END || Time's up เวลา (เจ้าชู้) ของคุณหมดแล้วล่ะ!

ตอนที่ 4 : Chapter 03 ll ผู้ที่ถูกเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    7 ก.ย. 61






3





“อ้าว พี่เนลสวัสดีค่ะ” นิ้งยิ้มกว้างทักทายฉันพลางขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปเก็บในบ้านโดยไม่ลืมโค้งศีรษะสวัสดีพี่น้ำป่าด้วย และนั่นทำให้พี่น้ำป่าถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งใจ เขาหันไปยิ้มให้นิ้งครั้งหนึ่งก่อนจะหันมามองหน้าฉันด้วยแววตาที่อ่อนลง


“พี่ก็นึกว่าเนลอยู่กับพวกผู้ชาย...เห็นไอ้เมฆเคยบอกว่าไม่อยากให้ผู้หญิงเข้ามาพัก และเท่าที่จำได้ ตอนนั้นเนลเป็นผู้หญิงคนเดียวที่มาพักที่นี่ไม่ใช่เหรอ” พี่น้ำป่าบอกจนฉันยิ้มแหย


สรุปว่าเรื่องเมื่อปีที่แล้วนี่มันดังจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย!


“ก็ใช่ แต่ตอนนี้พี่เมฆให้คนอื่นมาเช่าด้วยแล้วอะ”


“แล้วมีใครเช่าบ้าง ผู้ชายเยอะไหม?” เขาถามต่อแทบจะทันควัน


“ไม่อะ มีผู้ชายสี่คน คือพี่เมฆ, พี่ซีน, กุก คนที่พี่เห็นเมื่อกี้, แล้วก็เด็กม.6 ชื่อมาร์ค ส่วนผู้หญิงอีกสี่คนก็มีหนู มีนิ้ง น้องคนเมื่อกี้ แล้วก็ผิงผิงกับเจ๋ เป็นปีหนึ่งสามคนเลย ยกเว้นหนูที่อยู่ปีสองคนเดียว ถ้าพี่จะมาเช่าอยู่ด้วยก็ไม่ได้หรอกนะ ที่นี่มีแค่แปดห้องแล้วก็เต็มทุกห้องแล้วด้วย”


“พี่เนล นี่ใครอะคะ คนที่จะมาเช่าบ้านเหรอ หล่อจัง” มือบางของนิ้งสะกิดแล้วกระซิบกระซาบถามฉันอย่างกระตือรือร้น ฉันเหลือบมองหน้าพี่น้ำป่าที่กำลังยืนมองหน้าฉันราวกับตัวเขาเองก็รอยคอยคำตอบอยู่เหมือนกัน แล้วฉันก็ไหวไหล่ตอบออกไปตามตรง


“เปล่า เขาเป็นแฟนพี่เอง ชื่อพี่น้ำป่า”


“เอ๋?”


“อยู่ปีสามเป็นเพื่อนไอ้พี่เมฆน่ะ” ฉันขยายความ


“นี่พี่เมฆหาแฟนให้พี่เนลได้จริงๆเหรอคะ นิ้งไม่อยากจะเชื่อเลย นึกว่าโพสต์กันเล่นๆ ซะอีก” น้องนิ้งหน้าเหวอ ก่อนเจ้าตัวจะหันไปมองหน้าพี่น้ำป่าแล้วยื่นมือออกไปตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มน่ารัก


“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่น้ำป่า”


“เอ่อ ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” พี่น้ำป่ายื่นมือมาสัมผัสกับนิ้ง เพียงเท่านั้นดวงตากลมโตก็เบิกกว้างแล้วนิ่งงันไปจนพี่น้ำป่าหันมามองหน้าฉันอย่างุนงง แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรนิ้งก็รีบดึงมือออกพร้อมมองหน้าเจ้าของมือหนาด้วยแววตาประหลาด


“นิ้งว่า นิ้งเข้าบ้านก่อนดีกว่า มีงานต้องทำอีกเยอะแยะเลย ขอโทษด้วยนะคะ” นิ้งพูดรัวยาวแบบแทบไม่หายใจ พอพูดจบเจ้าตัวก็หันหลังก้าวพรวดๆ เข้าไปในบ้าน ปล่อยฉันหันไปมองพี่น้ำป่าก่อนจะก้มหัวลงอีกครั้ง


“ยังไงก็ขอบคุณมากนะพี่ที่มาส่งอะ เดี๋ยวหนูเข้าบ้านก่อนก็แล้วกัน พี่จะไปไหนก็ไปเหอะ”


“เนลไล่พี่เหรอ” ร่างสูงทำหน้ามุ่ย


“เปล่า ไม่ได้ไล่ หนูแค่จะเข้าบ้าน หรือพี่จะให้หนูยืนอยู่หน้าบ้านจ้องตากับพี่เหรอ?”


“งั้นเดี๋ยวคุยกันในนี้ก็แล้วกันนะเนล” พี่น้ำป่ายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาชี้ ฉันนิ่งไปสักพักแล้วพยักหน้ารับ ก่อนพาร่างบางของตัวเองเดินเข้าไปในบ้าน แต่ก่อนเท้าจะแตะตัวบ้านฉันก็นึกเรื่องสำคัญออกจนต้องรีบวิ่งกลับออกไปที่ประตูรั้วอีกครั้ง ทว่าพี่น้ำป่าออกรถไปแล้ว ฉันก็เลยไม่ได้บอกเลยว่าถ้าโทรมา แล้วฉันไม่ได้รับล่ะก็ฉันหลับนะ


แต่เอาเถอะ บอกไม่ทัน งั้นช่างมันละกัน


.

.

.

.

.


“พี่เนล!” นิ้งร้องเรียกฉันเสียงหลงจนฉันที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาในตัวบ้านชะงัก เธอพุ่งตัวออกมาจากโซฟาในห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่ทางขวามือด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนจนฉันอดถามออกไปไม่ได้เพราะดูเหมือนว่านิ้งจะรอคุยอะไรสักอย่างกับฉันได้สักพักแล้ว


“มีอะไรเหรอนิ้ง”


“ผู้ชายคนเมื่อกี้แฟนพี่จริงๆ เหรอ ถ้าใช่พี่เนลก็ต้องระวังเขาไว้เลยนะ เขาเจ้าชู้มาก!” นิ้งขมวดคิ้วมุ่น ดวงตากลมโตของอีกฝ่ายฉายแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันเรียกความสนใจจากฉันสุดๆ ไปเลย


“ยังไงเหรอ”


“ก็เมื่อกี้ตอนนี้จับตัวเขา นิ้งเห็นเขาควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเป็นสิบคนเลยอะ!” ฉันนิ่งไปกับคำที่ได้ยิน สองตาจ้องมองหน้านิ้งอีกครั้ง และเมื่อเห็นว่านิ้งมีท่าทางจริงจังฉันก็พยักหน้ารับ


แต่ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ถ้าเขาเจ้าชู้จนฉันทนไม่ไหวก็แค่เลิกๆ ไปก็จบ


“พี่ต้องระวังตัวดีๆ นะพี่เนล!” นิ้งเขย่าแขนฉันอย่าจริงจังเมื่อฉันนิ่งไป จนฉันต้องพยักหน้าแล้วยิ้มรับความเป็นห่วงนั้นด้วยความเต็มใจ


บางทีที่เขาจีบฉันอาจจะเป็นมารยาประเภทหนึ่งของผู้ชายก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงจะต้องระวังไว้ เพราะถ้านิ้งบอกว่านิ้งเห็นแบบนั้น ก็แปลว่าพี่น้ำป่าเป็นแบบนั้นจริงๆ


นิ้งไม่เคยอ่านอดีตใครพลาด


รู้ได้ไงน่ะเหรอ?


ตอนแรกฉันก็ไม่รู้หรอก เพราะตอนที่นิ้งเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ๆ เธอน่ารักจะตาย เราเผลอชนกันครั้งนึง ตอนฉันไปช่วยนิ้งขนของเข้าห้อง หลังจากนั้นก็ดูเธอจะชอบจับตัวฉันเสียเหลือเกิน จับจนฉันแทบอยากจะตัดแขนตัดขายกไปให้ลูบๆ คลำๆ เล่นไปเลย จนกระทั่งวันหนึ่งนิ้งถามขึ้นมาอย่างสงสัยระหว่างที่กำลังจับแขนฉันตอนดูหนังอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ฉันถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเธอคนนี้ก็ไม่ปกติเหมือนกัน ก็อยู่ๆ เล่นถามขึ้นมาว่า


“ทำไมนิ้งไม่เห็นอดีตพี่เนลล่ะ”


ถ้าจะไม่ให้ฉันงงก็คงจะยากละ พอเห็นฉันงง นิ้งก็อธิบายว่าปกติถ้าจับตัวใครก็ตามเธอจะเห็นอดีตของคนๆนั้น แต่ไม่ว่าจะจับยังไงเธอก็ไม่เห็นอดีตของฉัน เลยอดสงสัยไม่ได้


ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งอึ้งเป็นหุ่นอยู่ตรงนั้น ตอนแรกฉันก็ไม่อยากจะเชื่อหรอก แต่พอคิดได้ว่าขนาดไอ้พี่เมฆยังหยุดเวลาได้ แถมกุกก็คุมเวลาได้ ถ้าจะมีใครสามารถเห็นอดีตคนอื่นได้เพียงแค่แตะตัวด้วยอีกคนมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว


พอนิ้งเห็นว่าฉันเชื่อก็ดูเธอจะประหลาดใจมาก ว่าทำไมถึงเชื่อทั้งๆ ที่เธอเล่าให้คนอื่นฟังก็ไม่มีใครเชื่อเธอสักคน ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง แล้วถามไปหน้าซื่อๆ ว่า 


“แล้วนิ้งก็โกหกพี่เหรอ”


ตอนนั้นนิ้งตกใจ และรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน จนเลิกถามไปในที่สุดเลยล่ะ ยิ่งช่วงหลังๆบางครั้งนิ้งเผลอพูดอดีตของคนอื่นแล้วเจ้าตัวตกใจว่ารู้ได้ยังไงฉันก็ยิ่งมั่นใจ


ว่าบ้านหลังนี้มีแต่คนประหลาดเต็มไปหมดเลย!


.

.

.

.

.


NAMPHAR TALKS >>>


“ไปไหนมาวะไอ้ป่า” ซันถามขึ้นมาแบบไม่ละสายตาไปจากเกมในโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ผมเดินกลับมานั่งที่ม้านั่งหินอ่อนที่เจอสเนลอีกครั้ง หลังจากขับรถกลับมาที่มหาวิทยาลัยเพราะมีเรียนอีกทีตอนบ่ายสองครึ่ง


“ไปส่งแฟน” ผมตอบกลับพร้อมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แล้วล้วงมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงมาเขี่ยดูรูปสเนลที่ผมแอบส่งเข้าเครื่องตัวเอง (แล้วลบประวัติการส่งในเครื่องเนลทิ้ง) ไปมาอย่างอารมณ์ดี


ใบหน้ารูปไข่ขาวใส คิ้วเรียว นัยน์ตาหวานมองกล้องอย่างอารมณ์ดี โดยมีนิ้วชี้ไปยังของกินในมืออย่างภูมิใจนำเสนอ


ทำไมน่ารักจังวะ


ที่สำคัญในรูปว่าน่ารักแล้วตัวจริงน่ารักกว่าอีก!!


“ส่งแฟน อะไรแฟน? มึงมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่? เมื่อวานมึงเพิ่งกลับไปกับน้องนุ๊กไม่ใช่เหรอไง หรือน้องเขาลีลาดีมากมึงเลยหลงหัวปักหัวปำ จับมาทำแฟนวะ?” ไอ้ซันหันมาถามผมอย่างประหลาดใจ


“น้องนุ๊กไรของมึง แฟนกูชื่อสเนล อย่าพูดมั่วๆ กูเสียหาย” ผมเหล่มองซันที่กลอกตาไปมาก่อนเจ้าตัวจะหันมาถามอย่างสงสัย


“รุ่นน้องไอ้เมฆที่น่ารักๆแต่ซุ่มซ่ามอะเหรอ?”


“ซุ่มซ่าม?”


“เออ ก็ปีที่แล้วอยู่ๆ ก็เดินสะดุดตรงลานเกียร์จนหัวเข่าแตกอะ เขาก็รอดูกันอยู่ว่าน้องเขากับไอ้เมฆจะเป็นแฟนกันเมื่อไหร่ แล้วทำไมมึงไปเป็นแฟนน้องเขาได้วะ” ซันยังคงขมวดคิ้วอย่างสงสัย และรอบนี้ทำเอาผมขมวดคิ้วบ้าง


ลานเกียร์มหาวิทยาลัยผมนี่แม่งโคตรเรียบเลยนะ ไปสะดุดอีท่าไหนถึงหัวเข่าแตกได้วะ


แล้วไอ้สะดุดลานเกียร์เนี่ย ยังพอเข้าใจว่ามันเป็นตำนานว่าถ้าสะดุดลานเกียร์จะได้แฟนเป็นเด็กวิศวะ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงไปคิดว่าเมฆกับเนลจะต้องเป็นแฟนกัน?


สงสัยต้องพาเนลมาเปิดตัวที่นี่บ่อยๆ ให้รู้กันไปเลยว่านี่แฟนใคร!


“แล้วทำไมจะเป็นไม่ได้วะ ก็เนลชอบกูก็ต้องเป็นแฟนกูดิ” ผมย้อนกลับไปอย่างเริ่มจะไม่พอใจ ก่อนซันจะทำหน้าตาเหมือนเห็นโดเรม่อนไปเต้นโคโยตี้ในบาร์เกย์ มันเหลือกตากว้างมองหน้าผม


“มึงเอาอะไรมามั่นใจว่าเขาชอบมึงครับเพื่อน!


“ก็กูหล่อ น้องเขาคงจำได้ว่ากูทักไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์วันเกิดก็เลยจงใจเดินมาทักกูไง” ผมยกยิ้มขึ้นมาบางๆ อีกครั้ง พอนึกถึงเรื่องนี้แล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันทีเลย


คนเชียร์ไอ้เมฆแล้วไง


คนที่เนลชอบอ่ะมันผมเฟ้ย!



“อ้าว น้ำป่า ไอ้เนลอะ” เสียงทักทายของไอ้เมฆทำให้ผมเงยหน้ามองเจ้าของเสียงแทบจะพร้อมๆ กับไอ้ซันที่บ่นงึมงำว่าเมฆช่างตายยากจริงๆ พูดถึงปุ๊บก็โผล่มาปั๊บ


แต่คือเนลเลือกผมว่ะ ฮ่าๆๆๆ


“กลับไปแล้ว” ผมตอบกลับไปแบบหุบยิ้มตัวเองไม่ได้ รู้สึกเหนือกว่าจนต้องยักคิ้วตอบกลับไป


“อ่อ เออ แล้วนี่แกเป็นอะไรของแกวะ ยิ้มอยู่นั่นแหละ” เมฆมองหน้าผมอย่างสงสัย ทว่าผมก็ไหวไหล่แต่ไม่ตอบ ซ้ำยังถามกลับไปแทน เพราะอยากจะรู้จักสเนลให้มากขึ้น


อีกนัยนึงก็เพื่อประกาศศักดาด้วย


“ปกติเนลเป็นคนยังไงเหรอ” ผมถามพลางหัวเราะหึหึในลำคอ


สงสัยสิ ถามสิ ว่าผมจะอยากรู้จักไปทำไม!


“ไอ้เนลเหรอ มันชอบพูดอะไรตรงๆ น่ะ แต่เป็นคนง่ายๆ แบบยังไงก็ได้อะ...” เมฆยืนคิดสักพักก่อนจะบอกออกมาจนผมขยับยิ้มมากกว่าเดิม ทว่าอีกฝ่ายกลับทำให้ผมไม่คาดฝันด้วยการคว้าคอผมไปกระซิบบอกอย่างมีลับลมคมในท่าทางมันดูเจ้าเล่ห์จนผมงง


“ถามทำไมวะ? หรือว่าชอบมันเหรอ ติดต่อให้ได้นะ” ผมหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินพ่อสื่อใจดีเอ่ยปากถาม


“ขอบใจ แต่ไม่เป็นไร เรื่องนี้ฉันจัดการเองได้...” ผมยักคิ้วบอก สายตาพลันเหลือบไปเห็นไอ้แฟรงค์กวักมือเรียกให้เดินไปเรียนได้แล้ว ผมจึงหันไปตบไหล่เมฆอีกสองสามที แล้วย้ำเสียงหนักเพื่อประกาศศักดาให้รู้ว่าใครเป็นใคร


“แล้วอีกอย่างอย่าเที่ยวไปเสนอว่าจะติดต่อ แฟนฉัน’ ให้ใครอีกนะ”


“เฮ้ย!!


.

.

.

.

.


SNAIL TALKS >>>


“เนล!” เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้ฉันที่กำลังนั่งยองๆถอนหญ้าอยู่ในบริเวณสนามหญ้าเล็กๆหน้าบ้านขณะกำลังคิดอะไรเพลินๆ เงยหน้าขึ้นไปมองต้นเสียงที่โผล่พรวดมายืนอยู่ข้างๆ ด้วยความงุนงง


มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?


“หน้าที่ถอนหญ้าหน้าบ้านมันของหนูนะ พี่เมฆยกให้แล้ว” ฉันบอกพลางดึงหญ้าที่ขึ้นมาแย่งอาหารไม้ดอกที่ปลูกรอบสวนแล้วโยนลงถุงดำที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะเช็ดเหงื่อที่ไรผมออกด้วยแขนเสื้อนักศึกษาตัวเองอย่างไม่กลัวว่าเสื้อจะดำ


ดีนะ ตอนเย็นๆ แดดไม่เปรี้ยง ไม่อย่างนั้นฉันได้กลายเป็นหอยทากย่างแน่


“ไม่ใช่เรื่องนั้น” พี่เมฆถอนหายใจออกมา คิ้วเรียวขมวดมุ่นจนฉันต้องปัดมือเอาเศษดินออกแล้วลุกขึ้นยืนประชันหน้ากับไอ้พี่เมฆที่กำลังทำหน้าเครียด


“แล้วพี่มาขัดจังหวะการถอนหญ้าหนูทำไมอะ” ฉันเลิกคิ้วขึ้นแล้วหยุดทำกิจกรรมโปรดยามว่างของตัวเองในทันที


คือ เวลาหงุดหงิดแล้วฉันอยากทำลายข้าวของอะ แต่จะไปเขวี้ยงปาข้าวของ หรือไปลงไม้ลงมือกับใครฉันว่ามันก็จะดูงี่เง่าไปสักนิด สุดท้ายก็เลยมานั่งถอนหญ้าหน้าบ้านเป็นการระบายอารมณ์ แต่พอทำบ่อยๆแล้วมันสนุกดี ฉันก็เลยติด เวลาคิดอะไรเพลินๆ ฉันก็เลยจะออกมานั่งถอนหญ้าด้วยเหมือนกัน พอพี่เมฆเห็นฉันชอบทำ เขาก็ยกหน้าที่กำจัดวัชพืชให้ฉันไปเลย


นี่ฉันกะว่าถ้าไม่เหลือให้ถอนฉันจะเปลี่ยนไปแต่งกิ่งไม้ต่อด้วยนะ!


“เนลเป็นแฟนกับน้ำป่าตั้งแต่เมื่อไหร่?” เสียงของพี่น้ำป่าดึงฉันให้ออกมาอยู่กับความเป็นจริงตรงหน้าอีกครั้ง


“เมื่อตอนกลางวันนี่แหละ”


“แล้วคุยกับมันมานานแล้วเหรอ?” พี่เมฆถามต่อ เขาดูประหลาดใจมากจนฉันเผลอขยับยิ้มขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ พลางจ้องหน้าไอ้พี่เมฆเพื่อสังเกตปฏิกิริยาต่อไปที่ตัวเองจะได้เห็น


“เปล่า เพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ตอนหนูเอาของไปให้พี่เมื่อกลางวันนี้น่ะ”


พี่เมฆยืนนิ่งงันไป ดวงตาเบิกกว้างจนฉันหัวเราะร่วนกับการเห็นคนที่ชอบใช้งานฉันอึ้งแบบนานๆ ครั้งจะได้เห็น ก่อนมือหนาจะยื่นมาผลักหัวฉันที่ยังไม่ทันได้ตั้งหลักเพราะมัวแต่หัวเราะเบาๆ จนเกือบหน้าทิ่ม


“เพิ่งเจอกันก็คบแล้วหรือไง เนลรู้นิสัยมันแล้วเหรอ”


“โอ๊ย คบๆกันไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละพี่ จะทำอะไรให้มันยุ่งยากทำไมล่ะ” ฉันบ่นกระปอดกระแปดพลางคลำหัวตัวเองอย่างเซ็งๆ


เขาควรจะให้ฉันตั้งหลักได้สักนิดนะ นี่ดีนะว่าฉันออกมาถอนหญ้าไม่ใช่ใส่ปุ๋ยคอก ไม่งั้นคงได้มีหอยทากจมกองขี้อยู่แถวนี้ล่ะ


“พี่ว่าเนลตกลงคบเลยทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันมันก็ง่ายไปนะ”


“ก็หนูเคยบอกแล้วไง ว่าหนูไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก” ฉันไหวไหล่ใส่เมื่อเห็นพี่เมฆกลับมาตั้งหลักได้แล้วก่อนจะหมุนตัวลงไปนั่งถอนหญ้าต่อเพื่อตัดบทสนทนา


“งั้นระวังๆ หน่อยก็แล้วกัน” ไอ้พี่เมฆถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในตัวบ้าน ปล่อยให้ฉันนั่งถอนหญ้าอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าหายไปฉันก็หยุดมือของตัวเองแล้วคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น


คนสองคนเตือนให้ฉันระวังเขาหมดเลย... คนหนึ่งเห็นอดีต คนหนึ่งก็เพื่อนรุ่นเดียวกัน ดูเหมือนว่าพี่น้ำป่าจะเป็นตัวอันตรายน่าดู ฉันก็เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าอนาคตเขาจะทำให้ฉันยุ่งยากทีหลังด้วยรึเปล่า?


ตัวฉันน่ะไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก ถ้าตัดไฟแต่ต้นลมได้มันก็น่าจะทำ เพียงแต่พี่น้ำป่าก็ยังไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันก็เลยไม่มีเหตุผลอะไรไปบอกเลิกเขา


เอาไงดีนะ?

 

.

.

.

.

.


ฉันเดินเข้ามาในห้องเรียนตอนเช้าๆก่อนเข้าเรียนเกือบชั่วโมง พลางทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ประจำอย่างเคยชิน ด้านข้างเป็นมะใหม่ผู้กระตือรือร้น ส่วนถัดไปเป็นมิ้งค์ที่ปกติไม่เคยมาเช้ากำลังนั่งขมวดคิ้วหน้าเครียดอยู่


“แกเป็นอะไรของแกน่ะมิ้งค์ ทำหน้าทำตาเหมือนขี้ไม่ออก” ฉันส่งเสียงถามอย่างอดไม่ไหว ก่อนมะใหม่จะหัวเราะร่วนแล้วเฉลยออกมา


“มันงอนที่เมื่อวานฉันไม่ยอมพามันไปเที่ยวกลางคืนน่ะ ก็บอกแล้วนะว่าวันนี้เรียนเช้าไม่ให้ไป”


“อ้าว มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกป่ะที่แกไม่ไป แล้วแกจะไปงอนอะไรมะใหม่มันอะมิ้งค์ ฉันว่าจริงๆน่ะแกเที่ยวเยอะไปแล้วด้วยนะ เพลาๆบ้างก็ได้” ฉันหันไปส่ายหน้าให้อีกฝ่ายอย่างระอาใจ ทว่ามิ้งค์หันมามองหน้าฉัน ก่อนเจ้าตัวจะซบหน้าลงกับโต๊ะแล้วร้องไห้ออกมาลั่นห้อง จนคนที่นั่งอยู่หันมามองเป็นสายตาเดียว


“เฮ้ยมิ้งค์! ฉันไม่ได้ว่าแกนะ คือฉันรู้ว่าแกเที่ยวแกก็รับผิดชอบเรื่องการเรียนได้ ฉันแค่ห่วงแกเฉยๆ” ฉันพยายามปลอบมิ้งค์หน้าตาเลิ่กลั่ก โดยมีมะใหม่พยายามปลอบอยู่ข้างๆอีกคน แต่มิ้งค์ก็ยังร้องไห้ไม่หยุด


จนสุดท้ายฉันตัดสินใจไปนั่งขนาบข้างมิ้งค์แล้วยื่นมือไปดึงอีกฝ่ายมากอดแล้วตบหลังเบาๆ


“มิ้งค์ไม่เอาดิ  อย่าร้องฉันขอโทษ”


“ฉันโดนข่มขืน” มิ้งค์ที่สะอึกสะอื้นพูดออกมาแทบไม่เป็นคำ น้ำเสียงสั่นเครือนั้นเบามากจนฉันแทบไม่ได้ยิน แต่มันเป็นเพราะฉันตั้งใจฟังและห้องมันเงียบมาก ฉันก็เลยจับใจความได้ทุกคำ!


“มิ้งค์มันเป็นอะไรวะ เนล เมื่อกี้มันบอกอะไร” มะใหม่ฉันมาถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นฉันเบิกตากว้างหน้าตาตื่นตระหนกกว่าเดิม พอมิ้งค์ได้ยินแบบนั้นก็เลยหันไปมองหน้ามะใหม่ ก่อนที่เพื่อนสาวคนสวยจะได้พูดอะไรออกมา ฉันก็รีบยื่นมือไปปิดปากมันไว้แล้วกระซิบเสียงเครียด


“ไปคุยกันที่อื่น คาบนี้โดดก่อน!


ไม่กี่นาทีต่อมาเราสองคนก็มานั่งสุมหัวอยู่กลางลานกว้างข้างตึกเรียนรวม ผู้คนค่อนข้างโหลงเหลง เพราะมันเป็นเวลาเช้าเกินกว่าจะมีใครแหกขี้ตามาเรียน


“ใจเย็นๆ ทีนี้แกค่อยๆเล่ามาว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีปัญหาอะไรจะได้ช่วยกันแก้ไข” ฉันปลอบมิ้งค์เบาๆ


“เมื่อวานฉันชวนใหม่ไป ฮึก แต่ใหม่ไม่ไปฉันก็เลยไปเอง ฮึก”


“อ้าว! ก็บอกว่าไม่ให้ไป นี่แกไม่ได้อยู่ที่หอเฉยๆเหรอมิ้งค์ ทำไมโดนค่ามิกเซอร์ไปหมดตูดเลยสิ” มะใหม่บ่นออกมายาวเหยียดพลางหันไปผลักหัวมิ้งค์เบาๆ จนฉันต้องยื่นมือไปกันแล้วหันไปดุมะใหม่เมื่อมิ้งค์ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง


“แกฟังมันก่อน มิ้งค์ใจเย็นๆ ค่อยๆเล่าต่อ”


“แล้วตอนที่ฉันเมาก็มีคนอาสาพาฉันไปส่งที่หอ ฮึกๆ พอไปถึงหอ ฮึก ฉันก็ไม่รู้ตัว ตื่นมาอีกทีฉันก็อยู่บนเตียงแล้วอะ ฮือออออออออ” มิ้งค์ระเบิดร้องไห้ออกมาดังลั่นทีนี้มะใหม่ที่กำลังนั่งฟังอยู่ก็อ้าปากค้างเหมือนฉันตอนอยู่ในห้องเรียนไม่มีผิด


“แกมั่นใจรึเปล่าว่าโดน หรือ ว่าเขาแค่มาส่งแล้วนอนเตียงเดียวกับแกเฉยๆรึเปล่า” มะใหม่พยายามปลอบ พร้อมบอกให้มองโลกในแง่ดี แต่มิ้งค์ส่ายหน้าไปมา


“ฉันมั่นใจ ฉัน ฮึก พอฉันตื่น ฮึก ฉันก็เลยรีบอาบน้ำแล้วออกมาจากห้องอะ ฮือออออออออออออออออออ” มิ้งค์ระเบิดร้องไห้ออกมาอีกครั้ง


“แล้วแกรู้ตัวรึเปล่าว่าใครเป็นคนทำ”


“ฉันจำได้แค่ว่าอยู่คณะวิศวะเครื่องกล” มิ้งค์สะอื้นออกมาเบาๆ


“งั้นเอางี้ เราไปที่คณะนั้นดูก่อนแล้วบอกให้เขารับผิดชอบ ถ้าเขาไม่รับก็ไปแจ้งความ หรืออะไรดีมั้ย” มะใหม่หันมามองหน้าฉันอย่างขอความเห็น


“ก็จริงนะมิ้งค์ หาตัวการให้เจอก่อน แล้วตอนนั้นแกจะยำยังไงฉันจะไม่ห้ามเลย เดี๋ยวฉันช่วยกระซ้ำด้วยยังได้”


มิ้งค์พยักหน้า แล้วปล่อยให้ฉันพาเธอเดินไปที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในขณะที่ฉันกำลังหมายมั่นปั้นมือว่ายังไงวันนี้ก็ต้องหาไอ้คนที่มันมาฉวยโอกาสกับเพื่อนฉันให้ได้ ถ้าหาไม่เจอก็จะให้พี่น้ำป่าช่วยหา เพราะฉันจำได้ว่าเขาเรียนเครื่องกลเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือเพื่อนตัวเองเขาก็ต้องรู้จัก!


“คนนั้น” มิ้งค์สะกิดฉันฝ่ามือเรียวเล็กยกขึ้นแล้วชี้นิ้วไปตรงหน้า จนฉันหันไปมองตามแล้วใจก็หายวาบเมื่อเห็นคนที่มิ้งค์ชี้ เขากำลังเดินมาทางฉันด้วยรอยยิ้มร่าจนตาแทบปิด 


แต่นั่นมัน...


พี่น้ำป่า?!!



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


กดแอด Fav. รอไว้ที่รูปภาพด้านล่างได้เลยค่ะ 555555

(น้ำป่าหน้าระรื่นมาแต่ไกลเลย 55555)


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1,077 ความคิดเห็น

  1. #39 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 16:07
    อ้าววว
    #39
    0
  2. #29 Aryz (@dreamaryz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 10:13
    โอเอ็มจี โอเอ็มจี 5555555
    #29
    0
  3. #28 BowAgase (@BowAgase) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 09:18
    โอ้มายก็อด!!! ช็อคเลยค่ะ
    #28
    0
  4. #27 BowAgase (@BowAgase) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:42
    รู้สึกว่างานอดิเรกของเนลจะแตกต่างจากคนปกติเค้าทำกันนะ555
    #27
    0
  5. #25 BowAgase (@BowAgase) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:56
    แหมอวดใหญ่เลยน้าน้ำป่า~~~
    #25
    0
  6. #24 anmka_ (@anmka_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:13
    รอออออ
    #24
    0
  7. #23 yourlover (@jyouare) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:11
    เค้าไม่เรียกประหลาดค่ะเนล เค้าเรียกแตกต่างจากคนปกติ... 5555555555555555555555555
    #23
    0
  8. #22 do.love (@ying-pd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:31
    เออ เอาสิแฟนตาซีมาก มีความชอบบบบ5555
    #22
    0
  9. #20 BowAgase (@BowAgase) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:34
    แหมมเนลตัวเองก็ประหลายแหละ5555
    #20
    0
  10. #19 BowAgase (@BowAgase) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:11
    อยากรู้นิ้งเห็นอะไรอ่าาาา~~~
    #19
    0
  11. #18 do.love (@ying-pd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:47
    หู้ยยย เอ้ารออออ
    #18
    0
  12. #17 Aryz (@dreamaryz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:36
    มาต่อนะคะไรทททท์
    #17
    0