❀ OS - SCHOOL BAEK {chanbaek} 。

ตอนที่ 5 : lesson tree ❀ School BAEK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ส.ค. 57





รู้ความลับของไกด์กับคนขับรถหรือเปล่า?

Lesson 3

 

 

“ผมให้เวลาเดินชมและถ่ายรูปทุกคนครึ่งชั่วโมงนะครับ แล้วมารวมพร้อมกันที่ชั้นล่างหน้าพิพิธภัณฑ์น้องหมีนะครับ”

“คร๊าบบบบบ/ค่าาาาาา”

 

เสียงตอบรับอย่างขยันขันแข็งของเหล่าๆ ลูกทัวร์ที่แสนน่ารักเอ่ยขึ้นก่อนจะแยกย้ายกันไปหามุมถ่ายรูปกันตามใจชอบ บางคนก็มุ่งไปยังจุดคล้องกุญแจที่เป็นจุดขายของสถานที่นี้

 

‘N’ Seoul Tower’

 

สถานที่ที่แสนสวยงามและดึงดูดตาดึงดูดใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่งกลับไม่ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจอะไรให้กับคุณไกด์หน้าหวานกายบางคนนี้เลยสักนิด ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าที่นี้จะสวยตรงไหน มีเพียงพิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้แบร์ ลิฟต์ที่เคลื่อนตัวไปยังหอคอยชั้นสูงสุดด้วยความเร็วไว มองวิวไปยังเมืองต่างๆ ได้ด้วยกล้องส่องทางไกลที่ต้องหยอดเหรียญ และจุดพีคอยู่ตรง คล้องกุญแจคู่รัก!’

 

พีคตรงไหนเหรอถามจริง?

 

อืม...มันอาจจะเป็นเพราะเขาเองไม่ได้มีความพิสมัยในเรื่องของศิลปะธรรมชาติหรืออาจเป็นเพราะมาที่นี่เป็นครั้งที่ 14 แล้วมั้งในปีนี้ก็เลยหมดความสนใจไป...ก็แหงล่ะ พยอนแพคฮยอนเป็นไกด์นี่นา

.

.

.

“อะไรนะ!

“ชู่ววว เบาเสียงลงหน่อยสิแพคฮยอนนา...”

“จะให้เบาได้ยังไงล่ะ? ไหนพูดอีกทีซิว่าคนขับรถทริปหน้าของฉันคือบริษัทไหน?”

“บริษัทของปาร์ค...”

“ฉันไม่รับ!” ตวาดเสียงใส่เพื่อนรักก่อนจะวางแฟ้มรายละเอียดทริปหน้าของตนลงที่โต๊ะทำงานของโดคยองซู

“ไม่เอาน่าแพคฮยอน แยกแยะเรื่องงานเรื่องส่วนตัวหน่อยสิ ก็แค่ใช้รถจากบริษัทปาร์คเองนะ ไม่ได้ขอให้คุณปาร์คเขามาขับรถให้นายเสียหน่อย”

“ย๊า! อย่าพูดอะไรที่เป็นลางไม่ดีแบบนี้นะ!” บิดเนื้อนุ่มๆ ที่ท่อนแขนของเพื่อนรักจนคยองซูต้องร้องโอ๊ย เพราะชื่อของคนๆ นั้น

 

...คุณปาร์คหรือปาร์คชานยอล...

 

เป็นคำพูดต้องห้ามของพยอนแพคฮยอน!

และใครหน้าไหนก็ห้ามมาเรียกให้ได้ยินด้วย!!

ไม่งั้นพยอนแพคฮยอนจะโกรธ!!!

 

“ไม่รู้ล่ะทริปหน้าไกด์คนอื่นคิวเต็มกันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นนายต้องลงทริปนี้เท่านั้น”

“แต่ฉันไม่ลง!

“โอ๊ย! มันจะอะไรนักหนาวะเนี่ยพยอนแพคฮยอน! แค่ออกทริปโดยใช้รถนำเที่ยวของบริษัทปาร์คมันจะอะไรหนักหนาวะห้ะ ทำอย่างกับฉันจะส่งนายไปเป็นเมียคุณปาร์ค!

“นายมันจะไปรู้อะระ...”

“มีอะไรกันเหรอคุณโดคุณพยอน มีคนต่อสายไปหาผมว่าคู่หูพนักงานดีเด่นของผมกำลังมีปากเสียงกันดังลั่นทีเดียว”

“บะ บอส...” แพคฮยอนหยุดแผดเสียงใส่เพื่อนรักทันทีที่ได้ยินเสียงของเจ้านายอันเป็นที่รัก

“แพคฮยอนไม่ยอมรับงานทริปหน้าครับบอส คนอื่นเขาลงตารางกันหมดแล้วเหลือทริปนี้ทริปเดียวและแพคฮยอนคนเดียวครับ!

“นั่นก็เพราะนายลงตารางให้คนอื่นแต่เลือกลงตารางนี้ให้ฉัน!

“หยุดก่อนคุณพยอน...คุณมีปัญหาอะไรกับการทำทริปหน้าที่จะถึงงั้นเหรอ?” บอสหนุ่มใจดีทำหน้างงแล้วก้มลงหยิบแฟ้มข้อมูลทัวร์ของทริปเจ้าปัญหา

“คือ...” แพคฮยอนได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกไปแต่เจ้านายแสนเนี๊ยบก็ร้องอ๋อขึ้นมาก่อน

“อ๋อ บริษัทปาร์ค...”

“บอสครับ คือผมไม่อยาก...”

“ก็แค่รถทัวร์จากบริษัทปาร์คเองน่าคุณพยอน อีกอย่างดีไม่ดีถ้าเกิดเขาไม่คิดค่ารถกับเราล่ะ? มันก็คงเป็นการดีไม่ใช่น้อยเลยนะ ผมจะให้โบนัสคุณเลยดีไหมถ้าเกิดโชคดีไม่ต้องเสียค่ารถ”

“บอส!!!

“เอ้า! ผมได้ข่าวว่าคุณมีแพลนที่จะซื้อรถใหม่แทนเจ้าเต่าน้อยรุ่นพ่อใช่ไหมล่ะ? ตั้งใจทำงานดีๆ นะ ผมหวังว่าคุณจะมีเงินเก็บเพิ่มเพื่อซื้อรถรุ่นใหม่สักที” ตบไหล่ของลูกจ้างตัวเล็กดัง ปุ๊ๆ แล้วหัวเราะร่าเดินเข้าห้องทำงานไปโดยไม่สนใจเสียงทักท้วงใดๆ ทั้งสิ้น

 

พยอนแพคฮยอนอยากจิคราย!

ว่าแต่บอสรู้เรื่องของเขากับไอ้บริษัทรถทัวร์เฮงซวยนั่นได้ยังไง!?

 

“ย๊า!! โดคยองซูนายไปเล่าอะไรให้บอสฟังหาาาา”

.

.

.

หงุดหงิด! บอกได้คำเดียวว่าพยอนแพคฮยอนกำลังหงุดหงิด! ความจริงแค่ต้องใช้รถจากบริษัทของคนที่ตนเองเกลียดก็น่าหงุดหงิดใจพอสมควรแล้วนะ แต่นี่อะไร? ตามหลักการของคนเป็นไกด์แล้วต้องมารอลูกทัวร์ที่สนามบินประมาณ 1-2 ชั่วโมงแล้วเช็คไฟล์ทบิน เช็คเกท เช็ครถ แต่นี่แพคฮยอนรอรถจากบริษัทไอ้ปาร์คมานานจนจวนจะถึงเวลาที่เครื่องบินจะลงจอดแล้วนะ!

“ฮัลโหล! ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณอยู่ไหน นี่ผมมาก่อนเวลา 2 ชั่วโมงแล้วนั่งตากลมหนาวอยู่ข้างนอกรอเช็ครถกับคุณจนจะถึงเวลาเครื่องลงแล้วนะ!” ทันทีปลายสายรับโทรศัพท์คนเป็นไกด์ผู้มากด้วยความขี้วีนก็เหวี่ยงใส่ปลายสายไปอย่างเต็มที่

“รถเสียกะทันหันครับคุณพยอน ทำให้ต้องเปลี่ยนรถใหม่และตอนนี้อีกไม่นานก็คงจะไปถึง จุดนัดหมายคือหน้าเกท 10 เหมือนเดิมครับ เชิญคุณพยอนเข้าไปรับลูกทัวร์ก่อนได้เลยครับ” ถึงจะไม่พอใจกับการมาสายของบริษัทรถนำเที่ยว แต่เสียงตอบรับจากปลายสายไม่ใช่เสียงของคนที่ไม่อยากฟังอย่างครั้งก่อนแพคฮยอนก็พอใจแล้ว

“เอาล่ะครับ นี่คือรถบัสของพวกเรานะครับ เอากระเป๋าวางไว้แล้วเดินขึ้นไปจับจองที่นั่งกันตามสบายเลยครับ” พูดภาษาต่างประเทศกับลูกทัวร์ตนเองอย่างยิ้มแย้มแล้วรอส่งให้ลูกทัวร์ขึ้นรถจนหมดก่อนจะหันไปช่วยคนขับรถที่เขายังไม่ได้ทักทายและเห็นหน้าเลยตั้งแต่รถมาถึง

“นะ นาย!” แต่พอหันหน้ามาเห็นชายหนุ่มตัวสูงรูปร่างดีหน้าตาผิวพรรณมีภูมิฐานสุดๆ ยืนยิ้มแป้นจนปากแทบฉีกถึงหูกางๆ ก็ทำเอาไกด์หนุ่มหน้าสวยถึงกับสบถ

“อ๊ะๆ คุณจะหนีผมเหมือนคราวที่แล้วไม่ได้นะครับคุณไกด์พยอน เพราะตอนนี้ลูกทัวร์ของคุณอยู่เต็มรถแล้ว และจะโทรตามไกด์คนอื่นให้มานำทัวร์แทนมันก็ไม่ทัน”

“นายมันจอมเจ้าเล่ห์!” ที่รถมาช้าก็เพื่อถ่วงเวลาอย่างนี้สินะ! บัดซบสุดๆ ไปเลยวันนี้! ไม่...ไม่ใช่วันนี้ แต่เป็นทริปนี้ทั้งทริปต่างหากเล่า!

“ขึ้นรถเถอะครับคุณไกด์หน้าสวย”

“สวยบ้านนายน่ะสิ!” ว่าแล้วก็ถลึงตาใส่แม้ในใจจะขุ่นเคืองอยากวิ่งหนี แต่หน้าที่และสปิริตมันก็ค้ำคออยู่ พยอนแพคฮยอนจึงทำได้แค่ยอมรับกับชะตากรรมชีวิต

“อ๊ะ!” ร้องเสียงหลงทันทีที่หันหลังเตรียมเดินไปขึ้นรถ คีสนิมหนุ่มคว้าหมับเข้าที่ก้นงามงอนแล้วบีบเบาๆ พร้อมยิ้มร่า พยอนแพคฮยอนหน้าขึ้นสีทันที แต่ไม่ใช่เพราะเขินนะ! เพราะโกรธมากต่างหากเล่า เชื่อเขาสิ!

“ไ อ้ เ ล ว” ด่าช้าๆ ชัดๆ ย้ำๆ แล้วเอามือกุมก้นวิ่งขึ้นรถไปทิ้งให้คนขับรถหนุ่มหัวเราะใจชุ่มฉ่ำอยู่ตรงนั้น

 

อาฮะ...ก้นแพคฮยอนก็นุ่มดี

ไม่ได้เนื้อเยอะเหมือนแต่ก่อน แต่ก็นุ่มนิ่มแบบกระชับและเต็มไม้เต็มมือดี

.

.

.

=_______=

^_______^

“ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้เนี่ย!” พยอนแพคฮยอนกำลังโทษชะตาชีวิตตัวเองถึงขั้นสูงสุด เพราะปกติแล้วการพาลูกทัวร์มารับประทานอาหารไกด์ หัวหน้าทัวร์ และคนขับรถต้องทานอาหารแยกจากลูกทัวร์ไม่ใช่เหรอ?

 

แต่นี่หัวหน้าทัวร์เสร่อไปนั่งทำไมกับลูกทัวร์ตัวเองแล้วปล่อยให้เขามานั่งกินข้าวสองต่อสองในห้องกระจกแยกส่วนของร้านกับคนขับรถหน้าหม้อคนนี้ด้วยเล่า!

 

“นรกยินยอมหรือสวรรค์ยินดีกันนะ?”

“นรกชังหรือสวรรค์แกล้งต่างหาก!” ชี้ปลายตะเกียบอย่างไร้มารยาทใส่หน้าคนฝั่งตรงข้ามทันที พยอนแพคฮยอนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก้มหน้าก้มตากินให้เร็วที่สุดเพราะไม่อยากจะทนนั่งเป็นรูปสลักให้คนบ้ากามจ้องหน้าเขาด้วย

 

หากแต่การกระทำนั้นกลับทำให้แก้มยุ้ยๆ มันพองกลมจนคนมองอดใจไม่ไหว

และ...

จุ๊บ~

 

“อื้อ!” คนถูกจุ๊บแก้มเบิกตากว้างพลางถอยหลังหนี แต่เพราะปากกำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ นั้นไม่สามารถพ่อคำด่าได้อย่างใจจึงส่งเสียงออกมาได้แค่ อื้อๆ

 

ซึ่งคนฟังก็รู้สึกว่ามันยั่วยวนรึเกิน

 

“อึก...ไอ้บ้าปาร์คชานยอล!” กลืนอาหารลงคอจนหมด ยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มล้างปากแล้วอ้าปากต่อว่าคนโรคจิตทันที

“ครับ~

“นายมันโรคจิตและชอบฉวยโอกาส นายทำบ้าอะไรเนี่ยห้ะ!

“ทำบ้าที่ไหน? ผมจุ๊บแก้มคุณต่างหาก”

“นั่นแหละมันเรียกว่าบ้า!

“อ้าวเหรอ...”

“เออสิ!

“งั้น...แล้วถ้าทำแบบนี้ล่ะเรียกว่าอะไร” แสร้งทำหน้างงเหมือนเจ้าหนูจำไมจอมสงสัยแล้วลุกขึ้นไปนั่งข้างๆ คนขี้เหวี่ยงแล้วส่งยิ้มให้จนคนมองหงุดหงิด

“ยิ้มบ้าอะไรไปไกลๆ เลยนะ...อื้อ!

 

อาศัยช่วงคุณไกด์คนสวยเผลอล็อคแขนคว้าคอเข้าจูบแล้วดูดลิ้นเสียทันที

อ่า...ปากนิ่มๆ กับลิ้นนุ่มๆ นี่มันช่างถูกใจปาร์คชานยอลจริงๆ

 

คนตัวเล็กดิ้นหนีแต่แขนที่ถูกงอพับไว้ตรงอกแกร่งก็งอผิดรูปเสียจนไม่มีแรงผลักออก ชานยอลไม่ได้ละเลียดชิมความหอมจากริมฝีปากชมพูระเรื่ออย่างเดียว แขนอีกข้างที่ว่างก็บีบเค้นเนื้อตัวอีกฝ่ายแล้วกกกอดอย่างแนบแน่นอย่างโหยหาย

“อื้อ...ชานยอล” เผลอครางออกมาแม้ว่าใจจะไม่อยากตอบรับ แต่กลไกธรรมชาติของความรู้สึกตอบสนองต่อสิ่งเร้ามันก็มีบ้าง จุมพิตร้อนๆ ที่พรมจูบลงบนลำคอขาวเนียนอย่างหิวกระหาย

“อย่า...อื้อ...” ส่งเสียงปรามเมื่อถูกรุกล้ำที่ยอดอก ปลายนิ้วหนาสะกิดและลูบไล้ด้วยความต้องการ เสียงร้องท้วงเงียบหายไปเมื่อคนแกร่งกว่าปิดเสียงด้วยการดูดกลืนเรียวลิ้นเล็กนั้นอีกครั้ง

“หยุดเถอะ ขะ ขอร้อง...ฮึก...” แพคฮยอนเอ่ยขอเสียงสั่นหลังจากริมฝีปากหนานั้นเคลื่อนที่ไปเตรียมสร้างรอยรักที่ต้นคอ ชานยอลชะงักเมื่อเห็นว่าไกด์หน้าหวานน้ำตาร่วงก็ใจอ่อนยวบและจูบซับน้ำตาลูบศีรษะเป็นการขอโทษ...แม้ว่าจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม

พยอนแพคฮยอนเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วจัดแจงจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย ลุกขึ้นออกจากห้องกระจกทันที...อ่า...ปาร์คชานยอลทำผิดอีกแล้วสินะ

.

.

.

“คุณคีสนิมหล่อจังเลยเขามีแฟนรึยังเหรอคะ?” หนึ่งในลูกทัวร์ยกมือถามออกมาในช่วงกระชับความสัมพันธ์ของไกด์และลูกทัวร์ต่างชาติในขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวจากร้านอาหารพาไปยัง N’ Seoul Tower...อาฮะ ไปครั้งที่ 15 ของปีนี้สำหรับพยอนแพคฮยอน

 

แต่นี่มันคำถามอะไรเนี่ย!

ให้กระชับความสัมพันธ์กับไกด์ไม่ใช่คนขับรถซะหน่อย!!

 

“เอ่อ...คือ...”

“ถามให้หน่อยเถอะนะคะพวกเราอยากรู้”

“มันอาจเป็นเรื่องส่วนตัวของเขานะครับ”

“ลองถามดูเผื่อเขาจะไม่หวงก็ได้นี่คะ” แพคฮยอนล่ะนึกอยากจะบอกว่าให้ถามเองเหลือเกินแต่ติดตรงที่ลูกทัวร์ของเขาเป็นชาวต่างชาติและพูดภาษาเกาหลีไม่ได้

“ลูกทัวร์ฉันถามว่านายมีแฟนรึยัง”

“หืม?” ชานยอลที่ขับรถอยู่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ พยอนแพคฮยอนหน้าตาบูดบึ้งจนเขาอดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าพยอนแพคฮยอนกำลังหึง

“มีแฟนแล้วชื่อแพคฮยอน”

!!

“ว่าไงเหรอคะพี่แพคฮยอน?”

“เขามีเมียแล้วอายุ 40 ครับ!” ตอบไปด้วยความหมั่นไส้จากใจล้วนๆ ที่มาขืนใจเขาตอนกินข้าวนี่ยังไม่หายเคืองนะขอบอก!

“ว๊า...ทำไมคีสนิมยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย”

“ศัลยกรรมมาน่ะครับผมเคยถามเขาแล้ว ก็ดึงหน้าทุกเดือนเลย” ได้ทีก็ใส่ไฟอย่างสะใจ ไหนๆ ก็ทำอะไรเจ้าตัวไม่ได้แล้ว ขอจิกกัดให้เจ็บแสบหน่อยแล้วกัน

“แล้วพี่แพคฮยอนล่ะคะ มีแฟนรึยัง?”

“เอ่อ...”

“ว่าไงคะ?”

“เรื่องนี้คงตอบไม่ได้นะครับ”

“อย่างนี้แสดงว่ามีแล้วแน่ๆ พี่แพคฮยอนถึงไม่ยอมตอบ” ลูกทัวร์ชาวต่างชาติต่างออกเสียงร้องโห่แซวคุณไกด์หน้าสวยจนหน้าขึ้นสี ความจริงแล้วคือไม่มีต่างหาก ที่ไม่อยากตอบก็เพราะมันเป็นกฎต่างหากเล่า คนเป็นไกด์ไม่ควรเล่าเรื่องส่วนตัวให้ลูกทัวร์ฟังหรอกนะ!

“ก็บอกไปสิว่าไม่มีแฟน มีแต่สามีชื่อปาร์คชานยอล” เสียงทุ้มพราวเสน่ห์เอ่ยขึ้นมาอย่างลอยๆ พยอนแพคฮยอนหันขวับไปทางต้นเสียงอย่างงุนงงว่าไอ้ปาร์คบ้านี่พูดเรื่องอะไร แล้วพูดทำไม แต่แล้วก็ได้พบคำตอบเมื่อร่างสูงตอบกลับมาด้วยใบหน้ายียวน

“อย่าลืมนะครับว่าผมเป็นถึงลูกชายเจ้าของบริษัท พูดได้ตั้ง 5 ภาษา พูดได้เยอะกว่าคุณอีกนะคุณภรรยาคนสวย”

!” งี้ก็ได้ยินน่ะสิว่าเมื่อครู่เขาแอบด่าอะไรไปบ้าง...พยอนแพคอยากจะเอาหน้ามุดดิน ลืมไปเลยว่าไอ้งั่งนี่มันไม่ใช่คนขับรถไก่กา แต่เป็นถึงลูกชายเจ้าของบริษัทที่หาเรื่องลดตัวลงมาตอแยเขาต่างหากเล่า!

.

.

.

“ผมพักอยู่ที่ชั้น 14 นะครับ ถ้าหากว่ามีอะไรก็โทรเข้าห้องผมได้เลย 1403 นะครับ” คุณไกด์หน้าหวานยืนยิ้มส่งลูกทัวร์ที่แสนน่ารักอยู่หน้าลิฟต์ชั้น 13 รอจนลูกทัวร์เข้าห้องไปหมดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อนึกถึงคืนนี้ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของทริป

ยืนช่างใจอยู่นานก็ตัดสินใจไขประตูเข้าห้องไป หากแต่เปิดประตูไม้สีขาวออกเพียงเท่านั้นก็สะดุ้งเฮือกกับสิ่งที่รอต้อนรับเขาอยู่หลังบานประตู

“ไง หนีไม่ได้แล้วสินะ” ยักคิ้วให้คนตัวเล็กอย่างยียวนพร้อมเท้าแขนลงกับขอบประตูสองข้าง

“หนีอะไร!” ตวาดใส่ด้วยแววตาขุ่นเคือง คนตัวเล็กเม้มปากแน่นเมื่อในความเป็นจริงแล้วเขาหาทางหนีไม่ได้จริงๆ สองคืนที่ผ่านมาเขาแอบขอเปลี่ยนห้องนอนเป็นห้องที่แยกห้องนอนกับห้องนั่งเล่นเป็นสัดส่วน แล้วชิ่งเข้าไปขังตัวเองในห้องนอนคนเดียว ปล่อยลูกชายเจ้าของบริษัทรถนำเที่ยวให้นอนตากแอร์อยู่บนโซฟานอกห้องโดยไม่ให้อาบน้ำหรือทำธุระใดๆ ก่อนนอน

มีเพียงตอนเช้าที่เขาต้องรีบตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวหนีลงไปทานข้าวรอลูกทัวร์ แล้วค่อยให้ทางโรงแรมมอนิ่งคอลปลุกชานยอลให้ตื่นไปอาบน้ำ

แต่! โรงแรมนี้บังเอิญว่าห้องมันเต็มทุกห้อง! เปลี่ยนไม่ได้! ก็เลยได้นอนห้องที่เป็นสแตนดาร์ดรูมธรรมดาที่เปิดประตูห้องเข้าไปก็เป็นทีวี พื้นที่โล่งแล้วก็เตียง! อ้อ มีห้องน้ำแยกให้นะ แต่ใครจะไปกล้าไล่ให้ชานยอลนอนในห้องน้ำล่ะ แบบนั้นมันใจร้ายเกินไป

“หลบไปสิ ฉันจะเข้าห้อง” เอ่ยปากโดยไม่มองหน้าคนที่กางแขนกร่างอยู่ตรงหน้า แต่คนจอมกวนก็หัวเราะหึๆ ไม่ยอมหลบให้ตามประสาคนขี้แกล้ง

“ก็ลอดแขนฉันไปสิ นายเองก็ตัวไม่โตเท่าไรนี่นา”

“นาย!” ใบหน้าหวานขึ้นสีจัดเมื่อถูกแซวว่าเป็นคนร่างเล็ก เออ! ไม่สูงใหญ่แบบนายแล้วจะทำไมวะ!? กระทืบเท้าสองสามทีตามสไตล์เด็กเอาแต่ใจแล้วมุดตัวเข้าไปใต้วงแขนหวังจะเข้าห้องแต่แล้วหนูน้อยหมวกแดงก็เป็นหนูน้อยหมวกแดงที่ตกหลุมพรางหมาป่าจนได้

 

หมับ! ปัง!

 

“เฮ้ย!” ทันทีที่ก้มหัวมุดตัวลอดใต้วงแขนแกร่งก็ถูกคนตัวใหญ่พลิกตัวรวบไว้ในอ้อมกอดแล้วใช้เท้าปิดประตูที่ล็อคเองอัตโนมัติ

 

อือ...ไม่มีทางหนีรอดแล้ว ;^;

 

“อื้อ ปล่อยนะโว๊ย อ๊ากกกก” ร้องลั่นเมื่อคนด้านหลังเปลี่ยนจากโอบกอดด้านบนเป็นกอดรัดที่เอวบางและยกขึ้น ขาเรียวลอยจากพื้นทำได้แค่ดีดดิ้นบนอากาศ

 

ตุ้บ! และปล่อยคนขี้โวยวายลงบนผืนที่นอนเนื้อนุ่ม แต่ไม่ทันที่คนถูกรังแกจะได้พยศก็ถูกโถมทับจากคนด้านบนจนไม่สามารถขยับร่างกายได้

 

“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้า!” ก่นด่าเสียงรอดไรฟันเพราะไม่กล้าตวาดคนแกร่งกว่า นอกเหนือจากพละกำลังที่สู้ไม่ได้แล้ว ท่าทางล่อแหลมของทั้งคู่บนเตียงก็ทำเอาคุณไกด์หน้าสวยหน้าเห่อร้อนและเสียงสันหลังวาบ

“คืนนี้ต้องนอนเตียงเดียวกันตามกฎแล้วนะ หนีเข้าห้องแล้วล็อคประตูแบบนั้นห้ามทำอีกแล้วรู้ไหม” ว่าพลางบีบปลายจมูกรั้นอย่างหมั่นเขี้ยว แต่คนถูกบีบก็ปัดมือหนาออกไปไม่ได้เพราะข้อมือสองข้างถูกรวบไว้บนหัวเรียบร้อยแล้ว...

 

ก็ถึงบอกว่ามันล่อแหลมไงเล่า! L

 

“ฉันไม่ได้ทำผิดกฎสักหน่อย ก็นอนห้องเดียวกันแล้วนี่” บ่นกระปอดกระแปดอย่างผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร แต่ก็ตอบเต็มเสียงไม่ได้เพราะว่าแกล้งคนตัวสูงให้นอนตากแอร์บนโซฟาแคบๆ คนเดียว...ซึ่งมันก็ผิดในเรื่องน้ำใจเพื่อนมนุษย์

“ห้ามเถียงสิ ผิดก็ยอมรับผิด”

“ฮื่อ!” ร้องฮื่อเมื่อถูกคนด้านบนฉกหอมแก้มไปฟอดใหญ่

“ถ้าฉันส่งเรื่องไปยังบริษัทของนาย บอสต้องทำโทษนายแน่ว่านายแกล้งคีสนิมประจำทริป”

“ย๊า! อย่าบอกนะ!” รีบท้วงขึ้นทันทีเพราะกลัวความผิด เพราะในห้องนอนก็มีเตียงให้สองเตียงนอนแยกกันอยู่แล้ว แต่แพคฮยอนกลับเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับการทำงานแล้วกีดกันไม่ให้เข้าใกล้ตนเอง

 

ก็ไม่กีดกันมันก็เป็นแบบนี้ไง เขาก็ถูกเอาเปรียบอยู่แบบนี้ไงเล่า!

 

“อื้อ ชะ ชานยอลอย่า...” ส่งเสียงครางฮือเมื่อคนตัวสูงไม่ได้สนใจฟังที่ตนพูดเลยสักนิด แต่กลับส่งปลายจมูกโด่งเคลื่อนลงมาสูดความหอมจากซอกคอขาว พยอนแพคฮยอนตัวสั่นด้วยความเสียวซ่านเพราะชานยอลรู้จุดอ่อนไหวของแพคฮยอนดีที่สุด

 

ชานยอลรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ?

 

“เลิกงอนได้แล้วน่า...”

“ไม่ได้งอนสักหน่อย อ๊ะ...” เผยอริมฝีปากออกเสียงร้องเมื่อถูกขบเม้มลงบนลาดไหล่เนียนที่เสื้อเชิตถูกปลดกระดุมออกเมื่อไรก็ไม่อาจทราบได้

“งอน”

“ไม่ได้งอน ปล่อยสิ อื้อ!” เมื่อคนตัวเล็กยังคงเถียงไม่เลิกก็คงต้องใช้วิธีการปิดปากด้วยปากแบบนี้ล่ะ ลิ้นร้อนรุกล้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ คนถูกบังคับส่งเสียงอื้ออึงแต่ทำอะไรไม่ได้ แขนก็ถูกตรง ปากก็ถูกครอบครอง เรียวขาก็ถูกคร่อมทับจนท้ายสุดก็ต้องปล่อยเลยตามเลยจนคนฉวยโอกาสผู้หิวกระหายลิ้มรสจนพอใจ

“แฮ่ก...” หอบหายใจเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ยังไม่ทันได้เริ่มก่นด่าจอมวายร้ายก็เคลื่อนหน้าลงขบเม้มที่อกบางจนพยอนแพคฮยอนต้องแอ่นอกรับความกระสัน

“อยะ อย่าสิ...”

“ไม่เอาน่า ร่างกายนายตอบรับฉันแล้วนะ” ตอบกลับอย่างไม่สนใจแล้วลากลิ้นลงมายังหน้าท้องแบนราบ

“ฮ้า...หยุด! ชะ ชานยอล!” ร้องเสียงหลงเมื่อความเสียวซ่านพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกายตอบรับสัมผัสที่ชานยอลไล้หน้าต่ำลงไปกว่าสะดือ

“ที่รัก...อยากให้หยุดไหม?” ผละหน้าออกมายิ้มร่าแล้วถามอย่างใจเย็น พยอนแพคฮยอนผู้เป็นรองก็พยักหน้ารัวจนพวงแก้มนิ่มสั่นไปมาจนคนมองอดไม่ได้ที่จะหอมอีกสักฟอด

“งั้นตอบมาสิว่าจะหายงอนได้รึยัง”

“...” ได้แต่เม้มปากจ้องหน้าคนถามอย่างแง่งอน ใครมันจะไปหายงอนได้ล่ะ ทำไว้เจ็บแสบก็ควรจะได้รับการลงโทษไม่ใช่หรือไง?

“ที่รัก...ถ้าไม่ตอบจะไม่รอคำตอบแล้วนะ”

“...”

“จะปล้ำอย่างเดียวละนะ”

“ไอ้บ้า!” ตอบกลับทันควันเมื่อคนลามกจ้องแต่จะได้ในร่างกายเขาอย่างเดียว

“คนเป็นแฟนกัน งอนนานแบบนี้ผมใจไม่ดีเลยนะที่รัก”

 

ใช่แล้ว ปาร์คชานยอลกับพยอนแพคฮยอนเป็นแฟนกัน!

ลูกชายประธานบริษัทปาร์คเป็นแฟนกับไกด์หนุ่มหน้าหวานพนักงานดีเด่น

 

พอดีว่าเดือนก่อนมีเรื่องกันนิดหน่อยคนตัวเล้กเลยงอนนานระยะยาวแบบนี้แล...


            “หายงอนเถอะนะ”

“...”

“แพคฮยอนครับ...” ทำเสียงเบาแต่ฟังแล้วรู้สึกซาบซ่านกับเสียงทุ้มมีเสน่ห์

“...”

“หายงอนเถอะ”

“อื้อ...” ยังไม่ทันจะตอบอะไรฝ่ามือหนาก็ปล่อยข้อมือที่รวบไว้ในตอนแรกเปลี่ยนไปลูบไล้เรือนร่างบางให้มีอารมณ์ขึ้นในที่สุด

“แฮ่กๆ...ให้ตายเถอะนายง้อฉันตรงไหนเนี่ยปาร์คชานยอล!

“ตรงนี้ไง...”

“อะ อ๊ะ!!!” ร้องลั่นเมื่อยอดอกสีหวานถูกบดขยี้จนเจ็บหากแต่ก็รู้สึกดี

“นายมันคนเอาแต่ได้!

“จุ๊ๆ เห็นแพคฮยอนแล้วได้แต่เอามากกว่า...”

“ย๊า! พูดจาน่าเกลียดตลอด ง้อก็ไม่ง้อ ปล่อยให้งอนเป็นเดือนแล้วมาสวมรอยเป็นคนขับรถหวังนอนห้องเดียวกันแล้วเผด็จศึกแบบนี้ใช้ได้ที่หนะ...ไหน อ๊า…!” ร้องลั่นห้องอย่างทนไม่ไหวเมื่อถูกสอดใส่โดยที่ไม่รู้ตัว

“ไม่ได้นอนด้วยกันร่วมเดือนใส่มาเลยมันเจ็บนะไอ้บ้า!

“แปปๆ ก็หาย”

“ไอ้!...อ๊า...”

 

แล้วสรุปไหนล่ะสิ่งที่เรียกว่า ง้อที่พยอนแพคฮยอนควรจะได้รับ?

กลายเป็นฝ่ายรับขณะทำงานอยู่ซะได้ หมดทริปเมื่อไรปาร์คชานยอลหูขาดแน่ไอ้บ้ากาม!


 

 
 

mm talk 4rd 

                        มาแล้วเนาะบทเรียนที่ 3 ที่ไม่มีอะไรสอดคล้องกับบทเรียนเลย 555555555555555 สุดท้ายก็แต่งตามใจอยากเช่นเคยแหละ อยากได้พี่ชานหื่นเยอะๆ หมาน้อยก็เขียนออกมา ถามหน่อยว่าได้ความรู้อะไรบ้างจากบทเรียนที่ 3 ?  คำตอบคือไม่มีเนาะ กรั่กๆ

            ติชม เม้น โหวต แท็ก #schoolBAEK ได้ตามใจชอบนะคะ^^
 

.
คำตอบคือพูดเป็นภาษาเกาหลีค่ะ คำว่าสวยคำว่าหล่อไกด์เค้าจะสอนเราพูด
แต่ตอนนี้หมาน้อยจำไม่ได้แล้วว่าพูดว่าอะไร คล้ายๆอิโปโยหรืออะไรสักอย่าง lol 

 

Minor!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #30 Bacoin Yoelly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 19:29
    ง้อตรงไหน5555555
    #30
    0
  2. #29 Beebee ja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 20:40
    ง้อซะน่ารักเลยนะชานยอล55555555 ง้อแบบหื่นๆๆ >///////////<
    #29
    0
  3. #28 mamama (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 21:39
    ง้อกันน่ากลัวเนาะ
    #28
    0
  4. #27 ppooh9 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 20:05
    โอ้ยยยยย ไรท์หมดแล้วหรอค่ะ??? สนุกมากกกกก ><

    #27
    0
  5. #26 mini (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 23:08
    บ้า-///- เขินแทนแปบ 55
    #26
    0