[END]†IRATE WICKED† วายร้ายสยบรัก!

ตอนที่ 8 : IRATE † WICKED 05 [200%] H+

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    30 พ.ย. 60


Upside Down Cross - Red


Upside Down Cross - Red




WICKED05

"HELL"


I put myself through hell to keep you to myself

I put myself through hell to keep you to myself



แฮ่ก...


เสียงลมหายใจดังขึ้นแผ่วๆ ร่างกายของฉันตอนนี้หนักอึ้งไปหมดทุกส่วน ฉันไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับเปลือกตาด้วยซ้ำ แสงสว่างอ่อนๆ บนเปลือกตาทำให้รับรู้ว่าวันนี้ฉันยังมีชีวิตอยู่อีกหนึ่งวัน ฉันพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ริมฝีปากแห้งผากจากการขาดน้ำมาเป็นเวลาหลายวัน


นั่นสินะร่างกายของฉันขาดน้ำและอาหารมากี่วันแล้วนะ


นับตั้งแต่วันที่ถูกเขาคนนั้นลักพาตัวมา ฉันก็ไม่ได้แตะอาหารหรือแม้แต่น้ำเลยแม้แต่นิดเดียว หลังจากคืนนั้นที่เขามัดข้อมือฉันติดกับพนัง เขาก็ไม่เคยโผล่หน้าเข้ามาอีกเลย เขาหายไปและปล่อยทิ้งฉันไว้ในนี้โดยไม่สนใจใยดีสักนิด


นี่เขาคิดจะทรมานฉันให้ตายด้วยการอดน้ำอดอาหารหรือยังไงกัน


ฉันถอนหายใจแผ่วๆ ราวกับมันเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ไม่ปาน ร่างกายฉันอ่อนล้ามาก จิตใจฉันก็อ่อนแอเช่นกัน หัวสมองของฉันมันสับสนมึนงงไปหมด เรื่องราวหลายเรื่องตีรวนจนฉันแยกไม่ออกว่าเรื่องไหนคือเรื่องจริงและเรื่องไหนคือเรื่องที่ฉันมโนภาพไปเอง


ฉันเกลียดอาการบ้าๆ พวกนี้ชะมัด อาการที่ฉันเป็นอยู่มันคืออาการของโรคจิตเวชชนิดหนึ่งซึ่งสามารถระงับอาการได้ด้วยยา และในเวลานี้ฉันต้องการมันมากกว่าน้ำหรืออาหารเสียอีกยากระปุกนั้น


โรคจิตเวช ได้ยินคำนี้แล้วอาจจะตกใจกันไปบ้าง คงคาดไม่ถึงว่าคุณหนูผู้ร่ำรวยอย่างฉันจะเป็นโรคบ้าบอแบบนี้ด้วย มันน่าตลกชะมัดกับการต้องยอมรับความเป็นจริงว่าสิ่งที่คุกคามชีวิตแสนเลิศหรูของฉันคือไอ้โรคบัดซบพวกนี้ ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มเกิดขึ้นกับฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ความทรงจำของฉันมันถูกโรคบ้าๆ นี่บิดเบือนไปหมด ฉันไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าความทรงจำไหนคือเรื่องจริง และความทรงจำไหนคือเรื่องที่สมองของฉันสร้างขึ้นมาเอง มันคือความทรมานที่ฉันต้องทนทุกข์อยู่กับมันมาหลายปีแล้ว


บางครั้งโรคที่ฉันกำลังเผชิญอยู่มักจะทำให้ฉันขาดสติ คลุ้งคลั่ง และซึมเศร้าในเวลาเดียวกัน แต่ส่วนมากฉันควบคุมมันได้ด้วยการกินยา ถ้าไม่มีอะไรมากระทบต่อความรู้สึกมากมาย อาการพวกนี้ก็จะค่อยๆ หายไปเอง และสามารถใช้ชีวิตปกติร่วมกับผู้อื่นได้ บอกก่อนว่าโรคจิตเวชที่ฉันเป็นมันเป็นประเภทของโรคซึมเศร้า ฉันไม่ใช่คนบ้าหรือคนวิกลจริต มันไม่ได้เลวร้ายบัดซบขนาดนั้น


กริ๊ก


เสียงปลดล๊อคกุญแจดังขึ้นหน้าประตูโกดังก่อนจะตามมาด้วยเสียงโซ่กระทบกันเบาๆ ฉันพยายามปรือตาขึ้นอีกครั้ง พลางใช้มือข้างที่ไม่ได้ถูกมัดยันตัวเองเพื่อลุกขึ้นมานั่งพิงพนังอย่างยากลำบาก ร่างกายฉันตอนนี้มันชาไปหมดทุกส่วนโดยเฉพาะข้อมือข้างที่ถูกมัด คราบเลือดสีแดงคล้ำเกรอะกรังไปทั่วทั้งตัว หนักสุดคงจะเป็นบาดแผลตรงฝ่ามือ


ประตูโกดังถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงเดินแทรกเข้ามา ฉันยกฝ่ามือขึ้นบังแสงไม่ให้แยงตา เพราะอยู่กับความมืดมาตลอดหลายวันทำให้ดวงตาไวต่อแสงมาก เขาคนนั้นเหมือนรู้ว่าฉันกำลังแสบตา ประตูโกดังถูกเลื่อนปิดอีกครั้ง ความมืดครอบคลุมโดยรอบ ขณะที่เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉัน


คะใคร?


ฉันพยายามเปล่งเสียงแหบแห้งถามทันทีที่เขามาหยุดยืนตรงหน้า แสงอ่อนๆ จากด้านนอกส่องผ่านเข้ามาทำให้ฉันเห็นใบหน้าของคนคนนี้ชัดเจนขึ้น และเขาไม่ใช่ผู้ชายสารเลวคนนั้น!


ชายหนุ่มหน้าตาดีตรงหน้าฉันยังคงยืนนิ่งไม่พูดอะไร มีเพียงแววตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร่างกายและฟูกที่นอนใต้ร่างฉัน เขาหยุดสายตาลงตรงข้อมือข้างที่ถูกมัดก่อนจะขยับตัวขึ้นมาบนฟูกเพื่อคลายเชือกให้กับฉัน ช่วงเวลานั้นฉันหวาดระแวงเขาอย่างที่สุด จังหวะที่เขาขยับกายเข้ามาใกล้ฉันแทบจะหยุดหายใจ ด้วยเพราะหวาดกลัวต่อการกระทำของผู้ชายสารเลวคนนั้นที่ทำไว้กับฉันก่อนหน้านี้


ดื่มน้ำนี่ซะ


หลังจากแกะเชือกตรงข้อมือฉันเสร็จ เขาก็ก้มลงจัดการปลดโซ่ตรวนตรงข้อเท้าของฉันต่อ จากนั้นก็หันกลับไปหยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิดฝาแล้วส่งให้ฉัน วินาทีนั้นฉันเหมือนหมาจรจัดผู้หิวโหยไม่มีผิด ฉันรีบคว้ามันมาดื่มอย่างไม่คิดจะลังเล ไม่กลัวสักนิดว่าเขาจะใส่ยาพิษหรือยาเบื่อหนูให้กิน


เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงจะดี... บางทีการฆ่าฉันให้ตายในคราเดียวมันอาจจะทรมานน้อยกว่าการถูกจองจำอยู่แบบนี้ก็เป็นได้


เธอชื่ออัยย์สินะ


“...” ฉันชะงักมือที่กำลังกระดกน้ำเล็กน้อยพลางเหลือบตามองเขา ความเจ็บปวดตรงฝ่ามือกลับมาเล่นงานฉันอีกแล้ว คงจะเป็นเพราะน้ำที่ฉันรนรานดื่มมันไหลลงมาสัมผัสกับบาดแผล ฉันควรจะดีใจดีไหมที่อย่างน้อยๆ ฉันก็ยังมีความรู้สึกเจ็บอยู่


ไม่สินี่ไม่ใช่เวลาที่ฉันจะมาโอดครวญตอนนี้ ผู้ชายคนนี้ต่างหากล่ะที่ฉันควรจะให้ความสนใจ ฉันจ้องหน้าเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง เรือนผมสีทองอ่อนบวกกับใบหน้าเรียวดุจเทพบุตร เขาคนนี้ดูดีไม่ต่างจากผู้ชายสารเลวคนนั้นเลย ฉันยังคงจ้องหน้าเขาต่อไป ความรู้สึกของฉันมันบอกว่าผู้ชายคนนี้อาจจะไม่ได้เลวร้าย


นายเป็นใคร…” ฉันถามด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ ถึงจะได้ดื่มน้ำแก้กระหายไปบ้าง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยฟื้นเรี่ยวแรงให้กับร่างกายฉันอยู่ดี


อาคิระ ฉันเป็นเพื่อนของไอ้ฮาเดส


“...” ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย


ฮาเดสเขากำลังหมายถึงผู้ชายสารเลวคนนั้นเหรอ


เธอไม่รู้จักไอ้ฮาเดสเหรอ?” อาคิระถาม สีหน้าเขาเหมือนกำลังจับผิดกัน ฉันจ้องหน้าเขานิ่งเป็นคำตอบ


ไม่เลยฉันไม่คุ้นกับชื่อนี้เลยสักนิด


แล้วถ้าชื่อชินซองล่ะ เธอพอจะรู้จักไหม?”


ชะชินซองฉันครางชื่อนั้นออกมาเบาๆ


คุ้นจังทำไมอยู่ๆ ฉันถึงรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้กันนะ


ใช่ เธอเคยรู้จักกับมันมาก่อนใช่ไหม ไอ้ชินซองน่ะ


เคยรู้จัก อย่างนั้นเหรอ


ชินซองฮึก


โอ้ย!ฉันยกสองมือขึ้นกุมหัวทันที ความรู้สึกปวดร้าวราวกับหัวจะระเบิดนี่มันคืออะไร อยู่ดีๆ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาในหัว มันตีรวนกับความทรงจำก่อนหน้าไปหมด มันรวนจนฉันแยกแยะไม่ออกเลยว่ามันคือเรื่องจริงหรือไม่จริง มันทรมาน ฉันทรมานจะตายอยู่แล้ว ฉันไม่อยากคิดอะไรแล้ว ฉันต้องการยายาของฉันอยู่ไหน?!


เฮ้! เธอเป็นอะไร?!” สัมผัสจากฝ่ามืออบอุ่นแตะลงบนหัวไหล่ของฉัน ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้อาคิระกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่เพราะฉันมัวแต่ก้มหน้าชิดเข่า สองมือกุมขมับตัวเองแน่น พยายามกดมันสุดแรงเพื่อบรรเทาอาการทรมานอย่างแสนสาหัสนี้ลง


ยาย... ยาฉัน


ยา? ยาอะไร?!”


ยา Fluoxetine ของฉันอึก คนสารเลวนั่นเอามันไปฉันพึมพำไม่เป็นภาษาและพูดชื่อยาออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่อาคิระกลับฟังมันออก เขานิ่งไปหลายวินาทีก่อนจะจับฉันเอนตัวลงบนฟูกแล้วพลุนพลันวิ่งออกจากโกดังไปโดยเปิดประตูทิ้งเอาไว้อย่างไม่กลัวว่าฉันจะหนี


แต่ก็นะสภาพของฉันตอนนี้ถ้าคิดจะหนีก็คงต้องคลานออกไปเท่านั้นแหละ ฉันไม่มีแม้แต่แรงจะพูดด้วยซ้ำ นับประสาอะไรจะให้ลุกเดิน




หนึ่งชั่วโมงผ่านไป


หลังจากได้นอนพักสมองชั่วครู่ทำให้อาการปวดหัวบรรเทาลงมาก อาคิระยังคงไม่กลับมา และประตูโกดังก็ยังเปิดอยู่เช่นเดิม เห็นดังนั้นฉันจึงพยายามรวบรวมแรงเพื่อลุกขึ้นนั่ง สายตาจับจ้องไปทางประตูนิ่ง ฉันต้องหนีไปจากที่นี่ให้ได้ นั่นคือสิ่งเดียวที่คิดได้ในเวลานี้ เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่เหลืออยู่สำหรับฉันแล้วก็ได้


บ้าฉิบ…” ฉันสบถออกมาเมื่อตัวเองล้มลงบนพื้นดินแสนสกปรกของโกดัง เศษขี้ฝุ่นกระจายไปทั่วอากาศจนต้องกลั้นลมหายใจ อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดจริงๆ ฉันไม่เหลือเรี่ยวแรงจะเดินเลยสักนิด


แต่ก็นะ ต่อให้ต้องคลานออกจากที่นี่เพื่อหนีไปฉันก็จะทำ!



ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว รู้แต่เพียงว่าตอนนี้ฉันสามารถคลานออกมาจากโกดังนรกนั่นสำเร็จ มองจากรอบตัวแล้วที่นี่คงจะเป็นบ้านแถวชานเมืองซึ่งร้างราผู้คนพอสมควร ท้องฟ้าที่ฉันไม่ได้เห็นมาหลายวันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามบ่งบอกให้รู้ว่ายามนี้เริ่มจะพลบค่ำแล้ว


ฉันท้าวฝ่ามือลงบนพื้นเพื่อพยุงตัวเองอีกครั้ง คราวนี้ฉันสามารถลุกขึ้นยืนได้สำเร็จด้วยการจับกำแพงรั้วสูงของบ้านหลังใหญ่เพื่อช่วยพยุงตัวอีกแรง ฉันค่อยๆ เดินเกาะกำแพงมาที่ประตูรั้วช้าๆ ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถึงที่หมายและก็พบว่ามันไม่ได้ล๊อคเอาไว้


แสดงว่าผู้ชายสารเลวนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่สินะและอาคิระก็รีบออกไปโดยไม่ได้ล๊อคประตูเช่นกัน


ไม่ต้องยืนคิดให้เสียเวลานาน ฉันดันประตูเปิดออกแล้วแทรกตัวผ่านออกมา ตรงหน้าของฉันตอนนี้เต็มไปด้วยป่าไม้รกทึบไปหมด บริเวณถนนเป็นทางลาดขึ้นเขาซึ่งฉันไม่รู้หรอกว่าตัวเองควรจะไปทางไหน ขอเพียงแค่มีรถผ่านมาสักคันเพื่อให้ฉันได้ขอความช่วยเหลือเท่านั้นก็พอแล้ว


ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ ฉันพยายามทรงตัวเดินไปข้างหน้าช้าๆ พยายามอย่างที่สุดเพื่อไม้ให้ตัวเองล้ม ดวงตาปรือมองไปยันถนนด้านหน้าอย่างรอคอยความหวังว่าจะมีรถสักคันผ่านมาบ้าง


พระผู้เป็นเจ้าได้โปรดช่วยลูกด้วย


ฉันวิงวอนต่อพระเจ้าในใจและดูเหมือนว่าคำอธิฐานของฉันจะได้รับการตอบรับ สายตาเลือนรางของฉันมองเห็นไกลๆ ว่าคล้ายกับมีรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่คันหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง ฉันรีบโบกมือไปทางถนนอย่างไม่รีรอ พยายามแสดงตัวให้เจ้าของรถคันนั้นมองเห็นท่ามกลางแสงยามเย็นที่เริ่มโพล้เพล้


ในที่สุดรถบิ๊กไบค์คันนั้นก็ค่อยๆ ผ่อนความเร็วลง เขาเบี่ยงตัวเข้าข้างทางและชะลอรถจอดเลยจุดที่ฉันยืนไปไม่กี่เมตร ฉันเอ่ยขอบคุณพระเจ้าในใจก่อนจะหันกลับมาหาเจ้าของรถคันนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือ


ชะช่วยด้วย…”


ร่างสูงก้าวลงจากรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ เขามองฉันผ่านหมวกกันน๊อคสีดำดุก่อนจะเดินเข้ามาหาช้าๆ ราวกับตอบรับคำขอร้องของฉัน สายลมเย็นๆ พัดผ่านมากระทบร่างที่สวมเพียงเสื้อผ้าตัวบางจนรู้สึกหนาวสั่นอย่างบอกไม่ถูก ฉันยืนนิ่งกอดตัวเองอยู่อย่างนั้นเพราะไม่เหลือเรี่ยวแรงอีกแล้ว ทำได้เพียงยืนรอให้ร่างสูงนั่นเดินเข้ามาหา


“...” เขาเดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้าฉันแล้ว ฉันจ้องเขาผ่านกระจกสีดำของหมวกกันน๊อค เดาไม่ถูกเลยว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ตอนที่ได้เห็นสภาพราวกับศพเดินได้ของฉันใกล้ๆ เขาอาจจะรังเกียจหรือขยะแขยงฉัน แต่ฉันไม่สน ขอเพียงเขายอมช่วยพาฉันหนีไปจากที่นี่ก็พอแล้ว


ได้โปรดช่วยฉันด้วยช่วยพาฉันไปจากที่นี่ทีฉันอ้อนวอนเขาอีกครั้ง วินาทีนี้ศักดิ์ศรีมันไม่มีค่าอะไรสำหรับฉันอีกแล้ว เพียงแค่ได้หนีไปจากขุมนรกนี่ฉันยอมทำทุกอย่าง


แลกกับอะไร?”


น้ำเสียงทุ่มต่ำลอดผ่านหมวกกันน๊อคออกมา เสียงของเขาอู้อี้หากทว่าดุดัน ฉันรู้สึกคุ้นกับน้ำเสียงของเขามาก แต่มันไม่ใช่เวลาจะมาสนใจเรื่องพวกนั้น เพราะสิ่งที่เขาถามมันสำคัญมากกว่า


ละแลก?”


ช่วยเธอ... แลกกับอะไร?” เขาถามย้ำอีกครั้ง และครั้งนี้ฉันรู้สึกคุ้นมาก มันคุ้นจนหัวใจฉันกระตุกวูบ


อะอะไรก็ได้ถึงจะรู้สึกอย่างนั้นแต่ฉันก็ยังตอบ บอกแล้วไงว่าฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้หนีไปจากที่นี่ ไม่ว่าเขาคนนี้อยากได้อะไรฉันก็จะให้ เงิน อำนาจ หรือของมีค่าอะไรฉันจะให้คนของพ่อหามาให้อย่างแน่นอน


ทุกอย่าง?”


ชะใช่ ทุกอย่างที่คุณต้องการ


“...” เขาเงียบไป นั่นทำให้ฉันใจคอไม่ดี บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดลงเรื่อยๆ เสียงจักจั่นหวีดร้องโหยหวนก้องไปทั่วทั้งป่า สร้างความหวาดหวั่นให้กับฉันเป็นอย่างมากได้ฉันจะช่วย


คำตอบรับของเขาเรียกรอยยิ้มจากฉันแทบทันที หากทว่าคำพูดประโยคต่อมาของเขากลับเปรียบเสมือนฆ้อนขนาดใหญ่ทุบลงกลางหัวใจฉัน


แลกกับชีวิตของลูกในท้องเธอตกลงไหม?


วะว่าไงนะ? เขาหมายความว่ายังไง ลูกอะไรกันลูกในท้องของฉันงั้นเหรอ?


ไม่ต้องรอให้ฉันสงสัยนาน ร่างสูงที่เพิ่งพูดอะไรแปลกๆ ออกมายกมือขึ้นถอดหมวกกันน๊อคออกจากศีรษะตัวเองอย่างช้าๆ ฉันจับจ้องภาพนั้นด้วยหัวใจระทึก


ไม่จริงน่ะ


เรือนผมสีเทาควันบุหรี่ปรากฏเด่นชัดตรงหน้าฉัน ใบหน้าเรียวดุดันตัดรับกับผิวขาวซีด ดวงตาคมกริบดำมืดดุจปีศาจและริมฝีปากสีคล้ำเหยียดยิ้มน่ากลัวนั่น


คนคนนี้คือ


ฮะฮาเดส


Loading...100%



ฉันครางชื่อของผู้ชายสารเลวตรงหน้าออกมาแผ่วเบาก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง เรี่ยวแรงที่พยายามฝืนทั้งหมดเหือดหายไปในทันทีที่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใคร


นี่มันบ้าที่สุดพระเจ้าไม่เคยเข้าข้างฉันเลยทำไมทำไมกันทำไมฉันต้องมาพบเจอเรื่องสารเลวแบบนี้ด้วย ฉันพยายามคลานหนีออกมาจากขุมนรกนั่นเพื่ออะไรกัน?! ฉันพยายามทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร!!


หึฮาเดสอย่างนั้นเหรอ? รู้แล้ว ทำไมสัตว์เลี้ยงของฉันถึงหลุดจากโซ่ตรวนได้ฮาเดสย่อตัวนั่งยองๆ ลงตรงหน้าฉัน สีหน้าเขาตอนนี้น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูกเพราะหมาจมูกไวสินะ


ยะอย่าฉันขอร้อง... ปล่อยฉันไปเถอะนะฉันอ้อนวอนเขาเสียงสั่น ไม่รู้ว่าสั่นเพราะอากาศรอบตัวมันเย็นจัดหรือสั่นเพราะหวาดกลัวเขากันแน่ ฉันเองก็ตอบไม่ได้ เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันหวาดกลัวได้ขนาดนี้... ผู้ชายคนนี้น่ากลัวสมกับชื่อจริงๆ


ปล่อย? ก็ปล่อยอยู่นี่ไง ไปสิ ถ้าเธออยากจะหนีฉันก็จะให้เวลาเธอหนีเขาลุกขึ้นยืนพลางก้าวถอยหลังสองสามก้าว ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรี้ยม เขาไม่คิดจะปล่อยฉันจริงๆ หรอกฉันรู้ และต่อให้เขายอมปล่อยฉันจริงๆ ฉันก็หนีไปไหนไม่พ้นอยู่ดี สภาพของฉันตอนนี้จะไปไหนได้ไกลกันล่ะ


ฉันนี่มันน่าสมเพชจริงๆ!


ฉันให้เวลาเธอสิบนาทีเพื่อไปให้พ้นจากตรงนี้ ถ้าครบสิบนาทีแล้วเธอยังอยู่ในเขตการมองเห็นของฉันล่ะก็ เธอจะไม่ได้แม้แต่เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลยฮาเดสยืนกอดอกมองต่ำ ท่าทางเขาดูสนุกกับการทรมานฉันมาก สภาพของฉันที่นั่งอยู่บนพื้นถนนมันคงเป็นภาพอันน่ารื่นรมย์สำหรับเขามากสินะ


พอสักที... เลิกทรมานฉันสักที! ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว อยากจะทำอะไรกับฉันก็เชิญ!ฉันกัดฟันพูดเสียงแผ่ว พยายามทำใจยอมรับชะตากรรมของตัวเอง ผู้ชายคนนี้โกรธแค้นชิงชังฉันมาก สาเหตุก็คงมาจากผู้หญิงคนนั้นผู้หญิงที่ตามหลอกหลอนฉันทั้งยามหลับและยามตื่นผู้หญิงที่ฉันจำได้ไม่ลืมว่าเธอเคยทำเรื่องเลวร้ายอะไรไว้กับฉัน


หากทว่า ฉันกลับจำไม่ได้เลยสักนิดว่าเคยทำเรื่องเลวร้ายอะไรไว้กับเธอฉันจำอะไรไม่ได้เลยในเรื่องนั้นเหมือนกับว่าความทรงจำของฉันมันบิดเบือนไปหมด มันตีรวนจนฉันอยากจะบ้า


หึ ยอมง่ายไปไหมอัยย์ เมื่อกี้เธอยังขอร้องให้ฉันช่วยอยู่เลยนะ ลืมแล้วเหรอ?”


ถ้ารู้ว่านายเป็นใคร ฉันคงกระโดดให้รถชนตายไปแล้ว!”


โต้ตอบได้ดีนี่ แสดงว่าเริ่มมีแรงแล้วสินะ ดี! อย่างนี้ค่อยน่าสนุกหน่อยน้ำเสียงของฮาเดสดุดันขึ้นเล็กน้อย เขาดูจะหัวเสียกับการโต้เถียงของฉันมาก ร่างสูงตรงเข้ามากระชากแขนฉันให้ลุกขึ้นยืนอย่างไร้ความปราณีก่อนจะลากให้เดินไปทางรถบิ๊กไบค์ที่จอดอยู่แล้วออกคำสั่งขึ้นไป!”


เขาบังคับให้ฉันขึ้นนั่งด้านหน้าซึ่งเป็นส่วนตัวถังของรถ นี่เขาบ้าไปแล้วหรือไง ฉันจะไปนั่งตรงนั้นได้ยังไงกัน ฉันยืนด่าเขาในใจได้ไม่นาน ร่างสูงก็ก้าวขึ้นคร่อมรถก่อนจะกระชากตัวฉันขึ้นด้วยความรุนแรง ฉันที่ร่างกายไม่มีแรงจะขัดขืนอยู่แล้วก็ต้องจำใจขึ้นมานั่งหันข้างบนตัวถังนั่นที่เขากำลังคร่อมรถอยู่ซึ่งพูดให้ถูกก็คือนั่งทับตักของเขากึ่งหนึ่งนั่นแหละ


บรื้นนน


รถบิ๊กไบค์คันใหญ่ออกตัวด้วยความเร็วจนร่างของฉันปลิวไปปะทะกับแผงอกแกร่งอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นของแอลกฮอล์ฉุนจัดจากตัวเขาทำให้ฉันรับรู้ได้ทันทีเลยว่าฮาเดสกำลังเมา ถึงอาการเขาจะไม่ออกมากก็เถอะ แต่กลิ่นเหล้าแรงซะขนาดนี้คงจะดื่มหนักมามากพอดูเลยล่ะ


ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาซึ่งวูบหนึ่งเหมือนจะเห็นว่าดวงตาคมกริบนั่นเหลือบมองกันก่อนที่เขาจะเร่งเครื่องด้วยความเร็วแล้วเลี้ยวเข้ามาภายในบ้านที่ประตูรั้วถูกเปิดเอาไว้อยู่แล้วด้วยฝีมือของฉันเอง


เมื่อรถจอดสนิทหน้าทางเข้าบ้านหลังใหญ่ ร่างของฉันก็ถูกกระชากให้ลงมายืนกับพื้นทันที ฮาเดสปล่อยแขนฉันแล้วเดินกลับไปคล้องโซ่ล๊อคประตูรั้วอย่างแน่นหนาก่อนจะเดินกลับมาลากฉันให้เข้าไปในโกดังนรกเช่นเดิม


ฉันแทบอยากจะร้องไห้เมื่อได้กลับมาเห็นฟูกเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยรอยเลือดเกรอะกรังน่ากลัวของตัวเอง นี่ฉันจะต้องถูกจองจำอยู่ที่นี่ต่ออย่างนั้นเหรอ


เมื่อไหร่กันเมื่อไหร่เรื่องบัดซบพวกนี้มันถึงจะจบลงสักที!!


ปึก!


โอ้ยฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ฮาเดสผลักฉันลงบนฟูกแข็งๆ ด้วยความรุนแรง เขากวาดสายตามองเชือกบนพนังไล่มาจนถึงขวดน้ำก่อนจะหยุดลงที่โซ่ตรวน แววตาดำมืดมีประกายไฟน่ากลัวผุดขึ้น นั่นทำให้ฉันรีบถอยหลังหนีทันที


หึเธอนี่มันร้ายไม่ใช่เล่น ถึงขนาดอ่อยไอ้เวรนั่นจนมันติดกับเลยเหรอเขาปรามาสฉันน้ำเสียงเย็นชา แววตาดุร้ายจ้องลึกเข้ามา


ฉะฉันไม่ได้อ่อยเขานะ อาคิระเขามาช่วยฉันอ๊ะ!


หยุดมารยาได้แล้วอัยย์! คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าผู้หญิงชั่วๆ อย่างเธอมันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ!ฉันพูดยังไม่ทันจบดี ฮาเดสกลับทาบทับลงมาบนตัวฉันอย่างรวดเร็ว เขารวบสองมือของฉันขึ้นไปกดไว้เหนือหัว แล้วใช้มืออีกข้างเอื้อมไปแกะเชือกเส้นนั้นออกจากพนังโกดังก่อนจะเอามันมามัดข้อมือทั้งสองของฉันแทน


หยุดนะ! ฉันเจ็บ!


แควก!!


อ๊ะ!! จะจะทำอะไร!สองตาฉันเบิกโพลงด้วยความตื่นตกใจ เมื่อถูกผู้ชายเหนือร่างลงมือฉีกทึ้งเสื้อผ้าออกจากร่างกายด้วยความดิบเถื่อน ผิวเนื้อของฉันถูกความคมของผ้าบาดจนแสบไปหมดทั้งตัว ฉันกรีดร้องเหมือนคนเสียสติพยายามดิ้นหนีโดยไม่สนใจว่าจะโดนเชือกที่ข้อมือบาดจนเลือดไหลสักแค่ไหน


ร่างทั้งร่างของฉันเปลือยเปล่าภายในเวลาไม่ถึงนาทีด้วยฝีมือของคนสารเลว เขาฉีกแม้กระทั่งบราเซียของฉัน เหลือไว้เพียงชั้นในตัวน้อยที่ปกปิดส่วนสำคัญที่กำลังโดนหน้าขาของเขากดทับอยู่ พอนึกถึงสภาพของตัวเองตอนนี้จู่ๆ น้ำตามันก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว


นี่ฉันกำลังเปลือยต่อหน้าผู้ชายสารเลวคนนี้อย่างนั้นเหรอมันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม...


เคยบอกแล้วไงว่าฉันจะเป็นกระจกสะท้อนการกระทำของเธอฮาเดสกระซิบบอกเสียงต่ำ ฉันแทบไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยสักนิด ตอนนี้สมองมันอื้อไปหมด หูหนวกตาลายไปชั่วขณะ ฉันกำลังช๊อคกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมากชอนซาต้องตายไปพร้อมกับลูกในท้อง...


“...”


เด็กคนนั้นถูกพิพากษาให้ตายทั้งที่ยังไม่เคยลืมตาดูโลกมันช่างบัดซบสิ้นดีเขายังคงพูดพร่ำต่อไปขณะใช้มือข้างหนึ่งกดข้อมือที่ถูกมัดของฉันเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างที่ยังว่างเขาใช้มันทำร้ายร่างกายฉันด้วยการบีบเคล้นไปทั่วทุกส่วนอย่างไร้ความปราณี สัมผัสรุนแรงสร้างความเจ็บปวดให้กับฉันอย่างแสนสาหัส


อึก…” เสียงร้องของฉันสะดุดไปขณะทรวงอกถูกบีบขย้ำอย่างป่าเถื่อน มันเจ็บมาก ทั้งเจ็บ ทั้งทรมาน สัมผัสกักขฬะของฮาเดสไม่ต่างจากการลากฉันลงนรก เขาปล่อยมือออกจากการจับข้อมือฉันเพื่อเปลี่ยนมาสร้างความเจ็บปวดให้กับร่างกายของฉันแทนจะเจ็บ


“เจ็บแค่นี้ไม่ตาย เพราะมันเทียบไม่ได้สักนิดกับสิ่งที่ชอนซาเจอ”


“มะ ไม่! ฉันไม่รู้ ฮึก!” ฉันสะอื้นตัวสั่น เรียวฟันคมเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งอยู่ในโพลงปาก


“เธอไม่รู้อย่างนั้นเหรอ? เธอทำลายชีวิตชอนซาแล้วยังจะกล้าพูดว่าไม่รู้อีกเหรอ!!


“อ๊ะ!” ฉันร้องออกมาเมื่อชุดชั้นในเพียงสิ่งเดียวบนร่างกายถูกมือหนากระชากออก ฉันเห็นเขาปลดเข็มขัดและกางเกงของตัวเองออกลวกๆ ความหวาดกลัวผุดขึ้นในใจทันที


ไม่นะ


“เธอมันน่าขยะแขยงยิ่งกว่าเชื้อโรค ทำเรื่องสารเลวเอาไว้มากมาย แต่ทำเป็นเสแสร้งว่าจำไม่ได้ งั้นฉันจะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำชั่วๆ นั่นให้เธอเอง!


“ได้โปรด! อย่าทำฉันเลย ฮือ!


ฉันพยายามเบี่ยงตัวหนีฝ่ามือแข็งกระด้าง แต่มันก็ไร้ผลเมื่อถูกฮาเดสกระชากกลับมาใต้ร่างเช่นเดิมก่อนที่เขาจะทำเรื่องโหดร้ายด้วยการล่วงล้ำเข้ามาในกายฉันอย่างไร้ความปราณี


“กรี๊ดดด!!” ฉันกรีดร้องออกมาสุดเสียงจนเจ็บคอไปหมด แต่ความเจ็บนั้นมันสู้ไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวหนึ่งของความเจ็บเบื้องล่างเลย ฉันรู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองกำลังฉีกขาดจากการถูกรุกรานด้วยความรุนแรง มันเจ็บจนแทบจะขาดใจตาย


“รสชาติของการตกนรกทั้งเป็นมันเป็นยังไงล่ะอัยย์



“มันหวานหอมถูกใจเธอดีไหม?”


สารเลวที่สุด


นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันคิดออกในเวลานี้ นอกจากเสียงกรีดร้องแทบขาดใจของฉันแล้ว เสียงความรุนแรงจากการเคลื่อนไหวของเขาก็ดังไม่แพ้กัน ความเจ็บปวดเจียนตายฝังลึกอยู่ในกายฉัน มันเหมือนนรกที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ นรกที่เขากระชากฉันลงไปด้วยความโหดร้าย


ฉันรู้สึกอยากตาย อยากจะตายเหลือเกิน



ร่างหนายังคงเคลื่อนไหวต่อไปอย่างบ้าคลั่ง แววตาคมกริบดุดันหลุบต่ำมองฉันกรีดร้องด้วยแววตาเย็นชา ไร้ความรู้สึก ฉันขัดขืนอะไรเขาไม่ได้เลย ทำได้เพียงยกมือที่ถูกมัดทั้งสองข้างขึ้นกำชายเสื้อของเขาแน่นเพื่อระบายความทุกข์ทรมาน และนั่นก็ทำให้ฉันได้เห็นรอยสักบริเวณแผงอกข้างซ้ายของเขาโผล่พ้นคอเสื้อออกมา ราวกับมันเป็นเครื่องตอกย้ำถึงการกระทำเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานของเขา


ฮาเดสสารเลวเหลือเกิน เขามันโหดร้ายเกินความเป็นคน เขาข่มขืนฉันด้วยความดิบเถื่อน เขาทำร้ายฉันอย่างไร้ความปราณี เขามันไม่ต่างอะไรจากสัตว์นรก!!




[บทบรรยาย ฮาเดส]


ผมพละตัวออกจากผู้หญิงใต้ร่างทั้งที่อารมณ์ยังไปไม่ถึงไหน เพราะร่างบางหมดสติไปแล้ว และผมก็ไม่คิดจะทำต่อจึงถอยตัวออกมา ร่างกายเปลือยเปล่าขาวซีดแดงเถือกเป็นจ้ำๆ ไปทั่วทั้งร่าง โดยเฉพาะส่วนล่างของเธอที่เพิ่งถูกผมกระทำอย่างป่าเถื่อนไปเมื่อครู่บัดนี้มันเต็มไปด้วยรอยเลือดสีแดงฉาน


ช่างน่าสมเพช


ผมแสยะยิ้มอย่างไร้ความสงสารขณะยืนมองภาพตรงหน้า นี่มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตกนรกเท่านั้น ผมบอกแล้วไงว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อจองจำเธอเอาไว้ในขุมนรกแห่งนี้ ผมจะทำให้เธอทรมานอย่างแสนสาหัส แม้อยากตายก็ตายไม่ได้ ถึงอยากจะหนีก็หนีไม่พ้น


และนี่คือบทลงโทษสำหรับเหตุการณ์ที่เธอหนีไปจากที่นี่ในวันนี้ ตอนแรกผมรู้สึกโกรธมากที่เห็นอัยย์หนีออกไปแบบนั้น และตั้งใจว่าจะลงโทษเธอแค่การฉีกทึ้งเสื้อผ้าเท่านั้น แต่เธอกลับทำให้ผมโกรธแค้นยิ่งกว่าเมื่อเธอไม่ยอมรับในความชั่วร้ายที่เคยกระทำกับชอนซา


สิ่งเดียวที่สามารถทรมานอัยย์ได้นั่นก็คือการกระทำเยี่ยงสัตว์นรกแบบนี้นี่แหละ มันเหมาะกับคนอย่างเธอที่สุด ผมจะทำให้เธอทุกข์ทรมานจนกว่าจะขาดใจตายไปเลย!


เศษเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดถูกหยิบขึ้นมาคลุมส่วนล่างของอัยย์ ผมย่อตัวลงเพื่อใส่โซ่ตรวนบนข้อเท้าเล็กเช่นเดิม และไม่มีวันที่เธอจะได้หนีออกไปอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน


ไม่มีวันเด็ดขาด!



กริ๊ก


ผมกดล๊อคกุญแจลงบนโซ่หน้าประตูโกดังก่อนจะหันหลังเดินออกมา ท้องฟ้ายามราตรีมืดสนิทไม่เห็นแม้แต่แสงจันทร์ มันช่างเป็นคืนเดือนมืดที่น่าอภิรมย์ยิ่งนัก


บรื้น


เสียงเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดหน้าประตูทางเข้าบ้านช่วยเรียกสายตาผมจากท้องฟ้าอันมืดมิด รถสปอร์ตคันหรูแสนคุ้นตาจอดสนิทพร้อมกับร่างสูงของคนขับที่ลงมายืนมองผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง


“ไอ้ฮาเดส


” ผมหลุบตาลงมองถุงสีขาวในมือของมันซึ่งมีสัญลักษณ์ของโรงพยาบาลจิตเวชปรากฏอยู่บนนั้น ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มเล็กน้อยพลางหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบโดยที่ยังไม่ขยับเดิน


“มึง กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” อาคิระถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ผมเห็นนะว่ามันแอบชำเลืองสายตาไปทางประตูโกดังด้านหลังผมน่ะ


หึ บัดซบสิ้นดี


กลับมาทันจับลูกแมวเข้ากรงพอดี” ผมแสยะยิ้มตอบ อาคิระหน้าถอดสีเล็กน้อยแต่แววตายังคงนิ่งเรียบ มันรีบเก็บถุงยาในมือเข้ารถแล้วพยายามทำตัวให้เป็นปกติ ผมย่างสามขุมเข้าไปหามันช้าๆ มือข้างหนึ่งคีบมวนบุหรี่ขึ้นสูบหนักๆ


ผมเกลียดคนทรยศ โดยเฉพาะคนใกล้ตัว


พลั่ก!


หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าเพื่อนรักเต็มแรงโดยที่มันไม่ทันตั้งตัว อาคิระเสียหลักถอยหลังไปหลายก้าว มันยกหลังมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากพลางมองผมด้วยแววตานิ่งเรียบไม่เปลี่ยน


“อย่าเสือกเรื่องของกูอีก”



“ต่อให้เป็นมึง กูก็จะฆ่า” ผมกระซิบบอกเสียงต่ำ แววตาของผมจริงจังและไม่เคยล้อเล่น ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่เข้ามาขวางทางแก้แค้นของผม ผมไม่เอามันไว้แน่!


“มึงทำเกินไปไอ้เดส!


ผมชะงักเท้าที่กำลังเดินเข้าบ้านตามเสียงตะโกนจากด้านหลัง บุหรี่มวนสีขาวถูกโยนลงบนพื้นก่อนจะใช้ปลายเท้าบดขยี้มันช้าๆ เหมือนต้องการเตือนบางอย่างกับคนข้างหลัง


“แค่ต่อย อย่าทำสำออย”


“กูหมายถึงเรื่องของอัยย์!


กึก


ปลายรองเท้าหยุดชะงัก ผมไม่ชอบเลยแฮะ ไม่ชอบเลยที่ได้ยินชื่อของผู้หญิงคนนั้นจากปากผู้ชายคนอื่น โดยเฉพาะจากปากของผู้ชายที่เคยพูดว่ารักน้องสาวผมอย่างไอ้อาคิระ


ผมหันกลับมามองมันด้วยแววตาดุดัน ความรู้สึกโกรธที่ยังไม่จางหายมันเริ่มทวีขึ้นมาอีกแล้ว ไอ้เวรนี่กำลังจะทำให้ผมคลั่ง


“มึงไม่ควรใช้ปากที่เคยพูดว่ารักชอนซาเรียกชื่อผู้หญิงน่ารังเกียจนั่นนะไอ้คิระ กูขอเตือน”


“มันไม่เกี่ยวกันไอ้เดส มึงแน่ใจแค่ไหนว่าอัยย์เป็นคนฆ่าชอนซาจริงๆ เธออาจจะไม่ใช่คนที่ผลักชอนซาลงมาก็ได้ เรายังไม่มีหลักฐานมากพอ


พลั่ก!


ผมตรงเข้าไปซัดหน้าอาคิระอีกรอบเพราะทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว มันคิดว่าตัวเองเป็นใครกันวะถึงมาตัดสินใจแทนผมแบบนี้ มันคิดว่าตัวเองรู้จักผู้หญิงคนนั้นดีแค่ไหนกันถึงได้ออกตัวปกป้องกันซะขนาดนี้


“อย่าทำเป็นรู้มาก ทั้งที่มึงไม่เคยรู้อะไรเลย!


พลั่ก!


ผมกระชากคอเสื้อมันมาต่อยอีกครั้งจนมันเสียหลักล้มลงบนพื้น อาคิระปล่อยให้ผมทำร้ายโดยที่มันไม่คิดจะปัดป้องหรือสู้กลับสักนิด มันก็เป็นแบบนี้เสมอนั่นแหละ ชอบทำให้ผมคลั่งเสมอ!


“ถ้างั้นมึงก็บอกกูมาสิวะว่าเธอคนนั้นเคยทำอะไรกับมึงไว้บ้าง! กูรู้นะว่าความแค้นของมึงที่มีต่ออัยย์มันไม่ได้มีแค่เรื่องของชอนซาเรื่องเดียว มึงเคยรู้จักกับเธอมาก่อนใช่ไหมไอ้เดส?!


“หุบปาก! แล้วไสหัวกลับไปซะ!” ผมปล่อยคอเสื้อมันแล้วออกปากไล่ ผมรู้ว่าที่นี่เป็นบ้านของมัน ผมไม่มีสิทธิ์ไล่มันหรอก แต่ตอนนี้ผมคือคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ เพราะงั้นผมมีสิทธิ์!


อาคิระลุกขึ้นยืนพลางใช้หลังมือปาดเลือดออกจากมุมปากตัวเอง มันเดินกลับไปที่รถก่อนจะหันมองผมด้วยสีหน้านิ่งๆ เดาไม่ออกว่ามันกำลังคิดอะไรในใจ ผมจึงต้องตัดไฟซะตั้งแต่ต้นลม


“ถ้าไม่จำเป็น อย่ามาที่นี่อีก”




“เพราะอัยย์ คือแค้นที่กูต้องชำระด้วยตัวเอง!


TO BE CONTINUED


TALK

หาอ่านได้จากหนังสือหรือ Ebook ได้แล้วนะคะ

อุดหนุนกันเยอะๆ น้าาา

สำหรับใครที่อยากจะอ่านต่อจนจบสามารถหาซื้อรูปเล่มและ E-Book ได้นะคะ
รับประกันความดาร์ก คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน!
สั่งซื้อ E-Book ฮาเดสสุดโหด!! 
ราคา 299 บาท คุ้มเว่อร์!
รีวิวติด 5 ดาวให้เฮียด้วยนะ
(มีหลายเว็บใหลือกซื้อเลยจ้า)

 
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,104 ความคิดเห็น

  1. #1090 Min_lovefic (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 23:03
    โหดเข้าไป พอสำนึกมันจะโครต ทรมาน และโดนใจ รีดเดอร์อย่างหนูสุดๆ
    #1,090
    0
  2. #300 Pvl6ic (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 09:24
    พระเอกโหดมากกกก สงสารนางเอกเลยอะ
    #300
    0
  3. #299 ออนซ์ซัง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 08:31
    โหดวะ ทำไมนี่ชอบ? 55556
    #299
    0
  4. #298 กมรสน. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 19:46
    ว้าวว โหดจริงไรจริง
    #298
    0
  5. #297 Icy\'Ice Nannaphat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 00:13
    รอๆๆ
    #297
    0
  6. #296 นิก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 07:19
    ความโหดนี้
    #296
    0
  7. #294 เรายังมีใจ ตรงกัน อยู่ไหม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 00:43
    โหด ดาร์ก สวะสุดๆ บองตงไม่เคยอ่านนิยายดาร์กๆงี้เลยอ่ะ ตื่นเต้นดี น่าสนใจมากค่ะ^ ^
    #294
    0
  8. #293 zegirl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 00:26
    อยากรู้ความหลัง
    #293
    0
  9. #292 katicknam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 23:54
    โหดอะไรเยี่ยงนี้เล่า????????สงสารอัยย์
    #292
    0
  10. #291 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 18:57
    รอดูไปละกันถ้าวันนึงความจริงเผยออกมา

    วันนั้นคนที่จะเจ็บเจียนตายจะไม่ใช่อัยย์
    #291
    0
  11. #290 นิก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 16:53
    โอ้ยยย โหดแท้

    สู้ๆนะคุณไรท์ที่รัก
    #290
    0
  12. #289 ranot (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 16:20
    ขนลุกขนชัน อิเดสมันเลวววว / อยากรู้เบื้องหลังในอดีตแล้วง่อววว
    #289
    0
  13. #288 Sawada Tsunayoshi Boss Vongola X (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 15:35
    รีบมาต่อน้าา
    #288
    0
  14. #287 hhyed (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 19:44
    เค้าขอคืนนี้ๆด้มั้ยยยยย ใจจะขาดอยู่รอมร่อปล้วเหว่ยย.555
    #287
    0
  15. #286 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 16:01
    ต่อเร็วๆ นะคะะะะะ
    #286
    0
  16. #285 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 16:01
    ต่อเร็วๆ นะคะะะะะ
    #285
    0
  17. #284 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 16:01
    ต่อเร็วๆ นะคะะะะะ
    #284
    0
  18. #283 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 16:01
    ต่อเร็วๆ นะคะะะะะ
    #283
    0
  19. #282 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 16:01
    ต่อเร็วๆ นะคะะะะะ
    #282
    0
  20. #281 katicknam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 00:18
    รอๆๆๆๆอ่านมากกก
    #281
    0
  21. #280 katicknam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 00:18
    มาอัพไวๆนะ
    #280
    0
  22. #279 katicknam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 00:18
    เจิมมมม
    #279
    0
  23. #278 Nann (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 20:44
    รอค่ะ นะๆๆ
    #278
    0
  24. #277 JKeawwanich (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 19:53
    เฮือกก
    ในที่สุดฮาเดสของน้องก็มาาา เจิมค่ะคุณขาาาาาาาา า~
    #277
    0
  25. #275 Qwpcy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 09:13
    ดาร์กได้ใจ ชอบๆ ^^
    #275
    0