี้ต้องระวังตัวตายเลย 5555


    มีความรู้สึกว่านิสัยจะเด็กยิ่งกว่าดันแคนอีกนะเนี่ย~!
    #204
    0
  13. #203 boongkee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 11:51
    เอิ้กกกกกกกกกกกกก(ตาลอยแล้ววววว)

    ตอนจูบต้นคอนี่แบบไม่ไหวแล้ว ขนลุกแทน 5555 จั๊กจี้ไหมน่ะ - -

    ทำไมหลุยส์มันเหมือนเด็กงี้อ่ะ หน้าตาย เอาแต่ใจตัวเอง แถมกวนเบื้องล่างอีก 555

    ลิลลี่ต้องมาทนแบกรับความดื้อของอิตานี่ น่าสงสารเสียจริง

    เปลืองตัวอีกต่างหาก โดนกอดบ้าง จูบบ้าง อะไรบ้าง ถ้าไม่ติดว่าหล่อคงโดนซ้อมไปแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

    ทำไมหลุยส์ชอบทำให้สับสน คล้ายๆตอนอ่านลูค เดี๋ยวทำให้รัก เดี๋ยวทำให้หมั่นไส้ ทำม๊ายยยย

    ตอนสุดท้ายสะใจจอร์จ โดนซะบ้างเหอะ อิพี่ชายบ้า!!!(รู้สึกตอนนี้ไม่ได้มีความรักหลุยส์หลงเหลืออยู่ กร๊าก)

    #203
    0
  14. #202 ขนมจีบ+ซาลาเปา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 11:10
    หลุยส์ทำอะไรลงไป
    แล้วจะผลต่อคำสาปไหมอ่ะพี่นาต
    ทำไรไม่คิดเลยนะหลุยส์
    #202
    0
  15. #201 CirCus & LuCas (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 02:15
    :) ทำนางเอก Crazier ทุกวินาทีจริงๆ พระเอกคนนี้
    ขอบคุณแฟนนิยายทุกท่านนะคะ TOT
    #201
    0