วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 27 : มัดมือชก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 ต.ค. 61


 

 

 

 

 

ตอนที่ 27

มัดมือชก

 

 

 

 

 

“จริงหรือ? นี่เด็กๆ มันไปรักใคร่ชอบพอกันเสียแต่ตอนไหน?”

คุณยงยุทธทำเสียงประหลาดใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็พอจะเห็นทีท่าของหลานสาว ที่ช่วงหลังๆ มักจะชอบนั่งเหม่อลอย และอมยิ้มคนเดียวอยู่บ่อยๆ พอถามเข้าก็เลี่ยงตอบเป็นอย่างอื่นเสีย

และพักหลังท่านเองก็ได้เห็นหน้าค่าตาวิศรุตอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เมื่อครั้งเข้าโรงพยาบาล ชายหนุ่มก็หมั่นแวะเวียนมาหาพร้อมกับของติดไม้ติดมือตลอด แพรวพิชชาเองก็พูดถึงเขาอยู่เนืองๆ เรื่องจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในโรงเรียน โดยเสนอออกทุนให้ แล้วให้สิทธิ์เธอบริหารอย่างเต็มที่เช่นเดิม

ตอนนั้นท่านก็นึกแปลกใจอยู่ว่าทำไมจู่ๆ วิศรุตถึงนึกอยากหุ้นทำโรงเรียนอนุบาล ในเมื่อเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่น น่าจะได้ผลกำไรมากกว่า แต่มาถึงตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า หลานชายคนโตของเพื่อนรัก ไม่ได้แค่อยากเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังอยากเป็นหุ้นส่วนชีวิตหลานสาวคนเดียวของท่านอีกด้วย ถึงได้เร่งรัดให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ

วิศรุตยิ้มอย่างขัดเขิน

“ผมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันครับว่าเมื่อไหร่ แต่พอรู้ก็ไม่อยากรอเวลาให้นานไปครับ อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว งานก็มีรออยู่อีกเป็นเบือ ปู่ทั้งสองคนก็อยากอุ้มเหลนอยู่ไม่ใช่หรือครับ?” เขาตอบพร้อมกับยิ้มกริ่ม หันไปถามผู้ใหญ่

ทำเอาท่านทั้งสองถึงกับหัวเราะลั่นประสานกันอย่างพอใจยิ่งนักที่บทอะไรมันจะลงตัวแล้วก็ง่ายนิดเดียวปานพลิกฝ่ามือ

“บ๊ะ! คนหนุ่มก็อย่างนี้แหละ ใจร้อน” คุณวิชาญช่วยเสริมหลานชาย ใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ

“แกเองเคยเป็นหนุ่มก็คงนึกออก แค่เห็นหลังคาบ้านสาวเจ้ามันก็ชื่นใจ มิน่าฉันถึงได้แปลกใจว่าพักนี้ไอ้เจ้าหลานคนนี้มันหายไปไหนบ่อยๆ”

“แล้วนี่ได้คุยกับหนูแพรวหรือยังล่ะพ่อรุต?”

“ครับ” ถึงแม้เจ้าหล่อนจะยังไม่ตกปากรับคำ แต่สิ่งไหนก็ตามถ้าลองว่าเขาอยากได้เสียแล้ว มันก็ต้องได้สิ

“อื้ม! ทำไมไม่เห็นเปรยๆ อะไรให้ฟังบ้างเลย แล้วนี่ได้บอกกันก่อนหรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงยังไปโรงเรียนอยู่ ไม่มาเตรียมตัวปล่อยให้ผู้หลักผู้ใหญ่รออย่างนี้ได้ยังไงกัน?” บ่นหลานสาวตัวเอง

“ผมไม่ได้บอกแพรวพิชชาไว้ครับว่าเป็นวันไหน พอดีใจร้อน พอคุณปู่ท่านได้ฤกษ์ก็คะยั้นคะยอให้มาเลย”

คุณยงยุทธหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินว่าฝ่ายชายใจร้อนขนาดไหน นี่ถ้าเป็นไอ้หนุ่มอื่น มีหวังได้โดนลูกซองส่องไปแล้วแน่ แต่นี่เห็นว่าเป็นหลานของเพื่อนรักหรอก

“แต่ผมโทรศัพท์บอกเธอแล้ว เดี๋ยวสักครู่ก็คงมา อยากจะให้เซอร์ไพร์สหน่อยน่ะครับ” ว่าพร้อมยิ้มกริ่มอย่างหมายมาด ทำหน้าตาชื่นบานราวกับว่าตกหลุมรักอยู่จริงๆ

ไม่นานนักแพรวพิชชาก็มาถึง สีหน้าเธอประหลาดใจ เมื่อเห็นแขกเต็มบ้าน หญิงสาวยกมือไหว้ ก่อนจะคลานเข่าเข้าไปหา น่ารักน่าเอ็นดูนักในสายตาผู้หลักผู้ใหญ่

“มีอะไรกันหรือคะ? คุณตาถึงให้คุณรุตตามแพรวกลับมาที่บ้าน”

“อ้าว! ก็เราสองคนไปตกลงอะไรกันไว้ล่ะ?” คุณยงยุทธพยักพเยิดใบหน้าถามพร้อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี

วิศรุตรีบคว้ามือหญิงสาวมากุมไว้ บีบเบาๆ ส่งสายตาวะวับวาวฉ่ำหวาน

“ก็เรื่องที่พี่เกริ่นกับน้องแพรวไปวันก่อนไงจ๊ะ รับปากแล้วแท้ๆ ทำมาลืมมันน่าน้อยใจนะเนี่ย” พูดทีเล่นทีจริง

แพรวพิชชาหน้าเหวอไป ก่อนจะใจหายวาบ นึกออกแล้วว่าเป็นเรื่องไหน

“เอ่อ! คือว่าเรื่องนั้น”

“พ่อรุตเขาใจร้อน ถึงรีบพาผู้ใหญ่มาทาบทามสู่ขอ หนูแพรวจะว่ายังไงล่ะ ตาตามใจหลานอยู่แล้ว”

แพรวพิชชาตื่นตะลึงมือเย็นเฉียบขึ้นมา ไม่คิดว่าวิศรุตจะเดินเกมรุกไวอย่างนี้ เพราะตั้งแต่วันที่เอ่ยปาก ขอโอกาสมันไม่นานเลย

“เป็นไงล่ะตารุต อยากเซอไพร์สน้องดีนัก ทำเอาหนูแพรวช็อกไปแล้วมั้งนั่น” คุณฤดีนาถว่า เมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาตื่นไม่ตอบคำถามของผู้เป็นตา ดูท่าว่าจะตกใจไม่น้อย

“ก็ผมอยากดูแลน้องแล้วนี่ครับ คนมันรักกก็อยากอยู่ใกล้ๆ จะได้ดูแลปู่ยุทธด้วย” หันไปยิ้มประจบผู้ใหญ่

แพรวพิชชาใจเต้นแรงจนแทบกระโดดออกมานอกหน้าอก ถ้าเธอบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบ ผู้ใหญ่ที่พากันมาเสียเต็มบ้านก็คงจะเสียหน้า และก็อาจจะทำให้มองหน้ากันไม่ติดภายหลัง คิดแล้วก็อดจะเคืองชายหนุ่มไม่ได้ ที่ทำอย่างนี้เหมือนมัดมือชกกันชัดๆ ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้มีทางเลือกอื่นเลย

วิศรุตบีบมือเธอเบาๆ เขารับรู้ได้ถึงความผิดปกติจากอุ้งมือเล็ก ที่ทั้งเย็นเฉียบและสั่นน้อยๆ นั่น สายตาที่มองไปคาดคั้นอยู่ในที

“อย่าโกรธพี่เลยนะครับน้องแพรว ที่เร่งให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณี เพราะไหนๆ เราก็ใจตรงกันแล้ว ไม่อยากจะรอเวลาออกไปอีก”

 คำพูดของเขาช่างมีอิทธิพลล้นเหลือ ยิ่งเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นไปสบตา หัวใจที่อ่อนไหวอยู่แล้วก็ให้มีอันละลายยวบลง พยักหน้าตอบรับไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มและแววตาขัดเขิน แก้มสองข้างร้อนซ่านขึ้นมา

“เอาล่ะ เด็กๆ ก็ตกลงกันได้ ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของผู้ใหญ่แล้วล่ะ จะเรียกสินสอดทองหมั้นสักเท่าไหร่ดีคุณยงยุทธ ถ้าฉันอยากจะขอทาบทามสู่ขอหลานสาวที่น่ารักเพียบพร้อมทั้งความรู้ความสามารถ กริยา วาจา มารยาทให้มาแต่งงานกับหลานชายของฉัน” เจ้าสัวพูดเป็นการเป็นงานขึ้นมา

“หลานสาวคนเดียวฉันรักปานดวงใจ คงประเมินมูลค่าไม่ได้หรอก ขอแค่ให้หนูแพรวมีความสุข มีคู่ชีวิตที่ดีรักใคร่ดูแลกัน แค่นี้ฉันก็คงสบายใจนอนตายตาหลับแล้วล่ะ” พูดพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างโล่งใจ

“เฮ้ย! จะรีบตายไปไหน วันดีๆ กำลังจะมีงานมงคล อย่าพูดเรื่องไม่ดีเลย แกกับฉันจะต้องอยู่ช่วยกันเลี้ยงเหลนก่อนสิ เอาให้มีสักโหลเลยเป็นไง หลายๆ คน จะได้มาเป็นเพื่อนเล่นหมากรุกกับเราไงล่ะ” ว่าแล้วสหายวัยดึกก็ประสานเสียงหัวเราะกันอย่างมีความสุข

“ดีเลยดี...แค่คิดถึงเหลนๆ นี่ หัวใจมันก็ดีดขึ้นมา คงไม่ตายง่ายๆ หรอก ว่าแต่จะมีกันสักกี่คนนะ?”

“โหลหนึ่งไปเลย” หันไปตอบเพื่อนรัก ก่อนจะหันไปถามหลานชายคนโตที่ทำให้ท่านมีความสุข แช่มชื่นหัวใจนักหนา

“ไหวไหมล่ะ? เจ้ารุต...ปั๊มเหลนสักโหลหนึ่งน่ะ”

ชายหนุ่มยิ้มแป้นหน้าเป็น มองคนที่จะช่วยกันปั๊มเหลนให้ผู้เป็นปู่สมใจไม่วางตา

“ถ้าน้องแพรวไหว ผมก็ไหวครับ” เขาตอบแววตาเป็นประกายระยิบระยับมองมาที่เธอชนิดที่ทำให้แพรวพิชชาแทบมุดหายเข้าไปใต้พรม ด้วยความเขินอายอย่างหนัก

แพรวพิชชาควบคุมความตื่นเต้นไว้แทบไม่ได้ หัวใจดวงน้อยแทบหยุดเต้นเลยเสียด้วยซ้ำ กับทุกอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอ และมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ให้ทันได้ตั้งตัว เตรียมใจ


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น