พระชายาใบ้

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 92,280 Views

  • 996 Comments

  • 1,923 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,740

    Overall
    92,280

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 687 ครั้ง
    9 ต.ค. 61

           


     เป็นเวลามืดใกล้สว่าง...ที่ยามนั้นมีเสียงประหลาดร้องขึ้นแทนเสียงไก่ขัน ขอทานหยางและขอทานลู่กำลังนอนหลับในวัดร้างจำต้องยื่นเท้าไปถีบกันและกัน ต่างต้องการบังคับให้ใครสักคนออกไปจัดการสัตว์น้อยตัวนั้นเสีย ฟังอย่างไรก็น่าจะเป็นลูกสุนัขหรือลูกอะไรสักอย่างติดบ่วงดักสัตว์อยู่เป็นแน่ ฉวยโอกาสนี้พวกเขาย่อมได้กินเนื้อ ทว่า...เช้ามืดเช่นนี้ มีใครอยากจะลุกกัน

                “ลู่เสียวไป่ ครั้งที่แล้วข้าเป็นคนไป ครั้งนี้เจ้าต้องไปบ้าง...” ชายชราแซ่หยางลุกขึ้นมาร้องสั่ง ขืนเจ้าสัตว์ตัวนั้นยังร้องเช่นนี้ ต่อให้เป็นผีก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้

                “ครั้งที่แล้วเจ้าไปขโมยไม่ได้สัตว์กลับมา ครั้งนี้...เจ้าต้องไป” เจ้าของนามลู่เสียวไป่ไหนเลยจะยอมเสียเปรียบ

                “เจ้าต่างหากที่ต้องไป” หยางเปียวตะคอกกลับเสียงแข็ง

                “เจ้าต่างหาก!

                สองขอทานเถียงกันด้วยประโยคเกี่ยงงานเช่นนี้อยู่หลายครั้ง ที่สุดจึงต่างฝ่ายต่างตะแคงนอนหันหลังให้กัน เจ้าขี้เกียจข้าก็ขี้คร้าน ทว่า...การจะข่มตาให้หลับกลับมิอาจทำได้ เพราะเจ้าสัตว์น้อยนั้นยังคงร้องเสียงดังอย่างต่อเนื่อง

                “เพ้ย! เจ้าสัตว์น่าชัง หากพบตัว ข้าจะหักคอเจ้าให้หายโมโห!!” ขอทานลู่ผุดลุกขึ้นมานั่งอย่างเสียอารมณ์

                ขอทานหยางเองก็สุดจะทน “ไป พวกเราไปดูกัน” ง่วงแสนง่วง ในเมื่อเนื้ออยากเข้าปากขนาดนี้ ผู้อื่นก็ไม่อาจขัดบัญชาสวรรค์ได้ เจ้าสัตว์น้อยร้องกระชั้นขนาดนั้น มิใช่มันจะเร่งไปปรโลกหรอกหรือ

           สองขอทานเดินตามเสียงร้องเพียงเค่อเดียวก็พากันร้องลั่นป่า 

                   ในคืนพระจันทร์เต็มดวงเช่นนี้ มีหรือจะเห็นไม่ชัดแจ้ง สัตว์น้อย ตัวขาวกำลังตะเบ็งเสียง ร้องไห้อยู่ในห่อผ้าสีเข้ม

                “แอร๊ยยยยย” เจ้าทารกน้อยตะเบ็งเสียงยาว สองแขนสองขาขาวๆ ดุจรากบัวอวบสะบัดไปมาคล้ายจะไขว่คว้าหาไออุ่น

                “...” อย่างไม่ต้องพูดกันให้มากความ ชายชราทั้งสองคนรีบหมุนตัวพากันเดินกลับทันที ใกล้สว่างเช่นนี้ใครกันหนอมีแก่ใจเอาลูกมาทิ้งขว้าง พวกเขาเป็นขอทาน ลำพังจะเลี้ยงตัวให้อิ่มก็ยากแล้ว ไหนเลยจะยังกล้าเพิ่มปากท้องอีกหนึ่งให้เลี้ยงดู

                “เป็นหญิงหรือเป็นชาย?” เดินมาได้เพียงครู่ลู่เสียวไป่ก็นึกสงสัย

                “จะชายหรือจะหญิงเราก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงดู” หยางเปียวสั่งสอนสหาย

                “เอ๊ะ เสียงเงียบไปแล้ว มิใช่ว่าถูกหมาป่าลากไปกินแล้วหรือไม่...” ขอทานลู่เพิ่งรู้สึกว่าเสียงทารกเงียบหายไป ครั้นหยุดเท้าหันไปมองยังทิศที่จากมาก็เห็นเจ้าเฒ่าหยางเปียววิ่งนำไปแล้ว “เจ้าเฒ่า นั่นเจ้าจะไปไหน!

                “เจ้าจะปล่อยให้เด็กถูกสัตว์ลากไปกินหรืออย่างไร!” ตาแก่ผู้หนึ่งตะโกนกลับมาเสียงหอบ

                “...” ลู่เสียวไป่ได้แต่ส่ายหน้าแล้วหมุนเท้าเดินกลับไปยังทิศทางเดิมที่จากมา ตอนที่เขาเดินมาถึง เจ้าเฒ่าแซ่หยางก็อุ้มเด็กทารกคนนั้นเอาไว้แล้ว

                “ที่แท้เป็นมารดาใจมารคนใดกล้าเอาของเช่นนี้มาผูกคอเด็กเอาไว้กัน” หยางเปียวยกรากพืชที่ถูกร้อยด้วยเชือกเส้นใหญ่ให้สหายดู “...เป็นหวงเหลียน เมื่อครู่เจ้าเด็กนี่คงเผลอคว้าเข้าปาก โดนรสขมจัดเข้าไปคงตกใจจนลืมร้องไห้...” ผู้ที่อุ้มอยู่มองทารกที่ยังเบิกตากว้างคล้ายยังตกใจอยู่ ปากน้อยๆ อ้าค้างแลบลิ้นเล็กไปมา

“หวงเหลียน?” ลู่เสียวไป่ทวนคำไปพลางเดินมาชะโงกดูทารกน้อยไปพลาง เห็นเชือกร้อยหวงเหลียนอยู่จริงอย่างเจ้าเฒ่าว่าก็ได้แต่ถอนใจ มารดาของเจ้าตัวเล็กนี่เป็นสตรีใจมารโดยแท้ ดูเถอะ เอาหวงเหลียนมาแขวนคอบุตรคงเจตนาให้หย่านม

อันหวงเหลียนนี้เป็นสมุนไพรหาง่าย งอกขึ้นตามพื้นดิน ใช้รักษาโรคไข้ตัวร้อน โรคนอนไม่หลับ แก้พิษ บำรุงหัวใจ ไม่คิดจริงๆ ว่าจะมีประโยชน์ใช้ผูกคอหย่านมเด็กเช่นนี้ได้ 

     “เป็นหญิงหรือเป็นชายเล่า”

                ฟังคำถาม ผู้เฒ่าหยางจึงเปิดห่อผ้า ตั้งใจมองหาแท่งหยกกลับพบบุปผาน้อยให้ร้องหว๋าด้วยความผิดหวัง

                “เป็นหญิงก็ดี เลี้ยงไว้วันหน้าขายเป็นนางโลม เราสองคนย่อมสบาย” ลู่เสียวไป่วาดฝันยิ่งใหญ่ เลี้ยงดูทารกน้อยวันนี้...อยู่ดีกินดีในวันหน้า

                “เพ้ย! กว่าจะเลี้ยงจนเอาไปขายได้ เราสองคนมิตายกันไปก่อนหรือ ลำพังสองปากยังหากินไม่อิ่มท้อง แล้วจะเอาอะไรให้ทารกน้อยนี่กิน!!” หยางเปียวตะโกนด่าสหายที่ยังคิดจะเลี้ยงเจ้าทารกน้อยผู้นี้ “ข้าว่า...ฟ้ายังไม่ทันสาง ถ้าอย่างไรเอานางไปวางทิ้งไว้ที่หน้าบ้านคนมีฐานะจะดีกว่า...”

                ลู่เสียวไป่ไหนเลยจะสนใจคำพูดของคนใกล้ตัว ฝ่ามือสกปรกคว้าจับแขนรากบัวน้อยๆ โยกไปมาแล้วชะโงกหน้ายิ้มให้เจ้าตัวเล็ก “ให้ชื่อว่า ลู่เหลียน ดีหรือไม่”

                “เพ้ย!” ขอทานหยางถุยน้ำลายด้วยอารมณ์โมโห ทารกน้อยในอ้อมแขนได้ยินเสียงดังก็ตกใจร้องไห้ หยางเปียวไม่สนใจเสียงเด็กกลับโก่งคอเถียงสหายเสียงดังลั่นป่า “ถุยๆ คนแซ่ลู่ช่างหน้าหนา ข้าเป็นคนวิ่งกลับมาอุ้มนางก่อน นางย่อมต้องใช้แซ่หยางของข้าถึงจะถูก!

                “ได้อย่างไรเล่า เด็กคนนี้ข้าก็มีส่วนช่วย ถือว่านางติดหนี้ข้า ติดหนี้ข้าแล้วก็ต้องแซ่ลู่!” ลู่เสียวไป่ไหนเลยจะยอมง่ายๆ อย่างไรเสียเจ้าตัวเล็กนี่ก็ต้องแซ่ลู่

                “แซ่หยาง!

         “แซ่ลู่!

                “แซ่หยางงงง”

                “แซ่ลู่!!

                “หยางเปียว!

                “ลู่เสียวไป่!!

                ตะโกนเถียงกันจนฟ้าสว่างคาตา ทารกน้อยร้องไห้จนเหนื่อยหลับไปแล้วสองเฒ่าก็ยังตกลงกันไม่ได้ เถียงกันจนคอแห้งเจ็บคอก็ไม่มีใครยอมแพ้ใคร ที่สุดตกลงกันไม่ได้หยางเปียวจึงหยิบกิ่งไม้ออกมาหักเป็นสองชิ้นแล้วถือเอาไว้ในมือ

                “เอาอย่างนี้ เรามาจับไม้สั้นไม้ยาวกัน ถ้าใครได้ไม้ยาวก็ให้เด็กนี่ใช้แซ่ตามคนนั้น ดีหรือไม่” หยางเปียวเสนอทางแก้ไขปัญหา ในเมื่อถกเถียงกันด้วยสติปัญญาแก้ไขอะไรไม่ได้ก็ต้องพึ่งฟ้าดินแล้ว

                “ดี!” ลู่เสียวไป่รับคำทันที ในเมื่อหยางเปียวเป็นคนถือไม้เช่นนี้ เขาย่อมได้เลือกก่อน

                “ใครจับได้ไม้ยาวมอบแซ่สกุล ใครได้ไม้สั้น...ตั้งชื่อ” หยางเปียวยื่นมือที่ถือไม้เล็กๆ สองอันไปตรงหน้าสหาย ก่อนจะรีบบอกเพิ่มว่าคนแพ้จะต้องได้ตั้งชื่อ เผื่อว่า...ตัวเองจะเคราะห์ร้าย

                “ได้ๆ ย่อมได้” ขอทานลู่หัวเราะ แล้วดึงไม้แท่งหนึ่งออกมา เสียงหัวเราะฮ่าๆ ขาดหายในทันทีที่เห็นความสั้นกุดในมือ

                “ข้าได้ไม้ยาว!” หัวเราะทีหลังย่อมดังกว่า หยางเปียวหัวเราะฮ่าๆ “เจ้าตัวเล็กแซ่หยาง”

                ลู่เสียวไป่มองไม้ในมือตนเอง แม้ไม่พอใจแต่ก็ใช่ว่าจะชาติสุนัขไม่รับผล “ได้ๆ ถ้าเช่นนั้นให้นางชื่อลู่เหลียน หยางลู่เหลียน” ลู่เสียวไป่ใส่ทั้งชื่อทั้งแซ่ที่ตัวเองอยากตั้งเข้าไป

                หยางเปียวได้ฟังก็เลิกคิ้วหัวเราะฮ่าๆ ให้กับความดื้อดึงของสหาย 

               “เอาเถอะ ลู่เหลียนก็ลู่เหลียน ให้เป็นบัวหยกก็ดี”

                “...” ลู่เสียวไป่ฉวยเอาทารกน้อยมาอุ้มไว้เองขณะเดินกลับ ในใจเกิดความหนักอึ้ง กลัวเหลือเกินว่าจะเลี้ยงอีกหนึ่งปากหนึ่งท้องนี้ไม่ไหว

                คืนนั้นขอทานลู่และขอทานหยางหาเรื่องใส่ตัวได้บุตรบุญธรรม...หยางลู่เหลียน นับว่าเป็นหายนะยิ่ง เพราะตั้งแต่มีนางขอทานลู่และขอทานหยางก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตสุขสบาย หิวก็ไปขอทาน อิ่มก็มานอนหลับอีกเลย มีแต่...หนึ่งคนอุ้มทารกอีกคนไปขุดเผือกหามันมาต้มเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก เติบใหญ่ยังต้องไปเก็บผักป่าหญ้าป่ามาป้อนให้กิน เลี้ยงดูจนอายุได้เจ็ดปีเส้นผมของสองเฒ่าก็ขาวโพลนไปหมด

ครั้นถึงเวลาเอาทุนคืน แม่เล้าเหยียนอุตส่าห์มาถามซื้อถึงที่ ขอทานหยางกลับตะเบ็งเสียงลั่นศาลร้าง...เป็นตายอย่างไรก็จะไม่ให้คนแซ่หยางไปขายตัวเด็ดขาด ขอทานลู่ก็ไม่น้อยหน้าร้องว่า...เขาใกล้จะตายแล้วไม่ต้องการเงินไปเสพสุขอะไรอีก ขอเพียงลู่เหลียนกตัญญูฝังศพให้ก็พอใจแล้ว สองเฒ่าตอบไปเช่นนั้นแม่เล้าเหยียนจึงสะบัดหน้าจากไปด้วยความฉุนเฉียว

                ปีนั้นขอทานลู่และขอทานหยางทำการค้าขาดทุน ไม่เพียงไม่ได้เงินก้อนใหญ่ ยังต้องพาลู่เหลียนหนีแม่เล้าเหยียนจากแคว้นฉู่ไปอยู่แคว้นฉิน นับว่าเป็นการค้าที่ขาดทุนย่อยยับจริงๆ

 

ปีเหวินที่ 7 แคว้นฉิน...

                “เสี่ยวลู่ เวลาเดินป่าต้องระวังงูให้ดีๆ เข้าใจหรือไม่” หยางเปียวนั่งอยู่หน้ากระท่อมร้องบอกเจ้าตัวเล็กที่กำลังแบกกระบุงไว้บนหลังเสียงดัง หากไม่ติดว่าลู่เสียวไป่ไม่สบายมาสองวันแล้ว เขาย่อมเดินเข้าป่าไปด้วยแน่นอน

                เด็กชายร่างผอม เจ้าของนามเสี่ยวลู่รีบพยักหน้าแรงๆ รับคำ พลางตีมือ “แบะๆ” เข้าใจแล้ว

            “ดีๆ รีบไปรีบกลับ ข้าจะรอนะ” อดีตขอทานหยางโบกมือไล่ให้เด็กตรงหน้ารีบไป

                “แบะๆ” เด็กชายทำมือบอกให้บิดาบุญธรรมระวังตัวด้วย ก่อนจะหมุนปลายเท้าเดินเข้าป่าไป

                เพราะสมัยก่อนบิดาบุญธรรมทั้งสองเคยไปตกลงกับแม่เล้าเหยียนเอาไว้ ว่าหากลู่เหลียนเติบใหญ่เมื่อใด จะเอาตัวนางไปขายให้ แม่เล้าเหยียนในตอนนั้นรับคำไว้เช่นกัน ว่าหากเลี้ยงให้เติบใหญ่ได้ นางจะซื้อเอาไว้เอง

ทว่าใครจะรู้ ถึงเวลาที่ต้องทำสัญญาซื้อขาย บิดาบุญธรรมทั้งสองกลับไม่ยินยอม สุดท้ายต้องพานางหนีแม่เล้าเหยียนที่นำคนมาตามบังคับซื้อในภายหลัง มาไกลถึงแคว้นฉิน

นางอายุได้ 7 ปี แขนขาเริ่มยาว บิดาอายุครึ่งร้อยทั้งสองยิ่งมองก็ยิ่งวิตก จึงไม่กล้าพานางไปอยู่ร่วมกับกลุ่มขอทานในเมืองหลวง เพราะกลัวว่าจะมีคนล่วงละเมิดนาง

ท่านพ่อใหญ่หยางไม่อยากมีลูกเขยเป็นขอทาน ท่านพ่อรองลู่ยิ่งไม่อยากให้นางตกทุกข์ได้ยากตั้งแต่อายุน้อย ทั้งสองจึงพานางเดินออกนอกเมืองมาปลูกกระท่อมอยู่ในป่า เก็บเผือกเก็บมัน หาผักหาปลาดำรงชีพอย่างเรียบง่าย อีกทั้งยังให้นางแต่งตัวเป็นชายเพื่อความปลอดภัย และให้ชื่อว่า...เสี่ยวลู่

ลู่...ในชื่อของนางแท้จริง มีความหมายว่าหยก แต่เมื่อเอามาใช้เป็นชื่อผู้ชาย ลู่คำนี้จึงพ้องเสียงกับคำว่ากวาง จึงกลายเป็นเจ้ากวางน้อยไปในที่สุด

บิดาทั้งสองคิดดีแล้วว่า สตรีแต่งเป็นบุรุษได้ แต่เสียงปลอมไม่ได้ จึงให้นางเป็นใบ้ อีกทั้งยังสั่งสอนอีกว่า คนบนโลกใบนี้เชื่อว่าคนตายคือคนที่รักษาความลับได้ คนพูดไม่ได้ เขียนไม่ออกเช่นนาง ก็ถือว่าปลอดภัยแล้วครึ่งหนึ่ง

หยางลู่เหลียนกตัญญู มีหรือจะขัดคำสั่งบิดา สั่งให้ใบ้ นางก็ตีมือสร้างข้อความไปมั่วๆ นานๆ ไป บิดาทั้งสองก็เข้าใจ สื่อสารกันรู้เรื่อง

ตั้งแต่จำความได้...บิดาบุญธรรมทั้งสองล้วนดีต่อนางยิ่ง เรื่องที่พวกเขาเคยคิดขายนางเข้าหอนางโลมนั้น นางไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย หากบิดาว่าดี นางย่อมไม่ปฏิเสธ

แต่ในเมื่อท่านทั้งสองไม่รับเงินก้อนนั้น นางในฐานะบุตรย่อมกตัญญู ดูแลพวกเขาทั้งสองต่อไป

เด็กน้อยเดินเข้าป่าอย่างคุ้นชิน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือคอยสอดส่องสายตามองหาเห็ดที่โคนต้นไม้ เห็นอันไหนมีรอยสัตว์กัดแทะก็เด็ดมาถือไว้ พอได้มากเข้าจึงใช้ใบไม้ใหญ่ๆ แถวนั้นมาห่อ ก่อนจะมัดด้วยเถาวัลย์ไม้เลื้อย แล้วใส่ไว้ในกระบุงที่แบกไว้

ได้เห็ดแล้ว สิ่งต่อไปก็คือต้องคอยมองหาต้นมันและต้นเผือก ซึ่งเป็นอาหารหลักของบ้าน วิธีการกินก็ไม่ยุ่งยาก นำมาต้มใส่น้ำก็อิ่มท้องได้แล้ว 

พบกอต้นเผือกใหญ่ ลู่เหลียนปลดกระบุงลงจากหลัง แล้วดึงจอบหน้ากว้างอันหนึ่งออกมา ก่อนจะลงมือสับเปิดหน้าดิน ใช้เวลาเพียงครู่ก็ขุดเผือกหัวโตออกมาได้หลายหัว

ท่านพ่อรองล้มป่วยได้สองวันแล้ว สำหรับคนจนเช่นพวกนาง การรักษาก็มีแต่ต้มสมุนไพรในป่าเขากินแก้โรค อีกทางก็คือ...ทำให้อิ่มท้องเท่านั้น วันนี้นอกจากหัวเผือกแล้ว นางตั้งใจจะมาหาปลาสักตัวไปให้พวกท่านบำรุงร่างกายด้วย

ท่านพ่อใหญ่เล่าว่าการตกปลานั้น หากเป็นคนมีอันจะกิน ตัวเบ็ดรูปเสี้ยวพระจันทร์จะทำจากทองเหลือง คนทั่วไปจะใช้เบ็ดจากกระดูกสัตว์ ส่วนเบ็ดของท่านพ่อนั้นทำจากไม้ไผ่ โดยเหลาเป็นเส้นๆ สักสองข้อได้ เอาไปต้มแล้วดัดให้งอครึ่งๆ เวลาจะใช้ก็เอาเชือกมามัดตรงกลาง แล้วงอไม้ไผ่เส้นเล็กให้เข้าหากัน รัดปลายด้วยปลอกพืชเหนียวตากแห้งหนีบด้วยเหยื่อ เวลาปลามากินไส้เดือน ตัวปลอกรัดจะหลุดออกแล้วไม้ไผ่น้อยก็จะดีดขวางคอปลา ทำให้เบ็ดได้ ลากขึ้นจากน้ำ

ลู่เหลียนน้อยรีบเร่งทำงานจนเสื้อเปียกเป็นด่างดวง นางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อลวกๆ แล้วรีบแบกกระบุงหนักอึ้งไปยังทิศที่รู้ว่าเป็นที่ตั้งของลำธารใหญ่ในป่า

ใช้เวลา 2 เค่อ สองเท้าน้อยๆ ในรองเท้าหญ้าสานก็พาตัวเองมาถึงจุดหมาย เจ้าตัวเล็กหอบหายใจหนัก ยังไม่ทันพุ่งเข้าไปดื่มน้ำสักอึก กลับต้องอ้าปากค้างตาเบิกกว้างเมื่อเห็นคนนอนตายอยู่ไม่ไกล

นิ่งงันหลายอึดใจ ในที่สุดนางก็ขยับเท้า ลู่เหลียนกลัวคนตาย แต่ไม่รังเกียจเครื่องประดับมีราคา ไหนๆ คนก็ตายไปแล้ว หากไม่รังเกียจบุญ ไม่สู้ทำทานนางสักครั้ง

ดวงตากลมเปล่งประกายวาววับเมื่อเห็นที่รัดเกล้าบุรุษอันโดดเด่นด้วยหยกสีเขียวทรงกลม เหมือนเหรียญเงินไม่มีผิด เจ้ากวางน้อยหัวเราะคิกคัก รีบตรงเข้าไปใกล้ร่างที่นอนหงาย ครึ่งตัวอยู่บนบก ครึ่งล่างอยู่ในน้ำ

ตอนแรกนางคิดเพียงแต่จะเอารัดเกล้าล้ำค่า แต่พอเห็นรองเท้าลายเมฆของเขาก็อยากนำไปให้บิดาสวมใส่ ไหนจะเสื้อผ้าที่ดูใหม่ๆ พวกนี้อีก หากนำไปตากให้แห้งก็น่าจะนำไปขายได้ราคาเช่นกัน คิดๆ ดูแล้ว ลู่เหลียนจึงตัดสินใจลากศพนั้นขึ้นจากน้ำ ตั้งใจจะปล้นทั้งตัว!

“ฮื้ออออ” นางออกแรงลากสุดชีวิต กระชากได้ผีขึ้นจากน้ำ

ผู้มีจิตเมตตา มีใบหน้าขาวซีด ดูท่าทางน่าจะแก่กว่านางไม่กี่ปี ลู่เหลียนลดสายตาลงต่ำแล้วลืมเรื่องนั้นไป...เมื่อเห็นเข็มขัดล้ำค่า ซึ่งมีทั้งหยกประดับและกระเป๋าห้อยไว้ หากหยกบนศีรษะว่าล้ำค่าแล้ว ป้ายหยกห้อยที่เอวกลับใหญ่ยิ่งกว่า ราวกับเป็นหยกบรรพบุรุษของเจ้าหยกบนหัวศพก็ไม่ปาน

“อ๋าาาา!” เพราะรีบร้อนจะ รับบริจาค เข็มขัด นางไม่ทันระวังจึงสะดุดก้อนหิน ล้มหัวทิ่ม ยังเคราะห์ดี สวรรค์คุ้มครอง หัวของนางจึงไปกระแทกใส่ท้องศพที่นอนอยู่เข้าเต็มแรง ศีรษะจึงไม่แตก

ลู่เหลียนน้อยยังไม่ทันหายตกใจ พื้นดินกลับสะเทือนใหญ่ นางรีบผุดลุกขึ้นก็ได้เห็น ผีกำลังพลิกตัวสำลักน้ำออกมาคำใหญ่ เจ้าตัวเล็กเบิกตากว้างตะลึงมองโชคลาภที่หลุดลอยไปอย่างไม่อยากจะเชื่อตา ทว่าสมองน้อยๆ ของนางกลับวิ่งฉิว ลู่เหลียนเกิดเป็นขอทาน รู้หลบรู้หลีกมาตั้งแต่เยาว์ ไหนเลยจะโง่เขลา ดูไม่ออกว่าใครของ่าย ใครหลอกยาก

“แบะๆ” เจ้าตัวเล็กรีบช่วยตบหลัง พี่ชาย ก่อนจะประคองเขาให้ลุกนั่ง นางก็ตัวเท่านี้ ย่อมรู้จักประเมินกำลัง ไม่คิดฆ่าเสือด้วยกิ่งไม้ อยากได้ ขนเสือ ก็มีแต่ต้อง ขอ

“...” ตี้หลี่หมิง มองเด็กใบ้อย่างประเมิน เมื่อเห็นว่าไม่ได้มาร้ายจึงค่อยวางใจ

เจ้าใบ้น้อยเห็นสายตาดุจพยัคฆ์สาดมาก็ยิ้มกว้างให้ ก่อนจะรีบไปค้นในกระบุงของนาง หยิบเอาผักลวกออกมาเปิด ส่งให้คนที่นั่งมองนางตาไม่กระพริบอย่างนอบน้อม

“แบะๆ” กินสิ นางทำไม้ทำมือให้เขากิน

“ข้าไม่กิน” ตี้หลี่หมิง แท้จริงมีศักดิ์เป็นถึงองค์ชายรองของแคว้นฉิน หลังอายุครบ 12 ปี ก็ต้องออกจากวังหลวงมาอยู่ข้างนอกตามกฎมณเฑียรบาล เมื่อวานเป็นเขาออกมาล่าสัตว์แล้วถูกลอบทำร้าย ซ้ำร้ายฝนยังตกหนักยิ่งระหว่างหลบหนี เขาไร้ทางเลือกจึงกระโดดลงน้ำ ไม่คิดว่าสายน้ำเชี่ยวกรากเกือบคร่าชีวิตเขาไป ยังดีที่... “เจ้าใบ้ ที่นี่อยู่ไกลจาก จี้เฉิง มากหรือไม่”

จี้เฉิงเป็นเขตล่าสัตว์ของชนชั้นสูง ซึ่งมีประกาศชัดเจน หยางลู่เหลียนแม้อพยพมาจากต่างแคว้นมีหรือจะไม่รู้ถึงสถานที่แห่งนั้น...

“แบะๆ” ไกลมาก แขนทั้งสองกางออกจากกันถึงสามครั้งแสดงระยะ ในขณะที่ริมฝีปากก็พยายามฉีกยิ้มแสดงไมตรีเต็มที่ ในใจได้แต่ภาวนาให้ เสือจมน้ำนี่เข้าใจเสียที ว่าต้องตกรางวัลให้นางได้แล้ว

“ดี” เขาลุกขึ้นแล้วถอดเสื้อนอกที่เปียกชื้นส่งให้เจ้าใบ้นำไปตาก

“...” ลู่เหลียนไร้ทางเลือกจึงได้แต่รับเสื้อนั้นไปผึ่งไว้บนพุ่มไม้ ก่อนจะหันไปค้นกระบุง นำเอาท่อนไม้ไผ่งอ และเส้นด้ายเหนียวออกมาเพื่อเตรียมตกปลา

“...” องค์ชายรองนั่งลงบนก้อนหินใหญ่ เห็นเจ้าใบ้วิ่งขุดไส้เดือนมานั่งเบ็ดปลาก็เข้าใจไปเองว่ามันจะตกปลาให้เขากิน จึงช่วยก่อไฟขึ้นที่ข้างๆ ลำธาร

เจ้ากวางน้อยยิ้มจืดเจื่อนเมื่อเห็น เสือโง่ไม่เพียงไม่ตอบแทนบุญคุณนาง ยามนี้ยังหน้าหนากล้าก่อไฟรีดไถปลาของนางอย่างจนใจ ตกได้ปลาหนึ่งตัว เจ้าคนชั่วก็มาปลดไปปิ้งหน้าตาเฉย ลู่เหลียนทำอะไรไม่ได้จึงต้องตกปลาต่อไป ไหนๆ ก็เสี่ยงโชคแล้ว ก็เสี่ยงให้ถึงที่สุด

ตี้หลี่หมิงเสียบปลาปิ้งไว้ที่ข้างๆ กองไฟ อดคิดไม่ได้ว่า เสด็จพ่อจะรู้เรื่องที่เขาถูกลอบทำร้ายหรือไม่ จะใส่ใจให้คนออกตามหา หรือทรงอยากให้เขาไปให้พ้นๆ ทางของไท่จื่อ

ว่ากันว่าบิดาฮ่องเต้ไม่ใช่บิดา เหล่าองค์ชาย...ก็มิใช่ทุกคนที่ทรงนับเป็นบุตร

กำเนิดจากฮองเฮา...ก็อย่างหนึ่ง

กำเนิดจากคนโปรด...ก็อย่างหนึ่ง

ทว่า...กำเนิดจากหมากบนเกมผลประโยชน์นั้น...ไม่นับเป็นอย่างใด

ข้อนี้ ตี้หลี่หมิงกระจ่างใจ นับตั้งแต่ฮองเฮาให้กำเนิดไท่จื่อและน้องหญิงสาม ความยินดีและสีหน้าของพระบิดา...ล้วนบอกสิ้นถึงความนัย

เพียงแต่...ต่อให้ฟ้าเป็นผู้กำหนดชะตา เขา...ตั้งใจแล้ว จะฝ่าฝืน

หากราชบัลลังก์ หมายถึงที่สุด

เขา...ย่อมต้องช่วงชิง!

“แบะๆ” ลู่เหลียนตีมือ ก่อนจะส่งปลาอีกตัวให้เขาเพื่อแสดงน้ำใจ หวังให้คนตรงหน้าซาบซึ้งใจเสียที

ตี้หลี่หมิงเห็นเจ้าใบ้มองปลาของเขาแล้วกลืนน้ำลายอึกก็ค่อยอารมณ์ดีขึ้น

“เจ้าเอาวางไว้ก่อนก็แล้วกัน” เขาว่า พลางหยิบปลาที่สุกแล้วมาบิเนื้อกินอย่างเอร็ดอร่อย

เจ้าตัวเล็กเห็นเขากินก็น้ำลายสอ ท้องหิวขึ้นมาทันที จึงทำมือส่งข้อความขอแบ่งเนื้อบ้าง

องค์ชายรองเห็นเจ้าใบ้ ชี้ปลาที ทำมือใส่ปากตัวเองที มีหรือจะไม่เข้าใจ ย่อมต้องหัวเราะแล้วหักหัวปลาให้อย่างมีน้ำใจ

“แบะๆ” คนชั่วๆ ลู่เหลียนได้แต่รับหัวปลาติดเนื้อเล็กน้อยมาแทะแก้หิว สองตามองปลาในมืออีกฝ่ายตาละห้อย

“ฮ่าๆ” ตี้หลี่หมิงเห็นสายตาของเจ้าใบ้ก็หัวเราะชอบใจ กินปลาได้รสชาติยิ่งกว่าเดิม

“แบะๆ” คนเห็นแก่ตัว!        

“เจ้าทำมืออะไร ข้าไม่เข้าใจ เขียนได้หรือไม่” เขากินปลาจวนหมดตัว เหลือส่วนหางจึงส่งให้เจ้าใบ้

“แบะๆ” ช่างมีน้ำใจ! ลู่เหลียนน้อยปากยื่น รับหางปลามาแทะต่ออย่างไร้ทางเลือก ในใจเริ่มคิด ว่าสมควรทิ้งเจ้าเสือไร้น้ำใจตัวนี้ไว้ในป่าแล้วหนีกลับคนเดียว

องค์ชายรองมองมือขยับไปมาก็ได้แต่ส่ายหน้า ไม่อาจแปลความหมายได้ เมื่อท้องอิ่มสบายดีแล้ว เขาจึงเปิดกระเป๋าห้อยเอว หยิบเอาขลุ่ยเล็กออกมาเป่าส่งสัญญาณดูว่ามีคนของตัวเองอยู่ในระยะใกล้ๆ นี้หรือไม่

ส่งสัญญาณไปเพียงครู่เดียวก็มีเสียงตอบกลับมา ตี้หลี่หมิงจึงค่อยโล่งใจ หันกลับไปปิ้งปลาอีกตัว

“...” ลู่เหลียนทดท้อใจยิ่งเมื่อเห็นการกระทำของเขา ตอนแรกนางหัวใจเต้นแรงยิ่ง นึกว่าเขาจะเปิดกระเป๋ามอบของตอบแทนน้ำใจนาง ที่ไหนได้! กลับเอาแต่เป่าขลุ่ยไร้สาระ นางโมโหจึงหันกลับไปตกปลาเพื่อนำกลับบ้าน

ไม่นึกว่ายังไม่ทันได้ปลา กลับมีกลุ่มคนจำนวนนับสิบกระโจนเข้ามาพร้อมกระบี่ในมือ เจ้ากวางน้อยตกใจยิ่งรีบถอยเข้าไปซ่อนด้านหลังคนไร้น้ำใจ หวังให้เขารับกระบี่ทั้งหมดแทน ระหว่างที่นางหนี

“ขอองค์ชายโปรดทรงอภัย ที่พวกหม่อมฉันคุ้มครองพระองค์ไม่ดีพ่ะย่ะค่ะ” เหล่าองครักษ์คุกเข่าลงในทันที

“...” เจ้าใบ้เบิกตากว้าง แทบชักปลายเท้าเปลี่ยนทิศไม่ทัน ปลายนิ้วที่เตรียมละจากชายเสื้อของเขา ขยุ้มเจ้าตัวเงินตัวทองเอาไว้แน่นในทันทีที่เริ่มเดาได้แล้วว่า ใครเป็นนายใครเป็นบ่าว

“ครั้งนี้เปิ่นหวางจะอภัยให้พวกเจ้าสักครั้ง” ตี้หลี่หมิงโบกมืออนุญาตให้ทุกคนลุกขึ้นได้ “เอาตัวเจ้าใบ้นี่กลับไปด้วย เปิ่นหวางจะเลี้ยงไว้ดูเล่น”

“แบะๆ” ลู่เหลียนได้ยินเช่นนั้นก็ผงะหน้าขาวซีด ทั้งโบกมือทั้งส่ายหน้า ปากยังส่งเสียงแอะๆ ไม่ยินยอม เมื่อคนพวกนั้นทำท่าจะเข้ามาใกล้ นางจึงรีบหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิตทันที ไม่คิดจริงๆ ว่าจะได้รับการตอบแทนเช่นนี้

เหล่าองครักษ์ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจก็สามารถจับ สัตว์เลี้ยงขององค์ชายกลับมาได้

หยางลู่เหลียนกลัวจนน้ำตาไหล ส่ายหน้า ทำมือปฏิเสธไม่หยุด

“...เปิ่นหวางไม่ชอบให้ใครมาเห็นจุดตำหนิเล็กๆ น้อยๆ แล้วนำไปพูดเรื่อยเปื่อย บุญคุณส่วนบุญคุณ โชคดีที่เจ้าเป็นใบ้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องตัดลิ้นไม่รู้ความทิ้ง” องค์ชายรองคลี่ยิ้มร้าย ขณะยกมือลูบหัวเจ้าใบ้ “...เปิ่นหวางจะตอบแทนน้ำใจเจ้า”

“...” เหล่าองครักษ์ได้ฟังคำพูดเจ้านายก็พากันเม้มปากแน่น รู้ดีอยู่แล้วว่าองค์ชายไม่โปรดลิ้นเป็นที่สุด

“...” ตอนนี้เจ้ากวางน้อยกลัวจนตัวสั่น เห็นรอยยิ้มของเขาก็รู้ชัดทันที ว่าคนผู้นี้เป็นคนชั่วขนาดแท้แน่ๆ เป็นนาง...ช่วยคนผิด!

ตี้หลี่หมิงอารมณ์ดี เห็นปลาอีกตัวสุกแล้วจึงส่งให้เจ้าใบ้ “กินซะ เจ้าหิวไม่ใช่หรือ”

“...” นางรู้สึกไม่ต่างอะไรกับปลาที่ถูกปิ้งแล้วไม่มีผิด ราวกับถูกเสียบตรึงจนกระดิกไม่ได้

 

ไหนอยากได้รางวัล...มิใช่หรือ ไยทำดื้อปากยื่นอย่างนั้นเล่า

จะชุบเลี้ยงตอบแทนน้ำใจเจ้า จงเลือกเอาจะเป็นผี...หรือเป็นคน

 

 

 

                 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 687 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #523 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 00:02
    สนุกมาก ใบ้จะเป็นไงต่อ
    #523
    0
  2. #503 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 21:11

    พ่อเป็นห่วงแย่เลย

    #503
    0
  3. #344 MomeTd (@MomeTd) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 09:50
    แล้ว2เฒ่าหล่ะ ไม่นะ ไม่เนรคุณแบบนี้
    #344
    0
  4. #268 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 01:31

    น่าติดตามมากค่ะ

    #268
    0
  5. #28 Parkcookiepink (@Parknei) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 04:59
    รอนะคะ เป็นกำลังใจมห้ค่ะ
    #28
    0
  6. #27 benjama1 (@benjama1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 06:16
    ไม่แต่งต่อแล้วหราค่ะน่าสนุก
    #27
    0
  7. #23 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 15:32
    รอค่า สนุกๆ
    #23
    0
  8. #22 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 14:01
    หญิงถั่ว กับหญิงปลา ป้าอ่านหมดแล้ว รอแต่หญิงใบ้ จะเริ่มเมื่อไรคะ รออยู่น้าาาา
    #22
    0
  9. #21 นันษิ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 13:03

    ตอนที่ 2 ออกรึยังค่ะ ทำไมนานจัง

    #21
    1
  10. #20 japaramita90 (@japaramita90) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 22:51
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #20
    0
  11. #19 jinda (@janas) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 11:44
    หน้าติดตามคะ รอตอนต่อไป
    #19
    0
  12. วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 13:12
    เปิดเรื่องได้น่าติดตามมากขอกดเฟฟแป๊ปนุง มาต่อไวไวนะคะ
    #17
    0
  13. #16 Aey (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 23:30

    กรี๊ดดดดดดดด สนุกกก!!!!

    #16
    0
  14. วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 11:13

    ทุขลาภของแท้ แหม่ ตอนแรกจะปล้นเขาไม่ใช่หรอ อิอิ

    #15
    0
  15. #14 แรงกดดันอันมหึมา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 21:16

    อ้าวจะทิ้งตาเฒ่าทั้งสองหรอน่าสงสาร แก่แล้วนะ

    #14
    0
  16. #13 Cnpt (@Sweetbt) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 14:00
    น่าสนุกก ติดตามค่าา
    #13
    0
  17. #11 StellaStarry (@StellaStarry) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 11:58

    เรื่องขององค์ชายรองเหรอคะ เปิดเรื่องได้น่าสนใจมากเลยค่ะ

    รอตอนใหม่อยู่นะคะ

    #11
    0
  18. #9 boomkantong123 (@boomkantong123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 16:49

    สนุกค่ะมาต่อไวๆนะค้ารอๆค่ะ

    #9
    0
  19. #8 offky (@offky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 12:41
    รอคะ รีบมาน๊า
    #8
    0
  20. #7 Cxxxzy (@Cxxxzy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 21:50
    สนุกค่ะ
    #7
    0
  21. #6 Biasful (@Biasful) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 18:48
    ใจร้ายยยย
    #6
    0
  22. #5 Slammer15 (@a21189s) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 15:44
    แล้วสองผู้เฒ่าจะเป็นไงล่ะทีนี้
    #5
    0
  23. #2 Dipzyyo (@Dipzyyo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 12:28
    เลี้ยงไว้สุดท้ายได้เป็นเมีย
    #2
    0