วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 20 : มีสิทธิ์อะไร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 ก.ย. 61


 

 




 

ตอนที่ 20

มีสิทธิ์อะไร

 

 

 

 

 

“คุณวิศรุตเข้าประชุมค่ะ”

เสียงผู้หญิงที่ปลายสาย คาดเดาว่าจะต้องเป็นเลขาของชายหนุ่มแน่ๆ

“ไม่ทราบว่าโทรมาจากไหนคะ?”

 “เอ่อ! บอกว่าฉันแพรวพิชชาโทรมาค่ะ”

“ค่ะ...คุณแพรวพิชชา แล้วจะฝากข้อความอะไรถึงท่านไหมคะ?”

“ไม่เป็นไรค่ะ เขาทราบว่าเรื่องอะไร”

เธอยังไม่ทันจะรับเขาเป็นหุ้นส่วนเลยด้วยซ้ำ แต่วิศรุตกลับโฆษณาประชาสัมพันธ์ชวนเชื่อไปโดยพลการแบบนี้ เกิดในอนาคตทำไม่ได้ตามที่พูดไว้ คนที่จะเสียหาย และรับผิดชอบกับเรื่องนี้เต็มที่โดยไม่อาจปฏิเสธก็คือเธอ

วิศรุตทำให้เธอกระวนกระวายอยู่ทั้งวัน แต่สายจนบ่ายจนค่ำ เขาก็ยังไม่โทรศัพท์กลับมา จนเธอชักสงสัยว่า ที่ไทย ไอออน อินดัสตี้นี่ประชุมกันทั้งวันเลยหรืออย่างไร

“แย่จัง เบอร์ส่วนตัวก็ไม่มีเสียด้วย” น่าจะขอเอาไว้ จะได้เฉ่งให้ถนัดๆ หน่อย

และสุดท้ายจนแล้วจนรอด ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา กระทั่งเสร็จงานที่โรงเรียน เดินกลับไปถึงบ้าน ก็เห็นรถคันหรูของเขาจอดอยู่หน้าประตูรั้ว พอโผล่หน้าเข้าไปจึงได้เห็นว่า เขากำลังคุยอยู่กับคุณยงยุทธอย่างถูกคอเลยทีเดียว

“ให้มันได้อย่างนี้สิ”

เธอบ่นพึมงึมงำกับตัวเองอย่างหงุดหงิดหัวเสียไม่น้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วโผล่เข้าไปในห้องโถงให้สองหนุ่มได้เห็นหน้าค่าตาว่ากลับมาแล้ว

“อ้าว! หนูแพรวกลับมาแล้วหรือ? ทำไมวันนี้ถึงได้กลับมืดค่ำนัก นี่พ่อรุตเขาก็มารออยู่ตั้งนาน”

เธอเลื่อนสายตาไปมองหน้าคนรอนาน ที่ส่งยิ้มมาให้สายตากระตือรือร้น อยากตอบกลับไปเหมือนกันว่าที่กลับมามืดค่ำ ก็เพราะรอโทรศัพท์เขาอยู่ที่โรงเรียนนั่นแหละ

“เอ้า! งั้นหนุ่มสาวคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวตาขอไปอาบน้ำสักหน่อย วันนี้รู้สึกอบอ้าวเหลือเกิน” ว่าแล้วคุณยงยุทธก็ลุกจากไป เปิดโอกาสให้เธอได้เฉ่ง เอ๊ย! ได้คุยกับเขาได้สะดวกๆ

“เลขาผมบอกว่าคุณโทรศัพท์ไปหาผมหรือ?”

“ค่ะ” หน้าบึ้งนิดๆ เดินเข้าไปหาเขา

“มีธุระอะไรหรือเปล่า? เลิกงานแล้วผมก็รีบมาที่นี่เลย แล้วคุณทำไมกลับเสียมืดค่ำเชียววันนี้”

ธุระอะไร?

ยังมีหน้ามาถามอีก...แล้วทำไมต้องถ่อมาเองถึงที่ด้วย นี่มันยุคหินเสียที่ไหน โทรศัพท์ก็มี และที่กลับมืดกลับค่ำก็เพราะรอโทรศัพท์เขาอยู่ที่โรงเรียนนั่นแหละเพราะเขาเองก็ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของเธอนี่นา

“คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง?” ว่าพร้อมกับล้วงเอาแผ่นพับที่ขอจากผู้ปกครองเด็กเมื่อเช้าที่ยัดใส่กระเป๋าออกมายื่นให้ดู

วิศรุตทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนจะรับไปอ่านดูครู่หนึ่ง เมื่อเงยหน้ามาก็เห็นแพรวพิชชาทำหน้าเอาเรื่องอยู่

“ก็บอกแล้วไงว่า ผมจะช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้” เขาเงยหน้าขึ้นมาตอบหน้าตาเฉย

“แล้วทำไมไม่เอามาให้ฉันดูก่อน เกิดไอ้โปรโมชั่นต่างๆ ที่คุณเขียนลงไปในนั้น ฉันทำไม่ได้ขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง?”

“แล้วมีอะไรที่จะทำไม่ได้ล่ะ?” ถามอย่างไม่ยินดียินร้ายเลยสักนิด

“ก็อย่างสอนภาษาต่างประเทศด้วยครูเจ้าของภาษา คุณไม่รู้หรือว่า ค่าจ้างครูต่างชาติ แพงแค่ไหน?”

“แต่ถ้ามีเด็กมาเรียนมากๆ ได้ค่าเทอมมา มันก็คุ้ม และอีกอย่างเดี๋ยวนี้โรงเรียนที่ไหนก็จ้างครูต่างชาติกันทั้งนั้นแหละ”

“แล้วไอ้เรียนสามคน จ่ายสองคนนี่อีก โรงเรียนอนุบาลนะคะ ไม่ใช่ซื้อของขายของ”

“คุณไม่รู้หรือไง สถิติประชากรไทยน่ะ ครอบครัวหนึ่งก็มีลูกกันแค่สองคนเท่านั้น ไม่มีใครเขามีลูกทีเดียวสามคนหรอก แฝดสามในประเทศไทยยังไม่ค่อยจะมีเลยด้วยซ้ำ” รีบออกตัว

“พอได้ยินว่า มีอะไรที่ลด แลก แจก แถม คนส่วนใหญ่ก็หูผึ่งสนใจกันทั้งนั้นแหละ แต่มีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ที่เราจะได้ใช้แพกเก็จอย่างนี้น่ะ”

นักธุรกิจอย่างเขา คงรู้เรื่องการตลาดเป็นอย่างดี เธอจะเชื่อเขาสักครั้งก็ได้

“แล้วก็เรื่องเรียนคอมพิวเตอร์ล่ะ ที่โรงเรียนฉันไม่มีหรอกนะคะ ถึงมีห้องคอมพิวเตอร์จริง ก็ไม่มีครูว่างจะมาสอนให้ และการทำห้องคอมพิวเตอร์ มันต้องใช้ทุนสูงมาก”

“ไม่มีก็ทำขึ้นมาสิไม่เห็นจะยาก เด็กสมัยนี้สองสามขวบก็รูดไอแพดกันเป็นแถวแล้ว นี่มันยุคสี่จี ประเทศไทย 4.0 แล้วนะครับ โรงเรียนคุณโน่นก็ไม่มี นี่ก็ไม่ได้ อะไรก็ติดขัดไปหมด เพราะมันล้าหลังอย่างนี้ไงเล่า ถึงไม่มีพ่อแม่ที่ไหน อยากพาลูกมาเรียนที่นี่” เขายังมีหน้ามาว่าอีก

“นี่...คุณวิศรุต นี่โรงเรียนของฉันนะคะ คุณชักจะก้าวก่ายเกินไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรกัน?”

ถามเขาอย่างโมโห ที่ปัดความผิดพ้นตัวไม่พอ แถมยังโยนมาให้เธอเสียอย่างนั้น

แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้ตอบ เสียงโครมที่ดังลั่นมาจากชั้นบน ก็หยุดการโต้เถียงของทั้งคู่ลงได้ แพรวพิชชาแหงนหน้ามองขึ้นไปมอง ก่อนจะตะโกนเรียกคุณยงยุทธ แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมา

หญิงสาวหน้าตาตื่น รีบวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นบนทันที

 

 

          “คุณตาคะ...คุณตา”

วิศรุตรีบพรวดพราดตามขึ้นมาชั้นบนด้วย พอแพรวพิชชาเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นคุณยงยุทธฟุบหมดสติอยู่กับพื้นห้อง ทั้งเขาและเธอตระหนกตกใจไม่น้อย

“คุณตาคะ...คุณตา” หญิงสาวถลาเข้าไปประคองร่างใหญ่ให้ลุกขึ้น

“ให้ผมดีกว่า” วิศรุตรีบเข้าไปช่วย “ท่านไม่หายใจแล้ว ดูเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นไป”

แพรวพิชชาช็อคทำอะไรไม่ถูก

“คุณรีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลด่วนเลย เร็วเข้าสิคุณ” หันไปบอกกับหญิงสาว

“ค่ะๆ” เธอรีบคำงกๆ เงิ่นๆ ด้วยความตกใจ จนทำอะไรไม่ถูก มองดูชายหนุ่มปั๊มหัวใจให้ผู้เป็นตาด้วยหัวใจสั่นไหวระทึก

วิศรุตหน้าดำคร่ำเคร่ง ในการปั๊มหัวใจอย่างจริงจัง เขามีสติและควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยมกระทั่งในอีกสิบห้านาทีต่อมา รถจากโรงพยาบาลก็มาถึง ชายหนุ่มจึงปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดูแลต่อ ส่วนตัวเขารีบไปยืนข้างๆ ปลอบใจหญิงสาวที่กำลังตระหนกตกใจ

“รถพยาบาลมารับแล้วคุณใจเย็นๆ นะ”

“คุณตาฉันเป็นอะไรคะ?” ถามเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาช่วยเหลืออาการเบื้องต้น

“ท่านมีโรคประจำตัวอะไรไหมครับ?”

“ไม่ค่ะ ท่านแข็งแรงดี ยังออกไปรดน้ำต้นไม้ทุกวัน”

“แล้วก่อนหน้าที่จะหมดสติไป มีอาการอะไรหรือเปล่า? อย่างหน้ามืด เวียนหัว หรือหายใจไม่ออก”

“เอ่อ...ท่านบ่นว่าร้อนอบอ้าวน่ะค่ะ”

“โอเคครับ เราต้องรีบพาคนป่วยไปโรงพยาบาลเป็นการด่วน เดี๋ยวญาติรีบตามไปนะครับ” เจ้าหน้าที่บอกกับเธอ ก่อนที่รถพยาบาลจะวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงไซเรนดังลั่นซอย

แพรวพิชชาทำอะไรไม่ถูก เพราะคุณยงยุทธไม่เคยเป็นอะไร ท่านออกจะแข็งแรงดีด้วยซ้ำ สุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพจิตก็ดี นั่นคือสิ่งที่เธอได้เห็น แต่จะว่าไปแล้ว แต่ละวันเธอใช้เวลาอยู่กับท่านน้อยมาก ตอนเช้าก่อนไปทำงาน และตอนค่ำหลังจากเลิกงานแล้ว

“รีบไปเถอะคุณ เดี๋ยวผมขับรถให้เอง” วิศรุตแตะที่ข้อศอกให้สติ แพรวพิชชานึกอะไรไม่ออกทั้งนั้น ปล่อยให้ชายหนุ่มประคองไปขึ้นรถของเขาที่จอดอยู่หน้าบ้าน

“ลุงคะ แพรวฝากบ้านด้วยนะคะ”

“รีบไปเถอะครับคุณหนู เดี๋ยวบ้านนี้ผมจะช่วยยายบานเย็นดูแลให้เอง” ลุงสมยศรีบรับคำให้คลายกังวล เธอจึงก้าวขึ้นรถยนต์ของวิศรุต รีบเร่งตามไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

 



ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น