วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 19 : ปล้ำเสียดีไหม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 พ.ค. 63

 

ตอนที่ 19

ปล้ำเสียดีไหม?

 

 

 

 

 

“ขอฉันชิมไวน์ลูกหว้าหน่อยสิคะ”

เอ่ยขึ้นมา เล่นเอาวงเหล้าถึงกับหยุดชะงักอย่างพร้อมเพรียง หันมามองคนขออย่างประหลาดใจ ราวกับเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

“อ้อๆ ได้สิครับนายหญิง” ว่าพร้อมกับเทไวน์ใส่แก้วยื่นให้

เธอปลายตามามองคนแนะนำ ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบหลับตาปี๋คิดเอาไว้ว่าคงจะขมคอ แต่รสชาติกลับดีกว่าที่คิดเอาไว้มากมายทีเดียว

“เป็นไงครับ?”

 คนรินให้ถามอย่างกระตือรือร้น หน้าตาดีอกดีใจที่หญิงสาวยอมชิมผลผลิตที่พวกเขาทำ

“อื้ม...อร่อยค่ะ...อร่อยมากอย่างไม่น่าเชื่อ”

“งั้นเอาอีกแก้วไหมครับ?”

รีบยิ้ม ก่อนจะผงกหน้า

“งั้นก็นั่งเลยครับคุณรุ้ง นั่งเลย นั่งลงก่อน”

คนงานรีบถอดผ้าขาวม้าที่เคียนเอวมาปัดแคร่ให้นายสาวอย่างเอาใจ

“กับแกล้มหน่อยครับ เดี๋ยวจะเมาเร็วเกินไป” เลื่อนจานกับแกล้มมาให้

“อะไรคะนี่?” หยิบขึ้นมาดูหน้าแหยงๆ

“ตั๊กแตนคั่วเกลือครับ อุดมด้วยโปรตีน”

รุ้งดาวเหลือบสายตามองไปที่คนท้าทาย พอเห็นสีหน้าแปลกใจ สายตาเหมือนกำลังสงสัยว่าเธอจะกล้ากินจริงหรือเปล่า ก็รีบหลับตาเอาที่ถือในมือนั่นใส่ปากกลั้นใจเคี้ยวๆ ไปอย่างนั้น ให้มันรู้ไป

แต่แล้วรสชาติตั๊กแตนคั่วเกลือก็ทำให้เธออะเมซิ่งได้เหมือนกับตอนชิมไวน์ลูกหว้าไม่มีผิด

ทิตย์ศวัสเห็นหญิงสาวปรับตัวได้เร็วเกินคาด คนงานพากันดีอกดีใจที่รุ้งดาวเข้าร่วมวงด้วยอย่างไม่ถือตัว เขาเห็นว่ามีเมียคนงานหลายคนร่วมวงอยู่ด้วย ยังจะน้าสมัยกับพี่ประนอมก็ไว้วางใจ

“งั้นเดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนนะ คุณอยู่คุยกับคนงานไปละกัน”

รุ้งดาวหันมาพยักพเยิดหน้า ท่าทางว่าจะติดลมเสียแล้ว เพราะเห็นหยิบตั๊กแตนคั่วเข้าปากตามด้วยไวน์ลูกหว้าอย่างเป็นงาน...อร่อยเขาล่ะ

ทิตย์ศวัสอมยิ้ม ส่ายหน้าเบาๆ ที่หญิงสาวไม่ถึงกับดื้อแพ่งในทุกอย่างที่เขาแนะนำ

+++++++++

 

และก็ดูท่าว่าเขาจะชะล่าใจเกินไป เมื่ออาบน้ำอาบท่าล้างเหงื่อไคลเรียบร้อยก็ยังนั่งเอกเขนกพิงหลังดูข่าวภาคค่ำต่ออย่างสบายอารมณ์ ได้ยินเสียงโห่ฮา เย้วๆ ดังมาจากทางบ้านพักคนงานไม่ได้ขาดเสียง คิดว่าเดี๋ยวรุ้งดาวเบื่อก็คงกลับขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่กลับมา จนเริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆ เดินไปชะโงกดูที่หน้าต่าง ก็เห็นไม่ถนัดนักจึงได้ลงจากบ้านตามไปดูและก็ต้องเห็นภาพที่ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้เห็น

รุ้งดาวกำลังเซิ้งกับเมียคนงานท่าทางสนุกสนานหลุดโลกเสียจนนึกถึงผู้หญิงหยิ่งผยองคนเดิมไม่ออก บรรดาคนงานที่ตอนค่ำเห็นแค่สี่ห้าคนตอนนี้มีเป็นสิบ แถมยังช่วยกันเคาะถ้วยเคาะถังให้จังหวะกันเป็นที่สนุกสนาน

“เด้อนางเด้อ...เด้อนางเด้อ...เด้อนางเด้อ...เด้อๆ นางเด้อ...ฮิ้ว...ฮิ้ว...ฮิ้ว...ฮิ้ว...”

อื้อหื้ม...ท่าเซิ้งส่ายสะโพกของแม่เจ้าประคุณช่างดูไม่จืดจนเขานึกอยากจะอัดคลิปวิดิโอเอาไว้แบล็กเมล์ตอนเจ้าตัวตอนสร่างเมานัก นี่คงดื่มเข้าไปหนักได้ที่เลยล่ะสิ ถึงได้หลุดโลกไปไกลขนาดนั้น

“ยังไม่เลิกกันอีกหรือ?”

เสียงถามทะลุกลางวงขึ้นมา เรียกคนที่กำลังครึกครื้นเฮฮาหันกลับมามอง

เฮ้ย! นายมาตามเมียแล้วว่ะ”

โอ้ย! คุณรุ้งอย่าเพิ่งไป กำลังสนุกเลย” เสียงคนงานเรียกร้องเอาไว้

“ม่าย...ครายว่า...ฉาน...จา...กลับ...ล่า...”

น้ำเสียงอ้อแอ้ดวงตาปรือหันมาพูด พร้อมกับยกนิ้วชี้ส่ายไปมา

“ม่ายล่าย...ม่ายเลิก...ถึงไล่...ก็ไม่เลิก...ใช่ไหม...พวกเรา”  หันไปหาพรรคพวกที่พากันเฮละโลตาม

ทิตย์ศวัสพ่นลมหายใจพรวด เท้าสะเอว มองคนที่เป็นตัวตั้งตัวตี หันไปปลุกระดมกับคนงาน เรียกเสียงโห่ฮาเชียร์หนักทีเดียว

“ม่ายกลับ...ม่ายกลับ...ม่ายกลับ...” กันดังลั่น แถมเจ้าตัวยังเซิ้งเป๋ซ้ายเป๋ขวาไปมาจนน่ากลัวว่าหน้าจะทิ่ม

“วันนี้สนุกกันพอแล้วมั้ง...พรุ่งนี้มีงานกันแต่เช้านี่” น้ำเสียงเข้มนั่นกำราบให้บรรดาคนรับเงินเดือนจากเขาพากันหยุดชะงักไปด้วยความกริ่งเกรงผู้เป็นนาย

“งั้นก็เลิกกันเถอะครับคุณรุ้ง...นายมาตามแล้ว”

ใบหน้างามก่ำแดงท่าทางกำลังกรึ่มได้ที่ชักสีหน้าเข้าใส่ พร้อมกับย่นคิ้ว เดินหน้ายุ่งเข้ามาหาเขา พร้อมกับตบลงที่หน้าอกเสียงดังดีทีเดียว

“จะมาทามมายเนี่ย...เห็นหมาย...คนอื่น...หมดสนุกกันเลย...” ชายหนุ่มรีบยื่นมือหมับไปคว้าต้นแขนเรียวเอาไว้ ก่อนที่หญิงสาวจะหงายหลังล้มจ้ำเบ้าไป

“ดื่มไปกี่แก้วนี่?”

“ม่าย...รู้...ม่ายได้...นั๊บ...เอิ๊ก...” เจ้าตัวเรอใส่หน้า กลิ่นเหล้าเหม็นโอ่อวลในจมูกทีเดียว

ทิตย์ศวัสส่ายหน้าอย่างระอาใจ เข้าใจว่าทำไมใครๆ ถึงเรียกเหล้าว่าน้ำเปลี่ยนิสัยมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

“คุณเมาแล้วนะรุ้งดาว...กลับไปอาบน้ำอาบท่านอนได้แล้ว”

“ม่ายมาว...วู้...อย่า...มา...ยุ่ง...หน่อยเลย”

ว่าพร้อมกับสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แต่เดินเซไปเซมาจนน่ากลัวจะล้มหน้าทิ่ม เขาต้องรีบตามไปจับคว้าตัวเอาไว้ แต่เจ้าตัวก็รีบปัดป้องออกเป็นสามารถ

“อย่าจับ...อย่ามาจับนะ...อย่ายุ่งสิ...วู้...คุณนี่ จะอะไรนักหนานี่”

“กลับบ้านไปนอนได้แล้ว”

“ม่ายอาว...ม่ายกลาบ...”

“รุ้งดาว...รุ้งดาว...”

จับหัวไหล่บอบบางทั้งสองข้างไว้พร้อมกับเขย่าให้ได้สติ

“ฟังผมนะ คุณน่ะเมาแล้ว”

“ฮึก...ฮัก...อั๊วะ....แหวะ...”

สงสัยว่าเขาจะเขย่าแรงไปหน่อย หัวที่ผงกไปผงกมาสุดท้ายก็พ่นอาเจียนพุ่งพรวดมาอาบรดตัวเขาจนเปื้อนเปรอะไปหมด

ตอนนี้ไม่ใช่เธอคนเดียวเสียแล้วที่สภาพดูไม่จืด เขาเองก็เช่นกัน ทิตย์ศวัศกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์เอาไว้ เงยหน้าขึ้นมามองอย่างฉุนจัด

คนงานข้างหลังพอเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ก็ให้เงียบกริบอย่างพร้อมเพรียง และพอเห็นสายตาของเจ้านายที่เหมือนลูกไฟขนาดย่อมกำลังประทุขึ้นมา ก็พากันเก็บข้าวเก็บของแล้วรีบสลายตัวโดยว่องทิ้งเขาเอาไว้เพียงลำพังกับผู้หญิงตัวเหม็นโฉ่ที่ยืนหลับคอพับ

ฮึ่ม! ให้มันได้อย่างนี้สิ”

คำรามลั่น ก่อนจะรวบร่างระทวยเข่าอ่อนนั่นมาอุ้มไว้  ไหนๆ ก็เหม็นกันทั้งคู่แล้ว จะมาทำรังเกียจตอนนี้ก็ดูจะไม่ทันเสียแล้วล่ะ

ทิตย์ศวัสไม่คิดว่าการที่เขาส่งเสริมให้รุ้งดาวร่วมวงกับคนงานโดยมุ่งหวังเพื่อสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกัน จะเลยเถิดไปขนาดนี้ เขาจัดการล้างคราบอาเจียนที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนทั้งเธอและเขาที่ก็อกน้ำหน้าบ้าน ก่อนจะอุ้มคนตัวเปียกไปทั้งที่ตัวเองก็เปียกปอนพอกันไปยังห้องน้ำชั้นบน

ให้ตายเถอะ พอลอกคราบร่างอรชรเนื้อตัวขาวผ่องนั่นออกตั้งใจจะจัดการอาบน้ำฟอกสบู่เพื่อล้างกลิ่นเหม็นโฉ่ออกให้ ทิตย์ศวัสก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อความขาวเนียนนุ่มแยงตาไม่พอ ไอ้ส่วนสัดของความเป็นชายในร่างกายเขาก็เริ่มจะเรียกร้องต้องการเมื่อถูกกระตุ้นทางการมองเห็นและสัมผัสอย่างเข้มข้น ชัดเจน จะๆ สายตาเสียขนาดนี้

ชายหนุ่มต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่เพื่อกลั้วลำคอที่แห้งผากนั่นให้ชุ่มฉ่ำ

นวลเนื้อเปลือยเปล่ากำลังทำเอาตบะที่แข็งกล้าของเขาแตกซ่าน อย่างที่เคยบอกกับนายหาญไป เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน แต่เป็นผู้ชายที่ยังมีเลือดเนื้อชีวิตและความต้องการตามธรรมชาติ แม้ที่ผ่านมาจะละเลยไม่ให้ความสำคัญมันสักเท่าไหร่ ด้วยมีงานในไร่ให้เหนื่อยหนักในทุกวัน

แต่สำหรับค่ำคืนที่เงียบเหงา ในที่ลับตาคนเช่นนี้ อารมณ์เปลี่ยวและหื่นก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยสิ่งที่เย้ายวนตายั่วกิเลสอย่างแรงกล้า

จะว่าไปแล้วรุ้งดาวก็เป็นที่ถูกต้องตามกฏหมาย ถ้าเขาจะใช้สิทธิ์ความเป็นสามีกับเธอมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด หรือแปลกอะไร

มือใหญ่ที่สั่นเทาเอื้อมไปปลดตะขอบราเซียออก ถูสบู่เพื่อจะฟอกเนื้อล้างตัวให้ แต่เพียงได้สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นอวบใหญ่เต็มไม้เต็มมือนั่นใจก็สั่นพร่ารุนแรง

ก็เว้นเสียแต่ว่าหนูรุ้งจะยินยอมพร้อมใจ...แต่ผมขอสัญญาจากคุณอย่างลูกผู้ชายว่าจะไม่มีการบีบบังคับลูกสาวผม

คำสั่งเสียของพ่อตาแว่วมาเตือนสติที่กำลังจะไหลล่องไปกับความต้องการตามธรรมชาติ

ก็แล้วผู้หญิงที่ปล่อยให้ตัวเองเมาไม่ได้สติอย่างนี้ จะถือว่ายินยอมพร้อมใจไหมล่ะ? ในเมื่อเขาไม่ได้หลอกล่อหรือบังคับขู่เข็ญให้เธอดื่มจนเมามายนี่นา

ไม่ต้องถามดิน...ถามฟ้า หรือถามใคร ถามที่ตัวเขาเองนี่แหละว่า พรุ่งนี้เช้าถ้าหญิงสาวตื่นมารับรู้ว่าสถานะระหว่างเธอกับเขาไปไกลกันสุดกู่แล้วจริงๆ ล่ะก็

เขาพร้อมไหมที่จะถูกเธอด่าทอต่อว่า...เป็นผู้ชายฉวยการ

สติที่เหลืออยู่น้อยนิดกำลังจะขาดผึงยามมองร่างอรชรอ่อนปวกเปียกเปลือยเปล่าที่ชุ่มฉ่ำด้วยหยดน้ำเกาะพราวไร้สติ ไร้ซึ่งการต่อต้านและขัดขืนทั้งปวง

เอาว่ะ...เขาก็ไม่ใช่ผู้ทรงศีลหรือฤาษีชีไพรนี่นา

ที่ผ่านมานายทิตย์ศวัส ตะวันรุ่งก็ไม่เคยมีภาพความทรงจำดีๆ อะไรในสายตาของรุ้งดาว จิตพิพัฒน์อยู่แล้ว...หากจะเลวให้สุดขั้ว ชั่วให้สุดขีด ปล้ำเมียตัวเองทั้งที่เมาไม่ได้สติ...ก็คงไม่ผิดไปมากกว่าที่เป็นอยู่หรอกกระมัง


ตอนนี้ จะเป็นตอนสุดท้าย ที่เปิดให้อ่านทางเด็กดีนะคะ 
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานของรัชริล วชิราภานะคะ ^^
สนใจฉบับอีบุ๊ค...โหลดได้ค่า...


วิวาห์ขัดดอก
วชิราภา
www.mebmarket.com
เธอจำใจแต่งงานผู้ชายปากร้าย กวนประสาท แถมยังหื่นจับจิต แต่เพื่อรักษามรดกชิ้นสุดท้าย เอาไว้สุดชีวิต รุ้งดาวยอมเอาตัวเข้าแลก************************************“หยุดตี...หยุดสิ...ไม่หยุดผมจูบจริงๆ นะ” “อ๋อ...ไม่ให้ตีใช่ไหม? ไม่ตีก็ได้” ไม่ว่าเปล่า เมื่อง้างเท้าเตะ โชคดีหรอกว่าเขาตาไว ยกหน้าแข้งหนีได้ทันควัน รีบยึดหัวไหล่เมียพันธุ์บางแก้วของตัวเองเอาไว้ คนอะไรหน้ารึก็หวาน...ตัวก็เล็กบอบบาง น่ารักน่าทะนุถนอมแต่กลับดุเหลือแสน“เตะก็ไม่ได้ เตะผมก็จะจูบ...ตีก็จูบ... ตบก็จูบ...ต่อยก็จูบ...เอาสิ ๆ ไม่ทำจริงอย่าเรียกผมว่านายทิตย์ศวัส” หน้าตาคนท้าเอาจริงเอาจังจนเธอไม่กล้า เหลือบตาค้อนประหลับประเหลือก“ค้อนก็จูบ” “มันจะเกินไปละนะ ลองมาจูบสิ ฉันจะจิกให้ปากแหว่งเลยคอยดู” “โอเค งั้นค้อนได้ แต่ห้ามทำร้ายร่างกาย ห้ามลงมือลงไม้กับผมอีก ไม่งั้นล่ะก็...ฮึ่ม! จะปล้ำให้”“ขืนนายทำอย่างนั้น ฉันจะตัดปิ๊กกะจู้นายโยนให้เป็ดกินแน่ๆ ไม่ต้องให้แพร่พันธุ์ออกลูกสืบหลานได้อีกเลย ไม่ทำจริงอย่าเรียกฉันว่ารุ้งดาว”คนถูกขู่ทำหน้าสยอง...ขู่อะไรก็ไม่กลัว แต่ที่จะบริการทำหมันฟรีให้นี่ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด“ลองทำจริงขึ้นมา คุณนั่นแหละที่จะร้องไห้โฮเสียดายกว่าใคร จะทำอะไรคิดให้ดีๆ เชียว”เขาข่มขู่แม่ตัวดีไป ทั้งที่นึกสยองพองขนเมื่อเห็นหน้าตาท่าทางเอาจริงของเมียตัวแสบ

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #4 fsn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 18:35

    จะดีเหรอ ไม่ได้ใช้ฝีมือเลยนะ

    #4
    0