ตอนที่ 3 : บทที่ 1 มาตุภูมิ [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ก.ย. 60









 “ฉัน...เอ่อ ยาบารีรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้


ไม่ต้องคิดมากหรอกครับคุณยาบารี ผมชินเสียแล้วละ ว่าแต่คุณทานอะไรมาหรือยังครับ เพราะเดี๋ยวเราต้องนั่งเครื่องจากลิมาไปกุสโกต่อ ชายหนุ่มชวนคุยสร้างความเป็นกันเองเพื่อลดความเก้อเขิน ยาบารียิ้มกว้างก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ


ถ้าอย่างนั้นผมจะพาคุณไปทานอาหารง่ายๆ ก็แล้วกัน เพราะเรามีเวลาไม่มาก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนคว้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของหญิงสาวแล้วออกเดินอย่างรวดเร็ว ราวกับเคยชินกับคำสั่งที่ต้องมีคนทำตามเสียอย่างนั้น ยาบารีเดินตามเข้าไปในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เลือกรับประทานแฮมเบอร์เกอร์เงียบๆ พลางเหลือบมองชายหนุ่มอย่างสำรวจ


โซลาโน่จัดเป็นคนผิวสีแทนอย่างคนเล่นกีฬากลางแจ้ง เขาตัวสูงผมยาวประบ่า ดวงตาสีนิลเข้มรับกับคิ้วดกหนาพาดยาว จมูกโด่งเป็นสันทำให้ใบหน้ายิ่งดูคมคล้าม จะว่าไปแล้วนายโซลาโน่อะไรนี่ก็หน้าตาดีไม่หยอกเลย เธอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นโจรได้ยังไงนะ ยาบารีอมยิ้มพลางก้มหน้าก้มตาจัดการกับแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่จนหมดเกลี้ยง


ชายหนุ่มนึกขัน เธอคงจะหิวมากถึงได้จัดการทุกอย่างเรียบร้อยภายในห้านาที ในขณะที่เขาเพิ่งจัดการแฮมเบอร์เกอร์ไปได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น


“ดื่มชานี่เสียสิคุณยาบารี” ชายหนุ่มเลื่อนแก้วชาส่งให้หญิงสาว


“ขอบคุณค่ะ” เธอรับแก้วมาถือไว้ แม้ใจจะนึกหวั่น กลัวตามประสาคนช่างหวาดระแวง เธอมองลงไปในแก้วชา หากเห็นอะไรไม่ชอบมาพากลหรือผงสีขาวๆ แม้แต่นิดเดียว เธอจะไม่ยอมแตะต้องชาร้อนนี่เป็นอันขาด


ดูเหมือนโซลาโน่จะอ่านความคิดของหญิงสาวออก เขายิ้มที่มุมปากแล้วมองใบหน้ามนอย่างพิจารณา ก่อนจะอธิบายถึงสิ่งที่หญิงสาวสงสัย “นี่คือชาโคคา ใบไม้ในชาคือใบโคคา มันสามารถสกัดเป็นโคเคนได้ ในหลายๆ ประเทศถือเป็นพืชต้องห้าม ยกเว้นที่เปรู เพราะเราใช้มันเป็นยา”


“ยาหรือคะ” หญิงสาวมองอย่างไม่กล้าดื่มเมื่อได้ยินว่าเจ้าใบนี้สามารถสกัดเป็นสารเสพติดได้


“ใบโคคาใช้เป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณ ช่วยรักษาอาการแพ้ความสูงได้ดี บ้างก็เคี้ยวใบสดๆ บ้างก็นำมาชงเป็นชาเพื่อง่ายต่อการดื่ม คุณเพิ่งมาที่นี่ควรจะดื่มเสีย เพื่อตัวคุณเอง”


“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ แล้วยกชาขึ้นดื่ม ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังรับประทานแฮมเบอร์เกอร์อีกครึ่งหนึ่ง เขาจะรู้มั้ย...ว่าซอสและมายองเนสติดหนวดของเขาจนไม่น่าดู หญิงสาวอมยิ้มพยายามกลั้นหัวเราะ ก่อนจะส่งทิชชูให้เมื่อเขารับประทานเสร็จ


ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณแล้วเช็ดปาก ก่อนจะส่งยิ้มให้หญิงสาวที่เอาแต่นั่งจ้องมองเขาด้วยดวงตาสุกใส ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ผู้ชายขี้อายแต่ถ้ามีผู้หญิงสวยมานั่งจ้องหน้าเขาอยู่แบบนี้ ก็ทำให้เขาประหม่าได้เหมือนกัน


คุณโซลาโน่เป็นอะไรกับคุณย่าฉันหรือคะ เป็นหลาน หรือว่าเพื่อนบ้าน หญิงสาวเริ่มชวนคุย เธอควรที่จะรู้จักคุณย่าคร่าวๆ ก่อนที่จะได้พบท่าน ซึ่งแหล่งข้อมูลเพียงหนึ่งเดียวที่มีก็คือชายหนุ่มตรงหน้าเธอนี่เอง


เปล่าครับ ผมเป็นเพียงแค่คนรู้จักท่านเท่านั้น


หรือคะ ยาบารีเก็บความแปลกใจเอาไว้ มิได้เอ่ยซักถามออกไป


แล้วคุณย่าโรมีนาอาศัยอยู่กับใครหรือคะ


ท่านอยู่คนเดียวครับ ลูกหลานคนอื่นๆ แยกย้ายไปมีครอบครัวหมดแล้ว ชายหนุ่มตอบเรียบๆ พลางมองหน้าหญิงสาว เห็นชัดว่าเธอตกใจไม่น้อย ไม่แปลกหากคนไทยจะเห็นเป็นเรื่องสะเทือนใจเมื่อคนสูงอายุต้องอาศัยอยู่เพียงลำพัง เพราะจากที่เขารู้มาสังคมไทยต้องดูแลบุพการีและมักอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่


ท่านคงเหงาแย่เลย น้ำเสียงในตอนท้ายสั่นเครือ อดคิดไม่ได้ว่า คุณย่าป่วยโดยไม่มีใครมาดูแล ท่านจะรู้สึกว้าเหว่สักเพียงไร


ท่านไม่เหงาหรอกครับ คุณไม่ต้องคิดมาก และไม่ต้องคิดโทษตัวเอง เดี๋ยวไปเห็นกับตาว่าท่านอยู่อย่างไรคุณก็จะเข้าใจครับ พูดราวกับล้วงลึกเข้าไปในหัวใจของหญิงสาว ยาบารีเงยหน้าขึ้นมองเขาซึ่งกำลังมองเธออยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่ต่างฝ่ายจะผินหน้าหนีไปคนละฝั่งเมื่อความรู้สึกบางอย่างแล่นปราดเข้ามาเกาะกุมหัวใจโดยไม่ทันตั้งตัว


ทั้งสองแทบไม่พูดคุยกันอีกเลยระหว่างนั่งเครื่องบินจากเมืองหลวงลิมาไปยังเมืองกุสโก ยาบารีเลือกนั่งริมหน้าต่าง เธอหันหน้ามองออกไปยังท้องฟ้าสีสดแซมด้วยปุยเมฆสีขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทอดสายตาลงไปเห็นเทือกเขาสูงเป็นทิวยาวทอดตัวพาดผ่านแผ่นดินสีเขียวขจีด้วยความตื่นตาตื่นใจ


ว้าว! สวยจัง คุณโซลาโน่คะ นี่เทือกเขาอะไรเหรอคะ หญิงสาวยื่นหน้าไปจนติดหน้าต่างเครื่องบิน ชื่นชมทิวทัศน์เบื้องล่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ


เทือกเขาแอนดีสครับคุณยาบารี เป็นเทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลกครับ มันพาดผ่านถึง 6 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย อาร์เจนตินา และชิลีชายหนุ่มโน้มตัวเพื่อมองผ่านหน้าต่างลงไปยังเทือกเขาด้านล่าง


สวยจังเลยนะคะ ยาบารีหันมาหาชายหนุ่ม ทว่าปลายจมูกของทั้งสองกลับชิดกันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย โซลาโน่รีบผละกลับมานั่งประจำที่ของตนเอง ส่วนยาบารีก็ผินหน้ามองออกไปยังนอกหน้าต่างอีกครั้ง


ทั้งสองต่างใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ







เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

42 ความคิดเห็น