เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 34 : ตามมาก่อกวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ก.พ. 62

ตอนที่ 34

ตามมาก่อกวน





 “นั่นไงรถพี่คิม เขาอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย”

พันวสาว่าขึ้นมาอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นรถของวาคิมจอดอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของครอบครัวที่ชะอำตามที่ได้ข่าวมา

“จู่ๆ ก็ตามมาไม่บอกไม่กล่าว ฉันกลัวจะโดนพี่คิมจะเอ็ดเอา” วิกานดาว่าหน้ายุ่ง แต่เพราะขัดเพื่อนรักไม่ได้ เธอกับพันวสาคบหากันมานานตั้งแต่ชั้นมัธยมนู่นแล้ว หลังจากที่ผิดแผนไม่เป็นท่าในครั้งก่อน พันวสาก็บีบบังคับเธอที่รับปากไปแล้วว่าจะเป็นแม่สื่อให้ ให้พามาทะเล ไม่รู้ไปสืบรู้มาจากไหน และก็ไม่คิดว่าเพื่อนสาวจะเป็นจริงเป็นจังเรื่องวาคิมขนาดตามพี่ชายเธอมาถึงนี่

“จะเอ็ดทำไม ก็บ้านพักเธอมีตั้งสองหลังนี่ ไม่ได้จะนอนห้องเดียวกันเสียหน่อย อีกอย่าง มันเป็นบ้านพักของครอบครัว ใครจะมาก็ได้ เธอเองก็ใช้นามสกุลมหาดำรงค์กิจ เธอก็ย่อมมีสิทธิ์เหมือนกัน”

วิกานดาเลยพูดไม่ออกเมื่อเพื่อนสาวเลี้ยวรถเข้าไปในบ้าน พอรถจอดสนิท พันวสาก็รีบชะโงกหน้าไปสำรวจหน้ากระจก เมื่อเห็นว่าสวยเป๊ะแล้ว ก็หยิบหมวกปานามาขึ้นมาสวม หยิบกระเป๋าถือเก๋ไก๋เดินนวยนาดลงไปจากรถ

“อุ๊ย! วิกกี้ รถพี่คิมก็จอดอยู่ที่นี่ด้วย” เพื่อนเธอทำวี้ดว้ายกระตู้วู้เสียงดังราวกับไม่รู้มาก่อน

วิกานดากลอกตามองบนทำหน้าเซ็ง ก่อนจะผลักประตูเปิดตามลงไปอย่างเสียไม่ได้ ต้องเล่นละครไปตามน้ำ

“แกเป็นใคร แล้วมาอยู่ในบ้านพักวิกกี้ได้ยังไง?”

เสียงเอ็ดอึงที่ดังลั่น ทำให้วิกานดาประหลาดใจ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเข้าไปในบ้าน และก็เห็นว่าพันวสากำลังประจันหน้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หน้าตาดูคุ้นตาอยู่ไม่น้อย

“เอ่อ ฉันมากับคุณวาคิมค่ะ”

“ตอแหล พี่คิมจะพาผู้หญิงอย่างแกมาด้วยทำไม?” ถามพร้อมกับกวาดสายตามองหัวจรดเท้า เท้าจรดหัวอย่างดูแคลน

“อะไรกันวสา?”

“ก็นังผู้หญิงคนนี้สิ อยู่ดีๆ ก็มานั่งหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในบ้านของเธอ”

“เธอเป็นใคร?” วิกานดาเป็นฝ่ายถามบ้างอย่างมีอารมณ์

“เอ่อ...” ลลัลดาอ้ำๆ อึ้งๆ

“ว่าไงล่ะ? เธอมากับพี่คิมนี่ มาในฐานะอะไร?”

ลลัลดาหน้าซีดเผือด ไม่กล้าพูดออกไป เพราะรู้ว่าวาคิมไม่เปิดเผยสถานะของเธอต่อคนอื่น

ลัญจกรที่พาปาณัสม์ไปเล่นก่อกองทรายที่ชายหาด กำลังอุ้มหลานกลับเข้ามาเพราะแดดจ้าขึ้นเรื่อยๆ และได้ยินเสียงแว้ดๆ พอดี

“มีอะไรหรือด้า?” เขาโผล่หน้าเข้ามา ก็เห็นหญิงสาวสองคน รุ่นราวคราวเดียวกันกับลลัลดายืนทำหน้าเอาเรื่องอยู่

“เอ่อ...คุณสองคนนี่...” ลลัลดาตะกุกตะกัก นึกออกว่าเจอสองสาวที่ร้านเสริมสวยของมยุราเมื่อสองเดือนก่อน และพวกเจ้าหล่อนก็เป็นญาติกับวาคิม

“อ้าว! แล้วหมอนี่เป็นใครอีกนี่ มาเดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้านคนอื่น ไม่มีความเกรงใจบ้างเลย”

ลัญจกรชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ

“แล้วนี่พี่คิมไปไหน?” น้ำเสียงกระชากถาม

“คุณวาคิมออกไปทำงานค่ะ”

“แล้วพวกเธอมาอยู่ที่บ้านนี้ในฐานะอะไรไม่ทราบ”

“ด้า...น้องสาวฉันเป็น...”

“พี่ลัญคะ” ลลัลดารีบปรามพี่ชายเอาไว้

ลัญจกรจึงหันไปมองหน้าเธอ พร้อมกับพยายามข่มอารมณ์ไม่พอใจอย่างหนัก

“ทำไมไม่ตอบ เป็นอะไรกับพี่คิมเหรอ?”

“เอ่อ...คนรู้จักกันน่ะค่ะ”

“แค่คนรู้จัก แล้วมาเสนอหน้าทำเหมือนเป็นเจ้าของ นี่ยัยวิกกี้  วิกานดา น้องสาวพี่วาคิม พวกเราจะมาพักผ่อนที่นี่วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ช่วยไปเคลียร์ห้องพักให้เราด้วย”

“เคลียร์ห้องพักอะไรคะ?”

“ก็เก็บข้าวของของพวกคุณออกไปไง ฉันกับยัยวิจะได้ขนของตัวเองขึ้นมา”

“เอ่อ...อย่างนั้น เดี๋ยวรอคุณวาคิมมาก่อนนะคะ”

“ต้องรออะไรอีก...ฉันเป็นเจ้าของบ้าน เธอมันก็แค่แขกพี่คิม เสื้อผ้าข้าวของอะไร ก็เก็บไปกองรวมๆ ในห้องอื่นนู่น...เจ้าของบ้านเขาจะนอนนี่ จะอยู่บ้านนี้” พันวสาแว้ดๆ ว่าเป็นชุด

ลัญจกรหน้าแดงก่ำ กัดฟันกรอดอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ เขาไม่ชอบถูกใครดูถูก ถ้าเป็นผู้ชายคงต่อยฟันร่วงไปแล้ว แต่นี่เห็นว่าเป็นผู้หญิง สายตา ท่าทาง คำพูดคำจาที่แสดงออกมา ดูถูกดูแคลนกันอย่างชัดเจน และลลัลดาก็ไม่สามารถอ้างเอ่ยสถานะใดๆ ที่จะเสนอหน้าอยู่ในบ้านหลังนี้ได้เสียด้วย มันทำให้เขายิ่งโมโห และอึดอัดใจ

“ด้าเก็บของ”

“เก็บของทำไมคะพี่ลัญ?”

“เก็บของกลับน่ะสิ”

“เอ่อ...แล้วคุณวาคิมล่ะคะ”

“ปล่อยให้เขามาจัดการกันเองเถอะ แต่พี่เห็นคงจะผจญกับผู้หญิงมารยาทแย่พวกนี้ต่อไปไม่ไหว ไม่งั้นคงจะอดแสดงสันดานเดิมออกมาไม่ได้” ดวงตาของลัญจกรลุกวาวโรจน์อย่างน่ากลัว

“กุ๊ยชัดๆ เลย พี่คิมไปรู้จักกับคนพวกนี้ได้ยังไงกัน” พันวาสาว่า

ลลัลดากลัวใจพี่ชาย ว่าจะควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ และทำรุนแรงกับสองสาว จึงรีบเก็บข้าวของมือเป็นระวิง

“เราจะไม่รอคุณวาคิมก่อนหรือคะพี่ลัญ”

ถามอีกครั้งเมื่อขนข้าวของออกมาเรียบร้อย ลลัลดาเชื่อว่า ชายหนุ่มคงไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้แน่ๆ

“จะรออะไรล่ะด้า เขาไล่เหมือนหมูเหมือนหมาขนาดนี้” ลัญจกรกระชากกระเป๋าเสื้อผ้าเธอมา แล้วส่งปาณัสม์ให้น้องสาวอุ้ม

“ไป...ขึ้นรถ กลับบ้านเรากัน” เขาพยักพเยิดหน้าบอกน้องสาว ที่ยังละล้าละลังเป็นห่วงชายหนุ่ม

และก็จริงดังว่า พอวาคิมกลับมา ไม่เจอลลัลดา ปาณัสม์ และลัญจกร แต่เป็นสองสาววิกานดา กับเพื่อนที่ชื่อพันวสาแทน

“พี่ลัญ กับด้า และปาหายไปไหนกี้?”

“ใครคะ? แขกของพี่คิมเหรอ?” วิกานดาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“ใช่...พวกเขาไปไหน?”

“กลับไปแล้วค่ะ”

“อะไรนะ?” วาคิมถามเสียงดัง

“กลับไปได้ยังไงกัน?”

“ก็ไม่รู้สิคะ เห็นเขาขับรถพี่คิมกลับไปนี่...กี้ไม่คิดเลยนะคะ ว่าพี่คิมจะไปคบกับคนพวกนั้นด้วย”

“คนพวกนั้นทำไมเหรอ?”

“ก็คนละชั้นกับเรา” ว่าอย่างไม่ยี่หระ หลังจากนั่งคิดใคร่ครวญกับพันวสาอยู่นาน แล้วนึกได้ว่า ผู้หญิงที่พี่ชายพามาพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลของครอบครัว คือยัยช่างเสริมสวยซุ่มซ่าม ที่เคยเจอเมื่อหลายเดือนก่อน

“กี้ก็เลยไล่ตะเพิดให้เก็บของออกไปแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์มานั่งชูคอปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในบ้านที่เป็นของครอบครัวเรานะคะ”

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อเขาเป็นแขกของพี่ และตอนนี้พี่คบกับด้าอยู่ พี่ก็เป็นคนพาพวกเขามาที่นี่ เธอไม่มีสิทธิ์มาไล่แขกของพี่นะวิกานดา”

พอได้ยินอย่างนั้น วิกานก็อ้าปากค้าง

“คบ...คบยังไง? หมายความว่ายังไงคะพี่คิม” รีบถามระล่ำระลัก จนลิ้นแทบจะพันกัน

“ถ้าเธอจะไม่เข้าใจความหมายก็ช่างเถอะวิกกี้ แต่เธอไม่มีสิทธิ์มาทำอย่างนี้ กับแขกของพี่”

พันวสาที่ยืนฟังอยู่ห่างๆ ถึงกับอ้าปากค้างไปทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น พอวาคิมรีบกดโทรศัพท์ แล้วเดินลงจากบ้านพักไป เจ้าหล่อนก็รีบถลาเข้ามาหาเพื่อนทันที

“ที่พี่คิมบอกว่า คบกับแม่นั่น หมายถึงอะไรหรือวิกกี้?” พันวสาเขย่าแขนเพื่อนถาม

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...แต่ดูจากที่พี่คิมโกรธมากๆ ฉันว่าพวกเขาคงไม่ใช่แค่เพื่อนกันธรรมดาหรอก”

“ไม่จริงนะ ไม่จริงใช่ไหม? ที่ว่าพี่คิมคบกับแม่นั่นอยู่น่ะ”

“โอ้ย...วสา เธอก็ได้ยินเหมือนฉันนั่นแหละ ฉันก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ แต่ถ้าจะให้ความหมาย มันต้องพิเศษมาก เขาถึงได้โกรธเราสองคนขนาดนี้น่ะ” วิกานดาร้องวี้ดอย่างหัวเสียเช่นกัน

 

 

“คุณกับด้าคบกันไม่ได้หรอก”

พอวาคิมโผล่หน้าไปตามลลัลดาที่บ้านเช่า ลัญจกรที่ออกมารับหน้าก็พูดขึ้นมาทันที

“พี่ลัญมีเหตุผลหน่อยสิครับ...ผมรักด้า และด้าก็รักผม ผมรักปา และปาก็รักผม ผมดูแลทั้งด้าและปาเป็นอย่างดี”

“แต่น้องสาวคุณดูถูกพวกเรา”

“วิกกี้ยังเด็ก นิสัยก็เอาแต่ใจ พี่อย่าไปถือเขาเลยครับ”

“จะไม่ถือก็คงไม่ได้ น้องสาวคุณยังขนาดนี้ แล้วครอบครัวคุณ สังคมของคุณล่ะ? จะมองด้ายังไง...ด้าเป็นอะไรสำหรับคุณงั้นเหรอ?” มองหน้าอย่างต้องการคำตอบ

“ด้าก็เป็นคนที่ผมรักไงครับ”

“แต่คุณไม่ชัดเจน คุณทำให้ด้าต้องอยู่ในสถานะที่คนอื่นๆ ดูถูก ผมคงปล่อยให้ด้ากลับไปอยู่กับคุณไม่ได้”

“พี่ลัญคะ” คนกลางอย่างลลัลดาแสนจะลำบากใจ เพราะเข้าใจผู้ชายทั้งสองคน

“นี่มันไม่ใช่ความผิดของคุณวาคิมนะคะ”

“แต่เขาก็ไม่ได้ทำให้มันถูกต้อง ตอนที่ยัยสองคนนั่นมาชี้หน้าแล้วแว้ดๆ ใส่น้องสาวผม คุณรู้ไหมว่าผมรู้สึกยังไง?”

“เอ่อ...ผมขอโทษพี่ลัญแทนวิกกี้ด้วยครับ” วาคิมยกมือไหว้แล้วหันมาทางเธอ “ด้าผมขอโทษ”

“คุณไม่ได้ผิดอะไรหรอกค่ะ ต่อให้คุณเปิดเผยสถานะของด้า ให้ที่บ้านคุณรู้ พวกท่านก็คงยอมรับไม่ได้เหมือนกัน...ด้าเข้าใจ ด้าไม่มีอะไรเหมาะสมกับคุณเลย” ลลัลดาว่าน้ำเสียงสั่นเคลือน้ำตาคลอ

“ไม่นะด้า” วาคิมรีบเข้าไปโอบกอดเธอไว้

“ใครจะมองคุณยังไงก็ช่าง แต่สำหรับผม ด้ามีค่า และมีความหมายกับผมมากๆ”

ลลัลดาสะอื้นออกมา กอดวาคิมไว้แน่น ลัญจกรมองภาพนั้นอย่างสะท้อนใจ เจ็บปวดรวดร้าว แน่นอกไปหมด

ที่สุดแล้ว น้องสาวเขา ก็ขอกลับไปอยู่กับวาคิม ด้วยเหตุผลที่ว่า...

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณวาคิม ด้าก็แค่ผู้หญิงลูกติด พ่อของลูกเป็นใครก็ยังไม่รู้ แล้วจู่ๆ จะให้ครอบครัวที่มีหน้ามีตาของเขายอมรับด้า มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะพี่ลัญ”

“ด้ารู้อย่างนี้ ก็ยังจะไปอยู่กับเขาอีกเหรอ? อยู่ในสถานะที่ให้คนพวกนั้นดูถูก”

“ด้าไม่แคร์สายตา หรือความคิดของใคร มากไปกว่า ความรู้สึกของตัวเอง กับคนที่ด้ารักหรอกค่ะ”

และที่สุด ลัญจกรก็ต้องยอมพ่ายแพ้ให้แก่เหตุผลของลลัลดา เขาสงสารทั้งน้องและหลานจับจิตจับใจ และเมื่อคิดทบทวนเรื่องนี้ เขาก็เฝ้าแต่โทษตัวเองว่า

หากเขาไม่บุ่มบ่ามตัดสินปัญหาด้วยกำลัง จนทำให้ตัวเองต้องไปติดคุกนานถึงหกปี ลลัลดาก็คงไม่ต้องไปพลาดพลั้งเสียทีผู้ชายที่ไหนไม่รู้ จนตั้งท้องกลายมาเป็นผู้หญิงมีตำหนิ จนทางบ้านของวาคิมรับไม่ได้

หากจะมีใครผิดในเรื่องนี้ ก็ต้องโทษตัวเขาเองนี่แหละ


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น