ตอนที่ 28 : บทที่ 6 เฝ้ามอง [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60







 

 

ขอบคุณที่ไม่รังเกียจข้า หากข้ามาที่นี่อีก ข้าขอมาพบเจ้าอีกได้มั้ยองครักษ์หนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวอย่างไม่อ้อมค้อม

 

เชรีมองหน้าเขาด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ

 

หากข้ามาที่นี่ ข้าจะมารอเจ้าที่ท้ายหมู่บ้าน ไม่ว่าเจ้าจะมาหรือไม่ก็ตามชายหนุ่มหยักยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้คนตัวเล็กรู้สึกเหมือนร่างกายจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ นางบอกกับตัวเองว่าพวกทหารในวังเจ้าชู้นัก นางไม่ควรยุ่งเกี่ยว แต่ทว่า...

 

นางกลับมารอเขา แถมยังนำเผือกเผามาให้เขาอีกด้วย

 

“ดีใจเหลือเกินที่ได้พบหน้าเจ้า...เชรี” องครักษ์วาคัคยิ้มละไม เมื่อเห็นหญิงสาวมานั่งรอเขา เชรีลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีขวยเขินก่อนจะส่งห่อผ้าให้ชายหนุ่ม

 

“เผือกเผาค่ะ เล็กๆ น้อยๆ จากข้า”

 

“ขอบคุณมาก นอกจากเจ้าจะงามใบหน้าแล้ว น้ำใจของเจ้าก็งามยิ่งนัก” ชายหนุ่มรับห่อผ้ามากอดเอาไว้ สายตากรุ้มกริ่มมองเชรีอย่างเปิดเผยความในใจ

 

“เชรี!

 

ยาบารีแอบตามมาเมื่อเห็นเชรีนั่งอยู่คนเดียว ชะเง้อเหมือนรอใครสักคน เธอจึงปีนขึ้นไปแอบบนต้นไม้เพื่อคอยจับตาดู แล้วเธอก็ตกใจจนแทบตกต้นไม้ เมื่อเห็นว่าเชรีนัดพบกับผู้ชาย ผู้ชายคนนั้นเป็นทหาร ยศอะไรนั้นเธอเดาไม่ออก แต่จากสีชุดคงไม่ใช่ทหารที่มาเก็บผลผลิตเป็นแน่

 

ชุดแบบนี้เธอเคยเห็น...ใช่แล้ว! ชายคนนั้นคือทหารของเจ้าชายทูปัก วีรา นั่นเอง

 

“ไม่ได้การ ต้องลงไปถามให้รู้เรื่อง” หญิงสาวกำลังจะปีนลงจากต้นไม้ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งกลับพบว่าเชรีและนายทหารคนนั้นหายไปเสียแล้ว

 

“อ้าว! หายไปไหนแล้ว” ยาบารีเท้าสะเอวทั้งสองข้าง แล้วเดินตามหาเชรีกับนายทหารคนนั้น เธอเดินตามหาไปทุกที่ ที่คิดว่านายทหารคนนั้นจะล่อลวงเชรีไปทำมิดีมิร้าย ซึ่งแต่ละสถานที่ต้องค่อนข้างเปลี่ยว และไม่ค่อยมีใครเดินผ่านไปมา

 

“ไปแอบอยู่ไหนนะ เชรีนะเชรีไม่น่าเลย ไอ้ทหารคนนั้นมันไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้” ยาบารีถอนหายใจเฮือกใหญ่ เป็นห่วงเชรีที่มักมองโลกในแง่ดีจนคิดว่าใครๆ ก็ดีไปเสียหมด

 

จริงอยู่ที่อาณาจักรอินคาแทบไม่มีคนร้ายหรือขโมยฉกชิงวิ่งราว นั่นเพราะกฎระเบียบเข้มงวดจนไม่มีใครกล้ากระทำผิด หากมีใครฝ่าฝืนหรือฆ่าผู้อื่นตายจะถูกจับโยนลงจากหน้าผา เพื่อให้ร่างตกกระทบโขดหินแหลกเละไม่เป็นชิ้นดี ส่วนชายที่ชอบเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน โทษคือจับร่างเปลือยเปล่าแขวนประจานในที่สาธารณะเพื่อให้ผู้คนเย้ยหยัน ได้รับความทุกข์ทรมานและความอับอายจนขาดใจตาย หากผู้ใดดูหมิ่นเทพเจ้าจะถูกแขวนกลับหัวลงดิน คว้านท้องเอาไส้ออกมา หรือถ้าเป็นอาชญากรโทษสถานเบาก็จะถูกตัดมือ ตัดเท้า ควักลูกตาแล้วแต่ความผิดของแต่ละคน

 

กฎที่เข้มงวดทำให้ชาวอินคาเกรงกลัวต่อความผิด แต่ยาบารี...เธอมาจากอนาคตที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมหลากหลายประเภท เธอจึงอดไม่ได้ที่จะหวาดระแวงและวิตกกังวลล่วงหน้าเสมอๆ

 

หญิงสาวออกเดินไปเรื่อยๆ และเพราะมัวแต่ชะเง้อหาจึงไม่ได้มองบนผืนหญ้า จึงทำให้เธอสะดุดอะไรบางอย่างจนล้มไม่เป็นท่า

 

“ว้าย!

 

หญิงสาวหวีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าเธอกำลังนอนทับผู้ชายตัวโตอยู่ คนบ้าอะไรมานอนกลางแจ้งเช่นนี้ เธอไม่เหยียบก็ดีแค่ไหนแล้ว หญิงสาวบ่นในใจก่อนจะถอยออกจากร่างหนา

 

“ขอโทษค่ะ ข้าไม่คิดว่าจะมีคนนอนอยู่ตรงนี้” เธอลุกขึ้นยืน แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อคนที่เธอเตะแล้วสะดุดล้ม ทับลงบนตัวเขาคือเจ้าชายทูปัก วีรา

 

“กระต่ายน้อย เจอกันอีกแล้วนะ”

 

“จะ...เจ้าชาย ฉันขอโทษค่ะ อะ...เอ่อ” หญิงสาวติดอ่างไปชั่วขณะ นึกโกรธตัวเองที่ไม่ฝึกพูดคำราชาศัพท์เสียที นั่นก็เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอเจ้าชายทูปัก วีรา อีกครั้งหนึ่ง

 

“อย่าบอกใครว่าเจอข้านอนอยู่ตรงนี้ได้หรือเปล่า” ทรงหยัดพระวรกายขึ้นนั่ง ดวงเนตรอบอุ่นทอดพระเนตรหญิงสาวที่นั่งหน้าซีดเผือดอย่างกลัวความผิดตรงหน้าด้วยความรู้สึกขบขัน

 

“ได้ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าแต่ในแววตาฉายชัดว่ามีคำถาม ว่าเพราะเหตุใดเจ้าชายถึงไม่ให้เธอบอกใคร ในเมื่อใครต่างก็รู้ว่าเจ้าชายเสด็จมาที่หมู่บ้านแห่งนี้

 

“ข้าเพิ่งรักษาคนไข้เสร็จ อยากนอนดูท้องฟ้าเงียบๆ เลยหนีผู้ติดตามออกมา ป่านนี้คงกำลังตามหากันใหญ่แล้ว” ทรงอธิบายด้วยพระสุรเสียงสบายพระทัย บรรทมบนผืนหญ้าโดยหนุนนอนพระพาหาข้างหนึ่ง ส่วนพระพาหาอีกข้างกางออกด้วยท่าทางสำราญพระทัย

 

“ฉันขอตัวค่ะ” เธอไม่ควรนั่งอยู่ตรงนี้นานๆ การมองเจ้าชายรูปงามนอนอยู่บนทุ่งหญ้าไม่เป็นผลดีต่อหัวใจเท่าใดนัก ทว่าพระสุรเสียงทุ้มกลับดังขึ้นห้ามไว้เสียก่อน

 

“กระต่ายน้อย นั่งเป็นเพื่อนข้าก่อนสิ”

 

กระต่ายน้อยหน้าบูดอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินเจ้าชายเรียกตนเช่นนั้น แต่ก็ไม่กล้าโวยวายหรือด่าทอเจ้าชายเพราะกลัวจะต้องโทษ เพราะแค่เธอพูดกับพระองค์ด้วยภาษาสามัญชนแล้วพระองค์ไม่ตำหนิก็ดีแค่ไหนแล้ว

 

“ข้ามีงานต้องทำ ขอตัวค่ะ” หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วรีบสาวเท้าจนแทบวิ่งออกไปจากบริเวณนั้น เจ้าชายทูปัก วีรา ทอดพระเนตรร่างอ้อนแอ้นวิ่งออกไปแล้วก็ทรงพระสรวลอย่างอารมณ์ดี

 

ว่าแต่ กระต่ายน้อยนางนี้ช่างคุ้นหน้านัก แต่เหตุใดพระองค์จึงคิดไม่ออก คิดไม่ออกว่าทรงเคยพบที่ไหน ดวงตาดื้อรั้นเช่นนั้นพระองค์จำได้อย่างแม่นยำ ใช่แล้ว! ผู้หญิงชาวป่าที่พระองค์พบเมื่อสามเดือนก่อน นางช่วยกระต่ายเอาไว้เลยทำให้ขวางขบวนเสด็จของพระองค์

 

นี่เองสินะที่ทำให้พระองค์รู้สึกว่านางสดใส น่ารักราวกับกระต่ายน้อย นั่นก็เพราะครั้งแรกที่ได้พบหน้า หญิงสาวอุ้มกระต่ายเอาไว้ด้วยท่าทางตื่นตระหนก

 

เมื่อระลึกถึงเหตุการณ์หลายเดือนที่ผ่านมา ก็ทรงพระสรวลก่อนจะปิดเปลือกพระเนตรลง ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคนวิ่งตรงมายังจุดที่บรรทมอยู่ ก็ทรงรู้แล้วว่าทหารอารักขาได้หาพระองค์พบแล้ว...












เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

42 ความคิดเห็น