[END]†IRATE WICKED† วายร้ายสยบรัก!

ตอนที่ 9 : IRATE † WICKED 06 [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,994
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

  Upside Down Cross - Red
 

Upside Down Cross - Red
 

 

WICKED 06

"BREATHE"

 

I feel you holding me, tighter I cannot see

When will we finally

 

Breathe, breathe, breathe

 

 

 

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะหนึ่งชั่วโมงหกชั่วโมงสิบชั่วโมงหรือหนึ่งวัน?

 

ฉันหลุบสายตาลงมองข้อเท้าที่มีโซ่ตรวนตรึงอยู่ ก่อนจะเลื่อนสายตามองตามรอยช้ำสีเข้มๆ ลากยาวตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาตามปลีน่อง ร่องรอยสีเข้มพาดผ่านต้นขาลามมาถึงหน้าขาด้านในหลุบเข้าไปใต้ชายกระโปรงสีม่นที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นสีขาวสะอาดตา

 

บัดซบสิ้นดี!

 

เสียงสบถในใจดังก้องพร้อมกับสองมือที่พยายามถูร่องรอยสารเลวพวกนั้นออกจากร่างกายตัวเอง มันน่าบัดซบมากกับการที่ต้องลืมตาขึ้นมาแล้วพบกับสภาพอันน่าสมเพชของตัวเองแบบนี้ สภาพที่ไม่ต่างจากซากศพเลยสักนิด!

 

เมื่อหลายชั่วโมงก่อนฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวร่างกายไปหมดทุกส่วน ไม่มีส่วนไหนเลยที่ฉันไม่รู้สึกเจ็บปวด ฉันทั้งเจ็บทั้งหนาวจนร่างกายสั่นเทา ฉันตื่นขึ้นมาด้วยสภาพอันน่าเวทนาอย่างแสนสาหัส

 

ภาพของร่างกายเปลือยเปล่าบนฟูกเก่าๆ ข้อเท้าถูกตรึงด้วยโซ่ตรวนหนักๆ มีเพียงเศษเสื้อผ้าขาดๆ ปกปิดส่วนล่างที่บอบช้ำจากการถูกกระทำด้วยความรุนแรง

 

คิดว่าสภาพของฉันมันน่าสมเพชไหม?

 

วินาทีนั้นฉันกรีดร้องราวกับคนเสียสติ ฉันไม่แคร์และไม่สนว่าเวลานั้นมันดึกดื่นสักแค่ไหน ฉันแค่ต้องการระบายความเจ็บปวดออกมา เพราะมันเป็นทางเดียวที่ฉันจะทำได้

 

กรีดร้องคลุ้มคลั่ง

 

ฉันร้องไห้จนหมดแรงและหลับไปก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อตอกย้ำการมีชีวิตอยู่ราวกับตายทั้งเป็นอีกครั้ง ชีวิตฉันมันพังจนไม่เหลือเศษเสี้ยวของความเป็นคนอีกแล้ว สิ่งที่คนสารเลวนั่นกระทำกับฉันมันเลวระยำเกินคน เขาดึงฉันลงนรกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

 

ฉันถูกเขากระชากลงนรกไปแล้วจริงๆ!

 

ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันควรจะคิดหรือรู้สึกอะไร ทั้งหัวสมองและร่างกายมันชาไปหมด ฉันเหมือนคนที่ตายไปแล้ว ไร้ชีวิตและจิตวิญญาณ ฉันไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกแล้ว

 

ฉันพยายามถามตัวเองซ้ำๆ ว่าฉันทำอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ? ฮาเดสโกรธแค้นฉันเพราะเรื่องของผู้หญิงคนนั้นเหรอ เขาบอกว่าฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชอนซากับลูกในท้องต้องตาย

 

ฉันไม่รู้ไม่รู้เลยว่าฉันทำแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า รู้แต่ว่าฉันโกรธและเกลียดชอนซามาก ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งฉันเคยรักและไว้ใจมาก แต่สุดท้ายเธอกลับทรยศฉันอย่างเลือดเย็น เธอกับเรียวตะร่วมมือกันทำร้ายฉันก่อนนะ

 

ฉันไม่ผิดไม่ผิดสักหน่อย

 

“อึก

 

บ้าจริง อาการของฉันเริ่มกำเริบอีกแล้ว

 

ภาพความทรงจำมากมายมันกรูเข้ามาในหัวสมอง มันเร็วและเลือนลางจนฉันแยกความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้เลย ฉันปวดหัว ฉันทรมาน ร่างกายฉันมันหนักอึ้งและเจ็บร้าวไปหมด ฉันอยากจะหยุดหายใจ อยากจะกลั้นใจตายไปซะเดี๋ยวนี้เลย ฉันเกลียดโรคบ้าๆ นี้เต็มทนแล้ว ฉันอยากจะตาย!

 

ปึกๆ

 

ฉันกำฝ่ามือแล้วทุบลงบนข้อเท้าตัวเองแรงๆ หลายครั้ง คิดโง่ๆ ว่ามันจะทำให้โซ่ตรวนนรกนี่หลุดออกไปได้ ก็ช่างสิจะหลุดหรือจะตายก็ช่าง ฉันไม่เหลืออะไรให้กลัวอีกต่อไปแล้วนิ ตายๆ ไปซะก็ดี อย่างน้อยมันก็คงจะดีกว่าการทนอยู่ในสภาพทุเรศๆ แบบนี้

 

แกร๊ก!

 

ฉันชะงักกำปั้นที่รัวทุบข้อเท้าค้างกลางอากาศ สองตาเลื่อนขึ้นมองไปทางประตูโกดังทันทีที่ได้ยินเสียงโซ่กระทบกันด้านนอก มีใครสักคนกำลังจะเข้ามาในนี้ และไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร ฉันกัดปากตัวเองจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปหมด ความรู้สึกกดดันปะปนหวาดกลัวนี่มันคืออะไรคนอย่างฉันที่ไม่เคยกลัวใครทำไมจู่ๆ ถึงมีความรู้สึกน่าสมเพชพวกนี้

 

ตึง!

 

เสียงประตูโกดังถูกกระชากเปิดอย่างรุนแรงสร้างความตื่นตระหนกให้กับฉันพอสมควร ผู้ชายสารเลวนั่นกำลังจะเข้ามาในนี้สินะ ฉันควรทำอย่างไรดี ฉันไม่อยากเห็นหน้าเลวๆ ไม่อยากได้ยินเสียงชั่วๆ ของเขา ไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับคนสาวเลวนั่นเลยสักนิด

 

หึนึกว่าตายไปแล้วซะอีก

 

นั่นคือประโยคแรกที่เขาทักหลังจากทำเรื่องเลวระยำกับฉันเอาไว้ ฉันเบือนหน้าหนีไปทางพนังโกดัง พยายามโฟกัสสายตาไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการมองหน้าเขา ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาช้าๆ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าแล้วทุกอย่างรอบตัวก็ถูกความเงียบกลืนกินไป

 

“...”

 

เสียงลมหายใจของฉันกับเขาดังสลับกันช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงัน ฮาเดสยังคงยืนนิ่งไม่พูดอะไรคล้ายกับต้องการเล่นสงครามประสาทกับฉัน และมันก็ได้ผลเมื่อฉันจำใจหันกลับมามองเขาในที่สุด

 

ใบหน้าหล่อเหลาราวกับปีศาจยังดูดีเหมือนเคย ริมฝีปากติดคล้ำบิดยิ้มเหยียดๆ ดวงตาคมกริบส่งผ่านความเย็นชามาให้ฉัน สีหน้าเขาดูไม่ยินดียินร้ายกับสภาพอันน่าสมเพชของฉันเลยสักนิด

 

ฆ่าฉันสิ…” ฉันกระซิบผ่านไรฟัน แววตาแข็งกร้าวจ้องลึก ขณะที่ฮาเดสยังคงยืนนิ่ง ฉันจะไม่ทนให้เขาทำร้ายอีกต่อไปแล้ว ร่างกายและจิตใจฉันมันบอบช้ำเกินไป ถ้าเขาไม่คิดจะปล่อยฉันไป เขาก็ควรจะรีบๆ ฆ่าฉันซะ!

 

“...”

 

ถ้าแค้นนักก็จบเรื่องนี้ซะ เลิกทรมานฉันสักที!!”

 

 

[บทบรรยาย ฮาเดส]

 

ฆ่างั้นเหรอ

 

ไม่หรอกผมไม่คิดว่านั่นเป็นวิธีที่ดีสำหรับผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงโง่ๆ ที่กำลังเรียกร้องให้ผมฆ่าเธอทั้งที่ผมเคยบอกไปแล้วว่าจะไม่ทำ แม้นั่นคือสิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุดก็ตาม

 

ผมกวาดตามองสภาพของอัยย์ที่ดูแล้วโคตรน่าสมเพช เธอสวมชุดเดรสขาดๆ ตัวเดิมปกปิดร่างกายขาวซีดที่เต็มไปด้วยร่องรอยเขียวช้ำทั้งตัว บริเวณหน้าขาลามจนถึงข้อเท้ามีรอยคราบเลือดเกรอะกรัง เธอในตอนนี้ไม่หลงเหลือคราบคุณหนูลูกสาวนักการเมืองเลยสักนิด

 

ผมเลิกสนใจสภาพอันน่าทุเรศของผู้หญิงตรงหน้าแล้ววางถาดข้าวที่ถือติดมือมาด้วยลงบนฟูกเก่าๆ อัยย์หลุบตามองเล็กน้อย ผมรู้ว่าเธอหิว ความจริงตั้งแต่ผมขังเธอไว้ที่นี่ผมก็ไม่เคยเอาข้าวเอาน้ำมาให้เธอเลยนะ ไม่ใช่ว่าลืม แค่ไม่อยากทำ ผมอยากให้เธอทรมานมากๆ อยากให้เธอหิวโหยหมดเรี่ยวหมดแรงจะต่อต้านไปเลยยิ่งดี

 

ทำไมทำไมไม่ฆ่าฉัน!อัยย์แผดเสียงถาม สีหน้าเธอตอนนี้ดูสับสนไปหมด ผมเผ้ารุงรัง ดวงตากลมสวยรุกรน สองมือจิกปลายเล็บลงบนหัวเข่าตัวเองจนเลือดซิบ ผมรู้ว่าอัยย์เป็นอะไร อาการป่วยนั่นกำลังเล่นงานเธอ มันก็ไม่แปลกหรอก เธอขาดยาและอาหารมาหลายวันแล้วนี่นะ แต่ถามว่าผมสนใจไหม? หึ ก็ไม่!

 

ถ้าอยากจะตายขนาดนั้น งั้นก็ไม่ต้องกิน!

 

เพล้ง!

 

ถาดข้าวถูกปัดลงพื้นจนแตกกระจายด้วยฝีมือของผมเอง บอกแล้วไงว่าผมไม่สน เธอจะอยู่หรือจะตายมันก็คงไม่ต่างกัน ผมถือว่าผมปราณีกับเธอมากพอแล้ว ในเมื่อเธอไม่อยากจะกิน ผมก็ไม่บังคับ

 

เลวนายมันสารเลวที่สุด!ร่างบางถลาเข้ามาหาผมพร้อมกับระดมกำปั้นทุบ แต่เพราะเรี่ยวแรงของเธอแทบจะไม่เหลืออยู่แล้วจึงทำได้แค่เพียงผลักอกผมเบาๆ เท่านั้น

 

น่ารำคาญ!ผมรวบข้อมือเล็กเพื่อหยุดการกระทำโง่ๆ ของเธอ อัยย์พยายามดิ้นหนี ฝ่ามือของเธอเกรอะกรังไปด้วยรอยเลือด ผมดึงสายตากลับแล้วสะบัดร่างเล็กออกจากตัวเอง อัยย์เสียหลักล้มลงบนฟูก ชุดที่ใส่เปิดขึ้นจนเห็นรอยเขียวช้ำตรงต้นขาอย่างชัดเจน ผมจ้องภาพนั้นนิ่งๆ ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกมา

 

ช่างหัวเธอสิ! จะเป็นจะตายห่าเหวอะไรก็ช่าง! สมควร!

 

 

 

ครืนเปรี้ยง!

 

เสียงท้องฟ้าคำรามดังสนั่นมาพร้อมกับพายุฝนที่พัดกระหน่ำใส่บานประตูระเบียง ผมละความสนใจจากลิตส์รายชื่อในมือหันมองห่าฝนด้านนอกเล็กน้อย ฝนตกหนักแบบนี้มาเกือบชั่วโมงแล้ว ทำให้ภูมิอากาศค่อนข้างแย่พอสมควร เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาวด้วย พอเจอฝนหน้าหนาวเข้าไปนี่คิดว่ามันจะแย่ไหมล่ะ

 

ฝนตกหนักเลยอ่ะชินซอง แย่ชะมัด ฉันเกลียดฝนหน้าหนาวสุดๆ เลยล่ะ

 

เสียงเล็กๆ แสนคุ้นเคยผุดขึ้นมาในหัวของผม ภาพความทรงจำเก่าๆ ที่เคยมีร่วมกับผู้หญิงคนหนึ่งค่อยๆ ฉายชัดขึ้นมาทีละนิด ความทรงจำที่ผมพยายามจะลบเลือนมันทุกลมหายใจ

 

กรี๊ด! ฟ้าผ่าด้วย ฮือ! ฉันกลัว!

 

ให้ตายสิ ลูกคุณหนูอย่างเธอก็กลัวอะไรเป็นเหมือนกันเหรอเนี้ย

 

ภาพรอยยิ้มแสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผม รอยยิ้มที่มันขาดหายไปเกือบสิบปีแล้ว ผมเห็นตัวเองกำลังโอบกอดร่างเล็กเอาไว้หลวมๆ พลางจ้องมองใบหน้าสวยเปื้อนรอยยิ้มน้อยๆ ในอ้อมกอดตัวเองนิ่ง

 

สีหน้าแสนมีความสุขนั่นผมเกลียดชะมัด

 

ครืนเปรี้ยงๆๆ!

 

เวรเอ๊ย…” ผมสบถแข่งกับเสียงฟ้าคำรามหลายครั้งติดกัน ก่อนจะลุกขึ้นแล้ววิ่งออกจากห้องมา จุดหมายปลายทางที่สองเท้าผมกำลังก้าวไปก็คือโกดังเก่าๆ ข้างบ้าน ไอ้โกดังเวรๆ ที่มันโทรมจนหลังคาผุพังไปหมดแล้วนั่นแหละ และแน่นอนว่าการที่ฝนตกหนักขนาดนี้ ภายในโกดังนั่นคงจะเปียกแบบไม่เหลือซาก

 

อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมไม่ได้ไปเพราะเป็นห่วงยัยผู้หญิงใจมารนั่นหรอกนะ ผมก็แค่อยากจะไปดูให้เห็นกับตาว่ายัยนั่นกำลังทุกข์ทรมานมากแค่ไหนต่างหากล่ะ!

 

 

 

[บทบรรยาย อัยย์]

 

ครืนเปรี้ยง!

 

กรี๊ดดด!ฉันกรีดร้องออกมาเสียงดังแข่งกับเสียงฟ้าคำราม ฉันไม่ชอบเวลาฝนตก เพราะฉันกลัวเสียงฟ้าร้องมาก ยิ่งฝนหน้าหนาวฉันยิ่งไม่ชอบ แค่อากาศหนาวมันก็แย่เกินพอแล้ว กลับต้องมาเจอฝนตกฟ้าร้องแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบเลย...

 

ฉันห่อตัวแนบชิดกับพนังจนแทบจะสิงมันอยู่แล้ว โกดังนี้มันเก่าและทรุดโทรมมากๆ หลังคาด้านบนถูกลมพายุพัดจนกระพือออกอย่างน่ากลัว เม็ดฝนสาดเข้ามาภายในจนเปียกไปทั่วบริเวณ แม้แต่ฟูกที่ฉันกำลังนั่งทับอยู่ก็ไม่รอด ฉันได้แต่นั่งขดคู้ตัวสั่นเทาอยู่ตรงนั้น ร่างกายเปียกไปหมดทุกส่วน หยาดน้ำฝนช่วยล้างร่องรอยบนตัวออกช้าๆ

 

พระเจ้าคงจะสมเพชเวทนาฉันมากสินะถึงได้ดลบันดาลให้ฝนตกหนักเพื่อชำระสิ่งโสมมบนร่างกายของฉันออกไปอย่างนี้ ฉันหลุบตามองเนื้อตัวที่บัดนี้ขาวซีดจนน่ากลัว มีเพียงร่องรอยเขียวช้ำจางๆ หลงเหลืออยู่บ้างประปราย ยิ่งเห็นสภาพตัวเองแบบนี้ฉันก็ยิ่งอยากจะตาย รู้สึกแสบร้อนดวงตาทั้งสองข้างขึ้นมา ฉันปล่อยให้น้ำตามันไหลไปกับหยาดฝน ปล่อยให้ตัวเองนั่งกอดเข่าร้องไห้โง่ๆ ต่อไปโดยไม่คิดจะหักห้าม

 

ฉันเหนื่อยจริงๆ นะ ทั้งเหนื่อย ทั้งทรมาน คงจะสมใจคนสารเลวนั่นแล้วสินะ ปล่อยให้ฉันตายช้าๆ อย่างทุกข์ทรมานแบบนี้ ซาตานอย่างเขาน่ะ คงจะมีความสุขมากสินะ

 

ตึง!

 

ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ประตูโกดังถูกกระชากออก เสียงฝนกระหน่ำจากภายนอกดังเข้ามาพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่เปียกโชกไปทั้งตัว เขาเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าฉัน ผมสีเทาควันบุหรี่ลู่ลงปกใบหน้าหล่อขาวซีดเล็กน้อย ริมฝีปากแดงคล้ำเม้มแน่นเหมือนกำลังคิดอะไรในใจ

 

นี่เขากลับมาทำไม?

 

 

เราสองคนต่างจ้องหน้ากันนิ่ง ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดรอดออกมา มีเพียงแววตาดุดันปนหงุดหงิดที่ส่งผ่านมาเท่านั้น เขายืนกำหมัดแน่นและมองฉันอยู่แบบนั้นเกือบนาที ก่อนจะทำเรื่องแปลกๆ ด้วยการปลดล๊อคโซ่ตรวนตรงข้อเท้าให้ฉัน  หลังจากข้อเท้าของฉันเป็นอิสระ ฮาเดสไม่รอช้าเขาคว้าข้อมือฉันไปจับแล้วออกแรงกระชากให้ลุกขึ้นยืน ฉันโซเซเพราะไร้เรี่ยวแรงจะยืน แต่เขากลับไม่สนใจสักนิด

 

คนสารเลวออกแรงลากฉันให้เดินตามออกมาจากโกดังด้วยเท้าเปล่า ความชื้นแฉะบนพื้นสร้างความหนาวสั่นให้กับฉันเป็นอย่างมาก ฉันจำใจเดินตามเขาไปอย่างทุลักทุเล สายฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เราสองคนเปียกจนไม่เหลือสภาพ ฉันพยายามหรี่ตาขึ้นมองจุดหมายปลายทางข้างหน้าก็พบว่าที่ที่เขากำลังจะพาฉันไปก็คือบ้านพักหลังใหญ่ของเขานั่นเอง

 

ครืนเปรี้ยง!

 

กรี๊ดดดด!ฉันกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวอีกครั้งก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงตรงนั้นทันที ส่งผลให้ฮาเดสต้องหยุดชะงักตามฉันไปด้วย ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ รู้เพียงว่าเขาไม่ยอมปล่อยมือออกจากข้อมือฉันเลย ฝ่ามือแกร่งยังคงบีบแน่นอยู่อย่างนั้น มันส่งผ่านความอบอุ่นบางอย่างออกมาอย่างน่าประหลาด

 

เวรเอ๊ย! จะหยุดเดินทำไมวะ!ฉันได้ยินเสียงเขาโวยวายพร้อมกับแรงกระตุกตรงข้อมือ ฉันรู้ว่าอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงประตูบ้านเขาแล้ว แต่ฉันเดินต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ ฝ่าเท้าของฉันโดนเศษหินบาดจนเจ็บไปหมด ร่างกายมันก็ไม่มีแรงเหลือแล้ว แถมเสียงฟ้าร้องยังสั่นประสาทฉันอีกต่างหาก

 

มะไม่ไหว ฉะฉันกลัวฉันสะอื้นบอกเสียงสั่น

 

“...”

 

กลัวจริงๆ นะ ฮึก

 

กลัวทำไม มันก็แค่เสียงฟ้าร้อง...ฮาเดสชะงักคำพูดไว้แค่นั้น นั่นทำให้ฉันชะงักตามไปด้วย มันไม่ใช่เพราะว่าเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงหรอกนะ แต่เพราะฉันรู้สึกคุ้นเคยกับคำพูดประโยคนี้มากต่างหากล่ะ มันเหมือนกับว่าฉันเคยฟังมาก่อน

 

กรี๊ด! ฟ้าผ่าด้วย ฮือ! ฉันกลัว!

 

ให้ตายสิ ลูกคุณหนูอย่างเธอก็กลัวอะไรเป็นเหมือนกันเหรอเนี้ย

 

อย่ามาล้อนะชินซอง ฉันกลัวจริงๆ นะ

 

กลัวทำไม มันก็แค่เสียงฟ้าร้องเอง

 

‘...’

 

 

ตราบใดที่เธอมีฉัน เธอไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีกแล้วนะ...อัยย์

 

 

 

 

Loading...100%

 

 

 

 

 

เสียงพูดคุยดังก้องขึ้นมาในหัวของฉัน ฉันมองไม่เห็นภาพอะไรสักอย่างเลย มันมีแค่เสียงตีรวนไปมาเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะที่ฉันประหลาดใจมากที่สุดตอนนี้ก็คือบทสนทนาเหล่านี้มันคืออะไร? แล้วทำไมจู่ๆ มันถึงผุดขึ้นมาในหัวของฉันล่ะ??

 

อัยย์อัยย์!

 

อึก!ฉันสะดุ้งตกใจพลางเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายร่างสูงตรงหน้า เขากระตุกข้อมือฉันขณะตะโกนเรียกชื่อฉันแข่งกับเสียงฟ้าร้อง ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนพลางจ้องหน้าเขานิ่งงัน ใบหน้าหล่อเหลาแสนคุ้นเคยฉายชัดเข้ามาอีกแล้ว มันซ้อนทับเข้ามาราวกับว่าฉันเคยมีความทรงจำเหล่านี้เกิดขึ้นในอดีตจริงๆ

 

มันจะเป็นไปได้ยังไงฉันกับผู้ชายสารเลวคนนี้เนี้ยนะไม่จริงหรอก

 

“...”

 

ไม่รู้ทำไมฮาเดสถึงยอมยืนนิ่งๆ ให้ฉันจ้องหน้าเขาแบบนี้ แทนที่เขาจะลากฉันเข้าบ้านแต่กลับยืนตากฝนอยู่ตรงนี้ตรงหน้าฉัน เราสองคนต่างปล่อยให้หยาดฝนชโลมไปทั่วร่างกาย ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา ดวงตาสีรัตติกาลแสนดำมืดนั่น เหมือนฉันเห็นอะไรบางอย่างในแววตาดุดันคู่นั้น

 

แววตาของเขาเหมือนพยายามซ่อนอะไรบางอย่าง

 

ให้ตายสิทำไมฉันถึงเวียนหัวขนาดนี้กันนะ

 

ฉันยืนซวนเซเล็กน้อยเพราะหัวสมองของฉันตอนนี้มันหนักอึ้งไปหมด เปลือกตาทั้งสองข้างก็หนักไม่แพ้กัน ฉันพยายามประคองสติของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด และพยายามหยุดคิดเรื่องบ้าๆ เพื่อทำสมองให้ปลอดโปร่ง หากทว่าดูเหมือนว่ามันจะไร้ผลสิ้นเชิง เพราะหลังจากฉันเผลอพูดชื่อๆ หนึ่งออกมา สติของฉันมันก็ดับวูบไปโดยไม่รู้ตัว

 

ชินซอง…”

 

 

 

[บทบรรยาย ฮาเดส]

 

ชินซอง…”

 

หัวใจอันแข็งกระด้างและเย็นเฉียบของผมกระตุกวูบขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงเล็กๆ กระซิบเรียกก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะหมดสติไป ผมกระชากร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างทันท่วงที ความอบอุ่นบางอย่างแล่นวาบเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวก่อนจะพบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังประคองร่างบอบบางของอัยย์อยู่

 

บ้าชะมัดเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันวะ

 

ผมรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองไปชั่วขณะเพียงแค่ถูกดวงตาหวานจ้องลึกมาอย่างสื่อความหมาย มันบ้ามากที่จู่ๆ ก็ถูกอัยย์มองด้วยสายตาแบบนั้น เหมือนกับว่าวันเวลาเก่าๆ ในอดีตมันย้อนกลับมาโดยไม่รู้ตัว

 

เวรเอ๊ยผมเกลียดความรู้สึกนี้ชะมัด... เกลียดแววตาของเธอเกลียดน้ำเสียงของเธอผมเกลียดแม่งทุกอย่างเลย!

 

ชินซองเหรอเธอเรียกผมด้วยชื่อนั้นจริงๆ เหรอวะ

 

ผมหลุบตามองใบหน้าสวยซีดเซียวในวงแขนนิ่งๆ หยาดฝนยังคงโปรยลงมาไม่หยุด เห็นดังนั้นผมเลยต้องจำใจอุ้มร่างบางขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะเดินเข้ามาภายในตัวบ้าน ผมวางอัยย์ลงบนโซฟารับแขกแล้วรีบหันหลังให้ทันที

 

ช่างเธอสิวะ ก็แค่ตากฝนคงไม่ตายหรอก ปล่อยให้นอนแบบนี้ไปนั่นแหละดีแล้ว

 

 

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

 

หลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็เดินลงมาชั้นล่างพลางเช็ดเส้นผมสีเทาควันบุหรี่ที่เปียกของตัวเองไปด้วย แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นร่างบางกำลังนอนขดคู้อยู่บนโซฟาด้วยความหนาวเหน็บ ผมเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้สังเกตเห็นว่าตอนนี้หน้าเธอซีดมากแค่ไหน

 

บ้าเอ๊ยผมควรปล่อยให้เธอหนาวตายไปแบบนี้เลยดีมั้ยนะ

 

หนาว…” เสียงเล็กกระซิบแผ่วกดดันผมในที ผมหยุดยืนนิ่งอย่างชั่งใจ ผมควรจะปล่อยให้เธอทรมานมากๆ ปล่อยให้เธอหนาวสั่นจนตายไปเลยยิ่งดี

 

ใช่ผมควรจะทำแบบนั้น

 

แต่ว่าถ้าเธอตายเร็วไปมันก็คงจะไม่สาแก่ใจผมอยู่ดี เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมจะยังไม่ปล่อยให้เธอตายง่ายๆ แบบนี้แน่ ความทุกข์ทรมานที่เธอควรจะได้รับมันยังไม่มากพอ ผมไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรไปก่อนเด็ดขาด!

 

 

อื้อ…” เสียงหวานครางแผ่วๆ เมื่อใบหน้าสวยถูกความชื้นจากผ้าขนหนูผืนเล็กสัมผัส เธอขยับตัวเล็กน้อย สองตาหลับแน่นเหมือนกำลังเพ้ออะไรบางอย่างชะชินซอง

 

กึก

 

มือที่กำลังลากไล้ผ้าขนหนูลงตามลำคอระหงหยุดชะงักการกระทำทันทีพร้อมกับเลื่อนสายตาขึ้นมองคนเพ้อไข้ตรงหน้า อุณหภูมิร่างกายของอัยย์ตอนนี้ร้อนมาก เธอไข้ขึ้นสูงและมีเหงื่อออกตลอดเวลาจนผมอดไม่ได้ที่จะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้เธอ

 

ขอโทษขอโทษนะ

 

คำขอโทษที่หลุดลอยออกมาจากริมฝีปากซีดเซียวของผู้หญิงตรงหน้าเปรียบเสมือนคมมีดนับพันเล่มพุ่งแทงกลางหัวใจผม ความเจ็บร้าวที่มันอยู่ในส่วนลึกกลับมาเล่นงานผมอีกครั้ง

 

ขอโทษงั้นเหรอ

 

ผมจ้องหน้าอัยย์นิ่ง พยายามข่มความรู้สึกให้นิ่งเช่นกัน เธอกำลังเพ้อไข้อย่างหนัก สิ่งที่เธอพูดออกมามันไม่ใช่สิ่งที่เธอรู้สึกหรอก ในเมื่อเธอเป็นคนบอกเองว่าจำเรื่องในอดีตไม่ได้ เธอจำอะไรไม่ได้เลยแม้กระทั่งตัวผม

 

และผมเชื่อในสิ่งที่เห็นแววตาของเธอมันฟ้องว่าเธอจำผมไม่ได้เลยสักนิด

 

ชินซองชิน…”

 

อัยย์พึมพำชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้ง ผมโยนผ้าในมือใส่กะละมังก่อนจะลุกขึ้นยืน ความดำมืดภายในใจมันสั่งให้ผมเดินหนีออกมาโดยไม่หันกลับไปสนใจร่างบางด้านหลังอีกเลย

 

ใช่แล้วผมไม่ควรสนใจอะไรเธออีกไม่ว่าเธอจะเป็นหรือตาย ผมไม่ควรสนใจเธอสักนิด ผมควรปล่อยให้เธอทรมาน ปล่อยให้เธอตายอย่างช้าๆ นั่นแหละคือสิ่งที่ผมควรจะทำ

 

เพื่อชอนซา เพื่อเด็กในท้อง และเพื่อตัวของผมเอง!

 

[จบบทบรรยาย ฮาเดส]

 

 

 

สิบปีก่อน

 

กรี๊ดดดด! พวกแกเป็นใคร! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!!

 

เสียงกรีดร้องของเด็กสาวในชุดมัธยมต้นจากโรงเรียนมัธยมชื่อดังในย่านนั้นดังก้องไปทั่วทั้งซอย ร่างเล็กดิ้นขัดขืนชายฉกรรจ์สองคนที่พยายามลากเธอเข้าไปในซอยเปลี่ยวซึ่งเป็นทางลัดไปยันถนนเล็กๆ อีกฝั่งหนึ่ง

 

หยุดแหกปากแล้วเดินตามมาดีๆ ถ้าไม่อยากกินลูกกระสุน

 

วัตถุอันตรายสีดำวาวถูกชักขึ้นมาจ่อข้างแก้มเด็กสาวเพื่อข่มขู่ ดวงตาหวานสั่นระริกน้อยๆ เธอรู้สึกเจ็บใจความโง่ของตัวเองที่แอบหนีบอดี้การ์ดส่วนตัวซึ่งยืนรออยู่หน้าโรงเรียนเพื่อออกมาเดินเที่ยวเล่นแบบนี้ เพราะถ้าเธอไม่รั้นที่จะหนีมาคนเดียว เรื่องแบบนี้มันคงไม่เกิดขึ้น

 

กะ แกต้องการอะไร! ถ้าจะเอาเงินก็รีบๆ โทรหาพ่อฉันสิ อยากได้เท่าไหร่พ่อฉันให้อยู่แล้ว!’

 

เงินเหรอ? เข้าใจผิดแล้วนังคุณหนู พวกฉันไม่ได้จะจับเธอไปเรียกค่าไถเสียหน่อย หนึ่งในคนร้ายแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ขณะที่ลากยื้อหยุดเด็กสาวมาจนถึงกลางซอย

 

แล้วพวกแกต้องการอะไร!!

 

นายฉันต้องการชีวิตของลูกสาวไอ้คนอวดดีที่กล้าไปกระตุกหนวดเสือน่ะสิ หึๆ  ชีวิตเธอไงล่ะนังคุณหนู

 

เด็กสาวจ้อองชายฉกรรจ์ทั้งสองด้วยความหวาดระแวง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกจับตัวมาเพื่อหวังเอาชีวิต ก่อนหน้านี้เธอเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งครั้งนั้นคนร้ายต้องการเพียงแค่เงินเท่านั้น แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน ชายฉกรรจ์สองคนนี้กำลังทำให้เธอหวาดกลัว

 

หากทว่า

 

พลั๊วะ!

 

ความกลัวของเธอถูกทำลายลงด้วยฝีมือของใครคนหนึ่งซึ่งเข้ามาช่วยเธอไว้ ในตอนนั้นเธอไม่เห็นหน้าของเขาคนนั้นเพราะมันชุลมุนมาก เห็นเพียงแผ่นหลังกว้างๆ ของเสื้อนักเรียนสีขาว กลุ่มคนร้ายถูกชายคนดังกล่าวเล่นงานจนหนีเตลิดไปหมด เขายืนมองคนพวกนั้นวิ่งหนีไป ก่อนจะหันกลับมาหาเธออีกครั้ง

 

ดวงตาคมกริบแสนมีเสน่ห์จับจ้องมาที่ร่างบางชั่วครู่ ขณะที่คนถูกจ้องยังคงนั่งอยู่บนพื้นไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน กระทั่งร่างสูงตัดสินใจเดินเข้ามาหาแล้วยื่นมือออกมาเพื่อจะช่วยดึงให้เธอลุกขึ้น ดวงตาหวานหลุบมองฝ่ามือใหญ่ตรงหน้าด้วยหัวใจเต้นแรงแปลกๆ เธอวางมือเล็กบนมือเขาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

 

เอ่อขะ ขอบคุณนะ เสียงหวานเอ่ยตะกุกตะกักเพราะหัวใจยังเต้นรัวไม่ยอมหาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตื่นตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่หรือเพราะอะไรกันแน่

 

ดวงตากลมโตกวาดมองเครื่องแบบนักเรียนมัธยมต้นบนร่างกายของผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ้งเล็กน้อย เพราะคาดไม่ถึงว่าเขาคนนี้จะเรียนอยู่มัธยมต้นเหมือนกัน และที่สำคัญเครื่องแบบนักเรียนของเขาเป็นเครื่องแบบโรงเรียนเดียวกันกับเธอเลยน่ะสิ!

 

‘…’

 

ร่างสูงยังคงไม่พูดไม่จา เขาจ้องเธอกลับสักพักก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป ทว่ากลับถูกมือเล็กรั้งชายเสื้อนักเรียนเอาไว้ สองเท้าหยุดชะงักแล้วเบี่ยงตัวกลับมาหาเธออีกครั้ง คิ้วเรียวคมเข้มเลิกขึ้นน้อยๆ เป็นเชิงสงสัย

 

คะ คือว่า ช่วยไปส่งฉันหน่อยได้ไหม ฉันไม่กล้าเดินกลับดรงเรียนคนเดียวน่ะ…’

 

เด็กสาวเอ่ยตะกุกตะกัก รู้สึกเขินอายที่ต้องมาขอร้องผู้ชายแปลกหน้าแบบนี้ แต่จะให้เธอทำยังไงล่ะ ในเมื่อเหตุการณ์เมื่อครู่ยังสั่นประสาทเธออยู่เลย

 

แต่ถ้ารบกวนนายก็ไม่เป็นไร…’ เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่ยืนเงียบไม่ตอบอะไร เธอจึงเปลี่ยนใจไม่ฉุดรั้งเขา มือบางคลายออกจากชายเสื้อ ใบหน้าสวยซึมลงเล็กน้อย

 

อืม

 

หะ เมื่อกี้นายว่าไงนะ? เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตามองปลายเท้าตัวเองจึงทำให้ได้ยินเสียงตอบรับของร่างสูงไม่ชัด ใบหน้าสวยรีบเงยหน้าขึ้นถามเขาในทันที

 

ไปสิ เดี๋ยวเดินไปส่ง

 

พูดจริงเหรอ? เด็กสาวถามย้ำอีกรอบ และได้คำตอบด้วยการพยักหน้าหล่อๆ ตอบรับ ภายในหัวใจดวงน้อยเต้นรัวขึ้นมาทันที เขาเป็นผู้ชายคนแรกเลยนะที่มีผลต่อหัวใจเธอขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งพบกันครั้งแรกด้วยซ้ำ

 

หรือนี่จะเรียกว่ารักแรกพบกันนะ

 

ใบหน้าสวยเรื่อแดงน้อยๆ เมื่อนึกถึงตรงนี้ ไม่คิดว่าตัวเองจะแก่แดดถึงเพียงนี้ที่กล้าคิดเรื่องน่าอายแบบนั้น ร่างบางรีบก้มหน้างุดแล้วเดินนำทางออกมาโดยมีร่างสูงก้าวเท้าตามช้าๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องแผ่นหลังเล็กๆ อย่างไม่ยอมละไปไหนเช่นกัน ภายในใจขุ่นคิดถึงความใกล้ชิดที่เขาเองก็คาดไม่ถึง

 

เอ่อ เรื่องเมื่อกี้น่ะ นายเก่งมากเลยนะ ฉันหมายถึงการต่อสู้น่ะ นายต่อสู้เก่งมากๆ เลย

 

เพราะบรรยากาศโดยรอบมันเงียบมาก เด็กสาวจึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมา ขณะนี้ทั้งสองกำลังเดินเลียบถนนเล็กๆ ซึ่งมุ่งสู่ถนนสายหลักของย่านนี้

 

ฉันเรียนสายยูโดอยู่น่ะ

 

ว้าว จริงเหรอ! เอ้อใช่สิ นายเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับฉันด้วยสินะ แล้วนี่เราเรียนอยู่ปีเดียวกันด้วยหรือเปล่า

 

ดูเหมือนว่าการพูดคุยของคนทั้งสองเริ่มทำให้บรรยากาศดีขึ้นเรื่อยๆ เด็กสาวรู้สึกผ่อนคลายลงแถมหัวใจยังพองโตขึ้นอีกต่างหาก

 

ใช่ เราอยู่ปีเดียวกัน เด็กหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง ทว่าเด็กสาวกลับไม่รู้สึกถึงมัน เธอยังคงเจื้อยแจ้วต่อไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

งั้นเหรอ แปลกจังที่ฉันไม่เคยเห็นนายเลยอ่ะ เธอหันมายิ้มตาหยีให้เขาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แนะนำตัว จริงสิ! ฉันชื่ออัยย์นะ อัยย์ที่แปลว่าความรักน่ะ แล้วนายล่ะชื่ออะไร?’

 

ชินซอง... โอ ชินซอง คำตอบของเด็กหนุ่มเรียกความฉงนให้กับอัยย์เล็กน้อย เธอหยุดเดินแล้วหันมาพินิจพิจารณาเขาอย่างเต็มตาอีกครั้ง

 

เอ๊ะ นี่นายไม่ใช่คนญี่ปุ่นเหรอ เธอถามอย่างสงสัย เพิ่งสังเกตเห็นว่ารูปร่างหน้าตาของผู้ชายตรงหน้าดูไม่ค่อยเหมือนคนญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าหน้าตาจะออกไปทางเอเชียเหมือนกันก็ตาม

 

อืม... ฉันเป็นคนเกาหลี ชินซองพยักหน้ารับ แววตาคมจับจ้องดวงตาหวานนิ่ง ทั้งสองจ้องตากันชั่วครู่ก่อนที่อัยย์จะเป็นฝ่ายละสายตาแล้วเดินหนีอีกรอบ

 

ให้ตายสิ แววตาของเขาช่างมีเสน่ห์อะไรขนาดนี้นะ แค่นี้หัวใจเธอก็เต้นแรงจนแทบจะระเบิดตายอยู่แล้ว!

 

เด็กสาวว้าวุ่นในใจก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง

 

อ่า... แล้วชินซองนี่แปลว่าอะไรในภาษาเกาหลีเหรอ?

 

'เทพเจ้า ชินซองแปลว่าเทพเจ้า' ชินซองตอบเสียงเบา สายตายังคงจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอัยย์อย่างไม่ยอมละ

 

ว้าว ความหมายดีชะมัดเลย แถมนายยังเป็นคนดีเหมือนชื่ออีกด้วย

 

เธอหันมายิ้มให้เขาเมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริเวณนั้นมีเหล่าบอดี้การ์ดกำลังวิ่งวุ่นเพื่อตามหาตัวคุณหนูของตัวเองอยู่พอดี และเมื่อพวกเขาหันมาเห็นคนที่กำลังตามหาต่างก็พารีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาโค้งตัวให้ทันที

 

คุณหนูครับ…’ มือบางยกขึ้นเพื่อหยุดคำพูดต่างๆ ของบอดี้การ์ดเอาไว้ เธอหันกลับมาหาร่างสูงด้านหลังก่อนจะยื่นมือออกมาด้านหน้าเป็นเชิงทักทาย

 

ขอบคุณ และยินดีที่ได้รู้จักนะ ชินซอง

 

ชินซองมองมือเล็กตรงหน้าด้วยความนิ่งงัน เขาไม่กล้าแม้แต่จะยื่นมือตัวเองออกไปสัมผัสเลยสักนิด แต่เพราะถูกดวงตาหวานจับจ้องมาอย่างคาดหวังแบบนั้น เขาจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไป ทันทีที่สองมือสัมผัสกัน ความอบอุ่นบางอย่างก็ค่อยๆ แล่นเข้าสู่หัวใจของคนทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว

 

และนั่น คือจุดเริ่มต้นที่แสนมีค่าในความรู้สึกของทั้งสองคน

 

หากทว่า สำหรับเหตุการณ์ปัจจุบันแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปในตอนนั้นได้ ทั้งเขาและเธออาจจะไม่อยากแม้แต่สัมผัสมือกันอีกเลย

 

 

เพราะการไม่รู้จักกันอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็เป็นได้

 

 

TO BE CONTINUED

 

สำหรับใครที่อยากจะอ่านต่อจนจบสามารถหาซื้อรูปเล่มและ E-Book ได้นะคะ
รับประกันความดาร์ก คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน!
สั่งซื้อ E-Book ฮาเดสสุดโหด!! 
ราคา 299 บาท คุ้มเว่อร์!
รีวิวติด 5 ดาวให้เฮียด้วยนะ
(มีหลายเว็บใหลือกซื้อเลยจ้า)

 
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,104 ความคิดเห็น

  1. #1091 Min_lovefic (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 23:07
    สรุป นังชอนซา ก็ผิด ผิดมากกกกกกด ชั้นเกลียดนางที่สุดดดด
    #1,091
    0
  2. #506 Tz\'Mild Moo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 23:39
    น้ำตาไหลเลยยย สงสารทั้งคู่
    #506
    0
  3. #352 นิก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 14:50
    อร้ายยยยยยยยย
    #352
    0
  4. #351 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 07:33
    วุ้ยยยยย อยากรู้อดีตระหว่างสองคนนี้จิงไรจิงอ่ะ
    #351
    0
  5. #348 Aiilockpad (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 22:03
    โมเม้นตอนเด็กน่ารักจัง -/-
    #348
    0
  6. #347 Phapatsara (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 21:13
    อย่าทำร้ายหนูอัยย์นักเลย สงสารรร
    #347
    0
  7. #346 JKeawwanich (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 20:54
    แง้..
    ทำไมมันดีต่อใจ~
    #346
    0
  8. #345 chalisa_ab (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 20:34
    ทำไมพระเอกชั่วจังงงงง
    #345
    0
  9. #344 นิก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 06:54
    อร้ายยยยยยย

    มีมุมมุ้งมิ้งด้วยยยย

    สู้ๆนะคะคุณไรท์
    #344
    0
  10. #343 มิเรน่า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 03:58
    ใจจะขาด ????
    #343
    0
  11. #342 Pvl6ic (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 20:23
    ทรมานไป
    #342
    0
  12. #341 toeyvii2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 14:51
    ราค่าาา
    #341
    0
  13. #340 toeyvii2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 14:51
    รอค่าาา
    #340
    0
  14. #339 wantong2jai2000 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:54
    รอคร่า สนุกมากเลยคะ
    ????????????????????????
    #339
    0
  15. #338 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:43
    รอคร่าาาาาาาา
    #338
    0
  16. #337 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:43
    รอคร่าาาาาาาา
    #337
    0
  17. #336 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:43
    รอคร่าาาาาาาา
    #336
    0
  18. #335 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:43
    รอคร่าาาาาาาา
    #335
    0
  19. #334 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:43
    รอคร่าาาาาาาา
    #334
    0
  20. #333 katicknam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 22:00
    เจิมมมมม
    #333
    0
  21. #332 Thanaporn Chaenoon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 18:35
    รออ. มาต่อเถอะค่าาา
    #332
    0
  22. #331 bylek96k (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 01:25
    ต่อออออ
    #331
    0
  23. #330 Aiilockpad (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 21:59
    มีความย้อนแย้งนะฮาเดส5555
    #330
    0
  24. #329 zegirl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 03:04
    สงสารอัยย์
    #329
    0
  25. #328 maykumi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 09:07
    รอวันเอาคืนอยู่นะ..
    #328
    0