Vampire Beauty เสน่ห์รักร้ายแวมไพร์สาวเจ้าเล่ห์

ตอนที่ 13 : Vampire Beauty 5: แวมไพร์สาวปะทะหนุ่มน้อยแห่งรัตติกาล [Part II]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 พ.ย. 53






Taylor Swift : The Best Day

เพลงนี้ฟังเอาไว้ดีๆ นะคะ (^O^) เพราะว่านาตจะเอามาเปิดในหน้าโนอาห์อีก (ถ้าแต่ง)
เพราะว่ามีพล๊อตคร่าวๆ แล้ว แต่ไม่คิดจะแต่งเร็วๆ นี้ มีเรื่องค้างหัวอีกเต็ม 555 แต่ถ้าได้
ใครฟังเพลงนี้ก็จะพอรู้ว่ามันต้องเป็นเรื่องที่น่ารักมากๆ >O< กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
นึกพล๊อตไว้แล้วพอมาฟังเพลงนี้มันโดน แอบอยากแต่งแต่ทำไม่ได้ งานล้นมือ 555




เจ้าชายอัศวิน
:::

 

หลังๆ นี้แอบมาอัพช้า >O< (แน่ใจนะว่าหล่อนแอบ) 555 พอดีแต่งช้าด้วยค่ะ แต่งได้แค่อาทิตย์ละไม่กี่วัน แต่ถ้าวันไหนแต่งก็จบบทอยู่ แต่ถ้าไม่ได้แต่งก็ไม่ได้แต่งเลย น่าสงสารจัง พักนี้มีเวลาน้อย โชคดีไม่ลืมพล๊อตนิยาย 555 ดันแคนจู้ตูดเรื่อยๆ อีกหน่อยหากแม่แต่งไม่ทันใจเจ้าตัวบอกว่าจะหนีแล้ว ไปหาคนจิ้นฉาก “เรท ฉ” ระหว่างเขากับมิสซิสบิวตี้แทน (มันไม่ได้รู้สึกสำนึกเลยว่าคุณยายท่านแต่งงานแล้ว 555) แต่เรื่องจะเป็นยังไงนั้น ทำไมดันแคนถึงทนคนแก่อยู่ได้ ต้องรอติดตามไปเรื่อยๆ จนกว่านาตจะเปลี่ยนบทมุมมองน้องดันแคนนะคะถึงจะรู้ ตอนนี้ปล่อยให้มิสบิวตี้ปลดปล่อยความรู้สึกเก็บกดไปก่อน เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จะได้มีเวลาเรียนรู้และทำความรู้จักตัวเอกไปในเวลาเดียวกัน

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามผลงานค่ะ ^^

 

 

 

Vampire Beauty 5: แวมไพร์สาวปะทะหนุ่มน้อยแห่งรัตติกาล [Part II]

 

โป๊ก!

“ไอ้เด็กทะลึ่ง” ข้าเขกหัวเขาไปหนึ่งหน

“ก็ผมแค่อธิบายเท่านั้น ดูนี่สิครับ ผมก็ใส่เหมือนกัน” ชี้นิ้วไปยังท่อนล่างของตนเอง

“แล้วทำไมสิ่งที่เจ้าใส่มันปกปิดเนื้อหนังมากกว่าของข้าล่ะ ไอ้ที่เจ้าเอาให้ข้ามันยังไม่ใหญ่เท่าผ้าเช็ดตูดหมาที่บ้านข้าเลย”

“โธ่คุณยายครับ สาวๆ สมัยนี้เขาต้องโชว์หุ่นเซ็กซี่ๆ น่ะ” ว่าแล้วก็ส่ายเอวไปมา ข้าเห็นแล้วจะอ้วกชอบกล

“ข้าคิดว่าคงพอเข้าใจแล้ว อีกอันล่ะ”

ถูกออกแบบมาสำหรับอกของผู้หญิง จึงทำให้เขาดูเหมือนผู้หญิงร่างยักษ์อกเหี่ยวๆ คนหนึ่ง ทำให้ข้าอดขำออกมาไม่ได้

“เจ้านี่มันไร้ยางอายจริงๆ” ข้าหัวเราะจนน้ำตาเล็ด แทบจะยืนไม่ไหว จนมือใหญ่ต้องเข้ามาประคองแขนข้าไว้ ทว่ารอยยิ้มที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยความสุขกับแววตาที่ทอดมองข้าอย่างเอ็นดูทำให้ข้าถึงกับชะงัก หน้าร้อนผาวขึ้นมาทันที

“เวลาที่คุณหัวเราะ น่ารักกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะ” เขาส่งเศษผ้าสีเหลืองให้ข้าอีกรอบ

“เจ้าคงไม่ได้ตกหลุมรักข้าหรอกนะ” ข้ารีบแกะมือใหญ่ออก

เจ้าเด็กประสาท มองยังไงว่าข้าน่ารัก ตอนนี้อายุข้าจากเขาห่างกันเป็นร้อยๆ ปี เขาอกหักหรือขาดรักมาแต่หนใดกัน ถึงได้วิปริตเข้าขั้นชายตาลงมามองเหมือนกับกำลังหลงเสน่ห์หรือจ้องจะจีบคนแก่ แก่อย่างเดียวไม่พอ ทั้งยังเป็นหญิงชราที่แต่งงานแล้วด้วย หรือว่าข้าจะคิดไปเอง เจ้าเด็กแก่แดดนี่คงทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนชนิดไม่เลือกหน้าข้าตาหรือแม้แต่อายุ

“ใครจะไปรู้” ขยับยิ้มที่มุมปากก่อนบอกต่อไปว่า “ที่นี่มีแค่เราเพียงสองคน หากคุณอยากเปลี่ยนตรงนี้ ผมจะหันหน้าไปทางอื่น สัญญาว่าด้วยเกียรติของลูกผู้ชายว่าจะไม่มองจนกว่าคุณจะบอกว่าพร้อมให้ผมมองจริงๆ”

ท่าทีเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็มิวายยังทิ้งวาจาแอบแฝงความนัยเอาไว้อีกจนได้

“ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไรกัน ก็เจ้ากะล่อนเสียขนาดนั้น”

“ถ้าหากผมหันมาเจอตอนคุณโป๊อยู่ เดี๋ยวผมจะให้คุณดูตอนผมเปลือยบ้างก็ได้ คุณจะได้ไม่รู้สึกเสียเปรียบ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่ยุติธรรมอีก”

“ไอ้เด็กลามก ข้าไม่มาผลัดผ้าอยู่ใกล้เจ้าหรอก” ปากข้าบอกไปอย่างนั้น แม้แต่แรงจะก้าวขาไปไกลจากเขาสักก้าวหนึ่งยังไม่มี

ดันแคนที่ยังทอดมองดูข้าอยู่เหมือนพยายามข่มรอยขบขัน ในขณะที่ข้าเริ่มรู้สึกขมขื่นเกินจะทน ทั้งหงุดหงิดสภาพตัวเอง ทั้งแค้นเจ้าเด็กแก่แดด แต่สุดท้ายข้าก็ต้องการเขาอยู่ดี

“เจ้าก็หันหลังสักทีสิเจ้าเด็กบ้า ข้าจะแก้ผ้า”

“งั้นผมจะให้ยืมมือสำหรับจับ จนกว่าคุณจะเปลี่ยนชุดเสร็จ”

“ข้าไม่อยากจับมือเจ้าเลย”

ดันแคนหัวเราะเสียงดังเหมือนเป็นเรื่องสนุก ก่อนเจ้าตัวจะหันหลังแล้วส่งมือมาให้ตามที่พูดไว้ ข้าค่อยๆ ปลดชุดที่ตนสวมใส่ทีละชิ้น แสงที่สาดลงมาบนผิวทำให้ข้ารู้สึกร้อน และเมื่อข้าต้องการจะสวมเศษผ้าชิ้นที่มีสามช่องเหมือนกางเกงชั้นในแต่แยกแยะไม่ค่อยจะออกว่าช่องไหนเป็นช่องไหน ก็ต้องกุมมือเขาเอาไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะข้าไม่มีปัญญายืนได้ด้วยขาข้างเดียว

“เจ้าหันกลับมาได้แล้ว ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า” ข้าบอกหลังจากสวมเศษผ้าที่ใช้ปิดหน้าอกได้จนเกือบเสร็จ แต่ไม่มีปัญญาผูกเชือกด้านหลังได้ จึงต้องหันหลังให้เขาจัดการต่อ

“คิดว่าคุณจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากผมเสียแล้ว”

“หากการรักษาบ้าบอของเจ้าคราวนี้ไม่สามารถทำให้ข้าหายเป็นปกติได้ และจำเป็นต้องใช้วิธีแช่น้ำเพื่อรักษาอีกล่ะก็ หาชุดที่มันมิดชิดกว่านี้มาให้ข้าไม่ได้รึไง ถึงแม้ว่าข้าจะแก่จนไม่มีอะไรให้น่ามอง แต่ข้าละอายแก่ใจที่จะต้องมาเผยเนื้อหนังมังสาให้ใครอื่นได้เห็น”

“ใครอื่น” เสียงทุ้มต่ำทวนซ้ำเชิงถาม

“ใครก็ตามที่ไม่ใช่สามีข้า เจ้าพอใจรึยังเจ้าเด็กบ้า”

“คุณแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่” มือใหญ่ยังคลอเคลียอยู่กลางหลังของข้า

“นั่นมันเรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

เมื่อข้ากล่าวจบ ก็ดูเหมือนว่าเขาจะเดินจากไป ข้าก้มมองดูผิวหนังเหี่ยวแห้งของตนเองอีกครั้ง มันช่างน่าเวทนายิ่งนักในเศษผ้าสีเหลือง มันคงดูสวยงามอยู่หรอกหากผิวข้าเต่งตึงกว่านี้ แต่มันก็น่าละอายใจอยู่ดีที่ข้ายอมทำตามเขาเพียงเพราะคาดหวังว่าเขาจะช่วยรักษาอาการเจ็บปวดจากพิษเขี้ยวศัตรูที่จะรุมทำร้ายให้ข้าได้

สักพักเสียงฝีเท้าก็ใกล้ข้าเข้ามาอีกครั้ง และตอนที่ข้ากำลังจะทรุดลงนั่งกับพื้น ผ้าคลุมผืนใหญ่ก็ถูกจับพันรอบตัวข้าเอาไว้ ก่อนที่วงแขนอันแข็งแกร่งยกร่างข้าขึ้นมา แล้วพาข้าตรงไปที่ริมฝั่งทะเลสาป จากนั้นเขาก็ปล่อยข้าลงยืนที่ริมฝั่ง แล้วปลดผ้าคลุมแล้วสะบัดมันกางออกเพื่อกันแดดให้ข้า

“คุณแพ้แสงอาทิตย์ หากผมจะรักษาให้คุณกลางแจ้งที่แดดส่องถึงโดยตรงแบบนี้คงไม่ดี เราต้องว่ายน้ำข้ามไปฝั่งตรงข้ามจึงจะมีร่มเงาอยู่บ้าง”

“ข้าจะเอาแรงที่ไหนว่ายไปกับเจ้า”

“ผมไม่ปล่อยให้คุณว่ายเองหรอก” เขายิ้มที่มุมปากแล้วเอาผ้าคลุมหัวข้าไว้แล้วก็หันหลังให้พลางย่อตัวลงต่ำ

“เจ้าคงไม่คิดจะให้ข้าขี่หลังเจ้าหรอกนะ”

“ผมไม่มีทางเลือกอื่นนี่ครับ มิสซิสบิวตี้”

“แล้วทำไมข้าต้องฟังเจ้าด้วย” ข้าถอนหายใจออกมาเบาๆ

“กอดคอผมให้แน่นๆ ก็แล้วกัน” มือใหญ่ถือวิสาสะดึงมือข้าไปโอบรอบคอตนก่อนจะแบกข้าด้วยพลังม้าลงไปในน้ำ ข้าจึงปล่อยเลยตามเลย แล้วแต่ว่าเขาจะทำอะไร

“เจ้าเป็นผู้มีพลังเวทย์ใช่ไหม” ข้าทักขึ้นเมื่อเขาว่ายน้ำมาได้ครึ่งทาง  

“ฟังดูเป็นทางการจังเลยนะครับ”

“ภาษาบ้านข้าเขาก็เรียกกันแบบนี้ ข้าไม่เห็นว่ามันจะทางการตรงไหน หรือว่าข้าต้องใช้ภาษาคนสติปัญญาเสื่อมกับเจ้า ถึงจะบอกว่าไม่เป็นทางการ”

“ฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่คุณยายจะคิดเถอะครับ ขนาดเรื่องของคุณยายเองคุณยายยังไม่อยากบอกผมเลย แล้วทำไมผมถึงจะต้องบอกคุณยายด้วยละครับว่าตัวเองเป็นอะไร”

“คิดว่าข้าอยากรู้เกี่ยวกับเจ้านักรึไง”

เขาหัวเราะจนกระทั่งเรามาถึงอีกฝั่ง จากนั้นก็ปล่อยข้าลงในน้ำตรงจุดที่ข้าพอจะยืนได้โดยมีน้ำเคียงคอพอดี เมื่อเจ้าตัวสังเกตเห็นว่าข้าเงียบกริบไม่ปล่อยให้ได้ยินแม้กระทั่งเสียงถอนหายใจ คงจะคิดได้จึงยอมเอ่ยปากพูดขึ้นมา

“ผมมีเวทมนต์น่ะ” เขาเหวี่ยงผ้าขึ้นไปบนฝั่ง ขยับเข้ามาใกล้ข้าโดนไม่แตะเนื้อต้องตัวข้าอีกเลย หากแต่สายตากวาดมองมายังต้นคอข้าอย่างเพ่งพิจารณา

“ในเมื่อเจ้ากล้าบอกข้าเกี่ยวกับตัวเจ้า ข้าก็จะบอกเกี่ยวกับตัวข้าเช่นกัน”

มือใหญ่ที่เอื้อมมาสัมผัสต้นคอข้าถึงกับชะงัก ก่อนจะรอยยิ้มที่มุมปากจะปรากฏขึ้น

“ตอนนี้ผมไม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับคุณแล้ว ผมกลัวว่าตัวเองจะเลิกสนใจคุณไปเสียก่อน ไม่ต้องบอกผมหรอก เอาไว้ผมจะเป็นฝ่ายถามเองถ้าอยากรู้”

“เจ้าเด็กประหลาด ตกลงเจ้าจะเอายังไงกันแน่”

“สงสัยเราจะต้องเปิดแผล ทำไงดีล่ะ ผมไม่มีเขี้ยวด้วยสิ” เหมือนเขาไม่ได้ฟังข้าแม้แต่น้อย แม้ว่าข้าจะมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่องก็ตามที “คุณมีเล็บไหม”

“ข้าต้องเปิดแผลตรงไหน”

เด็กหนุ่มตวัดสายตาขึ้นมามองข้านิ่งๆ จ้องข้าอยู่นานโดยไม่เอ่ยคำใดทั้งสิ้น จนข้าเริ่มหงุดหงิดอีกระรอก

“ข้าต้องเปิดแผลตรงไหน”

“ข้อสันนิษฐานของผมเป็นจริงสินะ” เขายิ้มกว้างหูตาแพรวพราย

“ข้อสันนิษฐานบ้าบออะไรของเจ้ากันแน่ เจ้าเด็ก...”

เสียงแหบแห้งที่เปลี่ยนเป็นสดใสเกือบจะอ่อนหวานหากข้าไม่ได้กระแทกอารมณ์ใส่เขาทำให้ข้าถึงกับชะงัก มือที่เคยแห้งเหี่ยวเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกกลับขึ้นมาเต่งตึงอีกครั้ง และเมื่อข้าใช้มือลูบใบหน้าตัวเองดู ก็รู้สึกได้ถึงความเนียนอ่อนนุ่มเปล่งปลั่ง เล็บที่เคยสั้นกุดกลับมาเรียวยาวอีกครั้ง แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่อย่างเดียวคือพละกำลังมหาศาลที่ข้าเคยมี

“ข้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว” ด้วยความปรีดีสุดจะบรรยาย ข้าจึงเผลอแสดงปฏิกิริยาดีอกดีใจออกมาให้เขาได้เห็นอย่างลืมตัว

“คุณต้องเปิดรอยเขี้ยวแวมไพร์คู่อริให้ผม” เขารวบมือข้าเอาไว้ “ผมจำเป็นต้องทดลองตามสิ่งที่ผมคิดไว้ แม้จะไม่รู้ว่ามันจะได้ผลไหม เพราะผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณไปมากกว่านี้อีกแล้ว”

ฉึก!

กรงเล็บของข้าถูกบังคับให้ทิ่มลงบนผิวหนังบริเวณต้นคอจนข้าเองจนต้องกัดริมฝีปากแน่นเพราะความเจ็บปวด ร่างกายอ่อนระทวยจนทิ้งตัวลงในน้ำ กว่าจะรู้สึกได้ว่ามือใหญ่ช้อนร่างข้าขึ้นมา ข้าก็สำลักน้ำไปหลายอึก จากนั้นริมฝีปากอุ่นก็ประกบลงบนบาดแผล ที่สำคัญเขากำลังดูดเลือดออกจากตัวข้า ซึ่งทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เจ็บปวดไปถึงหัวใจ จนไม่รู้ว่าจะเอามือไม้ไปวางไว้ที่ไหน ข้าจึงใช้กรงเล็บขวนร่างของดันแคนตั้งแต่หัวไหล่มาจนถึงแผ่นอกกว้าง ก่อนข้าจะถูกโอบล้อมไปด้วยความมืดมิดดุจยามรัตติกาลที่แทรกผ่านเข้ามาท่ามกลางแสงสว่างในยามกลางวัน

 

มิสซิสบิวตี้ >3< ถึงจะแก่หง่อมก็ยังคงความน่ารักเหมือนสาวๆ ช่างเป็นนางเอกที่น่ารักอะไรเช่นนี้ >O<

 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,100 ความคิดเห็น

  1. #1002 Love Actually (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 00:39

    MAIMIXONG Emoticons 229

    ไม่มีของเก่าให้ก๊อป เพราะไม่ได้ทิ้งเม้นท์ไว้ เม้นท์ใหม่ก็ได้ฟระ 555

    ข้อสันนิษฐานที่ว่าของน้องดั้น ก็คงต้องเป็น เจ้คาเมรอนเป็นแวมไพร์

    และเพราะพิษจากที่ศัตรูที่เธอได้รับ ส่งผลให้เธอและคนอื่น ๆ เห็นเธอในสภาพของหญิงชราล่ะสินะ

    แต่การที่น้องดั้นสามารถเห็นเธอในสภาพของสาวสวยทั้งวันทั้งคืนได้ ก็คงเพราะ

    หนึ่ง อันนี้สำคัญมาก น้องดั้นเป็นสามีของเจ้คาเมรอนที่ลงหลุมไปแล้ว และกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

    แต่ระหว่างน้องดั้นและเจ้คาเมรอนนั้น อาจจะมีคอนแท็คอะไรต่อกันอยู่ก็เป็นได้

    และคอนแท็คที่ว่านั้น ความตายก็ไม่อาจสามารถจะทำลายมันลงได้

    สอง เพราะน้องดั้นรักเจ้คาเมรอนน่ะสิ รักตั้งแต่แรกพบด้วย เขาถึงได้เห็นในสภาพของสาวสวยตลอดเวลา

    สาม สภาพยายแก่หงำเหงือกนั่นน่ะ เป็นแค่เพียงภาพลวงตาเท่านั้น

    และเจ้คาเมรอนจะสามารถกลับสู่สภาพสาวงามได้ ก็ต้องมีน้ำเป็นตัวแปรสำคัญ

    เพราะพิษที่เธอได้รับนั้น จะเสื่อมสภาพชั่วคราวเมื่อคนที่ได้รับพิษอยู่ในน้ำ

    และถ้าพิษถูกถอนออกไปจนหมดเมื่อไหร่ เจ้คาเมรอนก็จะหายดีเองนั่นแหละ

    ตัวเธอเอง และคนอื่น ๆ ก็จะเห็นเธอในสภาพของสาวสวยอีกครั้ง

    สี่ พิษที่เจ้คาเมรอนได้รับ อาจจะข้อจำกัดบางอย่าง

    เป็นต้นว่า คนที่จะสามารถถอนพิษให้ได้ จะต้องเป็นสามีหรือภรรยาเท่านั้น

    ดังนั้น จึงอาจเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม เจ้คาเมรอนถึงได้ทะลุมิติมาสู่ยุคปัจจุบันได้

    #1,002
    0
  2. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 22:49
    อุแหม ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนจินตนาการไว้แบบไหน
    แต่วันนี้เลือดกำเดาไหลพลั่กๆ แล้ว
    เฮ้ย ทำอะไรกัน
    หัดเกรงใจกันบ้างสิยะ

    ฮือๆๆ เศร้าTOT

    แต่อะนะ แผ่นอกกว้าง เปลือยเปล่า>/////////<

    #994
    0
  3. #935 กาแฟ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2552 / 12:03
    เย้  >!<  บิวตี้กลับมาสาว สวย เหมือนเดิมแล้วค่ะ ><~ อิอิๆ 

    ปล.อ่านต่อไม่ได้แล้วค่ะ TT  จะเป็นหนังสือแล้วเหรอค่ะ >?<
    #935
    0
  4. #733 ~ KiM ~ (คิ้ม) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2552 / 15:40
    เดี๋ยวผมจะให้คุณดูต้องผมเปลือยบ้างก็ได้ >> ตอนผมเปลือย (หรือป่าวค่ะพี่นาต)



    มาตรวจสอบให้จ่ะ
    #733
    0
  5. #666 !เจ้าหญิงของเคตะ! (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2552 / 15:47
    โอ้ดันแคน
    #666
    0
  6. #465 -.........- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 13:23

    โอ้ย ดันแคน น่ารักเกินไปแล้ว  

    #465
    0
  7. #277 I'm happy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2552 / 22:54
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ยาวๆ หน่อย คุณยายกลับมาสาวแล้ว
    #277
    0
  8. #276 pinkypinky..ดาวสีชมพู (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2552 / 20:48
    บิวตี๊!!! กลับมาสวยแล้ว ก็เท่านั้น!!!!!

    เลิศๆซะมิมี ^^
    #276
    0
  9. #275 ขนมจีบ+ซาลาเปา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2552 / 19:41
    กลับมาสวยเหมือนเดิมแล้ว
    ดูเหมือนเรื่องนี้จะแต่งยากนะคะพี่นาต
    เพราะคนอ่านเดาไม่ค่อยออกเลยว่าจะเป็นไงต่อ
    สู้ๆนะคะพี่นาต
    #275
    0
  10. #274 ซูชิเพ็งจัง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2552 / 17:37

    วู้ฮูววว
    บิวตี้คนเดิมกลับมาแล้ววว
    ขอบคุณน้องดั้นหน่อยเร้วววว >O<

    #274
    0
  11. #273 fene_sun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2552 / 17:29
    กรี๊ด ดันแดน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! >.< ไม่ได้มาอ่านซะนาน น่ารักเหมือนเดิมเลยนะเรา

    บิวตี้หายแก่แล้ว ยะฮู้!!!!!!!!!!~
    #273
    0
  12. #272 Kim Seeda (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2552 / 13:42

    เย่ มิวซิสบิวตี้กลับมาสวยเหมือนเดิมแล้ว

    #272
    0
  13. #271 boongkee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2552 / 00:50

    เฮ้ยยยย เรท"ฉ"อีกแล้ว กร๊ากกกกกก

    ดันแคนน่ารักวุ้ย >O< แต่มิสซิสบิวตี้น่ารักกว่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มิสซิสบิวตี้กลับมาอ่อนเยาว์อีกครั้งแล้ว >O<

    แถมยังอยู่ในชุดบิกินี่อยู่ด้วย ดันแคนอย่าคิดไรเกินเลยนะเฮ่ยยย

    เดี๋ยวได้เรท"ฉ"กำลังสอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #271
    0
  14. #270 ~(phatja)~ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2552 / 00:05
    เย้...ได้อ่านแล้วอ่ะ...ดันแคนจากถอนพิษแย้วอ่ะ

    จากได้กลับมาสาวและสวยเหมียนเดิมแย้ว

    อ่านจบก็อยากอ่านอีกอ่า....อัพไวไว อีกน่า...
    #270
    0
  15. #266 แมวเหมียว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2552 / 22:54
    กรี๊ด ดันแคนโหมดขรึมได้ใจไปเต็มๆ เลยอ่ะพี่นาต กรี๊ดดๆๆๆๆ (เอาแต่กรี๊ด >o<)
    เล่นดูดพิษให้นางเอกแบบนี้มันเหมือนดูดพิษงูแบบในหนังป่าวอ่ะ
    แบบว่าคนที่ช่วยกลับกลายเป็นคนป่วยเอง ฮ่าๆๆ (มั่วแระ)

    บิวตี้คนงามของเตยกลับมาสวยแล้วหรอเนี่ย รักพี่นาตจัง จุ๊บๆๆ

    ปล. ทำไมคำพูดของดันแคนมีเลศนัยจังอ่ะ "ใครอื่น?" งงอ่ะ แต่รอให้พี่นาตเฉลยดีกว่า ไม่อยากเดาเอง อิอิ
    #266
    0