` stop cooking! วุ่นนักดันไปติดกับรักเชฟหน้าหล่อ { yaoi boy's love }

ตอนที่ 6 : cooking five { rewrite }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    28 ส.ค. 56






 




..Cooking Five..

 

 

 

ใครเป็นของนายกัน "

 

 

 





 

             Broccoli's Mode.

 

 

 

                      “ทำไมถึงกลายเป็นพวกแกที่เป็นคนไปซื้อมาให้ล่ะ แล้วนี่เพื่อนฉันหายไปไหน"


                      ผมรับข้าวกล่องจากไอ้เมลอนมากิน นึกแปลกใจที่คนที่ซื้อข้าวกล่องมาให้ดันกลายเป็นน้องชายฝาแฝดทั้งสองคนไปได้

 

                      “ไม่รู้สิ เห็นรุ่นพี่ซีโร่เค้าพยายามลากพี่ฮิคคัพให้ไปคุยอะไรด้วยนี่แหละ"ใบชาตอบ

                      “เขาเป็นแฟนกันพี่ไม่รู้เหรอ"เมลอนทำหน้าอยากรู้อยากเห็น

                      “หา พูดจริงอ่ะ"ผมที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่แทบจะพุ่งกับข้าวทั้งหมดออกมา

                      “ก็เอออ่ะดิ พอไอ้เมลอนแซวว่า 'อ้าวพี่ คู่รักทะเลาะกันเหรอ' เท่านั้นแหละ"ไอ้ใบชาพูดแล้วส่งต่อให้เมลอน

                      “รุ่นพี่ซีโร่ก็หันมาทำหน้าโหดแล้วตอบเออ ออกมาเลย"เมลอนเล่าต่อ ผมรู้สึกมึนงงไปหมด นี่ตกลงคนที่ไอ้ฮิคคัพจูบด้วยคือ ไอ้ซีโร่เรอะ ?

                      “พี่นี่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนแฮะ"ใบชาบ่นเมื่อมองเห็นปริมาณข้าวกล่องที่ซื้อมาให้

                      “แล้วไง"

                      “ว่าแต่...เรื่องเจ้านายพี่"เมลอนที่กำลังจะพูด ถูกผมยัดหมูทอดเข้าปากทันที

                      “เคี้ยวแล้วเงียบไปซะ"

                      “พี่จูบกับเขาจริงเหรอ"ใบชาถามอีกคน ผมถอนหายใจแรงๆพลางมองมันตาขวาง

                      “เออ"ผมจำใจตอบไปอย่างช่วยไม่ได้

                      “โอ้ววววววววว"มันสองคนอุทานเข้าหากันเองแล้วอมยิ้ม

                      “รีบๆกลับไปห้องเรียนตัวเองเลยไป เหม็นขี้หน้าจริง"ผมก้มหน้าก้มตากินต่อ

                      “โถ่ว ทำเป็นเขิน งั้นพวกผมไปก่อนนะพี่ชาย เอ๊ย หรือพี่สาววะ ก๊ากก"

 
 

                      ใบชาแซวก่อนจะรีบพาเมลอนเดินออกจากห้องไป ผมมองตามพวกนั้นด้วยความรู้สึกอยากเตะให้ตายคาเท้าซะเต็มประดา แต่ก็ได้แต่คิดล่ะนะ  ผมนั่งกินข้าวกล่องจนหมดก็หยิบน้องไอโฟนขึ้นมาดูเวลา นี่มันใกล้จะเริ่มคาบบ่ายแล้วทำไมไอ้ฮิคคัพกับซีโร่ยังไม่มากันอีกวะ ไม่ใช่มันกัดกันตายไปแล้วนะ

 
 

                      “อะ...ไอ้บล็อก"ผมหันไปตามเสียงเรียกก็พบไอ้ฮิคคัพที่ดูโทรมผิดปกติกำลังเดินอย่างช้าๆเข้ามาหาผม  

                      “ว่ายังไง นั่นซากศพที่ไหนกำลังเรียกกูอยู่"ผมแซวนิดหน่อย

                      “อย่าให้กูมีแรงนะ กูจะกระทืบไข่มึงให้พังเลยมันชี้หน้าผมก่อนจะทรุดตัวนั่งที่เก้าอี้อย่างหมดแรง

                      “โหดซะด้วย ฮ่าๆ ว่าแต่ไอ้ซีโร่ไปไหนอีกแล้วเนี่ย"

                      “มันไปซื้อข้าวให้กูน่ะ"ฮิคคัพตอบ

                      “นี่พวกมึงยังไม่ได้กินข้าวกันอีกเหรอ ไปทำอะไรกันมาวะ ดีกันหรือยังเนี่ย"

                      “ดีกันแล้ว"

 

                      มันตอบแต่คำถามสุดท้ายแล้วเอาหน้ามุดโต๊ะ วันนี้มึงทำตัวแปลกๆนะฮิคคัพ ไม่นานนักซีโร่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับข้าวกล่องสองกล่อง ผมนั่งมองพวกมันกินกันด้วยความสงสัย เพราะเดี๋ยวฮิคคัพก็ตักหมูในกล่องข้าวตัวเองไปให้ซีโร่ เดี๋ยวซีโร่ก็เอามือไปหยิบเม็ดข้าวที่ติดแก้มฮิคคัพออกให้  ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันดีกันแล้ว ก็อาจจะเป็นอย่างที่เมลอนบอกผมก็ได้

 
 

                      “เอ่อ...” ผมเริ่มออกเสียง พวกมันทั้งสองคนมองหน้าผมแบบตั้งใจฟัง "กูเป็นเพื่อนรักพวกมึงมาห้าปีแล้ว ถูกมั้ย"

                      “เออ แล้วยังไงวะ"ฮิคคัพถามแล้วตักข้าวเข้าปากไปอีกคำ

                      “พวกมึงมีความลับอะไรปิดบังกูอยู่ใช่ไหม ถ้ามีบอกมาเดี๋ยวนี้เลย"

 

                      ฮิคคัพทำตาเลิกลั่กอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังเนียนเคี้ยวข้าวในปากต่อไป ต่างจากซีโร่ที่อมยิ้มออกมาพลางยกน้ำเปล่าที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาดื่ม มันยักคิ้วให้ผมเป็นนัยๆ ก่อนจะขยับปกเสื้อนักเรียนตัวเองนิดหน่อย เผยให้เห็นรอยข่วนกับคิสมาร์คมากมายบริเวณต้นคอ

 

                      “มึงไปทะเลาะกับแมวที่ไหนมาวะ"ผมถาม

                      “แมวที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆกูน่ะสิ"


                      ซีโร่ตอบก่อนจะหันกลับไปกินข้าวต่ออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ผมหันไปสบตากับไอ้ฮิคคัพ ไอ้ตัวแสบประจำห้องกำลังหน้าแดงมากจนถึงมากที่สุด

 

                      ผมอ้าปากพะงาบๆ จากที่มีคำถามจะถามพวกมันอยู่มากมายเจอคำตอบของไอ้ซีโร่และปฎิกิริยาของไอ้ฮิคคัพเข้าไปทีทำให้สมองโล่งไปหมด นี่สรุปที่พวกมึงหายกันไปเกือบชั่วโมงนี่คือไปสวิงกิ้งกันมาเหรอ

 

                      คนรอบข้างกูตอนนี้กลายเป็นเกย์กันหมดแล้วใช่มั้ยยยย !!!

 

 

                       

                      ผมทนเรียนคาบบ่ายไปด้วยความรู้สึกพะอืดพะอม อยากจะอ้วกซะให้รู้แล้วรู้รอด ไม่ใช่ว่ารังเกียจอะไรหรอก แต่ไอ้ฮิคคัพกับซีโร่ดูสวีทหวานแหวว แถมยังตัวติดกันมากกว่าเมื่อก่อนซะอีก นั่นทำให้ผมรู้สึกจะอ้วกก็ไม่อ้วก จะอิจฉาก็ไม่อิจฉา ทำไมผมถึงรับได้น่ะเหรอ คงเป็นเพราะสังคมรอบข้างที่มีแต่ผู้ชายล่ะมั้ง

 

 

                      ผมปั่นจักรยานออกจากโรงเรียนมาได้สิบห้านาทีก็ถึงบ้านหลังใหญ่เกินความจำเป็นของตัวเอง ไข่เจียวที่อยู่ในบ้านเห่าทักด้วยความดีใจ ผมทำท่าทางทักมันกลับด้วยความคิดถึงก่อนจะหากุญแจบ้านในกระเป๋านักเรียนที่รกเหมือนจะเจองูโผล่ขึ้นมาฉกได้ตลอดเวลา

 
 

 

                      อ้าว อยู่ไหนวะ

 
 

                      จากตอนแรกที่ล้วงหาเฉยๆ ก็เปลี่ยนเป็นควานหา และสุดท้ายก็เทของทุกอย่างออกจากกระเป๋าแต่ก็ยังไม่พบ

 
 

                      นี่กูลืมไว้บนห้องนอนสินะ ..

 
 

                      ผมถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงนั่งที่หน้าบ้าน ทำได้แค่รอน้องชายตัวแสบสองคนที่มีกุญแจกลับมาเท่านั้น  ไข่เจียวครางหงิงๆออกมา สงสัยมันจะเริ่มทนไม่ไหวที่ว่าทำไมผมไม่เปิดประตูบ้านซักที

 

 


 

                      ผ่านไปสี่สิบนาที

 

                      นี่ไอ้พวกลิงเวรสองตัวนั่นมันพากันไปหนีเที่ยวอีกแล้วสินะ !!!

 

                      ผมลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอกตัวบ้าน หลังจากที่นั่งจนก้นเป็นเหน็บมาเกือบชั่วโมง ยังไงก็ไปเดินเล่นแถวสวนย่อมใจกลางหมู่บ้านก่อนดีกว่าแฮะเรา

 

 

 

                      .........

 

 

                      ................

 

 

 

                      หรือจะแวบไปที่ทำงานดี....

 

 

             

 

 

 

 

 

             at after tea time.

 

 

 

                      ผมเดินเข้ามาในร้านก็พบลุงเดรโกกำลังยืนกึ่งรับกึ่งตื่นต้อนรับอยู่ เมื่อผมทักทายกับลุงแกเสร็จแล้วก็เดินไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของพนักงาน แต่ก็พบพิชเชอร์กำลังนั่งตรวจสอบเมนูอยู่

 

                      “นายมาทำงานก่อนเวลานะ"พิชเชอร์พูดพลางจดอะไรยิกๆลงในสมุดเช็คชื่อพนักงาน(ที่มีอยู่แค่สองคน)

                      “ฉันมาลาออกต่างหาก"ผมตอบ พิชเชอร์ชำเลืองมองผมเล็กน้อย

                      “งั้นก็ช่วยทำงานวันนี้วันสุดท้ายด้วยก็แล้วกัน ตกลงนะ"

                      “เอางั้นก็ได้"ผมตอบก่อนจะค่อยๆถอดเสื้อคลุมของโรงเรียนออก"ออกไปสิเว้ย จะดูฉันโป๊หรือไง

                      “อ้าว จะโชว์ให้ดูเหรอเนี่ย"ไอ้หน้าหล่อย้อนถามกลับมาด้วยสีหน้ากวนอารมณ์สุดๆ

                      “ออกไปเลยไอ้โรคจิต!!ผมหันไปด่า มันหัวเราะก่อนจะเดินออกจากห้องไป นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นเจ้านายล่ะก็ กูจะกระทืบให้ปากเละเลยคอยดู

 
 

                      ผมเริ่มทำงานในฐานะพนักงานเสิร์ฟอีกครั้ง วันนี้ในช่วงเย็นที่ผมมาทำงานมีลูกค้าเยอะเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่  ลูกค้าประจำคนหนึ่งเรียกให้ผมไปเติมน้ำชา เธอคือพนักงานออฟฟิศนั่นเอง


                      "วันนี้ฉันไม่เห็นเธอตอนเที่ยงเลย รู้ไหมว่าฉันคิดถึงเธอมากเลยนะหนุ่มน้อย "ผมสะดุ้งกับคำพูดของเธอ

                      “เอ่อ วันนี้ผมมีเรียนน่ะครับ ต้องขอโทษด้วย"

                      “เห  นี่เธอเป็นเด็กมอปลายอย่างนั้นหรอกเหรอ"ผมพยักหน้าก่อนจะเติมชาให้เธอและเพื่อนในกลุ่ม

                      “พรุ่งนี้พวกฉันจะมาหาตอนเย็นอีกนะ"พวกเธอพูดพลางหัวเราะ

                      “คงไม่ได้หรอกครับ เพราะพรุ่งนี้ผมจะลาออกแล้ว"

 

                      ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆกลับไปด้วยความเขิน แหม มีสาวๆสวยๆ ดูเป็นผู้ใหญ่ล้อมรอบแบบนี้มันช่างสุขเหลือจะกล่าวจริงๆ

 

                      “ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย ฉันไม่อยากมาร้านนี้หรอกนะถ้าไม่มีเธอคอยต้อนรับน่ะ"

                      “นั่นสิ ถึงอาหารร้านนี้จะอร่อยมากก็จริง แต่ถ้าไม่มีรอยยิ้มน่ารักๆของเธอ มันก็ไร้ความหมายนะหนุ่มน้อย"

                      “นะ...นี่พูดจริงหรือครับ"ผมย้อนถาม เกิดความรู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างประหลาด

                      “ฉันคิดว่าทุกๆคนที่เคยมาน่ะ เขามาที่นี่อีกครั้งก็เพราะรอยยิ้มของเธอนะ เพราะฉะนั้นอย่าลาออกเลย ขอร้องล่ะ"

 

                      ผมยิ้มรับระคนเขินไปด้วย ไม่เคยคิดเลยว่าลูกค้าประจำเกือบทุกคนที่ผมหามาได้จะคิดแบบนี้ ถึงแม้พวกเขาจะติดใจในรสชาติอาหาร แต่กลับมองว่าร้านของพิชเชอร์จำเป็นต้องมีผมคอยต้อนรับ แต่พอมาคิดๆดูว่าทำไมถึงจำเป็นก็พอจะเดาออกได้บ้าง

 
 

                      พ่อครัวขี้เซาเอาแต่หลับ แคชเชียร์ก็หน้าแก่ซะแถมยังชอบแอบหลับเหมือนกันอีกด้วย

 
 

                      ผมเดินเข้าไปในครัวเมื่อได้ยินเสียงพิชเชอร์กดเรียก ก็พบร่างสูงใหญ่กำลังเช็ดเหงื่อที่ออกอยู่เต็มใบหน้า

                      “จานนั้นของโต๊ะสิบ อีกจานของโต๊ะเก้า"มันชี้ๆแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเคาเตอร์ทำอาหาร

                      “นี่นายมันสกปรกนะรู้มั้ย ลุกออกมาก่อน"

 

                      ผมเดินเข้าไปกระชากตัวหมอนั่นให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ก่อนจะหยิบผ้ามาเช็ดและกวาดเศษอาหารที่อยู่บนเคาเตอร์จนสะอาดเอี่ยม

 

                      “จะนอนน่ะไม่ว่าหรอก แต่ดูเรื่องความสะอาดซะบ้าง เข้าใจไหม"ผมหันไปสั่งพิชเชอร์และเดินไปหยิบจานอาหารที่ต้องเสิร์ฟ  แต่ก็ไม่วายหันไปมองพิชเชอร์ที่อยู่ๆก็หลุดขำออกมา

 

                      “นี่ตกลงฉันหรือนายกันแน่ที่เป็นเจ้านาย"หมอนั่นถาม

                      “มันก็ต้องนายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

                      “แต่นายสั่งฉันยังกับแม่เลย ไม่ใช่สั่งสิ"พิชเชอร์เริ่มขัดแย้งกับตัวเอง

 

                      “อะไร"ผมถามย้ำด้วยความสงสัย

 

                      “นายทำเหมือนเป็นห่วงแบบที่คนเป็นแฟนเขาทำกันน่ะ"

                      “เพ้อเจ้อจริงๆ"ผมรีบเดินออกจากห้องครัวด้วยความรู้สึกแปลกๆ

 

                      แค่เห็นว่าสกปรกเลยช่วยเช็ดให้เท่านั้น มันเหมือนคนเป็นแฟนกันตรงไหนวะ ?

                        

                        

 

 



 

                      “นี่น้องสาว"ผมหันไปตามแรงสะกิด ก็พบลูกค้ากลุ่มพนักงานบริษัทผู้ชายที่กำลังเมาได้ที่

 

 

                      ว่าแต่เมื่อกี้มึงเรียกกูว่าอะไรนะ น้องสาวใช่ไหม

 

 

                      “ครับ ต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า"ผมพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ เพราะยังไงพวกเขาก็เป็นลูกค้า

                      “เลิกงานกี่โมงจ๊ะเนี่ย ไปต่อกับพวกพี่มั้ย"มันพูดจบก็หันไปหัวเราะกับเพื่อนๆในกลุ่ม นี่มันเลยเวลาปิดร้านไปแล้วพวกมึงยังกินไม่เสร็จกันอีก

                      “ขอโทษนะครับ แต่ผมไม่ใช่ผู้หญิง"ผมปั้นหน้ายิ้ม และหมายจะรีบเดินออกไปจากตรงนั้น แต่ไอ้บ้านั่นก็คว้ามือผมไว้ซะก่อน

                      “เห เป็นตุ๊ดเหรอวะ ฮ่าๆ ตุ๊ดก็ได้ น่ารักซะขนาดนี้ ไปต่อกับพี่เหอะ"

 

 

 

                      ใครเป็นตุ๊ดวะ ไอ้หอกนี่!!!!

 

 
 

                      “อยากตาย....

                      “ขอโทษนะครับ อาหารไม่ถูกปากหรือเปล่า"

                      ผมที่ยังพูดไม่ทันจบประโยค โดนพิชเชอร์ที่ไม่เคยย่างก้าวออกมาจากครัวพูดแทรกขึ้นมา พิชเชอร์จับมือไอ้ขี้เมานั่นออกจากมือของผมโดยมีเสียงกระดูกดังกรอกแกรกตามมา

                      “ห้ามมีเรื่องกับลูกค้า"พิชเชอร์กระซิบที่ข้างหูของผม

                      “โอ๊ย ปล่อยมือกูนะโว้ย!!ไอ้ขี้เมานั่นทำสีหน้าแหยเกด้วยความเจ็บปวด

                      “ขอโทษนะครับ ผมจับมือคุณแรงไปเหรอ"


                      ถึงพิชเชอร์จะพูดแบบนั้น แต่ผมกลับเห็นว่าหมอนั่นบีบมือไอ้ขี้เมาแรงขึ้นกว่าเดิมซะอีก จนเพื่อนในกลุ่มของมันเริ่มโวยวายใส่


 

                      “ไอ้หน้าหนอนนี่ มึงทำอะไรเพื่อนกูวะ"คนหนึ่งในกลุ่มชี้หน้าด่าพิชเชอร์

                      “หล่อๆอย่างกูเนี่ยนะหน้าหนอน แล้วอย่างพวกมึงนี่ไม่หน้าศพเลยหรือไง"พิชเชอร์ตอกกลับ

                      “เป็นแค่พนักงานในร้านแน่ๆ อย่ามาทำเป็นซ่าไปหน่อยเลย ไปเรียกเจ้านายมึงมา!!

                      “ก็กูนี่แหละเจ้าของร้าน!!มีปัญหาอะไรอีกไหม"พอพิชเชอร์พูดจบ พวกมันเริ่มหน้าซีดเป็นไก่ต้ม แต่ไอ้ขี้เมามันก็ยังไม่วายพูดขึ้นมาอีก

                      “กูไม่สนหรอกโว้ย!! ส่งไอ้ตุ๊ดนั่นมาให้กูซะ"

                      “ตุ๊ดพ่อมึงสิครับ"ผมที่ตอนแรกยืนอยู่เฉยๆก็เริ่มโวยวายกลับไปบ้าง

                      “อ้าว ว่าพ่อกูเป็นตุ๊ด ตบซักฉาดดีไหมวะ"มันเงื้อมือจะตบผม แต่พิชเชอร์เอามือไปรับไว้ได้ทัน

 

 

 

                      “อย่ามายุ่งกับเด็กกู!!

 

 

                      พิชเชอร์พูดแค่นั้นแล้วจัดการปล่อยหมัดใส่หน้าไอ้ขี้เมาไปเต็มแรง  มันเซไปตามแรงต่อยนิดหน่อยแต่ก็ตั้งหลักขึ้นมาได้ใหม่ ไม่นานนักมันสวนหมัดกลับพิชเชอร์มาเต็มแรงเหมือนกัน

 

 

                      เนี่ยนะ...ที่บอกว่าห้ามมีเรื่องกับลูกค้า

 

 

                      “เฮ้ยยยย หยุดนะเว้ย อย่ามากัดกันในร้านเซ่!!


                      ผมรีบกันพวกมันทั้งสองคนออกจากกัน แต่ด้วยความที่ตัวเตี้ยและแรงน้อยทำให้โดนพวกมันเบียดผมจนตัวเกือบแบน โอ๊ยยยยย!! อย่าให้กูโมโหไปมากกว่านี้นะ โชคดีที่เลยเวลาปิดร้านมานานแล้วจึงไม่มีลูกค้ากลุ่มอื่นนอกจากไอ้พวกขี้เมาที่ยังกินกันไม่เสร็จซักที

 

                      “จะกลับกันไปดีๆหรือจะให้โทรฯเรียกตำรวจ!!


                      ลุงเดรโกโผล่มาจากไหนไม่รู้ ในมือถือโทรศัพท์ที่โชว์หมายเลย 191 แค่นั้นถึงกลับทำให้พวกลูกค้าขี้เมาและพิชเชอร์หยุดภารกิจเสี่ยง(ทำให้ผม)ตายกันทันที ผมดันพิชเชอร์และไอ้ขี้เมาที่เบียดผมอยู่ให้ออกจากกันด้วยความโมโห กลุ่มไอ้ขี้เมาถุยน้ำลายลงบนพื้นร้านด้วยท่าทางนักเลง ก่อนจะพากันเดินออกไป

 

                      “พวกมึงจะไปไหน"พิชเชอร์หันไปเรียกพวกนั้นไว้ นี่มึงยังไม่คิดจะหยุดอีกเรอะ !

                      “ถามโง่ๆ พวกกูก็กลับน่ะสิ"

                      “กรุณาจ่ายเงินก่อนไอ้พวกเวร"

 

 

                      อ้อ งกนี่เอง

 
 

                      ไอ้ขี้เมาทำเป็นกัดปากแล้วเดินไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก่อนจะพูดบางอย่างออกมา

                      “ร้านเหี้ยๆแบบนี้ กูจะไม่มาเหยียบให้เสียชาติเกิดของกูอีกเลย"

                      “เรื่องของมึงดิ"พิชเชอร์ตอบกลับหน้าตาย ผมดึงชายเสื้อหมอนั่นไว้ประมาณว่า ให้ใจเย็นลงหน่อย

                      “มึงนี่ไม่คิดจะยื้อลูกค้าไว้เลยนะ"ไอ้ขี้เมาพูด

 

                      “ทำไมกูจะต้องยื้อลูกค้าหน้าส้นตีนแบบพวกมึงเอาไว้ด้วยล่ะ หน้าตาอย่างกูมันเหมือนอดอยากปากแห้งมากขนาดนั้นเลยหรือไง"

 

 

 
 

                      ..........

 

 
 

                      ทำไมพูดกับลูกค้าแบบนั้นล่ะ พิชเชอร์

 

 

 

 

 

 

                      “โอ๊ยยยยยย!! เบาๆหน่อยสิวะไอ้เด็กเวรเอ๊ย"


                      พิชเชอร์โวยวายเสียงดังลั่น เมื่อผมเอาสำลีชุมแอลกอฮอลล้างแผลไปแตะแค่นิดเดียว ผมที่ได้ยินอย่างนั้นจึงกดสำลีไปที่แผลช้ำตรงมุมปากของหมอนั่นอีกครั้งด้วยความตั้งใจ ทำให้พิชเชอร์ร้องว้ากขึ้นมาอีก

 

                      “สมน้ำหน้า"

                      “อะไรเล่า"

                      “ตัวเองเป็นคนพูดเองแท้ๆว่าห้ามมีเรื่องกับลูกค้า"ผมเผลอลอบยิ้มออกมาด้วยความตลก

                      “ก็มัน...พิชเชอร์ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง

 

                      “ก็มันอะไร...

                      “มันอยากมายุ่งกับของของฉันเองทำไมล่ะ"เมื่อพิชเชอร์พูดจบ เราก็ตกอยู่ในความเงียบไปซักพัก ผมได้แต่กระพริบตาปริบๆในคำพูดของหมอนั่น จะอึ้งก็ไม่อึ้ง จะงงก็ไม่งง

 

                       “หมายถึงใครที่ว่าของของนายน่ะ"ผมถาม

                       “แล้วคิดว่าใครล่ะ"พิชเชอร์จงใจสบตากับผม ผมเริ่มรู้สึกร้อนที่หน้าขึ้นมาทันทีโดยที่ไม่รู้ทำไม

                       “อย่ามาเออออไปเองได้ไหมว่าฉันเป็นของของนาย"

                       “ฉันยังไม่ได้พูดเลยนี่นาว่าฉันหมายถึงนายน่ะ"

 
 

                       .....ไอ้นี่ กวนตีนกูใช่ไหม

 

 

                       “อยากได้แผลเพิ่มเรอะผมจุ่มน้ำยาใส่แผลแล้วกดไปมุมปากช้ำๆนั่นอีกครั้ง

                       “โอ๊ย ขอโทษๆพิชเชอร์ที่ปกติจะขี้เซาแล้วเอาแต่ทำหน้าตาย ตอนนี้กลับทำหน้าตาน่ารักออดอ้อนซะนี่

 

                       แบบนี้ก็น่ารักดีแฮะ -////-

 
 

                       “นาย...หน้าแดงทำไม"

                       “ใครหน้าแดงผมรีบเบือนหน้าไปอีกทางทันทีเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองหน้าแดงมากกว่าเก่า

                       “อ๋อ หรือว่าชอบให้ทำแบบนี้ ใช่ไหมๆ นี่แน่ะ

 

                       พิชเชอร์ทำท่าทางออดอ้อนไม่พอยังเอาหัวมาถูตามตัวของผมอีกต่างหาก ไอ้บ้าพิชเชอร์ จากตอนแรกน่ารักอยู่ดีๆ ตอนนี้กลายเป็นทำกูขนลุกไปแล้วนะเนี่ย !!

 

                       “หยุดเลยนะแก"ผมผลักหัวพิชเชอร์ออกไป

                       “ใช้คำว่าแกกับเจ้านายได้ยังไง ไอ้เด็กบ้า"

                       “พูดตรงๆ ฉันไม่เคยคิดว่านายเป็นเจ้านายเลยด้วยซ้ำ"ผมตอบพลางแกะพลาสเตอร์และเอาไปปิดแผลแถวบริเวณโหนกแก้มของหมอนั่น

                       “แล้วนายคิดว่าฉันเป็นใคร คนที่เคยจูบกันเท่านั้นเองเหรอ"พิชเชอร์ถามยิ้มๆ

                       “นี่นาย!! มีความอายหลงเหลืออยู่บ้างไหม -///-

                       “เวลานายหน้าแดงนี่น่ารักมากกว่าตอนที่ยิ้มอีกนะ นายรู้ไหม"

 
 

                       ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าคนอย่างมึงไม่มีความอายหลงเหลืออยู่ในตัวเลยซักนิด !!

 

 

                       “กระดากปากบ้างไหม ฉันเป็นผู้ชายนะเว้ย"

                       “แต่ผู้ชายอย่างนายกลับน่ารักกว่าผู้หญิงบางคนซะอีกนะ"

 

 

 

                       .......เงียบ.......

 

 

 

                       ถูกชมว่าน่ารัก แถมยังมีประโยคที่ว่าน่ารักกว่าผู้หญิงอีก ถ้าเป็นคนอื่นผมคงจับมันมาทรมาณโดยการยัดส้วม ให้มันดมกลิ่นมหาภัยจนกว่าจะตายไปแล้ว แต่ประโยคนั้นดันออกมาจากปากพิชเชอร์เจ้านายโรคจิตของผม นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกแปลกไปจากเดิมร้อยเท่า

 

 

                       ผมเขิน ทั้งเขินทั้งอายมากถึงมากที่สุด พิชเชอร์ที่เหมือนจะรู้ก็เอาแต่อมยิ้มอยู่อย่างนั้น น่าหมั่นไส้ชะมัดเลย

 

 

                       Shy Shy Shy Boy Oh Oh Oh ~

 

 

                       เมื่อผมทำแผลให้พิชเชอร์เสร็จ ก็จัดการนำกล่องปฐมพยาบาลมาเก็บในโกดังของร้านเหมือนเดิม แต่อยู่ๆน้องไอโฟนก็ดังขึ้นมา ผมล้วงไปในกระเป๋ากางเกงที่เป็นยูนิฟอร์มของร้านเพื่อจะหยิบน้องไอโฟน อื้อหือ ใครมันตัดชุดวะเนี่ย กระเป๋ากางเกงไส้ยาวไปนะ เห็นใจคนแขนสั้นบ้างได้ไหม ผมใช้เวลาเกือบสองนาทีกว่าจะหยิบโทรศัพท์ออกมาได้ ก็พบว่าคนที่โทรฯเข้ามาก็คือ ใบชาน้องชายผู้น่ารัก ในบางครั้งเท่านั้นนะ

 

                       “ฮัลโหล"

                       “( พี่ค้าบบบ พี่จะกลับหรือยัง คิดถึงจังเลยอ๊า )และตามฟอร์ม ใบชาทำเสียงออดอ้อนใส่โทรศัพท์ ผมอมยิ้มนิดๆ

                       “ใกล้จะกลับแล้ว ทำไม อ้อนแบบนี้อยากได้อะไรอีกล่ะ"

                       “( ไม่อยากได้อะไรทั้งน้านน อยากให้พี่กลับมาบ้านเร็วๆแค่นั้นก็พอ น้องชายหิวมากๆเลยครับ )

                       “นี่ยังไม่กินข้าวกันอีกเหรอ เออๆรู้แล้วเดี๋ยวจะรีบกลับ ว่าแต่นี่แกให้อาหารไอ้ไข่เจียวมันหรือยัง"

                       “( เรียบร้อยแล้วครับพี่ รีบกลับมาเร็วๆนะ รักที่สุดเลย )

 

                       และมันก็กดตัดสายไป ผมยิ้มออกมาให้กับความน่ารักของน้องชาย แต่ถ้าคนที่ทำแบบเมื่อกี้คือ เมลอนล่ะก็ ผมคงจะดีใจเป็นพิเศษเลยล่ะมั้ง ไอ้น้องบ้านั่นเอาแต่มีเรื่องกับชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่ได้เกือบทุกวัน

 

 

                      ผมทำความสะอาดร้านและจัดของทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้จนเสร็จเรียบร้อย จึงจัดการปิดไฟในร้านและนอกร้านก่อนจะเดินไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพนักงาน เมื่อผมเปลี่ยนชุดจนเสร็จก็ปิดล็อกเกอร์แต่ก็ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

 

 

                      ไม่อยากลาออกแล้วแฮะ...

 

 

                      มาอยู่ได้แค่สองวันก็รู้สึกถึงความไปไม่รอดของร้านนี้ซะแล้ว  ถ้าไม่มีผม ลุงเดรโกก็คงไม่มีทางตื่นมาต้อนรับลูกค้าได้ทัน ถ้าไม่มีผม ไอ้พิชเชอร์ก็คงจะไม่มีวันได้ขยับมือทำอาหารและเอาแต่นอนอยู่บนเคาเตอร์สกปรกๆเหมือนเดิมแน่ๆ

 

 

                      ยังไงเราก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่นะ....

 

 

                     เดี๋ยว... มีสิ   ทั้งเมลอน ใบชา แล้วก็ไข่เจียว ใครจะคอยดูแล ใครจะคอยทำอาหารให้

 

 

                     แต่พวกมันโตๆกันแล้วนี่นา ไว้ถ้าถึงเวลาเลิกงานค่อยไปทำอาหารให้กินก็ได้นี่นา....

 

 

                     “นี่บล็อกผมหันไปตามเสียงเรียก ก็พบพิชเชอร์ที่ยืนเกาะประตูและกำลังเปลือยท่อนบนอยู่ O_O!!

                     “ไอ้บ้า!!ผมหันไปหยิบทิชชู่ที่อยู่ข้างๆตัวปาใส่ไอ้โรคจิตที่ยืนอยู่หน้าประตู แอบเห็นนิดนึงว่ามันเองก็มีซิคแพคด้วย

                      “เฮ้ย จะปาใส่มาทำไม มันเจ็บนะ!!

 

 

                      อย่ามาตอแหลโดนทิชชู่ปาใส่มันเจ็บที่ไหนกันเล่า!!

 

 

                      “ก็อยากมายืนเป็นชีเปลือยอยู่หน้าห้องเองทำไมล่ะ"

                      “ก็นายปิดแอร์ร้านฉันทำไมเล่า ฉันร้อนก็เลยถอดเสื้อยืดออกแค่นั้นเอง"พิชเชอร์โวยวายกลับ ก่อนจะทำหน้าเหมือนคิดอะไรออก

 

                      "เราเป็นผู้ชายเหมือนกันไม่เห็นนายจะต้องอายเลย นอกซะจาก...

 

                      พิชเชอร์เอามือมาโอบไว้รอบๆคอผมอย่างหลวมๆ ก่อนจะเอียงคอมามองหน้าพลางทำสายตาเจ้าเล่ห์

                      “นอกซะจากนายกำลังหวั่นไหวกับหุ่นที่แสนเซ็กซี่ของฉัน อะไรแบบนั้นใช่หรือเปล่า"

 

                      ไอ้บ้านี่ ผมใช้แรงทั้งหมดผลักร่างไอ้พิชเชอร์ออกไปให้พ้นตัว พิชเชอร์เซไปตามแรงอย่างง่ายดายก่อนจะหันไปหยิบข้าวกล่องที่ใส่ถุงไว้สามกล่อง แล้วยื่นมาให้ผม

 

                      “อะไร"ผมถาม

                      “ข้าวกล่องไง เห็นเป็นอะไรล่ะ"

                      “กวนตีน"ผมพูดให้ตัวเองได้ยินคนเดียว

                      “อะไรนะ"ไอ้หน้าหล่อเงี่ยหูมาฟังด้วย

                      “ไม่มีอะไร แล้วเอาข้าวกล่องมาให้ทำไม"ผมผลักตัวมันออกอีกครั้ง

                      “ของน้องชายนายไง ฉันตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ แถมให้นายด้วยกล่องนึง"

                      ผมทำตาลุกวาวเมื่อได้ยินพิชเชอร์ตอบ ผมรับถุงข้าวกล่องมาเปิดดูกับข้าวด้านในก็พบว่า มีแต่ของน่ากินๆทั้งนั้น  อ๊ากก กลับถึงบ้านต้องซัดให้เรียบ

 

                      “ขอบใจนะ งั้นฉันกลับล่ะ"

                      ผมโบกมือให้หมอนั่นเล็กน้อยและเดินออกจากห้องไป แต่ก็โดนคว้าตัวไว้ซะก่อนโดยไอ้โรคจิตคนเดิม ใบหน้าของผมไปปะทะเช้ากับแผงอกที่มีกล้ามเนื้อของพิชเชอร์อย่างช่วยไม่ได้ ผมเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยความตกใจ

 

 

                      อีกแล้ว.... ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มองมาตรงๆแบบนั้น มันทำให้ผมใจเต้นเร็วซะเหลือเกิน พิชเชอร์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน  นี่มันจะจูบผมอีกแล้วเหรอ!!!

 

 
 

                      ผมได้แต่หลับตาปี๋ ไม่กล้ามองสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

 

 

 

                      .........................

 

 

 

                      หืม นี่มันก็นานแล้วนะ

 

 

                      ทำไมผมยังไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ

 

 

                      ผมค่อยๆลืมตาที่ละข้างเพื่อมองว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ก็มองเห็นใบหน้าของพิชเชอร์ที่กำลังอมยิ้มอยู่ห่างจากใบหน้าของผมแค่ไม่กี่เซ็นติเมตร

 

 

                      “ปากเจ็บแบบนี้ ฉันไม่มีอารมณ์จูบใครหรอกน่า"

 

                      มันยิ้มที่มุมปากนิดๆ ก่อนจะปล่อยตัวผมออกให้เป็นอิสระ ผมรู้สึกเสียหน้าทันที ก็ตัวเองดันไปหลับตาปี๋รอมันจูบอยู่แบบนั้นน่ะสิ โอ๊ยยยย รับตัวเองไม่ได้

 

                      “นายกลับบ้านยังไง"

                      “รถไฟฟ้า"

                      “เดี๋ยววันนี้ฉันไปส่ง"

                      “ไม่ต้อง

                      “เอาน่ะ ยังไงซะนายก็จะลาออกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ให้ฉันไปส่งเถอะ"

 

 

                      พิชเชอร์ใส่เสื้อยืดสีดำตัวใหม่ ก่อนจะเดินนำไปที่รถมินิคูเปอร์สีแดงแต่งสลับน้ำเงินจนกลายเป็นลายธงชาติประเทศอเมริกาของเขา ผมเดินตามหมอนั่น ในใจก็แอบดีใจที่ไม่ต้องไปเบียดกับคนนับสิบในรถไฟฟ้าอีกแล้ว ตอนสามทุ่มรถแถวๆบ้านผมไม่ค่อยติดเท่าไหร่ ทำให้พิชเชอร์ขับมาถึงบ้านผมเร็วกว่าปกติ ผมบอกลาพิชเชอร์พลางเปิดประตูรถออก แต่ยังไม่ทันจะก้าวออกจากรถ

 
 

                      “อะแฮ่มมมม!!!พิชเชอร์กระแอมออกมาเสียงดัง

                      “อะไรติดคอเหรอผมถามด้วยความเป็นห่วง หมายจะเอาตีนแงะออกให้

                      “ก็แค่คอแห้งนิดหน่อย"

                      “งั้นก็กลับบ้านไปหาน้ำกินซะนะ"ผมยิ้มหวานให้หมอนั่นก่อนจะก้าวลงจากรถ

                      “โห อย่าใจร้ายดิ ขอเข้าไปกินน้ำในบ้านนายหน่อยไม่ได้หรือไง"

 

 

                      เนียนใหญ่แล้วนะมึง

 

                      “เออๆ ตามใจก็แล้วกัน"

 

                      แล้วทำไมกูต้องไปตามใจมันด้วยล่ะเนี่ย พิชเชอร์อมยิ้มก่อนจะดับเครื่องยนต์แล้วรีบวิ่งเข้าบ้านไปก่อนผม

 

                      "พี่ โทรฯไปบอกพ่อกับแม่หรือยังว่าจะพาสามีเข้าบ้านน่ะ ก๊ากกกกก"ไอ้เมลอนวิ่งมาแซวแล้วทำท่าขำก๊าก

                      “เดี๋ยวแกไม่ต้องได้กินข้าวหรอกวันนี้"ผมทำตาขวางใส่มันนิดหน่อย ก่อนจะแจกข้าวกล่องให้แต่ละคน ใบชาจอมตะกละรีบวิ่งมาเปิดกล่องชิมคนแรก

 

                      “โอ้โหว ข้าวกล่องของพี่เขยอร่อยสุดยอดไปเลยอ่ะ"

                      ใบชาทำหน้าแปลกใจ แล้วหันไปชมพิชเชอร์ที่นั่งอยู่กับผมบนโซฟายาว พิชเชอร์ยิ้มรับคำชมด้วยท่าทางสุขุมนุ่มลึก

 

 

                      เอ่อ นี่ใช่เจ้านายจอมขี้เซาของผมคนนั้นหรือเปล่าครับ ดูท่าทางเป็นผู้ใหญ่กว่าตอนที่อยู่กับผมแค่สองคนซะอีก พิชเชอร์ดื่มน้ำไปอึกใหญ่ ก่อนจะนั่งพักอยู่เงียบๆ

 

                     “จะกลับหรือยัง พรุ่งนี้ฉันต้องไปเรียนนะ"ผมสะกิดตัวหมอนั่นเบาๆ

                     “อื้อ จะกลับแล้ว"พิชเชอร์ถอนหายใจ"พรุ่งนี้ร้านก็คงจะเงียบเหมือนเดิมสินะ นายลาออกแล้วนี่"

                     ผมเงียบไปซักพักก่อนจะปริปากพูด "ฉันเปลี่ยนใจแล้ว"

                     “O_O”

                     “จะทำตาโตทำไม รู้ไหมมันไม่ได้ทำให้นายน่ารักขึ้นหรอกนะ"ผมผลักหัวเจ้านายตรงหน้า

                     “ทำไมนายถึงเปลี่ยนใจล่ะ"

                     “ก็แค่คิดว่า ร้านนายคงไปไม่รอดแน่ๆ ถ้าไม่มีฉัน"ผมลอบยิ้มออกมา

                     “ไม่ใช่ว่านายแอบคิดอะไรกับฉันคนนี้หรอกเหรอ"พิชเชอร์ถามหน้าตาย

                     “กล้าพูดนะแก ผมตอบด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว หมอนั่นขำออกมาเล็กน้อย เอื้อมฝ่ามือมาบีบและเริ่มลูบไล้ต้นขาของผม

 

                     “ถึงวันนี้ฉันจะพูดว่าไม่มีอารมณ์จูบใคร แต่อารมณ์อย่างอื่นมันดันเกิดขึ้นมาแทนซะแล้วสิ"

 

                     ผมเบิกตากว้างเมื่อพิชเชอร์พูดจบ ก่อนจะหันไปมองที่โต๊ะอาหาร ตามที่ผมคาดเอาไว้ น้องชายฝาแฝดสองคนอ้าปากค้างทั้งๆที่ข้าวเต็มปาก พวกมันอึ้งกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเห็นอยู่

 
 

                     “ไอ้พิชเชอร์ !!! แกกลับบ้านไปเดี๋ยวนี้เลยนะ !!!


                     ผมถีบพิชเชอร์จนตกโซฟาก่อนจะรีบใส่เกียร์หมาวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นสองด้วยความอายทันที

                     “หวานกันจริ๊ง ไม่เกรงใจคนที่กำลังกินข้าวกินปลาอยู่บ้างเลยนะพี่ชายกู"

 

                     เมลอนหันไปพูดกับใบชา พิชเชอร์พยุงร่างให้ลุกขึ้น เขามองตามบล็อกโคลี่ที่กำลังวิ่งหนีขึ้นไปบนชั้นสอง ลอบยิ้มออกมาด้วยความตลก นึกแปลกใจทุกการกระทำของเขาที่เผลอไผลไปล่วงเกินบล็อกโคลี่ ถึงแม้รสสัมผัสจะทำให้เขารู้สึกดีมากกว่าที่เคย แต่พวกเขาทั้งคู่ก็ยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอยู่ดี









100 %


















100 % สำหรับตอนที่ห้าขอแจ้งเรื่อง twin xx series นะครับ
ที่ไรเตอร์ลบไม่ใช่แต่งไม่จบนะแต่ต้องการจะรีเนื้อเรื่องใหม่
เพราะมันน่าเบื่อจนแต่งต่อไม่ได้เลยน่ะครับ ตอนนี้ไรเตอร์อยู่มอหกแล้ว
การจะแวะมาแต่งนิยายให้อ่านจึงมีเปอร์เซ็นน้อยมากต้องขอโทษทุกๆคนจริงๆ
เครียดกับการเรียนแล้วพอมานั่งอ่านคอมเมนท์มันทำให้มีกำลังใจขึ้นมาก
แต่คอมเมนท์ใหม่ๆไม่เข้ามาเลยจิตใจมันก็ห่อเหี่ยวอยู่นะ 55555
อาทิตย์หน้าจะมาอัพให้อีกนะครับ ขอบคุณที่อ่านนิยายของไรเตอร์นะ (:





PORCELAIN  THEMEs
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

864 ความคิดเห็น

  1. #860 Yanapat. (@Mumu_story) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 18:31
    กรี๊ดดด บล็อคพาสามีเขาบ้าน!5555555
    #860
    0
  2. #846 Kagamine☆ (@bb159753) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 21:19
    พิชเชอร์อย่างหื่น!!!!!แต่ไม่เป็นไรหรอก?!บล็อกคุงรับได้~~>[]<//ซะที่ไหน
    #846
    0
  3. วันที่ 13 มกราคม 2559 / 20:40
    พี่เขย><
    #836
    0
  4. #812 -SWAGGER- (@sgswag) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 23:24
    พิชเชอร์นี่หื่นตลอดเวป่ะ?55555555555555
    #812
    0
  5. #804 I'm tinkerbell (@lovely8059) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 10:23
    วู้วววว เขิล -////-
    #804
    0
  6. #801 DAHLA (@dahlajra) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 06:45
    น่ารักอ่า >///<
    #801
    0
  7. #799 siachun (@supersia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 07:03
    เพิ่งได้มาอ่าน จากตอนแรกจนถึงตอนนี้สนุกมากๆเลยครับ >< สู้ๆนะไรเตอร์
    #799
    0
  8. #797 gogo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 09:47
    5555 น่ารัก ^^
    #797
    0
  9. #771 oookkkii (@noookkkii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 21:31
    คู่นี้ก็น่ารักเกิ๊นนน
    #771
    0
  10. #749 ฮาร์ดแวร์ (@jokkey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:32
    อรั๊ย ฟินมากกกกก น่ารักๆๆๆ >///<
    #749
    0
  11. #728 tjmany (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 12:45
    หวานไปไหม พิชเชอร์ อ๊อกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #728
    0
  12. #674 bloodyholic (@arifahannas) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 13:44
    น่ารักกกก -//-
    #674
    0
  13. #594 Mr.lol (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2556 / 12:57
    สนุกอ่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
    #594
    0
  14. #575 The.Joker (@blackholp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 19:50
    บล๊อกรุกจูบ เหยน่ารักว่ะ !
    #575
    0
  15. #561 thenumberten (@thenumberten) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 19:14
    55555น่ารักว่ะคู่นี้
    #561
    0
  16. #547 Inno (@super-gun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 02:00
    ฟินไปไกลถึงหลุมดำแล้วเด้อ
    #547
    0
  17. #480 คนผ่านมา (@ras21) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 14:37
    พิชเชอร์คือเอสมือหนึ่งของทีม//เกี่ยว? - เอิ่มไม่ใช่ละ

    แอบรอเค้าจูบละซี่นั่นแน๊ะๆๆๆ อั้ยยยยย เขิลแปป

    มีเจ้านายที่ไหนใจดีกะลูกน้องขนาดนี้อะฮะ ไม่มี๊ เจ้าผักน้อยดูแลเจ้านายดีดีนะฮิ๊วววว

    ลูกค้าคือพระเจ้า แต่คนที่ถูกใจ พระเจ้าก็พระเจ้าเถอะ   ใช่ไหม พิชช์คุง
    #480
    0
  18. #476 HiBaRi~ (@princessba) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 11:21
    ชอบอ่าา
    พิชเชอร์นะพิชเชอร์ 
    พูดซะบล็อคเขินเลยย
    #476
    0
  19. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  20. วันที่ 18 สิงหาคม 2556 / 16:48
    ชอบๆไรเตอร์แต่งเก่งจัง
    #461
    0
  21. #435 น้องมิ้นท์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 20:27
    อย่าน้อยใจน๊า มาเม้นท์ให้แล้ว จะรออ่านต่อนะคะ แต่งได้น่ารักมากอ่ะ ชอบบบบบบบบบบบบบบบบ
    #435
    0
  22. #429 เหม่ง☂. (@lovyjang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 16:56
    มารอตอนต่อไปจ้าาา ไรท์สู้ๆน้าาา >.</
    #429
    0
  23. #421 Apple Maple (@phattanun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 20:49
    อ๊าย ฟินอ้ะ! ตอนนี้หว๊านหวาน~ หวานจนน้ำตายังอายอ่ะ>/////^/////< งือ รีบๆมาอัพต่อน้า เร็วๆด้วยน้า รออ่ายนุ>3<
    #421
    0
  24. #420 kiddy bear (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 10:02
    เพิ่งไ้ด้เข้ามาอ่านตอน re-write

    ชอบทั้งสองเรื่องเลยนะ

    โดยเฉพาะเด็กแฝดนะ น่ารักทั้งคู่เลย

    #420
    0
  25. #377 MeloDY_ThailanD (@chanyeol_minhyuk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 14:32
    น่ารักฟุดๆ-///////-
    #377
    0