[The Gang #9] The Dark Side of the Moon : พระจันทร์ด้านมืด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,500 Views

  • 93 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    32

    Overall
    2,500

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    11 ต.ค. 61


บทนำ

จันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือก มือเล็กที่กำลังจดเนื้อหาบนกระดานเริ่มสั่นระริก ตัวหนังสือในสมุดโน้ตของเธอกลายเป็นเส้นขยุกขยิกที่ไม่มีใครอ่านออก เสียงของอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่หน้าห้องยิ่งห่างไกลออกไปทุกที ความรู้สึกบางอย่างในร่างกายกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นจนร่างเล็กไม่อาจจับดินสอกดแท่งบางไว้ต่อไปได้ เธอฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันทีเพื่อปิดบังใบหน้าที่แดงและร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่อาจอธิบายได้ มือเล็กเลื่อนลงไปกุมท้องน้อยของตัวเองที่กำลังปั่นป่วนด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด

ร่างบางทั้งร่างสั่นสะท้าน ทรมาณ... ขาทั้งสองข้างเบียดเข้าหากันโดยสัญชาติญาณในขณะที่เธอพยายามต่อต้านทุกวิถีทาง

เสียงหอบหายใจของชายหญิงแว่วเข้าหูทั้งที่ห้องเรียนเงียบสนิท เธอหลับตา พยายามแกล้งทำเป็นหลับเพื่อไม่ให้ดูมีพิรุจ

มะ ไม่ไหวแล้ว... จันทร์เจ้าขบฟันจนเจ็บ เล็บยาวจิกเข้าไปในขอบเก้าอี้ไม้จนเป็นรอยโค้งตามแนวเล็บยาว

“ยะ... หยุดนะ” ริมฝีปากบางกระซิบด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น "หยุด-ได้-แล้ว ฉันกำลังเรียนอยู่นะ”

“บ้าเหรอ~ กะ... กำลังมันเลย"

เสียงสั่นปนหอบของเธอเองที่ดังตอบกลับมาในหัวทำให้จันทร์เจ้าอยากกรีดร้องโต้ตอบกลับไป ทว่าไม่อาจทำได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธออยู่ในห้องเรียนแบบนี้ นอกจากจะโดนอาจารย์ด่า เธอยังอาจจะโดนส่งไปโรงพยาบาลบ้าได้อีกด้วยหากโพล่งอะไรออกไปในห้องเรียนตอนนี้ ร่างบางกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา ก้อนเนื้อในหน้าอกของร่างเล็กกำลังเต้นกระหน่ำเร็วแรง ปลายเท้าทั้งสองข้างจิกลงกับพื้นห้องเรียน มือบางทั้งสองกำชายกระโปรงนักเรียนสีดำสนิทไว้แน่นจนยับย่น จันทร์เจ้าได้แต่ภาวนาให้ไม่มีใครสังเกตุเห็นอาการบ้าบอเหมือนผีเข้าหรืออะไรก็ตามที่เธอกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ 

มือที่สั่นเทาก้มลงไปเก็บดินสอกดที่ร่วงลงบนพื้นขึ้นมากำไว้แน่น

“เลิกต่อต้านเถอะ เธอก็รู้ว่ามันไม่ได้ผล~”

“งั้นเลิกเอาร่างกายฉันไปทำอะไรแบบนั้นได้แล้ว!!!

จันทร์เจ้าคิดเสียงดังในใจก่อนจะใช้ดินสอกดแทงเข้าไปในผิวเนื้อบนต้นขาผ่านเนื้อผ้าของกระโปรงนักเรียนเต็มแรง

เลือดอุ่นๆ กระฉูดซึมชื้นผ่านกระโปรงของเธอ จันทร์นึกขอบคุณเครื่องแบบสีดำของโรงเรียนก่อนจะใช้มือกดปากแผลเอาไว้

ร่างบางเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ น้ำอุ่นๆ เอ่อคลอในดวงตาทั้งสองข้างด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น

หยุดสักที... จันทร์เจ้าคิดในใจในขณะที่สัมผัสได้ถึงโทสะของเธอ 'อีกคน' หนึ่ง ที่เชื่อมต่อถึงกัน...



สามเดือนก่อน

ในวินาทีที่เธอกำลังจะหมดลมหายใจ ในวินาทีที่ดวงตาทั้งสองพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นแสงอาทิตย์สุดท้ายที่ส่องทะลุผิวน้ำลงมา ในวินาทีที่ร่างเล็กพยายามไขว่คว้าหาอากาศหายใจหากแต่สิ่งที่เข้ามามีเพียงน้ำขุ่นคลั่กที่ทะลักเข้าไปในปอดและหลอดลมจนแสบร้อนเหมือนกลืนกรดเข้าไปเป็นลิตรๆ ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั่นเองที่ใบหน้าของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าในขณะที่ความตายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ผมสีน้ำตาลเข้มที่ปลิวสยายในน้ำแผ่กระจายเมื่อเธอคว้าคอเสื้อของจันทร์เจ้าไว้แล้วออกแรงกระชากเธอขึ้นจากน้ำ พร้อมกับลากเธอกลับขึ้นฝั่ง

สมองของจันทร์เจ้ามึนตื้อไปหมด เมื่อใบหน้านั้นโน้มเข้ามาใกล้แล้วผายปอดให้ ร่างกายสำลักน้ำออกมาโดยอัตโนมัติ

ใบหน้าที่เหมือนกันราวกับส่องกระจกเงาจ้องมองกลับมาด้วยแววตาแข็งกร้าวที่แตกต่างกับเธอราวฟ้ากับเหว

เสียงรถพยาบาลดังอยู่ไกลลิบออกไปในขณะที่สติของเธอลอยลับดับไปไกลยิ่งกว่า 


ดวงตากลมโตคู่หนึ่งจ้องมองรถพยาบาลเคลื่อนที่ออกจากสถานที่เกิดเหตุ รอยยิ้มเย็นระบายบนริมฝีปากบาง

เธอคงปล่อยให้ยัยนั่นตายไปแล้ว หากแต่ชีวิตของเธอเองก็จะต้องดับไปเหมือนกันถ้ายัยนั่นตายไป


สามวันต่อมา

จันทร์เจ้าออกจากโรงพยาบาลด้วยความงุนงง แม้แต่เธอเองก็จำไม่ได้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น อะไรบันดาลใจทำให้เธอโง่จนเดินตกคลองประปาทั้งๆ ที่ราวกั้นสะพานก็สูงเกือบจะถึงเอวของเธอแท้ๆ เรื่องราวในวันนั้นยังคงเป็นปริศนาที่เธอตัดสินใจยังไม่ค้นหาคำตอบ เนื่องจากบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญกว่าอย่างเช่นการเรียนที่ทำให้เธอต้องพักเรื่องนั้นไว้ก่อน แน่นอนว่าเธอไม่ได้อยากเข้าเรียนนักหรอก หากแต่การบ้านที่ทับถมกันหลังจากที่เธอขาดเรียนไปสามวันกำลังจะฆ่าเธอให้ตายพอๆ กับน้ำในคลองนั่น

ร่างเล็กกำสายสะพายกระเป๋าเป้บนไหล่ทั้งสองข้างในขณะที่กำลังเดินกลับหอพัก ครั้งนี้เธอใช้สติเต็มที่ในการเดินเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เดินตกคลองอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะเธอคงจะไม่โชคดีรอดมาได้เหมือนอย่างครั้งแรกอีกแล้ว... ทว่าในระหว่างทางกลับหอพักของเธอ... จันทร์เจ้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ติดตามเธอมาตลอดตั้งแต่ก้าวเท้าออกมาจากประตูโรงเรียน

เธอหันไปมองเป็นระยะ แต่พลังงานที่ว่านั่นก็หลบหน้าเธอทันทุกที เท้าทั้งสองข้างรีบเร่งความเร็วด้วยความหวาดระแวง

"เธอ เธอน่ะ หยุดก่อน"

เสียงที่เรียกจากด้านหลังยิ่งทำให้ฉันเร่งฝีเท้าขึ้นอีก

"เธอ... จันทร์เจ้าใช่ไหม ??? เรามีเรื่องต้องคุยกัน!!"

"อะ... อะไรคะ เรารู้จักกันด้วยเหรอ ???"

จันทร์เจ้าหันหลังกลับไปมอง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ชายพวกที่ไม่น่าจะมีธุระอะไรกับเธอคนนี้

"เมื่อคืนน่ะ... เธอกับฉัน..."

"เมื่อคืน ฉัน... เอาเป็นว่าฉันไม่ได้เจอนายแน่นอน"

จันทร์เจ้าตอบกลับทันทีโดยไม่รอให้เด็กหนุ่มพูดจนจบประโยค

"ทำไมจะไม่ใช่เธอ ตื่นมาตอนเช้าฉันยังเจอเธอนอนอยู่ข้างๆ อยู่เลย"

"..."

ดวงตาโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและงุนงง เขาพูดว่าอะไรนะ ?

"ฉันจำได้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีวันลืมหรอก ฉัน... ฉันหลับตาก็ยังเห็นหน้าเธอ ตอนที่เธอ..."

"หยุด หยุดเลย..." จันทร์เจ้ายกมือห้ามเขาแล้วยืนนิ่ง อึ้ง มือข้างหนึ่งยื่นไปกันเขาไว้ไม่ให้เข้ามาประชิดตัวมากกว่านี้ 

เขากำลังจะบอกเธอว่า เมื่อคืน ธะ ธะ เธอ ปะ ปะ ไปนอนกับใครมางั้นเรอะ!!! กะ กับไอ้หมอนี่เนี่ยนะ ???

บ้าล่ะ หมอนี่มันฝันทั้งๆ ที่ยังตื่นหรือไง เมาค้าง หรือไปอัพยาตัวไหนมาละเนี่ย เธอคิดในใจ ใบหน้าเล็กขึ้นสีแดงร้อนผ่าว

ร่างเล็กรีบหันหลังหนีแล้วสาวเท้าเร็วเข้าไปในซอยอย่างไวที่สุดเท้าที่เท้าทั้งสองข้างจะพาไปไหว ใจเธอนึกอยากให้พี่ รปภ. ที่หอพักลากหมอนี่ออกไปไกลๆ ละแวกของหอพักตอนนี้ด้วยซ้ำ ทว่าเธอก็ได้แต่เหงื่อตกด้วยความกังวลเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของชายคนนั้นที่ยังคงวิ่งตามหลังและยังดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ บ้าไปแล้วน่า... เรื่องเมื่อคืนอะไรกัน... ก็เธอไม่ได้ไปหาใครสักหน่อย อันที่จริง เธอนอนอยู่โรงพยาบาลด้วยซ้ำ แล้วเธอจะไปอยู่กับหมอนั่นได้ยังไง

ร่างบางหยุดยืนหน้าหอพักตัวเอง มือค้ำเข่า หายใจหอบเหนื่อย ชายคนนั้นดูเหมือนจะยอมแพ้และหนีไปแล้ว

"เธอ เธอน่ะ... หยุดก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกัน"

จันทร์เจ้าเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง อะ อะไรกัน ไอ้หมอนั่นยังไม่เลิกตามอีกเหรอ 

แต่แล้วก็ต้องตาถลนออกมาจากเบ้าด้วยความตกใจ

ร่างสูงของเจ้าของคำถามยืนพิงกับรถสปอร์ตสีดำเป็นเงาวับเงยหน้ามองจันทร์เจ้าด้วยสีหน้ากึ่งรำคาญใจหลังจากที่เพ่ิงจะยิงคำถามเดียวกันกับชายคนแรกเป๊ะๆ ใส่เธอ ความคิดแรกที่แวบเข้าหัวของจันทร์เจ้าคือ เขาหล่อเกินไปที่จะมีธุระอะไรก็ตามกับเธอคนนี้ ร่างสูงและหน้าตาที่ดูดียิ่งกว่าไอ้คนเมื่อกี้ที่สะกดรอยตามเธอมาตลอดทางซะอีก เด็กสาวกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วกำสายกระเป๋าเป้สะพายหลังแน่นกว่าเดิม สายตาสอดส่ายมองหากล้องเผื่อว่าจะเป็นรายการตลกร้ายที่จัดฉากไว้

หากแต่มันไม่มีกล้อง... ไม่มีอะไรทั้งนั้น มีเพียงเธอกับเขาที่ยืนประจันหน้ากัน ใบหน้าหงุดหงิดหยิ่งเย็นชาของร่างสูงเอียงคอมองเธออย่างไม่เป็นมิตรในขณะที่เธอได้แต่ยืนนิ่งตัวแข็งเหมือนต้องคำสาป มือทั้งสองของจันทร์เจ้ากำแน่น และเธอพบว่ามือทั้งสองข้างของตัวเองกำลังสั่นระริก ร่างเล็กจึงได้แต่พยายามรวบรวมสติ ก่อนจะเงยหน้าสบดวงตาคมของเขาด้วยความรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ที่ต้นคอเพราะสายตาที่มองทะลุทะลวงตอบกลับมาคู่นั้น

"เราไม่รู้จักกันนะคะ ฉันไม่คิดว่าเราจะมี..."

"เรื่องเมื่อคืน..." เขาว่าเสียงเรียบแล้วเบือนหน้าหล่อๆ หนี "...ก็ให้มันจบที่เมื่อคืน ไม่ผูกพันอะไรทั้งนั้น"

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ถือดี และหยิ่งทะนงจนเธอถึงกับต้องแอบเบะปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ ดวงตาคู่นั้นยังคงมองลึกเข้ามาราวกับว่าจะทะลวงอ่านใจเธอให้ได้ แม้ว่าคำพูด น้ำเสียง และวิธีการพูดของเขาควรจะทำให้เธอตกใจจนผงะหนี แต่ทว่าสายตาคู่นั้นกลับกำลังแช่แข็งเธอทั้งเป็นจนก้าวขาไม่ออก ปลายนิ้วมือและเท้าเริ่มเย็นวูบวาบด้วยความหวาดหวั่นที่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนในชีวิต ทั้งกลัว ทั้งตกใจ และที่สำคัญคือเธอยังคงงงยิ่งกว่าอะไรดี

เขาถอนหายใจ ก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถแล้วจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ทำให้ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมา

หากแต่เธอจำไม่ได้ว่ามันคืออะไร อะไรกันนะ... แล้วกลิ่นที่ติดอยู่ที่ปลายจมูกทำให้เธอรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้กลิ่นนี้

เธอกระพริบตามองตามหลังรถคันนั้นที่ขับออกไปอย่างงุนงงหนักขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะส่ายหัวสะบัดความคิดแปลกๆ ทิ้งไป

เรื่องเมื่อคืนบ้าบออะไรกันเล่า คงจะจำคนผิดกันล่ะมั้ง

แต่... ผู้ชายสองคนที่เธอไม่รู้จัก มาบอกว่าเธอ... มะ มีอะไรกับเขา

จะบ้าหรือไง เมื่อคืนเธอไม่ได้ออกไปไหนแน่นอน ก็เธอนอนอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ใช่รรึไง

แต่... คนสองคนจะทักคนผิดเหมือนกันโดยบังเอิญได้เหรอ

แล้วเธอจะไปทำอะไรที่ไหนกับใครได้ยังไง ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ สามวันก่อนเธอเกือบจมน้ำตายระหว่างทางกลับหอจากโรงเรียน สองคืนต่อมาเธอก็เลยต้องนอนเป็นผักอยู่โรงพยาบาลกว่าจะได้กลับมาก็เช้าวันนี้ แถมเธอต้องอยู่ที่โรงเรียนทั้งวันด้วยซ้ำ จนกระทั่งถึงตอนนี้... แล้วเธอจะเอาเวลาที่ไหนไปเจอกับสองคนนั่นได้อีก แปลกประหลาดสิ้นดี ถ้าเธอมีแฝด ซึ่งเธอไม่มีหรือจริงๆ แล้วหากเธอเป็นนินจาที่ใช้วิชาแยกร่างได้ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันโลกแห่งความจริงไม่ใช่การ์ตูน

ใครมันจะไปโผล่อยู่สองสามแห่งได้ในเวลาเดียวกันได้...

ประสาทจะกิน หรือ... บางทีอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญละมั้ง อาจจะมีคนหน้าเหมือนเธอก็ได้

จันทร์เจ้าถอนหายใจเบาๆ ในขณะที่กดลิฟต์ ก็คงเป็นงั้นแหละ โลกนี้ก็แปลกดีเหมือนกัน

เอ๊ะ หรือจริงๆ แล้วเธอตายไปแล้ว และทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือโลกหลังความตาย??

จันทร์เจ้ามองภาพสะท้อนของตัวเองในลิฟต์ ก่อนจะสะบัดความคิดนั้นทิ้ง ขาทั้งสองก้าวเดินไปเรื่อยๆ จนถึงห้องตัวเอง มือบางล้วงหากุญแจจากกระเป๋ากระโปรงอยู่ที่หน้าห้องก่อนจะไขกุญแจแล้วเปิดประตูออกด้วยความเหนื่อยหน่ายกับสิ่งทุกสิ่งอย่างที่ประสบพบเจอมาทั้งวันวันนี้ จันทร์เจ้าหันไปล็อคประตูห้อง ก่อนจะหันกลับไปที่เตียงนอนของตัวเอง

และพบกับเธออีกคนหนึ่งที่นั่งรออยู่บนเตียงนั้นแล้ว

"สวัสดี จันทร์เจ้า..."

เธอคือจันทร์เจ้า ทว่า...

จันทร์เจ้าอีกคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ปลายเตียง ใบหน้าเล็กมองตอบกลับแล้วยิ้มเย็นให้

จันทร์เจ้าอีกคนที่เหมือนกันกับเธอทุกอย่างราวกับเงาในกระจก... นั่งอยู่ตรงหน้า

และนั่น คือวันที่เธอ... จันทร์เจ้าอีกคนปรากฏขึ้นมาบนโลก


ทวดที่เสียไปแล้วของจันทร์เจ้าเล่าเธอให้ฟังว่า มีตำนานเล่าขานถึงเรื่องแฝดที่ชั่วร้าย มนุษย์ทุกคนบนโลกมีฝาแฝดของตนเสมอ หากคนๆ นั้นเป็นคนดี ฝาแฝดก็จะชั่วร้าย หากคนๆ นั้นเป็นคนชั่วร้าย ฝาแฝดก็จะเป็นไปในทางตรงกันข้าม และการที่ฝาแฝดทั้งสองมาพบกันนั้นอาจทำให้ทั้งคู่ต้องพบกับจุดจบของชีวิต

เธอไม่เคยเชื่อ... ไม่เคยคิดว่าตำนานที่ว่าจะเป็นอะไรได้มากกว่านิทานหลอกเด็ก จนกระทั่งวันนั้นเอง

เธออีกคนได้ปรากฏตัวขึ้นมาบนโลกในวินาทีที่วิญญาณของเธอใกล้หลุดออกจากร่าง

เธออีกคนที่ดูเหมือนกับฉันราวกับภาพสะท้อนในกระจกแต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว

เธออีกคนที่ใช้วิญญาณและความรู้สึกร่วมกัน

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ที่ไหน อย่างไรกับจันทร์เจ้าอีกคนหนึ่ง จันทร์เจ้าอีกคนจะสามารถรู้สึกและสัมผัสได้เสมอ รูป รส กลิ่น เสียง ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกความรู้สึก ทุกความคิดที่อีกร่างของเธอคิด เธออีกคนจะต้องรับรู้ด้วยเสมอแม้ไม่อยาก ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อีกร่างหนึ่งของเธอหิวข้าว ปวดฉี่ ขี้แตก ฯลฯ และสัมผัสที่เกิดขึ้นจากทุกการกระทำไม่ว่าจะเจ็บปวดหรืออะไรก็ตาม

ใช่... ทุกการกระทำ ไม่ว่าแฝดนรกของจันทร์เจ้าจะไปทำวีรกรรมอะไรที่ไหนก็ตาม

เธอคนนี้ต้องคอยก้มหน้ารับกรรมเวรที่เธออีกคนสร้างไว้เสมอ... สัมผัสได้ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้น

และนั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้ เพราะไอ้แฝดเวรของเธอดันชอบนอนกับผู้ชายคนอื่นไปทั่ว!!!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #9 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 01:04
    เนื้อเรื่องแหวกมาเลย ชอบๆ
    #9
    0
  2. #5 puiziiza (@puuukalove9) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 19:44
    แค่เกริ่นนำเราก็จินตนาการได้แระ ^^ อัพๆๆต่อเลยคร๊าา
    #5
    0
  3. #4 iam0912 (@apichaya3344) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 22:31
    รอตอนต่อไปงับบบ
    #4
    0
  4. #3 S@DA (@sin4) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 21:50
    ชอบประโยคสุดท้าย55555
    #3
    0