[Pre-order] ชายาบัญชารัก (สนพ.เฟยฮุ่ย)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 65,074 Views

  • 275 Comments

  • 1,710 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    229

    Overall
    65,074

ตอนที่ 2 : ตกปลา (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 279 ครั้ง
    17 ก.พ. 62

หนึ่ง

 

           “คันเบ็ดได้แล้วเพคะองค์ชาย” แม่นมยื่นคันเบ็ดขนาดเล็กให้อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านพร้อมถังน้ำใบเล็ก เผื่อว่าองค์ชายน้อยตกได้ปลาขึ้นมาจะได้มีที่เก็บ

          เฉินลี่จูมองด้วยดวงตากลมใสแจ๋วอย่างสนุกสนานและไร้เดียงสา นางรีบไปเกาะชายเสื้ออวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน“ตกปา ตกปา!”

          “อื้อ เข้าใจแล้ว ลี่เอ๋อร์มาอยู่ข้างหลังข้ากับแม่นมนะ” อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านส่งเฉินลี่จูให้แม่นมรับไปอุ้ม จากนั้นจึงหยิบเหยื่อมาเกี่ยวกับเบ็ดแล้วเหวี่ยงลงไปในน้ำอย่างคล่องแคล่ว เด็กชายตัวน้อยรอปลากินเบ็ดอย่างอดทน จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งเค่อ สายเบ็ดก็เริ่มกระตุกน้อยๆ เป็นสัญญาณว่าปลานั้นได้กินเหยื่อแล้ว สองแขนเล็กพยายามดึงยื้ออยู่ครู่หนึ่ง โดยมีเฉินลี่จูกับแม่นมให้กำลังใจ เสียงร้องเรียกฟ่าน ฟ่าน ทำให้กำลังใจมาเป็นกอง อย่างไรเสียเขาจะไม่ยอมทรยศต่อเสียงเล็กๆ นั้นเป็นอันขาด

          ขณะที่มือน้อยพยายามสุดใจที่จะดึงเบ็ดเกี่ยวเจ้าปลาโชคร้ายขึ้นมา กลับมีเสียงระรื่นเจือหัวเราะของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง จนเจ้าปลานั้นตกใจหนีหลุดจากเบ็ดไปได้

          “องค์ชาย เฉินลี่จู ตกปลากันอยู่หรือ”...เจ้าของเสียงนั้นเป็นเฉินซื่อจิ่น

          “ป้อ...ป้อ” มือเล็กอ้วนป้อมโบกไปมาพร้อมร่างที่พยายามโผเข้าหา ทำให้เฉินซื่อจิ่นรีบเดินเข้ามาอุ้มแล้วกอดหอมยกใหญ่

          “หวางเย...” แม้จะนึกเสียดายที่ตกปลาไม่สำเร็จ แต่เขาก็หันมาค้อมศีรษะให้เฉินซื่อจิ่นอย่างเคารพ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาจึงพบว่าเฉินซื่อจิ่นให้ถาวเมิ่ง องครักษ์ส่วนพระองค์ถือคันเบ็ดกับถังเปล่าตามหลังมาด้วย...

“เห็นท่านตกปลาท่าทางน่าสนุก ข้าจึงอยากมาร่วมสนุกด้วย หวังว่าองค์ชายคงไม่ขัดข้อง” เฉินซื่อจิ่นใช้คำสุภาพกับเขาอย่างตั้งใจประชดประชัน จนหยางหมี่เฟิงต้องแอบหยิกเอวสอบไปทีหนึ่ง

“รังแกกระทั่งเด็ก ท่านรู้จักอายหรือไม่ นางกระซิบถามเสียงแข็ง

“ข้าไม่ได้แกล้ง แค่อยากรู้ว่า ว่าที่ลูกเขยตัวน้อยของเราจะเก่งกล้าเพียงไหนเท่านั้น” เขายิ้มระรื่นตาใส ก่อนหันไปทางอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน “ว่าอย่างไร ข้าตกปลาร่วมกับท่านได้หรือไม่

องค์ชายน้อยตามความเจ้าเล่ห์ของเฉินซื่อจิ่นไม่ทัน ได้แต่ฉีกยิ้มกว้างอย่างนึกสนุก หาได้เข้าใจ “เชิญหวางเย”

เฉินซื่อจิ่นตรงเข้าไปนั่งข้างๆ อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านรับคันเบ็ดที่ถาวเมิ่งส่งให้แล้วเอ่ย “จะตกปลาเฉยๆ คงไม่สนุก...เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ เรามาแข่งกัน ใครตกปลาแล้วทำให้เฉินลี่จูพอใจมากที่สุดเป็นผู้ชนะ”

แม้จะงุนงงอยู่บ้างว่าเหตุใดกติกาจึงประหลาดนัก แต่อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านก็พยักหน้ารับโดยดี

หยางหมี่เฟิงที่เดินมาอุ้มเฉินลี่จูแทนเฉินซื่อจิ่นได้แต่ส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ สวามีของนางอายุจวนเจียนจะสามสิบอยู่แล้วยังจะหาเรื่องแกล้งองค์ชายน้อยเป็นเด็กๆ อีก นิสัยอย่างเดียวนี้ของเขาที่นางไม่รู้จะรับมือเช่นไร

แล้วหนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่ก็รีบจับจองทำเลสำหรับตกปลาทันที เฉินซื่อจิ่นเหลือบมองร่างเล็กด้วยรู้สึกเป็นต่ออยู่มาก เพราะร่างเล็กนั้นมีแรงแค่ถือเบ็ดสั้นๆ ที่ระยะเลยริมตลิ่งไปไม่กี่ชุ่น ระยะเท่านี้จะมีเพียงลูกปลาเท่านั้น...ลูกปลาหรือปลาตัวเล็กเช่นนี้ย่อมไม่อาจเรียกความสนใจจากเฉินลี่จูได้อย่างแน่นอน

เฉินลี่จูเห็นปลาน้อยใหญ่ผลัดกันเข้าไปอยู่ในถังที่อยู่ข้างบิดาก็ปรบไม้ปรบมือชอบใจใหญ่ “ป้อ...ป้อ...เก่ง”

ได้ยินเช่นนั้นไต้หวางหนุ่มก็ดีใจจนตัวแทบลอยพลางเหลือบมองร่างเล็กของอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านที่ยังรอปลากินเบ็ดอย่างใจจดจ่ออีกครั้ง… เจ้าหนูน้อย จะมาแข่งกับข้ายังเร็วไปหมื่นปี!

หวงโฮ่วทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้นก็อดสงสารองค์ชายน้อยมิได้ เฉินไต้หวางก็ช่างกระไร รังแกเด็กน้อยเกินไปแล้ว “อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน ถ้าตกไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะลูก”

องค์ชายตัวน้อยไม่ได้ทูลตอบหรือแสดงความท้อใจต่อหน้าหวงโฮ่ว เขายังคงรอจนกระทั่งสายเบ็ดกระตุกถี่แสดงให้เห็นว่าปลากินเบ็ดแล้ว “กินเบ็ดแล้ว!” อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านร้องออกมาคำหนึ่ง ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจท่านหญิงน้อยได้ เฉินลี่จูดิ้นลงจากอ้อมแขนมารดา วิ่งมาเกาะชายเสื้ออวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านด้วยท่าทางตื่นเต้น

“ปา...ปาใหญ่!”

องค์ชายน้อยวัยห้าพรรษากับปลาในสระยื้อยุดกันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดองค์ชายก็ดึงเบ็ดอย่างแรงจนร่างน้อยหงายหลัง ปลาหลีหวีตัวใหญ่ถูกแรงกระชากจนกระเด็นขึ้นมาแล้วลงไปดิ้นพราดๆ อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านหน้าแดงก่ำเมื่อรู้ว่าตนล้มหงายหลังแล้วทับร่างเฉินลี่จูเข้าเต็มๆ!

“เฉินลี่จู!” เฉินซื่อจิ่นเบิกตากว้างเมื่อเห็นบุรุษโฉดช้าล้มทับบุตรีที่รัก แต่เฉินลี่จูหาได้ส่งเสียงร้องเจ็บปวด นางเพียงดิ้นขลุกขลักแล้วรีบลุกไปหาปลาหลีหวีที่ดิ้นกระแด่ว สองมือเล็กยื่นไปกอบตัวปลา กึ่งลากกึ่งดึงมันไปใส่ไว้ในถังของอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน

นางมองอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านแล้วกางแขนออกกว้างพลางส่งเสียงชอบใจ “ปา...หย่าย” จากนั้นก็หันไปหาบิดาแล้วชี้ที่ถังไม้ “ปา...เล็ก”

เฉินซื่อจิ่นให้รู้สึกราวกับถูกห้าม้าแยกร่าง แข้งขาอ่อนแรงและใบหน้าชา

“แหม...หลีหวีตัวใหญ่เสียด้วย องค์ชายเก่งมากเลยเพคะ” หยางหมี่เฟิงเอ่ยแล้วส่งรอยยิ้มงดงามให้ จากนั้นก็ปรายตาไปยังสวามี “ไม่เหมือนผู้ใหญ่บางคน...”

“ฟ่าน...หย่าย...ฟ่าน...เก่ง” เฉินลี่จูยกนิ้วโป้งให้ตามที่พระมารดาเคยสอน

เฉินซื่อจิ่นร้อนผ่าวริมขอบตา ทนไม่ไหวถึงกับปาคันเบ็ดในมือทิ้งแล้วเดินกลับเข้าเรือนทันที

หวงโฮ่วแย้มพระสรวลเมื่อเห็นไต้หวางเดินกระฟัดกระเฟียดไปเช่นนั้น พระนางหันไปถามหยางหมี่เฟิง “หวางเฟยจะไม่ตามไปดูหน่อยหรือ น้อยใจใหญ่โตแล้วนั่น”

“ช่างเถอะเพคะ ผู้ใหญ่รังแกเด็กเช่นนี้หม่อมฉันเองก็ไม่อยากเสวนาด้วย” นางตอบแล้วบอกกับเด็กๆ “แม่ว่าเราเอาหลีหวีนี้ไปต้มน้ำแกงเป็นมื้อกลางวันกันเถอะ”

“แกงปา!” เฉินลี่จูน้อยกระโดดไปมา หาได้สนใจเสด็จพ่อที่งอนหนีไปแล้วไม่

หยางหมี่เฟิงหัวเราะน้อยๆ “แม่ว่าเฉินลี่จูกับองค์ชายไปอาบน้ำกันก่อนดีหรือไม่ ดูสิ ตัวเปียกกันไปหมดแล้ว”

“อับนั้ม!” เฉินลี่จูน้อยส่งเสียงดังพลางหันไปหาอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน “ฟ่าน...อับ...นั้ม!”

หยางหวางเฟยเห็นดังนั้นจึงหันไปหาแม่นมของเฉินลี่จู “แม่นม ช่วยพาเฉินลี่จูกับองค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านไปหาเสี่ยวหลันทีนะ” เสี่ยวหลันที่นางพูดถึงคือหญิงสาวที่เป็นศิษย์น้องของเฉินซื่อจิ่น

“หลันหลัน” เฉินลี่จูดึงเสื้ออวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน โถมตัวลากอีกฝ่ายตามแม่นมไปโดยไม่ถามเขาสักคำว่าต้องการไปด้วยหรือไม่

หยางหมี่เฟิงได้แต่มองเด็กน้อยทั้งสองอย่างนึกเอ็นดู ไม่น่าเชื่อว่าเพียงพบหน้ากันไม่นาน ทั้งคู่จะสนิทสนมกันรวดเร็วเพียงนี้ สำหรับตัวนางเองนั้น นับตั้งแต่ได้รับราชโองการก็เริ่มทำใจไว้แล้วว่าสักวัน ลี่จูน้อยของนางต้องจากนางไปไกลแสนไกล...จะเหลือก็เพียงแค่เฉินซื่อจิ่นที่ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะทำใจได้

บางที องค์ชายคงต้องใช้เวลาจากนี้อีกหลายปีจึงจะทำให้เฉินซื่อจิ่นเชื่อได้ว่า เขานั้นมีความสามารถและความจริงใจที่จะดูแลเฉินลี่จูไปชั่วชีวิต

 

“นี่ ทโมนน้อยสองตัวนี้นี่ อยู่นิ่งๆ สิ ข้าเปียกไปหมดแล้วนะ” เสี่ยวหลันที่ถูกเฉินลี่จูวักน้ำใส่จนเปียกปอนไปหมดร้องโวยวายขณะพยายามเอาผ้าถูให้ร่างน้อยทั้งสอง แต่เด็กก็ยังเป็นเด็ก แม้จะสูงศักดิ์เหนือผู้ใดก็ยังชื่นชอบการเล่นน้ำเช่นเด็กทั่วไป

อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านเองก็เริ่มสนุกไปกับการเล่นกับเฉินลี่จู เขาเริ่มวักน้ำใส่นางที่ส่งเสียงหวีดร้องโต้ตอบอย่างสนุกสนาน ส่วนเสี่ยวหลันก็พยายามใช้กระบวยชะล้างตัวให้เด็กทั้งสอง สถานการณ์แลดูวุ่นวายเหลือจะกล่าว

“องค์ชายเพคะ อย่าเพิ่งวิ่งสิเพคะ เดี๋ยวลื่น!” แม่นมที่วิ่งตามได้ราวห้ารอบหยุดหอบหายใจเพราะวิ่งตามไม่ไหว นางร้องอย่างใจหายใจคว่ำ แต่ทั้งสองหาได้ฟังไม่ ยังมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือและวิ่งไล่กันจนเสี่ยวหลันต้องมาช่วยแม่นมล้อมหน้าล้อมหลังพร้อมผ้าเช็ดตัว เฉินลี่จูน้อยหัวเราะขณะวิ่งไปหาเสี่ยวหลัน ผ้าขาวหอมกรุ่นโอบพันรอบกาย ร่างน้อยถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปมา

“ลี่เอ๋อร์คนดี อาบน้ำตัวหอมแล้วก็ไปสวมเสื้อผ้ากันดีกว่านะ”

ร่างเล็กพยักหน้าหงึกๆ เสี่ยวหลันจึงอุ้มห่อขนมจ่างก้อนขาวไว้แนบอกพาเดินไปที่หีบเสื้อผ้าเพื่อให้เฉินลี่จูชี้ว่าจะเลือกสวมตัวใดดี แต่เฉินลี่จูน้อยกลับเห็นเป็นเรื่องสนุก ดิ้นออกจากอ้อมกอดแล้วปีนเข้าไปนั่งในหีบ ก่อนจะกลิ้งตัวลงกับแพรพรรณล้ำค่า ส่วนอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านนั้น หวงโฮ่วมีรับสั่งให้นำชุดมาจากตำหนักเจี่ยวเฟิงเพื่อเปลี่ยนให้ใหม่ เป็นชุดผ้าไหมสีขาวไข่มุกปักลายนกเป็ดน้ำ ดูเรียบร้อยและดูดีสมวัย

แม่นมสวมอาภรณ์แล้วหวีผมให้อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านใหม่ ผมหยักศกมัดรวบครึ่งศีรษะผูกไว้ด้วยผ้าสีทองเล็กๆ ส่วนเฉินลี่จูนั้นเลือกชุดกระโปรงตานสีขาวขลิบสาบเสื้อและชายแขนเสื้อด้วยสีแดง จากนั้นก็มัดรวบผมเป็นมวยสองข้าง แล้วประดับด้วยสายมุก ดูงดงามน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน

“ฟ่าน...ฟ่าน” เฉินลี่จูรีบวิ่งออกจากห้องทันทีที่เสี่ยวหลันแต่งตัวให้เสร็จแล้ว

“ลี่เอ๋อร์” อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านยิ้มให้ เขาคิดว่าคราวนี้นางแต่งตัวได้น่ารักกว่าเมื่อครู่เสียอีก

“ฟ่าน...สวย” นางยิ้มกว้างขณะเอ่ยบอก เนื่องจากมารดายังไม่สอนคำว่าหล่อหรือรูปงาม นางจึงบอกได้เพียงว่าพี่ฟ่านของนางสวยแทน

อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านหัวเราะเขิน เขาไม่เคยถูกชมแล้วภูมิใจเช่นนี้มาก่อน

“จะว่าไปก็ลืมทักไปเลย เจ้าเป็นคู่หมั้นของลี่เอ๋อร์ใช่หรือไม่ เสี่ยวหลันเท้าเอวเล็กน้อยพลางจ้องเด็กชายตรงหน้า

“คู่หมั้น?” อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านกลับทำหน้าคล้ายไม่เข้าใจ

“ยังไม่รู้หรือนี่...” เสี่ยวหลันเปรยเบาๆ แถมดูท่าทางยิ่งอธิบายคงจะยิ่งไม่เข้าใจเพราะเล็กเกินไปด้วย “เอาเถอะ เอาเป็นว่ายินดีที่ได้รู้จักนะ อาฟ่าน”

อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านเพียงพยักหน้า สายตาที่มองมาคล้ายกับจะถามว่า แล้วนางเล่าเป็นใคร ถึงได้กล้าเรียกเขาว่าอาฟ่าน นามแท้จริงของเขานั้นมิใช่ผู้ใดจะเรียกขานอย่างสนิทชิดเชื้อเช่นนี้ได้

“ข้าชื่อเสี่ยวหลัน เป็นน้องสาวของไต้หวางเฉินซื่อจิ่น” นางยิ้มและบอก แต่ก็พบว่าสายตาของอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านดูงุนงงยิ่งกว่าเดิม สำหรับเขาแล้ว ตั้งแต่มาอยู่ที่พระราชวังเว่ยหยาง เขาก็ถูกสั่งให้จดจำรายนามและความสัมพันธ์ของเชื้อพระวงศ์แต่ละพระองค์ สำหรับไต้หวาง เขาจำได้ว่าพระองค์เป็นพระโอรสโทนของไต้หวางองค์ก่อน...เหตุใดนางจึงกล่าวอ้างว่าตนเป็นน้องสาว!

“เอ้า! เลิกทำคิ้วขมวดปมเถอะ ไปกินข้าวกันดีกว่า” เสี่ยวหลันขี้เกียจจะอธิบายจึงรุนหลังอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านกับเฉินลี่จูให้เดินไปยังตำหนักที่มีอาหารกลางวันรออยู่

เมื่อสองสตรีสองเด็กน้อยก้าวเดินมาถึงสะพานจำลองกลางสวน สุนัขใหญ่ตัวหนึ่งก็วิ่งตรงมาทางพวกเขาพร้อมเสียงเห่าคำรามปานฟ้าผ่า...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 279 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #243 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 01:24
    สงสารฟ่านนะยังเล็กแท้ๆเลย
    #243
    0
  2. #63 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:28
    คุณพ่อนี่นะ หวงลูกเข้ากระเเสเลือดเลย สงสารอาฟ่าน ก็โดนบังคับมาเหมือนกันเเถมต้องจากพ่อเเม่มาด้วยอายุเพียงเท่านี้ เพื่อการแก้เผ็ดของฮ่องเต้
    #63
    0
  3. #15 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 15:41
    สุนัขมาจากไหน อันตรายแล้ว
    #15
    0
  4. #14 Real_pibtee (@parbseuk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 21:01
    น่ารักมากๆเลย
    #14
    0
  5. #12 Jewelry77 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 21:45
    น่ารัก
    #12
    0
  6. #11 benben (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 12:55
    น่ารักไปอีก อาฟ่าน
    #11
    0