END || Time's up เวลา (เจ้าชู้) ของคุณหมดแล้วล่ะ!

ตอนที่ 5 : Chapter 04 ll รับผิดชอบเลยนะ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    7 ก.ย. 61





 


4





NAMPHAR TALKS >>>


“นี่มึงเป็นอะไรเนี่ย” แฟรงค์ตบไหล่ผมที่กำลังนั่งเซ็งอยู่ที่ม้านั่งตัวเดิมใต้ซุ้มของภาคเครื่องกลตอนเช้าตรู่ ทั้งๆที่ความจริงผมยังอยากนอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงในห้องให้สมกับที่ไม่ได้นอนทั้งคืน


ถ้าไม่ติดว่าวันนี้มีควิซ ผมไม่ยอมลุกออกจากเตียงหรอก


แล้วอะไรคือการที่เมื่อเช้าผมแวะขับรถไปรับสเนลที่บ้านไอ้เมฆ แต่มันกลับบอกว่าสเนลมาเรียนแล้ว? นี่ยังไม่นับรวมกับที่อีกฝ่ายหายเงียบไปไม่อ่านเฟซ ไม่ตอบไลน์ ไม่รับโทรศัพท์ผมด้วยนะ


คือไม่สนใจกันเลยใช่เปล่าวะ!


“หงุดหงิด!” ผมตอบกลับไปอย่างอารมณ์ไม่ดี


“เอ้าพาลใส่กูอีก อ้าวไอ้ซัน” แฟรงค์บ่นงึมงำพลางขยับเสื้อช็อปภาคสีดำของตัวเอง แล้วหันไปยื่นมือทักทายผู้มาใหม่ ที่วันนี้ดูจะมาสายผิดปกติเพราะปกติมันเป็นคนรักห้องเรียนมาก


รีบมาเพื่อนอนหลับ มันบอกเสียงบรรยายก็เหมือนนิทาน กล่อมมันให้หลับใหลได้ง่ายมาก โดยเฉพาะเวลาเหนื่อยจากการเคี่ยวกรำศึกมาทั้งคืน -___-


“อย่าถาม”


“เอ้า นี่พวกมึงเป็นบ้าอะไรกันวะ มีไรก็บอกกูได้นะ กูอยากเสือก” แฟรงค์ตีสีหน้าจริงจังพลางหันไปตบไหล่ซัน


“มึงมองเห็นไอ้ที่มันนั่งหลับอยู่อีกโต๊ะโน้นป้ะ” ซันโพล่งขึ้นมาพลางบุ้ยปากไปฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางจริงจังจนผมต้องพยักหน้ารับด้วย เมื่อเห็นคนที่นอนหลับอยู่ใต้ซุ้มเคมี


“เออ เห็น” ผมเริ่มขมวดคิ้ว แล้วถกแขนเสื้อขึ้น ถึงฝั่งโน้นจะมีสี่คน และผมมีสามคน แต่ถ้ามันมากหาเรื่องพวกผมก่อน ผมก็พร้อมบวกนะ


“เออ กูก็เห็น แต่มันเกี่ยวอะไรกับที่มึงนั่งเครียดวะ” แฟรงค์พยักหน้าตามผม


“เออ แล้วที่พวกกูเป็นบ้ามันเกี่ยวอะไรกับมึงล่ะครับ” ซันหันไปย้อนก่อนจะมาแปะมือกับผมที่พยักหน้าเห็นด้วย เราทั้งคู่หันไปเหล่มองแฟรงค์ที่บ่นงึมงำๆด้วยความสะใจ


“เฮ้ย นั่นน้องไอ้เมฆป้ะวะ ทำไมมาที่คณะเราะอะ วันนี้ไอ้เมฆไม่มีเรียนเช้านี่หว่า” แฟรงค์ที่หันไปมองทางอื่นแก้เก้ออุทานออกมา พลางชี้นิ้วไปหน้าคณะ ในขณะที่ผมก็หันขวับไปมองคอแทบหัก


เนลจริงๆด้วย!


“น้องเขามาหากูไง!” ผมแทบกระโดดตัวปลิวออกจากโต๊ะ ในใจตื้นตันไปด้วยความรู้สึกดี อารมณ์หงุดหงิดน้อยใจเมื่อครู่ปลิวหายไปเกือบหมด และผมอดยิ้มไม่ได้เลย


สงสัยคิดถึงผมมากเลยมาหาผมถึงหน้าคณะเลย!!


ก็นึกว่าจะไม่สนใจกันซะอีก!


สเนลมองหน้าผม ดวงตากลมโตเบิกกว้าง จนผมยิ่งรู้สึกดี แล้วยิ้มกว้างจนตาเกือบปิด เธอคงตกใจที่เห็นผมมาไวขนาดนี้เพราะยืนอึ้งไปสักพัก ก่อนเจ้าตัวจะก้าวพรวดๆเข้ามาหาผมที่ยืนอ้าแขนรอเธอพุ่งเข้ามากอด


แล้วมือบางก็คว้าคอเสื้อผม ก่อนจะกระชากเข้าหาตัวจนหน้าเราอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ


ผมแม้จะตกใจกับการกระทำที่อุกอาจของสเนลไปบ้าง แต่ถ้าเธอจะจูบผมตรงนี้ผมก็ไม่อยากขัดศรัทธาจึงตัดสินใจหลับตาลง แล้วรอให้ร่างบางตรงหน้าเป็นฝ่ายรุกบ้าง 


“หนูไม่คิดเลยว่าพี่จะมีนิสัยอย่างนี้!” เสียงต่อว่าที่ดังรอดไรฟันขาวสะอาดจนฟังดูก้าวร้าวของสเนลทำผมลืมตาโพลง และยังไม่ทันจะประติดประต่อเรื่องราวอะไรได้ เนลก็คว้าคอเสื้อช็อปผมแล้วลากให้เดินตามขาเล็กๆนั่นไป จนกระทั่งเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น


“ขอโทษเพื่อนหนูเดี๋ยวนี้เลยนะ!” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองหน้าผมอย่างไม่พอใจ จนผมได้แต่กระพริบตาปริบๆแล้วนิ่งค้างอย่างมึนงง แม้สเนลจะปล่อยคอเสื้อแล้ว


อะไรวะ งง


“พี่อย่ามายืนหน้ามึนนะ รับผิดชอบเพื่อนหนูเลย!!!


“เดี๋ยว อะไร พี่งงนะเนล ใจเย็นๆก่อน มีอะไรค่อยๆคุย” พอได้ยินผมพูดแบบนั้นคนตัวเล็กกว่าก็ยิ่งมีสีหน้าผิดหวัง สเนลส่ายหน้าไปมา ก่อนจะพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ


“หนูคงคบพี่ไม่ได้แล้ว พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง เราเป็นแฟนกันนะ เป็นได้แค่วันเดียวเองนะ แค่วันเดียวพี่ก็กล้านอกใจหนูแล้วเหรอ ถ้าคบนานกว่านี้พี่ไม่มีเมียเป็นคอกเลยเหรอ”


หา? ผมไปนอกใจอะไรตอนไหนวะ?


แล้วอะไรคือมีเมียเป็นคอกวะ หน้าผมเหมือนหมูเหรอ???


“นิสัยไม่ดี!! เลิกกันไปเลยนะ!” ร่างบางทำท่าฮึดฮัด แล้วสะบัดหน้าเดินกลับไปหาเพื่อน จนผมที่กำลังงงเริ่มจะไม่พอใจขึ้นบ้างแล้ว


เลิกกันไปเลยนะ?


หมายความว่าไงวะ?


“เนล...แกมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่” ผู้หญิงอีกคนนึงที่ยืนนิ่งมาตลอดเงยหน้าขึ้นถามสเนลที่กำลังตบบ่าเพื่อนอีกคนเบาๆ และนั่นทำให้คนที่กำลังร้องไห้อยู่หยุดชะงักพร้อมหันมามองเจ้าของชื่อบ้าง


“เมื่อวาน แต่วันนี้เลิกแล้ว นิสัยไม่ดี!” สเนลปรายตามองหน้าผมแล้วหันกลับไปตบไหล่เพื่อนตัวเองต่อ เสียงนั้นฟังดูอ่อนโยนลงกว่าครึ่งขัดกับคำที่พูดโดยสิ้นเชิง


“แกไม่ต้องห่วงนะมิ้งค์ ฉันจะพาแกไปแจ้งความจับไอ้พี่บ้านี่เข้าคุกเอง”


“แก ฮึก จะไปจับ ฮึก เขาทำไม” น้องผู้หญิงที่นั่งร้องไห้หันไปมองหน้าสเนลแบบงงๆ ดวงตาแดงช้ำ แม้จะพูดยังขาดเป็นช่วงๆด้วยแรงสะอื้น


“ก็ถ้าเขาไม่รับผิดชอบแก ก็แจ้งจับไปเลย อย่าปล่อยให้คนแบบนี้ไปทำร้ายคนอื่น” เสียงหวานฟังดูจริงจัง แต่ก่อนจะได้พูดอะไรต่อ ไอ้ซันก็ก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าน้องมิ้งค์แล้วพูดขึ้นเสียงเรียบ


“พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิมิ้งค์” คำบอกจากซันเบรกสเนลที่กำลังปลอบเพื่อนให้หุบปากลงแล้วกระพริบตาปริบๆ สีหน้าปรากฏความงงงวยอย่างเห็นได้ชัด ก่อนเธอจะโดนน้องมิ้งค์จะเกาะแขนไว้แน่นแล้วเริ่มงอแงใส่


“แก พี่คนนี้แหละ ฮือออออออออออออออออ”


“เมื่อกี้แกชี้ไปที่พี่น้ำป่าไม่ใช่เหรอ” สเนลครางเสียงแผ่ว แล้วหันไปมองหน้าผู้หญิงอีกคนที่ยังคงยืนปลอบน้องมิ้งค์อย่างขอความมั่นใจ ซึ่งเธอคนนั้นก็กลอกตาแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ


“พี่คนนี้เดินตามหลังแฟนแกมาน่ะ”


“แล้วทำไมแกไม่เตือนฉันเลยอะมะใหม่” สเนลทำหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ และนั่นทำให้ผมเข้าใจเรื่องทั้งหมดได้ในทันที ว่าที่ผมโดนใส่ไม่ยั้งเนี่ย เพราะสเนลเข้าใจผมผิดล้วนๆ ซึ่งคนที่ควรจะโดนด่าคือไอ้ซันไม่ใช่ผม


“โทษที ฉันก็เพิ่งรู้เมื่อกี้เหมือนกันว่าแกด่าผิดคน”


สรุปผมแม่งโดนด่าฟรี?


ผมหันไปมองหน้าสเนลที่กำลังยืนยิ้มอย่างแห้งแล้ง เธอเดินเข้ามาหาผมแบบกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ผมไม่ปล่อยให้เนลได้ทำแบบนั้นเลยชิงพูดขึ้นก่อน


“พี่ว่าเรามีเรื่องที่ต้องคุยกันหน่อยนะเนล”


.

.

.

 

SNAIL TALKS >>>


ฉันกลืนคำขอโทษลงคอแทบไม่ทันเมื่อพี่น้ำป่ามองหน้าฉันนิ่ง ดวงตาฉายแววดุจนฉันไม่กล้าหือ เห็นแล้วอยากยกมือขึ้นตบปากตัวเองกับการต่อว่าพี่น้ำป่าที่ใส่ไปเป็นชุดเมื่อกี้


นี่ฉันเป็นปลาหมอ หรือ หอยทาก ทำไมถึงตายเพราะปากบ่อยจัง T____T


“ตามมา” พี่น้ำป่าสั่งเสียงเรียบจนฉันได้แต่ก้มหน้าเดินตามเขาไปต้อยๆ เหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่เป็ดไปไม่มีผิด ไม่นานนักร่างสูงก็หยุดยืนอยู่ข้างซอกตึกสักซอกในคณะของเขา


พี่น้ำป่ายืนกอดอกพิงกำแพง เขามองหน้าฉันนิ่งๆ


“ขอโทษค่ะ” ฉันบอกพลางส่งยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างแห้งแล้ง หวังว่ามันอาจจะบรรเทาความโกรธของเขาได้สักนิด แต่อีกฝ่ายกลับหน้าตึงแล้วถามเสียงเย็น


“รู้ตัวเหรอว่าผิดเรื่องอะไร ถึงขอโทษน่ะ”


“หนูด่าพี่เมื่อกี้ แล้วก็ที่กระชากคอเสื้อด้วย แต่หนูขอโทษจริงๆนะพี่ หนูเข้าใจผิดอะ”


“แค่ขอโทษก็จบเหรอ เมื่อกี้เนลพูดกับพี่ว่าอะไรบ้าง จำคำพูดของตัวได้บ้างรึเปล่า” พี่น้ำป่าย่างสามขุมเข้ามาหาฉัน ดวงตาเรียวคมวาววับ


เวรล่ะ! ฉันพูดออกไปตั้งเยอะแยะจะไปจำอะไรได้เล่า ยิ่งเห็นมิ้งค์ร้องไห้ฉันก็ยิ่งใส่ไปเป็นชุด ใครจะไปคิดว่าทั้งหมดคือฉันเข้าใจผิดกันเล่า


พูดแล้วอยากจะร้องไห้ตามไอ้มิ้งค์เลยอะ T___T


“เงียบ...แปลว่าอะไรสเนล”


“หนูขอโทษ”


“หนูคงคบพี่ไม่ได้แล้ว เลิกกันไปเลย... ทำไมพูดง่ายขนาดนี้ บอกคบกันง่ายๆ นึกจะเลิกก็เลิกง่ายๆเลยเหรอ เนลไม่สนใจพี่บ้างเลยเหรอไง!” พี่น้ำป่าบีบเสียงเลียนแบบคำพูดฉัน ก่อนจะกลับมาใช้น้ำเสียงและสายตากดดันอีกรอบจนฉันแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ


“หนูขอโทษ ต่อไปจะไม่พูดแบบนี้อีกแล้ว” พอได้ยินแบบนั้นพี่น้ำป่าก็หัวเราะหึหึในลำคอเหมือนเย้ยหยัน ก่อนจะก้มหน้าลงมาถามฉันที่เผลอก้าวถอยหลังหนี


“เนลไม่ได้ชอบพี่ใช่ไหม” พี่น้ำป่าถามแทรกขึ้นมา เขาจ้องตาฉันจนฉันต้องเป็นฝ่ายหลบตา ก่อนจะพยักหน้าลงเล็กน้อย รู้สึกว่าถ้ามีกระดองอยู่ข้างหลัง ฉันจะหดหัวกลับเข้าไปเดี๋ยวนี้เลย


“ค่ะ ไม่ได้ชอบ”


“ถ้าไม่ได้ชอบ...แล้วเนลมาคบกับพี่ทำไม” เขาถามเสียงเข้มแถมเน้นทีละคำจนฉันแทบจะอ้าปากพะงาบๆเลย


“ก็...”


“เอา - ความ - จริง!” เขาจ้องหน้าฉันอย่างรอคำตอบ จนฉันที่กำลังจะบอกว่าง่ายดี แบบทุกครั้งที่ใช้พูดเพื่อตัดบทต้องกลืนกลับเข้าไปในคออย่างหวาดๆแล้วบอกเหตุผลที่แท้จริงแทน


ก็ดูเขาโมโหขนาดนี้ ถ้าฉันตอบแบบนั้นพี่น้ำป่ากินหัวฉันน่ะสิ T^T


“เพราะถ้าทำแบบนี้ มันจะดีกว่าคุยเฉยๆค่ะ ถ้าคบกันแล้วพี่ก็ไม่ต้องพยายามจีบหนูอีก มันก็จะไม่มีช่วงหมดโปร พี่จะได้เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ หนูก็เหมือนกัน”


“แค่นั้นเหรอ” พอเขาถามแบบนั้นฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วตอบตามความเป็นจริง


“เปล่าค่ะ หนูแค่ไม่ชอบคนที่คุยกับทุกคนเผื่อเลือก ถ้าจะคุยก็ต้องคุยกับหนูคนเดียว เพราะในระหว่างนี้หนูก็จะไม่คุยกับคนอื่นเหมือนกัน อีกอย่างถ้าเกิดอะไรขึ้น หนูจะได้มีสิทธิ์ที่จะบอกพวกเขาไปว่าหนูมีสิทธิ์ในตัวพี่ ไม่ใช่ให้ใครมาเยาะเย้ยว่าหนูเป็นแค่ ตัวเลือก ของใคร แต่ถ้าสมมุตว่าคบกันแล้วไม่รอด ก็แค่เลิก”


ฉันเคยเห็นตอนมีคนมาจีบมะใหม่ แต่ผู้ชายคนนั้นก็จีบคนอื่นๆ ด้วย พอฉันไปว่าเขา เขากลับย้อนมาว่ายังไม่ได้คบกัน เขามีสิทธิ์ที่จะคุยกี่คนก็ได้ มีสิทธิ์ที่จะเลือกใครก็ได้ เขาไม่ผิด แล้วสุดท้ายมะใหม่ก็โดนทิ้ง ปล่อยให้เคว้งกับความหวังที่เขาเป็นคนสร้าง


และฉันไม่อยากเป็นแบบนั้น


ฉันจำได้ว่าเห็นมะใหม่นั่งร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง เพราะมันให้ใจเขาไปเต็มๆ ไม่ได้เผื่อใจเอาไว้ จากเด็กเรียนก็กลายเป็นเด็กเริ่มเที่ยว แต่มะใหม่ดันแพ้แอลกอฮอล์ ยัยนั่นก็เลยชอบยุให้คนอื่นๆ กินแทน ฉันเคยแกล้งเมาอยู่ครั้งนึงเพราะไม่อยากกินเหล้าแล้ว ถึงได้เห็นว่าขณะที่ทุกคนเมา มะใหม่กลับนั่งร้องไห้


“ถ้างั้นเนลจะรับผิดชอบพี่ยังไง” เสียงพี่น้ำป่าที่แทรกเข้ามาในโสตประสาทดึงฉันที่กำลังจมลงไปกับสิ่งที่ตัวเองจำได้ให้กลับมาสู่ภาพตรงหน้าอีกครั้ง


“คะ?” ฉันทวนคำอย่างเหรอหรา พลางกระพริบตาปริบๆ มองหน้าคนที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้ พี่น้ำป่ามองหน้าฉันด้วยใบหน้านิ่งสนิท


“พี่น่ะไม่เหมือนเนลหรอกนะ ที่คิดจะคบก็คบ คิดจะเลิกก็เลิก ก่อนจะคบพี่จะดูให้แน่ใจก่อน ถ้าพี่คบก็แปลว่าอยากจะคบจริงๆ ไม่ได้คิดจะเลิก แล้วการที่เนลมาบอกคบพี่แบบนี้ คิดจะเลิกก็เลิกแบบนี้ มันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอไง”


“จริงด้วย” ฉันเม้มปากแน่นอย่างลำบากใจ


ฉันก็คิดแต่มุมของฉัน ฉันไม่ได้คิดในมุมของเขาเลยอะ


“ถ้าเนลยังไม่รู้ว่าพี่เป็นยังไง งั้นก็ช่วยฟังพี่ก่อนไม่ได้เหรอ ถ้าพี่ทำอะไรพลาดก็เตือนพี่ ถ้าไม่ชอบอะไรก็บอกพี่ ถ้ามีใครทำให้ไม่มั่นใจก็ใช้สิทธิ์ที่มีในตัวพี่ไปเลย จะหึงจะหวง จะเอาไปแอบอ้าง จะใช้งาน จะอะไรก็ได้ เนลทำได้ทุกอย่าง แต่ช่วยทนพี่หน่อยเหอะ อย่าพูดคำว่าเลิกออกมาง่ายๆ อีกได้ไหม?”


“แล้วถ้าหนูทนไม่ไหวล่ะ หนูก็เลิกไม่ได้เหรอ”


“แล้วลองรึยัง” พี่น้ำป่าสวนกลับมาทันควันจนฉันส่ายหน้าไปมา เขาจึงยกยิ้มขึ้น พร้อมบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังแม้มันจะฟังดูไม่มั่นคงเท่าไหร่นัก


“ก็ลองดูก่อน ถ้าทนจนถึงที่สุดแล้ว ทนจนไม่ไหวแล้ว พี่ก็จะไม่รั้งเนลไว้อีก แบบนี้ดีไหม”


“ก็ได้ค่ะ” ฉันคิดตามคำพูดเขาก่อนจะพยักหน้าลงเป็นเชิงว่าฉันเห็นด้วย เพราะนี่ดูจะแฟร์สำหรับเราทั้งคู่แล้ว ฉันต้องการคุยเพื่อให้รู้นิสัย เพื่อให้ได้สิทธิ์ในตัวเขา ถ้าไม่ไหวก็เลิก ส่วนพี่น้ำป่าต้องการคบนานๆ ดังนั้นข้อเสนอของเขาจึงลงตัวที่สุด


“ถ้ามีใครมาระรานเนลเพราะพี่ เนลก็บอกไปเลยนะว่าเนลเป็นแฟนพี่ โอเคป่ะ”


“แล้วทำไมต้องมีคนมาระรานหนูเพราะพี่ด้วยล่ะ” ฉันเงยหน้าไปมองพี่น้ำป่าอีกครั้งจึงได้เห็นว่าเขายิ้มกว้างแล้วตอบอย่างมั่นใจ


“เพราะพี่หล่อ สาวๆที่ไหนก็อยากแย่ง เนลเป็นแฟนคนหล่อ เนลต้องสตรองเข้าไว้นะ!


“...”


ได้ยินแบบนี้แล้วฉันไปไม่ถูกเลยจริงๆ


“แล้วเมื่อวานพี่โทรไปทำไมไม่รับ ไลน์ไปทำไมไม่ตอบ เฟซไปทำไมไม่อ่าน ไม่เห็นเหรอว่าพี่ทิ้งข้อความไว้ว่าจะไปรับตอนเช้า” พอพูดถึงเรื่องนี้เขาก็ดูจะหงุดหงิดขึ้นมาทันที


“เออ หนูลืมบอกพี่อะ เมื่อวานจะวิ่งมาบอกแล้วแต่พี่ขับรถออกไปก่อน”


“บอกว่า?”


“หนูไม่ชอบเล่นมือถือ”


“...” พี่น้ำป่ายืนนิ่งไปเหมือนคนไปไม่เป็น


“ถ้าพี่โทรมาแล้วหนูไม่รับก็แปลว่าไม่ได้อยู่กับมือถือ ถ้าพี่โทรมาไม่ติดล่ะก็ถ้าหนูไม่เข้าพื้นที่อับสัญญาณก็แปลว่าแบตหมด แล้วก็ถ้าพี่ส่งข้อความมาแล้วหนูไม่อ่านก็แปลว่าไม่ได้แตะมือถือ รวมๆแล้วก็คือหนูไม่ชอบเล่นมือถือนั่นแหละ”


“แล้วเนลชอบทำอะไร?”


“นอน อ่านหนังสือ ถอนหญ้าหน้าบ้าน แล้วก็กิน” ฉันหันไปตอบพร้อมรอยยิ้ม พี่น้ำป่านิ่งไปสักพักก่อนเขาจะยื่นมือมาคว้ามือฉันไปจับ คนตัวสูงหัวเราะหึหึ แล้วเริ่มลากฉันเดินอีกครั้ง


“พี่จะพาหนูไปไหนอะ”


“ตื่นเช้าขนาดนี้กินข้าวมาแล้วเหรอ”


“กินแล้ว” พอได้ยินฉันพูดแบบนั้น เขาก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ แล้วตอบหน้าตาย พร้อมออกแรงดึงให้ฉันเดินตามไปแบบบังคับ


“แต่พี่ยังไม่กิน ไปหาข้าวกินกัน”


แล้วเขาจะถามฉันทำไมอะ!?


.

.

.

.

.


พี่น้ำป่าลากฉันเดินมาที่โรงอาหารของคณะวิศวะ  แทบตลอดทางฉันกลายเป็นเป้าสายตาแบบที่ฉันไม่เคยชอบเลยสักครั้งจนได้แต่ก้มหน้างุดๆ แล้วเดินตามเขาเข้าไปในโรงอาหาร


โรงอาหารของคณะวิศวะออกจะเล็กกว่าโรงอาหารกลางอยู่นิดหน่อย แต่ก็เห็นได้ชัดว่าที่นี่มีของกินที่หลากหลายมากพอจนฉันอดไม่ได้ที่จะอิจฉาเบาๆ เพราะคณะของตัวเองดันมีแค่ร้านขายขนมเล็กๆใต้ตึกคณะแค่นั้นเอง จะกินข้าวทีต้องไปรบรากับเด็กคณะอื่นที่โรงอาหารกลาง เพราะเด็กคณะอื่นแทบทุกคณะต้องไปกินข้าวที่นั่น


มื้อกลางวันก็เลยกลายเป็นสมรภูมิรบสำหรับคณะที่ไม่มีโรงอาหารเป็นของตัวเองอย่างพวกฉันไงล่ะ


พี่น้ำป่าพาฉันมาทิ้งที่โต๊ะตรงกลางโรงอาหารซึ่งบัดนี้ค่อนข้างว่าง ในขณะที่เขาเดินไปซื้อของกิน ฉันหันมองซ้ายมองขวาอย่างสนใจ เพราะปกติไม่เคยเข้ามาถึงที่นี่เลยสักครั้ง ก่อนจะทันเห็นพี่ซีนกำลังเดินไปซื้อข้าวร้านเดียวกับพี่น้ำป่าจนอดส่ายหัวไปมาด้วยความอ่อนใจไม่ได้


สายเหมือนเคยสินะ


“น้องคะ โต๊ะนี้มีคนนั่งมั้ยคะ” หญิงสาวน่าตาน่ารักที่เดินเข้ามาถามทำให้ฉันที่กำลังมองพี่ซีนกับพี่น้ำป่าคุยกันต้องเบือนสายตากลับมาหาเจ้าของเสียงแล้วพยักหน้าลงสองสามครั้งก่อนตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม


“มีค่ะ แต่นั่งกันแค่สองคน ถ้าจะมานั่งด้วยกันก็ได้นะคะ”


พอได้ยินฉันพูดแบบนั้นเธอก็บอกขอบคุณแล้ววางตั้งหนังสือลงบนโต๊ะ ก่อนจะฝากของให้ฉันดูแลแล้วเดินไปซื้อข้าวบ้าง ฉันมองไปยังตั้งหนังสือบนโต๊ะ แล้วเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่สนใจอะไรเท่าไหร่


แม้จะเห็นชีทที่เขียนชื่อ น้ำป่า’ ไว้หราอยู่บนมุมกระดาษก็ตาม


“นี่ตั้งหนังสือใครอะเนล” พี่น้ำป่าถามพลางวางจานขนมไว้ตรงหน้าฉัน ในขณะที่วางจานข้าวลงตรงหน้าตัวเอง ทว่ายังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบเสียงใสๆก็ดังแทรกเข้ามาก่อน


“ของเราเอง” เจ้าของตั้งหนังสือบอกพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างๆที่น้ำป่าแบบไม่สนใจฉัน ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปกรอสขยับยิ้ม ก่อนจะเอ่ยต่อเสียงใส


“บังเอิญจัง ป่าก็นั่งโต๊ะนี้เหรอ เจอกันก็ดีละเราตั้งใจจะเอาชีทที่ป่าลืมไว้ ในห้องเรา’ มาคืนให้พอดีเลย”


“คืนเสร็จก็ไปได้แล้วสิ” พี่น้ำป่าเลิกคิ้วขึ้นหลังจากชะงักไปสักพัก เขาเหลือบตามามองหน้าฉันที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะเอ่ยปากไล่อย่างไม่ไว้หน้าจนเธอคนนั้นหน้าเสียไปเล็กน้อย ร่างบางเม้มปากแน่น


“เราหิวข้าว แล้วน้องเขาก็บอกให้เรามานั่งโต๊ะเดียวกันได้ จริงมั้ยคะ” พี่คนนั้นถามพลางหันมายิ้มให้ฉัน ซึ่งฉันก็พยักหน้าลงแล้วหันไปบอกพี่น้ำป่า


“หนูก็บอกแบบนั้นจริงๆนั่นแหละ ว่าแต่พี่น้ำป่าไปลืมชีทไว้ในห้องของพี่สาวคนนี้ได้ยังไงเหรอ” ฉันหันไปถามพี่น้ำป่าตาใส เขาทำหน้าอึกอัก ก่อนจะจัดการหยิบขนมเบื้องในจานมายัดใส่ปากฉัน


“เนลลองกินดู ขนมเบื้องเจ้านี้อร่อย” ฉันเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยก่อนจะยอมเคี้ยวขนมในปากแต่โดยดี หางตาเหลือบเห็นรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นกำลังทำหน้าขัดใจเล็กน้อย ก่อนเธอจะขยับยิ้มหวานแล้วเอ่ยต่อ


“พอดีวันนั้นป่าเข้าไป ทำการบ้าน ในห้องพี่ ทั้งคืน เลยน่ะ สงสัยตอนเช้าคงจะเพลียๆ ก็เลยลืมข้าวของทิ้งไว้ที่ห้องพี่เต็มไปหมด พอดีพี่จำด้ว่าวันนี้ป่ามีเรียนวิชานี้พอดี เลยตั้งใจหยิบชีทมาคืนน่ะ”


“อ๋อ” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปหยิบขนมเบื้องกินต่ออย่างสบายใจเฉิบ พี่น้ำป่าแอบมองหน้าฉันเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าฉันยังคงสนุกกับการกินขนม เขาจึงหันไปมองหน้าเธอคนนั้นแล้วพูดขึ้นบ้าง


“คืนของเสร็จแล้วก็รีบๆ ไป ฉันกับ แฟน’ จะกินข้าวกันสองคน ไม่อยากให้ ‘มือที่สาม เข้ามายุ่ง”


“แต่ว่า...” พี่สาวคนนั้นทำท่าอึกอัก เมื่อโดนตอกกลับไปจังๆ แบบนั้น ก่อนพี่น้ำป่าจะวางช้อนลง เขาจ้องตาอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจแบบที่ใช้กดดันฉัน จนเธอคนนั้นเม้มปากแน่นแล้วยอมย้ายที่นั่งแต่โดยดีเมื่อได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแบบชัดถ้อยชัดคำ


“ฉันรำคาญ!


อ่า...พี่น้ำป่าใจร้ายจัง



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กดแอด Fav. รอไว้ที่รูปภาพด้านล่างได้เลยค่ะ 555555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1,077 ความคิดเห็น

  1. #35 BowAgase (@BowAgase) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 11:22
    งานเข้าสเนลแทนเลยทีนี้
    #35
    0
  2. #34 NUNG ONE (@nung_Mstar) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 10:56
    ขอบคุนคะ
    #34
    0
  3. #33 BowAgase (@BowAgase) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 19:56
    อ้าวคดีพลิก
    #33
    0
  4. #32 BowAgase (@BowAgase) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 20:06
    น้ำป่าค่ะภัยกำลังมาเยือนแล้วค่ะเลิกมโนก่อนนะค่าาาาา
    #32
    0
  5. #31 noona (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 05:05
    เจิมมมมม
    #31
    0
  6. #30 BowAgase (@BowAgase) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 15:48
    เจิมมมน้ำป่างานเข้าแน่~~~~
    #30
    0