คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF VIXX] Déjà vu #เดจาวูLN -END-

"คุณเชื่อเรื่องโลกคู่ขนานไหม" "ว่ากันว่าคนตายไปจะอยู่อีกมิติหนึ่งที่เขามองเห็นเราแต่เรามองเห็นเขาไม่ได้"

ยอดวิวรวม

613

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


613

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


23
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 มิ.ย. 60 / 13:06 น.
นิยาย [SF VIXX] Déjà vu #നLN -END- [SF VIXX] Déjà vu #เดจาวูLN -END- | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Déjà vu


#เดจาวูLN

เพราะอุบัติที่ทำให้คนรกต้องตาย 
อยู่ๆก็มีชายลึกลับคนนหนึ่งนำสร้อยแซฟไฟร์สีน้ำเงินมาให้เขา
ความฝันประหลาด ฝันราวกันเรื่องนั้นเกิดขึ้นจริง
ทำให้ฮักยอนตามหาความจริงของเรื่องนี้





สวัสดีค่ะทุกคน หลังจากที่จบSFไปถึง2เรื่อง
ไรท์ก็มีเรื่องที่อยากเขียนอีแล้ว 555
เรื่องนี้ได้แรงบรรดาลใจมาจากหนังสือแปลเล่มหนึ่ง
ออกจะแฟนตาซีสักหน่อยและอาจจะดราม่าเล็กน้อย
ยังไงก็ฝากเรื่องนี้ไว้พิจารณาอีกเรื่องด้วยนะคะ <3




Warning
SFเรื่องนี้มีเนื้อหารักร่วมเพศ 
ผู้แต่งไม่ได้มีเจตนาทำให้ศิลปินเสื้อเสียแต่อย่างใด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราวสมมุติบางส่วนไม่เป็นไปตามทฤษฏี
PG 13+



"คุณเชื่อเรื่องโลกคู่ขนานไหม"



















Contact

© Déjà vu | BY SweetPotato | OPEN 2017-06-01 | Theme from Thememie B U T T E R


t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 มิ.ย. 60 / 13:06


Déjà vu

สามเดือนกับการที่จองแทคอุนจากโลกใบนี้ไป

วันนี้เป็นเหมือนวันนั้นที่แทคอุนถูกรถชน ร่างบางของชาฮักยอนเดินกางร่มสีดำสนิทถือช่อดอกไม้เดินฝ่าสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายไปยังต้นไม้ต้นหนึ่งใกล้ๆกับจุดที่เคยเกิดเหตุเมื่อสามเดือนก่อน คนตัวเล็กวางช่อดอกไม่สีขาวลงข้างๆกับโคนต้นไม้ ดวงตากลมมีน้ำตาคลอหน่วยจนภาพที่มองพร่าเบลอ

“แทคอุน...” น้ำเสียงสั่นเอ่ยเรียกชายผู้จากไปด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว “ฉันคิดถึงนายนะ” น้ำเสียงหวานสั่นเครือ ฮักยอนทำใจไม่ได้หรอก ทั้งที่กำลังจะแต่งงานกันแท้แต่กลับเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นแบบนี้

ร่างบางนั่งร้องไห้อยู่พักใหญ่จนฝนเริ่มซาลงบ้างผู้คนเริ่มออกมาเดินตามถนนบ้างแล้ว ฮักยอนหยัดกายลุกขึ้นเดินไปตามทางเท้าที่เฉอะแฉะ เสียงไวโอลินบรรเลงเพลงที่แทคอุนชอบตรึงให้ฮักยอนหยุดนิ่งอยู่กับที หลายคนเดินผ่านตัวของฮักยอนไปแต่ฮักยอนกลับไม่รู้สึกและเหมือนตัวเองอยู่เพียงลำพังในตอนนี้ หัวเขาว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกเพลงนี้แทคอุนเคยเล่นตอนที่ขอเขาแต่งงาน ขายาวก้าวเดินตามเสียงเพลงไปเรื่อยๆด้วยความหวังที่ว่าคนที่เล่นเพลงนั้นจะเป็นคนรักของตัวเอง

ฮักยอนผิดหวัง

ผู้ชายคนนี้เป็นเพียงขอทานสกปรกเท่านั้น เขาไม่ใช่จองแทคอุนคนรักของเขา ฮักยอนยกมือข้างที่ไม่ได้ถือร่มขึ้นปิดปากน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

ทำไมไม่เป็นแทคอุน

ทำไม

มือน้อยๆเช็ดหน้าตาออกจากหน้าอย่างลวกๆก่อนที่จะหาเศษเหรียญในกระเป๋าให้กับชายคนนี้

“เดี๋ยวครับคุณผู้ชาย” ชายขอทานหยุดเล่นและเอ่ยเรียกฮักยอนไว้ก่อนที่จะเดินจากไป ฮักยอนหันกลับมามองอย่างไม่เข้าใจ หรือว่าเงินที่ให้มันน้อยไปหรอ “เลือกขอแทนคำขอบคุณของผมไปสักชิ้นเถอะครับ”

ชายขอทานแบมือข้างหนึ่งที่มีหินแวววาวเหมือนอัญมณีมีค่า ฮักยอนยิ้มอ่อนของพวกนี้เขาจะเอาไปทำไมบ้านเขาก็ไม่ได้ยากจนออกจะรวยเลยด้วยซ้ำ

“รับไปสักชิ้นเถอะครับ”

“ผมจะถือว่ารับน้ำใจของคุณก็แล้วกัน” ฮักยอนบอกเพื่อรักษาน้ำใจของผู้ให้

ฮักยอนเลือกหยิบหินสีน้ำเงินแวววาวที่เขามองเพียงครั้งเดียวก็ถูกใจขึ้นมา ชายขอทานยิ้มก่อนที่จะเอ่ยประโยคต่อมา “เลือกได้ดี พรมลิขิตจะอยู่ข้างๆคุณ”

“ผมไปก่อนล่ะกัน” ฮักยอนบอกแล้วเอาหินนั่นยัดใส่กระเป๋าเสื้อโค้ชตัวใหญ่ของตัวเองบางอย่างมันคาใจเขาจึงหันกลับมาแต่กลับไม่พอชายขอทานอยู่ตรงนั้นแล้ว ฮักยอนนึกประหลาดใจว่าชายคนนั้นหายไปไหนในเวลาเพียงเสี้ยวนาที แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะหาคำตอบเขายังคงเดินต่อไป

ฮักยอนกลับมาถึงบ้านในช่วงเย็นตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว ร่างบางล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนล้า ฮักยอนจะอยู่กับความคิดของตัวเองเสมอเวลาที่กลับบ้าน นั่นทำให้พ่อกับแม่ของเขาไม่สบายใจ แต่ฮักยอนกำลังพยายามอยู่

“คุณเชื่อเรื่องโลกคู่ขนานไหม” ประโยคหนึ่งในละครดังขึ้น มันดึงความสนใจของฮักยอนมากจนต้องลุกขึ้นนั่งดู ปกติเขาไม่ชอบดูทีวีแต่ประโยคเมื่อครู่มันสะกิดใจเขามากจริงๆ

“โลกคู่ขนานอย่างนั้นหรอ” ฮักยอนพึมพำ ร่างบางลุกตึกตังวิ่งไปหยิบแล็ปท็อปของตัวเองออกมาเสิร์ทหาข้อมูล

ทฤษฏีโลกคู่ขนาน

เป็นคำแรกที่ฮักยอนใช้ค้น ไม่นานข้อมูลต่างๆก็ขึ้นมาให้เลือกอ่านมากมาย ฮักยอนนั่งอ่านอยู่หลายเว็บจนได้สรุปใจความว่ามันคือทฤษฏีทางฟิสิกส์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังงานจิตและการเกิดเดจาวู ฮักยอนรู้แค่นั้นข้อมูลพวกนี้ไม่ได้น่าเชื่อถือร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก

“มันจะเป็นไปได้ยังไง” ฮักยอนพึมพำมันจะเป็นไปได้ยังไงที่คนตายแล้วจะไปโผล่อีกโลกหนึ่งที่ซ้อนทับกับโลกที่เขาอาศัยอยู่ แต่อีกใจหนึ่งฮักยอนก็อยากให้มันเป็นเรื่องจริง

เขาอยากพบแทคอุน



หลังจากทานมื้อเย็นกับครอบครัวฮักยอนก็มาเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องมันเป็นแบบนี้มาสามเดือนแล้ว เขารู้ตัวดีว่าทำให้คนรอบข้างเป็นห่วง

“แทคอุน นายคิดถึงฉันไหม” เสียงหวานพึมพำเบาๆกับตัวเอง ฮักยอนหวังว่าความคิดถึงของเขาจะส่งถึงอีกคนที่อยู่คนละโลกกับเขา

คนตัวเล็กเดินไปหยิบเสื้อโค้ชที่ถอดฟาดพนักเก้าอี้ไว้ตั้งแต่เมื่อเย็นเพื่อที่จะนำไปซัก แต่ระหว่างที่เขากำลังจะจับมันยัดลงตะกร้าผ้า หินสีฟ้ามันวาวคล้ายบูลแซฟไฟร์ก็ร่วงออกมาจากกระเป๋า ฮักยอนขมวดคิ้วเข้าหากันนิ้วเรียวหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาดูด้วยความสนใจ

ฟันคมกัดลงบนหินก้อนนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นของจริงหรือเปล่า แต่ผลก็ปรากฏว่ามันคือของจริงนี่ไม่ใช่หินธรรมดาแน่นอน ฮักยอนรีบนำมันไปเก็บยังใต้หมอนของตัวเองพรุ่งนี้เขาจะเอาไปให้อีแจฮวานเจ้าของร้านขายพลอยดูให้ว่ามันคืออะไรกันแน่

เสื้อโค้ชสีดำถูกโยนลงตะกร้าอย่างไม่ใยดี ฮักยอนกลับไปนอนยังเตียงที่เดิม หินสีน้ำเงินถูกเก็บไว้ใต้หมอนที่เขานอน เวลาร่วงเลยมาเกือบค่อนคืนฮักยอนข่มตาหลับได้ไม่นานก็เหมือนกับรู้สึกตื่นขึ้นมา

ตอนนี้ฮักยอนยืนคว้างอยู่กลางสีแยกที่มีรถวิ่งทะลุตัวไปมา ฮักยอนขมวดคิ้วนิด

“ฝันหรอ?” ฮักยอนพึมพำ

เขาพาตัวเองกลับไปยืนที่ทางเท้าริมถนน เห็นคู่รักคู่หนึ่งที่ดูคุ้นตาเดินกางร่มสีดำฝ่าสายฝนข้ามไปยังอีกฝั่ง แต่ระหว่างนั้น ของสิ่งหนึ่งคล้ายกับของที่ฮักยอนมีก็กลิ้งออกจากกระเป๋าของคนที่ตัวเล็กที่เดินข้างๆร่างสูง ผู้ชายตัวใหญ่คนนั้นส่งร่มให้กับคนที่ฮักยอนคิดว่าต้องเป็นคนรักของผู้ชายคนนั้น

“อย่า!!!” ฮักยอนร้องออกมาตามสัญชาตญาณ

เสียงล้อรถบดกับพื้นถนนเสียงดังพร้อมกับร่างของผู้ชายตัวใหญ่ที่ลอยขึ้นเหนือฝากระโปรงรถ หัวใจฮักยอนเต้นรัว เขาจำได้แล้วมันคือเหตุการณ์เมื่อสามเดือนก่อน คู่รักคู่นั่นเป็นเขากับแทคอุน แล้วของที่หล่นก็คงจะเป็น เครื่องรางนำโชคที่มีคนให้มาตอนไปไหว้พระขอพรนั่นแหละ

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูรัวขึ้นในตอนเช้าของวันทำให้ฮักยอนตื่นขึ้นจากความฝัน มือเล็กยกขึ้นจับใบหน้าของตัวเองทีมีแต่คราบน้ำตา แล้วเลื่อนลงมากุมที่หน้าอกหน้าซ้าย

มันเจ็บ

“ฮักยอน ทำอะไรอยู่สายแล้วนะ” เสียงของแม่เรียกอยู่หน้าห้อง

“ค...ครับ” ฮักยอนรีบเดินไปเปิดประตูให้แม่ของตนเองเข้ามา

“ฝันร้ายอีกแล้วหรอ สีหน้าดูไม่ดีเลย”

“ครับ เรื่องเดิมนั่นแหละ”

“วันนี้ก็ไปหาแทคอุนให้สบายใจเถอะ ครบรอบ7ปีที่ครบกันไม่ใช่หรอ” แม่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับมือที่ลูบหัวฮักยอนเบาๆอย่างรักใคร่

“ปีนี้คงต้องฉลองคนเดียว”

“ฮักยอนแม่จะเล่าเรื่องๆหนึ่งให้ฟังดีไหม” ผู้เป็นถามถามอย่างใจดี

“เรื่องอะไรครับ”

“นานแล้วล่ะ คุณยายเล่าให้แม่ฟัง...”

ว่ากันว่ายังมีอีกโลกหนึ่งที่ซ้อนทับกับโลกของเรา คนในโลกนั้นจะมีชีวิตเหมือนเราทุกอย่างเพียงแค่เรามองไม่เห็นพวกเขาและพวกเขาก็มองไม่เห็นเราก็เท่านั้น บางครั้งในการที่เราไปในสถานที่ๆไม่เคยไปแต่กลับรู้สึกคุ้นเคยเป็นเพราะตัวเราในอีกโลกหนึ่งได้เคยไปมาแล้วทำให้ส่งผมถึงเราเมื่อคลื่นความคิดตรงกันให้ช่วงคลื่นหนึ่งๆทำให้เรารับรู้ถึงความคิดหรือเหตุการณ์ของตัวเอาอีกตัวหนึ่งที่อยู่อีกโลกหนึ่ง

ในสมัยหลายร้อยปีก่อนมีคนพยายามที่จะเข้าไปยังโลกอีกใบที่ซ้อนทับโดยการใช้ของสื่อกลางที่สามารถเชื่อมโยงตัวเรากับตัวเราอีกคนที่อยู่ในอีกโลกหนึ่ง

บางตำนานเล่าว่าคำที่สิ้นหวังเท่านั้นที่ได้พบกับชายปริศนาที่มาพร้อมกับเสียงไวโอลีนและบูลแซฟไฟร์ หากใครให้สิ่งของแกเขาเขาจะให้ของมีค่าแก่คนๆนั้น จะมีเพียงผู้ที่เหมาะสมเท่านั้นที่ได้ครอบครองบูลแซฟไฟร์

“แม่ ผมมีอะไรให้ดู” ฮักยอนนึกขึ้นได้เมื่อวานนี้เขาพบกับชายขอทานที่เล่นไวโอลีน และยังได้หินแวววาวสีฟ้านั่นมากอีก ฮักยอนเปิดหมอนใบใหญ่ขึ้นเพื่อนำหินปริศนาก้อนนั้นมาให้ผู้เป็นแม่ดู “แม่ว่าใช่ไหม? เมื่อวานผมพบกับกับขอทานที่สีไวโอลีน ผมให้เงินเขาแล้วเขาก็ให้ผมเลือกหินสีอะไรก็ได้ ผมเลยเอาอันนี้มา” ฮักยอนแบมือออกให้ผู้เป็นแม่ดูด้วยความตื่นเต้น

“ฮักยอน”

“แม่ มันจะเป็นจริงเหมือนเรื่องที่แม่เล่าไหมครับ ถ้าเป็นจริงๆผมอาจจะเจอกับแทคอุนในโลกอีกใบ” ฮักยอนบอกอย่างรู้สึกมีความหวัง หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ฮักยอน เรื่องที่แม่เล่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้นะลูก ถ้าเกิดว่ามันเปิดขึ้นได้จริงๆและตามมาด้วยข้อแลกเปลี่ยนที่แพงจนลูกจ่ายไม่ไหวจะทำยังไง”

“ถ้าเรื่องเงินมีอะไรต้องกังวลล่ะครับ” ฮักยอนยังเด็กมากจริงในความคิดของผู้เป็นแม่ สิ่งที่ต้องจ่ายในที่นี่เธอไม่ได้หมายถึงเงินทองแต่เธอหมายถึงการแลกเปลี่ยนด้วยชีวิต

การที่ใครคนหนึ่งจากโลกใบนี้ไปก็เหมือนเป็นการแลกให้ตัวตนของตัวเองในอีกโลกหนึ่งได้มีชีวิตอยู่ บางทีการที่แทคอุนจากโลกใบนี้ไปก็เพื่อคงตัวตนของตัวเองในโลกอีกใบไว้ก็ได้

“ถ้าฮักยอนคิดว่ามันอาจจะทำให้ลูกได้พบกับแทคอุนอีกแม่ก็จะไม่ห้าม แต่ลูกห้ามเสียใจถ้าสิ่งที่คิดไว้ไม่ได้ดั่งใจนะลูก”

“ครับแม่”

 

 

“แล้วนี่ไม่รีบไปหรอหืม คุยกับแม่เพลินเชียว”

“อ๊ะ! นั่นสิครับผมไปอาบน้ำก่อนนะไม่รู้ว่าป่านนี้แทคอุนไปรอแล้วหรือยัง” แม้ว่าริมฝีปากสวยได้รู้นั้นจะยิ้มแย้มแต่แววสายเศร้าสร้อยไม่อาจปิดบังเรื่องทุกข์ใจได้

ผู้เป็นแม่ลูบหัวลูกชายสองสามทีเป็นการให้กำลังใจก่อนที่จะเดินออกไป ฮักยอนถอนายใจมองหินสีฟ้าในมือของตัวเอง ถ้าเรื่องนี้จริงอย่างที่แม่ว่าอีแจฮวานก็ต้องรู้อะไรบ้างแหละว่าหินนี้คือบูลแซฟไฟร์จริงหรือเปล่า หรือว่าเป็นแค่หินที่คล้ายกันเฉยๆ ฮักยอนอยู่กับความทุกข์มานานร่วมสามเดือนคงไม่เสียหายอะไรถ้าเขาจะตัดสินใจออกตามหาจองแทคอุนคนรักของเขาที่อาจจะยังมีชีวิตอยู่ในโลกอีกใบ

ใต้สะพานข้ามคลองชองกเยชอนฮักยอนนั่งอยู่ตรงนั้น เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่แทคอุนขอเขาครบสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แทคอุนมาคลุกเข่าขอเขาตรงนี้พร้อมกับดอกกุหลาบหนึ่งดอกเท่านั้น ตนนั้นฮักยอนเขินจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่พยักหน้าตอบตกลงด้วยใบหน้าร้อนผ่าว ในทุกๆปีของวันนี้เขาสองคนจะมานั่งกันที่ตรงนี้เพื่อนึกถึงครั้งแรกที่คบกัน แต่มันคงเป็นเพียงความทรงจำไปแล้วสำหรับแทคอุน ฮักยอนยกมือน้อยๆขึ้นเช็ดน้ำตามของตัวเองแม้ว่ารอยยิ้มจะไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าเล็ก แต่น้ำตาก็ไม่เคยหายไปเหมือนกัน

“แทคอุน ฉันมาแล้วนะนายอยู่ไหน” ฮักยอนพึมพำมองมือที่ประสานกันอยู่ระหว่างขาที่ชันขึ้นทั้งสองข้าง “ฉันอยากกินสายไหม”

ฮักยอนมองไปที่คนขายรถเข็นขายสายไหมที่จอดอยู่ใกล้ๆทุกๆปีแทคอุนจะเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับสายไหมฟูหนึ่งไม้กับช่อดอกไม้

“ฉันขอมากไปสินะ” ฮักยอนถอนหายใจทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้แต่เขาก็ยังจะร้องขอ

ฮักยอนยืนขึ้นพร้อมกับร่มสีดำที่เขามักจะพกติดตัวตลอดหน้าฝน ฮักยอนเดินไปเรื่อยโดยมีจุดหมายอยู่ที่ร้านจิลเวอร์รี่ของบ้านตระกูลอี ป้ายร้านตัวใหญ่เขียนชัดเจนอยู่เหนือศีรษะขึ้นไป ฮักยอนผลักประตูเข้าไปพนักงานก็รีบเข้ามาต้อนรับอย่างดีเพราะจำได้ว่าเป็นเพื่อนของเจ้านาย

“รอสักครู่นะคะ คุณแจฮวานมีแขกค่ะ”

“ได้ครับ” ฮักยอนพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งที่มุมรับรองของร้าน

ไม่นานผู้ชายตัวสูงโปร่งผมสีทอง จมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวก็เดินออกมา “ไง ฮักยอนไม่เจอกันนานเลยนะตั้งแต่ที่พี่เขา...” อีแจฮวานเว้นจังหวะไปรู้ตัวว่าพูดเรื่องไม่ควรเข้าให้แล้ว อยากจะตีปากตัวเองจริงๆที่ชอบพูดไม่คิดแบบนี้

“ไม่เป็นไร” ฮักยอนยิ้มบาง “ฉันมีเรื่องขอให้นายช่วยน่ะ” ฮักยอนบอก

แจฮวานพยักหน้า “เรื่องอะไรล่ะ”

ฮักยอน หยิบหินสีฟ้าในกระเป๋าเสื้อออกมาส่งให้แจฮวาน “ช่วยดูให้ฉันหน่อยสิ” แจฮวานรับมามองด้วยความตื่นเต้น

“นายได้มาจากไหน” แจฮวานถามเมื่อพินิจหินก้อนนั้นดีแล้ว

“มีคนให้มา”

“จะบ้าหรอ นี่มันบูลแซฟไฟร์ที่หายากมากเลยนะแถมยังใสวิ้งๆโดยที่ไม่ได้ผ่านการจาระไนด้วย” แจฮวานมือสั่นไปหมดไม่คิดว่าฮักยอนจะเอาของแบบนี้มาให้ตัวเองดู “ดูสิฮักยอนมันสวยมากเลยนะ บอกฉันเถอะว่าได้มาจากไหน”

“มีคนให้มาจริงๆ เป็นขอทานน่ะ” ฮักยอนบอก

“บ้าน่า!” แจฮวานอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ขอทานที่ไหนกันมีของมีค่าขนาดนี้”

นั่นสินะขอทานที่ไหนจะมีของมีค่าขนาดนี้ ฮักยอนเองก็ไม่เคยคิดจนได้ยินแจฮวานพูดนี่แหละ “นายช่วยทำเป็นสร้อยคอให้ได้ไหม” ฮักยอนขอร้อง

“ได้สิ พรุ่งนี้มารับไปได้เลย” แจฮวานบอกก่อนที่จะเก็บสิ่งนั้นเข้ากระเป๋าเสื้อ

“ฝากด้วยนะ มันสำคัญกับฉันมาก”

“อืมอย่าห่วงเลย”

ฮักยอนกลับบ้านมาด้วยความเบาใจอย่างน้อยๆหินนั่นก็เป็นบูลแซฟไฟร์ของชายปริศนาที่แม่เล่าให้ฟัง แต่มันจะเป็นสื่อกลางที่เชื่อมมิติทั้งสองเข้าด้วยกันหรือเปล่าเขาเองก็ไม่มั่นใจ คงต้องพิสูจน์กันหลังจากที่แจฮวานทำเป็นสร้อยให้ก่อน

“เป็นยังไงบ้างฮักยอน”

“ก็ดีครับ แทคอุนไม่ตามใจผมเท่าไหร่” ฮักยอนนึกขำตอนที่ตัวเองบอกว่าอยากกินสายไหมและจะให้แทคอุนเป็นคนไปซื้อ ตลกสิ้นดีคนตายไปแล้วจะไปซื้อของแบบนั้นมาให้เขาได้ยังไง

“ฮักยอน ถ้าฝืนยิ้มไม่ไหวไม่ต้องก็ได้นะลูกแม่เข้าใจ” ผู้เป็นแม่บอกอย่างเป็นห่วง

“ครับ แต่ถ้าผมไม่ยิ้มแทคอุนก็คงเสียใจที่เขาทำให้ผมเป็นแบบนี้” น้ำเสียงเศร้าสร้อยบอก “ผมขอตัวก่อนนะครับ” ฮักยอนเดินเลี่ยงไปที่ห้องนอนของตัวเอง

ร่างบางล้มตัวลงนอนเอาแขนเกยหน้าผากอย่างคนคิดหนัก เขาคิดถึงแทคอุนเหลือเกิน ตอนนี้ไม่ว่าอะไรที่ทำให้เขาได้พบกับแทคอุนเขาก็จะทำทุกวิถีทาง

ฮักยอนหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือขึ้นมาอ่าน จำได้ว่าแทคอุนเคยให้ไว้ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุเป็นหนังสือเกี่ยวมิติในโลกต่างๆ ตอนแรกฮักยอนไม่เข้าใจว่าแทคอุนมีจุดประสงค์อะไร แต่ตอนนี้เขากลับสนใจมันเป็นพิเศษ

“คนตายจะไปอยู่อีกมิติหนึ่งที่เขามองเห็นเราได้” ฮักยอนอ่านทวนประโยคนี้ซ้ำอีกรอบ เขาไม่เข้าใจทำไมแม่บอกว่าเรามองไม่เห็นเขาและเขามองไม่เห็นเราแต่ในหนังสือกลับบอกว่าเขามองเห็นเรา

ฮักยอนไม่เข้าใจ

 

 

หนังสือในมือถูกปิดลง ฮักยอนล้มตัวลงนอนบนที่นอนอีกครั้ง ในหัวเอาแต่คิดเรื่องที่แม่เล่าให้ฟังเมื่อเช้าและเรื่องที่พึ่งอ่านไป เขาอยากพบแทคอุน อย่างน้อยๆให้ได้ล่ำลากันสักหน่อยก็ยังดี ของแค่ได้พบหน้าเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ยังดี

ในเช้าของวันต่อมาฮักยอนกำลังแต่งตัวเพื่อที่จะไปหาแจฮวานที่ร้านแล้วแล้วก็รู้สึกถึงภาพที่ซ้อนขึ้นมาในหัว เป็นภาพของเขาที่สวมเสื้อยืดสีดำลอยคว้างในอากาศก่อนที่ร่างจะตกลงกระแทกพื้น ฮักยอนนิ่วหน้ายกมือขึ้นกุมศีรษะด้วยอาการปวดหัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความกังวลเกิดขึ้นทันทีฮักยอนลดมือลงจาดเสื้อตัวนั่นที่เหมือนกับเหตุการณ์ที่เข้ามาในหัว และเปลี่ยนเป็นตัวอื่นแทน

วันนี้ฝนตกอีกแล้วแต่ฮักยอนไม่ได้สนใจเขาเลือกที่จะนั่งแท็กซี่ไปหาแจฮวานที่ร้านแทนการให้คนที่บ้านขับรถไปส่ง แม้ว่าบ้านจะมีฐานะพอสมควรแต่ฮักยอนชอบไปไหนมาไหนเองมากกว่าคงเพราะติดเป็นนิสัยสมัยที่เรียนเมืองนอก

“มาพอดีเลย” แจฮวานหันมาสนใจร่างบางที่เข้ามาในร้าน

“อือ เป็นยังไงบ้าง”

“สวยมากเลยล่ะ นายต้องชอบมากแน่ๆ” แจฮวานบอก “ตามมาสิ”

ฮักยอนเดินตามหลังแจฮวานเข้าไปที่ห้องทำงานของเขา แจฮวานผายมือเชิญให้ร่างบางนั่งลงโซฟารับแขกและสั่งให้พนักงานเอาโกโกร้อนมาให้ดื่มคล้ายหนาว

“นี่ไงฮักยอน” แจฮวานหยิบหุ่นสำหรับใส่สร้อยคอมาให้ฮักยอนได้ดู “ฉันไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย เสียดายความสวยตามธรรมชาติของมันน่ะ เลยใส่ไปทั้งแบบนี้นายไม่ว่านะ”

“ไม่หรอก” ฮักยอนลูบสัมผัสสร้อยทองคำขาวที่มีบูลแซฟไฟร์เป็นจี้อย่าหลงใหล “สวยมากเลย นายคิดราคาเท่าไหร่หรอก เรียกได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”

“ไม่เอาน่า เล็กน้อยถือว่าเป็นของขวัญครบรอบ7ปีให้นายกับพี่เขาก็แล้วกัน” แจฮวานบอกเขาเองก็พึ่งนึกได้ว่าเมื่อวานเป็นวันครบรอบของฮักยอนกับแทคอุน

“แต่ว่า...”

“ไม่เอาน่า ถือว่าฉันให้แล้ว”

“อืม ขอบใจนะฉันจะใส่มันอย่างดีเลย” ฮักยอนบอก

แจฮวานหยิบสร้อยคออกจากหุ่นโชว์มาถือไว้ในมือ “เดี๋ยวใส่ให้” แจฮวานเดินอ้อมมาด้านหลังพร้อมกับบรรจงสวมสร้อยให้กับฮักยอน

นิ้วเรียวยาวของฮักยอนลูบเบาๆบนสร้อยที่อยู่บนคอ “ขอบใจอีกครั้งนะแจฮวาน”

“อือ”

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะมีธุระต้องไปทำต่อน่ะ” ฮักยอนบอกและเดินออกจากร้านไป

 ในคืนวันนี้ฮักยอนเลือกที่จะทดลองทำตามหนังสือที่อ่านคือการที่ให้ของที่เป็นสื่อกลางติดตัวไว้ขณะที่ตอนหลับ ฮักยอนเลือกที่จะสวมสร้อยติดคอไว้

ในคืนที่เงียบสงัดร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นมาราวกับฝันร้าย ฮักยอรมองไปรอบห้องที่มีสภาพไม่ต่างจากเดิมมากนัก มือน้อยเอือมไปเปิดประตูพบกับความมืดของบ้าน ทุกอย่างเป็นปกติดีเว้นเสียแต่ว่าคืนนี้มีพระจันทร์สองดวงที่ส่องสว่างเคียงข้างกันดวงหนึ่งใหญ่กว่านิดหน่อย ฮักยอนขมวดคิ้ว

“ฝันหรอ? ในฝันหรอ” ฮักยอนพึมพำ เท้าเปลือยเปล่าเดินมาหยุดที่ขอบหน้าต่างภายในห้อง ฮักยอนมองลงไปที่ข้างล่าง ทางหินแบบสมัยยุคโรมันทำให้ฮักยอนประหลาดใจ ผู้คนมากมายเดินขวักไขว้อยู่ที่เบื้องล่าง ไปแสงสีประดับเต็มสองข้างทาง

“ทำอะไรอยู่ฮักยอน สายมากแล้วนะงานจะเริ่มแล้วนะ” เสียงแม่ดังขึ้นจากชั้นล่าง

“งานอะไร?”

“เร็วๆล่ะ แม่กับฮงบินจะรอที่หน้าบ้านนะ”

“ฮงบิน? ใครกัน” ฮักยอนทวนชื่อที่ไม่คุ้นหูนั่นอีกครั้ง

ร่างบางเดินลงไปข้างร่างก็พบแม่ของตนเองยืนอยู่กับผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งผมชายคนนั้นมีใบหน้าที่งดงามราวกับรูปสลัก

นั่นหรอ ฮงบิน

ฮงบินเป็นใคร

ก่อนที่จะสงสัยอะไรไปมากกว่านี้ผู้ชายเจ้าของชื่อฮงบินก็หันมายิ้มหวานให้กับฮักยอน รอยยิ้มนั่นช่างสดใสเสียจริงๆ ฮักยอนได้แต่คิด

“ทำไมไม่เปลี่ยนชุดล่ะ”

“อะไรครับ จะไปไหน” ฮักยอนถามอย่างไม่เข้าใจ

“งานเทศกาลดอกไม้ไฟไง ลืมแล้วหรอ”

ฮักยอนไม่เข้าใจนี่ยังฤดูฝนอยู่เลยจะมาเทศกาลดอกไม้ไฟอะไร แต่ฮักยอนก็ไม้ได้ถามเพราะยังคิดว่าตัวเองคงอยู่ในฝันแต่ในฝันนี่มันแฟนตาซีจังเลย

ฮักยอนรีบไปเปลี่ยนชุดก่อนที่จะลงมาสมทบกับแม่และผู้ชายที่ชื่อฮงบิน ทั้งสามคนเดินไปบนถนนที่มีผู้คนพลุกพล่านเพราะเป็นงานเทศกาล

“สร้อยสวยจังเลยนะ” อยู่ๆฮงบินที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น ฮักยอนยกมือขึ้นลูบสร้อยที่ลำคอของตัวเอง “ได้มาจากไหนหรอ”

“มีคนให้มาน่ะ”

“อืม” รอยยิ้มปรากฏขึ้นจุดขึ้นที่มุมปากของคนถาม  “แล้วทำไมนายถึงใส่ไว้ล่ะ”

“เพราะคิดว่ามันน่าจะพาฉันไปหาคนที่ฉันอยากเจอมากที่สุดน่ะ” ฮักยอนบอก ขณะที่พูดเขาก็คิดถึงแทคอุนไปด้วย “ถ้าเจอฉันก็อยากจะกอดเขาแน่นๆไม่ให้เขาจากฉันไปไหน”

“อย่างนั้นหรอ? นายจะไม่เสียใจแน่นะถ้าได้เจอเขา” ฮงบินถาม ฮักยอนขวมดคิ้วเข้าหาทำไมจะต้องเสียใจล่ะ เขาจะต้องดีใจสิที่ได้เจอแทคอุนอีกครั้ง

ระหว่างทางที่เดินอยู่ๆก็มีชายสวมชุดดำปิดหน้าปิดตาวิ่งชนฮักยอนเข้าเต็มแรงจนร่างบางล้มลงไปนั่งกับพื้น แรงกระแทกไม่เบาทำให้ฮักยอนนิ่วหน้าเพราะเจ็บที่ก้นตอนที่มันกระแทกพื้น

“เป็นอะไรหรือเปล่า” ผู้เป็นแม่ถามด้วยความเป็นห่วง ฮงบินย่อกายลงข้างๆเพื่อดูอาการของฮักยอน

“ไม่ครับ แค่ถลอกนิดหน่อย” ฮักยอนยกมือตัวเองขึ้นมาดู มีเลือกซึมออกมานิดหน่อย แต่ทำไมในฝันมันถึงเจ็บแบบนี้ล่ะ “แม่กับคุณฮงบินไปก่อนเลยนะครับผมจะแวะร้านยาสักหน่อย”

“ได้จ้า”

ฮักยอนเดินแวะเข้าร้านยาที่เขาจำได้ว่ามันไม่เคยอยู่ตรงนี้ แต่ในเมื่อมันขึ้นป้ายตัวใหญ่ว่าร้านขายยาก็คงจะใช่ เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้นทำให้เจ้าของร้ายที่เป็นเภสัชกรหนุ่มสวมแว่นตาสีทองหันมามองลูกค้าที่พึ่งเข้ามา

“สวัสดีครับ” ฮักยอนโค้งศีรษะให้เจ้าของร้านเล็กน้อย “คุณพอจะทำมีอุปกรณ์ทำแผลไหมครับ”

“ไปโดนอะไรมาครับ คงเจ็บน่าดู” เภสัชกรหนุ่มถาม

“หกล้มน่ะครับ”

“มาตรงนี้ครับเดี๋ยวผมทำแผลให้ แต่ว่าคุณต้องจ่ายค่าของด้วยนะ” เภสัชกรหนุ่มยิ้ม

“ครับๆ”

เมื่อทำแผลเสร็จแล้วฮักยอนออกมายืนที่หน้าร้าน เขาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน พระจันทร์สองดวงที่เคียงข้างกันไม่ได้หายไปไหนแสดงว่าเขาอยู่ในโลกของความฝันจริงๆ แต่อยู่ๆเขาก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นดึงให้ออกจากสถานที่แห่งนั้น

เฮือก!!

“ฮักยอน” ผู้เป็นแม่ลูบหลังลูกชายเบาๆ

“แม่?” ฮักยอนหันมองคนที่นั่งข้างๆอย่างไม่สนใจ

“ก็ใช่น่ะสิ สายมากแล้วนะทำไมตื่นสายล่ะ” ผู้เป็นถามเชิงตำหนิ “แล้วมือไปโดนอะไรมา” ฮักยอนเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมกับยกมือของตัวเองที่มีพาสเตอร์แปะอยู่

“ไม่มีอะไรครับ” ฮักยอนโกหกออกไป ฮักยอนรู้ดีว่าได้แผลนั่นมาจากไหน

ในความฝัน

ฝันที่เป็นความจริง

 

 


 วันนี้ทั้งวันฮักยอนไม่มีสมาธิเลย เขาเอาแต่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดถ้าหากเรื่องทั้งหมดเป็นคนฝันแล้วแผลที่มือมาได้ยังไงหรือว่าเขาเผลอทำตัวเองบาดเจ็บแล้วล้มหรอ?

“สีหน้าไม่ค่อยดีเลย เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าหรอกแค่เครียดๆ” ฮักยอนปฏิเสธ “เอ่อ วอนชิก ฉันเห็นนายกำลังศึกษาเรื่องโลกคู่ขนานนายพอจะรู้ไหมว่าคนเราสามารถไปที่นั่นได้หรือเปล่า” ฮักยอนถามออกมาเสียไม่ได้ เขายอมให้คนมองว่าตัวเองบ้าเพื่อตามหาความจริงที่เกิดขึ้นกับเขาตอนนี้

“เดี๋ยวนะฮยอง พี่จะไปที่นั่นทำไม” วอนชิกนึกขำกับขำถามไม่น้อยแต่ก็พยายามเก็บอาการไว้

“เปล่าหรอก แค่อ่านเจอในหนังสือเลยอยากรู้” ฮักยอนกะแล้วเชียวว่าเจ้าเด็กหัวม่วงคิมวอนชิกจะต้องมองมาที่เขาด้วยสายตาแบบนั้น ถึงจะเก็บอาการได้ดีแค่ไหนแต่สายตาน่ะมันหลอกกันไม่ได้หรอก

“อืม? ผมยังไม่เคยลองแต่คิดว่าได้ถ้าเราจูลคลื่นสมองให้ตรงกับตัวเราอีกคนที่อยู่ในโลกนั้น หรือไม่ก็หาช่วงเวลาที่โลกทั้งสองมิติเคลื่อนมาทับกันพอดี” วอนชิกพูดพรางดันแว่นตาขึ้น

“ยากจัง”

“พี่พูดอย่างกับมันไปง่ายๆ ถ้ามันไปง่ายๆ เราคงไปตั้งสำนักงานวิจัยที่นั่นแล้วล่ะครับ”

ผั่วะ!

ฝ่ามือพิฆาตที่ใครก็ว่าร้ายแรงที่สุดของฮักยอนฟาดลงบนหัวสีม่วงของคิมวอนชิกจนหน้าทิ่ม

“ตลกไปเถอะ”

“อ้าว ผมพูดจริงๆนะฮยองถ้ามันไปง่ายแบบนั้นผมจะไปบอกตัวเองในอีกโลกว่าไม่ให้ไปสอบทุนนี้จะได้ไม่ต้องมาทำงานใช้ทุนที่สถานบันนี่ งานเยอะฉิบหายเลย!” วอนชิกเหมือนเก็บกดมากกว่าเลยระบายออกมาแบบนั้น แต่นั่นสินะถ้าไปง่ายๆเขาคงเจอแทคอุนตั้งนานแล้ว

 

ในอีกซีกหนึ่งของเอกภพมิติที่ผู้คนบนโลกพยายามค้นหา มิติลึกลับที่ซ้อนทับอยู่กับโลกของพวกเขา ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าพวกเขาค้นพบโลกของพวกฮักยอนมาตั้งหลายร้อยปีแล้ว พวกเขาอาศัยช่องว่างระหว่างเวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการเดินทางไปอีกโลกหนึ่ง

“นายกลับมาแล้ว” ร่างสูงเจ้าของดวงตาเรียวรีเอ่ยขึ้นเมื่อรุ่นน้องในที่ทำงานเดินเข้ามา “เป็นยังไงบ้าง”

“ผมเอาหินนั่นให้ฮักยอนแล้ว” อีฮงบินบอก เขาถูกจองแทคอุนว่ายวานให้น้ำหินสีฟ้าชิ้นหนึ่งไปมอบให้แกฮักยอนในอีกโลกหนึ่ง “พี่รู้ได้ยังไงว่าคนนั้นเป็น ฮักยอนของพี่ที่ตายไปแล้ว”

“ไม่รู้สิ ความรู้สึกล่ะมั้ง” แทคอุนบอก เขาไม่รู้จริงๆว่าทำถึงได้ให้ฮงบินนำหินสีฟ้านั่นไปให้กับคนๆนั้น

ในวันที่ฮักยอนจากเขาไปเป็นวันเดียวกันที่ฮักยอนสูญเสียจองแทคอุนในโลกของเขา แม้ว่าจะเป็นมิติที่ขนานกันแต่ความทรมานนั้นเหมือนกัน แม้ว่าเวลาจะห่างกันถึงสามเดือนแต่ทั้งสองเหตุการณ์มันเกิดขึ้นพร้อมกัน คงเป็นชะตาลิขิตแล้วที่ให้เขาได้พบกับฮักยอนอีกคน

“พี่ไม่ได้เอาเขามาแทนที่ใครใช่ไหม” ฮงบินถาม มันเป็นคำถามที่ดูโง่เง่าสิ้นดี “ฮักยอนคนนั้นเขาเสียใจมากตอนที่ตัวพี่อีกคนจากเขาไป พี่คงไม่เอาเขามาเพื่อเป็นตัวแทนฮักยอนของพี่ใช่ไหม”

“...”

ไม่มีคำตอบจากคนที่ถูกถามฮงบินถอนหายใจออกมาเบาๆ “เมื่อคืนเขามาที่โลกของเรา เขาบาดเจ็บ” ฮงบินบอกแค่นั้นแล้วเดินจากไป

แทคอุนยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆอย่างคนใช้ความคิด เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงให้ฮงบินเอาหินนั่นให้ฮักยอนทั้งที่มันเป็นหินประจำตัวของฮงบินแท้ๆ ขนาดเขาเองยังไม่มั่นใจว่าจะรักฮักยอนคนที่มาจากโลกนั้นได้ไหมก็คงไม่แปลกที่ฮงบินจะถามแบบนั้น

ในวันนั้นที่สะพานข้ามคลองชองกเยชอนเขายืนมองฮักยอนคนนั้นร้องไห้อยู่เงียบๆ เขาไม่สามารถเดินทางข้ามมิติมาหาฮักยอนได้ คนที่ตายไปแล้วไม่ควรฟื้นขึ้นมามันเป็นกฎในเมื่อตัวเขาอีกคนในโลกนั้นตายไปแล้วเขาก็ไม่สามารถเข้ามาที่โลกนี้ได้อีก แต่ฮงบินไม่ใช่ฮงบินอีกคนยังไม่ตายเขาจึงสามารถข้ามไปมาระหว่างสองโลกได้ แต่มันไม่ได้มีกฎห้าไม่ให้คนในโลกนั้นข้ามมาที่โลกนี้ไม่แปลกที่ฮักยอนจะเข้ามาในโลกนี้ได้

“อย่าร้องไห้เลยฮักยอนของฉัน”

 

ฮักยอนสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเขาฝันถึงผู้ชายรูปร่างคล้ายกับจองแทคอุน ผู้ชายคนนั้นรู้จักฮงบิน ฮักยอนขมวดคิ้วทันที ถ้าเมื่อคืนเขาไปที่โลกนั้นมาแล้วทำไมวันนี้ถึงไปไม่ได้

“ถ้าคุณยังอยู่ที่นั่นได้โปรดให้ผมได้พบคุณ” ฮักยอนประสานมือขอพร

ขอให้ได้เข้าไปในโลกนั้นอีก

ฮักยอนล้มตัวลงนอนอีกครั้งความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องก่อนที่ทุกอย่างจะหายไปในมิติลึกลับ ไม่ใช่เพราะคำอธิฐานแต่เป็นเพราะได้เวลาที่มิติทั้งสองซ้อนทับกันพอดี

ฮักยอนตื่นขึ้นในเช้าที่แสนสดใสอากาศร้อนทำให้หงุดหงิดนิดหน่อยทั้งที่เป็นฤดูฝนแต่กลับร้อนราวกับฤดูร้อนแบบนี้

“จะไปไหนแต่เช้าล่ะ”

“ไปข้างนอกครับแม่” ฮักยอนตอบผู้เป็นแม่

“แล้วดูแต่งตัวเขาไม่ร้อนหรือไง ดูสิยังไม่ถึงฤดูฝนด้วยซ้ำจะเอาร่มไปทำอะไร หืม?”  

ฮักยอนมองร่มในเมือตัวเอง “เดือนนี้เดือนอะไรหรอครับ” ฮักยอนถามด้วยใจที่เต้นรัวขอให้เป็นเดือนที่มีฝนตก ขอให้ไม่ใช่แบบที่เขาคิดไว้

“มิถุนาจ๊ะ”

เหมือนทุกสิ่งหยุดนิ่งฮักยอนยกยิ้มมุมปากน้อยๆ อะไรกันนี้เขาอยู่อีกโลกหนึ่งหรอ ตอนนี้เป็นฤดูร้อนหรอ ทั้งที่โลกที่เขาอยู่เป็นเดือนกันยา ฝนก็ตกบ่อยเพราะใกล้เข้าฤดูหนาว

“ฮักยอน

“ไม่มีอะไรครับ เดี๋ยวผมกลับมานะ” ฮักยอนกอดผู้เป็นแม่แล้ววิ่งออกจากบ้านไป

ทางเดินหินที่เขาเคยเห็นเมื่อครั่งที่มายังเหมือนเดิม ทุกอย่างคืนนั้นชัดเจนขึ้นฮักยอนเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์บนท้องฟ้าก็ยิ้มกว้างออกมา

พระอาทิตย์สองดวง

 

 

 



บรรยากาศเดิมๆเหมือนช่วงเดือนมิถุนาที่นี่ต่างออกไปถึงจะมีพระอาทิตย์ถึงสองดวงแต่มันก็ไม่ได้ร้อนมากเหมือนกับสิ่งที่เห็น ฮักยอนไปเรื่อยตามทางที่ทอดยาวเขาไม่รู้จุดหมายด้วยซ้ำรู้แค่ว่าเขาอยากจะเดินสำรวจที่นี่ให้ทั่ว

หมับ!

มือปริศนากระชากร่างบางเข้าให้มุมตึก ฮักยอนตกใจจะแหกปากร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ถูกมือใหญ่ยกขึ้นมาปิดปากไว้

“ชู่ว!” สัญญาสั่งให้เงียบดังขึ้น

คนตัวใหญ่กอดร่างเขาไว้ในอ้อมกอด ราวกับต้องการซ้อนเขาจากสายตาของคนอื่นๆ ดวงตาคมภายใต้เสื้อฮูดสีดำสอดส่องออกไปที่ทางออก ตำรวจสองนายกำลังเดินมาทางนี้ไม่นานพวกเขาก็ผ่านไป ชายปริศนาปล่อยให้ฮักยอนเป็นอิสระ คนตัวเล็กผลั่กคนตรงหน้าออกอย่างแรง

“ทำบ้าอะไรเนี่ย!

“ชู่ว!” ชายคนนั้นส่งสัญญาณบอกให้เงียบด้วยความหงุดหงิด “อยากโดนจับได้หรือยังไง” เสียงเข้มถามกลับฮักยอนขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“...”

ชายปริศนายกมือขึ้นกุมขมับก่อนที่ฮูดสีดำถูกถอดออก ฮักยอนอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้เห็นในหน้าที่แสนจะคุ้นเคย ดวงตาที่มองมาที่เขาเจือความไม่พอใจอยู่

“อยากถูกจับได้หรือยังไง”

“แทคอุน” ฮักยอนเรียกชื่อของคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง แต่แทคอุนตายไปแล้วตายจากเขาไปแล้ว “แทคอุนจริงๆด้วย” มือน้อยประคองใบหน้าของคนตรงหน้าแผ่วเบาราวกับกลัวมันจะบุบสลาย

“ก็ใช่น่ะ” ร่างสูงยอมรับออกมาง่าย “นายคงจะเป็นฮักยอนคนนั้นสินะ”

“อือ นายจำฉันไม่ได้หรอแทคอุน” ฮักยอนถาม

แทคอุนไม่ตอบเขาเลือกที่จะเดินออกมาจากตรอกเล็กๆนั่นโดยทิ้งฮักยอนไว้เพียงลำพัง แทคอุนกำลังสับสน ผู้ชายตัวเล็กคนนี้คือฮักยอนในอีกโลก ส่วนเขาเป็นแทคอุน

แทคอุนในโลกนี้

“เดี๋ยวสิแทคอุน” มือน้อยๆคว้าแขนของคนตรงหน้า

“ปล่อยฉัน!” ร่างสูงหันมาตวาดเสียงดังจนคนรอบๆหันมามอง มือน้อยค่อยๆปล่อยแขนของคนตรงหน้าออกด้วยหัวใจที่วูบโหว่ง

“นายไม่ใช่แทคอุนของฉัน”

ฮักยอนก้มหน้าเก็บซ้อนสายตาแห่งความเจ็บปวดไว้ไม่ให้อีกคนได้เห็น แต่มันไม่สามารถซ้อนทั้งหมดได้หรอก ร่างบางที่สั่นเทาจากแรงสะอื้นของฮักยอนทำให้แทคอุนรู้สึกอึดอัดภายในใจ หลายอย่างที่ฮักยอนคนนี้ไม่เหมือนกับฮักยอนของเขา คนนี้อ่อนแอและอ่อนไหวกว่ามากๆ หลายต่อหลายครั้งที่เขาเห็นฮักยอนร้องไห้เพราะเรื่องของแทคอุนในโลกนั้นที่จากไป

“ฉันไม่ใช่แทคอุนของนายหรอก ถ้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันแต่เราไม่ใช่คนๆเดียว” น้ำเสียงเรียบเอ่ย มือหยาบทั้งสองข้างแบนลงบนหน้าเล็กของฮักยอนที่ร้องไห้จนตาแดงให้เงยขึ้นมาสบตากับตนเอง

“อย่างนั้นหรอ”

“นายเองก็ไม่ใช่ฮักยอนของฉันเหมือนกัน” แทคอุนบอก

เขาไม่ได้รู้สึกผิดหวังหรือเสียใจกับสิ่งที่ได้เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาเลือกแล้วเขาเลือกที่จะเจอฮักยอนคนนี้หลังจากที่ฮักยอนได้จากเขาไป เขาเป็นคนเลือกเองทั้งหมดถ้าความสัมพันธ์ทุกอย่างจะกลับไปเริ่มที่ศูนย์เขาก็ยินดีที่จะเริ่มต้นใหม่กับฮักยอนคนนี้

“ฉันผิดเองที่ให้นายเข้ามาที่นี่ หินนั่นฉันขอคืนได้ไหม” แทคอุนตัดสินใจถามออกมา ฮักยอนกำหินที่สร้อยเขาแน่พร้อมกับสายหน้า แม้ว่าแทคอุนคนนี้จะไม่ใช้แทคอุนของเขาแต่ฮักยอนก็อยากจะเจอคนนี้ในคืนที่เข้าหลับฮักยอนไม่ขออะไรมากขอแค่ความสุขเพียงเสี้ยวเวลาหนึ่งให้เขาได้ปล่อยวางเรื่องที่โลกของเขาก็ยังดี

“ผมไม่ให้ได้ไหม” ฮักยอนถาม คนตัวเล็กเม้มปากแน่นรอคำตอบ “ให้ผมได้พบคุณทุกครั้งที่มาได้ไหม คุณไม่ต้องเป็นแทคอุนของผมก็ได้” เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากอีกฝ่ายฮักยอนจึงเลือกที่จะพูดต่อ

“ฮักยอน”

“ขอแค่ได้เห็นหน้าคุณ แค่นั้นได้ไหม”

ยังไม่ทันได้ฟังคำตอบมิติเวลาที่ซ้อนทับกับอยู่ก็เคลื่อนตัวออกจากกันเรื่อยๆ ตอนนี้ร่างของฮักยอนโปร่งแสงจนเกือบกลืนหายไปกับภาพตึกด้านหลัง แทคอุนยื่นมือออกไปหมายจะคว้าตัวฮักยอนไว้แต่ก็ทำไม่ได้

น้ำตาหยดใสไหลซึมออกจากหางตาของคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงตอนนี้เช้าแล้วพระอาทิตย์ขึ้นส่องแสงได้ประมาณชั่วโมงกว่าๆ เสียงนาฬิกาปลุกที่เจ้าของห้องตั้งไว้ดังขึ้น ฮักยอนลุกขึ้นบิดตัวไปมาเขารู้สึกถึงคราบน้ำตาที่แก้มทั้งสองข้าง มือน้อยๆแนบลงบนผิวหน้าเบาๆ

“เขาไม่ใช่แทคอุน” ฮักยอนพูดด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง

รอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่ตัวเองขอพบกับผู้ชายคนนั้นตลกสิ้นดีเขาไม่ได้คิดอะไรกับฮักยอนเสียหน่อยเจอหน้ากันทุกวันหรอ

ฮักยอนนายบ้าไปแล้ว

สีหน้าที่หม่นลงหลังจากนึกถึงเรื่องนี้ทำให้อีกคนที่แอบตามมาเฝ้ามองด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า เขาทำถูกแล้วหรอที่ให้ฮักยอนได้พบเขา เขาทำถูกจริงๆหรอ

 




วันทั้งวันแทคอุนเอาแต่ตามเฝ้ามองคนตัวเล็กที่ทำนู้นนี่อยู่เงียบๆถึงจะข้ามมาโลกของฮักยอนไม่ได้แต่เขาก็ขอเฝ้าอยู่ห่างๆก็แล้วกัน

“จะทำหน้าเศร้าแบบนั้นไปถึงเมื่อไหร่นะ” ร่างสูงที่อยู่มิติที่ต่างออกไปบ่นอย่างไม่สบอารมณ์ “จองแทคอุนคนนั้นน่ะรักคนที่ทำหน้าแบบนี้ได้ยังไง”

แล้วก็ชะงักไปเขาลืมไปเสียสนิทว่าแทคอุนคนนั้นจากฮักยอนไปแล้วแบบไม่มีวันกลับมา ก่อนหน้านี้ฮักยอนคนนี้เป็นยังไงก็ไม่รู้ เขาเองก็ไม่เคยสนใจจนกระทั้งฮักยอนของเขาจากไปนั่นแหละถึงได้พยายามอย่างหนักเพื่อตามหาตัวตนของอีกคน แค่รู้ว่าอีกคนยังมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขในโลกอีกใบเพื่อที่การจากไปของฮักยอนคนในโลกที่แทคอุนอยู่ไม่สูญเปล่า แต่ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด ฮักยอนจากเขาไปในเวลาเดียวกันกับที่จองแทคอุนคนนั้นก็จากไปเช่นกัน

“นายมองแบบนี้มานานแล้วนะ” ฮงบินวางลมือลงบนไหล่กว้างของพี่

“ฉันทำถูกใช่ไหม”

“ฉันไม่รู้ ทุกอย่างนายกำหนอดมันเอง หน้าที่ของฉันหมดตั้งแต่ที่เอาหินนั่นให้ฮักยอนแล้ว” ฮงบินมองร่างบางที่นั่งทำงานเป็นบ้าเป็นหลังของฮักยอน “ฉันว่าเขาก็คงรู้สึกเหมือนได้ ตอนนั้นถึงได้...”

“นายอยู่ที่นั่นหรอ” แทคอุนถาม เขาไม่คิดว่าจะมีคนอื่นอยู่ที่นั่น

วันที่เขาพบกับฮักยอน

“อือ ฉันรู้สึกได้นะสายตาที่เขามองนานน่ะ” ฮงบินเว้นจังหวะไปพรรคหนึ่ง “สายตาที่ดีใจและตัดพ้อในทีนั่นน่ะถ้าไม่สังเกตคงไม่เห็น”

“นายจะบอกว่าเขาดีใจและก็เสียใจที่เจอฉันอย่างนั้นหรอ”

“ไม่เชิงหรอก ก็เขาได้เจอคนรักที่จากไปแต่ก็เสียใจที่นายไม่ใช่คนของเขา” แทคอุนไม่ได้ถามอะไรต่อจากนี้

ฮงบินจึงตบไหล่เบา “จะนับหนึ่งใหม่หรือจะหยุดที่แค่นี้ก็เลือกเอา”

นับหนึ่งใหม่

คำๆนี้วนเวียนอยู่ในหัวตลอด แทคอุนไม่อยากนับหนึ่งใหม่เขาแค่อยากได้คนรักคืนแต่ถ้าคนๆนี้ไม่ใช่คนรักของเขา เขาจะรักคนๆนี้ได้ยังไง ฮักยอนคนนี้ไม่เหมือนฮักยอนของเขาสักนิด

ไม่เหมือน

แสงสีส้มที่ขอบฟ้าบ่งบอกว่าที่โลกของฮักยอนคนนั้นคือเวลาพลบค่ำแล้ว ทั้งที่เวลาที่โลกของเขาพึ่งจะผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เขาเดินข้างคนตัวเล็กเงียบๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไรถึงพูดอะไรฮักยอนก็ไม่ได้ยินหรอก จนมาหยุดยืนอยู่ตรงแยกเพื่อข้ามทางม้าลายเขาก็ยังคงยืนอยู่ข้างๆ สัญญาณไปข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียวคนตัวเล็กที่ยืนเพียงลำพังก้าวข้าวออกไป ยังไม่พ้นขอบทางเท้ารถยนต์สีดำก็แล่นฝ่าไฟแดงมาด้วยความเร็ว

“ฮักยอน!

เสียงเรียกจากที่ไหนสักแห่งทำให้ฮักยอนชะงักเท้าหันกลับไปมองแต่ก็ว่างเปล่า ที่ตรงนั้นไม่มีใครนอกจากเขาที่ยืนอยู่ แล้วเสียงนั่นมากที่ไหนกัน

ในตอนค่ำมื้อเย็นแสนหน้าเบื่อกับคำถามเดิมๆทำให้ฮักยอนไม่ค่อยชอบร่วมโต๊ะกับที่บ้านในช่วงนี้ เขาเข้าห้องมาด้วยหัวใจห่อเหี่ยวเหมือนเดิม ร่างบางนั่งลงบนเตียงนุ่มด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“คืนนี้ผมจะได้พบคุณไหมครับ”

“มาสิ มาหาฉันฮักยอน” แทคอุนที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยชวน เขาเองก็อยากพบฮักยอนเหมือนกันก่อนที่ร่างสูงจะจากไปทิ้งไว้เพียงฮักยอนคนเดียวในห้อง

คืนนี้อากาศเย็นฮักยอนนอนที่ปกติก็ขี้หนาวอยู่แล้วก็ยิ่งนอนซุกผ้าห่มไปกันใหญ่ ในดวงน้อยยังคงเฝ้าภาวนาขอให้ได้เจอกับแทคอุนในโลกนั่นอีก

“มาแล้วหรอ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อฮักยอนมาหยุดที่อยู่ที่เดิมของเมื่อวาน ที่นี่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อวานเลย

“ขอบคุณนะครับที่ไม่รำคาญกันไปซะก่อน” ฮักยอนบอก

“ก็ไม่ได้รำคาญขนาดนั้น”

รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนใบหน้าเล็ก รอยยิ้มนั้นตรึงสายตาของคนมองได้เป็นอย่างดี นี่สินะตัวตนที่แท้จริงของฮักยอนคนนั้น รอยยิ้มที่ยิ้มออกมามาได้โดยไม่ต้องฝืน

“ฉันชอบเวลาที่นายยิ้มมากกว่าทำหน้าเศร้าอีกนะ”

“จริงหรอครับ” หัวใจที่ห่อเหี่ยวเต้นแรงอีกครั้ง ความรู้สึกนี้เหมือนกันตอนที่ได้พบกับแทคอุนครั้งแรกเลย ตอนนั้นเขาก็พูดแบบนี้

“ต่อไปก็ยิ้มบ่อยๆแล้วกัน”

 

 

 



ไม่รู้ว่ามันแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วที่ฮักยอนเดินทางข้ามเวลาไปมาระหว่างโลกสองโลก โลกที่มีจองแทคอุนคนนั้น ตอนนี้สภาพร่างกายของฮักยอนย้ำแย่มากอาจจะเป็นผลข้างเคียงของการเดินทางข้ามเวลา ใบหน้าซูบผอมขอบตาดำไม่ต่างจากแพนด้า สภาพโดยรวมไม่ต่างจากผีดิบเดินได้เลย

“พี่ดูโทรมๆนะ” ไอ้หนอนวอนชิกหัวสีม่วงทักขึ้นในช่วงสายของวัน

“หรอ”

“นี่พี่ได้ส่องกระจกบ้างปะ สภาพงี้อย่างกับศพ” สายตาสังเวชไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าของคนอายุมากกว่าอย่างถือวิสาสะ “พักผ่อนบ้างเถอะเดี๋ยวร่างกายจะไม่ไหวเอา”

“...” ฮักยอนเม้มปาก เขาเองก็อยากทำแบบนั้น แต่เขาก็อยากจะพบกันแทคอุนเหมือนกัน

“หรือว่าพี่ตรอมใจเรื่องพี่แทคอุน”

“เปล่าหรอกแค่ช่วงนี้มีอะไรให้คิดน่ะ”

“ยังไงก็ดูและตัวเองดีๆล่ะพี่ ผมเป็นห่วงหัวหน้าแผนกแบบพี่น่ะ หาไม่ได้ง่ายๆนะ” วอนชิกพูดทีเล่นทีจริงหวังให้ฮักยอนได้ผ่อนคลาย แต่ก็ได้รับเพียงรอยยิ้มกลับมาเท่านั้น

คืนวันนี้ก็เช่นเคยฮักยอนกลับไปที่นั่นและใช้เวลากับแทคอุนเหมือนกันทุกวัน หัวใจเย็นเยียบรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เห็นคนตัวเล็กยิ้มได้ แม้ว่าสภาพร่างกายของฮักยอนตอนนี้จะบ่งบอกถึงขีดจำกัดมากมายหลายๆอย่าง

“ฮักยอน” ร่างสูงเรียกคนตัวเล็กข้างหน้า ฮักยอนเงยหน้าขึ้นจากแก้วน้ำที่ตนเองดื่มอยู่ “ฉันขอหินคืนเถอะ” มือบางยกขึ้นมาจับสร้อยบนคอของตัวเองทันทีพร้อมส่ายหน้า

“คุณไม่อยากเจอผมแล้วหรอครับ”

ได้โปรดอย่าพูดแบบนั้นเลย

ถ้าฮักยอนไม่ได้เจอหน้าแทคอุนเขาต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมแน่ๆ แทคอุนถอนหายใจถึงจะไม่ได้คิดแบบนั้นแต่มันเป็นคนตอบเดียวที่จะรักษาฮักยอนเอาไว้ สำหรับแทคอุนแล้วการนับหนึ่งใหม่กลับฮักยอนมันเริ่มมาสักพักแล้วและเหมือนมันจะกำลังไปได้ดีในระหว่างที่ฮักยอนเองก็ดูสดใสขึ้นทุกครั้งที่พบกัน แต่ร่างกายก็ย่ำแย่ลงเพราะการเดินทางข้ามเวลานั้นมีข้อจำกัดหลายๆอย่าง

“ใช่ ฉันไม่อยากพบหน้านายอีก” น้ำเสียงเรียบกล่าวอย่างไม่ถนอมน้ำใจ

“เข้าใจแล้วครับ” ฮักยอนวางแก้วน้ำในมือลง “ถ้ากลับไปแล้วผมจะถอดออก ไม่ใส่ติดตัวแล้วล่ะครับ” ฮักยอนบอก แล้วลุกเดินออกมาเลย เขาไม่ได้สนใจแทคอุนที่นั่งมองมาด้วยสายตาที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน ถ้าจะรักษาฮักยอนไว้ทางเดียวคือพวกเขาไม่ควรพบกันอีก

ไม่ควร

หลังจากวันนั้นฮักยอนไม่ได้แตะต้องสร้อยเส้นนั้นอีกเลย เขาถอดออกมาจากสัญญาที่ให้ไว้ ฮักยอนใช้ชีวิตในทุกๆเหมือนปกติแม้ว่าหัวใจมันจะไม่ปกติก็ตาม

ในเช้าวันหนึ่งฮักยอนมองไปรอบๆห้องด้วยความเคยชิน ตอนนี้เช้าแล้วแสงแดดอ่อนๆส่องลอดผ้าม่านผืนบางเข้ามาภายในห้องฮักยอนเดินไปเปิดผ้าม่านและหน้าต่างออก รับกับแสงแดดตอนเช้าสูดหายใจรับกลิ่นไอหอมๆของแดกตอนเช้าให้ชุ่มปอด

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ฮักยอนเดินไปเปิดประตู

“ตื่นแล้วหรอ แทคอุนมารอน่ะ”

“อะไรนะแม่ ใครมานะ” ฮักยอนถามเพื่อความแน่ใจว่าความจริงแล้วตัวเองไม่ได้ฝันไป

“แทคอุนมา วันนี้พวกลูกจะไปดูแหวนแต่งงานไม่ใช่หรอ”

“แหวนแต่งงาน” ฮักยอนยกมือตัวเองข้างที่สวมแหวนแต่งงานขึ้นมา ที่มือข้างนั้นไม่มีแหวนอยู่ฮักยอนขมวดคิ้วน้อยๆ “แทคอุนตายแล้วนะแม่” ฮักยอนบอกผู้เป็นแม่แบบนั้น

“ตายเตยอะไรล่ะฮักยอนแม่ว่าลูกเมาจนแฮงค์ใช่ไหม” เธอดุลูกชายก็เหมือนวานไปปาร์ตี้เสียดึกแถมแทคอุนยังเป็นคนพามาส่งอีก

“ผมพูดจริงๆ แทคอุนถูกรถชนตายตอนที่เราไปเลือกแหวนจริงๆนะแม่”

“ไปดูเองเถอะว่าแทคอุนตายหรือยัง” ผู้เป็นแม่นึกขำกับท่าทางของลูกชาย

“ครับ”

ฮักยอนปิดประตูและเดินไปที่ห้องน้ำจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเสื้อไหมพรมสีเลือดหมูถูกหยิบมาสวมก่อนที่ฮักยอนจะชะงักไป วันนั้นเมื่อสามเดือนก่อนเขาก็ใส่เสื้อตัวนี้ออกไปซื้อแหวนแต่งงานกับแทคอุนนี้นา ฮักยอนเดินไปหามือถือตัวเองที่วางไว้อยู่บนโต๊ะ

ไฟหน้าจอสว่างขึ้นมาแสดงวันที่ชัดเจน วันนี้เมื่อสามเดือนที่แล้ว ฮักยอนแทบหยุดหายใจนี่มันเรื่องอะไรกันเขาต้องฝันไปแน่ๆ

“โอ๊ย!” ฮักยอนร้องออกมาเมื่อหยิกเข้าที่แขนตัวเอง

โลกคู่ขนาน

อยู่ๆคำๆนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของฮักยอน หรือว่าจริงๆแล้วที่เขาอยู่ตอนนี้คือมิติคู่ขนาน มิติที่แทคอุนอีกคนหนึ่งมีชีวิตอยู่ เมื่อคิดได้ดังนั้นฮักยอนเลือกที่จะเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อตัวใหม่เพื่อไม่ให้เรื่องราวร้ายๆเกิดขึ้นกับจองแทคอุนคนนี้

ฮักยอนเดินมาหาแทคอุนที่นั่งอยู่กับพ่อแม่ของเขาที่โซฟา น้ำตาใสๆเรือนขึ้นมาทันทีฮักยอนอธิบายความรู้สึกตอนนี้ไม่ถูกเลยจริงๆมันทั้งดีใจและประหลาดใจในหลายๆอย่าง แทคอุนตอนนี้คือคนเดียวกันกับคนที่จากเขาไปเมื่อสามเดือนก่อนจริงๆ

“ฮักยอน” ร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้ามาหาฮักยอนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาใสออกจากใบหน้าเล็กอย่างเบามือ “ร้องไห้ทำไมหืม?” คนตัวสูงถามอย่างไม่เข้าใจ

“แทคอุน”

“ร้องไห้ทำไมไม่ร้องนะครับ ไม่ร้อง”

“ก็ผมนึกว่าคุณตายไปแล้ว” ฮักยอนบอกเสียงสะอึกสะอื้น แทคอุนดันร่างบางในอ้อมแขนออกพร้อมกับให้นิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้า

“ตายอะไรล่ะ”

“จริงๆนะ ผมเห็นคุณถูกรถชนแล้วผมก็ไปพบคุณที่อีกมิติหนึ่งด้วย” ฮักยอนยืนยัน

“มิติอะไรกัน”

“ก็โลกที่อยู่ขนานกับโลกเราไงครับ”

“อ่า...” แทคอุนพอจะนึกออกแล้ว เมื่อหลายวันเกินฮักยอนไปนั่งฟังเรื่องทฤษฎีอะไรสักอย่างที่ห้องทำงานไอ้วอนชิก “ฉันว่านายเก็บมันมาฝันมากกว่า”

“จริงๆนะ ยังมีหินบูลแซฟไฟร์ที่แทคอุนคนนั้นเอามาให้ผมด้วย” ฮักยอนผละออกจากแทคอุนวิ่งขึ้นไปหาสร้อยคอที่ตนถอดไว้แต่ก็ไม่พบ

ไม่มีอะไรเลย

“เจอไหม”

“ไม่”

แทคอุนรั้งร่างของฮักยอนเข้าไปกอดไว้ รอยยิ้มผุดขึ้นข้างๆมุมปากของร่าสูงพร้อมกับมองสร้อยหินสีฟ้าที่อยู่ในมือของตนเอง เรื่องทั้งหมดเขาทำเอง เขาทำให้ทุกคนลืมเรื่องของแทคอุนคนนั้นเขาแหกกฎหนีมาที่โลกนี้หนีมาในวันที่แทคอุนคนนั้นตาย เขาเปลี่ยนเวลาบนโลกเปลี่ยนทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองกลับมาทันก่อนที่แทคอุนคนนั้นจะตายในเมื่อรู้ว่าอีกคนจะตายอยู่แล้วสู่ลงมือฆ่าแล้วมาแทนทีไม่ดีกว่าหรอ

แทคอุนฆ่าแทคุอนคนนั้น

ย้อนกลับไปหลังจากวันที่เขาฮักยอน

“ฉันไม่อยากเสียฮักยอนไป” ร่างสูงนั่งจ้องเครื่องดื่มสีอำพันในแก้วด้วยสายตาเครียดๆ “นายพอมีวิธีไหม นายเก่งที่สุดในพวกเรานี่”

“มันก็มี แต่ทำได้แค่ครั้งเดียวถ้าพลาดนายก็ไม่สามารถพบฮักยอนได้อีก”

“ฉันยอมแลกเพื่อฮักยอน”

 


-Fin-






จบแล้วจ้า จบแบบงงๆ

สรุปแทคอุนคนนี้เป็นนใคร สรุปแทคอุนฆ่าแทคอุน 

เหมาะกับ #เลโอเป็นฆาตกร ที่สุด 555

เรื่องนี้ไม่ค่อยอิงวิทยาศาสตร์เท่าไหร่อย่าใส่ใจความถูกต้องเลยค่ะ

เราชงกันฟินๆดีกว่า

ปล.อย่าลืม #เดจาวูLN นะคะ อย่าปล่อยให้ไรท์เตอร์เหงา เข้าไปเม้าท์มอยกันได้เลย

 

ผลงานอื่นๆ ของ แทคฮยองจี

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 19:31
    อาฮา

    เรื่องมันต้องมีจุดจบอ่ะนะ ถึงจะจบไม่ค่อยเป็นคนดีกับเค้าซักเท่าไหร่

    แต่ก็ถือว่าเป็นจุดจบที่ไม่ได้เลวร้ายเลย อย่างน้อย ก็ยังได้อยู่ด้วยกันทั้งคู่เลยนะ
    #6
    0
  2. #5 ddanii (@ddanii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 20:25
    พี่แทคโหดไปอีก เพื่อฮักยอน
    #5
    0
  3. #4 Faerwell_Blacker (@Faerwell_Blacker) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 10:30
    ฮืออออ ร้องไห้แล้ววว เจ็บอ่า
    #4
    0
  4. วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 16:18
    เรื่องราวมันดูซับซ้อนขึ้นแล้วนะ ถ้าเจ็บในโลกนั้น แล้วกลับมาโลกเดิมแล้วเจ็บจริง

    ถ้าหากว่าเหตุการณ์ที่ฮัคยอนเห็นเป็นภาพซ้อนเป็นความจริง

    อาจจะหมายถึงว่าอีกคนที่อยู่อีกโลก ก็อาจจะเกิดอะไรขึ้นกับฮัคยอนอีกโลกหนึ่ง

    เพื่อให้ฮัคยอนโลกนี้สามารถไปเจอแทคอุนโลกนั้นได้

    นั่นอาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างเดียวกันกับแทคอุนก็ได้ บางที มันก็ออกจะซับซ้อนนะ

    ก็ได้แต่หวังว่าเรื่องราวจะจบลงด้วยดี อย่าให้มีใครเจ็บปวดอีกเลยนะ
    #3
    0
  5. วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 11:33
    ถ้าหินนั้นทำให้ยอนเจออุนก็น่าลองดูน๊า
    #2
    0
  6. วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 18:32
    ถ้าหากขอทานคนนั้นไม่ใช่แค่เพียงขอทาน ก็หวังว่าสิ่งที่ฮัคยอนหวัง จะสมหวังนะ

    การสูญเสียหนึ่งเกิดขึ้น คนที่ยังอยู่คือคนที่เจ็บปวดมากนะ

    ขอให้หินที่ฮัคยอนเลือกมา นำพาให้ได้เจอกันด้วยเถอะ
    #1
    0