<ฆ่าควรค่า, 3> - ช่างชั่ว

ตอนที่ 17 : ตอนที่๑๕ ต้องไม่มีคนที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 มี.ค. 63

เขาต้องกลับมาปกติ เขาต้องไม่กลายเป็นฆาตกรโรคจิต เขาต้องไม่กลายเป็นบ้า...

เศร้า พบศพคุณยายหัวใจวายตาย พร้อมกับช่างสองคนถูกรุมทำร้ายอาการสาหัส หลังคาบ้านพังลงมา คาดเป็นฝีมือกลุ่มช่างที่ทะเลาะวิวาทกัน ด้านลูกหลานคุณยายร้องไห้ใจแทบขาด คุณตาที่อยู่ในโรงพยาบาลพอรู้ข่าวถึงกับสิ้นลมก่อนเข้ารับการผ่าตัด เป็นข่าวที่น่าสะเทือนใจมากนะครับ

กี่รายแล้ว... กี่รายที่ต้องสูญเสียเพราะช่าง?

เงินทอง เวลา อวัยวะ ชีวิต คนที่รัก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เสกกันขึ้นมา บางคนกว่าจะมีมาครอบครองสักอย่างแสนยากลำบาก แล้วทำไมกันนะ ทำไมต้องสูญเสียไปเพราะความไม่สนใจ ไม่ซื่อสัตย์ ไม่มีจรรยาบรรณ ไม่เคารพต่อวิชาชีพตัวเอง ถึงเวลาอ้างความประมาท พูดคำว่าไม่เจตนา แล้วก็ไม่ต้องรับโทษงั้นหรือ

แล้วยายคนนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นคนข้างบ้านที่มักมีน้ำใจทำอาหารมาให้สะบันงาตอนตั้งครรภ์เสมอ ชูชัยจำรอยยิ้มอ่อนโยนของยายได้ เช่นเดียวกับที่จำความรักที่ตามีให้ยายได้ เขาเห็นสองผัวเมียจูงมือกันไปตักบาตรอยู่บ่อยๆ เพราะลูกไปทำงานต่างประเทศ ตายายจึงอยู่ด้วยกันเสมอ

ตากับยาย... ชีวิตง่ายๆ ที่คนรักทุกคนปรารถนา ได้อยู่กับคนที่รัก ดูแลกันและกันไปจนแก่เฒ่า แต่... ชีวิตง่ายๆ ก็ถูกทำลายเพราะความมักง่ายของพวกมัน ฉากสุดท้ายยังคงเล่นซ้ำไปซ้ำมา ชูชัยไม่สามารถนอนอยู่บนเตียงที่เคยกอดหญิงสาวได้อีกต่อไป เขาวิ่งออกจากห้องนอนมาจนเห็นบันไดเป็นจุดจบของทุกสิ่ง

ทำไมชูชัยถึงเจ็บปวดงั้นหรือ เพราะเขาเห็นคลิปจากในกล้องวงจรปิด สะบันงาไม่เพียงเหยียบบันไดแล้วล้มลงมาแท้ง เธอคงพยายามเดินกลับขึ้นไปเพื่อหยิบโทรศัพท์โทรขอความช่วยเหลือ แต่บันไดฉิบหายนั่นก็พังลงมาอีกขั้น คราวนี้จึงล้มลงมาพร้อมกับร่างกายอันบอบช้ำ กว่าชายหนุ่มจะกลับมาก็สายเกินไป

เธอต้องตายอย่างอนาถ โดยที่พวกมันก็ไม่มีความสำนึกซ้ำยังรุมกระทืบเขาเป็นตัวตลก ชูชัยไม่รู้ว่าสะบันงาสั่งเสียกับเขาว่าอะไร ตอนนั้นหูสองข้างอื้ออึงไปหมด คงเพราะเขาเอาแต่ร้องไห้จนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ชูชัยยอมรับความจริงไม่ได้ แหกปากโวยวายใส่หมอทุกคนในโรงพยาบาลที่ช่วยชีวิตเธอไม่ได้ แต่เขาทำให้พวกมันตายได้

“ช่างชั่วทุกคนต้องตาย กูจะฆ่ามึงเอง!

......................................................................................................................................................

ช่างแปดคนปรือตาขึ้นมาก่อนจะรู้ตัวว่าถูกจับมาในสภาพโดนมัดขาโดยเชือกร้อยไว้กับเสา

“มึงจับตัวกูมาทำไม?

“พวกช่างนี่ ขี้สงสัยกันจังเลยนะ ทำไมตอนคุยเรื่องทำบ้าน กูไม่เห็นพวกมึงจะสงสัยถามไถ่แบบที่มึงเอาแต่ปากมากตอนนี้เลย กูล่ะเบื่อกที่ต้องมานั่งอธิบายซ้ำซาก งั้นกูขอเปิดคลิปที่อัดไว้ให้มึงแล้วกัน” ชูชัยส่ายหัวอย่างเอือมระอา คนไร้จรรยาบรรณวิชาชีพ ฆ่าเท่าไรก็ไม่ยอมหมด

“มึง...”

สวัสดี ไอ้ช่างชั่ว กูชื่อชูชัยเป็นฆาตกรโรคจิตที่ชอบฆ่าช่างชั่ว กูเองแหละที่ฆ่าช่างจนออกข่าวบ่อยๆ มึงไม่ต้องถามว่ากูมีความแค้นส่วนตัวอะไรกับมึง เพราะกูไม่ได้รู้จักอะไรมึงมาก กูแค่รู้ว่ามึงเป็นช่างชั่ว และความเจ็บแค้นของเจ้าของบ้านทุกคนคือความเจ็บแค้นของกู มึงไม่ต้องแก้ตัว กูหาข้อมูลมาหมดแล้ว มึงแค่รอความตายเท่านั้น 

“มึงมันบ้า ไอ้ชูชัย”

“กูรู้ตัว แล้วที่กูบ้าก็เพราะเคยไปจ้างช่างแบบพวกมึงนี่แหละ” ชูชัยกัดฟันแน่นเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต “ความเลวของมึงครั้งนี้ คือเจ้าของบ้านเขาจะเอาโครงหลังคาตราจ๊าง ซึ่งเป็นยี่ห้อดีมีคุณภาพ แต่มึงเสือกไปเอาโครงหลังคาตาจ้างมามั่ว ยังไม่รวมกี่กูไปสืบ มึงทำบิลผี งั้นมึงก็เป็นผีไปเถอะ”

“กูจะเอาเงินไปคืนมัน มึงปล่อยกูนะ กูขอร้องกูสำนึกผิดจริงๆ”

“คืนเหรอ? มึงไม่ต้องมาตอแหลไปหน่อยไอ้ห่า!” ชูชัยตะคอกลั่น “ถ้าพวกมึงรู้จักสำนึกจริง มึงไม่ปล่อยเวลาเป็นเดือนๆ หรอก มึงแค่จะหนีเท่านั้น แววตาของมึงเหรอสำนึก กูมองเข้าไปเห็นแต่ความเกรี้ยวกราดในนั้น แต่ถ้ามึงร้องขอกู ในฐานะที่กูเป็นตัวแทนเจ้าของบ้านผู้เจ็บปวดทุกคน กูอาจให้โอกาสมึงก็ได้”

“กูขอร้อง... ได้โปรดเถอะชูชัย”

“ได้” ชายหนุ่มตอบอย่างว่าง่าย หากรอยยิ้มเหยียดแฝงความอาฆาต “แต่มีเงื่อนไขนิดหน่อยนะ กูจะให้มึงแบ่งเป็นสองทีม แข่งกันก่ออิฐภายในเวลาครึ่งชั่วโมง ใครก่ออิฐได้สูงกว่ากูถือว่าชนะ มึงคิดว่ายังไง? ถือเป็นการแก้ไขความผิดพลาดที่มึงทำหลังคาบ้านกับชั้นสองเขาพังลงมา?

“กูเอา”

“งั้นกูจะเอาอุปกรณ์มาให้มึง นอนก่ออิฐไปเถอะมึงน่ะ แล้วถ้ามึงคิดจะสู้กูล่ะก็ มึงไม่รอดแน่” ชูชัยเปิดห้องเก็บของออกพร้อมเขนอิฐมวลเบากับปูนซีเมนต์ออกมาจำนวนหนึ่ง “กูไม่มีถุงมือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ให้ มึงใช้มือมึงนั่นแหละ แล้วใครชนะกูจะให้มาแข่งขันกันต่อ ผู้รอดชีวิตต้องมีคนเดียวเท่านั้น”

“ไอ้ชูชัย! โอ๊ย!

“มึงคิดว่ากูจะไม่รู้เหรอว่ามึงจะเอาอิฐปาใส่หัวกูน่ะ สันดานขี้โกงไม่ซื่อสัตย์ของมึง กูรู้ดีอยู่แล้ว” ชูชัยยิงเข้าไปที่ช่องท้องของช่างที่บังอาจหยิบอิฐขึ้นมาทำท่าจะโยน เขากระทืบอีกหลายครา “รู้จักกูน้อยไปแล้ว กูเห็นหน้าก็รู้แล้วว่ามึงคือคนที่เขียนบิลผี ชอบเติมศูนย์ไว้ท้ายๆ มึงต้องโดนยิงกรอกปากด้วย”

เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ช่างขี้โกงล้มลงไปหัวกระจุยออกจากตัว

ชูชัยรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำโหดร้ายสยองขวัญ แต่เขาไม่สามารถทำให้ความโกรธแค้นในตัวเบาบางลงได้แล้ว เขาเริ่มจับเวลาให้ช่างแข่งกันก่ออิฐ แต่เพราะปูนที่ผสมน้ำเหลวมากจึงไม่สามารถยึดเกาะอะไรได้ ก่อไปไม่กี่ชั้นอิฐก็ถล่มลงมา ชูชัยนึกสนุกเมื่อไรก็ทุบทำลายอิฐให้ราบลงมากับพื้น

“เอาใหม่ ทำใหม่ กูจะให้มึงเรียงใหม่ มึงชอบไม่ใช่เหรอเดี๋ยวทำเดี๋ยวทุบ ทำบ้านเขาจนบุบแล้วทิ้งงานเนี่ย” ความแค้นเข้าครอบงำ ชูชัยเตะซ้ำแล้วซ้ำเล่า อิฐที่ก่อก็ถล่มลงมาอีก ชูชัยไม่ได้จับเวลาแต่ก็น่าจะผ่านไปกว่าสองชั่วโมงที่เขาสนุกกับอะไรแบบนี้ และจบด้วยการจับหัวช่างจุ่มซีเมนต์ตายคนหนึ่ง โขกอิฐตายอีกสองคน

“มึงจะให้พวกกูแข่งอะไรกันอีก?

“กูจะให้มึงจับคู่เป็นผัวเมียกัน แสดงความรักต่อกัน ใครทำได้ซาบซึ้งใจกูกว่า กูจะปล่อย”

“ผัวเมีย?

“เออ ผัวเมีย แต่ไม่ต้องขนาดมาเอากันตรงนี้หรอกนะ แค่ให้แสดงบทคนรักกันน่ะ เผื่อมึงจะคิดได้ว่ามึงทำให้คุณยายเขาหัวใจวายตาย จนสามีที่นอนซมอยู่โรงพยาบาลต้องตรอมใจตายตาม มึงทำลายชีวิตคู่ที่สงบสุขของคนอื่น แล้วยังทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มึงต้องโดนแบบนี้แหละช่างชั่ว”

“เรารักนายนะ... นาย...”

“มึงเล่นอะไรของมึง กูเห็นมึงเล่นแล้วจะอ้วก มึงทำให้ความรักไร้เงื่อนไขที่กูยึดมั่นกลายเป็นของน่าขยะแขยง” ชูชัยขัดหูขัดตาการแสดงออกของช่าง จับหัวช่างสองรายชนเข้าหากันหลายต่อหลายครั้ง พร้อมหยิบกระบะทรายขึ้นมาทุบหัวให้มันตายพร้อมกัน “มึงไม่ต้องเล่นแล้ว กูพะอืดพะอม ขึ้นมาทำหลังคากับกู”

ช่างที่เหลืออยู่แค่สองรายถูกลากคอขึ้นมาถึงชั้นบนของบ้าน ซึ่งพวกมันก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นโครงหลังคาตาจ้างเกลื่อนไปหมด แน่นอนว่าเป็นโครงไร้คุณภาพ ทั้งเก่าทั้งสกปรก ชนิดให้ฟรีคนไร้บ้านยังโกรธ แต่ครั้งนั้นมันกลับเอาไปหลอกขายยายได้หน้าตาเฉย ชูชัยผลักช่างไปกองอยู่กลางโครงหลังคา

พวกมันล้มลง แต่ชูชัยก็เข้ามากระทืบตามเนื้อตัวโดยไม่ลืมหยิบโครงหลังคามาทุบด้วย

“มึงต้องตายไปกับของสถุลๆ ของมึง แล้วมึงไม่ต้องว่ากูบ้าเพราะกูรู้ตัว แล้วมึงไม่ต้องบอกด้วยว่ากูฆ่าไปก็ไม่หมด เพราะกูจะฆ๋ามึงจนกว่าชีวิตจะหาไม่” ชูชัยเดินออกมา โยนระเบิดเข้าไปลูกหนึ่ง ฟังเสียงติ๊ดๆ ด้วยหัวใจเต้นแรง และอีกไม่นานต่อมาบ้านร้างที่เลือกมาเป็นโรงสังหารก็ไฟลุกโชนแผดเผาชิ้นส่วนช่างชั่วที่คงเละเทะไปหมด

ชูชัยมองความหายนะที่เกิดขึ้น เขาหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมกัน

ต้องไม่มี ‘ชูชัย’ คนที่สอง...

......................................................................................................................................................

ร้อยตำรวจเอกตุลยาเอนกายเหนื่อยอ่อน

“ผมว่าผมรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว” ผู้กองโต้เอ่ยอย่างหมายมั่น “คนร้ายขอเหตุในเขตเราห้าครั้ง เขตอื่นอีกประปราย แต่จากข้อมูลที่พวกเราไปสืบมา ผมว่าผมมั่นใจว่าต้องเป็นเขา แต่ว่าเขาลงมือเพราะอะไรนั้น เราคงต้องไปจับกุมตัวมาสอบสวนก่อน เพราะผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ทั้งโลกเพิ่งมีที่ไทยเป็นครั้งแรก”

“แต่จะว่าไป ก่อนหน้านี้ ช่างที่ทำงานบ้านผู้กองก็โดนกระทืบสาหัสอยู่ แล้วบ้านผู้กองนี่ เอาไงต่อละครับ ช่อก่อน่าจะต้องพักฟื้นอย่างต่ำก็สองเดือน” ตำรวจชั้นผู้น้อยขมวดคิ้ว จากสภาพของช่างก่อกับสมชาติลูกชาย รวมถึงตัวเขาที่เริ่มสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง “เพราะบ้านก็ทำค้างไว้อยู่ หรือจะรอช่างก่อฟื้นมาคุมครับผู้กอง?

“โอ๊ย ไม่ต้องหรอก เสียเวลา ผมจะรีบทำ จะแต่งเมียเข้าบ้านแล้วโน่น”

“หา?

“หมู่จะหาอะไร ช่างที่ไหนทำ มันก็เหมือนๆ กันแหละ ช่างก่อเจ็บหนัก ผมก็จ้างช่างคนอื่นแทน ไม่เห็นต้องคิดมากหรือรอช่างก่อฟื้น ช่างมีตั้งเยอะแยะ ไม่ใช่ว่ามีคนเดียวสักหน่อย” คำตอบอันใสซื่อของผู้กอง ทำเอาหมู่ก่ายหน้าผากใส่อย่างที่ไม่เคยทำกับผู้บังคับบัญชามาก่อน

“แล้วทั้งทาสี ทำรั้ว ถมพื้น ต่อเติม เดินสายไฟ ผู้กองได้ไปคุมมันไหมครับ?

“ในบ้านไม่ได้มีข้าวของมีค่าอะไร อีกอย่าง ผมเป็นตำรวจนะหมู่ ถ้าช่างพวกนั้นกล้าขโมยข้าวของในบ้านก็ให้มันรู้ไป ว่ามาเหยียบจมูกตำรวจแล้วจะรอดไปได้ พ่อแม่ผมก็อยู่บ้านข้างๆ ถ้ามีอะไรผิดปกติ เช่น มันมามั่วสุมเสพยา ก็คงรู้กันแล้ว” ผู้กองโต้รู้สึกรำคาญกับการตอบคำถามนัก “ถามอยู่นั่น ถ้าหมู่ไม่มีอะไร ผมกลับก่อนนะ”

ร้อยตำรวจเอกตุลยาขับรถกลับบ้านโดยไม่ทันเฉลียวใจอะไรทั้งสิ้น เขาเชื่อเหลือเกินว่าช่างคนไหนก็เหมือนกัน และถึงไม่มีก่อเกริก เขาก็ไปจ้างช่างคนอื่นมาทำได้ ตุลยาจอดรถไว้ที่โรงจอดรถ ไขกุญแจจะเปิดเข้าไปในบ้าน แต่ก็พบว่ามันไม่ได้ถูกล็อกไว้ตั้งแต่แรก แค่เอามือผลักก็เปิดเรียบร้อย

และสิ่งที่เห็น... เศษอาหาร ถุงขนม กล่องโฟม ถูกทิ้งเกลื่อนบ้าน

ร้อยตำรวจเอกตุลยากลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นสีบนผนังที่ทามั่วซั่วไม่รู้สีไหนเป็นสีไหน ไม่มีการขูดสีเก่าและทำความสะอาดคราบที่ติดออกก่อน ความหยาบหนักกว่าฝีมือหัดระบายสีเด็กอนุบาล เท่านั้นยังไม่พอ รั้วที่มันมาติดก็ติดเขไปซ้ายบ้างขวาบ้าง มีช่องโหว่ชนิดหมาบางแก้วกระโดดเล่นได้

ไม่มีอะไรเป็นระเบียบ ข้าวของทิ้งเกะกะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ส่วนที่ต่อเติมก็ไม่มีอะไรเหมือนแบบ สั่งหรูหราระดับพระราชวังแต่ได้ออกมาเหมือนบ้านสังกะสีพังๆ ของขอทานอนาถา ร้อยตำรวจเอกตุลยาโทรศัพท์หาช่างที่ไปจ้างมาใหม่ และเขาก็พบว่าโทรไปกี่ร้อยสายมันก็ไม่รับ

ทราย ซีเมนต์ หรือข้าวของต่างๆ ที่ซื้อมากองไว้คือสิ่งที่บ่งบอกว่าเขาโดนช่างทิ้งงานแล้ว

ที่เจ็บใจกว่าอะไรทั้งปวง คือพอเดินไปมองของที่มันซื้อมานั้นก็ผิดสเปกด้วย สั่งซีเมนต์อย่างดีแต่มันไปเอาซีเมนต์อะไรไม่รู้มาซึ่งก็พอเดาได้จากความไร้มาตรฐานว่าต้องถล่มในอนาคตอันใกล้ ปวดประสาทไม่ทันไร ร้อยตำรวจเอกตุลยาก็ได้กลิ่นเหม็นมาจากในห้องน้ำ พอเปิดออกมาก็เห็นขี้อืดอยู่ในส้วม

คุยกันไว้ว่าช่างต้องไปเข้าห้องน้ำที่ป้อมยามแท้ๆ

เรียกได้ว่าไม่ต้องจับผิด เพราะตั้งแต่เข้ามาในบ้าน เขาไม่เห็นอะไรถูกต้องสักอย่าง ความผิดเกลื่อนบ้านชนิดไม่น่าให้อภัย ช่างทำเหมือนเขาเป็นคนโง่ ที่จะหลอกยังไงก็ได้ เอาของระยำฉิบหายแค่ไหนมาใส่ไว้ในบ้านก็ได้ ร้อยตำรวจเอกตุลยารีบเดินก็เผลอไปเหยียบสายไฟ ซึ่งก็เป็นสายไฟเปลือยด้วย

ร้อยตำรวจเอกตุลยาแหกปากร้องออกมาด้วยความคับแค้นเกินกว่าจะกลั้น

หลายนาทีต่อมา เขาก็ลุกขึ้น เช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอเต็มเบ้า เดินไปที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ตัวเก่งออกมา เดิมจะพิมพ์รายงานเรื่องฆาตกรโรคจิตรายนั้น แต่เมื่อมองไปรอบๆ บ้าน เห็นความระยำต่ำช้าที่ช่างชั่วกระทำไว้ก็เปลี่ยนใจ ร้อยตำรวจเอกตุลยาหรือผู้กองโต้ที่เคยลั่นวาจาว่าจะจับตัวคนร้ายแสยะยิ้มมุมปาก

เขารู้แล้วว่าคนร้ายเป็นใคร... ผู้เสียหายกดเข้าไปที่เว็บช่างชั่วและพิมพ์ระบายความอัดอั้นที่เพิ่งโดนกับตัว

สวัสดีครับแอดมิน ผมไปจ้างช่างมาทำบ้าน และนี่คือสภาพบ้านผมครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น