วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 40 : สิทธิ์นี้ของผัวคนเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 ต.ค. 61


 

 

 

 

 

ตอนที่ 40

สิทธิ์นี้ของผัวคนเดียว

 

 

 

 

 

“คุณไปฟ้องอะไรคุณปู่?”

ข้อแขนเรียวถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่แพรวพิชชาจะทันเปิดประตูเดินเข้าห้องนอนตัวเอง

หญิงสาวหันขวับมาจ้องหน้าเขม็งพร้อมกับนิ่วหน้าอย่างไม่พอใจ บิดแขนตัวเองแล้วสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา

“ฉันไม่ได้ฟ้อง ท่านถามว่าคุณไปไหน แต่ฉันไม่รู้ ก็ตอบท่านไปว่าไม่รู้” โต้ตอบกลับไปฉะฉาน ไม่เก็บงำถ้อยคำอย่างเก่า

“อ้อ! แทนที่จะบอกว่าผมไปทำงาน หรือไปทำอะไรก็ได้ น่าที่แก้ตัวแทนกันหน่อย”

“ฉันไม่ชอบการโกหกค่ะ”

“งั้นอยากรู้ วันหลังก็ถาม”

“ค่ะ...แล้วคุณไปไหนมาละคะ?” ถามประชด พร้อมกับเชิดหน้าไม่มองเขา

“ผมไปหาเวสิตา”

คนฟังสะอึก ยืนยันจากปากเจ้าตัวเองว่าเขายังคบกับดาราสาวคนนั้น เธออยากย้อนถามนัก ว่าแล้วเขามาแต่งงานกับเธอทำไม ในเมื่อรักคนอื่น

อ้อ! เขาอยากเป็นคนโปรดของเจ้าสัว ส่วนเธอก็อยากได้เงิน ความต้องการตรงกันเลยวินวินทั้งสองฝ่ายยังไงล่ะ เขาพูดมาแล้วกระจ่างชัดต่อหน้าวาคิม

“และจะให้ลงลึกในรายละเอียดอีกไหม? ว่าผมไปนอนกับเขามา” สีหน้าและแววตาท้าทายว่าต่อ

แพรวพิชชาหน้าม้าน มองเขาอย่างอึ้งๆ คิ้วเรียวขมวด สายตามองอย่างไม่ชอบคำตอบของเขา

“แล้วอยากรู้อะไรอีกไหม? ทำกันกี่ครั้ง ท่าไหนบ้าง เอาให้ละเอียดเลยไหม?” ตอบพร้อมกับถามอย่างท้าทาย

คนฟังกัดฟัน เม้มปากแน่น ดวงตากลมใหญ่แทบหลุดล้นเบ้ากับวาจาระคายหูนั่น

“อย่ามาหยาบคายกับฉันนะคุณวิศรุต” ว่าแล้วก็สะบัดหน้า จะเปิดประตูกลับเข้าไปในห้องนอน แต่กลับถูกชายหนุ่มกระชากตัวเอาไว้ให้หันกลับมาเผชิญหน้า

“อะไรคือหยาบคายไม่ทราบ?” เขาถามพร้อมกับยิ้มเยาะ เลิกคิ้วอย่างยียวน

“ทำไมเหรอ คุณครูอนุบาลทนฟังเรื่องธรรมชาติของสัตว์โลกไม่ได้หรือไง? ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้สอนเรื่องเพศศึกษาให้ด้วยอย่างนั้นเหรอ?” เขาเลิกคิ้วถาม ทำหน้ายียวน

“คุณรุต” เรียกชื่อเขาดังลั่นเพื่อปรามให้ได้สติ

“คุณจะไปทำอะไรกับใครที่ไหนนั่นมันก็เรื่องของคุณ ไม่ต้องมาบอก แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้ว”

สะบัดไหล่จะดิ้นให้หลุด แต่วิศรุตใช้เรี่ยวแรงที่มากกว่าจับแขนเธอไว้แน่น

“ผมทำได้ แต่คุณอย่าได้คิดมาใช้วิธีเดียวกันเรียกร้องสิทธิ์ความเท่าเทียม เพราะมันจะน่าเกลียดมากเลยนะขอบอก”

“พูดเรื่องบ้าอะไรของคุณ?”

“ก็เรื่องที่คุณจะจูบกับนายวาคิมที่ห้องครัวนั่นไง”

“บ้าไปแล้ว ไม่มีใครคิดจะทำอะไรชั่วๆ อย่างที่คุณพูดหรอกนะ”

“ถ้าไม่เห็นด้วยตาตัวเอง ผมก็คงจะไม่เชื่อเหมือนกัน” สองมือจับหัวไหล่เธอแน่น พร้อมกับกดตรึงลงไปบนบานประตู ใบหน้าคร้ามชะโงกเข้ามาใกล้ จนมองเห็นผิวแก้มปลั่งใสชัดเจนเห็นถึงเส้นเลือด ดวงตาคู่กลมโตดำขลับเบิกตื่น ริมฝีปากสีแดงสดสั่นไหว

จะว่าไปแพรวพิชชาก็ไม่ได้จืดชืดสักเท่าไหร่ ยิ่งได้มองใกล้ๆ ในเนื้อตัวนุ่มนิ่มหนั่นแน่นเต็มไม้เต็มมือที่สั่นระริกอย่างหวาดกลัวอยู่ในอุ้งมือเขา เลือดเนื้อชีวิต และฟีโรโมนเพศหญิงของเธอทำให้วิศรุตปั่นป่วนขึ้นมาได้เหมือนกัน

“หรือว่าทำกันมากี่ครั้งแล้วล่ะ? ลับหลังที่ผมไม่เห็นน่ะ”

“นี่! อย่ามาหยาบคายใส่ร้ายฉันนะ ปล่อย!” เธอเอ็ดอึงเสียงดัง เพราะมีแค่นี้แหละที่จะสู้กับเขาได้ในเวลานี้

แต่นอกจากเขาไม่ฟัง ยังทำในสิ่งตรงกันข้าม ใบหน้าคร้ามคมขยับเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกโด่งจิ้มลงบนจมูกของเธอ ดวงตาคมกริบลุกวาวโรจน์อย่างน่ากลัว

แล้วเรียวปากร้อนฉ่าทาบทับลงมาบนกลีบปากนุ่มนิ่ม นาทีแรกแพรวพิชชารู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต กระทั่งสัมผัสจาบจ้วงของเขาทำให้เธอเจ็บทั้งปากเจ็บทั้งใจ หญิงสาวดิ้นสุดแรงครางอู้อี้ขัดขืน แต่เขาก็บดบี้ขยี้ปากลงมาทำมันเป็นผลสำเร็จ

เผียะ!

ฝ่ามือบางฟาดเข้าไปที่ข้างแก้มเต็มฉาดหลังจากผลักเขาออกไปได้สำเร็จ ดวงตาตื่นตะลึงจ้องค้าง เกิดมาเธอไม่เคยตบใคร แต่กับผู้ชายคนนี้ เขาสมควรโดน

วิศรุตหันใบหน้าที่ชาน้อยๆ เพราะฤทธิ์เดชของฝ่ามือเรียวเล็กนั่นกลับมา ก่อนจะหัวเราะเยาะหยัน

“จำไว้ ตราบใดที่เรายังแต่งงานกันอยู่ คนที่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้กับคุณได้ คือผมคนเดียวเท่านั้น”

ร่างบางตัวสั่นงันงก หากก็ยังตั้งสติที่จะผลักเขาให้พ้นทางด้วยเรี่ยวแรงที่มีน้อยนิด ก่อนจะเปิดประตูห้องนอน แล้วผลุบหายเข้าไปอย่างรวดเร็ว ปิดประตูลงกลอนแน่นหนา หัวใจเต้นโครมครามกระหน่ำแรงกับสัมผัสจาบจ้วงหยาบคายร้ายกาจ ที่แทบจะแผดเผาร่างเธอให้ลุกเป็นไฟและไหม้เป็นจุณ

 

 

“แพรวไม่ไปได้ไหมคะ?”

สีหน้าหนักอกหนักใจหน่อยๆ ว่า เมื่อคุณวิชาญให้วาคิมมารับเธอไปยังห้องเสื้อ เพื่อเลือกชุดสำหรับจะไปร่วมงานเลี้ยงของบริษัทที่กำลังจะมีขึ้นในอาทิตย์หน้า

วาคิมยิ้มบางๆ

“ทำไมล่ะน้องแพรว”

“แพรวไม่ชินกับการออกงานสังคมค่ะ”

เขามองเธออย่างเข้าใจ แพรวพิชชาน่าจะรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่า การแต่งงานกับวิศรุต ชีวิตเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ที่มีแค่บ้านและโรงเรียนอนุบาลอุ่นรัก

ทีแรกเธอคงคิดว่าจะปรับตัวได้ แต่เมื่อพี่ชายของเขามาเป็นเสียอย่างนี้ แพรวพิชชาเองก็คงไม่อยากทำอะไรเพื่อวิศรุตเช่นกัน

“นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ น้องแพรวแต่งงานกับพี่รุต ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกล เราทำธุรกิจ คอนเน็กชั่นต่างๆ การโฆษณาตัวเอง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีมันเป็นเรื่องที่จำเป็น และการเข้าสังคมให้เป็นที่รู้จัก การต้องออกงานเลี้ยงสังสรรค์ งานสังคม ตีกอล์ฟวันหยุดมันจำเป็น” เขาร่ายยาวให้ฟัง

เธอหน้าม่อย

“และอีกอย่าง ตอนงานแต่ง เราจำกัดเชิญแขกแค่ห้าร้อยกว่าคน ยังมีอีกมากที่ไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับน้องแพรวและพี่รุต โดยเฉพาะคู่ค้ารายย่อยและพนักงานในบริษัทและงานนี้คุณปู่ตั้งใจว่าจะเปิดตัวน้องแพรวในฐานะของสะใภ้ใหญ่ของมหาดำรงค์กิจ น้องแพรวจึงต้องไป”

แค่ลายเซ็นแกร็กเดียวบนกระดาษที่ชื่อว่าทะเบียนสมรส มีอำนาจที่จะสั่งให้เธอต้องทำนั่นทำนี่ แม้ว่าจะต้องฝืนใจก็ตามสินะ

เมื่อไม่มีทางเลือก แพรวจึงผงกหน้าและเดินไปขึ้นรถของชายหนุ่มอย่างเสียไม่ได้ พร้อมกับรู้สึกเศร้าใจนิดๆ ที่คนมารับมาดูแลเทคแคร์พาเธอไปเลือกชุดไปลองชุดกลับเป็นวาคิมแทนเสียนี่ ทั้งที่มันควรจะเป็นหน้าที่สามีตัวจริง

แต่ตั้งแต่คืนนั้น เธอก็หลีกเลี่ยงหลบวิศรุตเป็นสามารถ ไม่ยอมเผชิญหน้ากับเขา กลัวว่าชายหนุ่มอาจจะทำอะไรมากกว่าจูบ...เพราะเขาเองก็มีสิทธิ์เต็มที่ ในฐานะสามีของเธอ

เมื่อก่อนนี้เธอชอบเขา คิดว่าเขาพึงพอใจในตัวเธอ ทุกการสัมผัสจากเขา ทำให้เธอวูบวาบ เขินอาย และพึงพอใจ

แต่พอเขาบอกว่าไม่มีใจสิเน่หาให้แถมวิศรุตยังไปข้องแวะกับผู้หญิงอื่นอีก แพรวพิชชาก็ถอดใจ บอกตัวเองเพียงให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้อยู่รอดปลอดภัยจากการคุกคามของเขา รอจนกระทั่งวันหย่าจะมาถึง

ซึ่งเธอก็สองจิตสองใจอีกว่า อยากให้มันเกิดขึ้นจริงหรือไม่?

ถ้าหย่า...เธอจะเป็นอิสระจากพันธะทั้งปวงของการแต่งงาน

แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงหัวจิตหัวใจของคุณยงยุทธ และยังจะเจ้าสัววิชาญอีกล่ะ?

ท่านทั้งสองคน ยินดีปรีดาเสียยิ่งกว่าเธอกับเขา ในวันที่เธอตอบตกลงปลงใจสานสัมพันธ์ให้สองครอบครัวเป็นทองแผ่นเดียวกัน

หากความรักที่ผ่านการชักนำของพวกท่าน ต้องล่มสลายและจบลงโดยการหย่า...เธอก็นึกเป็นห่วงความรู้สึกของผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน

“หน้าตาแพรวไม่สดใสเอาเสียเลย” เสียงของวาคิม ปลุกให้เธอหลุดจากภวังค์ความคิดสับสนอลหม่านของตัวเอง

“แพรวมีปัญหาอะไรกับพี่รุตหรือเปล่า?”

หญิงสาวสั่นหน้าไปมา

“ไม่นี่คะ” เขาจะมีเวลาไหนมามีปัญหากับเธอล่ะ แค่หน้ายังแทบจะไม่โผล่มาให้เห็นเสียด้วยซ้ำ แม้เขาจะกลับบ้านบ่อยขึ้น แต่เธอเองก็เป็นฝ่ายหลบเลี่ยงหลีกหนี

คืนก่อนวิศรุตมาเคาะที่ประตูหน้าห้อง เธอไม่ตอบ ไม่ยอมเปิด เขาบ่นอุบอยู่หน้าประตูนานทีเดียว ก่อนจะยอมล่าถอยใจในที่สุด

“ก่อนแต่งงาน แพรวดูมีความสุขมากกว่านี้” วาคิมว่าขึ้นมาลอยๆ

“ในเมื่อแพรวตัดสินใจแต่งงานกับพี่รุต เลือกเขามาเป็นคู่ชีวิตแล้ว ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจกัน ก็ควรที่จะปรึกษาหารือหันหน้าเข้ากัน มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การอยู่ร่วมกัน ต้องอาศัยการสื่อสาร หากเราไม่พูด ไม่คุยกัน ก็จะไม่มีวันเข้าใจกัน” วาคิมแนะนำอย่างหวังดี

แพรวพิชชายิ้มจางๆ ผงกหน้ารับฟัง

แต่เธอก็ไม่คิดว่า การพูดคุยเจรจากัน จะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น ในเมื่อวิศรุตก็ชัดเจนในเจตนาของเขาว่าแต่งงานกันเพื่ออะไร สิ่งที่เธอทำได้ คือกล้ำกลืนฝืนทนไป จนกว่าจะทนไม่ไหวนั่นแหละ

 

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^








อีบุ๊ก ฉบับเต็ม อัพโหลดให้อ่านแล้วนะจ๊ะ
คลิกด้านล่างนี้ ได้เลยค่า ^^


วิวาห์ตีทะเบียน (รีไรท์)
วชิราภา
www.mebmarket.com
เขาต้องเป็นที่หนึ่ง และได้ครอบครอบสิ่งที่ดีที่สุดและเธอคือผู้หญิงที่ใครๆ เห็นว่าเหมาะสมและคู่ควร...แม้เขาจะไม่ต้องการ ************ “ทำบ้าอะไรของคุณ” เสียงหวานแหวเข้าใส่“นี่ยังไม่บ้าพอหรอก...ผมบ้าได้มากกว่านี้อีก” คนว่ายิ้มเยาะ“คุณคิดจะทำอะไรน่ะคุณวิศรุต” “ทำอะไรดีล่ะ...เวลาที่ผัวเมียอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องนอน” เขายิ้มขบขันกับสิ่งที่เธอถามพร้อมกับมองข้ามไหล่ไปยังเตียงหลังใหญ่“แต่เราไม่เหมือนคู่อื่น...คุณอย่าลืมสิคะ...เราแต่งงานกันด้วยข้อตกลง ไม่ใช่ความรัก” “แต่ตอนนี้ผมต้องการมากกว่านั้น” ดวงตาแดงก่ำของเขาวาบวาวขึ้นมา มือหนาเริ่มปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดๆ พร้อมกับย่างสามขุมเข้ามาหาเธอแพรวพิชชาตาโต รีบถอยเท้าหนีอย่างหวาดๆ ยอมรับว่าเธอไม่เคยกลัวเท่านี้มาก่อนติดตามผลงานนักเขียนได้ที่ https://www.facebook.com/RachaRil/https://my.dek-d.com/racharil/
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น