บัญชารักเทพบุตรร้าย(สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 4 : ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    14 ส.ค. 58

                  


คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ

 

“คุณเป็นพยาบาลที่นี่เหรอครับ” เอริคแกล้งถามเพื่อความแน่ใจ

 

“ค่ะ” หล่อนก้มหน้าหาบัตรประจำตัวโรงพยาบาลที่ติดหน้าอกด้านซ้ายเพื่อยืนยันว่าตัวเองทำงานอยู่ที่นี่ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อบัตรนั้นหายไปจากหน้าอกของหล่อน “ต้องขอโทษค่ะ ฉันทำบัตรหาย ฉันชื่อพัชราภา ชื่อเล่นชื่อพริกค่ะ” พัชราภาแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงร่าเริงและเป็นกันเองยิ่งทำให้เอริคประทับใจในตัวหญิงสาวมาก

 

“เอริคครับ” เอริคเพียงบอกชื่อตัวเองสั้นๆ พัชราภาก้ไม่ได้ไถ่ถามต่อเพราะเกรงใจ

 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

 

“เช่นกันครับ”

 

“คุณเอริคมาหาหมอหรือมาเยี่ยมญาติคะ” ด้วยความที่คิดว่าชายหนุ่มอาจจะเป็นคนไข้หรือญาติคนไข้จึงเอ่ยถามเผื่อชายหนุ่มต้องการความช่วยเหลือ

 

“เอ่อทั้งสองอย่างเลยนะครับ” เอริคก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องโกหกหล่อนเรื่องที่เขาเป็นศัลยแพทย์ที่นี่ด้วยนะ

 

“พริกเป็นพยาบาลอยู่แผนกเด็ก  ถ้าคุณเอริคมีอะไรให้พริกช่วยสามารถบอกได้เลยนะคะ” หล่อนกล่าวออกมาอย่างมีไมตรีจิต

 

“ตอนนี้พริกพอจะเดินไหวแล้ว ขออนุญาตไปซื้อของให้เจ้านายก่อนนะคะ” พัชราภาเอ่ยขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องซื้ออาหารให้ฟิลิปเป้หล่อนจึงเอ่ยขอตัวกับเอริค

 

“เอ่อถ้าไม่รังเกียจให้ผมเดินไปส่งคุณได้ไหมครับ”

 

คำขอของจากปากหมอหนุ่มรูปงามทำเอาพยาบาลสาวสุดสวยมีสีหน้าประหลาดใจ ในตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะจีบแต่พอเขาเอ่ยปากขออนุญาตเท่านั้นหล่อนก็คิดขึ้นมาทันที

 

“อย่าเข้าใจผิดนะครับผมแค่เป็นห่วงก็เลยอยากจะไปส่งให้ถึงที่ครับ” เขาเสริมต่อทันทีเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของหล่อน

 

 “อ้องั้นก็ได้ค่ะ” เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายพัชราภาก็เบาใจ ฉีกยิ้มหวานส่งให้เขาพร้อมกับอนุญาตให้เขาตามไปส่งที่แผนก

 

หลังจากจัดการซื้อของให้ฟิลิปเป้เสร็จเรียบร้อยและครบถ้วนทุกอย่างแล้วพัชราภาก็กลับไปที่แผนกโดยมีแพทย์หนุ่มช่วยถือของและเดินตามไปส่งถึงที่ พัชราภาเดินมาหยุดที่หน้าห้องของฟิลิปเป้กำลังจะลงมือเคาะประตูแต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะเคาะประตูบานใหญ่ก็เปิดออกเสียก่อน พัชราภามีสีหน้าฉงนสงัสยเมื่อเห็นอาทิตยาคู่อริสาวเป็นคนเปิดประตูออกมา ดวงตาของทั้งคู่สบกันต่างคนต่างก็ไม่ยอมกัน

 

“มาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ” เป็นพัชราภาที่เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ถ้าให้หล่อนคิดอาทิตยาก็คงมาหว่านเสน่ห์คุณหมอจอมโหดของหล่อนแน่เพราะอาทิตยาเล็งที่จะเคลมฟิลิปเป้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วถ้าหากหล่อนไม่ช่วงชิงไปเสียก่อน

 

“ไม่ใช่ธุระกงการของเธอ” อาทิตยาพยาบาลสาวแผนกศัลยกรรมเชิดหน้าบอกยิ้มเยาะอีกฝ่ายอย่างมีเล่ห์นัย

 

“ทำไมจะไม่ใช่ในเมื่อ” หล่อนเกือบหลุดปากพูดออกไปแล้วเรื่องที่ฟิลิปเป้กับหล่อนมีอะไรกัน ดีที่ว่าหล่อนยังมีสติสะกดอารมณ์โกรธและยั้งไว้ได้ทัน

 

“ในเมื่ออะไร...พูดออกมาให้จบสิ” น้ำเสียงวางอำนาจของฟิลิปเป้ที่ดังมาจากด้านหลังของอาทิตยาทำให้ทั้งหมดรีบหันไปมองเขาทันที เขาเดินออกมาประจันหน้ากับพัชราภาด้วยสายตาเอาเรื่อง

 

พัชราภาหน้าตื่นได้แต่ยืนอ้าปากค้าง

 

“เฮ้! ฟิลิปเป้นายย้ายมาแล้วหรือ” เสียงทุ้มนุ่มลึกที่ดังมาจากด้านหลังพัชราภาทำให้ฟิลิปเป้ต้องเบนสายตาหันไปมองทันที

 

“อ้าวเอริค แกเองเหรอจริงๆ มานานแล้วไปพักสมองมาดีใจที่เจอแกวะ” ฟิลิปเป้เดินเข้าไปจับมือเอริคอย่างสนิทสนมและคุ้นเคยซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับสองสาวเป็นอย่างมากมาย

 

เอริค ปาร์ค ศัลยแพทย์หนุ่มคือเพื่อนรักของฟิลิปเป้หลังจากทีทั้งคู่แยกไปเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางก็ไม่ได้เจอกันนานมากแต่ก็ยังมีติดต่อกันเป็นบางครั้งบางคราว

 

“ดีใจเช่นกันพ่อแกสบายดีใช่ไหม” 

 

“สบายดีมากเลยแหละ ว่างๆ ก็แวะไปเยี่ยมหน่อยสิ”

 

“ได้ๆ พูดแล้วคิดถึงบาร์บิคิวฝีมือท่านอยู่เลย” เอริคตกปากรับคำ ห้วนรำลึกนึกฝีมือการทำอาหารของบิดาฟิลิปเป้ครั้งที่เคยบินไปเยี่ยมเพื่อนรักที่ฝรั่งเศสในช่วงปิดเทอมหน้าร้อน

 

“แล้วแกมาทำอะไรตรงนี้” เป็นฟิลิปเป้ที่เป็นฝ่ายเอ่ยถาม สายตาคมหันไปจ้องหน้าพยาบาลสาวที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างๆ

 

“อ้าวถามได้ฉันก็เดินมาส่งคุณพริกนะสิ พอดีฉัน

 

“ไหนล่ะของที่ผมสั่งให้ไปซื้อมา” ฟิลิปเป้ไม่ฟังเพื่อนรักสาธยายความดี เขาหันมาถามพัชราภาด้วยน้ำเสียงขู่เข็นยืดตัวเต็มความสูงแล้วใช้สายตาดุๆ จ้องไปที่ร่างบางอย่างเอาเรื่องเมื่อไม่เห็นสิ่งที่เขาต้องการให้หล่อนซื้อมาให้

 

นี่!คงมัวอ่อยเอริคถึงได้ลืมที่เขาสั่ง ช่างเป็นผู้หญิงที่ทำตัวน่ารังเกียจที่สุด ชอบใช้มารยาหญิงหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายติดกับ นังแม่มด!

 

ฟิลิปเป้เชื่อสนิทว่าพัชราภาใช้เสน่ห์ความสวยหวานของหล่อน ออดอ้อนให้เอริคมาส่งเพราะเขารู้นิสัยเอริคดีถ้าหากผู้หญิงไม่ให้ท่าไม่มีทางที่จอมเจ้าชู้อหังการอย่างมันจะสนใจ และพัชราภาก็เป็นผู้หญิงจำพวกแบบนั้นเสียด้วย

 

“ฉัน

 

“คุณหมอเอริคถืออะไรมาเยอะแยะคะนั่น”  เสียงมีจริตของอาทิตาเอ่ยขึ้น หล่อนเหยียดยิ้มที่มุมปาก เมื่อพัชราภาหันมาค้อนตาใส่หล่อน แต่แล้วคำพูดที่อาทิตยาใช้เรียกแทนผู้ชายข้างๆ หล่อนทำเอาเข่าของพัชราภาแทบทรุด หมองั้นเหรอ! นี่หล่อนไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมาทำไมถึงไม่ร็ว่าเอริคก็เป็นคุณหมอที่นี่เหมือนกันแทบหน้าตาดีไม่แพ้บอสจอมโหดของหล่อนด้วย

 

“อ้อ! ของคุณพริกเขาครับ ผมเห็นมันเยอะแยะก็เลยช่วยถือมาส่ง”

 

พัชราภาแทบอยากจะแทรกตัวหายไปทัน ทราบดีว่าคำตอบของเอริคจะสร้างความโกรธให้กับฟิลิปเป้เป็นอย่างมาก  เชื่ออีกว่าเขาต้องมองหล่อนในแง่ลบตามเคยดูได้จากสายตาที่ลุกวาวราวกับมีดวงไฟ

 

“เพื่อนพริกช่างโชคดีจริงนะ ที่มีคุณหมอสุดฮอตของโรงพยาบาลมาช่วยถือของให้” อาทิตยาได้ทีก็ใส่สีตีไข่โยนฟืนเข้ากองไฟเป่าหูให้ฟิลิปเป้เชื่อสนิทว่าพัชราภาเป็นผู้หญิงที่ไม่ดีจ้องแต่จะอ่อยผู้ชายทุกคนในโรงพยาบาลรวมถึงเขาด้วยที่เจ้าหล่อนได้แล้วก็ทิ้ง

 

“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอที่กรุณา พริกขอของด้วยค่ะ” พัชราภาหันไปขอบคุณเอริคแล้วยื่นมือไปรับของจากเขาจังหวะนั้นเองที่สองมือเกิดการสัมผัสกันโดยที่ทั้งคู่ไม่คิดอะไร แต่เป็นฟิลิปเป้ที่คิดว่าพัชราภาจงใจให้เอริคจับมือถือแขน

 

เขากัดฟันกรอดตรงเข้าไปแย่งของจากมือหล่อนมาถือ ทั้งเอริคและพัชราภาต่างตกใจกับการกระทำเขา

 

“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของแกวะ” เอริคตำหนิเพื่อนรักทันที

 

“นี่มันของๆ ฉัน” คำพูดเป็นนัยๆ ทำให้พัชราภาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกใจ ถ้าหากไม่ได้คิดเขาข้างตัวเอง พัชราภาเชื่อว่าฟิลิปเป้กำลังกันท่าเอริค แล้วเขาจะทำท่าแบบนั้นไปเพื่ออะไร ในเมื่อเขาทำเหมือนกับว่าไม่รู้จักหล่อนมาก่อน

 

“อย่าบอกนะว่าแกเป็นคนสั่งให้คุณพริกซื้อมา” เอริคเอ่ยถามเพื่อนเสียงเรียบ สีหน้าเขามีแววไม่พอใจ

 

“เออฉันเอง” ฟิลิปเป้ตอบอย่างส่งๆ ก่อนจะกระชากถุงทั้งหมดในมือเอริคมาถือไว้ ก่อนจะยัดใส่มือพัชราภาอีกทอดหนึ่ง

 

“ผมสั่งให้คุณไปซื้อมาแล้วนี้อะไรทำไมต้องให้คนอื่นไปซื้อแทนด้วย” เขาหันมาเอ็ดใส่หล่อนทันที ไม่พอใจที่  พัชราภาไม่ยอมทำตามคำสั่งแถมยังอ่อยให้เพื่อนรักของเขาเดินมาส่งอีก

 

“เฮ้ย! อะไรกันฟิลิปเรื่องแค่นี้ทำไมต้องดุคุณพริกด้วย ฉันเสนอตัวช่วยเขาซื้อและถือมาเอง” เอริคพยายามแก้ต่างให้พัชราภา แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งทำให้ฟิลิปเป้กลับเข้าใจผิดไปใหญ่คิดว่าเอริคคงตกหลุมพรางแม่เสือสาวเข้าให้แล้วถึงได้ออกรับแทนกันแบบนี้

 

“ฉันว่าแกกลับไปแผนกของแกได้แล้วนะ ตอนนี้มันเป็นเรื่องในแผนกของฉัน”

เอริคถึงกับอึ้งเมื่อถูกเพื่อนรักไล่จึงหันหน้าไปหาพัชราภาที่ยืนหน้าซีดตัวลีบอย่างน่าสงสาร ความผิดเขาแท้ๆ ทำให้หล่อนโดนเล่นงาน

 

สายตาที่เอริคมองมาที่พัชราภาทำให้ฟิลิปเป้มั่นใจว่าเพื่อนรักของเขามีใจมากกว่าครึ่งให้แม่นางฟ้ายั่วสวาทนั้น ยิ่งรู้อย่างนี้ฟิลิปเป้ถึงกับหงุดหงิดขึ้นมาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องหงุดหงิดด้วย

 

“ฉันบอกให้แกกลับไปไง”

 

“เออจะไปแล้วเนี่ย” หันไปตอบเพื่อนแล้วก็หันกลับมาร่ำลาพัชราภา “ไปก่อนนะครับหวังว่าจะได้พบกันอีกนะครับ”

 

“ค่ะ” พัชราภาไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่ตอบว่าค่ะคำเดียว ยิ่งเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้น พัชราภาจึงเลือกที่สงบปากสงบคำดีกว่า

 

เอริคเดินออกไปแล้วคราวนี้ฟิลิปเป้ก็หันมาเล่นงานพัชราภาอีกครั้ง

 

“ถ้าแค่ให้ไปซื้อของแล้วทำไม่ได้ทีหลังก็บอกเพื่อนผมจะได้ไม่ถูกหลอกใช้มาเป็นเบ้ของคุณอีกที รู้ใช่ไหมว่าเขาเป็นอาจารย์หมอเหมือนกัน ไม่ต้องถามหรอกผมคิดว่าคุณคงรู้ดีโดยเฉพาะเรื่องผู้ชายในโรงพยาบาล เอาเป็นว่าคุณจะเล่นจ้ำจี้กับใครในโรงพยาบาลนี้ก็ตามเถอะ แต่อย่าทำให้แผนกของผมต้องเสียชื่อเข้าใจไหม” เขาตะคอกบอกหล่อนอย่างลืมตัวไปว่านี่คือโรงพยาบาลที่ต้องการความเงียบ

 

พัชราภาทำได้แต่ยิ่นนิ่งมองหน้าเขาตาปริบๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมกับเรื่องที่เอริคมีน้ำใจช่วยเหลือหล่อนฟิลิปเป้ถึงกับฉุนเฉียวแล้วพาลโมโหมาลงกับหล่อนด้วย

 

อาทิตยาเองก็พลอยตกใจไปด้วยไม่คิดว่าเรื่องของพัชราภาที่เอามาเล่าให้ฟิลิปเป้ฟังจะทำให้ชายหนุ่มโกรธจัดมากมายขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ยินคำยืนยันจากปากของคุณหมอหนุ่มรูปงามว่าเขาไม่มีทางชอบผู้หญิงอย่างพัชราภาได้หล่อนก็ไม่มีทางเชื่อหรอกว่าอาการของชายหนุ่มตอนนี้ไม่ต่างจากหมาที่กำลังหวงก้าง

 

“ขอร้องเถอะค่ะคุณหมอ กรุณาอย่าคิดเองเออเอง หันฟังความจากฉันบ้าง หูตาจะได้สว่าง ไม่ใช่เอาแต่หดหัวเป็นเต่าอยู่ในกระดองที่รอให้พวกแมงหวี่แมงเม่ามาคอยคาบข่าวมาบอก” พัชราภาก็ไม่ยอมให้ฟิลิปเป้ยืนด่าหล่อนป่าวๆ อยู่ฝ่ายเดียวหรอก หล่อนมีขอบเขตในการอดทน อะไรที่มากเกินไปจึงขอเถียงสู้ หล่อนจึงใช้คำพูดตอบโต้ใส่เขาชนิดที่ว่า  ฟิลิปเป้ถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว ไม่รวมกับอาทิตยาก็โดยหางเร่ถูกหล่อนกัดจิกหาว่าเป็นแมงที่คาบข่าวเอาเรื่องของหล่อนมาฟ้องฟิลิปเป้

 

“คุณหมอคะ แมงปอไม่ยอมนะคะ พริกกล่าวหาว่าแมงปอเป็นคนมาฟ้องคุณหมอค่ะ คุณหมอต้องให้ความเป็นธรรมกับฉันนะคะ แมงปอถูกใส่ร้ายค่ะ” อาทิตยาทำทีโผเข้าไปเกาะแขนล่ำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงของฟิลิปเป้ พร้อมกับออดอ้อนเรียกร้องความเป็นธรรมจากเขา

 

พัชราภาเห็นแล้วรำคาญลูกตาอยากจะลากคนตีหน้าซื่อมาตบสักฉาดสองฉาดให้หายแค้น เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าเรื่องเน่าๆ ของหล่อนที่อยู่ในสมองอันชาญฉลาดของฟิลิปเป้ถูกนังจิ้งจอกเก้าหางปั่นเอานี่เองถึงว่าชายหนุ่มถึงมีอคติกับหล่อนนัก

 

“อยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมโน่นเลยศาลรัฐธรรมนูญ ที่นี่โรงพยาบาลไม่มีความเป็นธรรมให้กับผู้หญิงปากปีจออย่างเธอหรอก”

 

“นังพริก! แกด่าฉันเหรอ” เมื่อถูกด่ากันซึ่งๆ หน้าอาทิตยาก็แปลงกายจากนางฟ้ากลายเป็นนางมารร้ายชี้หน้าพัชราภาอย่างเอาเรื่อง

 

“สงสัยฉันคงเทศนนาให้เธอฟังแหละ” พัชราภาลอยหน้าลอยตาตอบอย่างยั่วยวนกวนอารมณ์อีกฝ่าย

 

“อีพริก!”  ตวาดเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความโกรธ

 

“ที่นี่พื้นที่สาธาณะ กรุณางดใช้คำหยาบที่ส่องไปถึงสกุลรุนชาติของเธอด้วยนะ”

 

“แก! แม่ขอตบล้างน้ำซะทีเถอะ”

 

พูดจบอาทิตยาก็ปรี่จะเข้าไปตบหน้าพัชราภาแต่หญิงสาวคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะประเคนฝ่ามือปะทะลงไปที่ใบหน้าข้างซ้ายของอาทิตยาแทน ร่างของอาทิตยาถลาเข้าหาฟิลิปเป้ได้ทีหญิงสาวก็โผเข้าซบอกอุ่นๆ ของชายหนุ่มแล้วแกล้งสะอื้นให้เขาเห็นว่าหล่อนน่าสงสาร

 

“หยุดเลยนะแมงปอนั่นมันอกผู้ชายของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #1587 PatchYeol (@pattchz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 09:43
    โอ้ยยย หมั่นไส้แมงปอ
    #1587
    0
  2. #16 thesun-sets (@thesun-sets) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 21:05
    พริกสู้เค้า อย่าไปยอมนังเเมงปอมันนะ
    ตบบ้องหูฟิลิปไปอีกคนก้ดี หูเบานัก
    #16
    0
  3. #15 ภาวี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 23:28
    แมงปอนี่ร้ายเหมือนกัน
    #15
    0
  4. #14 Soodteerak San D (@vanilla-seal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 21:45
    แมงปอนางร้ายนะ ฟิลิปเป้ อย่าหูเบาจ้าาา สงสารพริกบ้างไรบ้าง...อินนิดๆๆ ^^
    #14
    0