[The Gang #9] The Dark Side of the Moon : พระจันทร์ด้านมืด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,496 Views

  • 93 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    28

    Overall
    2,496

ตอนที่ 2 : Reunite [ พบกันอีกครั้ง ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    11 ต.ค. 61


บทที่ 1

Reunite

ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้น เพดานสีขาวเรียบๆ เหนือหัวด้านบนดูคุ้นตาเช่นเดียวกับเสียงของเครื่องปรับอากาศที่อยู่ปลายเตียง ฉันจำไม่ได้หรอกว่าเปิดไว้เมื่อไหร่ บางทีฉันคงจะร้อนและต่ืนขึ้นมาเปิดเองโดยที่ฉันจำไม่ได้ก็เป็นได้ ฉันกระพริบตาถี่ๆ แล้วค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นนั่งบนเตียง ห้องทั้งห้องมืดสนิทบ่งบอกว่าเป็นเวลากลางคืนแล้ว ฉันคงกลับมาจากโรงเรียนแล้วหลับไปโดนไม่รู้ตัวเพราะความเหนื่อยที่ต้องกลับไปเรียนหลังจากที่นอนโง่ๆ ที่โรงพยาบาลมาสองคืน

และฉันก็ฝันได้ประหลาดดี... 

ฉันฝันว่าเห็นตัวฉันอีกคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียงนี้

เหมือนจริงจนไม่อยากจะเชื่อ น่ากลัวจนแทบจะเสียสติ

"สวัสดี จันทร์เจ้า"

เสียงสวิตช์ไฟดังขึ้น ไฟทั้งห้องสว่างพรึ่บ

ฉันแทบกรีดร้องออกมา หากว่ามือทั้งสองของคนตรงหน้าไม่เอื้อมมาปิดปากฉันไว้ก่อนด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล แม้จะไม่อาจส่งเสียงกรี๊ดออกมาได้ แต่ก็ใช่ว่าความตกใจจะหายไปซะทีเดียว ในขณะที่ร่างกายกระเสือกกระสนพยายามจะดิ้นให้หลุดจากเงื้อมมือที่แข็งแรงของผู้หญิงคนตรงหน้า สมองและสติก็พลอยปั่นป่วนไปด้วย นี่ฉันฝันไปหรือว่าฉันตายไปแล้วกันล่ะเนี่ย นี่มันเรื่องบ้าอะไร ทะ ทะ ทำไมคนตรงหน้าถึงหน้าตาเหมือนฉันไม่มีผิดทุกระเบียดนิ้วขนาดนี้!!

ไอ้ที่ฉันคิดว่าฉันฝันเมื่อตอนเย็น... มันไม่ใช่ฝัน!!!!!

"สัญญานะว่าจะไม่กรี๊ด แล้วฉันจะปล่อย" ยัยนั่นว่าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาคู่ที่เหมือนกับฉันเป๊ะสบมองอย่างดุๆ

ฉันจะทำอะไรได้อีกนอกจากพยักหน้า โอเค บางทีฉันอาจจะหลับไปแล้วไหลตายแน่ๆ 

ต้องใช่แน่ๆ เพราะนี่มันเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด!!

มือเล็กที่เหมือนกับฉันผละออก ฉันรีบกระเด้งตัวหนีไปซุกอยู่ที่มุมห้องด้วยความกลัวสุดชีวิต สายตาจับจ้องภาพตรงหน้า

เธอคือเด็กสาวร่างกายผอมบาง ส่วนสูง 160 เซ็นติเมตรเป๊ะไม่ขาดไม่เกินเช่นเดียวกันกับฉัน ขนคิ้วอ่อนจางและผมที่ยาวถึงกลางสีน้ำตาลอ่อนค่อนไปทางสีทอง ดวงตากลมโตสีอ่อนรับกับเรือนผมเช่นเดียวกันกับฉัน ใบหน้าและผิวตัวที่ขาวเหลืองค่อนไปทาวซีดเซียวเช่นเดียวกับฉัน รอยกระบนใบหน้าจางๆ เช่นเดียวกับฉัน... นะ นั่นมันฉันชัดๆ ที่อยู่ตรงหน้า ฉันรู้สึกเหมือนกำลังมองภาพตัวเองในกระจก หากแต่คนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เงาสะท้อนในกระจก แต่จะเป็นไปได้ยังไง ก็ฉันยืนอยู่ตรงนี้!!!

ฉันกำผ้าม่านที่หน้าต่างห้องแน่น ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมา ฉันจะโดดลงไปจริงๆ นะ...

"ฉะ ฉันตายไปแล้วใช่ไหม ???" ฉันถามด้วยน้ำเสียงหวาดระแวง ถอยหลังกรูดจนแทบจะรวมร่างกับผนัง

"ยัง แค่เกือบ" ร่างนั้นตอบแล้วยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "ฉันแค่มาทักทาย นึกว่าเธอจะขอบคุณฉันที่ช่วยชีวิตเธอไว้"

"ชะ ช่วยอะไร ??" ฉันถามแล้วทำตาโต บ้าไปแล้ว นี่ฉันต้องโดนมอมยาอะไรสักอย่างระหว่างทางกลับบ้านแหง

"งั้นวันนั้นเธอลงไปดำน้ำเล่นดูปะการังในคลองประปารึไง ?" ยัยน่ันว่าแล้วนั่งลงบนเตียง ไขว่ห้าง ท่าทีวางอำนาจ

"มะ เมื่อวาน... ทะ ที่ฉันโดนผลักตกน้ำน่ะนะ"

"เธอคิดว่าใครช่วยเธอขึ้นมาล่ะ คิดว่าใครโทร.ตามเพื่อนเธอมาเฝ้าเธอที่โรงพยาบาลล่ะ" ฉันอีกคนหนึ่งถามในขณะที่นั่งเอนหลังด้วยท่าทีสบายๆ มือทั้งสองค้ำกับเตียงไว้ ไขว่ห้างมองฉันด้วยท่าทางราวกับราชินีอย่างที่ฉันไม่มีวันทำแน่ๆ แค่ไขว่ห้างก็มากพอที่จะทำให้แม่ฉันฟาดฉันจนหลังลายได้แล้วเพราะเหตุผลที่ว่ามันดูไม่เป็นกุลสตรีเอาซะเลย ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วปล่อยมือจากผ้าม่าน มองหน้ายัยนั่นนิ่ง พินิจพิจารณาทุกรายละเอียดบนใบหน้า "...นี่ มองอะไรนัก ก็เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน"

"โอย ฉันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ" ฉันว่าแล้วส่ายหน้ารัวๆ พยายามหยิกตัวเองจนเจ็บไปทั้งแขน มืออีกข้างก่ายหน้าผาก

นี่ฉันบ้า หรือมันบ้า หรือว่าเราบ้ากันทั้งคู่และเราอยู่ในศรีธัญญากันแน่เนี่ยยยยยยยย

"ไม่มีใครบ้าทั้งนั้นแหละ" ยัยนั่นว่าแล้วยิ้มก่อนจะลุกขึ้น จัดๆ ชายกระโปรงนักเรียนของตัวเอง ก่อนจะเดินชมรอบๆ ห้องของฉันอย่างถือวิสาสะ หยิบตุ๊กตาขึ้นมาดู หยิบสมุดการบ้านของฉันขึ้นมาอ่านแล้วเบะปากด้วยสีหน้าที่แปลได้ว่าโง่ เดี๋ยวสิ นี่มันของๆ ฉันนะ ทว่าในขณะที่ฉันกำลังจะห้าม ยัยน่ันกลับหันมามองฉันตาเขียว "ของๆ เธอก็คือของๆ ฉันเหมือนกัน... แล้วไอ้ชุดนี้เธอไปขุดมาจากไหนล่ะเนี่ย เธอนี่มันผู้ก่อการร้ายทางแฟชั่นจริงๆ"

ยัยนั่นว่าแล้วหยิบเสื้อผ้าของฉันมาชุดหนึ่ง ย่นจมูกใส่ก่อนจะโยนโครมลงใส่ถังขยะใต้โต๊ะเขียนหนังสือ

"ฉัน... ฉันจะไปนอน..." ฉันว่าแล้วเดินไปที่เตียงตัวเองด้วยอาการช็อค ทิ้งตัวนั่งลง พยายามไม่สนใจฉันอีกคน

ทั้งหมดนี่ต้องเป็นแค่ภาพหลอน ฉันอาจจะนอนน้อยไป และคงเป็นผลข้างเคียงจากยาที่หมอจ่ายให้เมื่อวันก่อน

"ฉันไม่ใช่ภาพหลอนนะยัยโง่" เสียงของฉันเองว่าขึ้นตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก "เอาเถอะ ฉันเข้าใจว่ามันทำใจยาก"

ใช่ สมองของฉันต้องกระทบกระเทือนแน่ๆ ดังนั้นฉันต้องพักผ่อน ต้องนอนให้พอ บางทีฉันอาจจะพักผ่อนน้อยไป

"แต่เธอนอนซะก็ดี ฉันจะออกไปข้างนอกหน่อย " เสียงของฉันยังคงว่าต่อ "ไม่ต้องห่วงล่ะ ฉันมีกุญแจห้องเธอแล้ว"

ใช่ มันต้องเป็นแค่เสียงในหัวแน่ๆ มันไม่มีทางเป็นไปได้ ฉันอาจจะต้องไปพบจิตแพทย์แล้ว

ฉันคิดในใจแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ห่มผ้าคลุมโปง ได้ยินเสียงปิดประตู

แค่หลับไปแล้วตื่นขึ้นมา ทุกอย่างจะกลับเป็นเหมือนเดิม

ชีวิตฉันจะกลับไปเป็นหมือนเดิมอีกครั้ง



ซะที่ไหนกันเล่า!!!!!

ใช่ ยัยคนนั้นที่เหมือนกับฉันเป๊ะหายไปแล้วในตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้า แต่...

"เธอคือนังคนที่อยู่กับแม็กนั่มเมื่อคืนนั้นสินะ หึ"

"ใช่ค่ะ กับแฟนฉันด้วยค่ะรุ่นพี่!!"

อะไรกันเนี่ยยยยย!!!!

ยัยนั่นหายไปเมื่อฉันตื่นขึ้นมา แต่ทำไมเรื่องแปลกๆ พวกนั้นไม่หายไปด้วยล่ะเนี่ย!!!

ฉันปิดประตูห้องน้ำดังโครมแล้วล็อคประตูจากด้านในทันทีหลังจากที่วิ่งหนีมาจากยัยพวกผู้หญิงน่ากลัวพวกนั้นได้แล้ว แผ่นหลังของฉันแนบอยู่กับประตูแข็งๆ เย็นๆ ในขณะที่ยังคงหายใจหอบเหนื่อยจนหน้าซีด โอยย นี่มันเรื่องอะไรกัน ในวินาทีแรกที่เท้าของฉันเหยียบแผ่นดินโรงเรียนวิชชาอนันต์ พวกผู้หญิงเป็นกองทัพวิ่งไล่ตามหลังฉันด้วยความโกรธแค้นราวกับฉันไปฆ่าพ่อแม่ของใครเข้า แต่นั่นคงจะทำให้ยัยน่ันหัวเสียน้อยกว่านี้มากเพราะฉันมั่นใจว่าพ่อแม่ยัยพวกนั้นไม่ได้ชื่อแม็กนั่มแน่ๆ 

ก้อนเนื้อในหน้าอกเต้นแรงจนเจ็บปวดด้วยความหวาดกลัว ฉันไปทำอะไรให้คนพวกนั้นกันแน่

มีแค่คนเดียวที่อาจจะรู้... คนที่ชื่อแม็กนั่มนั่นน่ะ...

ปังๆๆๆ!

"ออกมารับสารภาพความผิดซะเดี๋ยวนี้นะยะยัยบ้า!!!"

"ใช่ ออกมารับผิดซะ แล้วโทษหนักจะได้กลายเป็นเบา!!!"

ออกไปให้โง่เหรอไง ใครมันจะออกไปยะ ฉันกินข้าวนะไม่ได้กินหญ้า

ฉันยกมือขึ้นไหว้เหนือหัวแล้วเริ่มออกปากอธิษฐานของพรจากพระเจ้าทุกพระองค์จากทุกศาสนาเท่าที่เคยเรียนรู้มาจากวิชาประวัติศาสตร์ด้วยความจนปัญญาเต็มที พระสงฆ์องค์ใดหรือพระเจ้าหน้าไหนก็ตามที่สามารถช่วยฉันให้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้คงจะกลายเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวที่ฉันจะเคารพไปตลอดชั่วชีวิตนับจากวินาทีที่ฉันรอดไปได้เป็นต้นไป ให้ตายเถ้อะะะ ฉันหลับตาปี๋ น้ำตาซึม แล้วฉันจะทำยังไงต่อจากนี้ เฮ้อ ให้ตายเถอะ ให้ตายยยย ช่วยหนูด้วยยย!!

ให้ตายเถอะ... ให้ตาย... ฉันอยากมีตัวตนในโรงเรียนบ้างก็จริง แต่ก็ไม่ใช่แบบนี้

"พวกเธอมาออทำอะไรกันที่ห้องน้ำหญิง ไม่มีเรียนกันรึไง ?!"

พะ พระเจ้าช่างตอบรับคำอธิษฐานของฉันเร็วราวกับสวรรค์มี  WiFi 

ฉันคิดในใจเมื่อได้ยินเสียงตวาดลั่นของภารโรงดังขึ้นจากด้านนอก ฉันที่นั่งอยู่ข้างในได้แต่ขมุบขมิบปากขอบคุณคุณภารโรงเบาๆ เมื่อเสียงฝีเท้าของกลุ่มคนข้างนอกเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ จนพื้นที่โดยรอบเงียบสงบ ฉันจึงค่อยๆ ปลดล็อคห้องน้ำแล้วเดินออกไปข้างนอก โอเค พรุ่งนี้ฉันจะซื้อขนมมาให้คุณภารโรงในฐานที่ช่วยชีวิตฉันไว้ได้ ฉันมองซ้ายมองขวา อืม... พวกผู้หญิงหายไปแล้ว แต่ความอาฆาตแค้นในตัวฉันของยัยพวกนั้นคงไม่หายไปง่ายๆ แน่

ผู้หญิงพวกนั้นพูดถึงผู้ชายที่ชื่อแม็กนั่ม ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร แม็กนั่มอะไรนั่นคงรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉันหายใจเข้าลึกๆ กำมือแน่นเรียกเพื่อกำลังใจตัวเองให้กลับคืนมา แล้วเดินออกไปตามทางเดินในอาคารเรียนที่เป็นเวลาเลิกคาบเรียนพอดี พวกนักเรียนคนอื่นกรูกันออกมาจากห้องเรียน ทั้งเดินสวนและชนฉันจนเกือบกระเด็นโดยไม่หันมาขอโทษสักนิดเดียว พวกเขามักจะทำราวกับฉันไม่มีตัวตนและไม่เคยมี แต่ก็เป็นเรื่องปกติของโรงเรียนนี้อยู่แล้วนี่นะ ถ้าไม่ได้เกิดมามีชาติตระกูลดีหรือเรียนเก่งจนเข้าขั้นได้รับทุนการศึกษา คนธรรมดาเดินดินไม่อาจจะมีหน้ามีตาหรือเป็นที่รู้จักในโรงเรียนได้เลย เอาจริงๆ แล้วอย่าคิดไปถึงระดับของโรงเรียนเลย แค่ในห้องเรียนด้วยกันเอง ฉันยังเป็นคนที่ถูกลืมบ่อยๆ เป็นประเภทคนที่ไม่มีใครอยากเอาเข้ากลุ่มเมื่ออาจารย์สั่งให้ทำงานกลุ่ม... คิดแล้วมันก็เศร้า แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่งมันก็สงบดีเหมือนกัน

ต้องบอกว่ามันเคยสงบเรียบร้อยดีมากกว่าถึงจะถูก มันเคยสงบ... จนกระทั่งวันนี้นี่แหละ ฉันนึกถึงคำพูดที่ได้ยินผู้หญิงพวกนั้นคุยกันผ่านประตูห้องน้ำเมื่อกี้นี้ แม็กนั่ม... เขาเป็นใครกันนะ เอาเถอะ ไม่ว่ายังไงก็ตาม วันนี้ฉันจะตามหาผู้ชายคนนั้นให้เจอและถามเขาให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาต้องรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น หมอนั่นต้องช่วยฉันเคลียร์ความเข้าใจกับรุ่นพี่ผู้หญิงพวกนั้น และ...

"เออ แม็กนั่ม แล้วที่มึงไปคุยกับพี่คอปเตอร์วันก่อน พี่เขาว่าไงบ้างวะ พอมีลุ้นไหม"

นักเรียนชายชั้น ม.5 กลุ่มหนึ่งเดินสวนกับฉันไป ฉันอ้าปากค้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินชื่อ...

แม็กนั่ม!!!

โห ศักดิ์สิทธิ์อะไรเบอร์นี้ ฉันเพ่ิงจะนึกถึงอยู่เมื่อกี้ ตอนนี้ก็โผล่มาให้เห็นทันที นะ นี่คนหรือผีเนี่ย

ฉันคว้ากระเป๋านักเรียนจากในห้องแล้วรีบเร่งฝีเท้าวิ่งตามแผ่นหลังผู้ชายกลุ่มนั้นไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนตัวสูงที่อยู่ตรงกลางนั่นคงจะเป็นผู้ชายที่ฉันตามหา ฝีเท้าทั้งสองข้างของฉันเร่งขึ้นตามหลังพวกเขากลุ่มนั้นที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องเรียนคาบต่อไปของตัวเองถ้าฉันเดาไม่ผิด อย่างน้อยวันนี้ฉันก็มีโชคบ้างละน่า ในที่สุดสวรรค์ก็เห็นใจฉันสักที ก่อนที่เขาจะหายไปกับฝูงนักเรียนที่แออัดในระหว่างที่เปลี่ยนคาบเรียน มือข้างหนึ่งของฉันยื่นออกไปคว้าเสื้อนักเรียนด้านหลังของนักเรียนชายคนนั้นไว้แล้วกระชากให้เขาหันมาก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้เจอกับเขาอีก

"แม็กนั่ม!!!"

ร่างสูงหันขวับมาด้วยท่าทางเซๆ จนเกือบตกบันไดเพราะมือของฉันที่กระชากเสื้อของเขาให้หันกลับมาหาเต็มแรง หากแต่วินาทีที่เขาหันหลังกลับมา สมองของฉันกลับว่างเปล่าไปหมด เสียงรอบข้างที่เคยจอแจเงียบหายไป นาฬิกาหยุดเดิน โลกหยุดเคลื่อนไหว และฉันลืมวิธีหายใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า ริมฝีปากลืมวิธีการพูดและวิธีการออกเสียง ลืมไปหมดว่าตั้งใจจะพูดอะไรกับเขา ฉันพยายามตั้งสติเพราะเขาคงไม่ยืนรอให้ฉันอึ้งใส่นานไปกว่านี้ หากแต่ประโยคแรกที่โผล่ขึ้นมาในหัว คือ เขาไม่ใช่คนแน่ๆ... ดวงตาทั้งสองข้างของฉันเบิกกว้างจนตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้าแล้วกระเด้งใส่หน้าของคนที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดตรงหน้า 

มีคนแบบนี้อยู่บนโลกด้วยเหรอเนี่ย นี่เราเป็นสิ่งมีชีวิตในสปีชีส์เดียวกันจริงๆ เหรอ

หล่อมาก หล่อเกินไปแล้ว

ฉันเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้า ตั้งแต่เส้นผมสีดำสนิทที่ล้อมกรอบหน้าคมไว้ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงไปที่คิ้วเข้มบนหน้าผากที่กำลังขมวดมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์หากแต่ไม่อาจลดความหล่อเหลางดงามบนใบหน้านั้นได้เลย ดวงตาเรียวยาวคมเข้มเช่นเดียวกับนัยน์ตาดุสีเข้มที่จ้องมองตอบกลับมา จมูกโด่งรับกับทุกสัดส่วนบนใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาเรียบเนียนเหมือนหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เช่นเดียวกับริมฝีปากบางเข้ารูปที่เผยอนิดๆ แต่ไม่มีเสียงใดให้ได้ยิน... แสงอาทิตย์จางๆ ที่สะท้อนย้อนมาจากด้านหลังของร่างสูงที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดที่เหนือกว่าฉันยิ่งส่งเสริมให้ฉันเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คน

นี่มัน... ผลงานประติมากรรมของพระเจ้าชัดๆ

ฉันยังไม่สามารถทำใจให้เชื่อได้ว่าเขาเป็นมนุษย์เดินดินที่มีลมหายใจเหมือนกับฉันจริงๆ

ในขณะที่ฉันอ้าปากค้างในความหล่อจนน่าสะพรึงกลัวของเขา ความทรงจำแปลกๆ เมื่อวานระเบิดเปรี้ยงในหัว

นะ นะ นี่มันไอ้ผู้ชายเมื่อวานนี่นา ไอ้ขี้เก๊กนั่นที่รออยู่หน้าหอพักของฉัน!!!

กลิ่นน้ำหอมของเขาที่โชยเข้าจมูกเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันได้ดี เขาคือไอ้ขี้เก๊กเมื่อวานนั่นไม่ผิดแน่

สายตาคมกริบฉาบไปด้วยความหงุดหงิดแต่เย็นชาตวัดหันมามองฉันอย่างไม่พอใจ ในขณะที่เพื่อนสองสามคนที่ขนาบข้างเขาต่างยิงคำถามเขาใส่ไม่ยั้งสลับกับมองฉันอย่างอึ้งๆ ตัวของฉันเย็นวาบเหมือนคนสาดน้ำเย็นจัดใส่ตั้งแต่ปลายเท้า กระดูกสันหลัง ต้นคอ ไปจนถึงหนังศีรษะเมื่อถูกสายตาคู่นั้นจ้องเขม็ง ร่างกายหวิวๆ เหมือนจะเป็นลมเพราะคนตรงหน้า ร่างสูงโปร่งยืนประจันหน้ากับฉันท่ามกลางคนนับร้อยที่พยายามเคลื่อนตัวผ่านทางเดินในอาคารเรียน ฉันเงยหน้ามองเขาแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกอย่างฝืดคอ

เขามองฉันนิ่งเป็นเวลานานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ทว่าริมฝีปากบางไม่เปล่งคำพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

"อ้าว เด็กคนเมื่อก่อนไม่ใช่เหรอวะ" เพื่อนของเขาว่าแล้วทำตาโตมองฉัน "มึงไม่เห็นบอกสักคำว่าเขาก็เรียนที่นี่เหมือนกัน"

"เฉันไม่ได้ออกไปไหนกับใครทั้งนั้นนะ! และนาย..." ฉันว่าแล้วชี้หน้าแม็กนั่มด้วยนิ้วที่สั่นระริกเช่นเดียวกับร่างกายตอนนี้

"...ฉันไม่รู้จักเธอ และก็ไม่รู้ว่าเธอพูดถึงเรื่องอะไร" เขาว่าแล้วปัดนิ้วของฉันทิ้ง "แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก..."

หมอนั่นพูดจบ ก่อนจะเดินจากไปนิ่มๆ ทิ้งให้ฉันยืนอึ้ง...

ผู้ชายอะไรเนี่ย หล่อก็จริงแต่ทุเรศศศศศศชะมัด!!!!



เพราะแผนการเมื่อตอนเที่ยงไม่ได้ผล ดังนั้นฉันจึงต้องหาทางใหม่ที่จะคุยกับหมอนั่นให้รู้เรื่องให้ได้

โอเค หมอนั่นอาจจะทำตัวทุเรศ แต่เขาก็เป็นคนเดียวในโลกนี้ที่อาจจะพออธิบายให้ฉันฟังได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของฉัน ไม่ว่าเสี่ยงแค่มันก็คุ้มที่จะลองอยู่ ยังไงตอนนี้ชีวิตของฉันก็คงจะไม่สามารถเละไปกว่านี้ได้อีกแล้ว และเพราะเหตุนั้น ทำให้ฉันมาแอบลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนี้ ที่ข้างๆ รถของเขาในโรงจอดรถ VIP ของโรงเรียน โชคดีที่รถของหมอนั่นเป็นหนึ่งในรถราคาแพงระยับของนักเรียนโรงเรียนนี้ บวกกับเสียสละเวลาเรียนเพื่อไปแอบค้นห้องของภารโรงอีกนิดหน่อย ฉันจึงหารถของเขาเจอได้ไม่ยากนัก

เสียงกริ่งดังหมดเวลาดังขึ้นจากอาคารเรียน ฉันที่นั่งขดตัวแอบอยู่ที่ล้อรถสีดำสนิทเงาวับหัวใจเต้นด้วยความระทึก

เสียงฝีเท้าพร้อมกับเสียงคุยกันเบาๆ ดังขึ้นไม่ไกลเป็นสัญญาณว่าคนที่ฉันตามหาใกล้จะมาถึงแล้ว

"เออ กูกลับคอนโดฯ ก่อน เดี๋ยวค่อยออกไป"

"เออๆ" อีกเสียงตอบรับ "เจอกัน หวังว่าพี่คอปจะมานะ"

ไฟหน้ารถกระพริบวาบสองครั้ง ตามด้วยเสียงล็อคประตูเปิดออก

"สวัสดี แม็กนั่ม"

"เธอ!!" 

ฉันโผล่พรวดออกไปแล้วทักหมอนั่น แม็กนั่มผงะด้วยความตกใจสุดขีดเหมือนเห็นผีแต่ยังไม่หมดสิ้นซึ่งความหล่อเหลาที่เกาะอย่างเหนียวแน่นบนใบหน้านั้น หมอนั่นหันขวับมองไปรอบๆ ราวกับกลัวจะมีใครเห็นเราสองคนอยู่ด้วยดัน ก่อนจะกัดฟันกรอดแล้วบีบต้นแขนของฉันไว้แน่นจนเจ็บจี๊ด ดวงตาดุจ้องฉันอย่างนิ่งเย็นด้วยความโกรธจัด ก่อนจะผลักกึ่งโยนฉันเข้าไปในรถของเขาอย่างแรงจนอาจจะเรียกได้ว่าเขาทุ่มฉันลงบนเบาะที่นั่งข้างคนขับน่ันด้วยซ้ำ 

"โอ๊ย เบาหน่อยสิ ฉันก็เจ็บเป็นนะ!!" ฉันว่าแล้วขยับตัวถอยหนีเมื่อเขาแทรกตัวเข้ามาในรถ ผลักฉันไปนั่งที่ที่นั่งข้างคนขับ

"เธอเป็นบ้าอะไรถึงได้ตามจองเวรจองกรรมฉันขนาดนี้" เขาตะคอกใส่ฉันเสียงดังหลังจากที่กระแทกปิดประตูรถอย่างแรง

ฉันมองหน้าหมอนั่น กัดริมฝีปากตัวเองอย่างหงุดหงิด นายนั่นแหละเป็นบ้าอะไรนักถึงได้ชอบทำหน้าตูดอยู่เรื่อย

"เพราะนายคนเดียวทำเอาชีวิตฉันปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด!!!" 

"อืม ฉันจำไม่ได้ว่าเคยขอร้องให้เธอไปนอนฉันเลยนะ"

"เดี๋ยวนะ! ฉันไม่เคยไปไหนกับนายทั้งนั้นแหละ!!!"

ฉันแหวใส่เขาด้วยเสียงสูงแล้วทำหน้าขยะแขยงอย่างถึงที่สุดใส่ แม็กนั่มถอนหายใจเฮือกด้วยความรำคาญอย่างถึงที่สุด มือทั้งสองจับพวงมาลัยแน่นอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธ นิ้วเรียวยาวจิกเล็บลงไปในหนังหุ้มพวงมาลัยของรถที่อาจจะราคาแพงกว่ามูลค่าของสมบัติทุกสิ่งอย่างที่ฉันมีรวมกัน เออดี คิดว่านายโกรธเป็นคนเดียวรึไงกันคนบ้า ถ้าไม่ใช่เพราะนาย ฉันคงไม่ต้องโดนยัยผู้หญิงประสาทๆ ไล่จับแบบนั้น! แม็กนั่มหันมามองฉันด้วยสายตาเย็นเยียบที่เป็นดั่งเครื่องหมายการค้าของตัวเองอีกครั้ง

"ฉันเจอผู้หญิงอย่างเธอมาเยอะ" เขาว่าแล้วถอนหายใจอีกครั้งอย่างหงุดหงิด "พวกที่ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป... ก็ได้ ฉันจะ..."

"ต้องให้บอกอีกสักกี่ครั้งเนี่ยว่าฉันไม่เคยเจอนาย!!!!" ฉันแทบจะกรี๊ดใส่เขาแล้วจับหมอนั่นมาเขย่าตัวรัวๆ หากว่าทำได้

"เธอมีแผลเป็นเล็กๆ ที่เอวใช่ไหม..." เขาหันมาถามด้วยน้ำเสียงเย็นแล้วหันมามองอย่างที่ทำให้หัวใจสั่นระริก

ฉันอ้าปากค้างด้วยความตกใจเมื่อเขารู้เรื่องที่ไม่ควรรู้ เขาที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยสักนิดจนกระทั่งวันนี้

เพราะคำตอบคือ ใช่... และไม่มีใครควรรู้นอกจากคนที่เคยเห็นฉันแก้ผ้ามาก่อน และแน่นอนว่าไม่ใช่เขา

ฉันที่อึ้งไปเพราะจนคำพูดจะตอบทำให้เขายิ้มเย็นที่มุมปากด้วยความพอใจที่ฉันเงียบลงได้สักที

"หรือ จะ... จริงๆ แล้วนายเป็นสตอล์คเกอร์ใช่ไหม ???"

"ถามมาได้... ใครกันแน่ที่ตามคนอื่นเขาต้อยๆ"

เขาสวนกลับทันทีอย่างเย็นชาและหยิ่งจนน่าหมั่นไส้ ฉันกัดฟันกรอดในขณะที่เหลือบมองใบหน้าด้านข้างที่ดูดีไม่แพ้กับหน้าตรงหรือมุมไหนๆ ของเขาก็ตาม ใบหูข้างที่หันมาให้ฉันประดับด้วยต่างหูเล็กๆ เรียบๆ สีดำสนิทที่ยิ่งส่งให้ใบหน้าของเขาดูดีขึ้นไปอีกอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันกำมือแน่นวางไว้บนต้นขาทั้งสองข้างพลางถามตัวเองในใจ นี่ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่ในรถของเขา คนที่เป็นสาเหตุทำให้ฉันเกือบโดนถลกหนังทั้งเป็นในห้องน้ำหญิงวันนี้

"เวรเอ๊ย..." แม็กนั่มสบถเบาๆ แล้วบิดกุญแจรถ "เธอมัน..."

"อะไร ???" ฉันเบิกตากว้างแล้วมองทะลุออกไปข้างนอกกระจกรถ

พวกผู้หญิงกลุ่มเดิมที่เคยตามฉันเมื่อตอนเที่ยงวันนี้กำลังกรูกันออกมาจากอาคารเรียน และกลุ่มนักเรียนหญิงกว่าสิบกำลังเดินตรงมาที่รถของแม็กนั่ม ตรงเข้ามาหาฉัน บะ... บ้าไปแล้ว ฉันใช้มือปิดปากแล้วมองหน้าแม็กนั่มที่กำลังหัวเสียสุดชีวิต ยัยพวกนั้นรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่ ในขณะที่ฉันกำลังสั่นเพราะทำอะไรไม่ถูก แม็กนั่มสตาร์ทรถ ก่อนจะเหยียบมิดแล้วหักพวงมาลัยจนล้อลากส่งเสียงเอี๊ยด พาทั้งฉันและเขาออกไปจากรั้วโรงเรียน พาเราสองคนออกไปให้พ้นจากผู้หญิงพวกนั้น

"เดี๋ยว นะ นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย ?!?!"

"ที่เธอไล่ตอแยฉันเพราะติดใจเรื่องเมื่อคืนนั้นไม่ใช่รึไง"

"ไม่ใช่!!!"

"หยุดพูดเหอะ ฉันชอบให้เธอใช้ปากทำอย่างอื่นมากกว่า"

"ไอ้ทุเรศ!!!!"

"ปกติฉันไม่นอนกับผู้หญิงซ้ำเป็นครั้งที่สอง นี่ฉันเห็นแก่ความพยายามของเธอหรอกนะ"













มาแล้วววววว ต้องแก้นิดหน่อยก็เลยไม่ได้ลงทันทีอย่างที่บอกไว้

หวังว่าจะชอบกันนะคะ พระเอกเรื่องนี้นางจะต้องหล่อแบบ หล่อจนไม่ใช่คน ซึ่งคนเดียวที่นึกออกคือน้อง Jaehyun NCT ของแจ้นั่นเองงงง 5555555 คือบอกตรงๆ ว่าคิดนานมากว่าจะเอาใครดี แต่ภาพจาก MV ใหม่คือมันกรีดร้องเลยว่าพระเอกของฉันคือน้องคนนี้แน่นอน หล่อจนเกินคนอะ เข้าใจนะ 5555

ถ้านึกไม่ออกว่านางเอกตกใจขนาดไหน ให้นึกว่าตัวเราเดินอยู่สยามแล้วเจอแจฮยอน 555555

ส่วนนางเอกคือ Rose Blackpink ที่เลือกเพราะรู้สึกว่าน้องให้ฟีลผู้หญิงตัวเล็กนุ่มนิ่มดี น่าร้าก

เรื่องนี้ก็จะเป็นรอมคอม ดราม่า บวกกับความแฟนตาซี(ใช่มะ เพราะมีตัวก๊อปปี้ออกมาอะ) เลยใส่ไว้ในรักแฟนตาซี

ก็หวังว่าทุกคนจะชอบน้าาาา 

ส่วนเรื่องนี้จะเชื่อมกับพวกเดอะแก๊งยังไง ขอให้ติดตามไปนะ เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่มีใครที่อยู่ในเดอะแก๊ง พวกแม็กนั่มเป็นแค่เด็กเกรียนกลุ่มหนึ่งที่หล่อมากๆ แค่นั้นแหละ ไม่ได้มีอิทธิพลมากขนาดเดอะแก๊งหรอก เรื่องนี้ก็จะสอนให้รู้ว่านักเรียนโรงเรียนนี้รวยมากกก (me/ ยื่นใบสมัครเข้าเรียนที่ไหนคะ???)

ตอนนี้แต่งถึงตอน 24 แล้ว กำลังไล่รีไรท์เรื่อยๆ เพราะมาอ่านอีกทีก็รู้สึกแบบ แต่งอะไรไปเนี่ยตรู 55555

ขอบคุณมากนะคะที่ติดตามกัน ขอบคุณจริงๆ นะคะสำหรับทุกกำลังใจ <3

แล้วก็ ฝากไลค์เพจเค้าด้วยน้า~







มาแล้วววววว ต้องแก้นิดหน่อยก็เลยไม่ได้ลงทันทีอย่างที่บอกไว้

หวังว่าจะชอบกันนะคะ พระเอกเรื่องนี้นางจะต้องหล่อแบบ หล่อจนไม่ใช่คน ซึ่งคนเดียวที่นึกออกคือน้อง Jaehyun NCT ของแจ้นั่นเองงงง 5555555 คือบอกตรงๆ ว่าคิดนานมากว่าจะเอาใครดี แต่ภาพจาก MV ใหม่คือมันกรีดร้องเลยว่าพระเอกของฉันคือน้องคนนี้แน่นอน หล่อจนเกินคนอะ เข้าใจนะ 5555

ถ้านึกไม่ออกว่านางเอกตกใจขนาดไหน ให้นึกว่าตัวเราเดินอยู่สยามแล้วเจอแจฮยอน 555555

ส่วนนางเอกคือ Rose Blackpink ที่เลือกเพราะรู้สึกว่าน้องให้ฟีลผู้หญิงตัวเล็กนุ่มนิ่มดี น่าร้าก

เรื่องนี้ก็จะเป็นรอมคอม ดราม่า บวกกับความแฟนตาซี(ใช่มะ เพราะมีตัวก๊อปปี้ออกมาอะ) เลยใส่ไว้ในรักแฟนตาซี

ก็หวังว่าทุกคนจะชอบน้าาาา 

ส่วนเรื่องนี้จะเชื่อมกับพวกเดอะแก๊งยังไง ขอให้ติดตามไปนะ เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่มีใครที่อยู่ในเดอะแก๊ง พวกแม็กนั่มเป็นแค่เด็กเกรียนกลุ่มหนึ่งที่หล่อมากๆ แค่นั้นแหละ ไม่ได้มีอิทธิพลมากขนาดเดอะแก๊งหรอก เรื่องนี้ก็จะสอนให้รู้ว่านักเรียนโรงเรียนนี้รวยมากกก (me/ ยื่นใบสมัครเข้าเรียนที่ไหนคะ???)

ตอนนี้แต่งถึงตอน 24 แล้ว กำลังไล่รีไรท์เรื่อยๆ เพราะมาอ่านอีกทีก็รู้สึกแบบ แต่งอะไรไปเนี่ยตรู 55555

ขอบคุณมากนะคะที่ติดตามกัน ขอบคุณจริงๆ นะคะสำหรับทุกกำลังใจ <3

แล้วก็ ฝากไลค์เพจเค้าด้วยน้า~










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #10 366326 (@366326) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 23:25
    รอนะค่าาา
    #10
    0
  2. #8 iam0912 (@apichaya3344) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 21:55
    กลับมาคราวนี้รู้สึกตัวเองเว้นวรรคเเปลกๆง่า น่าจะต้องรอรีไรท์ รอติดตามตอนต่อไปอยู่น้าา
    #8
    4
    • #8-3 Decaffeine (@caffeine13) (จากตอนที่ 2)
      11 ตุลาคม 2561 / 22:09
      ใช่ๆ เรื่องเว้นวรรค คือแบบว่าตอนนี้ไม่ได้แต่งจากในโปรแกรมอื่นแล้วมาวางเหมือนเมื่อก่อนแล้ว คือแต่งลงใน Dek-d เลย (เพราะเคยเกือบลบนิยายทิ้งทั้งไฟล์ 5555555555 หลอนมาก) มันเลยไม่เว้นบรรทัดให้แบบเมื่อก่อน เดี๋ยวจะกลับไปทำแบบเดิมน้าจะได้อ่านสบายตาขึ้น

      ส่วนเรื่องสำนวน ฮือออ เค้าจะพยายามรีไรท์ให้มันดีขึ้นน้าาาาา

      ขอบคุณมากๆ ค่ะสำหรับคำแนะนำ
      #8-3
    • #8-4 Decaffeine (@caffeine13) (จากตอนที่ 2)
      11 ตุลาคม 2561 / 22:18
      เค้าเพิ่งเข้าไปเช็คในแอปอ่าน (ปกติจะดูผ่านแอปของ Writer) คือมันพังแบบรับไม่ได้มากๆ
      ต้องแก้ด่วนเลย ขอบคุณมากๆ ที่บอกนะคะ TT
      #8-4
  3. #7 puiziiza (@puuukalove9) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 21:50
    ชอบๆไลค์รัวๆ ติดตามๆ
    #7
    0